(( แฟนฟิค Baramos บารามอส )) Shakespeare in Edinburg

ตอนที่ 3 : บทที่ 2 ผลของการประชุม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,330
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    13 มี.ค. 49

บทที่ 2 ผลของการประชุม

เมื่อชั่วโมงเรียนได้สิ้นสุด สมาชิกป้อมอัศวินปีสามต่างพากันยืดแข้งเหยียดขาบนโซฟาในห้องนั่งเล่นรวมอย่างสบายอุรา ก่อนที่เสียงจากสวรรค์ หรืออีกมุมหนึ่งคือเสียงจากนรกจะขัดขึ้นมา

" ทุกคนฟังทางนี้ ค๊อก แค๊ก " มาทิลด้าประกาศลั่นก่อนที่เสียงจะขาดหายไปประติดประต่อ " ผลของการประชุมวันนี้ " อารัมภ์บทท่อนสุดท้ายของเธอไม่มีใครสามารถได้ยินได้ เพราะเสียงเธอหายไปในร่องคอเสียแล้ว เพื่อนๆจึงได้แต่ขมิบตาอ่านริมฝีปาก จนกระทั่งคาโลได้ขัดจังหวะขึ้น

" มาทิลด้า ฉันจัดการเอง " เขากระซิบ " ฉันและมาทิลด้าได้เรียกหัวหน้าห้องประจำชั้นปีต่างๆมาปรึกษากันดูแล้วว่า เราจะต้องหาเงินเพื่อเอามาซ่อมแซมป้อมอัศวิน โดยหวังว่าจะให้สมาชิกทุกคนร่วมมือกัน "  คาโลอธิบาย

( Emrysmerlin : " ขอย้ำว่าการป่วยของมาทิลด้าในครั้งนี้ เราไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง " ยกมือขึ้นสาบาน )

" เราเคยหาเงินเข้าป้อมตั้งหลายหน ไม่เคยเห็นได้มาใช้ซ่อมแซมป้อมเลยซักที เห็นหมดไปกับอย่างอื่นทุกครั้ง " เฟรินค้านขึ้น

" ก็ตอนนั้นเรามีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินเพื่อส่วนรวม ทั้งโรงเรียนพระราชา เฟริน " คาโลเน้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง เฟรินจึงได้แต่เบ้หน้าใส่

ทำไมไม่ให้น้องปีหนึ่งไปทำงานหาเงินเข้าป้อมบ่าง แม่ตัวดีอดรนทนไม่ไหวก็พรั้งปากพูดออกมา

 

เสียใจด้วยน่ะเฟริน น้องปีหนึ่งต้องไปเข้าค่ายที่ซาเรส คาโลอธิบาย

 

แล้วปีสองล่ะ คาโล คิลถามขึ้นบ่าง

 

ปีสองกำลังหาเงินอยู่เหมือนกัน แต่เงินส่วนนั้นจะนำไปใช้บูรณะหอประชุมของโรงเรียน เพื่อลดการใช้จ่ายจากการคลังของโรงเรียนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เจ้าชายแห่งคาโนวาลอธิบาย

 

ฉันได้ข่าวมาว่า รุ่นพี่ปี ห้าและปีหกเป็นเจ้าหน้าที่ควบคุมน้องปีหนึ่งไปซาเรสซะด้วยสิ โคลว์ อาร์มสตรอง หันกลับไปบอกเพื่อนๆที่อยู่ข้างๆ

 

งั้นก็แสดงว่าเหลืออยู่แค่ปีสาม ปีสี่ แล้วก็ปีเจ็ดน่ะสิค่ะ เรนอนเอ่ยขึ้น

 

เปล่าหรอกเรนอน เหลือแค่ปีสามต่างหาก คาโลตัดบท แววตาแน่วแน่จ้องมองเพื่อนๆอย่างจริงจัง

 

นายหมายความว่าไงว่ะ คาโล รีรออยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดมาสิว่ะ คนมีความอดทนน้อยสวนขึ้นมา

 

ปีสี่ทำหน้าที่ลงแรงช่วยนักเรียนแผ่นดินประชาชนบูรณะหอประชุม  พี่ปีเจ็ดเตรียมตัวสอบวัดระดับความรู้ความสามารถที่กำลังตั้งตารออีกสามเดือนข้างหน้า เพราะฉนั้นจึงเหลือเพียงแค่ปีสาม ที่ต้องรับหน้าที่หาเงินเข้ามาบูรณาป้อมอัศวินนี้  คาโลชี้คำขาดทำเอาหัวใจของสมาชิกถึงกับห่อเหี่ยวเพราะนั่นหมายถึงการอุทิศเวลาว่างของพวกเขาหลังจากการเรียนเพื่อหาเงินเข้าป้อม

 

( Kalo : “ เฟรินปากดีชะมัด นี่แสดงว่าไม่โดนเราปิดปากมานาน ทำหน้าหื่น , Emrysmerlin : ตบบ่าเบาๆ ใจเย็นๆ coming soon.... to be continue  เร็วนี้แหละน้องชาย , Kalo :  หันมายิ้มอย่างพึงพอใจ แต่เราคิดว่ามันแยกเขี้ยวใส่ )

 

แล้วเราจะหาเงินเข้าป้อมอย่างไรดีล่ะครับ ซีบิลเดอะพรีสหน้าหวานถามขึ้นอย่างสุภาพ

 

นั่นแหละคือสิ่งที่เราทุกคนต้องตกลงร่วมกัน ฉันและมาทิลด้าไม่อยากจะเป็นผู้ตัดสินชะตากรรมของพวกนาย ซึ่งอาจจะดูเหมือนไม่เที่ยงธรรมเท่าไหร่นัก เพราะฉนั้นจึงอยากให้พวกเราทุกคนเสนอความคิดเห็นออกมาได้ตามใจชอบ แล้วเราจะมาตัดสินร่วมกัน คาโลชี้แจงความคิดเห็นของตนให้เพื่อนๆได้รับรู้  แต่ละคนจึงหันหน้าไปปรึกษาเพื่อนฝูงที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด

 

เสียงเจาะแจะจอแจดุจดั่งสกุนา ณ กลางป่าใหญ่ที่ร้องสวนกันไปมาอย่างวุ่นวายเพื่อที่จะตกลงความคิดเห็นต่างๆ  บางคนก็เขียนใส่กระดาษเดินขอความเห็นไปทั่วห้องแล้วจึงกลับมานั่งตึกตรองอีกรอบ

 

เธอจะเลือกอะไรหรือเฟริน  ผู้รอบรู้ประจำป้อมผู้มีขอบตาม่วงก่ำไม่ต่างไปจากคนอื่นๆมากนัก เอยถามขึ้น

 

( Ferin : “ เจร๊แต่งหน้าไม่เก่งเลย ไอโรหน้าตาอุบาท เฟรินทักเมื่อเห็นขอบตาของโร , Ro : “ อย่างกับตัวเองเก่งนักล่ะ โรเข้าปกป้องเอมริส   ,  Erysmerlin : ทำหน้าซาบซึ้งแล้วกระโดดกอด , Ro : ทำหน้าอึดอัด  เอามือดันออก เอมริสเกาะแน่นทนนานเหมือนกาวตราช้าง โอ้ท่านเจ้าเอวิเดส ช่วยอดีตว่าที่ราชบุตรเขยที เบ้ปาก แต่เอมริสไม่ยอมหลุด)

 

ไม่รู้ แล้วแต่พวกนาย ฉันเบื่อขี้เกลียดเลือก ว่าไงว่ากัน แม่ตัวยุ่งปัดความรำคาญ ยกมือขึ้นเท้าคางก่อนจะปรือตาเตรียมตัวเข้าสู่ห้วงนิทรา

แองจี้มอบกระดาษรายการทั้งหมดให้กับคาโล เจ้าชายแห่งคาโนวาลยืนอ่านรายการอยู่ครู่ใหญ่แล้วจึงเปรยขึ้นมาว่า

 

ฉันจะอ่านรายการที่ถูกคัดเลือกมาแล้วทั้งห้ารายการนี้ให้พวกนายฟัง แล้วจากนั้นก็จะขอความเห็นว่าใครจะลงคะแนนให้กับหน้าที่ไหนมากที่สุด

สมาชิกป้อมอัศวินปีสามผยักหน้าหงึกหงักอย่างเห็นดีด้วย เฝ้ารอคอยเจ้าชายผู้สูงศักดิ์แห่งคาโนวาลอ่านรายการหน้าที่ที่ติดห้าอันดับหน้าสะลอน

 

รายการที่หนึ่งปลูกผักขาย  รายการที่สองเปิดโชว์การประลองดาบ  รายการที่สามรับจ้างเป็นครูสอนตีดาบแก่เด็กๆในหมู่บ้าน รายการที่สี่หารับจ้างตามร้านค้าทั่วไป รายการที่ห้าแสดงละครเรี่ยไรเงินจากผู้ชม  เมื่อคาโลกล่าวจบเพื่อนๆก็พยักหน้ารับ

 

นายจะเลือกอะไรว่ะคิล เมื่อได้ยินชื่อรายการต่างๆเฟรินจึงหันกลับไปถามเพื่อรัก

 

ไม่รู้ว่ะ ฉันไม่ชอบทำสวน ไม่เก่งเรื่องประลองดาบ เป็นครูให้คนก็ไม่ได้ด้วย ถ้าสอนใช้มีดสั้นก็โอเค รับจ้างก็ไปทำมาแล้ว คงจะแสดงละครเรี่ยไรเงินมั้ง น่าสนุกดี คิลออกความเห็นทำให้คนฟังถึงกับทำหน้าสะอิดสะเอียน

 

แสดงละคร แหวะ ประลองดาบยังจะดีเสียกว่า เฟรินค้าน

 

ฉันคิดว่าเธอจะไม่ลงความเห็นเสียอีก   เสียบุรุษหนึ่งเปรยขึ้นมาจากด้านหลัง

 

โร พรุ่งนี้นายว่างมั้ย  เฟรินหมุนคอกลับไปมองหน้าคนที่สอดขึ้นมา

 

ไม่รู้สิ ทำไมหรอ โรตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบสีหน้าคงนิ่งอย่างธรรมดา

 

ฉันจะชวนนายไปตลาด   เฟรินกล่าวแล้วแสยะยิ้มอย่างมีเลศนัย เล่นเอาหอสมุดถึงกับนึกประหลาดใจว่าหัวขโมยจะมาไม้ไหน

 

ทำไมไม่ชวนคาโลไปล่ะ โรถามกลับไป

 

ไม่ได้ ฉันต้องไปกับนาย เพราะฉันอยากจะวัดด้วยตัวของฉันและนายเอง เฟรินอธิบาย

 

วัดด้วยตัวของเธอและฉัน โรเลิกคิ้วทวนคำถาม

 

ใช่ เพราะฉันจะหากระดิ่งดีๆให้นายซักอัน เอาไว้คล้องคอ เวลานายจะมาฉันจากด้านหลังจะได้รู้สึกตัว ก่อนที่จะต้องหัวใจวายตายไปซะก่อน เธอพูดประชดประชัน ทำเอาคนฟังถึงกลับส่ายหน้า ใบหน้ารูปไข่สลักด้วยร้อยยิ้มให้สาวๆต้องหวั่นไหวเล่น แต่สำหรับหัวขโมยแล้วกลับนิ่งตรึงเฉยเมย หาได้รู้สึกปั่นป่วนหัวใจไม่

 

  ใครจะเลือกปลูกผักสวนครัว ยกมือขึ้น คาโลเปรยตวัดสายตามองไปรอบๆหาบุคคลที่จะเห็นชอบต่อหัวข้อนี้ แต่กลับกลายเป็นว่า ไม่มีมือไหนโผล่ขึ้นมาเลย  เปิดโชว์ประลองดาบเรี่ยไรเงิน เขาอ่านรายการต่อไป สองคนใช่มั้ย คาโลเขียนบางสิ่งบางอย่างขยุกขยิกลงไปในกระดาษ

 

( Ferin : “ นี่เจร๊ ไม่มีความคิดอย่างอื่นแล้วหรอนอกจากฝผักสวนครัว นี่ , Emrysmerlin : “ โถ๋ เฟริน แล้วหนูคิดว่าป้ามีความคิดหรืออย่างไร ถึงได้ถาม ตีหน้าเยาะเย้ย ไม่มีไง ถามได้ , Ferin :  เฟรินนั่งหวอ คิดอยู่ในใจว่ายัยเอมริสจะแต่งเรื่ืองนี้จบหรือไม่ )

 

  ครูสอนตีดาบ สมาชิกสามคนยกมือขึ้น  รับจ้าง เงียบหายไปกับสายหมอก งั้นรายการสุดท้าย แสดงละครเรี่ยไรเงิน สมาชิกทุกคนที่เหลือต่างพากันยกมือให้คะแนนโหวตกับการแสดงละคร สรุปว่าแสดงละคร คาโลถามซ้ำเพื่อความมั่นใจ

 

( Ferin : “ โอ๊ยเจร๊ ทำตาเคลิบเคลิมจ้องมองคาโล ทำไมไอ้คาโลมันถึงได้หล่อซะจนไม่ต้องใช้กบเหล่าดินสอเหลาแบบนั้นล่ะ ” , Emrysmerlin : สกิดเฟริน  นี่ๆ จำไว้ว่าเรื่องนี้เธอต้องวางฟอร์ม อย่าไปมองมันมาก เดี๋ยวไอ้น้ำแข็งมันได้ใจ ” , Ferin : กลับสู่โหมดตัวกวน)

 

แสดงละครก็ดีน่ะ แต่เราจะแสดงอะไรล่ะ พริ้นอาชูร่าถามขึ้น

 

ฉันมีบทละครไว้อ่านเล่นอยู่หลายบทเดี๋ยวฉันจะลองเอามาให้ดูก็ได้ แองจี้กล่าวขึ้น

 

( Angie : “ ส่งสัยต้องรีบไปขุดออกมาอีกแล้วเรา )

 

เธอนี่น่ะอ่านบทละคร ครี๊ดถามอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน พร้อมกับเหลือกตามองแองจี้ แองจี้เขม่นตาสีม่วงใส่อย่างไม่สบอารมณ์ ครี๊ดจึงต้องหันตามีม่วงของเขาหนีไปทางอื่นเพื่อความปลอดภัยของคนเอง

 

งั้นฉันฝากหน้าที่นี้ให้เธอรับผิดชอบแทนแล้วกัน คาโลกล่าวขึ้นแล้วโค้งตัวแสดงความขอบคุณ

 

ด้วยความยินดี แองจี้ตอบอย่างภูมิใจ

 

และอีกเรื่องหนึ่งคือ มาทิลด้าไม่ค่อยสบายเท่าไหร่นัก เพราะเป็นหวัดลงคอ ถ้าใครมีคำถามอะไรให้มาหาฉันที่ห้องก็แล้วกัน คาโลปราศัยให้ทุกคนทราบ สมาชิกทุกคนจึงพยักหน้าเป็นการรับรู้

 

 

ห้องแองจี้ เรนอน และมาทิลด้า

 

ยังเลือกบทไม่ได้อยู่หรอจ๊ะแองจี้ เรนอนถามเพื่อนร่วมห้องที่ยังนั่งแหกตาอยู่บนโต๊ะทำงานเลือกบทละคร อย่างไม่ยอมหลับยอมนอน

 

ยังไม่ได้เลย เรนอน บทมันเยอะมาก มีแต่ดีๆทั้งนั้น เลือกไม่ถูกเลย แองจี้หันกลับมาบอก ใบหน้าของเธอมีแสงเทียนส่องให้เห็นแต่หัว เล่นเอาเรนอนแทบขวัญผวา

 

( Angie : ยกมือขึ้นป้องปาก ขอบอกว่าไม่รู้จักซักบทเลยค่ะ )

 

ให้เรนอนช่วยมั้ยค่ะ เรนอนถามขึ้น เพราะตัวเธอเองก็นอนไม่หลับเหมือนกัน อันเนื่องมาจากเสียงครืดคราดของป้อมอัศวินที่ใกล้จะพังแลไม่พังแล

 

ก็ดีเหมือนกัน แองจี้พยักหน้ารับข้อเสนอ

 

เรนอนและแองจี้ต่างช่วยกันรื้อหาบทละครที่น่าสนใจออกมาวางเรียงกันไว้ข้างๆ  สองในสี่หญิงงามแห่งป้อมอัศวินตั้งหน้าตั้งตาหาอย่างขมักเขม่น แม้ว่าป้อมอัศวินจะยังส่งเสียงอี๊ดอ๊าด ครืด คราด น่ารำคาญอยู่ก็ตาม แต่สิ่งเดียวที่พวกเธอต้องทำให้เสร็จภายในคืนนี้คือ การหาบทความที่ดีที่สุดและคัดมันออกมา เพื่อที่จะนำไปดำเนินการในขั้นต่อไป

 

เชคสเปียร์...... เรนอนอุทานขึ้นพรางยกมือขึ้นกุมปาก ดวงตาสีม่วงทอประกายสุกใสระริกต้านแสงเทียน แองจี้ส่งยิ้มให้เพื่อนสาว

 

( Renon : “ มันคือการแสดงค่ะ แท้จริงแล้วเรนอนไม่รู้จักเลยว่ามันคือใครกันแน่ เชคสเปียร์นี่ หันหน้ากลับมามองท่านผู้อ่าน )

 

ชอบเหมือนกันหรือ เรนอน

 

มากเลยค่ะ แต่เรนอนนึกไม่ถึงเลยว่าแองจี้จะอ่านเรื่องนี้ด้วย เธอกล่าวพรางใช่นิ้วกรีดกราย คั่นหัวข้อเรื่องต่างๆ ของบทละครเล่มหนา  แล้วจะเอาเรื่องอะไรดีนี่ แองจี้!! เธอว่าเราเอาบทละครของเชคสเปียร์มาแสดงดีรึเปล่า  เรนอนเงยหน้าขึ้นขอความเห็น

 

( Renon : “ ว้า !! ต้องเสแสร้งอีกแล้วเรา ตีหน้าไร้เดียงสา  , Emrysmerlin : นั่งน้ำลายไหล ...น่ารักน่ากอดชะมัด...  , Kill : “ กอดไม่ได้ ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ ตะโกนมาแต่หลังเวที , Emrysmerlin : หันซ้ายหันขวา เ-สือกอีกแล้วสิน่ะ ไอ้นักฆ่าปัญญาอ่อนนี่ มันอ่านความคิดเราได้ไง ตีหน้างงงวยสวยเริศเชิดหยิ่ง + ดึงหนังเหี่ยวๆให้กลับเข้าที่ )

 

ก็ดีเหมือนกันน่ะ ฉันว่ามันโรแมนติกดี เธอพูดพรางยกมือทั้งสองขึ้นมากุมอยู่ระหว่างอก แล้วยกไหลขึ้นสูงดุจดังสาวน้อยที่กำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความรัก เรนอนมองเพื่อนสาวอย่างงุนงง น้อยครั้งนักที่เธอจะได้เห็นแองจี้ในท่าทางแบบนี้ ส่วนคนถูกจ้อง เมื่อรู้สึกตัวจึงรีบปรับตัวกลับตามเดิม เอาเรื่อง แฮมเล็ต เดอะพริ้น ออฟ เดมมาร์ก  ดีรึเปล่าน้าาาาาา เธอใช้ความคิด

 

( Amgie : แยกเขี้ยว เฮ้อ โหดได้ใจเราดี , Renon + Emrysmerlin : สะดุ้งเฮือก ก่อนจะค่อยๆขยับก้นออกห่างจากแองจี้ แต่เรนอนถูกเอมริสดันให้กลับเข้าที่ )

 

โหดร้าย เรื่องนี้โหดร้าย เราอย่าเอาเลยน่ะ

 

งั้น เอาเรื่องของกษัตริย์เฮนรี่ มั้ย เรนอนส่ายหัว  นกฟินิกส์และเต่า คนฟังยังไม่เห็นด้วย นักปรัชญาแห่งกรีก เรนอนเบ้ปากเล็กน้อย แองจี้กลอกตาไปมาอย่างมุ่นคิด

 

สิบสองราตรี เรนอนออกความเห็น แองจี้ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่แล้วส่ายหัวไปมา

 

ทูว์ เจนเทิลแมน ออฟ เวโรน่า แองจี้ออกความเห็น แต่เรนอนส่ายหัวแล้วจึงเปิดหนังสือดูเรื่องราวทั้งหมด

 

แมคเบธท์ เรนอนหยุดอยู่ที่หน้าสามร้อยห้าสิบสองแล้วอ่านชื่อเสียงดัง

 

ไหนดูสิ แองจี้ชะเง้อคอมอง

 

( Angie : “ ก็มองๆไปอย่างนั้แหละ เรื่องนี้ไม่เคยอ่าน แต่เอมริสให้บทมา )

 

อ้อ รู้แล้ว รู้แล้ว  เรนอนตะโกนขึ้นอย่างดีใจ

 

เธอรู้อะไรหรือ เรนอน มาทิลด้าที่นอนอยู่บนเตียงเอยถามขึ้นอย่างัวเงีย

 

( Mathilda : ยังรู้สึกเจ็บคอ )

 

โรมิโอ จูเลียต เรนอนหันไปบอกมาทิลด้า ซึ่งไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย

 

ใช่ๆ จริงๆ ด้วย โรมิโอ จูเลียต แองจี้ดึงเรนอน ลุกขึ้นยืนอย่างดีใจ แล้วจึงกระโดดไปมา

 

ครืดดดดดดดดดดดด

 

ร่างของทั้งสองเอนเล็กน้อยเมื่อป้อมอัศวินเริ่มสั่นสะเทือน ก่อนหน้าสีชมพูของทั้งสองจะเริ่มซีดจาง แล้วขาของทั้งคู่ก็เริ่มย่อต่ำลงตามสันชาตญาณ

 

( Renon+Angie : “ บทกระโดดนี่ เป็นอันตรายต่อสุขภาพของป้อมอัศวินยิ่งนัก )

 

พวกเธอ กำลังพูดเรื่องอะไรกันน่ะ นี่มันจะตีหนึ่งแล้วน่ะ  เสียงที่เคยขาดหายไปเมื่อตอนกลางวันกลับคืนมาอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่ดีมากนัก

 

ตีหนึ่งแล้วต่างหาก เรนอนหันกลับไปบอกมาทิลด้าอย่างไม่รีรอ แล้วจึงหันกลับมามองแองจี้

 

พวกเราพึ่งจะค้นเจอบทละครที่จะนำมาแสดงน่ะ มาทิลด้า แองจี้หันไปบอกเพื่อนร่วมห้องที่กำลังตีสีหน้างงงวย คนฟังพยักหน้ารับแล้วซุกหัวเข้าใต้หมอนกลับไปตามเดิม เรนอนและแองจี้หันกลับมาส่งยิ้มให้ก่อน

 

เราจะเขียนบทละครไว้เลยดีไหม แองจี้ ว่าใครควรจะรับบทไหน เรนอนถามขึ้น

 

ไม่รู้เหมือนกัน เราน่าจะเอาบทไปให้คาโลดูก่อน ว่าจะเห็นด้วยมั้ย แองจี้ออกความเห็น

 

เขียนเถอะน่ะ คาโลต้องยอมรับแน่ๆ เราจะได้ดำเนินการให้เร็วที่สุดไง ฉันไม่คิดว่า ป้อมเราจะทนทานอยู่ได้ถึงสองอาทิตย์ เรนอนอ้อน

 

อืม ก็ได้

 

งั้นเรามาเริ่มต้นที่การลอกชื่อตัวละครสำคัญของเรื่องออกมาก่อน เรนอนเอ่ยขึ้น แองจี้พยักหน้ารับ แล้วหมุนตัวกลับไปหยิบสมุดรายชื่อของสมาชิกป้อมอัศวินชั้นปีสาม

 

โรมิโอ จูเลียต ติบอล เบ็นโวลิโอ อับรา เมอร์คิวลิโอ................. เรนอนอ่านรายชื่อตัวละครพร้อมๆกับจดลงบนแผ่นกระดาษที่ถูกเธอดึงออกจากม้วนมา

 

ฉันว่ากัสเหมาะที่จะเป็น เบ็นโวลิโอ แองจี้ออกความเห็น

 

แต่เรนอนคิดว่า ให้กัสเป็นเซอร์คาปุเล็ตจะเหมาะเสียกว่า ว่าจบก็หัวเราะคิกคัก แองจี้จึงร่วมผสมโรงไปด้วย

 

ส่วนซีบิลก็เป็นนักบวช แองจี้ออกความเป็น

 

จริงด้วย เหมาะมากเลย

 

แล้วเราจะเอาใครมาเป็น โรมิโอ กับจูเลียตดี แองจี้ถาม เรนอนจึงหยุดนิ่งไปเพื่อใช้ความคิด ทั้งสองนั่งเกาคางอยู่หลายนาที เรนอนจดรายชื่อเพื่อนๆ ลงไปเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา แต่สมองก็ยังคิดถึงบุคคลที่จะนำมาแสดงเป็นโรมิโอ และจูเลียต

 

แองจี้นำบทของโรมิโอ และจูเลียตออกมาอ่านซ้ำไปซ้ำมา พร้อมกับลอกบทพูดออกมาจดลงบนกระดาษสีน้ำตาลที่ดึงออกมาจากม้วนเดียวกันกับเรนอน เธอสองคนส่ายหัวไปมาราวกับนาฟิกาไขลาน ริมฝีปากอันบางของทั้งคู่บิดม้วนไปซ้ายทีขวาที ก่อนที่รอยยิ้มของอีกหนึ่งคนจะเผยใ้หเห็นแววเจ้าเลห์แสนกล แลดูน่าหลงไหล

 

เธอยิ้มเจ้าเลห์ผิดกับบุคลิกแบบนี้ มีอะไรอยู่ในหัว คายออกมาเดี๋ยวนี้ เจ้าหญิงแห่งคาโนวาล แองจี้ขู่เชิงหยอกล้อ เรนอนเอาแต่หัวเราะคิกคัก

 

ฉันรู้แล้ว

 

รู้อะไร แองจี้ถาม

 

ว่าจะให้ใครมาสวมบทบาทจูเลียต เรนอนอธิบาย แล้วจึงโน้มตัวไปกระซิบข้างหูของแองจี้ แววตาของอีกคู่แพรวพรายระริกอย่างถูกใจ

 

งั้นเอาโรมาแสดงเป็นโรมิโอดีมั้ย  เรนอนเสนอ แองจี้จึงยิ้มอย่างชอบใจแสดงความเห็นด้วย

 

( Angie+Renon :  มองหน้าเอมริส   งานนี้เจร๊ได้กลายเป็นรูปปั้นแน่ )

ทำไมไม่ให้น้องปีหนึ่งไปทำงานหาเงินเข้าป้อมบ่าง แม่ตัวดีอดรนทนไม่ไหวก็พรั้งปากพูดออกมา

 

เสียใจด้วยน่ะเฟริน น้องปีหนึ่งต้องไปเข้าค่ายที่ซาเรส คาโลอธิบาย

 

แล้วปีสองล่ะ คาโล คิลถามขึ้นบ่าง

 

ปีสองกำลังหาเงินอยู่เหมือนกัน แต่เงินส่วนนั้นจะนำไปใช้บูรณะหอประชุมของโรงเรียน เพื่อลดการใช้จ่ายจากการคลังของโรงเรียนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เจ้าชายแห่งคาโนวาลอธิบาย

 

ฉันได้ข่าวมาว่า รุ่นพี่ปี ห้าและปีหกเป็นเจ้าหน้าที่ควบคุมน้องปีหนึ่งไปซาเรสซะด้วยสิ โคลว์ อาร์มสตรอง หันกลับไปบอกเพื่อนๆที่อยู่ข้างๆ

 

งั้นก็แสดงว่าเหลืออยู่แค่ปีสาม ปีสี่ แล้วก็ปีเจ็ดน่ะสิค่ะ เรนอนเอ่ยขึ้น

 

เปล่าหรอกเรนอน เหลือแค่ปีสามต่างหาก คาโลตัดบท แววตาแน่วแน่จ้องมองเพื่อนๆอย่างจริงจัง

 

นายหมายความว่าไงว่ะ คาโล รีรออยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดมาสิว่ะ คนมีความอดทนน้อยสวนขึ้นมา

 

ปีสี่ทำหน้าที่ลงแรงช่วยนักเรียนแผ่นดินประชาชนบูรณะหอประชุม  พี่ปีเจ็ดเตรียมตัวสอบวัดระดับความรู้ความสามารถที่กำลังตั้งตารออีกสามเดือนข้างหน้า เพราะฉนั้นจึงเหลือเพียงแค่ปีสาม ที่ต้องรับหน้าที่หาเงินเข้ามาบูรณาป้อมอัศวินนี้  คาโลชี้คำขาดทำเอาหัวใจของสมาชิกถึงกับห่อเหี่ยวเพราะนั่นหมายถึงการอุทิศเวลาว่างของพวกเขาหลังจากการเรียนเพื่อหาเงินเข้าป้อม

 

( Kalo : “ เฟรินปากดีชะมัด นี่แสดงว่าไม่โดนเราปิดปากมานาน ทำหน้าหื่น , Emrysmerlin : ตบบ่าเบาๆ ใจเย็นๆ coming soon.... to be continue  เร็วนี้แหละน้องชาย , Kalo :  หันมายิ้มอย่างพึงพอใจ แต่เราคิดว่ามันแยกเขี้ยวใส่ )

 

แล้วเราจะหาเงินเข้าป้อมอย่างไรดีล่ะครับ ซีบิลเดอะพรีสหน้าหวานถามขึ้นอย่างสุภาพ

 

นั่นแหละคือสิ่งที่เราทุกคนต้องตกลงร่วมกัน ฉันและมาทิลด้าไม่อยากจะเป็นผู้ตัดสินชะตากรรมของพวกนาย ซึ่งอาจจะดูเหมือนไม่เที่ยงธรรมเท่าไหร่นัก เพราะฉนั้นจึงอยากให้พวกเราทุกคนเสนอความคิดเห็นออกมาได้ตามใจชอบ แล้วเราจะมาตัดสินร่วมกัน คาโลชี้แจงความคิดเห็นของตนให้เพื่อนๆได้รับรู้  แต่ละคนจึงหันหน้าไปปรึกษาเพื่อนฝูงที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด

 

เสียงเจาะแจะจอแจดุจดั่งสกุนา ณ กลางป่าใหญ่ที่ร้องสวนกันไปมาอย่างวุ่นวายเพื่อที่จะตกลงความคิดเห็นต่างๆ  บางคนก็เขียนใส่กระดาษเดินขอความเห็นไปทั่วห้องแล้วจึงกลับมานั่งตึกตรองอีกรอบ

 

เธอจะเลือกอะไรหรือเฟริน  ผู้รอบรู้ประจำป้อมผู้มีขอบตาม่วงก่ำไม่ต่างไปจากคนอื่นๆมากนัก เอยถามขึ้น

 

( Ferin : “ เจร๊แต่งหน้าไม่เก่งเลย ไอโรหน้าตาอุบาท เฟรินทักเมื่อเห็นขอบตาของโร , Ro : “ อย่างกับตัวเองเก่งนักล่ะ โรเข้าปกป้องเอมริส   ,  Erysmerlin : ทำหน้าซาบซึ้งแล้วกระโดดกอด , Ro : ทำหน้าอึดอัด  เอามือดันออก เอมริสเกาะแน่นทนนานเหมือนกาวตราช้าง โอ้ท่านเจ้าเอวิเดส ช่วยอดีตว่าที่ราชบุตรเขยที เบ้ปาก แต่เอมริสไม่ยอมหลุด)

 

ไม่รู้ แล้วแต่พวกนาย ฉันเบื่อขี้เกลียดเลือก ว่าไงว่ากัน แม่ตัวยุ่งปัดความรำคาญ ยกมือขึ้นเท้าคางก่อนจะปรือตาเตรียมตัวเข้าสู่ห้วงนิทรา

แองจี้มอบกระดาษรายการทั้งหมดให้กับคาโล เจ้าชายแห่งคาโนวาลยืนอ่านรายการอยู่ครู่ใหญ่แล้วจึงเปรยขึ้นมาว่า

 

ฉันจะอ่านรายการที่ถูกคัดเลือกมาแล้วทั้งห้ารายการนี้ให้พวกนายฟัง แล้วจากนั้นก็จะขอความเห็นว่าใครจะลงคะแนนให้กับหน้าที่ไหนมากที่สุด

สมาชิกป้อมอัศวินปีสามผยักหน้าหงึกหงักอย่างเห็นดีด้วย เฝ้ารอคอยเจ้าชายผู้สูงศักดิ์แห่งคาโนวาลอ่านรายการหน้าที่ที่ติดห้าอันดับหน้าสะลอน

 

รายการที่หนึ่งปลูกผักขาย  รายการที่สองเปิดโชว์การประลองดาบ  รายการที่สามรับจ้างเป็นครูสอนตีดาบแก่เด็กๆในหมู่บ้าน รายการที่สี่หารับจ้างตามร้านค้าทั่วไป รายการที่ห้าแสดงละครเรี่ยไรเงินจากผู้ชม  เมื่อคาโลกล่าวจบเพื่อนๆก็พยักหน้ารับ

 

นายจะเลือกอะไรว่ะคิล เมื่อได้ยินชื่อรายการต่างๆเฟรินจึงหันกลับไปถามเพื่อรัก

 

ไม่รู้ว่ะ ฉันไม่ชอบทำสวน ไม่เก่งเรื่องประลองดาบ เป็นครูให้คนก็ไม่ได้ด้วย ถ้าสอนใช้มีดสั้นก็โอเค รับจ้างก็ไปทำมาแล้ว คงจะแสดงละครเรี่ยไรเงินมั้ง น่าสนุกดี คิลออกความเห็นทำให้คนฟังถึงกับทำหน้าสะอิดสะเอียน

 

แสดงละคร แหวะ ประลองดาบยังจะดีเสียกว่า เฟรินค้าน

 

ฉันคิดว่าเธอจะไม่ลงความเห็นเสียอีก   เสียบุรุษหนึ่งเปรยขึ้นมาจากด้านหลัง

 

โร พรุ่งนี้นายว่างมั้ย  เฟรินหมุนคอกลับไปมองหน้าคนที่สอดขึ้นมา

 

ไม่รู้สิ ทำไมหรอ โรตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบสีหน้าคงนิ่งอย่างธรรมดา

 

ฉันจะชวนนายไปตลาด   เฟรินกล่าวแล้วแสยะยิ้มอย่างมีเลศนัย เล่นเอาหอสมุดถึงกับนึกประหลาดใจว่าหัวขโมยจะมาไม้ไหน

 

ทำไมไม่ชวนคาโลไปล่ะ โรถามกลับไป

 

ไม่ได้ ฉันต้องไปกับนาย เพราะฉันอยากจะวัดด้วยตัวของฉันและนายเอง เฟรินอธิบาย

 

วัดด้วยตัวของเธอและฉัน โรเลิกคิ้วทวนคำถาม

 

ใช่ เพราะฉันจะหากระดิ่งดีๆให้นายซักอัน เอาไว้คล้องคอ เวลานายจะมาฉันจากด้านหลังจะได้รู้สึกตัว ก่อนที่จะต้องหัวใจวายตายไปซะก่อน เธอพูดประชดประชัน ทำเอาคนฟังถึงกลับส่ายหน้า ใบหน้ารูปไข่สลักด้วยร้อยยิ้มให้สาวๆต้องหวั่นไหวเล่น แต่สำหรับหัวขโมยแล้วกลับนิ่งตรึงเฉยเมย หาได้รู้สึกปั่นป่วนหัวใจไม่

 

  ใครจะเลือกปลูกผักสวนครัว ยกมือขึ้น คาโลเปรยตวัดสายตามองไปรอบๆหาบุคคลที่จะเห็นชอบต่อหัวข้อนี้ แต่กลับกลายเป็นว่า ไม่มีมือไหนโผล่ขึ้นมาเลย  เปิดโชว์ประลองดาบเรี่ยไรเงิน เขาอ่านรายการต่อไป สองคนใช่มั้ย คาโลเขียนบางสิ่งบางอย่างขยุกขยิกลงไปในกระดาษ

 

( Ferin : “ นี่เจร๊ ไม่มีความคิดอย่างอื่นแล้วหรอนอกจากฝผักสวนครัว นี่ , Emrysmerlin : “ โถ๋ เฟริน แล้วหนูคิดว่าป้ามีความคิดหรืออย่างไร ถึงได้ถาม ตีหน้าเยาะเย้ย ไม่มีไง ถามได้ , Ferin :  เฟรินนั่งหวอ คิดอยู่ในใจว่ายัยเอมริสจะแต่งเรื่ืองนี้จบหรือไม่ )

 

  ครูสอนตีดาบ สมาชิกสามคนยกมือขึ้น  รับจ้าง เงียบหายไปกับสายหมอก งั้นรายการสุดท้าย แสดงละครเรี่ยไรเงิน สมาชิกทุกคนที่เหลือต่างพากันยกมือให้คะแนนโหวตกับการแสดงละคร สรุปว่าแสดงละคร คาโลถามซ้ำเพื่อความมั่นใจ

 

( Ferin : “ โอ๊ยเจร๊ ทำตาเคลิบเคลิมจ้องมองคาโล ทำไมไอ้คาโลมันถึงได้หล่อซะจนไม่ต้องใช้กบเหล่าดินสอเหลาแบบนั้นล่ะ ” , Emrysmerlin : สกิดเฟริน  นี่ๆ จำไว้ว่าเรื่องนี้เธอต้องวางฟอร์ม อย่าไปมองมันมาก เดี๋ยวไอ้น้ำแข็งมันได้ใจ ” , Ferin : กลับสู่โหมดตัวกวน)

 

แสดงละครก็ดีน่ะ แต่เราจะแสดงอะไรล่ะ พริ้นอาชูร่าถามขึ้น

 

ฉันมีบทละครไว้อ่านเล่นอยู่หลายบทเดี๋ยวฉันจะลองเอามาให้ดูก็ได้ แองจี้กล่าวขึ้น

 

( Angie : “ ส่งสัยต้องรีบไปขุดออกมาอีกแล้วเรา )

 

เธอนี่น่ะอ่านบทละคร ครี๊ดถามอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน พร้อมกับเหลือกตามองแองจี้ แองจี้เขม่นตาสีม่วงใส่อย่างไม่สบอารมณ์ ครี๊ดจึงต้องหันตามีม่วงของเขาหนีไปทางอื่นเพื่อความปลอดภัยของคนเอง

 

งั้นฉันฝากหน้าที่นี้ให้เธอรับผิดชอบแทนแล้วกัน คาโลกล่าวขึ้นแล้วโค้งตัวแสดงความขอบคุณ

 

ด้วยความยินดี แองจี้ตอบอย่างภูมิใจ

 

และอีกเรื่องหนึ่งคือ มาทิลด้าไม่ค่อยสบายเท่าไหร่นัก เพราะเป็นหวัดลงคอ ถ้าใครมีคำถามอะไรให้มาหาฉันที่ห้องก็แล้วกัน คาโลปราศัยให้ทุกคนทราบ สมาชิกทุกคนจึงพยักหน้าเป็นการรับรู้

 

 

ห้องแองจี้ เรนอน และมาทิลด้า

 

ยังเลือกบทไม่ได้อยู่หรอจ๊ะแองจี้ เรนอนถามเพื่อนร่วมห้องที่ยังนั่งแหกตาอยู่บนโต๊ะทำงานเลือกบทละคร อย่างไม่ยอมหลับยอมนอน

 

ยังไม่ได้เลย เรนอน บทมันเยอะมาก มีแต่ดีๆทั้งนั้น เลือกไม่ถูกเลย แองจี้หันกลับมาบอก ใบหน้าของเธอมีแสงเทียนส่องให้เห็นแต่หัว เล่นเอาเรนอนแทบขวัญผวา

 

( Angie : ยกมือขึ้นป้องปาก ขอบอกว่าไม่รู้จักซักบทเลยค่ะ )

 

ให้เรนอนช่วยมั้ยค่ะ เรนอนถามขึ้น เพราะตัวเธอเองก็นอนไม่หลับเหมือนกัน อันเนื่องมาจากเสียงครืดคราดของป้อมอัศวินที่ใกล้จะพังแลไม่พังแล

 

ก็ดีเหมือนกัน แองจี้พยักหน้ารับข้อเสนอ

 

เรนอนและแองจี้ต่างช่วยกันรื้อหาบทละครที่น่าสนใจออกมาวางเรียงกันไว้ข้างๆ  สองในสี่หญิงงามแห่งป้อมอัศวินตั้งหน้าตั้งตาหาอย่างขมักเขม่น แม้ว่าป้อมอัศวินจะยังส่งเสียงอี๊ดอ๊าด ครืด คราด น่ารำคาญอยู่ก็ตาม แต่สิ่งเดียวที่พวกเธอต้องทำให้เสร็จภายในคืนนี้คือ การหาบทความที่ดีที่สุดและคัดมันออกมา เพื่อที่จะนำไปดำเนินการในขั้นต่อไป

 

เชคสเปียร์...... เรนอนอุทานขึ้นพรางยกมือขึ้นกุมปาก ดวงตาสีม่วงทอประกายสุกใสระริกต้านแสงเทียน แองจี้ส่งยิ้มให้เพื่อนสาว

 

( Renon : “ มันคือการแสดงค่ะ แท้จริงแล้วเรนอนไม่รู้จักเลยว่ามันคือใครกันแน่ เชคสเปียร์นี่ หันหน้ากลับมามองท่านผู้อ่าน )

 

ชอบเหมือนกันหรือ เรนอน

 

มากเลยค่ะ แต่เรนอนนึกไม่ถึงเลยว่าแองจี้จะอ่านเรื่องนี้ด้วย เธอกล่าวพรางใช่นิ้วกรีดกราย คั่นหัวข้อเรื่องต่างๆ ของบทละครเล่มหนา  แล้วจะเอาเรื่องอะไรดีนี่ แองจี้!! เธอว่าเราเอาบทละครของเชคสเปียร์มาแสดงดีรึเปล่า  เรนอนเงยหน้าขึ้นขอความเห็น

 

( Renon : “ ว้า !! ต้องเสแสร้งอีกแล้วเรา ตีหน้าไร้เดียงสา  , Emrysmerlin : นั่งน้ำลายไหล ...น่ารักน่ากอดชะมัด...  , Kill : “ กอดไม่ได้ ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ ตะโกนมาแต่หลังเวที , Emrysmerlin : หันซ้ายหันขวา เ-สือกอีกแล้วสิน่ะ ไอ้นักฆ่าปัญญาอ่อนนี่ มันอ่านความคิดเราได้ไง ตีหน้างงงวยสวยเริศเชิดหยิ่ง + ดึงหนังเหี่ยวๆให้กลับเข้าที่ )

 

ก็ดีเหมือนกันน่ะ ฉันว่ามันโรแมนติกดี เธอพูดพรางยกมือทั้งสองขึ้นมากุมอยู่ระหว่างอก แล้วยกไหลขึ้นสูงดุจดังสาวน้อยที่กำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความรัก เรนอนมองเพื่อนสาวอย่างงุนงง น้อยครั้งนักที่เธอจะได้เห็นแองจี้ในท่าทางแบบนี้ ส่วนคนถูกจ้อง เมื่อรู้สึกตัวจึงรีบปรับตัวกลับตามเดิม เอาเรื่อง แฮมเล็ต เดอะพริ้น ออฟ เดมมาร์ก  ดีรึเปล่าน้าาาาาา เธอใช้ความคิด

 

( Amgie : แยกเขี้ยว เฮ้อ โหดได้ใจเราดี , Renon + Emrysmerlin : สะดุ้งเฮือก ก่อนจะค่อยๆขยับก้นออกห่างจากแองจี้ แต่เรนอนถูกเอมริสดันให้กลับเข้าที่ )

 

โหดร้าย เรื่องนี้โหดร้าย เราอย่าเอาเลยน่ะ

 

งั้น เอาเรื่องของกษัตริย์เฮนรี่ มั้ย เรนอนส่ายหัว  นกฟินิกส์และเต่า คนฟังยังไม่เห็นด้วย นักปรัชญาแห่งกรีก เรนอนเบ้ปากเล็กน้อย แองจี้กลอกตาไปมาอย่างมุ่นคิด

 

สิบสองราตรี เรนอนออกความเห็น แองจี้ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่แล้วส่ายหัวไปมา

 

ทูว์ เจนเทิลแมน ออฟ เวโรน่า แองจี้ออกความเห็น แต่เรนอนส่ายหัวแล้วจึงเปิดหนังสือดูเรื่องราวทั้งหมด

 

แมคเบธท์ เรนอนหยุดอยู่ที่หน้าสามร้อยห้าสิบสองแล้วอ่านชื่อเสียงดัง

 

ไหนดูสิ แองจี้ชะเง้อคอมอง

 

( Angie : “ ก็มองๆไปอย่างนั้แหละ เรื่องนี้ไม่เคยอ่าน แต่เอมริสให้บทมา )

 

อ้อ รู้แล้ว รู้แล้ว  เรนอนตะโกนขึ้นอย่างดีใจ

 

เธอรู้อะไรหรือ เรนอน มาทิลด้าที่นอนอยู่บนเตียงเอยถามขึ้นอย่างัวเงีย

 

( Mathilda : ยังรู้สึกเจ็บคอ )

 

โรมิโอ จูเลียต เรนอนหันไปบอกมาทิลด้า ซึ่งไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย

 

ใช่ๆ จริงๆ ด้วย โรมิโอ จูเลียต แองจี้ดึงเรนอน ลุกขึ้นยืนอย่างดีใจ แล้วจึงกระโดดไปมา

 

ครืดดดดดดดดดดดด

 

ร่างของทั้งสองเอนเล็กน้อยเมื่อป้อมอัศวินเริ่มสั่นสะเทือน ก่อนหน้าสีชมพูของทั้งสองจะเริ่มซีดจาง แล้วขาของทั้งคู่ก็เริ่มย่อต่ำลงตามสันชาตญาณ

 

( Renon+Angie : “ บทกระโดดนี่ เป็นอันตรายต่อสุขภาพของป้อมอัศวินยิ่งนัก )

 

พวกเธอ กำลังพูดเรื่องอะไรกันน่ะ นี่มันจะตีหนึ่งแล้วน่ะ  เสียงที่เคยขาดหายไปเมื่อตอนกลางวันกลับคืนมาอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่ดีมากนัก

 

ตีหนึ่งแล้วต่างหาก เรนอนหันกลับไปบอกมาทิลด้าอย่างไม่รีรอ แล้วจึงหันกลับมามองแองจี้

 

พวกเราพึ่งจะค้นเจอบทละครที่จะนำมาแสดงน่ะ มาทิลด้า แองจี้หันไปบอกเพื่อนร่วมห้องที่กำลังตีสีหน้างงงวย คนฟังพยักหน้ารับแล้วซุกหัวเข้าใต้หมอนกลับไปตามเดิม เรนอนและแองจี้หันกลับมาส่งยิ้มให้ก่อน

 

เราจะเขียนบทละครไว้เลยดีไหม แองจี้ ว่าใครควรจะรับบทไหน เรนอนถามขึ้น

 

ไม่รู้เหมือนกัน เราน่าจะเอาบทไปให้คาโลดูก่อน ว่าจะเห็นด้วยมั้ย แองจี้ออกความเห็น

 

เขียนเถอะน่ะ คาโลต้องยอมรับแน่ๆ เราจะได้ดำเนินการให้เร็วที่สุดไง ฉันไม่คิดว่า ป้อมเราจะทนทานอยู่ได้ถึงสองอาทิตย์ เรนอนอ้อน

 

อืม ก็ได้

 

งั้นเรามาเริ่มต้นที่การลอกชื่อตัวละครสำคัญของเรื่องออกมาก่อน เรนอนเอ่ยขึ้น แองจี้พยักหน้ารับ แล้วหมุนตัวกลับไปหยิบสมุดรายชื่อของสมาชิกป้อมอัศวินชั้นปีสาม

 

โรมิโอ จูเลียต ติบอล เบ็นโวลิโอ อับรา เมอร์คิวลิโอ................. เรนอนอ่านรายชื่อตัวละครพร้อมๆกับจดลงบนแผ่นกระดาษที่ถูกเธอดึงออกจากม้วนมา

 

ฉันว่ากัสเหมาะที่จะเป็น เบ็นโวลิโอ แองจี้ออกความเห็น

 

แต่เรนอนคิดว่า ให้กัสเป็นเซอร์คาปุเล็ตจะเหมาะเสียกว่า ว่าจบก็หัวเราะคิกคัก แองจี้จึงร่วมผสมโรงไปด้วย

 

ส่วนซีบิลก็เป็นนักบวช แองจี้ออกความเป็น

 

จริงด้วย เหมาะมากเลย

 

แล้วเราจะเอาใครมาเป็น โรมิโอ กับจูเลียตดี แองจี้ถาม เรนอนจึงหยุดนิ่งไปเพื่อใช้ความคิด ทั้งสองนั่งเกาคางอยู่หลายนาที เรนอนจดรายชื่อเพื่อนๆ ลงไปเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา แต่สมองก็ยังคิดถึงบุคคลที่จะนำมาแสดงเป็นโรมิโอ และจูเลียต

 

แองจี้นำบทของโรมิโอ และจูเลียตออกมาอ่านซ้ำไปซ้ำมา พร้อมกับลอกบทพูดออกมาจดลงบนกระดาษสีน้ำตาลที่ดึงออกมาจากม้วนเดียวกันกับเรนอน เธอสองคนส่ายหัวไปมาราวกับนาฟิกาไขลาน ริมฝีปากอันบางของทั้งคู่บิดม้วนไปซ้ายทีขวาที ก่อนที่รอยยิ้มของอีกหนึ่งคนจะเผยใ้หเห็นแววเจ้าเลห์แสนกล แลดูน่าหลงไหล

 

เธอยิ้มเจ้าเลห์ผิดกับบุคลิกแบบนี้ มีอะไรอยู่ในหัว คายออกมาเดี๋ยวนี้ เจ้าหญิงแห่งคาโนวาล แองจี้ขู่เชิงหยอกล้อ เรนอนเอาแต่หัวเราะคิกคัก

 

ฉันรู้แล้ว

 

รู้อะไร แองจี้ถาม

 

ว่าจะให้ใครมาสวมบทบาทจูเลียต เรนอนอธิบาย แล้วจึงโน้มตัวไปกระซิบข้างหูของแองจี้ แววตาของอีกคู่แพรวพรายระริกอย่างถูกใจ

 

งั้นเอาโรมาแสดงเป็นโรมิโอดีมั้ย  เรนอนเสนอ แองจี้จึงยิ้มอย่างชอบใจแสดงความเห็นด้วย

 

( Angie+Renon :  มองหน้าเอมริส   งานนี้เจร๊ได้กลายเป็นรูปปั้นแน่ )

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

88 ความคิดเห็น