THE END l เล่ห์รักเลอดาว [ สำนักพิมพ์ อรุณ ]

ตอนที่ 16 : ตอนที่ 6...ซีนที่ 3-4 (รวม 100 %)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 447
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    2 ธ.ค. 58

            ต่อเนื่อง 

            “ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร”

                คำถามแรกจากปากนภานั้นค่อนข้างคาดคั้น เลอดาวจับอาการระแวงระวังของพี่สาวได้...จึงอมยิ้มกับท่าทางที่พี่สาวทำตัวดุเหมือนกับเป็นแม่คนหนึ่ง

                “เขาก็บอกพี่ภาแล้วนี่คะว่าเป็นเพื่อนกับดาว”

                “อย่ามาเล่นลิ้นกับพี่นะดาว พี่รู้จักผู้ชายที่มาวอแวกับเธอทุกคน แต่กับคนนี้จู่ๆก็โผล่มาไม่ทันให้ตั้งตัว แถมยังทำท่าเหมือนสนิทสนมกับเธอเสียเต็มประดา”

                “ก็ผู้ชายเขาอยากสนิทด้วยนี่คะ พี่ภาจะให้ดาวทำยังไงละ”

                นภากำลังมองหล่อนด้วยแววตาที่ดุมากกว่าเก่า มีแต่หล่อนนั่นแหละที่ส่งสายตาเหมือนเด็กกำลังเล่นซุกซน

                “นี่แสดงว่าเขากำลังมาจีบใช่ไหม แล้วดาวไปรู้จักกันตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่เห็นมีวี่แววว่าจะเล่าถึงเขามาก่อน”

                “โธ่!พี่ภาคะ ดาวไม่ใช่เด็กสิบสองสิบสามนะคะที่จะคอยมานั่งเล่าให้ฟังว่ามีผู้ชายหน้าไหนมาขายขนมจีบบ้าง พี่ภาก็รู้ว่าน้องพี่ภาคนนี้น่ะเสน่ห์แรงขนาดไหน ถ้าไม่มีผู้ชายมาสนใจสิคะคงจะแปลก”

                “สรุปว่าเขาเป็นใคร มาจากไหน ทำงานอะไรกัน หน้าตาดูอ่อนกว่าดาวตั้งหลายปี”

                เลอดาวทำเป็นไม่อินังขังขอบกับการซักฟอกจากพี่สาว หันไปมองกระเช้าผลไม้ที่ชายหนุ่มซื้อมาฝาก แล้วก็บ่นลอยๆด้วยน้ำเสียงขันๆ

                “คุณก้าวนี่ลงทุนน่าดูนะคะ เมื่อวานก็ซื้อโทรศัพท์เป็นของกำนัลให้ พอรู้ว่ายายฝันเข้าโรงพยาบาลก็ยังซื้อกระเช้ามาเยี่ยม ดูเหมือนจะพยายามทำคะแนนหลายทาง...แต่เห็นทีดาวคงต้องไปเอ็ดปานซะหน่อยแล้วค่ะ จู่ๆก็ริทำตัวเป็นพ่อสื่อแม่ชัก”

                “ก่อนจะเฉไฉไปเรื่องอื่น ตอบคำถามพี่สักที”

                เลอดาวยิ้มออกมาอย่างนึกขัน ไม่คิดว่าพี่สาวคนรองถึงกับจับจ้องต้องการคำตอบอย่างจริงจังขนาดนี้...ในขณะที่คิดว่าควรจะตอบคำถามพี่สาวอย่างตรงตามความจริงหรือไม่ ในหัวก็แอบนึกหมั่นไส้ปานสีอยากหยิกให้เนื้อเขียวทีเดียว ถ้าไม่เป็นเพราะปานสีไปเข้าพวกกับก้าวไกล เขาก็คงไม่มีทางมาหาหล่อนถึงนี่หรอก

                เพราะก่อนหน้าที่ก้าวไกลจะมาถึง หล่อนเพิ่งรับสายจากปานสี รายนั้นโทร.มากระดี๊กระด๊าเล่าฉอดๆให้ฟังไม่ขาดปากว่าก้าวไกลเขาดีอย่างนั้นดีอย่างนี้ แล้วลงท้ายว่าเขามอบโทรศัพท์ราคาแพงสุดหรูให้ ปานสีก็เลยบอกเสร็จสรรพว่าหล่อนอยู่ที่ไหน เขาก็เลยมีของติดไม้ติดมือมาฝากเป็นกระเช้าใส่ผลไม้

                เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูห้อง หล่อนมั่นใจว่าเป็นเขาแน่ จึงคิดว่าควรจะหลบหน้าเขาสักหน่อยเพื่อจะลองใจ...อยากรู้ถึงอาการของเขาเวลาที่มาไม่พบหล่อนแล้วต้องผิดหวัง จึงรีบบอกให้นภารับหน้าไปชั่วคราวโดยบอกว่าหล่อนกลับไปแล้ว

                “พี่ภาฟังนะคะ ดาวจะบอกตามความจริงว่าคุณก้าวเขาเป็นใคร”

                นภานั่งฟังอย่างใจจดใจจ่อ “พูดให้หมดเปลือกเชียวนะ”

                “คุณก้าวเป็นลูกชายคนเดียวของคุณใกล้รุ่งค่ะ”

                เมื่อได้ยินชื่อใกล้รุ่ง ใบหน้าของนภาก็ซีดเผือดทันตาแถมกระถดแผ่นหลังจนชิดพนักเก้าอี้ ยิ้มนั้นไม่สนิทนักและระมัดระวังน้ำเสียงให้ฟังปกติ

                “อย่าไปยุ่งกับผู้ชายคนนั้นนะ พี่ขอร้อง”

                “ดาวรู้ดีค่ะว่าแม่ของเขาน่ะร้ายกาจขนาดไหน ที่ผ่านมาคุณรุ่งยังคงราวีกับดาวมาตลอด แต่จะให้ทำยังไงคะในเมื่อเขาเป็นฝ่ายรุกเข้ามาหาเองทั้งที่ดาวอยู่ในพื้นที่ส่วนตัว ไม่ได้แล่นไปอ่อยให้ท่าเขาเสียเมื่อไหร่”

                “ยังมาพูดเล่นอีก...พี่ไม่อยากมีปัญหาอะไรกับคุณรุ่งอีกแล้ว พี่อยากให้อดีตพวกนั้นมันผ่านและจบไปเสียที พี่กลัวนะดาว...กลัวว่าทางโน้นจะขุดคุ้ยเรื่องเก่าๆเอามาทำให้เสียชื่อเสียงอีก”

                “อย่าวิตกเกินกว่าเหตุเลยค่ะ พี่ภาทำใจสบายๆเถอะ...ที่ผ่านมาคนก็เก็บเรื่องของดาวไปคุยเสียหายอย่างสนุกปากอยู่แล้ว  ถ้าจะเพิ่มอีกสักเรื่องจะเป็นไรไป”

                “แล้วถ้าทางโน้นรู้เรื่องขึ้นมาละ จะไม่แล่นมาฉีกอกถึงที่เหรอ”

                คราวนี้เลอดาวเชิดหน้าขึ้น “ถ้าทางโน้นดีมาเราก็ดีตอบ แต่ถ้าร้ายมาเราก็ทำแบบเดียวกันนั่นแหละค่ะ”

                พูดกันเพียงเท่านั้น ฟ้าฝันซึ่งนอนหลับเพราะความอ่อนเพลียก็ลืมตาขึ้น เอ่ยทักเสียงแหบแห้ง ทำให้สองพี่น้องจึงต้องยุติบทสนทนาลงชั่วคราว

                “น้าดาวคะ...ฟ้าอยากกลับบ้านไวๆจังเลยค่ะ อยู่ที่นี่น่าเบื่อจะตาย”

                เจอหน้าหล่อน เด็กหญิงวัยสิบสองก็บ่นโอดโอย หล่อนจึงลุกขึ้นแล้วปรับสีหน้าได้เหมือนไม่มีเรื่องใด เข้าไปลูบศีรษะของเด็กหญิงด้วยความรักและเอ็นดู

                “หมอบอกว่าอีกไม่กี่วันก็ได้กลับแน่จ้ะ”

                “ถ้ากลับบ้านเมื่อไหร่ น้าดาวต้องพาฝันไปเที่ยวทะเลนะคะ ฝันอยากไปทะเล”

                “จ้ะ”

หล่อนรับคำอย่างง่ายดาย เพราะตัวเองเคยสัญญากับหลานสาวเอาไว้หลายต่อหลายครั้งแต่ก็ไม่สบโอกาสเสียที เพราะงานการที่ล้นมือและเวลาว่างที่มีก็มีหลายสิ่งให้สะสาง

คุยกันอีกไม่กี่คำ เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นติดๆกัน ซึ่งหล่อนเข้าใจว่าคงเป็นเวลาของพยาบาลที่เข้ามาดูเรื่องบาดแผลตามปกติ...ลืมไปสนิทใจว่ายังมีผู้ชายอีกคนหนึ่งที่หล่อนอยากหลบหน้ามากที่สุด

เมื่อเขาเปิดประตูเข้ามาแล้ว ทำให้หล่อนหลบไม่ทัน

ถึงหล่อนจะหลบหน้าก้าวไกลได้ แต่เห็นทีจะหลบหน้าตราบุญไม่พ้น!

//////////////////////////////////////

ความโกรธเกลียดที่เลอดาวมีต่อตราบุญนั้นยังคงอยู่ เพียงแค่มันตกตะกอนชั่วคราวเท่านั้น เมื่อเขามาให้เห็นหน้าอีกครั้ง ริ้วแห่งความไม่พอใจก็ขุดเขี่ยพัดเศษอารมณ์ที่ตกค้างให้ลอยขึ้นมาก่อกวนจิตใจอีกจนได้ จนหล่อนคิดอยากจะลุกขึ้นไปซัดหน้าของตราบุญให้หงายตึง ติดอยู่ที่ว่าตอนนี้หล่อนอยู่กับหลานสาวซึ่งไม่รู้เรื่องราวในอดีตของผู้ใหญ่ จึงทำได้แค่มองหน้านภา ก่อนจะเอ่ยปากขอตัว คว้ากระเป๋าสะพายแล้วเดินออกไปจากห้องทันที

ตราบุญเดินตามมา ตรงเข้ารั้งแขนจนหล่อนต้องหยุด

“ไม่มีทางที่เราสองคนจะกลับมาคุยกันดีๆเหมือนเดิมหรือไงกัน”

หล่อนสะบัดแขนแรงๆ ตอบเสียงสะบัดทันควัน “ไม่มีทาง!

“อย่าถือทิฐิเลยนะครับดาว”

“มันไม่ใช่ทิฐินะคะคุณบุญ” หล่อนเหลียวมองรอบๆ เห็นผู้คนที่เดินไปมาหยุดมองหล่อนกับเขา จึงลดเสียงลงเพราะเห็นว่าสถานที่ตรงนี้หล่อนไม่ควรเอะอะจนดัง “อย่าดึงฉันกลับไปตกนรกอีกเลยค่ะ ถือว่าเราหมดเวรหมดกรรมต่อกันแล้ว คุณเองก็มีเมียมีลูกอยู่แล้ว ยังจะตามมาตอแยฉันทำไม”

“แต่ผมยังลืมคุณไม่ได้”

“ลืมไม่ได้มันก็เรื่องของคุณนะคะ แต่ในสมองฉันไม่มีเรื่องของคุณสักนิดเดียว แล้วฉันก็พูดชัดเจนตั้งแต่วันก่อนไปแล้วนะคะว่าเรื่องของเรามันผ่านมาตั้งหลายปีแล้ว คุณก็จงอยู่ในโลกของคุณส่วนฉันก็มีชีวิตของฉัน เพราะว่าเราอยู่กันคนละโลก”

“อย่าใจร้ายกับผมแบบนี้เลย...เราไปหาที่คุยปรับความเข้าใจกันดีกว่านะครับ คุยตรงนี้มีแต่คนมองเต็มไปหมดแล้ว”

หล่อนรู้ว่าเขาคุยไม่รู้เรื่อง จึงตัดสินใจหันขวับก้าวฉับไปตามทางเดินโดยไม่เหลียวหลัง กดลิฟต์ถี่ๆจนประตูเปิดกว้างหวังจะไปให้พ้นหน้ากัน แต่เขาก็วิ่งพรวดใช้แขนยันไม่ให้ประตูลิฟต์ปิดแล้วดันร่างเข้ามาภายในห้องโดยสารลิฟต์ที่ตอนนี้มีกันอยู่เพียงสองคน

พอหล่อนตั้งท่าจะเป็นฝ่ายเดินออก เขาก็ขยับร่างมาขวางทาง

“ถอยไปนะ...ถ้าไม่ ฉันจะกดสัญญาณขอความช่วยเหลือ”

หล่อนหมายใจจะกดปุ่มแดงที่ข้างลิฟต์ประหนึ่งว่าลิฟต์ตัวนี้มีปัญหา แต่เขาก็ยกมือขึ้นมาขวางไว้ “ได้โปรดเถิดครับดาว...ผมสำนึกผิดกับสิ่งที่ผ่านมานะ ตอนนั้นผมไม่ได้ตั้งใจจะหลอกคุณเลย แต่ผมไม่มีทางออกเพราะว่าผมรักคุณมากจนไม่อยากจะเสียคุณไป ถึงได้ทำเรื่องชั่วช้าแบบนั้นโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง”

“ใช่! คุณมันไม่ต่างจากสัตว์เลือดเย็น ทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจของฉันจนพังทลายหมดสิ้น แล้วคุณยังทำร้ายเมียกับลูกของคุณอีก มาถึงป่านนี้คุณก็ยังไม่สำนึก ยังคิดจะกลับมาทำร้ายฉันซ้ำอีกหนหรือไง”

“ผมกับเข็มเราตัดสินใจเลิกกันแล้วนะ ครั้งนี้ผมจะไม่ยอมให้เรื่องมันซ้ำรอยเดิมแน่”

การยืนยันหนักแน่นของเขาไม่สามารถสั่นคลอนความรู้สึกของหล่อนได้ เรื่องระหว่างกันมันไม่มีเยื่อใยเหลือแล้ว มันมีแต่ความจงเกลียดจงชังที่ฝังแน่นอยู่ในอก หัวใจที่มีแต่รอยขีดข่วนจนเป็นแผลต่อให้ผ่านมานานหลายปีก็ไม่อาจเยียวยารักษาให้คืนสภาพเดิมได้ง่ายนัก

หล่อนจ้องเขาตาวาว...มองไปยังตัวเลขข้างลิฟต์ที่สว่างวาบบอกว่ากำลังลงไปยังชั้นล่างสุด

“อย่าให้ฉันหมดความอดทนนะคะคุณบุญ เดี๋ยวจะหาว่าฉันไม่เห็นแก่หัวหงอกหัวดำ หลีกทางให้ด้วย ฉันจะออกไปจากลิฟต์”

ทว่าตราบุญยังคงขวางทาง ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ส่งสายตาเว้าวอนเพื่องอนง้อ แต่คนอย่างเลอดาว เมื่อคิดถี่ถ้วนแล้วว่าต่างคนต่างอยู่ หล่อนก็ไม่มีทางเดินย้อนกลับไปตกหลุมพรางอีกครั้งแน่ พอเห็นไฟสว่างมาถึงชั้นที่ต้องการ หล่อนก็ปรี่เข้าไปกระตุกเนกไทเขาอย่างแรงจนหน้าคว่ำ เป็นจังหวะเดียวกับที่ลิฟต์เปิดกว้างพอดี

ยังไม่ทันก้าวออกจากลิฟต์ เลอดาวก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อปรากฏร่างของใครบางคนด้านนอกลิฟต์ จะว่าไปแล้วก็ถือว่าเขามาได้ถูกจังหวะเหมือนสวรรค์มาโปรด ไม่รอช้าหล่อนจึงก้าวออกไปประกบเขายืนจนชิดด้วยท่าทางสนิทสนม ทำให้ชายหนุ่มที่มาได้ถูกที่ถูกเวลาถึงกับยืนงงเป็นไก่ตาแตก

“ดีใจจังเลยค่ะที่คุณก้าวมาหา เมื่อครู่ยายปานก็โทร.บอกแล้วค่ะว่าคุณก้าวกำลังจะมา ฉันก็นึกว่าเราจะคลาดกันแล้วเสียอีก”

“เอ่อ...คือผม”

การอึกอักของเขาทำให้หล่อนพูดต่อยอดเอาโดยง่าย “อุ้ย! นั่นดอกกุหลาบสีแดงสวยจังเลยค่ะ เอามาให้ฉันหรือเปล่าคะ”

ไม่เพียงแต่พูดเปล่า หล่อนฉวยกุหลาบช่อนั้นจากมือของเขามาแนบอกแล้วสูดกลิ่นด้วยท่าทางชื่นใจ เมื่อเหลือบมองไปยังตราบุญที่บัดนี้ลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าบูดบึ้ง หล่อนก็เลยหวังว่าก้าวไกลจะเป็น กันชนชั้นดี หล่อนจึงลงทุนตรงเข้าไปยืนแนบชิดติดกายเขา เขย่งรองเท้าส้นสูงเพื่อบรรจงหอมเข้าไปเต็มฟอดบนแก้มข้างหนึ่งของก้าวไกล ทำให้เขาถึงกับปั้นสีหน้าไม่ถูกทีเดียว

“ที่แท้คุณก็มีผู้ชายคนอื่นแล้ว”

เสียงของตราบุญแว่วมากระทบหู แต่หล่อนหาสนใจไม่ คิดแต่เพียงว่าทำอย่างไรตราบุญถึงจะหายไปจากชีวิตหล่อนเสียที จึงทำเสมือนเขาเป็นเพียงอากาศธาตุ ตรงเข้าไปคล้องแขนก้าวไกลแล้วดึงกึ่งรั้งให้เขาเดินตามหล่อนมา

ขณะเดินนั้น หล่อนก็เอียงศีรษะซบลงบนบ่ากว้างของก้าวไกลแสดงออกราวกับเป็นคนรักที่จี๋จ๋ากัน โดยไม่เหลียวหลังกลับไปมองว่าบัดนี้ตราบุญกำลังกำมือแน่น ไม่มองเสียด้วยซ้ำว่าเขากำลังยืนกัดฟันกรอด มีแววของหมาบ้าซ่อนอยู่ในดวงตาคู่นั้น

//////////////////////////////////////จบตอนที่ 6

วางแผงแล้ววันนี้


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

41 ความคิดเห็น