THE END l เล่ห์รักเลอดาว [ สำนักพิมพ์ อรุณ ]

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 1...ซีนที่ 3 (ครบ 100 %)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,001
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    24 ก.ย. 58

“ตราบุญ...”

เสียงของเลอดาวแผ่วจนเกือบจะหายไปในลำคอ หล่อนชะงักกายนิ่งค้างอยู่ในท่าเดิมเหมือนถูกแช่แข็งไว้ ทั้งที่ในหัวกำลังหมุนติ้วเหมือนมีเศษฝุ่นปลิวว่อนเต็มไปหมด แถมหูยังอื้ออึง ตาพร่า เผลอคิดไปว่าตนเองคงประสาทหลอนที่คิดว่าผู้ชายตรงหน้าซึ่งกำลังเดินมาคือผู้ชายคนที่หล่อนเคยทั้งรักและเกลียดจับขั้วหัวใจ

ทว่าความจริงก็คือความจริงวันยังค่ำ!

ผู้ชายที่ชื่อตราบุญตรงหน้าคือคนเดิมที่เคยทำให้ชีวิตของหล่อนต้องพังทลายอย่างไม่เหลือซากความทรงจำอันดีงามแม้เพียงนิด หล่อนไม่คิดว่าจะเจอเขาที่นี่หรือไม่ว่าที่ไหนก็ตาม เพราะคิดว่าการตัดขาดจากกันเมื่อเกือบห้าปีก่อนน่าจะเป็นการ ตัดอย่างสมบูรณ์ชนิดอยากเผาพริกเผาเกลือสาปส่งกันด้วยซ้ำไป

“คุณคงไม่คิดว่าจะเจอผมที่นี่สินะดาว”

เสียงของตราบุญยังคงทุ้มต่ำเหมือนเดิม ท่วงท่าการก้าวย่างกระฉับกระเฉง มือสองข้างล้วงกระเป๋ากางเกงอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวยังคงปรากฏ ผ่านมาแล้วเกือบห้าปี รูปร่างของเขายังคงทิ้งเค้าไม่ต่างไปจากเดิม อายุที่มากขึ้นจนตอนนี้น่าจะย่างเข้าสี่สิบก็ยังคงไม่เปลี่ยนไปกว่าเดิมมากนัก แต่ไม่ใช่เพราะรูปกายที่มีเสน่ห์ชวนมองทั้งที่เขาแก่กว่าหล่อนตั้งสิบสามปีแบบนี้หรอกหรือ ถึงทำให้หล่อนเคยงมงายตกหลุมรักเขาไปจนหมดหัวใจ

เป็นหลุมรักที่พรางความโสมมสกปรกเอาไว้!

หล่อนอดนึกถึงความแหลกลาญในหัวใจครั้งกระโน้นไม่ได้ เพราะไม่ว่าเวลาจะผ่านไปอีกนานสักเพียงไร ความทรงจำที่หล่อนเขียนด้วยมือและหัวใจแต่ถูกลบด้วยเท้านั้นก็ไม่มีวันเลือนหายไปได้แม้สักคืนเดียว มันกลายเป็นตราบาปที่จารฝังอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจที่เปลี่ยนสีจากชมพูเป็นดำไปหมดแล้ว

“บอกตามตรง ฉันไม่คิดว่าจะเจอคุณอีก ไม่ว่าที่นี่หรือที่ไหนๆ...ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติหน้า!

เสียงของเลอดาวสะบัดขณะที่ผุดลุกขึ้นเร็ว โดยที่นภากับปานสีจำต้องลุกตามและปรี่เข้ามาคว้าหมับที่ท่อนแขนของหล่อนเอาไว้ เพราะกริ่งเกรงว่าอารมณ์รวนร้าวในอดีตอาจทำให้สติของหล่อนขาดผึงจนลืมตัว

“ดาว เรื่องมันผ่านมาตั้งหลายปีแล้วนะ คุณยังไม่ยอมยกโทษให้ผมอีกเหรอ”

รูปปากของเลอดาวบิดอย่างเยาะเหยียด นึกสมเพชกับคำพูดจากปากผู้ชายตรงหน้า ไม่นึกว่าเขาจะเอ่ยคำมักง่ายถึงเพียงนี้ คงไม่มีผู้หญิงหน้าไหนหรอกที่ยอมโง่งมโดนหลอกจนไม่ต่างจากสัตว์สองเขา แล้วจะยอมทำเป็นหูหนวกตาบอดเพื่อที่จะไม่ต้องรู้จักเจ็บ เพราะอย่างไรก็ดี สัตว์ที่มันบาดเจ็บตัวนั้นถึงหนังมันจะหนาหรือเหนียว แต่มันก็มีชีวิตและมันก็คงจะเจ็บเป็น เช่นเดียวกับหล่อนที่คงไม่ต่างจากมัน

“คุณคิดว่าผู้หญิงที่โง่เหมือนควายอย่างฉัน จะยอมเป็นควายไปตลอดชีวิตไหมละ”

“ผมว่าคุณใจเย็นกว่านี้ก่อนดีกว่าไหม ผมไม่เคยคิดว่าคุณเป็นแบบนั้นเลยนะ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ผมจะไม่ยอมให้เรื่องของเราสองคนเริ่มต้นและจบลงแบบนั้นเป็นอันขาด”

“อย่ามาพูดคำให้สวยหรูดูดีหน่อยเลย คุณมันสกปรกไปทั้งตัว ทั้งความคิด”

ตราบุญถอนหายใจเฮือกใหญ่ขณะที่ก้าวเข้ามาจนเกือบถึงตัวหล่อน เขาฉวยมือข้างหนึ่งของหล่อนขึ้นมาจับอย่างหน้าตาเฉย ยังดีที่หล่อนมีสติพอที่จะสะบัดข้อมืออย่างแรงแล้วถอยเท้าให้ยืนห่างจากเขามากกว่าศอก

“อย่ามาถูกเนื้อต้องตัวฉันนะ!

“อย่าใจจืดใจดำกับผมด้วยท่าทางรังเกียจกันแบบนั้นเลยนะ ดาวรู้ไหมว่าตลอดเวลาเกือบห้าปี ผมไม่เคยมีความสุขเลยแม้แต่วันเดียว ผมอยากไปหาคุณใจจะขาด อยากไปอธิบายให้คุณเข้าใจว่าผมไม่เคยต้องการจะหลอกคุณสักนิดเดียว ที่ผมทำไปแบบนั้นเป็นเพราะผมรักคุณ...ผมไม่อยากเสียคุณไปต่างหาก”

“อย่ามาปลิ้นปล้อนหน่อยเลย คำพูดของคุณมันไม่น่าเชื่อถืออีกต่อไปแล้ว”

“คุณให้โอกาสผมได้อธิบายบ้างไม่ได้รึไง”

เลอดาวไม่อยากได้ยินคำแก้ตัวจากปากเขา สิ่งที่มันผ่านมานานนั้นมันเกินเยียวยาไม่ต่างจากแก้วที่แตกเปรื่องจนยากจะสมานไปแล้ว คำพูดของเขาก็คงตลบตะแลงเช่นเดิม พูดเพียงเพื่อขายผ้าเอาหน้ารอดเท่านั้น ดังนั้นหล่อนจึงคิดว่าควรจะตัดบท และ ตัดทุกเรื่องที่จะต้องโยงใยมาเกี่ยวข้องกันให้ยุ่งยากอีก

“ฉันว่าคุณอย่ามาฟื้นฝอยหาตะเข็บแถวนี้หน่อยเลย คุณมาทางไหนก็เชิญกลับไปทางนั้น”

ยิ่งเลอดาวฉุนจนน้ำเสียงกระด้างมากเท่าไร นภาที่กำลังทุกข์โศกก็พลอยลืมเรื่องของตนเองไปชั่วขณะ เพราะรู้ว่าเลอดาวนั้นบทจะร้อนเป็นไฟ ใครก็ยากจะดับร้อนนั้นได้ง่าย

“พี่ว่าดาวใจเย็นๆก่อนนะ”

หล่อนหันไปมองผู้เป็นพี่สาว “คำว่าใจเย็นไม่ควรใช้กับผู้ชายคนนี้ พี่ภาเองก็รู้นี่คะว่าเขาทำอะไรกับดาวไว้บ้าง”

“ผมรู้ว่าอดีตมันแก้ไขไม่ได้ แต่คุณน่าจะยอมคุยกับผมดีๆบ้างไม่ได้รึไง ไม่ใช่คำสองคำก็ใช้แต่อารมณ์ นะดาวนะ...ผมอยากขอเวลาคุยกับคุณตามลำพังสองคน”

เลอดาวยิ้มเหยียดสูงกว่าเก่า ก้าวฉับๆไปประชิดตัวตราบุญ เชิดหน้าขึ้นมองร่างที่สูงกำยำกว่า ดวงตาสีดำสนิทที่จ้องมองนั้นดุดันยิ่งกว่าดวงตาเสือร้าย แล้วหล่อนก็ทำในสิ่งที่พี่สาวกับปานสีก็ไม่ทันคิด

หล่อนกระตุกเนกไทสีน้ำตาลเข้มที่ผูกคอเสื้อของเขาอย่างแรง ก่อนจะสะบัดมันทิ้งแล้วยกแขนสองข้างผลักไปที่แผงอกกว้างของเขาจนถลาเซไปข้างหลัง แล้วหล่อนก็พูดเสียงดังฟังชัด

“คุณมันก็เหมือนเนกไทที่ผูกคอนั่นแหละ เชิญผูกคอตัวเองไปคนเดียวเถอะ อย่าเอาฉันไปผูกคอร่วมกับคุณ เพราะฉันไม่นิยมใช้เนกไทของผู้ชายที่มีเมียแล้ว...โปรดเข้าใจไว้ด้วย!

หล่อนจงใจเน้นถ้อยคำในตอนท้าย ก่อนจะก้าวพรวดออกไปจากที่ตรงนั้นโดยไม่เหลียวหลังกลับมามองว่าเขายังนอนยักแย่ยักยันเค้เก้อยู่กับพื้น ด้วยสีหน้าที่อ่านยากเกินคาดเดา

//////////////////////////////////////จบตอนที่ 1

วางแผงแล้ววันนี้


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

41 ความคิดเห็น

  1. #36 อ๋อมแอ๋ม (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 เมษายน 2559 / 14:51
    ถ้ามีเมียแล้วไม่ใช่พระเอกชัวร์
    #36
    1