(( แฟนฟิค Baramos บารามอส )) Shakespeare in Edinburg

ตอนที่ 2 : บทที่ 1 ป้อมเรากำลังจะพัง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,134
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    12 มี.ค. 49

บทที่ 1 ป้อมเรากำลังจะพัง

 

ครื๊ดดดดดดดดดดด คร๊าดดดดดดดดดดด กึก กัก กึก

 

ตีสิบสอง ณ ดินแดนแห่งราชาเอดินเบิร์ก ที่ตั้งอยู่ใต้ท้องนภาสีครามและจันทรานวลละอ่องอันทอแสงจรัสแข็งขันหมู่ดาราน้อยใหญ่ หอนอนสามหลังของสมาชิกโรงเรียนพระราชาอันเลื่องชื่อช่างสงบราวกับผู้หลับไหลที่อยู่ภายใน เห็นจะมีเสียแต่เหล่าอัศวินน้อยใหญ่ที่ไม่สามรถข่มลูกตาให้ปิดลงเพื่อเข้าไปสู่นิทราอันแสนหวานได้ เสียงครื๊ดคราด เครงครางของเสาเล่มใหญ่เสียดสีกับแป้นไม่ไปมาฟังแล้วแสบแก้วหูยิ่งนัก อันเป็นเหตุให้ผู้พักอยู่อาศัยได้แต่พลิกตัวกลับไปกลับมาอย่างไม่สงบ ป้อมนักรบนอนอกสั่นขวัญผวา เฝ้ารอเวลาที่เสียงไม้กระทบแป้นจะหายไป

 

ฮือ เสียงถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายของหนึ่งสมาชิกของหัวหน้าอัศวินชั้นปีสาม เฮ้อ เจ้าตัวพลิกตัวกลับไปกลับมาอย่างรุกรี้รุกลน เฮ้ออออออออออออออออ.............

 

เฟริน แกจะนอนเฉยๆเงี่ยบๆไม่ได้รึไงว่ะ ทำไมต้องส่งเสียงรบกวนชาวบ้านเขาด้วย เพื่อนนักฆ่าร่วมห้องกระซิบถามเจ้าคนก่อกวนอย่างไม่สบอารมณ์ พยายามปรับเสียงให้ค่อยที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้

 

แกจะให้ฉันเงียบได้ไงว่ะ แกไม่ได้ยินเสียงป้อมเรามันส่งเสียงครืดคราดรึไงว่ะ เจ้าคนก่อกวนโต้กลับ  

 

( Ferin : “ ก็คนแต่งมันสั่งมานี่หว่า)

 

ฉันได้ยิน แต่ก็พยายามจะข่มตาอยู่ แต่แกอย่ามาส่งเสียงกวนประสาทฉันเพิ่มอีกได้มั้ยว่ะ คิลโต้กลับแล้วจึงหันหน้าหนี

 

หน่อยแน่ เฟรินลุกขึ้นตึงตังเดินตรงไปยังเตียงนักฆ่า มือเท้าสะเอวมอง

 

แกมามองน่าฉันทำไม กลับไปนอนได้แล้ว พรุ้งนี้มีสอบ คิลเงยหน้าขึ้นมามองพร้อมกับออกคำสั่ง

 

ฉันกวนประสาทใช่มั้ย ไม่ว่าป่าวเท้าเรียวเล็กของบุคคลผู้มีพระนามว่าเฟลิโอน่าเจ้าหญิงแห่งเดมอส และบารามอสก็พุ่งตรงไปยังกลางหลังของนักฆ่าแห่งซาเรส

 

( Emrysmerlin : “ เฟลิโอน่า ทำไมถึงทำแบบนั้นกับคิลล่ะ มันไม่ได้อยู่บท ฉันบอกให้เรียกปฐพี   , Ferin : “ เจร๊เอมริส อย่ามาเรียกชื่อลิเกนั่นได้มั้ย ไม่อย่างงั้นฉันจะเรียกผ่าปฐพีผ่าหัวเจร๊แน่ๆ   , Emrysmerlin : ตีสีหน้าเยือกเย็น ดึงหนังเหี่ยวๆให้คงที่ หรอ งั้นไม่จ่ายค่าจ้างเป็นแอปเปื้ล ฮ้า ชนะแล้ววู๋ย ,  Ferin : เฟรินหันกลับไปทางคิล )

 

แอ๊บ!!!!!!

 

เสียงคิลลงไปนอนวัดพื้นจนจุกแอ๊ก เหมือนเขียดที่เพิ่งโดนล้อเกวียนราชาแห่งเดมอสขับข้ามสันหลังไป

 

เฟริน คิลกัดฟันกรอด ลุกขึ้นมาตั้งท่าจะพุ่งใส่ และแสงเทียนก็จุดประกายกายขึ้นพร้อมๆกับกลิ่นอายและน้ำเสียงอันเยือกเย็นของเจ้าชายหมีขั่วโลก

 

( Kill : “ เฟรินตืนหนักเป็นบ้าเลยเจร๊ เวลามันถีบคนน่ะ แต่อีกทีขโมยของนี่ตีนเบาชะมัด ” , Emrysmerlin : “ ทนๆ ไปก่อน เดี๋ยวฉันจะให้รางวัล  , Kill : “ จริง ไน่ะ )

 

เมื่อไหร่พวกแกสองคนจะเลิกสร้างความรำคาญให้ชาวบ้านเขาซะที

 

แกจะนอนก็นอนไปอย่ามายุ่ง เฟรินแขวะใส่

 

แล้วเธอส่งเสียงกวนประสาทชาวบ้านเขาแบบนี้ ห-ม-าหน้าไหนจะไปนอนหลับ คาโลประชด

 

ห-ม-านอนไม่หลับแกก็หลับไปสิว่ะ ไอ้หมีบ้า เฟรินตวาดกลับไปบ่าง มิหน่ำซ้ำยังแลบลิ้นปลิ้นตาใส่คาโล

 

แค่เสียงป้อมอัศวิน ก็แสบแก้วหูจะตายอยู่แล้วยังจะต้องมาฟังเสียงห-ม-าบารามอสครางให้ฟังอีก คิลเปรยขึ้นมือข้างหนึ่งเท้าอยู่ที่สะเอว มืออีกข้างหนึ่งเกาหัวแกร๊กๆ

 

ตั๊บ!!!!!

 

กำปั้นเล็กๆพุ่งเข้าใส่เบ้าตาหนุ่มนักฆ่า เล่นเอาเจ้าตัวเสียหลักเซล้มไปกองอยู่กับพื้น คาโลกระโดดข้ามเตียงตัวเองมาคว้าเอวแม่ตัวร้ายเอาไว้

 

หยุดก่อเรื่องได้แล้ว ถ้ายังไม่อยากโดนลงโทษ น้ำเสียงเยือกเย็นพัดผ่านใบหูแม่หัวขโมยสาว

 

( Emrysmerlin : ยืนอึ้งตาค้าง เมื่อเห็นใบหน้าอันหล่อเหลาของเจ้าชายน้ำแข็งออกหื่นนิดๆ )

 

โหย คาโลดูว่าที่ภรรยาแห่งคาโนวาลมันทำร้ายฉันสิว่ะ คิลครางหงุงหงิงเรียกร้องขอความเป็นธรรม

 

( Kill : “ ฉันละชอบบทนี้จริง ทำหน้าพอใจ )

 

แกอยากโดนอีกรอบรึไงว่ะ เฟรินยกเท้าทำท่าจะเตะแต่โดนคาโลยกหนีไปเสียก่อน

 

ฉันบอกแกแล้วว่าให้ ให้อาหารมันดีหน่อย สงสัยเมนท์มันไม่มาโหดยังกับห-ม-าแม่ลูกอ่อน คิลบ่นพึมพำ

 

ไอ้คิล ถ้าแกยังไม่อยากตายก็ช่วยหุบปากไปเลยน่ะ เฟรินออกคำสั่ง

 

เอี๊ยดดดด อ๊าดดดดด ครึ๊กๆๆๆๆๆ

 

ป้อมอัศวินสั่นสะเทือนเล็กน้อย เล่นเอาเฟรินและคาโลแทบจะเสียหลัก

 

ฉันว่าพวกเราควรจะอยู่นิ่งๆจะดีเสียกว่า ก่อนที่มันจะไม่พ้นคืนนี้ คาโลเอ่ยขึ้นพรางสำรวจไปรอบๆ ห้อง แล้ววางเจ้าตัวยุ่งลงบนเตียง

 

นี่แน่ เฟรินยกเท้ากระทืบลงบนฝ่าพระบาทของคาโลก่อนจะมุดตัวลงไปซ่อนอยู่ใต้ผ้าห่ม

คาโลยืนมองร่างบางพรางกัดฟันเพราะความเจ็บปวด ส่วนคิลนั่งหัวเราะกรั๊กๆอยู่ข้างเตียงของตน

 

เงี่ยบไปเลยคิล ถ้านายยังไม่อยากที่จะกลายเป็นหนึ่งในรายชื่อของบุคคลที่ฉันจะสาบให้เป็นน้ำแข็ง เมื่อคิลได้ยินเช่นนั้นก็หุบปากแทบไม่ทันพรางคลานขึ้นเตียงของตนแล้วเอาหมอนอุดหู มุดเข้าไปซ้อนตัวอยู่ใต้ผ้าห่มลายพระจันทร์เสี้ยว

 

 

 

ห้องอาหารดราก้อน 

 

เสียงพูดจาเจาะแจะจอแจดังไปทั่วเรือนอาหารของสมาชิกป้อมอัศวิน ดวงตาของสมาชิกแต่ละคนปูดบวมจนออกสีม่วงอำพันธ์ ต่างผ่ายต่างรู้ดีอยู่ว่าเป็นเพราะเหตุใด แต่คนที่เป็นจุดสนใจของผู้คนมากที่สุดเห็นจะไม่ใช่ใครอื่นไกล

 

คิล นายไปทำอะไรมาตาเขียวเชียว ฉันเห็นเพื่อนๆคนอื่นมีแต่ขอบตาดำปูด ครี๊ด ทันเดอร์ นักรบตาเดียวแห่งไนล์ถามขึ้นพรางก้มหน้าลงมามองอย่างสงสัยในขณะที่มือเต็มไปด้วยขนมปัง

 

โดนห-ม-าแม่ลูกอ่อนแห่งบารามอสกัด คิลตอบเรียบๆยกมือขึ้นมากุมดวงตาแล้วเดินผ่านไป

 

โป๊ก!!!!!!!

 

ด้ามดาบปฐพีลอยลงมาจุติอยู่กลางกระหม่อมของหนุ่มนักฆ่าแห่งซาเรส

 

โอ๊ย คนโดนลงทันอุทานขึ้นเพราะควาวเจ็บ  เจ้าคนกระทำกลับเดินหน้าเชิดนำหน้าไปอย่างไม่แยแส เมื่อไหร่มันจะเลือกรังควาญฉันซะที คิลถามตัวเองมองเพื่อนตัวดีเดินผ่านไปอย่างหมั่นไส้

 

ขืนเป็นแบบนี้อีกต่อไป ป้อมอัศวินได้เดทสมอเร่เป็นแน่ เสียงของมาทิลด้าที่นั่งทานอาหารอยู่ข้างเรนอนเปรยขึ้น

 

เรนอนนอนไม่ได้ทั้งคืน เจ้าหญิงแห่งคาโนวาลเบ้ปากอธิบายให้เพื่อนหญิง  แองจี้นั่งเขียอาหารไปมาเพราะความง่วง จนแทบจะไม่ปริปากเลยซักคำ

 

คาโล มาทิลด้าเรียกขึ้นเมื่อเห็นร่างใหญ่ทอดกายในมือถือถาดอาหารใกล้เข้ามายังโต๊ะที่พวกเธอทานอาหารอยู่ คาโลหันกลับไปยังต้นเสียงแล้วจึงเดินเข้าไปหา

 

มีอะไรหรอ เขาถามขึ้น

 

เดี๋ยวนายทานข้างเสร็จแล้วเข้าประชุมด้วย เรื่องด่วน มาทิลด้าอธิบาย คาโลจึงพยักหน้ารับแล้วเดินกลับนั่งข้างๆเฟริน

 

 

มาทิลด้าเรียกนายไปทำไมว่ะ เสียงเจื่อยแจ้วเอยถามขึ้นทั้งๆที่ก้นของเจ้าชายผู้สูงศักดิ์ยังไม่ทันได้สัมผัสกับเก้าอี้ไม้ฮอกกานี่เก่าๆของห้องอาหารดราก้อนเลยด้วยซ้ำ

 

ประชุม คำตอบเรียบๆแลดูเหมือนไม่ใยดี เล่นเอาคนตั้งคำถามนึกหมั่นไส้คนมาดมาก

 

ประชุม ประชุม เจ้าตัวทำเสียงล้อเลียน คาโลจึงหันกลับไปจ้องเจ้าตัวก่อกวนตาเขม่น

 

มองหน้าหาเรื่องหรอ คนโดนจ้องถามกลับราวกับนักเลงกลางตลาดสด แต่คนจ้องได้แต่มองแล้วหันหน้าหนี

 

ฉันบอกแล้วว่ามันโหด คิลพึมพำ

 

 

 

นายว่าป้อมเรามันจะยังคงยืนอยู่ได้ด้วยขาของมันเองถึงสามเดือนมั้ย เสียงของเจคพูดคุยสอบถามเจ้าชายอาชูร่า เอพริล

 

ไม่น่าจะถึง เจ้าชายอาชูร่าตอบแล้วเกาหัวแกร๊กๆ ทำหน้าสงสัย

 

ถึงสองอาทิตย์รึเปล่ายังไม่รู้ เสียงเฟรินสอดขึ้นมา ทั้งสองคนจึงพยักหน้ารับแล้วเดินผ่านไป ในขณะที่เฟรินกำลังใส่ใจกับเสียงพูดคุยของคนอื่นอยู่นั้น คาโลก็ได้ลุกออกจากโต๊ะ

 

นายจะไปไหนว่ะ คาโล คนปากเบาถามขึ้น

 

ไปประชุม คาโลตอบ

 

หลังอาหารมื้อเช้านี่น่ะ เฟรินมุ่ยหน้า เลิกคิ้วมองอย่างไม่เชื่อ

 

แกจะไปยุ่งกับมันทำไมเล่า คาโลมันก็ทำหน้าที่ของมัน แกก็ทำหน้าที่ของแกไปสิว่ะ คิลสวนขึ้น

 

ก็มันเป็นคู่มั่นฉันน่ะ อุ๊บ พูดจบก็ตะคุบปากแทบไม่ทัน หันกลับไปมองสายตาแพรวพรายของพระคู่มั่นแล้วก็ต้องเบือนหน้าหนี คาโลส่ายหัวไปมา

 

เจอกันคาบสองแล้วกัน คำกล่าวสั้นๆ แล้วเงียบไปกับแผ่นหลังที่หายไปหลังประตูห้องอาหารดราก้อน ทำเอาจิตใจของคนมองถึงกับตกไปอยู่ตาตุ่ม

 

มันไปประชุม แกไม่ต้องทำตาละห้อยหาแบบนั้นก็ได้ว่ะเฟริน ฉันกินข้าวไม่ลง คิลแซว แล้วยกนมขึ้นดื่มเพื่อขับไล่ขนมปังแห้งๆ หรือขนมปังที่ดีที่สุดเท่าที่เขาจะมีกินในโรงเรียนพระราชานี้ให้กลิ้งลงล่องคอไป

 

เสือก เจ้าหญิงแห่งเดมอสสบถแล้วส่ายก้นหนีนักฆ่าหายลับไปหลังประตู ทิ้งถาดอาหารเอาไว้ให้คิลจัดการเก็บ

 

ดี คิลพึมพำแล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะหันกลับไปกินต่อ

 

คิลไปโดนอะไรมาหรือค่ะ ตาเขียวปั๊ดขนาดนั้น เสียงหวานๆเอ่ยขึ้นมาจากด้านหลังทำเอานักฆ่าถึงกับสะดุ้งตั้งตัวไม่ทัน

 

แฮ๊ก แฮ๊ก คิลสำลักอาหารจนน้ำตาไหลพรากออกมา ก่อนจะหันหน้าไปจ้องมองคนถามตาเขม่นอย่างไม่ได้ตั้งใจ

 

ขอโทษน่ะค่ะ เรนอนไม่ได้ตั้งใจจะรบกวน เรนอนรีบยกไม่ยกมือขอโทษขอโพย ขาก้าวถอยหลังสั่นระริก

 

ปะ เปล่าเลย นั่งก่อนสิ คิลปฎิเสธพรางนึกในใจว่านี่เป็นครั้งแรกรึเปล่าที่เขากล้าชวนเธอมานั่งด้วย  เรนอนพยักหน้ารับแล้วจึงนั่งลงฝันตรงข้ามก่อนจะเริ่มพูดต่อไป

 

ตกลงตาไปโดนอะไรมาค่ะ เรนอนถามด้วยใบหน้าแฉล่มเชิงอยากรู้อยากเห็น

 

เฟรินน่ะ คิลกล่าวขึ้นแล้วพักกลืนอาหารลงคอ โดนเฟรินต่อยมา เขาอธิบายต่อ

 

คิคิ จริงหรอค่ะ เรนอนยกมือขึ้นมาป้องปากหัวเราะคิกคักแล้วจ้องหน้าคิลอย่างขบขัน

 

ฮื้อ คิลครางอย่างอายๆ มองหน้าอันแสนหวานอย่างหลงไหล จนปากเจ้ากรรมอดที่จะปรายยิ้มออกมาไม่ได้ แต่สำหรับเรนอนกลับรู้สึกว่ากำลังถูกคิลแยกเขี้ยวใส่ต่างหาก แต่เธอก็เข้าใจว่านักข้าตีหน้าขรึมมาตลอด เวลายิ้มทีจะให้ใครชินก็ไม่ได้

 

คิลค่ะ เรนอนโน้มตัวเข้ามาใกล้ เล่นเอาหัวใจคิลลี่ตัวน้อยเต้นระส่ำระสาย ก่อนที่ถ้อยคำอันแสนหวานจะขัดขึ้นดัดหัวใจนักฆ่าซะโกงแบบยืดกลับคืนไม่ได้  ผักติดฟันค่ะ ไม่ว่าเปล่าเธอยังพยายามชี้ให้คิลดูอีกด้วย นักฆ่าหน้าแดงเป็นมะเขือเทศ พรางนึกในใจว่า ศักดิ์ศรีนักฆ่าต้องมาจบเห่ต่อหน้าเธออีกแล้วหรือนี่ คราวก่อนก็เหมือนกัน ไอ้ตัวเขาเองอุตส่าจะวาดรูปงามๆบนหน้าผากของเธอ กลับกลายเป็นว่าเธอกลับเล่นงานเขาเอง น่าขายหน้าซะมัด

 

คาโลไปประชุมอะไรหรอ จ๊ะ....เรนอน คิลเปลี่ยนเรื่องแก้เขิล  พร้อมกล่าวคำลงท้ายเบาๆเท่าเสียงกระซิบ

 

เรื่องป้อมเราน่ะค่ะ เรนอนมองคิลยิ้มๆก่อนจะกล่าวขึ้น

 

ป้อมของเรา ให้ฉันเดาได้เลย คงเป็นเรื่องป้อมจะพังแน่ๆ คิลโพล่งออกมาแล้วหัวเราะกร๊าก

 

ป้อมอัศวินยากจน ก็ลำบากอย่างนี้แหละค่ะ เรนอนมุ่ยหน้าอธิบาย

 

แต่ฉันไม่ยักจะคิดเลยน่ะว่า สาวหน้าหวานอย่างเรนอน จะเข้ามาอยู่ร่วมป้อมกับฉัน ความรู้สึกที่เก็บมานานถูกปล่อยออกมาจากปากนักข้าอย่างไม่รู้ตัว

 

คิลพูดเหมือนกับเรนอนไม่เหมาะกับที่นี่ เรนอนเปรยขึ้น

 

ปะ เปล่า คิลรีบปฎิเสธทันควัน  เรนอนเหมาะกับที่นี่ที่สุดแล้ว คิลหยิกข้อมือตัวเองหลังจากพูดออกไป

 

แล้วตกลงทำไมเฟรินถึงต่อยคิลล่ะค่ะ เรนอนถามด้วยท่าทางห่วงใย

 

( Renon : “ บทนี้ไม่เข้ากับเรนอนเลย , Emrysmerlin : “ เข้าสิเข้า ทำต่อไป )

 

ก็เรื่องป้อมอัศวินนี่แหละ ทำให้เรานอนไม่หลับเลยต้องลุกขึ้นมาต่อยกันเล่น คิลกล่าวอย่างทะเล้น

 

ไม่ยักรู้ว่าคิลชอบแกล้งผู้หญิง เรนอนถาม

 

เฟรินแกล้งฉันต่างหาก เป็นผู้หญิงตีเอาตีเอา ฉันไม่ทันได้อ้าปาก กำปั้นแม่ตัวร้ายก็หล่นใส่หัวซะแล้ว   คิลบ่นพึมพำ

 

สมน้ำหน้า เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้น

 

แองจี้ทำไมว่าอย่างนั้นล่ะค่ะ เรนอนหันกลับไปถามเพื่อนสาว

 

ก็มันแสบด้วยกันทั้งคู่ ปล่อยให้ปราบกันเองแหละดีแล้ว แองจี้กล่าว ไปเถอะเรนอน ไม่ว่าเปล่ามือก็คว้าแขนเพื่อนรักแล้วลากออกจากห้องไป

 

เฮ้อ วันซวย ทำอะไรเป็นผิดตาหญิงไปหมด เราอุตส่าจะเป็นสุภาพบุรุษ คิลนั่งบ่นอยู่คนเดียวแล้วจึงยกถาดอาหารไปเก็บ

 

 

( Arshura : “ เอมริสจัง เขียนบทเร็วๆหน่อยป้อมจะพังแล้ว   ,  Emrysmerlin : “ เดี๋ยวๆ รอก่อนแปล๊บ เจคอบเรียก   , Arshura : “ ตกลงเจร๊จะแต่งเรื่องไหนกันแน่ , Emrysmerlin : “ แต่งเรื่องนี้แล้วก็ เจคอบด้วย สามแสบกำลังวุ่น รอก่อนๆ เดี๋ยวมา )



++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

88 ความคิดเห็น

  1. #79 ^-^new^.^ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2553 / 13:41
    สนุกดีค่ะ^^
    #79
    0
  2. #77 เจ้าจอม (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2552 / 18:42
    คนเขียนบทเยอะจัง -*-
    #77
    0