♔ อริร้าย มายารัก {chanbaek} 。

ตอนที่ 3 : 梅花 ❀ กลีบที่ ๓

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,643
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 88 ครั้ง
    18 ก.ย. 57



梅花

เหมยฮวากลีบที่ 3

คลายจุดให้ข้าเดี๋ยวนี้!

 

งานประเพณีสูงศักดิ์ประจำปีได้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เช้าตรู่ด้วยการสอบข้อเขียนวัดเชาว์ผู้เข้าสอบในแต่ละด้าน ตกบ่ายเป็นเวทีประลองความสามารถโชว์กระบวนท่าที่ได้ร่ำเรียนมาแล้วประมือกับเหล่าองครักษ์แห่งวังหลวง ก่อนจะสอบกิริยามารยาทวัดความเหมาะสมเป็นด่านสุดท้าย

 

ลานประลองเพลงยุทธในรั้วมังกรคลาคล่ำไปด้วยหนุ่มสาววัย 18 ปีบริบูรณ์จากตระกูลเจ้าขุนมูลนายหรือเศรษฐีผู้ร่ำรวยในเมือง แน่นอนว่าหญิงสาวก็ต้องลงประลองด้วยเช่นกัน ขอเพียงมีวรยุทธ์ไว้ป้องกันตัวเองเล็กน้อยก็ถือว่าผ่าน

 

เปี้ยนปั๋วเสวียนนั่งดูการประลองอย่างพินิจพิเคราะห์ คอยจับตาดูจังหวะและท่วงท่าของเหล่าองครักษ์ที่ผลัดกันมาประมือเวลาเปลี่ยนผู้เข้าสอบ นายน้อยผู้มุ่งมั่นแอบหวังลึกๆ ว่าถ้าพลาดจากตำแหน่งกุนซือก็ขอเป็นองครักษ์ส่วนพระองค์ของเชื้อพระวงศ์สักคนก็ยังดี อย่างน้อยก็น่าจะเหมาะสมกับลูกผู้ชายเช่นตนเองมากที่สุด

 

ผู้เข้าสอบคนต่อไป คุณชายปั๋วเสวียนแห่งสกุลเปี้ยนเสียงเรียกของขันธีหน้าวอกทำเอาปั๋วเสวียนสะดุ้งโหยง ตาเรียวรีมองไปยังคู่ประลองเล็กน้อยก่อนจะพบว่าเป็นองครักษ์ขององค์ชายสักองค์หนึ่งนามว่าจงเหริน สมองน้อยๆ เริ่มประมวลผลแล้วรู้ว่าจงเหรินถนัดแทบทุกอย่างคนตัวเล็กจึงยืนตัดสินใจเลือกอาวุธอยู่นานสองนานอย่างใช้ความคิด

 

องค์ชายสองพะย่ะค่ะ กระหม่อมมีเรื่องจะกราบทูล...หนึ่งในข้ารับใช้ชั้นสูงในลานประลองกระซิบหูองค์ชายใหญ่แห่งวังหลวงด้วยความร้อนใจ

จริงหรือ?” ตรัสถามออกไปอย่างฉงนใจ...ถึงว่า...น้องชายจอมหยิ่งของเขาไม่ยอมมานั่งดูการประลองเพื่อตัดสิน แต่กลับวานให้พี่ชายอย่างอี้ฝานมาดูแทน

เป็นความจริงพะย่ะค่ะ

 

เสียงซุบซิบฮือฮาดังขึ้นอย่างแปลกใจ เมื่อจู่ๆ คู่ต่อสู้ของคุณชายสกุลเปี้ยนถูกเปลี่ยนตัวกะทันหันกลายเป็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่แต่งกายดำทมิฬโพกผ้าปิดหน้าอย่างมิดชิด

เอ๋?” ร้องเสียงหลงเล็กน้อยหลังจากเลือกอาวุธได้แล้ว แต่พอหันกลับมากลับกลายเป็นใครอื่นที่ปั๋วเสวียนไม่แม้แต่จะเคยเห็นหน้า...แหงล่ะ ก็บุรุษสูงยาวผู้นั้นปิดหน้าจนเห็นแค่สันจมูกกับดวงตา

ขอเชิญคุณชายสกุลเปี้ยนขึ้นประลองชายหนุ่มกล่าวด้วยเสียงทุ้มนุ่มทำเอาคนฟังอิจฉาเสียงแสนหล่อเหลานั่น

เหตุใดจึงไม่ใช่องครักษ์หมายเลขสามแต่เป็นท่าน เกิดอันใด...

หมายเลขสามบาทเจ็บเล็กน้อยขอตัวไปทำแผล” ตอบคำถามอย่างสุภาพหากแต่แววตาคมนั้นจ้องมองมายังคุณชายน้อยจนเจ้าตัวหวั่นใจ

 

...สายตาดุดันเหลือเกิน...

 

ฮ่าๆ...องค์ชายใหญ่แห่งวังหลวงอย่างอี้ฝานถึงกับหลุดขำบนพระที่นั่งที่เห็นน้องชายแสนยโสของตนขึ้นไปอยู่บนเวทีนั้น เขาจำได้ดีถึงเหตุการณ์เมื่อสิบปีที่แล้วที่น้องชายของเขาได้สร้างวีรกรรมอันเลื่องชื่อในวังจนโดนฮ่องเต้สั่งโบย 20 ทีโทษฐานรักตัวกลัวตายแทนที่จะช่วยเหลือประชาชน หากไม่ใช่เพราะอี้ฝานบังเอิญแวะไปเยี่ยมน้องรักล่ะก็ คงไม่มีใครเรียกเหล่าทหารมาช่วยเด็กสองคนนั้นเป็นแน่

 

และองค์ชายห้าคงรู้ตัวแล้วว่าเด็กหนุ่มหน้าหวานกายบอบบางผู้นั้นคือเด็กน้อยเมื่อวันวานที่ตนพลั้งทำร้ายโดยไม่ได้ตั้งใจ

 

ไม่ทันไรก็เข้าหาเขาแล้วงั้นหรือชานเลี่ย... บ่นเบาๆ กับตนเองพลางจ้องมองทั้งคู่ในลานประลอง

 

สาม...สอง...หนึ่ง...เริ่มการประลองได้! เสียงกลองใหญ่ดังขึ้นเป็นสัญญาณให้เริ่มการประลอง ปั๋วเสวียนที่เลือกแซ่มาเป็นอาวุธถึงกับหวาดหวั่นในใจ เขาไม่รู้กระบวนท่าของอีกฝ่ายเลย เหงื่อเม็ดน้อยเริ่มผุดบนใบหน้าขาว คนชัดดำเห็นแล้วก็แอบหัวร่อภายในใจ

 

ร่างกายเช่นสตรีแต่ชอบทำตัวเยี่ยงบุรุษ เจอสนามจริงเข้าหน่อยตัวสั่นเป็นลูกนกเชียว’ ชานเลี่ยในคราบมือปราบหนุ่มเริ่มรุดเข้าใกล้คนตัวเล็ก ตั้งดาบเฉียงเตรียมพร้อมฟาดฟัน นายน้อยใจสั่นแทบหลุดออกมานอกตัว

 

ดันเลือกแซ่มาใช้กับดาบ ให้มันได้อย่างนี้สิ!’ ต่อว่าตนเองในใจที่พลาดเลือกอาวุธผิดประเภท แต่ไม่ได้ต่อว่าเลยที่ตัวเองไม่เก่งกาจเพราะปั๋วเสวียนก็คือปั๋วเสวียน ยึดมั่นสิ่งใดก็เชื่อสิ่งนั้น

 

ข้าจะประมือกับท่านเพียงมือเปล่าดีกว่านายน้อย

เจ้า!” คำสรรพนามที่แสนจะไม่ให้เกียรติกันดังขึ้นจากปากปั๋วเสวียน

เจ้าดูถูกเกินไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น ข้ารู้สึกเหมือนถูกเหยียดหยาม ชายชาตรีเช่นข้า ฆ่าได้หยามไม่ได้!” พูดไปก็ขุ่นเคืองไป ปั๋วเสวียนรู้สึกเสียหน้าที่จู่ๆ ก็ถูกเหยียดกันถึงเพียงนี้ คนตัวเล็กสะบัดแซ่แรงๆ ที่ข้างตัวลงพื้นจนเสียงแซ่กระทบพื้นดังลั่น ก่อนจะวิ่งเข้าใส่แล้วเหวี่ยงแซ่ใส่อีกฝ่ายไม่ยั้งอย่างไม่คำนึงถึงกฎที่ว่า แสดงได้ทุกกระบวนท่าแต่คู่ต่อสู้ต้องไม่ได้รับบาดเจ็บ

 

ปั๋วเสวียนตวัดปลายแซ่ใส่ชายชุดดำไปทั่วทั้งซ้ายขวา บนล่าง แต่ชายหนุ่มผู้นั้นก็หลบหลีกด้วยท่าทีสบายๆ จนเป็นเขาเสียเองที่ออกแรงไล่ต้อนจนเหนื่อยหอบแต่เปล่าประโยชน์

 

โอ๊ย!” ตวัดสายตาขุ่นเคืองไปยังด้านหลัง หลังจากที่ตนฟาดแซ่ลงพื้นที่อีกฝ่ายยืนอยู่ แต่คนเก่งกว่ากลับกระโดดตีลังกาตัวลอยมาด้านหลังแล้วฟาดก้นปั๋วเสวียนดัง เพี๊ยะ ด้วยใบหน้าและท่าทีที่เรียบนิ่ง แม้กระทั่งองค์ชายสองที่ประทับอยู่ก็แอบขำเบาๆ ด้วยความโมโหและอับอายที่ตนมีอาวุธแต่กลับทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้เลยจึงหวดแซ่เป็นครั้งสุดท้ายแล้วปาแซ่ทิ้งซะ

 

...มือสู้มือสิถึงจะเหมาะสม!... แต่กลับผิดคาดเมื่ออีกฝ่ายกลับกระโดดรับแซ่นั้นไว้ในมือแล้วตวัดมาที่เอวบางอย่างรวดเร็ว ตามกระบวนท่าวรยุทธ์นั้นชานเลี่ยต้องตวัดแซ่กลับให้อีกฝ่ายเสียหลักหมุนตกลานประลอง แต่เพราะต้องออมแรงไว้ไม่อยากให้อีกฝ่ายถูกตวัดตกลานประลองจริงๆ จึงต้องหาทางรับคุณชายตัวน้อยเอาไว้

อ๊ะ!” เผลอร้องออกมาอย่าตกใจเมื่อสายของแซ่นั้นพันรอบเอวของตนก่อนที่คู่ต่อสู้จะกระตุกแล้วพลิกเสียหลักหมุนตัวล้มใส่แผงอกอุ่นที่แสนกำยำ องค์ชายหนุ่มมีสีหน้าที่ตกใจเล็กน้อยภายใต้ผืนผ้าสีดำที่ปกปิดใบหน้า

 

เขาเองก็ไม่คิดว่าการเอาตัวมารับจะได้ชิดใกล้กันจนแนบสนิท

และไม่คาดคิด...

 

ว่าคนตรงหน้าจะมีกลิ่นหอมและเนื้อนุ่มมากถึงเพียงนี้...

 

เจ้า!” เบิกตากว้างแล้วผลักออกอย่างแรงจนตัวเองล้มลงก้นจ้ำเบ้า ปั๋วเสวียนส่งสายตาเคียดแค้นให้เพราะถูกล่วงเกินถึงสองครั้งสองครา...ไม่สามครั้งต่างหาก รวมที่คนไร้มารยาทเอาใบหน้ามาสัมผัสแก้มเขาเมื่อครู่ด้วย!

 

หากแต่ปั๋วเสวียนไม่ใช่ชานเลี่ยจึงไม่รู้ถึงเหตุผลที่แท้จริงว่าชายหนุ่มเป็นห่วงตนมากเพียงใดถึงได้เกิดเหตุล่วงเกินขึ้นโดยมิได้ตั้งใจ ใจดวงน้อยที่กล้าแกร่งเกินตัวกลับคิดเพียงแค่ว่าตนกำลังถูกเอาเปรียบเพียงเพราะฝังใจจำจากบรรดาลูกแม่ค้าพ่อค้าในตลาดที่จ้องจะเอาเปรียบตนอยู่เสมอ

 

            “เจ้าคนไร้มารยาท เจ้าล่วงเกินข้า!” ว่าแล้วก็ยันตัวลุกขึ้นแล้วใช้ท่าหมัดมวยที่ร่ำเรียนมา หมัดซ้ายปล่อยไปทางขวา อีกฝ่ายกลับปัดออกด้วยท่าทีสบายๆ มือเล็กกำหมัดแน่นแล้วพุ่งตรงซัดใบหน้าอีกฝ่ายด้วยโทสะ และก็เป็นเช่นเดิมอีกหลายครั้งที่ถูกคนเก่งกว่าปัดป้องโดยง่ายจนปั๋วเสวียนที่ออกแรงอยู่ฝ่ายเดียวปวดมือไปหมด

           

            คุณชายน้อยหยุดการต่อสู้ลงแล้วก้มมองมือเรียวเสียวสวยที่เหมือนมารดาของตนขึ้นดูแล้วพบว่าตามข้อนั้นแดงไปหมด ความรู้สึกคับแค้นใจที่เป็นรองทั้งร่างกายและวรยุทธ์ผลักดันให้ปั๋วเสวียนฮึดสู้สุดพลังเพื่อพิสูจน์ว่าเขาเองก็เป็นบุรุษเพศที่แข็งแรงและปกป้องคนอื่นได้ แต่ไหนเลย...ใครจะไปรับรู้ความคิดของปั๋วเสวียนเช่นเดียวกับที่ปั๋วเสวียนเข้าใจผิดถึงความหวังดีอีกฝ่าย

 

            องค์ชายผู้สูงศักดิ์เบื่อที่จะตั้งรับอยู่ฝ่ายเดียวจึงคิดที่จะจบการประลองด้วยการตอบโต้เล็กๆ น้อยๆ เพียงแค่ให้ปั๋วเสวียนหยุด แต่เพราะชานเลี่ยที่ผ่อนแรงกับปั๋วเสวียนที่ซัดไม่ยั้งจึงเกิดการผิดพลาดอีกครั้งเมื่อมือของชานเลี่ยปัดผ่านอกบางจนสาบเสื้อแทบแหวกออกจากกัน ทำให้คนดื้อรั้นหน้าขึ้นสีทั้งอายและโกรธ และก่อนที่คุณหนูตระกูลเปี้ยนจะเข้าใจผิดไปมากกว่านี้ชานเลี่ยจึงหยุดการประลองไปเสียก่อน

 

อึก!” ทุกการกระทำหยุดเคลื่อนไหวในทันที นิ้วชี้นิ้วกลางที่จี้ลงมายังแอ่งชีพจรแถวคอและหน้าอกทำให้ปั๋วเสวียนขยับตัวไม่ได้

 

ใช่แล้ว...เขาถูกจี้จุด!

น่าขายหน้าชะมัด!

 

คลายจุดให้ข้าเดี๋ยวนี้!

ท่านแพ้แล้วคุณชาย

ข้าบอกให้คล้ายจุดให้ข้า!” ท่าทางเหมือนลูกแมวตัวน้อยทำเอาคนจี้จุดแทบหลุดขำ...ทำไมถึงเป็นคนดื้อรั้นและน่าตีเช่นนี้นะ...ก็ไม่เปลี่ยนไปจากสิบปีที่แล้วเท่าไร องค์ชายที่ไม่เคยลืมเรื่องเมื่อสิบปีก่อนนึกย้อนไปถึงท่าทางหยิ่งพยองเมื่อวันวานแล้วก็นึกเอ็นดูที่อีกฝ่ายยังคงน่ารักเช่นเคย

 

ข้าจะคลายจุดให้ท่านสาวเท้าก้าวเข้าไปด้วยใจที่เต้นระส่ำไม่ต่างกับคนตัวเล็กที่ตัวสั่นเช่นกัน การชิดใกล้ทำให้ได้กลิ่นกายที่หอมเย้ายวนจนเกือบจะทำให้องค์ชายผู้สุขุมหลุดท่าทีท่ควรสำรวม ทันทีที่เป็นอิสระปั๋วเสวียนที่ไม่เคยยอมใครก็ส่งกำปั้นในมือหวังทุบคนตรงหน้าแต่ก็ดันถูกรวบมือไว้เสียอีก

ไม่ใช่ความคิดที่ดีเลยคุณชาย ไม้ซีกหรือจะสู้ไม้ซุง เลิกหวังชนะข้าเสียที ท่านแลดูไม่ต่างจากลูกแมวที่ยังไม่อย่าน้ำนมแต่ทำเป็นขู่ราวกับเป็นราชสีห์ตบท้ายด้วยส่งเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ เพราะเอ็นดูโดยไม่ได้คิดอะไรแล้วเดินหายไปยังนอกลานประลอง

 

ชานเลี่ยเพียงแต่พูดเตือนคุณหนูผู้สูงศักดิ์ แต่เพราะด้วยการวางตัวของสายเลือดมังกรจึงทำให้คนคิดเยอะเข้าใจผิดอย่างรุนแรงว่าโดนดูถูกด้วยคำพูดจนต้องขบเขี้ยวเคี้ยวฟันมองตามอย่างเคืองใจ

 

วอนฟ้าอย่าให้ข้าได้เจอคนเช่นเจ้าอีกเลย!!!’

 

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

 

พี่ปั๋วเสวียนเป็นอย่างไรบ้าง ท่านเหนื่อยหรือไม่

“...”

พี่ปั๋วเสวียนของข้าเป็นคนเก่งจะต้องทำออกมาได้ดีเลิศไม่มีผู้ใดเทียบเทียมใช่หรือไม่

“...”

สอบข้อเขียนวัดจริยธรรมและสติปัญญา พี่ปั๋วเสวียนของข้าเป็นคนดี จิตใจงาม ฉลาดหลักแหลมท่องตำรามาอย่างหนักต้องได้คะแนนเป็นอันดับหนึ่งเป็นแน่!

ซื่อชุ...

กิริยา มารยาทท่านก็สง่าเหมาะสมกับบุตรชายขุนนางฝ่ายสูง ใครเห็นก็คงจะตกตะลึงในท่วงท่าการเคลื่อนไหวของท่าน เฉกเช่นที่ข้าหลงท่านหัวปักหัวปำ !@#$%^&*()_

 

รำคาญ!

เปี้ยนปั๋วเสวียนกำลังรำคาญ!!

 

ตั้งแต่เกี้ยวของสกุลเปี้ยนมารับคุณชายของตระกูล ซื่อชุนที่ติดตามเกี้ยวมาด้วยก็กระโดดลงมาจับมือถือแขนแสดงความยินดีล่วงหน้า ยกยอปอปั้นเสียอย่างกับโลกนี้มิมีใครเทียบปั๋วเสวียนได้ คนเป็นพี่แสดงสีหน้าเบื่อหน่ายให้เห็นชัดว่ากำลังเพลียและเดินหนี แต่ซื่อชุนก็วิ่งตามต้อยๆ พร้อมพูดชมไม่หยุดปาก

 

แล้วตอนสอบวรยุทธ์เป็นอย่างไรบ้างเล่า...

!

พี่ปั๋วเสวียนฝึกวรยุทธ์หนักกว่าสิ่งใดท่านต้องประมือกับคู่ต่อสู้ได้ดีเลยใช่หรือไม่...

“...” ดีหรือไม่นั้นปั๋วเสวียนรู้อยู่แก่ใจดี พี่ชายตัวเล็กกำหมัดแน่นเมื่อหวนนึกถึงตอนประลองบนเวทีแล้วก็ขุ่นเคืองขึ้นมาอีก

ท่านต้องซัดจนคู่ต่อสู้หมอบจนขายหน้าเลยใช่หรือไม่ ข้าคิดไว้อยู่แล้ว พี่ฝึกมานานจะแพ้ได้อย่างไร ถ้าพี่แพ้ก็คงจะเป็นเรื่องน่าขันฝึกมานานขนาดนั้นจะแพ้ได้เช่นไร พี่ปั๋วเสวียนของข้าน่ะ...

ใช่ข้าแพ้ข้าแพ้แล้วเจ้าจะขำข้างั้นรึ!!!

พะ...พี่ปั๋วเสวียน...

ข้ารำคาญเจ้ามากเลยซื่อชุน เจ้าหยุดพูดฝ่ายเดียวได้แล้ว แล้วนั่งเกี้ยวลู่หานแทนการมาขอนั่งเบียดกับข้า ข้าจะขอบใจเจ้ามาก!” ว่าด้วยความแค้นใจที่น้องชายตัวดีดันพูดแทงใจดำตนเองจนปวดร้าวไปหมด ตอนแพ้ก็ทั้งโกรธ ทั้งเสียใจ และขายหน้า ยังมาเจอซื่อชุนพูดซ้ำเติมอีก ณ ตอนนี้จิตใจของปั๋วเสวียนก็พังยับไปหมดแล้ว

พะ พี่ปั๋วเสวียนเดี๋ยวก่อนพี่ปั๋วเสวียน พี่ปั๋วเสวียน!!!” เด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดปีร้องเรียกผู้เป็นดวงใจของตนอย่างหน้าเสีย เขาก็แค่ไม่รู้ว่าปั๋วเสวียนจะแพ้ ก็เพราะเห็นพี่ชายฝึกหนักกว่าท่องตำราเสียอีก...

ปัดโธ่!” สบถพร้อมเตะก้อนหินที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นหลังจากปั๋วเสวียนสั่งคนขับรถให้เคลื่อนรถม้าทันที ซื่อชุนทึ้งหัวอย่างหงุดหงิดและหาที่ระบายไม่ได้

ซื่อชุน...เสียงหวานดังนั้นจากทางด้านหลังพร้อมสัมผัสอุ่นเกิดขึ้นที่มือเมื่อคนเรียกสอดมือมาจับเขาไว้ ซื่อชุนผ่อนลมหายใจยาวแล้วหันกลับมามองคนข้างหลัง

ลู่หาน...” เอ่ยฃื่อเรียกเด็กหนุ่มวัยเดียวกันผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องของดวงใจตน

เจ้าอย่าคิดมะ...

ข้าผิดอะไร? ข้าผิดงั้นหรือ? นี่เจ้าตอบข้ามาสิ!” เสียงแตกหนุ่มตะเบงถามเพื่อนสนิทเพียงผู้เดียวของตนจนคนฟังตกใจพูดไม่ออก

ข้ากินไม่ได้นอนไม่หลับเพราะข้าลุ้นไปกับพี่ปั๋วเสวียนมาตั้งหลายวัน พี่ปั๋วเสวียนก็ไม่เคยรับรู้

ซื่อ...

ข้าอุตส่าห์ชื่นชมให้พี่ปั๋วเสวียนสบายใจ แต่ใครจะไปรู้ว่าพี่ปั๋วเสวียนสอบวรยุทธ์ไม่ผ่าน

ซื่อ...

ข้าผิดงั้นหรือ!?”

คือว่า...

ไหนเจ้าตอบข้ามาซิ ว่าข้าผิดเรื่องใดกัน

คือ...

โอ๊ย ข้าล่ะกลุ้ม ข้าทำดีแค่ไหนพี่ปั๋วเสวียนก็ไม่รัก เพียงแต่เห็นข้าเป็นน้องชายที่สร้างความรำคาญให้พี่ปั๋วเสวียนรำคาญใจไปวันๆ เท่านั้นใช่หรือไม่?”

เอ่อ...

เจ้าก็ใบ้ใส่ข้าซะอย่างนี้ ข้าจะรู้สึกดีขึ้นได้อย่างไร ลู่หานเจ้าควรจะปริปากพูดบ้างนะ เฮ้อ...ว่าจบแต่เพียงฝ่ายเดียวเสร็จแล้วก็ส่ายหัวเดินหนีไปขึ้นรถม้า ลู่หานยืนอึ้งไม่รู้รอบที่เท่าไรตั้งแต่รู้จักกับซื่อชุนมา

เจ้าเคยเปิดโอกาสให้ผู้อื่นพูดที่ไหนกัน...

เอ้ามัวชักช้าอยู่ทำไม รีบขึ้นรถสิลู่หาน ข้าอยากจะไปขอโทษพี่ปั๋วเสวียนเต็มแก่!

อะ อื้ม!” ขานรับแล้วก็แอบถอนหายใจเหนื่อยหน่ายกับสิ่งที่พบเจอ ลู่หานจะต้องตกเป็นเพียงผู้รับฟังที่ซื่อชุนแค่แวะมาบ่นแล้วก็จากไปถึงเมื่อไรกัน...

 

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

 

 

 

ยามค่ำคืนที่แสงสว่างสาดส่องจากดวงจันทร์ หอนางโลมเลื่องชื่อแออัดไปด้วยชายชาตรีผู้มาหาความสุขกับสาวงามทั้งหลาย  ลมเอื่อยพัดพาลมหนาวเย็นกระทบผิวหน้าเนียนเจ้าของใบหน้าคม มองผิวเผินคงเป็นบุรุษเพศที่หล่อเหลา แต่หากมองให้ถี่ถ้วนแล้วจะเห็นความงามที่ซ่อนไว้

 

แพรผ้าของชุดสวยสีแดงสดปลิวสไวตามสายลม บุตรชายเพียงคนเดียวของหอโคมเขียว* นั่งรับลมชมไม้อย่างเพลินใจอยู่ข้างหน้าต่าง เสียงกุกกักดังขึ้นจากทางระเบียงห้องจนต้องละความสนใจจากแมกไม้ที่ชวนชม ริมฝีปากหยักได้รูปยกยิ้มขึ้นอย่างขบขันหลังจากได้กลิ่นกายชายชาตรีที่หอมยวนใจเป็นเอกลักษณ์

 

ฟอดดดด เสียงลมหายใจสูดดมแก้มนิ่มของคุณหนูบุตรเจ้าของหอดังฟอดใหญ่ คนสูดดมกอดรัดเจ้าของเรือนผมยาวสลวยด้วยความคิดถึงอย่างสุดใจ นัยน์ตาเฉี่ยวของคนถูกกอดตวัดมองคนฉวยโอกาสอย่างขบขันพลางเห็นอาภรสีดำที่อีกคนสวมใส่ก็พลั้งเสียงหัวเราะเล็ดออกมา

 

หนีออกจากวังเป็นเด็กหนุ่มไปได้ ว่าแล้วก็หยิกจมูกโด่งที่คลอเคลียข้างแก้มตนอย่างหมั่นเขี้ยว

ก็พี่คิดถึงจื่อเทาของพี่นี่นา...ว่าแล้วก็กดจูบลงบนต้นคอที่ตนชอบอย่างเอาแต่ใจ

ฮ่องเต้รู้ท่านจะถูกโบย

ท่านพ่อไม่รู้หรอก องค์ชายใหญ่อย่างอี้ฝานไม่มีทางทำพลาดอยู่แล้ว

ความแน่นอนคือความไม่แน่นอนนะพี่อี้ฝาน...หากท่านยังชะล่าใจ...

ชู่ว...ใช้นิ้วแตะกลีบปากสวยแต่กล่าวคำไม่น่าฟังออกมา

พี่อุตส่าห์เร่งตรวจข้อสอบ กรอกคะแนน คัดเลือกผู้มีคุณสมบัติจากเด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดหลายพันคนมาตั้งหลายวันเพื่อที่จะได้มาหาเจ้า เจ้ากลับพูดกับพี่เช่นนี้หรือ?” ทำเสียงกระเหง้ากระงอดอย่างที่ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นว่าที่ กษัตริย์องค์ต่อไป’ มิควรทำ หากแต่อยู่กับคนรักแล้วท่าทางตุ้งติ้งเหมือนเด็กหนุ่มไม่หย่านมแม่ก็ปรากฏเสมอมา

 

อ่า...ความจริงอี้ฝานก็ยังไม่อย่านมเลยนะ

ก็ในเมื่อมีแม่วัวพันธ์ดีเช่นจื่อเทาจะให้เขาเลิกดื่มนมได้เช่นไร...

 

แล้วผลคัดเลือกเป็นอย่างไร?”

ก็อย่างที่เจ้าคาดเดานั่นแหละยอดรัก

ถ้าเป็นเช่นนั้นข้าว่าในวังคงปวดหัวเป็นแน่ แต่มีเรื่องราววุ่นๆ เกิดขึ้นจนน่าปวดใจแม้แต่ท่านเองก็คงปวดหัวไปด้วย

อาฮะ

แต่ท่านไม่ได้ลำเอียงหรือใช่เส้นสายใช่หรือไม่?”

หืม?...ทำไมเจ้าคิดเช่นนั้น?”
            “ก็ข้ากลัวว่าองค์ชายห้าอาจจะมาขอร้องหรือบังคับให้ท่าน...ยังพูดสิ่งที่ใจตนคิดไม่ท่านจบ คนที่สวมกอดอยู่ด้านหลังไม่ยอมปล่อยมือก็หัวเราะขัดเสียก่อน

ฮ่า...

พี่อี้ฝานหัวเราะข้าทำไม?”

ข้าเป็นถึงองค์ชายใหญ่แห่งวังหลวง เจ้าคิดว่านั่นมีอำนาจมาสั่งข้าได้งั้นหรือ?”

“...”

เจ้าก็รู้ว่ามิมีผู้ใดสั่งการหรือขัดขืนพี่ได้...

“...”

แม้แต่เจ้า...

อ๊ะ...สะดุ้งเฮือกเมื่อสาบเสื้อถูกรุกราน หวงจื่อเทามองค้อนคนเอาแต่ใจที่มักจะชอบเอาเปรียบเขาครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่มีเบื่อ ถึงร่างกายจะไม่ต่างกันมากเท่าไรนัก แต่จิตใจที่อ่อนไหวและนอบน้อมต่อคนรักก็ทำให้จื่อเทายอมสิ้นทุกสิ่งอย่าง

อื้อ...ยอมเสียศักดิ์ศรี

อึก...ยอมเจ็บตัว

ฮ๊า...ยอมทอดกายให้อย่างไม่มีวันต่อต้าน ถึงแม้จะโต้แย้งแต่อี้ฝานก็รู้วิธีพูดหว่านล้อมให้จำยอม จนท้ายที่สุดคำพูดขอผัดผ่อนก็ไม่เคยออกจากปากเรียวสวยอีกเลย

 

หากว่าชานเลี่ยร้ายกาจแล้ว แต่อี้ฝานนั้นร้ายที่สุด!

เจ้าเป็นเด็กดีของพี่เสมอ ลูกท้อของพี่

 

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

 

ตื่นเต้นตื่นเต้น!

นายน้อยปั๋วเสวียนแห่งสกุลเปี้ยนผู้เลื่องลือกำลังตื่นเต้น!

 

ตื่นเต้นก็เพราะตอนนี้คุณหนูตัวน้อยกำลังยืนหลบมุมรอเข้าไปดูป้ายประกาศผล

ส่วนที่ว่าเป็นผู้เลื่องลือนั้นก็...น่ารำคาญใจ!

 

หลังจากวันสอบคัดเลือกสายเข้ารับใช้ในวังหลวง ชื่อของนายน้อยเพียงคนเดียวแห่งตระกูลเปี้ยนก็ดังกระฉ่อนไปแทบทุกเมือง หลังจากที่ชอบเก็บตัวอยู่แต่ในเรือนเพราะเคร่งครัดกับการศึกษา นานวันถึงจะออกไปเดินเล่นในตลาดให้โดนพวกปากมอมแทะโลมเล่นอย่างจำใจ แต่พอวันที่เขาปรากฏตัวในวันสอบคัดเลือกที่มีผู้คนมาจากทั่วทุกเมืองก็กลายเป็นสร้างความเม็ดเงินมหาศาลให้กับโรงน้ำชาของตระกูลเปี้ยน

 

แต่มันกลับสร้างความวุ่นวายให้กับเขาเป็นอย่างมาก!

เพราะทุกคนที่แห่มากินน้ำชาก็ล้วนถามหาแต่คุณหนูปั๋วเสวียนผู้เลื่องชื่อ!

 

ทั้งๆ ที่เป็นร้านของท่านอาผู้เป็นบิดาของลู่หานลูกพี่ลูกน้องคนสนิทของเขาแท้ๆ นั่นไม่ใช่ร้านของบ้านปั๋วเสวียนเสียหน่อยแต่กลับผลัดเวียนกันมาจิบชาแล้วร้องเรียกหาจนปั๋วเสวียนแทบจะออกไปไหนไม่ได้เลยเชียว

 

ใครว่าหัวบันไดไม่แห้ง? นี่โรงน้ำชาเสิร์ฟน้ำจนแห้งร้านไม่มีจะขายแล้วยังมีคนแออัดรอเจอเขาอยู่ได้แปลกจริง ไม่เคยเห็นคนหล่อ เก่ง และฉลาดเช่นปั๋วเสวียนหรือไง?

 

พี่ปั๋วเสวียนคนไปหมดแล้ว ท่านรีบไปดูผลเถอะแล้วจะได้ไปรายงานตัว

กว่าจะแอบผู้คนออกมาได้ก็เหนื่อยแทบล้า พอมาดูผลก็ดันมีคนเยอะแล้วก็มีบางส่วนมาชะเง้อรอข้าอีก ข้าล่ะปวดสมอง

ข้าเองก็หึง พวกนั้นเอาแต่จ้องพี่ปั๋วเสวียนของข้าปั๋วเสวียนชะงักเท้าที่ก้าวเดินพลางมองหน้าน้องชายข้างบ้านที่จงรักภักดีต่อเขามาหลายสิบปี ปั๋วเสวียนเข้าใจดี เขาเป็นชายงามหญิงสาวก็ต้องหมายปอง หากเป็นชายด้วยกันก็คงชื่นชม ซื่อชุนเองก็คงชื่นชมในความสามารถและหน้าตาของเขาถึงได้รักและหวง มิได้พิศวาสใดๆ หรอกเด็กน้อยแค่ยังแยกความรู้สึกไม่ออก

ขอบใจที่เจ้าชื่นชอบข้า แต่เจ้าคงแยกแยะไม่ออกว่าสิ่งไหนคือรักสิ่งไหนคือ...

ข้าแยกออก!

“?”

ข้ารักท่านแบบที่ต้องการให้ท่านมาเป็นคู่ชีวิต!” ซื่อชุนประกาศกร้าวด้วยแววตามุ่งมั่นและจริงใจ ปั๋วเสวียนรู้สึกหวาดกลัวกับความคิดนี้ไม่น้อยจนแทบอยากจะวิ่งหนี

 

...ชายชาตรีเช่นข้าจะต้องเลี้ยงดูเจ้าในฐานะภรรยาของข้างั้นเหรอ? แค่คิดก็ขนลุก...

 

ข้าอยากแต่งกับคุณหนูแสนสวยของสกุลหลี่

แต่ท่านงามกว่าคุณหนะ...

ซื่อชุน!

!!!

เจ้าคงลืมว่าครั้งสุดท้ายที่ข้าโกรธเจ้านั้นเป็นเช่นไรข้าจะตอกย้ำให้ก็ได้นะ

มะ ไม่เอาท่านพี่ข้า ข้าจะไม่พูดอีก...

งั้นก็ปิดปากของเจ้าแล้วรอฟังข้าดีใจปั๋วเสวียนเอ็ดน้องชายข้างบ้านเสร็จก็ตรงดิ่งไปยังป้ายประกาศ เท้าน้อยๆ จงใจก้าวเดินไปยังแผ่นป้ายสีทองที่เด่นชัดกว่าป้ายใดๆ

 

ตำแหน่ง กุนซือวังหลวง

 

นัยน์ตาหวานกวางมองหารายชื่อตนเองด้วยหัวใจที่เต้นหนักแน่น นิ้วเรียวสวยเป็นเอกลักษณ์ไล่ชื่อจากล่างสุดขึ้นมายังด้านบนอย่างใจจดใจจ่อ เพียงเพราะหวังว่าจะได้ลุ้นเต็มที่หากชื่อของตนติดอันดับแรกๆ

 

แต่แล้วก็ไม่มีชื่อ ‘เปี้ยนปั๋วเสวียน’ ติดอยู่เลย

 

อะ...เอ๋?” อุทานออกมาเล็กน้อยเมื่อพบกับความแปลกใจ...ทำไมไม่มีชื่อล่ะ?...สะบัดศรีษะไล่ความเบลอ บางทีเขาอาจจะตื่นเต้นจนอ่านข้ามชื่อตนไปก็ได้ คิดดังนั้นก็เริ่มไล่ใหม่อย่างช้าๆ จนสุดหน้ากระดาษ

มะ ไม่มี...ไม่จริงหน่า...ไล่ดูอีกครั้งเป็นรอบที่สามก็พบว่าไม่มีชื่อของตนเองจริงๆ ปั๋วเสวียนไม่เสียใจแต่กำลังจะใจเสีย เขาไม่เสียใจที่ไม่ติดตำแหน่งกุนซือ แต่เขากำลังจะใจเสียหากเขาไล่หาชื่อจากตำแหน่งอื่นๆ แล้วไม่มีชื่อเขาเลยจะทำยังไง...ท่านพ่อต้องผิดหวังแน่ๆ

 

ซื่อชุนเด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดยืนมองแก้วตาดวงใจของตนไล่หาชื่อในกระดาษอย่างเคร่งเครียด แผ่นแล้วแผ่นเล่าจนแทบจะหมดป้ายอยู่แล้ว ซื่อชุนพอจะเดาได้รางๆ อยู่ว่าน่าจะมีปัญหาเข้าเสียแล้ว แต่ฉับพลันหน่วยตาคมกลับเหลือบไปเห็นแผ่นป้ายอีกแผ่นที่มีกระดาษติดไวจะหลุดแหล่ไม่หลุดแหล่

 

ตัดสินใจสาวเท้าเข้าไปแล้วดึงกระดาษแผ่นนั้นออกมาคลี่ดูรายชื่อช่วยพี่ชายอีกแรงทันที แต่เมื่อก้มหน้าลงยังไม่ทันได้เริ่มไล่อ่าน ชื่อของพี่ชายตัวน้อย ‘เปี้ยนปั๋วเสวียน’ ก็ปรากฏในสายตาของเขาเป็นสิ่งแรก

พี่ปั๋วเสวียนข้าเจอแล้ว ข้าเจอชื่อท่านแล้ว พี่ปั๋วเสวียน!” เด็กหนุ่มร้องเสียงดังอย่างดีอกดีใจจนคนที่เริ่มจะถอดใจเพราะไล่ชื่อเป็นป้ายสุดท้ายแต่ยังไม่เจอชื่อของตนกลับมามีไฟในใจอีกครั้ง

ไหนชื่อข้าอยู่ไหน!” วิ่งโร่เข้ามาหาคนถือกระดาษในมืออย่างไม่คิดถึงสิ่งใด ปั๋วเสวียนคว้ากระดาษแล้วร้องดีใจเสียงดังลั่น

มีชื่อข้าแล้วๆ เจ้าเห็นใช่ไหมซื่อชุน!” ดีใจมากจนเผลอกอดน้องชายตัวสูงจนแน่นให้อีกฝ่ายได้กระชุ่มกระชวยหัวใจอย่างไม่รู้ตัว

ข้าเห็นแล้วพี่ปั๋วเสวียน ชื่อแรกด้วยนะ

อื้อท่านพ่อต้องดีใจแน่ที่ข้าได้อันดับหนึ่ง...เอ๊ะ...แล้วนี่ตำแหน่งใดกัน?”

อ้อ ข้ายังไม่ดูเลย ข้าเพียงแต่หยิบกระดาษมาเมื่อได้รับคำตอบดังนั้นแล้วปั๋วเสวียนก็ไม่รอรีเบี่ยงตัวเดินไปยังป้ายประกาศแล้วอ่านชื่อตำแหน่งทันที

 

ตำแหน่ง ผู้สืบเชื้อสาย

 

พี่ปั๋วเสวียนพี่ปั๋วเสวียน!” เสียงร้องที่แสนตกใจจากซื่อชุนร้องเรียกพี่ชายที่ตนรักพร้อมกับส่องอ้อมแขนกอดรักตัวพี่ชายเอาไว้ไม้ให้ล้มลงไปกองกับพื้น

 

แหงล่ะ ใครจะไปมีสติอยู่ได้ ตำแหน่งที่ไม่คาดคิด ไม่คิดอยากจะข้องเกี่ยว แต่ปั๋วเสวียนกลับได้อันดับหนึ่ง เพียงเท่านี้ก็พรากสติสัมปชัญญะไปได้จนหมดสิ้นแล้ว

 

❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀❀

 

*หอโคมเขียวหรือเรียกอีกชื่อว่าหอโคมแดงก็ได้ คือหอของโสเภณีในสมัยก่อน

สมัยที่อาชีพโสเภณียังไม่ผิดกฎหมาย แต่มีกฎหมายว่าหอไหนที่เปิดขายบริการ

จะต้องมีโคมสีเขียวหน้าร้าน และห้องใดมีแขกจากโคมสีเขียวจะเปลี่ยนเป็นโคมสีแดง

 

พูดคุยกับหมาน้อย 

{ทอล์คครั้งที่สอง} ขอรีไรท์สำหรับตอนชานแบคหน่อยนะคะ หลังจากที่ได้อ่านคห.ของพี่ฝนไปก็ฉุกคิดขึ้นได้ เอออออ นี่เขียนนอกพล็อตอีกแล้ว 555555 คือเขียนคาแรกเตอร์ขององค์ชายห้าผิดจากที่ตั้งไว้เลยค่ะ องค์ชายต้องสุขุมกว่านี้ แต่หมาน้อยดันเป็นคนทะเล้น จึงเผลอเขียนตามฟีลตัวเองเหมือน ฟิค PPL ไปเฉยเลย lol ขอโทษด้วยนะคะทุกคนนนน รบกวนลบความจำอันเก่าออกแล้วใส่เข้าไปใหม่ทีเถอะนะ ;[];

ส่วนเรื่องของอี้ฝาน คือองค์ชายใหญ่ตัวจริงเค้าสละยศไปบวชแล้วค่ะ ทำให้ตำแหน่งว่างแต่มันจะเลื่อนลำดับขึ้นไม่ได้ (ถ้าเข้าใจไม่ผิดนะ) เพราะฉะนั้นองค์ชายที่แก่ที่สุดในวังก็ตกเป็นองค์ชายสองหรืออี้ฝานนั่นเอง พี่แกเลยกร่างเลย เป็นองค์ชายใหญ่ของวังเลย พอได้เนาะ? 555555555555

 

{ทอล์คครั้งที่หนึ่ง} ตกใจจนเป็นลมกันเลยทีเดียวเนาะนายน้อย 555555555 ขออภัยที่มาช้านะคะ เนื่องจากกิจกรรมที่คณะแล้วยังมีปัญหาเรื่องเข้าห้องเชียร์อีก ก็เลยมาปั่นฟิคได้ช้าและอัพช้ามาก ไม่ได้จงใจเบี้ยวแต่อย่างใดค่ะ

หมาน้อยค้นพบแล้วว่าการอ่านในแอพจะทำให้งงกว่าอ่านในเว็บค่ะ นอกจากรูปดอกไม้ที่คั่นฉากของแต่ละตอนจะไม่ขึ้นให้เห็นแล้ว ตัวหนา ตัวเอียงก็ไม่ขึ้นอีก ทำให้ไม่สามารถเห็นได้ชัดว่าอันไหนจงใจย้ำคำนะคะ ถ้าไม่เป็นการรบกวนล่ะก็ อ่านในเว็บก็จะดีกว่าค่ะ แฮ่ะๆ

 

ขอบคุณสำหรับยอดวิว เฟบฯ คอมเม้นท์ คะแนนโหวต และแท็กทุกๆ อย่างเลยนะคะ

ติได้ตลอดเวลาค่ะเพราะหมาน้อยเองก็ไม่เก่ง ก็ยังอยากพัฒนาอยู่เสมอ

พูดคุยได้ บ่นได้ ทวงฟิคได้นะคะ #อริร้ายชานแบค 


 

S Y D N E Y ` Tiny Hand Pink Bow Tie
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 88 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,947 ความคิดเห็น

  1. #2923 notisez (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 08:47
    เข่าอ่อน5555555
    #2,923
    0
  2. #2899 tenpeachyy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 00:55
    น้องปั๋วคนแมนช็อคเลยเด้อออ
    #2,899
    0
  3. #2882 jwsnpy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 / 20:13
    โถ้ววววสงสารร ผิดหวังสินะ ถึงกับสลบเชียว
    #2,882
    0
  4. #2814 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 13:28
    ไม่มีทางเปลี่ยนไปได้ ในเมื่อองค์ชายห้าหมายตาตั้งแต่วัยเยาว์ ^^
    #2,814
    0
  5. #2751 pim pimmi (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 09:32
    55555555
    #2,751
    0
  6. #2741 Baekkumaaa (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2559 / 00:25
    โธ่ปั๋วเสียนน้อย55555555555555555555555555 คนแมนนนน
    #2,741
    0
  7. #2719 Meannie Sirichon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2559 / 20:51
    ใจคูลๆนะปั๋วนะ55555555555
    #2,719
    0
  8. #2710 Clothia (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มกราคม 2559 / 10:55
    ปั๋วเสวียนได้อันดับ1 ผู้สืบเชื้อสาย เป็นลมไปเลยสิ
    #2,710
    0
  9. #2650 Beebee ja (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กันยายน 2558 / 00:04
    สนุกอะ ชอบบบบบบบบบบ
    #2,650
    0
  10. #2615 YeolYoda (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2558 / 22:54
    โหยสนุกมาก
    #2,615
    0
  11. #2561 joylnr (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2558 / 00:03
    จะเป็นลมแทนแบค 5555
    คิดดูคนที่บอกตัวเองแมนมาตลอด แต่ต้องมารับหน้าที่สืบเชื้อสาย เป็นใครก็ต้องช้อคอ่ะ แต่แบค มันเหมาะกับแกจริงๆนะ
    #2,561
    0
  12. #2521 Jammie-Lee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2558 / 22:03
    ผู้สืบเชื้อสาย ถถถถถถถถถ
    #2,521
    0
  13. #2426 -{กวางลู่}- (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 เมษายน 2558 / 23:28
    ตำแหน่งนี้แหละถูกต้องที่สุดดด5555555
    #2,426
    0
  14. #2323 Yezo (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มีนาคม 2558 / 21:33
    คนแรกเลยนะ 55555555
    พี่ฟานแกล้งน้องแบคแล้ววว
    #2,323
    0
  15. #2133 ชั้นรักexo (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:42
    ท่านพ่อของปั๋วเสวียนคาดไว้ไม่มีผิดเลย
    #2,133
    0
  16. #2132 ชั้นรักexo (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:42
    ท่านพ่อของปั๋วเสวียนคาดไว้ไม่มีผิดเลย
    #2,132
    0
  17. #2131 ชั้นรักexo (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:42
    ท่านพ่อของปั๋วเสวียนคาดไว้ไม่มีผิดเลย
    #2,131
    0
  18. #1812 Amperio K. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มกราคม 2558 / 10:49
    ชายชาตรี ได้ตำแหน่งผู้สืบเชื้อสาย55555555555555
    #1,812
    0
  19. #1561 Hztp (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มกราคม 2558 / 15:32
    องค์ชายชานเลี่ยนี่น้าาาาา > <'
    เปี้ยนเธอมั่นใจมากจริงๆ  5555 แอบขำเบาๆ
    จะแต่งงานกับหญิงสาว  ดูเธอก่อนค่ะเธอสวยกว่า = []=
    #1,561
    0
  20. #1346 shadow2love (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 มกราคม 2558 / 09:22
    แง้ป๋ายน่ารักๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ในที่สุด 5555 ว่าแต่คาแรกเตอร์ลู่หานเป็นแบบที่คิดไว้ไม่ผิดเลย ต้องนิ่งๆเงียบรอฟังซื่อชุนบ่น 555 แต่แอบสงสารง่ะ ลู่หานต้องรักชุนอยู่แน่ๆงื้ออออออออ
    #1,346
    0
  21. #1285 ENIMEENI :) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2557 / 15:19
    ปั๋วเสวียนผู้มาดแมนได้ตำแหน่งผู้สืบเชื้อสายยยยยยย *O*
    #1,285
    0
  22. #1196 cinitear (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2557 / 10:30
    ตกใจจนเป็นลมเลย องค์ชายห้ารู้เข้าคงขันนัก ซื่อชุนยังคงรักและมั่นคงกับพี่เขา นิสัยแต่ละคนไม่เปลี่ยนเลยโตแต่ตัวจริง ปั๋วเสวียนนี่ก็เอาแต่ใจ ซื่อชุนในสายตาก็มีแต่ปั๋วเสวียนไม่สนใจลู่หานสักนิด ถ้าใจตัดพ้อว่าพี่เขาไม่สนใจตัวเมื่อไหร่ก็เท่ากับนั่นเป็นการว่ากล่าวตัวเองไปด้วยเพราะการกระทำของตนที่มีต่อลู่หานไม่ต่างจากปั๋วเสวียนทำกับเขาเลยสักนิด จะดีก็ตรงที่ซื่อชุนยังได้ใกล้ชิดได้พูดคุย ได้มีโอกาสเพิ่มความชุ่มชื้นกับหัวใจมากกว่าลู่หานเท่านั้น อ้อ... เห็นทีว่าคนที่เปลี่ยนคงจะเป็นองค์ชายห้าซึ่งดูเหมือนว่าจะเพิ่มความเจ้าเล่ห์ไว้ภายใต้ท่าทางสุขุมนั้น
    #1,196
    0
  23. #1023 Pii Ploywoii (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2557 / 03:18
    องค์ชาห้าขานเลี่ยทรงลุกมากเลยอ่ะ5555 เสร็จแน่ๆๆๆ ปั๋วเสวียน
    #1,023
    0
  24. #773 Pins_99 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2557 / 18:34
    ชานเลี่ยลงทุนมากค่ะ5555555555555555555
    #773
    0
  25. #723 ✦ RIGOLO ✦ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2557 / 17:30
    องค์ชายผู้ลามก กับคุณหนูผู้มาดแมน 5555

    โอ้ย คริสเทาต้องดราม่าแน่ๆเลย ._.
    #723
    0