[ Hermit Books ตีพิมพ์ ] Just Another Guy (Y)

ตอนที่ 13 : 12 : คำถาม [ Rewrite ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,383
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 448 ครั้ง
    20 ก.พ. 63

Calista εїз



12

คำถาม

 

ผมไม่ชอบความสัมพันธ์แบบก้าวกระโดด และเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ก็คงไม่ชอบเช่นกัน ในความคิดของผม ความสัมพันธ์เหล่านั้นมันมักจะมาอย่างรวดเร็ว แล้วก็จากไปอย่างรวดเร็วเสมอ ดังนั้นตั้งแต่จำความได้ ผมไม่เคยให้ความไว้วางใจ หรือคิดจะคบกับใครเพียงเพราะความประทับใจแรกพบเลย ผมพอใจที่จะค่อยๆ ทำความรู้จักกับใครคนหนึ่งไปเรื่อยๆ มากกว่า

                เหมือนกับการที่ไม่นานมานี้ ผมได้รู้จักกับผู้ชายคนหนึ่ง... ผู้ชายที่มาพร้อมกับกลิ่นบุหรี่เฉพาะตัว และท่าทางน่ากลัวด้วยสายตาและการแสดงออกที่แสนจะเย็นชา 

มันไม่ใช่ความประทับใจแรกพบเลยสักนิด ไม่มีความคิดเลยว่าอยากจะเจอผู้ชายคนนั้นอีกหลังจากนั้น แต่ด้วยอะไรหลายๆ อย่าง ทำให้ผมได้เจอเขาอีก และได้รู้จักตัวตนของเขามากขึ้น จนทำให้ได้รู้ว่า จริงๆ แล้วเขาไม่ได้น่ากลัวอย่างที่ผมคิด ภาพลักษณ์ภายนอกไม่อาจบ่งบอกลักษณะนิสัยที่แท้จริงของผู้ชายคนนั้นได้เลย

                และตอนนี้ พอผมนึกย้อนกลับไปในวันแรกที่เราได้เจอกันอีกครั้ง ถึงมันจะเป็นการพบกันที่ไม่ได้วิเศษวิโสและน่าประทับใจ

แต่ผมกลับรู้สึกว่าตัวเองโชคดีจริงๆ ที่ได้เจอกับเขา

 

09.30 P.M.

ทำนองเพลงฟังสบายๆ ซึ่งถือเป็นเพลงสุดท้ายของค่ำคืนนี้ได้หยุดลง พร้อมกับเสียงปรบมือที่ไม่ได้ดังมากนัก ผมกล่าวขอบคุณด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะมองไปรอบๆ ร้าน และเห็นว่าลูกค้ากลับไปดื่มกินโดยไม่สนใจนักดนตรีโนเนมอย่างผมแล้ว งั้นมันคงจะไม่เป็นไร ถ้าผมจะใช้โอกาสนี้ทำอะไรบางอย่าง

“พรุ่งนี้เป็นวันพิเศษสำหรับผม” ผมพูดใส่ไมค์ที่อยู่ตรงหน้าด้วยน้ำเสียงธรรมดา ไม่เบาเกินไป และไม่ดังเกินไป ลูกค้าบางส่วนหันมามองด้วยความสนใจ แต่บางส่วนก็ยังคงพูดคุยเฮฮากันอยู่ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่ผมต้องกังวล เพราะที่ผมทำ ไม่ใช่การเรียกร้องความสนใจ ผมเพียงแค่อยากบอกความรู้สึกของตัวเองออกมาเท่านั้น

ก็บอกแล้วไงว่าพรุ่งนี้น่ะมันเป็นวันพิเศษ ถึงตอนนี้จะยังไม่ถึงเที่ยงคืนก็เถอะ

“มันเป็นวันเกิดของคนที่ผมแอบรักมานาน และผมก็อยากร้องเพลงนี้ให้ แม้ว่าเขาจะไม่ได้ยินก็ตาม” ผมยิ้มบางๆ ก่อนจะเริ่มดีดกีตาร์อีกครั้ง เสียงโห่แซวดังขึ้นมาจากลูกค้าหลายๆ โต๊ะที่ได้ยินคำพูดแสนจะเลี่ยนของผม ผมหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเริ่มร้องเพลงสากลที่เชื่อว่าใครๆ ในโลกนี้ก็คงร้องตามได้ 

Happy birthday to you Happy birthday to you Happy birthday Happy birthday Happy birthday... Happy birthday to you...” เพลงเดิมดังซ้ำขึ้นมาอีกรอบด้วยจังหวะที่เร็วกว่าเดิมนิดหน่อย ลูกค้ามากมายในร้านเห็นเป็นเรื่องสนุก และร่วมร้องเพลงนี้ไปกับผมด้วย แม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้ก็ตามว่าวันนี้เป็นวันเกิดของใคร

เห็นมั้ยไอ้ซัน ปีนี้มีคนร้องเพลงอวยพรให้มึงเยอะแยะเลยนะ ขอบคุณกูด้วยล่ะ

“ขอบคุณครับ” ผมพูดออกมาเบาๆ หลังจากเพลง Happy birthday จบลง ลูกค้าปรบมือพร้อมกับโห่ร้องอย่างสนุกสนาน ผมมองไปที่คนเหล่านั้นพร้อมกับยิ้มออกมาบางๆ

แต่แล้วรอยยิ้มนั้นก็ค่อยๆ คลายลง เมื่อสายตาของผมเหลือบไปเห็นร่างสูงในชุดสีดำสนิททั้งตัวยืนพิงผนังสูบบุหรี่ และกำลังมองมาทางนี้ ผมเลิกคิ้วนิดหน่อยแล้วยกข้อมือขึ้นมาดูนาฬิกา

นี่มันจะสี่ทุ่มแล้วนะ ทำไมหมอนั่นยังไม่ไปสแตนด์บายที่ร้านอีกล่ะ

จริงอยู่ที่วันนี้พี่เจ้าของร้านบอกให้ผมเล่นเพิ่มอีกครึ่งชั่วโมง เพราะวงที่จะเล่นต่อจากผมบอกว่าจะมาช้ากว่าปกติ แต่ผมก็บอกหมอนั่นไปแล้วนี่ว่าไม่ต้องรอ แล้วก่อนหน้านี้ผมก็ไม่เห็นเขานั่งอยู่ที่โต๊ะประจำด้วยเลยคิดว่าเขาไปทำงานแล้ว แต่ไหงยังยืนตีหน้านิ่งอยู่นี่อีกเนี่ย    

ผมขมวดคิ้วมองเจ้าของดวงตาสีน้ำตาลอ่อนคมกริบที่ยังคงมองตรงมาทางนี้ ก่อนจะรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างที่แปลกไป... เขาไม่ยิ้มเลย

แน่นอนว่าเชนไม่ใช่คนยิ้มพร่ำเพรื่อ แต่ปกติเวลาที่ผมแสดงหรือหลังแสดงเสร็จและหันไปสบตาเขาด้วยความบังเอิญ ผมก็มักจะเห็นรอยยิ้มมุมปากแสนกวนประสาทของผู้ชายคนนั้นอยู่เสมอ จนบางครั้งรอยยิ้มนั่นมันก็ทำให้ผมแอบเสียสมาธิจนเผลอร้องผิดคีย์ไปเลยด้วยซ้ำ แต่คราวนี้แววตาของหมอนั่นกลับไม่มีแววความขบขันออกมาเลยสักนิด ดวงตาคมกริบที่มองมาที่ผม มันเหมือนกับกำลังตั้งคำถามอะไรบางอย่าง... คำถามที่ผมไม่รู้ว่ามันคืออะไร

ผมเลิกสนใจสายตาประหลาดนั่นชั่วคราว ก่อนจะเดินลงจากเวทีเล็กๆ ประจำร้านมา แล้วเดินไปรับค่าจ้างพร้อมบอกลาพี่เอตามปกติ แต่คราวนี้พอผมมองกลับไปที่ตรงนั้น ก็ไม่มีร่างสูงยืนอยู่แล้ว ผมเดินออกไปนอกร้านเพราะคิดว่าเขาคงไปรอผมที่รถ แต่เดินมาถึงรถโฟล์คสีน้ำเงินคันโปรด กลับพบว่าไม่มีร่างสูงอยู่ตรงนั้น ผมขมวดคิ้วก่อนจะล้วงโทรศัพท์ออกมา ตั้งใจจะโทรหาเชน แต่วินาทีต่อมาผมก็รู้ว่าไม่จำเป็นต้องโทรอีกต่อไป

ขาของผมหยุดชะงัก เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นร่างสูงที่คุ้นตายืนอยู่ในมุมอับห่างออกไปไม่ไกล แต่ไม่ได้มีเขาคนเดียว... ที่ยืนอยู่ด้วยกันในระยะประชิดจนแทบจะรวมเป็นร่างเดียวกันนั่น คือผู้หญิงในเดรสรัดรูปสีน้ำเงินคนหนึ่ง และมันคงจะน่าตกใจน้อยกว่านี้ ถ้าหมอนั่น กับผู้หญิงคนนั้น ไม่ได้กำลังจูบกันอยู่

“เชน” เสียงหวานเอ่ยขึ้นพร้อมกับถอนจูบออกอย่างอ้อยอิ่งเมื่อดวงตากลมโตใต้แพขนตายาวนั่นสังเกตเห็นผมที่ยืนหัวโด่อยู่

เธอทำหน้ากระอักกระอ่วนนิดหน่อย ขณะจัดผมเผ้าและกระโปรงที่สั้นเพียงไม่กี่คืบที่ถลกขึ้นนิดๆ ให้เข้าที่ ร่างสูงในชุดสีดำสนิททั้งตัวยังคงยืนหันหลังให้ผม มือเรียวยาวล้วงบุหรี่ยี่ห้อเดิมออกมาสูบ พลางหยิบใบไม้แห้งที่อยู่บนผมของผู้หญิงตรงหน้าออกให้

“ให้เข้าไปส่งในร้านหรือเปล่า” น้ำเสียงเรียบนิ่งเอ่ยถาม ท่าทางจะไม่สนใจเลยด้วยซ้ำว่าผมยืนอยู่ตรงนี้

“มะ...ไม่เป็นไร” ร่างบางละสายตาจากผม ก่อนจะหันไปยิ้มเจื่อนๆ ให้เขา “เดี๋ยวคืนนี้ฉันโทรหานะ” เธอทิ้งท้ายไว้ก่อนจะเดินจากมา แต่ก่อนที่เธอจะเดินผ่านผมไป เจ้าของเสียงเรียบก็พูดขึ้นมา

“ไม่ต้องโทร เดี๋ยวคืนนี้ไปหา” เจ้าของใบหน้าสวยชะงักไปนิดหน่อย ก่อนจะพยักหน้าท่าทางเหนียมอาย เธอก้มหน้าก้มตาเดินผ่านผมไป คงเพราะอายที่ผมได้ยิน และได้เห็นอะไรที่ไม่ควรจะเห็นเข้า

อันที่จริงผมไม่รู้เลยว่าตัวเองจะยืนนิ่งอยู่อย่างนี้ทำไม ผมมองร่างสูงที่เดินเข้ามาด้วยสีหน้าที่ไม่บ่งบอกอารมณ์ด้วยลมหายใจติดขัดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ผมเบือนหน้าหนีก่อนจะเอื้อมมือไปพยายามเปิดประตูรถ โดยลืมไปว่ากุญแจรถของผมอยู่ที่หมอนั่นต่างหาก

“ทำอะไร” เสียงทุ้มถามขึ้นมาพลางยิ้มมุมปาก ก่อนจะปลดล็อกรถให้

ไม่รู้ว่าทำไมอยู่ๆ ผมก็รู้สึกแปลกๆ ขึ้นมาในใจ ที่สัมผัสได้คือความรู้สึกหงุดหงิดที่หาสาเหตุไม่ได้ แต่คงเป็นเพราะรอยยิ้มกวนประสาทนั่นแน่ๆ ผมเข้ามาในรถและปิดประตูเสียงดังกว่าที่เคย คิ้วของผมขมวดเข้าหากันโดยที่ตัวเองไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

ไม่นานร่างสูงก็เปิดประตูและเข้ามาประจำที่นั่งคนขับ เขาทิ้งบุหรี่มวนนั้นไปแล้ว แต่ควันจางๆ ก็ยังคงติดอยู่ตามเสื้อผ้าและลมหายใจของผู้ชายคนนี้ ซึ่งมันอาจจะเป็นเพราะกลิ่นบุหรี่ฉุนๆ นี่ก็ได้ ที่ทำให้ผมหงุดหงิดกว่าปกติ ทั้งๆ ที่ควรจะชินได้ตั้งนานแล้ว

“เหม็น” ผมเบ้หน้าก่อนจะเลื่อนกระจกฝั่งตัวเองลง และเบือนหน้าหนีออกไปนอกตัวรถ หวังจะให้ลมเย็นที่พัดเข้ามาปะทะหน้า ทำให้ไอ้ความหงุหงิดบ้าบอนี่หายไปได้บ้าง

“วันนี้ไม่ต้องรอนะ ไปส่งแล้วก็กลับได้เลย” เจ้าของเสียงทุ้มพูดขึ้นมาหลังจากที่ทั้งรถเงียบไปสักพัก ผมหันไปขมวดคิ้วไม่พอใจใส่เจ้าของดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่มองตรงไปยังถนนด้วยสีหน้าเรียบเฉย

ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเขาคงไปหาผู้หญิงคนนั้น และคงจะอยู่ด้วยกันทั้งคืน

“นายเพิ่งเลิกกับแฟนไม่ถึงเดือนเองนะ” อยู่ๆ ปากพล่อยๆ ของผมก็พูดเรื่องไม่เป็นเรื่องออกมาก่อนที่จะรู้ตัว

ผมชะงักไปเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองพูดอะไรออกไป ผมเงยหน้ามองเจ้าของใบหน้าคมที่ยังคงมองตรงไปข้างหน้า คิ้วของเขาขมวดเล็กน้อยแบบที่ถ้าไม่สังเกตก็คงจะไม่เห็น

“แล้วไง” ริมฝีปากบางเอ่ยถามออกมาโดยที่ไม่หันมามองหน้าผมเลยสักนิด ทำเอาผมเงียบและได้แต่เบือนหน้ากลับออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้คำตอบ

นั่นสิ... แล้วไง?

การที่เขาเลิกกับแฟนแล้ว และมาคั่วผู้หญิงคนอื่น มันก็สมเหตุสมผลแล้วนี่ หมอนี่ไม่ได้กำลังแอบนอกใจแฟน หรือคบซ้อนอะไรสักหน่อย... แล้วผมจะมาเดือดร้อนแทนทำไม

เออ ไปเดือดร้อนกับเขาทำไมวะ ผมก็ไม่เข้าใจ

 

00.10 A.M.

ผมนั่งจดจ่อดูเวลาขณะที่ในมือถือโทรศัพท์ที่กดเบอร์โทรต่างประเทศไว้ตั้งแต่เมื่อสิบนาทีก่อน แต่จนถึงตอนนี้

ความขี้ขลาดก็ทำให้นิ้วของผมไม่ยอมกดโทรออกตามที่สมองสั่งการสักที

                ให้ตาย!

                ผมสบถกับตัวเองในใจเบาๆ ก่อนจะลบเบอร์และวางโทรศัพท์ลงข้างตัว เอาเถอะ ยังไงซะตอนนี้ที่นั่นก็เพิ่งจะเที่ยงวันนี่นา รอให้ที่อเมริกาเป็นเวลาเที่ยงคืนก่อน แล้วค่อยโทรไปอวยพรก็คงไม่สายหรอกมั้ง

                ผมถอนหายใจรอบที่ร้อย แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง เข้าเว็บไซต์เฟสบุ๊ค และเช็คไทม์ไลน์ของไอ้เพื่อนตัวดีที่ตอนนี้หนีตามแฟนไปถึงอเมริกา เริ่มเห็นคำอวยพรจากเพื่อนหลายๆ คนที่เข้ามาอวยพรวันเกิดให้มัน แต่ก็ไม่เห็นว่าไอ้ซันจะมาคอมเมนต์ หรือมีความเคลื่อนไหวอะไร สงสัยจะยังไม่ได้เปิดเฟสดูล่ะมั้ง

                จริงๆ ผมจะอวยพรมันในเฟสบ้างก็ได้นะ แต่... ไม่รู้สิ ผมแค่รู้สึกว่า โทรไปบอกน่าจะดีกว่า อย่างน้อยมันก็ได้ยินเสียงผม... ถึงไม่รู้ว่ามันจะอยากได้ยินหรือเปล่าอ่ะนะ ฮ่ะๆ

                แต่อย่างที่บอกว่าผมมันขี้ขลาด เพราะฉะนั้นขอเวลาเตรียมใจหน่อยก็แล้วกัน

                แกรก

                เสียงเปิดประตูห้องทำให้ผมต้องหันกลับไปมองด้วยความแปลกใจ ความจริงไม่ต้องหันไปมองก็พอจะรู้อยู่แล้วล่ะว่าเป็นใคร ก็กลิ่นบุหรี่นอกอันเป็นเอกลักษณ์โชยเข้ามาก่อนตัวซะขนาดนั้น เจ้าของใบหน้าคมเข้มเงยหน้าขึ้นมามองผมอย่างแปลกใจที่เห็นว่าผมยังไม่หลับทั้งๆ ที่กลับห้องมาก่อนตั้งนานแล้ว ริมฝีปากบางที่คาบบุหรี่อยู่ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา เขาเบือนหน้าหนี และเดินเข้ามาหยิบชุดนอนในตู้เสื้อผ้าด้วยท่าทีที่เหมือนกับจงใจเมิน

                “คิดว่าจะกลับดึกกว่านี้ซะอีก” ผมพูดขึ้นมา ปกติเขาจะเลิกงานประมาณห้าทุ่มครึ่ง แต่วันนี้เห็นว่ามีนัดนี่ ทำไมถึงได้กลับเร็วนักล่ะ

                “...” แต่ร่างสูงไม่ตอบอะไร

                “ไม่ต้องไปหาผู้หญิงคนนั้นเหรอ” ผมถามอีก แต่เชนกลับหันมามองนิ่งๆ แล้วเดินเข้าห้องน้ำไปเฉยเลย ผมได้แต่นั่งอ้าปากค้างด้วยความอึ้ง

                อะไรของเขาวะ ผมพูดอะไรผิดไปงั้นเหรอ?

ผมกำลังจะเดินไปเคาะประตูห้องน้ำถามอยู่แล้วว่าหมอนั่นไม่พอใจอะไรผมหรือเปล่า แต่เสียงโทรศัพท์มือถือที่ดังขัดจังหวะขึ้นมาก็ทำให้ผมต้องชะงักลง ผมหันกลับมามองหน้าจอสมาร์ทโฟนที่สว่างขึ้นมาโชว์ให้เห็นว่าเบอร์ที่โทรมาเป็นเบอร์เดียวกับที่ผมพยายามจะกดโทรออกไปก่อนหน้านี้

ไอ้ซัน

“ฮัลโหล” ผมรับโทรศัพด้วยน้ำเสียงที่สั่นกว่าที่คิด อยู่ๆ ก็รู้สึกหัวใจพองโตทั้งที่มันก็ไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้นอะไร เพราะผมกับไอ้ซันก็มักจะไลน์หากันบ่อยๆ อยู่แล้ว

                แต่ผมก็แค่... ไม่คิดว่ามันจะโทรมาหาผม เท่านั้นเอง

                [ มึง วันนี้วันเกิดกูนะ! ] เสียงโวยวายจากปลายสายทำให้ผมหลุดหัวเราออกมาทันที

                “เออ กูรู้แล้ว” ผมตอบพลางเดินออกไปที่ระเบียง ลมเอื่อยๆ ที่พัดเข้ามาทำให้ผมยิ่งรู้สึกผ่อนคลาย นานแค่ไหนแล้วนะ ที่ผมไม่ได้ยินเสียงมัน

                [ แล้วทำไมมึงไม่เห็นโทรมาร้องแฮปปี้เบิร์ดเดย์ให้กูเลย ] น้ำเสียงแบบนั้นทำให้ผมจับได้ไม่ยากเย็นเลยว่ามันกำลังงอนอยู่ อย่างกับเด็กเลยแฮะ ไอ้เวรนี่

                “กูก็รอให้ที่นู่นเที่ยงคืนก่อนไง” ผมตอบตามความจริง ถึงแม้อีกเหตุผลหนึ่งที่ยังไม่โทรไป จะเป็นเพราะความขี้ขลาดโง่ๆ ของผมเองก็ตาม

                แต่ผมร้องเพลงอวยพรให้มันแล้วนะ ใครๆ ก็เห็น แถมยังมีคนร่วมร้องให้อีกตั้งหลายชีวิตแน่ะ

[ ไม่เอา กูเป็นคนไทยนะ ก็ต้องนับวันเกิดตามเวลาคนไทยดิ ] มันโวยวายกลับมา ผมชะงักไปพักหนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาอีกรอบ

ตรรกะอะไรของมันเนี่ย เอาแต่ใจชะมัด

[ ไม่ต้องมาหัวเราะเลย กูจริงจังนะ ทั้งมึงทั้งวีเลย ทำไมไม่มีใครสนใจวันเกิดกูเลยสักคน ] น้ำเสียงน้อยใจจากปลายสายทำให้ผมหุบยิ้ม 

[ ทั้งๆ ที่รู้ว่าเป็นวันเกิดกู แต่วีก็เอาแต่อ่านหนังสือ แถมตอนนี้ก็ออกไปไหนก็ไม่รู้กับลอร่า แถมมีไอ้จอห์นที่อยู่ข้างบ้านไปด้วยอีก เอามันไปทำไมวะ แฟนก็ไม่ใช่ซะหน่อย ] มันเริ่มเข้าโหมดบ่นเป็นหมีกินผึ้ง ลอร่าที่มันพูดถึงเป็นลูกสาวของลุงกับป้าของวีที่ทั้งสองคนไปอาศัยอยู่ด้วย ส่วนจอห์นนี่ รู้สึกจะเป็นเพื่อนกับรอล่า และทำท่าจะจีบวีตั้งแต่แรกเห็น ไอ้ซันมันก็เลยไม่ค่อยชอบขี้หน้าหมอนั่นสักเท่าไหร่

“มึงคิดมากไปหรือเปล่า” ผมถอนใจเล็กๆ ผมไม่คิดหรอกนะว่าวีจะไม่สนใจวันเกิดมัน ดีไม่ดีเธออาจจะกำลังหาเรื่องทำเซอร์ไพรซ์ให้มันหรืออะไรทำนองนั้นก็ได้

[ กูเปล่าคิดมากนะเว้ย ช่วงนี้วีกับไอ้เวรจอห์นนั่นสนิทกันข้ามหน้าข้ามตากูเกินไปแล้ว ขนาดกูนั่งหัวโด่อยู่ด้วย สองคนนั้นยังคุยงุ้งงิ้งกัน ไม่สนใจกูเลยสักนิด ]

“...” ผมเงียบไป เพราะไม่รู้ว่าจะพูดอะไร

อันที่จริง คำพูดของผมมันเหมือนกับจะถูกกลืนหายไปหมด ตั้งแต่ที่ได้ยินชื่อวีแล้ว

[ นี่ขนาดกูอยู่ด้วย ยังมีผู้ชายเข้ามาจีบเลย แล้วถ้ากูกลับไปอยู่ไทย กูจะต้องหึงยัยตัวเล็กนี่จนเป็นบ้าตายแน่ๆ มึงว่ากูควรทำยังไงดีวะ กูไม่อยากทิ้งให้วีอยู่ที่นี่คนเดียวเลย ] น้ำเสียงว้าวุ่นใจของเพื่อนรัก ยิ่งทำให้ผมรู้สึกจุกที่หัวใจอย่างบอกไม่ถูก แต่ผมก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากพูดปลอบใจอย่างเพื่อนที่ดี

“มึงต้องไว้ใจแฟนมึงสิ” ผมเอ่ยพร้อมกับยิ้มบางๆ สายลมเอื่อยๆ สงบลง เหมือนกับหัวใจของผม ที่มันหยุดพองโตไปแล้ว

น่าสมเพชชะมัด ทั้งที่ไม่กี่นาทีก่อนมันยังเต้นแรงอยู่เลยแท้ๆ

[ แต่กู... ] เหมือนไอ้ซันกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับเงียบไป [ แป๊บนึงนะไอ้ตรี มีคนเคาะประตูว่ะ ] มันบอก ก่อนจะเงียบไปอีกครั้ง ผมได้ยินเสียงก๊อกแก็ก เดาว่ามันคงกำลังเดินไปเปิดประตู ไม่กี่วินาทีต่อมาผมก็ได้ยินเสียงหวานๆ ลอดเข้ามาในสาย

[ Happy Birthday to you Happy Birthday to you Happy Birthday Happy Birthday... Happy Birthday... my boyfriend... ] เพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์จบลง พร้อมกับเสียงหัวเราะ และเสียงโห่แซวจากคนอีกหลายคน หนึ่งในนั้นก็มีเสียงหัวเราะของไอ้ผู้ชายที่เมื่อกี้ยังบ่นน้อยใจแฟนตัวเองรวมอยู่ด้วย

เห็นมั้ยล่ะ ผมบอกแล้ว วีไม่มีทางลืมวันเกิดมันหรอก

“สุขสันต์วันเกิด ขอให้มึงมีความสุขแบบนี้ตลอดไปนะ เพื่อน” ผมพูดออกมาเบาๆ แม้จะรู้ว่าตอนนี้ปลายสายคงไม่ได้ยินเสียงของผมก็ตาม ผมกดตัดสายโดยไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายบอกลา บางทีมันอาจจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่ากำลังคุยโทรศัพท์กับผมอยู่

แต่เพื่อไม่ให้มีอะไรค้างคา ผมก็ไม่ลืมที่จะเปิดหน้าเฟสบุ๊คของมันขึ้นมา และเขียนอวยพรบนไทม์ไลน์ของมันเหมือนกับคนอื่นๆ อันที่จริงผมควรจะรู้ตัวตั้งแต่แรกแล้วว่าผมมันไม่ได้ต่างอะไรจากคนอื่นๆ เลย ไม่ได้พิเศษ หรือมีความสำคัญอะไรกับมันมากไปกว่าเพื่อนคนหนึ่งเท่านั้น

ผมถอนหายใจออกมาเบาๆ หลังจากกดโพสต์สเตตัส ก่อนจะเท้าข้อศอกกับราวระเบียง และมองไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย คืนนี้ไม่มีดาวเลยแฮะ หรือว่าท้องฟ้าที่นี่มันมองไม่เห็นดาวแบบนี้อยู่แล้วนะ? ผมเพ้อเรื่อยเปื่อยจนพอใจ และถอนหายใจอีกรอบ ก่อนจะหมุนตัวกลับ เพื่อจะเข้านอน แต่ก็ต้องชะงักเมื่อหันกลับมาแล้วเจอกับร่างสูงกำลังยืนสูบบุหรี่พิงประตูบานเลื่อนและกำลังมองมาที่ผมด้วยสายตาอ่านยาก

มาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย ทำไมผมไม่ยักจะได้กลิ่นบุหรี่ของเขาล่ะ... หรือว่าผมแค่ไม่ได้สนใจวะ? ผมสบตากับดวงตาคมสีน้ำตาลอ่อนคู่นั้นอยู่พักใหญ่ แต่เชนก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาเหมือนเคย สีหน้าที่ดูเหมือนกำลังหงุดหงิดนั่น ยิ่งทำให้ผมข้องใจมากขึ้นไปอีก

“มีอะไร” ความอึดอัดทำให้ผมต้องถามออกมาในที่สุด คิ้วของผมขมวดขณะรอคำตอบ แต่คนตรงหน้ากลับเอาแต่มองนิ่งๆ อยู่อย่างนั้น จนผมเริ่มจะหงุดหงิดขึ้นมาบ้างแล้ว

ตกลงเป็นอะไรของเขาวะ อยู่ๆ ทำไมกลับมาทำตัวกวนประสาทแบบนี้อีกแล้ว ผมอดไม่ได้ที่จะชักสีหน้าใส่เจ้าของดวงตาสีน้ำตาลอ่อน ขณะเดินผ่านร่างสูงเข้ามาในห้อง ถึงไหล่เราจะชนกัน แต่ผมก็ไม่สนใจที่จะหันกลับไปขอโทษ เอาสิ ในเมื่อเขาไม่ยอมพูด ผมเองก็จะไม่พูด คิดว่าตัวเองหงุดหงิดเป็นคนเดียวหรือไง ผมเองก็อารมณ์ไม่ดีเป็นเหมือนกันนั่นแหละ

“เมื่อไหร่จะตัดใจสักที” ผมชะงักทันทีที่น้ำเสียงเรียบนิ่งเอ่ยขึ้นมา ผมหันกลับไปมอง แต่ร่างสูงยังคงหันหน้าออกไปที่ระเบียง และสูบบุหรี่ราวกับเมื่อกี้ไม่ได้พูดอะไรออกมา

แต่ผมรู้ว่าเขาพูดกับผมแน่ๆ 

“เรื่องของฉัน” ผมตอบด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ ก่อนจะโยนโทรศัพท์มือถือไว้บนเตียง และเดินไปหาหนังสืออ่าน อย่างที่บอกว่าอาทิตย์หน้าผมก็สอบไฟนอลแล้ว แถมเรียนซัมเมอร์แบบนี้ เวลาสอบก็ไม่ได้เว้นว่างหลายวันเหมือนตอนเปิดเทอมด้วย ถ้าผมไม่เริ่มอ่านตอนนี้ก็คงจะอ่านไม่ทัน

“จะทนเจ็บแบบนี้ไปถึงไหน” แต่ดูเหมือนเชนจะยังไม่ยอมจบ ร่างสูงหันกลับมามองหน้าผม สายตาเรียบนิ่งที่มองมาคล้ายกับกำลังสมเพช

“...” ผมไม่ได้ตอบ และหันกลับมาหาหนังสืออีกครั้ง ทั้งๆ ที่มองทั่วโต๊ะแล้วก็ไม่เห็น

“รักหมอนั่นจริงๆ เหรอ”

“...”

“หรือจริงๆ ก็แค่ยึดติดกับอดีต”

“เงียบเถอะ!” ผมขึ้นเสียง พร้อมกับวางหนังสือลงบนโต๊ะเสียงดัง ผมหันกลับไปมองร่างสูงที่เอาแต่พล่ามคำพูดเสียดแทงใจคนอื่น ในขณะที่ตัวเองยืนสูบบุหรี่อยู่ที่เดิม และมองมาอย่างไม่สะทกสะท้าน

“คนอย่างนายมันจะไปเข้าใจอะไร” ผมพยายามกลั้นความโกรธเอาไว้ เพราะไม่อยากจะมีเรื่อง แต่สายตาเรียบนิ่งแสนกวนประสาทของคนตรงหน้า ก็ทำให้ผมอยากจะชกหน้าเขาสักทีมากกว่า

“แล้วฉันควรจะเข้าใจอะไรล่ะ” เขาพูดเสียงเรียบขณะใช้เท้าบี้ก้นบุหรี่ที่เพิ่งทิ้งลงพื้นระเบียง ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง มองผมแล้วเลิกคิ้ว “เข้าใจว่าสิ่งที่นายทำมันคือความรักจริงๆ ไม่ใช่แค่ยึดติดงั้นเหรอ”

“...” ผมเงียบ

เพระตอบคำถามนี้ไม่ได้

นั่นสินะ จนถึงตอนนี้... ผมยังรักไอ้ซันอยู่ หรือว่าผมแค่ยึดติดกับความรักที่เจ็บปวดจากในอดีตเท่านั้น? คำถามยากๆ แบบนี้ผมควรจะไปถามใครดีล่ะ

“คิดจะอยู่อย่างเจ็บปวดแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน” เสียงทุ้มยังคงพูดต่อ แม้ว่าผมจะไม่ได้ตอบคำถามก่อนหน้านี้ของเขาเลย ร่างสูงเดินเข้ามาใกล้ ในขณะที่ผมได้แต่เบือนหน้าหนี ไม่กล้าสบตากับสายตาคาดคั้นที่มองมาอย่างน่าอึดอัดนั่นเลย

“อย่ามายุ่งกับเรื่องของฉันดีกว่า” ผมบอก และกำลังจะหมุนตัวหนี แต่แล้วคำพูดต่อมาของคนตรงหน้า ก็ทำให้ผมต้องชะงักไปอีกครั้ง

“คบกับฉันมั้ยล่ะ”

“...!” ผมเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าจริงจังนั่นด้วยความตกใจ “วะ...ว่าไงนะ” แต่ร่างสูงก็ยังคงมองผมด้วยสีหน้าเรียบนิ่งไร้ และเอ่ยประโยคเดิมซ้ำ

“คบกับฉันมั้ย? คราวนี้ผมได้ยินชัดแจ๋ว

อันที่จริงผมได้ยินชัดตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้วด้วยซ้ำ แค่ไม่คิดว่าเขาจะพูดแบบนั้นออกมาจริงๆ แต่ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่มองมาอย่างจริงจังนั่นก็ไม่ได้มีแววล้อเล่นแฝงอยู่เลยแม้แต่นิด

“พะ...พูดบ้าอะไรของนาย ก็รู้นี่ว่าฉันมีคนที่ชอบอยู่แล้ว” ผมตอบตะกุกตะกักพร้อมกับเบือนหน้าหนี ไม่รู้ทำไมถึงไม่กล้าสบตา

“ไม่เห็นเป็นไรนี่ ก็ถือซะว่าคบฉันแก้ขัด รอให้ไอ้ซันเลิกกับแฟน” เสียงเรียบพูดออกมาหน้าตาเฉย ผมจึงแค่นหัวเราะเบาๆ

“หึ อยากเป็นตัวสำรองหรือไง มีศักดิ์ศรีบ้างหรือเปล่านายน่ะ” ผมปรายตามองด้วยความสมเพช แต่ร่างสูงกลับ

ตอบกลับมาด้วยประโยคที่ทำให้ผมเจ็บปวดไม่แพ้กัน

"แล้วนายล่ะ มีศักดิ์ศรีบ้างหรือเปล่า ถึงได้เอาแต่รักคนที่ไม่มีวันหันกลับมามอง" น้ำเสียงเรียบนิ่งของเขายิ่งตอกย้ำให้รู้ว่าผมเองก็น่าสมเพชไม่ต่างกัน

"..."

จริงอย่างที่เขาว่า คนอย่างผมไม่ควรไปตราหน้าว่าใครไม่มีศักดิ์ศรีหรอก ในเมื่อผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าศักดิ์ศรีมันคืออะไร

"ว่าไง ตกลงจะคบกับฉันมั้ย?" หลังจากที่ปล่อยให้บรรยากาศจมลงสู่ความเงียบน่าอึดอัด เสียงเรียบก็ถามย้ำ

ขึ้นมาอีกครั้ง

ดวงตาเรียวคมมองมาที่ผมด้วยสายตาจริงจังจนผมไม่กล้าสบตาตอบ คำถามมากมายผุดเข้ามาในหัวของผมเต็มไปหมด ในขณะที่หัวใจค่อยๆ เต้นแรงขึ้นอย่างน่าประหลาด

ถ้าเราสองคนคบกันจริงๆ ...มันจะเป็นยังไงนะ

ผมได้แต่ตั้งคำถามวนไปวนมาอยู่ในหัวของตัวเองนานหลายวินาที ก่อนที่จะตัดสินใจเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาสีน้ำตาลอ่อนคู่สวย ที่มองผมอยู่อย่างรอคอยคำตอบ และแน่นอนว่าผมรู้แล้วว่าควรจะตอบเขาว่าอะไร

"ฉัน..."

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 448 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,986 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #1963 saisaisaisai14 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 14:33
    มีความหึงกันนนน
    #1,963
    0
  2. #1892 Jibangrin (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 17:20
    แง้้้้้้้ อะไรเนี่ยยย ละผู้หญิงคนนั้นอะะ งงเด้
    #1,892
    0
  3. #1818 27 degree (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 16:55
    เรารู้สึกสงสารตรีนะ จริงอยู่ที่ตรียึดติดแต่ทำไมอ่ะ ในเมื่อเรามีสิทธิ์ที่จะรักคนๆ นี้แม้ว่าจะเป้นมุมข้างเดียวก็ตาม

    มันไม่ได้ทำให้ศักดิ์ศรีหรือคุณค่าเราลดตัวตามนะพี่เชน มันเป็นแค่สิ่งที่เราอยากจะมอบให้ ไม่ได้ผลกลับมาไม่เป็นไร ถึงแม้ว่าลึกๆ แล้วจะแอบหวังก็ตาม

    โอยยยย อินตอนนี้จัง TT
    #1,818
    0
  4. #1788 _bebebeam_e (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 00:12
    พี่เชนหึงแน่ๆๆ5555
    #1,788
    0
  5. #1787 _bebebeam_e (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 00:11
    พี่เชนหึงแน่ๆๆ5555
    #1,787
    0
  6. #1780 Visa2549 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 19:59
    -พี่เชนบ้า
    #1,780
    0
  7. #1757 Theaeaeee (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 มีนาคม 2561 / 16:00
    พี่เชนคนร้ายกาจจจ
    #1,757
    0
  8. #1742 hh_9094 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 16:02
    พี่เชนหึงแน่ๆ คบกับพี่เขาเลยยย
    #1,742
    0
  9. #1692 Mune (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 04:32
    ถ้าจะหึงกันทั้งคู่ขนาดนี้ 555555 อยู่ๆขอคบกันหน้ามึนๆแบบนี้ก็ได้หรอเชนน
    #1,692
    0
  10. #1666 $iviα✻ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / 23:30
    เรื่องอื่นที่อ่านๆมามีแต่ขอคบกันด้วยความโรแมนติก ไม่ก็ใช้การกระทำสำคัญกว่าคำพูด เรื่องนี้ดันมาแหวกค่ะ เป็นการขอแบบโต้งๆ แถมบรรยากาศยังมาคุคล้ายจะต่อยกันได้ตลอดเวลาอีก555555555 แต่ชอบนะคะ ขอคบแบบนี่หละดูสมเป็นตัวเชนเขาดี
    #1,666
    0
  11. #1609 querypee (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 17:58
    ชอบความรู้สึกยุ่งเหยิงแบบนี้ แต่ละคนมีเรื่องที่ต้องคิด อีกคนยังยึดติดอีกคนสับสนกับความรู้สึกตัวเอง เราชิบบรรบากาศแบบนี้ มันเป็นสิ่งที่จะนำไปสู่อีกสิ่งหนึ่ง อ่านมาสิบกว่าตอนแล้วเพิ่งมาเมนท์ ขอโทษนะคะแง TT///TT
    #1,609
    0
  12. #1460 super__p (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:54
    คบเลยๆ
    #1,460
    0
  13. #1126 Sweet Time (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 19:44
    คบสิตรี คบเลยยย
    #1,126
    0
  14. #903 pannjed . (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 เมษายน 2559 / 17:00
    เดี๋ยวๆ คือนี่อึ้งตามมากๆ อห ตอนแรกฟีลสงสารตรีสุดตอนนี้คือ ... อึ้งเลย
    #903
    0
  15. #264 ศศิวิมาน (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 มีนาคม 2559 / 17:00
    อิพี่เชน ให้เวลาคนอ่านทำใจแปป คือขอเป็นแฟนตรงไปไหมพี่ - - เหมือนโดนตีหัวลากเข้าถ้ำ 555
    #264
    0
  16. #188 prang-plft (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2557 / 19:31
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด รอคอยตอนนี้มาเนิ่นนานนนนนน
    ไม่อยู่นาน ไม่ได้เปิดเน็ต อยาหอ่านมากเลยยยยยยย ToT
    อัพเร็วๆนะค้าพี่โอลีฟ เป็นกำลังใจให้ สู้ๆ
    #188
    0
  17. #181 SodaN+N (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 เมษายน 2557 / 12:46
    ค้างอะไรท์มาต่อไวๆๆ นะ ^^
    #181
    0
  18. #169 yingsdu (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 เมษายน 2557 / 12:22
    รออยู่น๊าาาา
    #169
    0
  19. #168 hertzz (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 เมษายน 2557 / 01:27
    กำลังลุ้น

    มาต่อไวๆเน่อ
    #168
    0
  20. #167 XyXear* (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 เมษายน 2557 / 13:33
    สงสารตรีจัง

    ตอนนี้อยากเข้าสิงเชนแล้วจับตรีปล้ำมาก...(อุ่ย)5555



    ปล.ถ้าไรเตอร์ไม่บอกว่าตอนขอคบเป็นตอนเกริ่นต้นเรื่องนี่เราลืมไปละนะเนี่ย55555555555555555

    ปลล. บอกแล้วว่าอย่าไว้ใจแดดประเทศไทย หึหึหึ



    รออ่านต่อนะคะะะ ติดตามๆๆ

    ถ้าตรีตอบไม่นี่จะดักตีหัวแล้วลากเข้าถ้ำ(.....)
    #167
    0
  21. #166 Prang' (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 เมษายน 2557 / 18:18
    ถ้าเราเป็นตรี เราจะตอบตกลงแบบไม่ต้องคิดอะไรเลยยยย
    555555555555

    รออ่านต่อน้าาา
    #166
    0
  22. #164 yingsdu (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 เมษายน 2557 / 08:32
    คบเลยตรี อ๊ากกกก เขิลแทน >////<
    #164
    0
  23. #163 Vic (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 เมษายน 2557 / 04:51
    คบเลยสิตรี เชนนี่ชอบตรีแล้วล่ะสิ มาต่อไวๆนะค้างเบยยยย
    #163
    0
  24. #161 XyXear* (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 เมษายน 2557 / 21:01
    หึงกันทั้งคู่สิน่า 55555555
    ตรีอย่าไปยอมสาวอกตู้มนะลูก สู้ให้รู้ว่าหนูมีดีกว่าหล่อน
    บอกเชนไปเลยว่าเจ้าเตไม่ต้องการใช้พ่อร่วมกับใคร (โอ๊ะ)555555
    #161
    0
  25. #160 vic (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 เมษายน 2557 / 16:47
    มาต่อไวๆนะตะเอง เราจะรอไรตทุกวันเบยย
    #160
    0