THE END l เล่ห์รักเลอดาว [ สำนักพิมพ์ อรุณ ]

ตอนที่ 17 : ตอนที่ 7...ซีนที่ 1-2 (50 %)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 421
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    8 ธ.ค. 58

ตอนที่ 7

ก้าวไกลไม่เข้าใจในสิ่งที่เลอดาวกำลังกระทำอยู่ตอนนี้ ถึงเขาจะไม่ใช่ผู้ชายอ่อนหัดแต่เขาก็ไม่ได้รู้ลึกซึ้งถึงผู้หญิงอย่างถ่องแท้ การที่จู่ๆหล่อนก็หอมแก้มเขา หยิบช่อดอกไม้ไปจากมือ คล้องแขนเดินควงและซบลงบนไหล่ ทุกสิ่งนั้นล้วนเข้าใจได้ว่าหล่อนคือคนรักของเขา...แต่จะเป็นอย่างไรก็ตาม นับเป็นโชคดีที่เขาตัดสินใจติดต่อไปหาปานสี ยังคงได้รับคำยืนยันเสียงหนักแน่นว่าเลอดาวนั้นมาที่โรงพยาบาลจริงๆ เพราะปานสีเพิ่งจะวางสายจากเลอดาวไม่กี่นาทีก่อนหน้า ทำให้เขาฉุกคิดว่าบางทีหล่อนอาจแกล้งหลบหน้าเขาก็เป็นได้

จึงเดินย้อนกลับมาอีกครั้ง...ระหว่างที่ยืนรีรออยู่หน้าลิฟต์ พะวงว่าหากขึ้นไปอีกครั้งแล้วไม่เจอหล่อนเหมือนเดิมหรือพบตัวแต่หล่อนไม่ต้อนรับจะทำเช่นไร พลันนั้นประตูลิฟต์ก็เปิดกว้างออกมาพร้อมกับเลอดาวที่มีสีหน้าตื่นตกใจ

แต่จะอย่างไรก็ช่างเถอะ ตอนนี้หล่อนกำลังเดินเคียงข้างเขา...

แต่ก็เพียงแค่พ้นช่วงตึกไปเท่านั้น หล่อนก็ผละออก “ขอบคุณมากนะคะที่มาทันเวลา ไม่อย่างนั้นฉันได้ฆ่าคนตายในลิฟต์แน่ๆ”

“คุณดาวทะเลาะกับผู้ชายคนนั้นเหรอครับ”

“เรื่องไม่เป็นเรื่องน่ะค่ะ”

เลอดาวส่งช่อดอกไม้คืน แต่เขารีบบอกปัด “ผมตั้งใจซื้อดอกกุหลาบช่อนี้มาให้คุณนะครับ”

“เนื่องในโอกาสอะไรกันคะ”

“ไม่มีครับ แค่ผมอยากมอบให้เท่านั้นเอง”

หล่อนจึงรับเอาไว้และเอ่ยขอบคุณสั้นๆ ตั้งท่าจะขอตัวเหมือนกับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เป็นสิ่งปกติ การที่หล่อนหอมหรือควงแขนเขานั้นเป็นเหมือนเหตุบังเอิญ โดยที่ลึกลงไปไม่ได้รู้สึกอื่นใด ทำให้เขาสงสัยและไม่อาจยั้งปากได้ทัน จึงโพล่งถามไปตามความคิด

“ผู้ชายคนนั้นเป็นคู่แข่งของผมหรือเปล่า”

ทว่าสิ่งที่เลอดาวตอบ ทำให้เขาสะอึกไปช่วงเสี้ยวนาที

“เขาคือผู้ชายที่เคยแต่งงานกับฉันในครั้งแรก คุณคิดว่าเขาน่าจะเป็นคู่แข่งของคุณไหมละคะ”

//////////////////////////////////////

ไอ้หน้าอ่อน นั่นมันเป็นใครกัน!

ตราบุญสบถอย่างหัวเสียเมื่อเห็นเลอดาวอี๋อ๋อกับชายหนุ่มรุ่นน้อง ดูแค่ภายนอกก็เดาได้ไม่ยากว่าผู้ชายคนนั้นคงจะอ่อนกว่าเลอดาวอยู่หลายปี ท่าทางที่หล่อนหอมแก้ม เอียงคอและคล้องแขนไอ้หมอนั่นมันช่างใกล้ชิดเหมือนกับครั้งเก่าก่อนที่หล่อนก็เคยแสดงออกกับเขายามเป็น คนรักกัน นึกแล้วก็พานอารมณ์เสีย ไม่อยากให้ใครมาแตะเนื้อต้องตัวหล่อนด้วยซ้ำ เกิดความหวงก้างขึ้นมาทั้งที่รู้ตัวว่าเขาไม่มีสิทธิ์

ทั้งที่สิทธิ์ในการครอบครองเรือนกายของหล่อนนั้นมันควรจะเป็นของเขาตั้งแต่ห้าปีที่แล้วด้วยซ้ำ ถ้าความไม่แตกเสียก่อน ไม่รู้ปากปีจอคนไหนมันคาบข่าวไปฟ้องเข็มแดง เมียซึ่งอยู่ในโอวาทของเขามาตลอดจนถึงกับลากสังขารที่กำลังตั้งครรภ์แก่ใกล้คลอดมาพังงานวิวาห์ที่กว่าเขาจะ ดอดจัดขึ้นมาจนล่มไม่เป็นท่า

ยิ่งคิดถึงหน้าไอ้หมอนั่น ในใจเขาก็ยิ่งเดือดปุดๆร้อนรนจนต้องกระดกบรั่นดีเพียวๆติดกันหลายแก้ว หวังดับทุกข์อันเกิดจากความอิจฉา นึกแต่ว่าป่านนี้หล่อนคงจะนอนทอดกายกกกอดกับไอ้หมอนั่นอย่างสำเริงสำราญ คงจะลืมรสจูบที่เขาปรนเปรอให้ จูบที่ผ่านไปนานเป็นปีๆเขาก็ไม่เคยลืม เพราะมันเป็นจูบที่เกิดจากความหอมหวาน อ่อนโยนและรุนแรงในคราเดียว ต่างจากจูบที่เกิดกับเข็มแดง มันคือรสรักอันแห้งแล้ง เหมือนนอนกอดก่ายกับต้นไม้ที่ตายซากทีเดียว

นึกถึงเข็มแดงผู้เป็นภรรยาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แววตาแห่งความเบื่อหน่ายก็ปรากฏขึ้น เขาแต่งงานกับเข็มแดงมาเกือบยี่สิบปี เป็นเพราะความจำเป็นในชีวิตอันไม่ได้ก่อเกิดจากความรัก ภรรยาของเขาอายุมากกว่ากันอีกสามปี เมื่อเริ่มแก่ตัวขึ้นแล้วไม่รู้จักดูแลตัวเอง เวลาไปออกงานสังคมด้วยกันแต่ละที จึงมีพวกแกว่งปากหาเสี้ยนคอยมาหยอกเสมอว่าเขามีแม่มาคุม ทำให้อับอายหนักขึ้น ก็ในเมื่อเขายังดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ มีเวลาว่างจากงานที่ทำก็รักษาสุขภาพด้วยการออกกำลังกายเป็นนิจ ต่างจากเข็มแดงที่วันๆห่วงแต่งานบ้านงานครัว ปล่อยเนื้อปล่อยตัวเสียจนไขมันเกาะไปทุกส่วน ผิวพรรณนั้นก็เริ่มชะลอการฟื้นฟูจนร่วงโรยไปตามวัย

ยิ่งเรื่องบนเตียงนั้น เข็มแดงไม่มี เสน่ห์ มัดใจเขาสักนิด และไม่สามารถเติมเต็มให้รู้สึก อิ่มได้ไม่ว่าครั้งใดก็ตาม เหมือนเป็นแค่ภารกิจหน้าที่ซึ่งควรทำให้เสร็จอย่างรวดเร็วและรวบรัด มันก็ไม่ต่างจากการที่เขากินแต่ข้าวผัดกะเพราอยู่ทุกเช้าเย็น มันจำเจซ้ำซากจนสุดท้ายเขาก็อยากเปลี่ยนชนิดของอาหาร เมื่อได้ลิ้มรสอาหารจานด่วน เขาก็เลยออกไปเสพสมความสุขในมื้อนั้นๆนอกบ้านเสมอ

จนได้พบกับเลอดาว...

เขานึกถึงวงแขนบอบบางที่หล่อนโอบกลับ กลิ่นกายหอมเย้ายวนใจยามที่จมูกเขาสัมผัสโดนเรือนร่างอันอรชรอ้อนแอ้นของหล่อน เพียงแค่นึกถึงความหิวกระหายในรสเพศ ความเป็นชายของเขาก็โลดโผนโจนทะยานหมายจะหาที่ปลดปล่อยและระบายออก จึงคิดว่ากระดกอีกสักกรึ๊บแล้วจะไปหาความสุขนอกบ้านเพื่อบรรเทา

ทว่ากระเป๋าสะพายที่เหวี่ยงมาจากด้านหลังกระแทกลงกลางหลังเขาเต็มรักนั่นปะไร ทำให้เขาต้องหันขวับไปมองเจ้าของกระเป๋าหน้านิ่วคิ้วขมวด

“นี่มันบ้าอะไร! กระเป๋าเกือบจะฟาดโดนหัวอยู่แล้ว”

เข็มแดงกระชากไหล่เขาจนตัวแทบหัน ออกอาการเกรี้ยวกราดด้วยการแผดเสียงสูงใส่เขา

“วันนี้คุณหายหัวไปไหนมาทั้งวัน!

“ผมก็ไปทำงาน เลิกงานก็กลับมาบ้านนี่ไง...แล้วคุณละออกไปไหนมากลับเอาเย็นป่านนี้ ทำไมไม่เตรียมอาหารเย็นเหมือนทุกวันเอาไว้ ตั้งแต่รู้จักกับพวกเพื่อนๆกลุ่มใหม่ ชักออกไปข้างนอกเกินกว่าเหตุแล้ว”

คราวนี้เข็มแดงขึ้นเสียงสูงขึงตาใส่

“ถ้าฉันไม่ออกไปข้างนอกกับเพื่อนๆ จะให้ฉันขลุกอยู่ในบ้านอย่างเดียวจนไม่รู้ว่าผัวตัวเองออกไประริกระรื่นอยู่ข้างนอกบ้านอย่างนั้นสิ คุณคงคิดจะเก็บฉันไว้เป็นอีงั่งประจำบ้านเหมือนแต่ก่อนใช่ไหม”

“ไปหัวเสียเรื่องอะไรมา ถึงจะมาพาลเอากับผม”

“ฉันไม่ได้พาล...แต่คุณนั่นละ สันดานไม่เคยเปลี่ยน เคยลักกินแอบกินก็ยังทำตัวเหมือนเดิม”

คราวนี้ตราบุญเริ่มฉุนเฉียวเพื่อจะกลบเกลื่อนความผิดที่เริ่มก่อขึ้นอีกครั้ง ไม่ต่างจากวัวสันหลังหวะกลัวการถูกจับได้ จึงตะคอกกลับอีกฝ่ายบ้าง

“คุณอย่ามาหาเรื่องหน่อยเลย คราวนี้เพื่อนคนไหนของคุณมันปากไม่มีหูรูดหาเรื่องมาใส่ความผมอีกละ”

เข็มแดงคว้ากระเป๋าสะพายที่ร่วงตกพื้นขึ้นมาเปิดลวกๆ ค้นขยุกขยิกจนพบสิ่งที่ต้องการแล้วดึงมันออกมา...หล่อนรีบเปิดหน้าจอโทรศัพท์มือถือแล้วกดปุ่มไปยังคลังภาพ เลื่อนไปยังภาพ ต้นตอ

หล่อนยื่นหน้าจอชิดจนเกือบกระแทกลูกตาของเขาจนต้องผงะ

“แหกตาดูซะว่าไอ้ผู้ชายตัณหากลับในภาพมันใช่คุณไหม...แล้วผู้หญิงในภาพมันใช่อีผู้หญิงคนนั้นไหม”

เขาไม่ต้องเพ่งมองก็รู้ว่าผู้ชายและผู้หญิงที่ถูกแอบบันทึกภาพมานั้นคือเขากับเลอดาวแน่...ไม่คิดว่าจะมีมือดีจมูกสุนัขดมกลิ่นเรื่องของเขาได้เร็วปานนี้ ครั้นยอมรับก็เห็นจะเสียเหลี่ยม มีทางออกอย่างเดียวคือเถียงเอาข้างๆคูๆ และไม้ตายที่เขาใช้ประจำกับภรรยาก็คือการชวนทะเลาะ

“ผู้ชายใช่ผมแน่...แต่ผู้หญิงเป็นใคร ผมจะไปรู้ได้ยังไง บางทีไอ้มือดีที่มันส่งภาพมาให้คุณดู มันอาจจะจับภาพทีเผลอที่ผมบังเอิญไปติดแหง็กอยู่กับใครในลิฟต์มาก็ได้ คุณอย่าหูเบาหน่อยเลย...เมื่อไหร่คุณจะหยุดเชื่อไอ้พวกที่มันอิจฉาผมกับคุณเสียที พวกนั้นไม่เคยมีใครหวังดีสักคนเดียว มันคงอยากเห็นผมกับคุณทะเลาะแล้วก็เลิกกัน”

“นี่คิดว่าฉันจำหน้านังนั่นไม่ได้สินะ ต่อให้ตอนนี้มันไว้ผมหัวฟู ฉันก็จำมันได้ติดตา”

“อย่าฟื้นฝอยหาตะเข็บ พอๆๆ แล้วก็เลิกทำตัวเป็นผีบ้าเสียที”

เขาลุกจากเก้าอี้ที่นั่ง หันไปคว้ากุญแจรถยนต์แล้วก็เดินจ้ำท้าวเร็วๆออกไปจากที่ตรงนั้นหวังเกลื่อนพิรุธ โดยไม่ได้เหลียวกลับไปมองภรรยาสักนิดว่าแววตาของหล่อนนั้นกำลังขุ่นแค้นยิ่งนัก ได้ยินแต่เสียงแว่วๆไล่หลังลอยมาตามลม

“คอยดูเถอะ ฉันจะจับให้ได้คาหนังคาเขาเลยเชียว”

ลองถ้าเข็มแดงคาดโทษแบบนี้...เห็นทีเขาคงต้องชะลอความคิดบางอย่างที่มีต่อเลอดาวเอาไว้เสียก่อน รอให้คลื่นลมมันม้วนตัวออกไป ฟ้าจะเปิดทางให้เขาได้ไปจากที่ตรงนี้สักวัน

ถ้าถึงวันที่เขาเบื่อที่สุด...อย่างที่เขาออกปากเสมอว่าเขากับเข็มแดงนั้นเลิกกันแล้ว!

//////////////////////////////////////

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

41 ความคิดเห็น