[ Hermit Books ตีพิมพ์ ] Just Another Guy (Y)

ตอนที่ 12 : 11 : คนดี [ Rewrite ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,551
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 468 ครั้ง
    20 ก.พ. 63

Calista εїз



11

คนดี

 

[ Special : Chains part ]

 

ไม่เคยมีใครไม่เจ็บปวดกับความรัก

ผมเคยได้ยินใครสักคนพูดแบบนี้ และตอนนี้ก็รู้แล้วว่าไอ้คำพูดนี้ แม่งโคตรจะจริง

ตลอดชีวิตที่ผ่านมาผมไม่เคยรักใครจริงจังเลยสักครั้ง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการรักคนคนหนึ่งมันเป็นยังไง ผมเคยคบกับผู้หญิงมากหน้าหลายตา โดยคิดว่าพวกเธอก็เป็นเพียงแค่เพื่อนแก้เหงา แค่คนที่เข้ามาทำให้ชีวิตของผมไม่น่าเบื่อจนเกินไปนัก ผมไม่เคยคิดว่าจะต้องคบกับใครเพราะความรัก

จนกระทั่ง มีใครบางคนบอกให้ผมลองจริงใจกับใครสักครั้ง...ลองแคร์ใครสักคน จะได้รู้ว่าความรักมันเป็นยังไง

แล้วใครจะไปคิด ว่าสุดท้าย ผมก็พลาดท่าให้ไอ้คำพยางค์เดียวนี่เข้าจนได้

ผมตื่นขึ้นมาตอนเช้าด้วยอาการที่เหมือนกับหัวกำลังจะระเบิด นานมากแล้ว ที่ไม่ได้มีอาการแบบนี้ ผมแทบไม่รู้จักคำว่าเมาเลยตั้งแต่เริ่มเข้าชีวิตวัยรุ่น แต่เมื่อคืนด้วยความรู้สึกหลายๆ อย่าง มันทำให้ผมไม่สามารถวางแก้วเหล้าลงได้จริงๆ ว่ะ แล้วก็ต้องมานั่งแฮงก์อยู่แบบนี้ ผมจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเมื่อคืนผมทำอะไรไปบ้าง และกลับมาที่ห้องนี่ได้ยังไง บัดซบสุดๆ

 ผมลุกขึ้นมานั่งตั้งสติ พร้อมกับยกมือกุมขมับด้วยความปวดหัว มองไปรอบตัวก่อนจะเห็นว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงสีขาวที่มันไม่ใช่ที่นอนของผม ก็ปกติผมนอนพื้นนี่หว่า แล้วขึ้นมานอนบนเตียงได้ไงเนี่ย? ผมลุกขึ้นจากเตียง และเดินโซเซไปล้างหน้าในห้องน้ำ เผื่อว่าน้ำเย็นๆ จะทำให้รู้สึกดีขึ้นมาบ้าง ตอนกลับออกมานั่นแหละถึงได้เห็นว่าที่นอนประจำของผม มีร่างของอีกคนนอนขดอยู่ใต้ผ้าห่ม

ผมขมวดคิ้ว ก่อนจะเดินเข้าไปหา ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าคนที่มาแย่งที่นอนของผมเป็นใคร ร่างของผู้ชายที่เตี้ยกว่าผมไม่กี่เซนติเมตร นอนซุกตัวอยู่ในผ้าห่มผืนบางที่ผมใช้ห่มทุกคืน โผล่ออกมาแต่ใบหน้าขาวใส ที่กำลังหลับสนิท

หมอนี่เองสินะที่เป็นคนแบกผมกลับมาที่ห้อง แถมยังสละเตียงให้ผมนอนอีก

หึ จะเป็นคนดีไปถึงไหนเนี่ย

ผมนั่งยองๆ ลงตรงหน้าคนที่กำลังหลับไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่ และมองสำรวจใบหน้ายามหลับของเขา ที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก เพราะผมมักจะหลับก่อน และตื่นทีหลังตลอด สารภาพตามตรงเลยว่าตอนที่เห็นตรีครั้งแรก ผมไม่คิดว่าเขาจะเป็นคนแบบนี้ จากใบหน้าขาวใส กับคิ้วเข้มที่ชอบขมวดนิดๆ เหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ตลอดเวลา ดวงตาโตแต่หางตาที่เฉียงขึ้น (เค้าเรียกอะไรวะ? ตาคมเหรอ) ทำให้บางครั้งก็เหมือนจะดูเหวี่ยงๆ ไม่น่าเข้าใกล้เท่าไหร่ จมูกโด่งรั้นนี่ยิ่งทำให้ดูเป็นคนดื้อไปกันใหญ่ คงมีแต่ริมฝีปากสีชมพูที่ไม่บาง แต่ก็ไม่ได้อวบอิ่ม ติดจะเจ่อนิดๆ นี่แหละที่ทำให้ใบหน้าโดยรวมของหมอนี่ดู... น่ารัก (?) อย่างเอาแต่ใจแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้สิ

ตอนแรกผมคิดว่าเขาคงเป็นคนเอาแต่ใจและคงจะเจ้าอารมณ์มากแน่ๆ แต่พอได้มารู้จักจริงๆ กลับพบว่าตรีไม่ได้เป็นแบบที่คิดเลยสักนิด ถึงจะชอบทำหน้าบึ้งใส่ผม แต่ก็ไม่ถึงกับเอาแต่ใจ ถึงหน้าตาจะเหมือนไม่ชอบเข้าสังคม แต่เมื่อคนรอบข้างต้องการความช่วยเหลือ หมอนี่ก็พร้อมที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยเสมอ จนบางครั้งผมก็อดทึ่งในความเอาใจใส่ของคนตรงหน้านี่ไม่ได้

ตอนที่ผมโดนพ่อแม่ฟ้าไล่ตะเพิดออกมาจากห้อง และไม่มีที่ไป เพราะว่าเพื่อนคนอื่นๆ ก็ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว ผมเลยไม่ค่อยอยากจะไปรบกวนพวกมัน แล้วอยู่ๆ ใบหน้าของหมอนี่ก็แวบเข้ามาในสมอง ทั้งที่เราก็เจอกันแค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้น ผมควรจะเกรงใจเขาสิ แต่ไม่รู้ทำไม... ผมกลับรู้สึกว่าเขาจะต้องช่วยผมแน่ๆ

หึ แล้วก็ช่วยจริงๆ ซะด้วยสิ

ผมเข้าใจนะ ว่าหมอนี่คงจะช่วยผมเพราะผมเป็นพี่รหัสไอ้ซัน... ผู้ชายที่เขาชอบ

ตอนแรกผมไม่แน่ใจหรอกว่าคนที่หมอนี่ชอบเป็นใคร ผมเคยเห็นเขาร้องเพลงอะไรสักอย่าง ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการแอบรัก และมันดูอินซะจนผมเดาออกว่าเขาคงจะแอบรักใครสักคนอยู่แน่ๆ แล้วในคืนนั้นที่ไอ้ซันเมา และเขาเป็นคนแบกไปส่งที่อพาร์ทเมนต์ สายตาที่มีแต่ความห่วงใยเวลาที่เขามองไอ้ซัน ทำให้ผมเดาสถานการณ์ได้อย่างไม่ยากเย็น

บอกตรงๆ ว่าผมแอบตกใจนิดหน่อยที่คนอย่างหมอนี่จะชอบผู้ชายด้วยกัน ไม่ใช่ว่าผมรังเกียจอะไรหรอกนะ (บอกแล้วไงว่าผมเองก็เคยคบกับผู้ชาย) แต่แค่คิดว่าคนหน้าตาแบบนี้ คงจะป๊อบในหมู่สาวๆ มากทีเดียว ไม่มีเหตุผลเลยที่เขาจะเมินผู้หญิงที่พร้อมจะเสนอตัวให้ แล้วหันไปชอบผู้ชายด้วยกัน แถมเป็นเพื่อนสนิทซะด้วย เปอร์เซ็นต์ความเป็นไปได้ที่จะสมหวังกับไอ้ซันนี่แทบจะติดลบด้วยซ้ำ เพราะจากที่ผมรู้จักไอ้ซันมา ได้เห็นมันกับน้องวีคบกัน ทำให้ผมรู้ว่ามันรักน้องเขามากแค่ไหน และคงจะยากทีเดียว ที่มันจะหันกลับมามองคนที่คิดว่าเป็นเพื่อนมาตลอด

ผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมหมอนี่ไม่ตัดใจไปซะ เพราะถ้าเป็นผม ผมคงไม่สามารถทนชอบคนที่ไม่มีวันหันมามองผมได้นานๆ หรอก แต่หลังจากที่ได้คุยกับเขาบ่อยๆ และได้รู้จักนิสัยจริงๆ ของคนคนนี้ ทำให้ผมรู้ว่า ความรักที่เขามอบให้ไอ้ซัน คือความรักที่บริสุทธิ์แค่ไหนแม้ว่าจะไม่ได้อะไรกลับมา ก็ไม่คิดที่จะหยุดรัก ยอมทนเจ็บซ้ำแล้วซ้ำเล่า แค่ได้เห็นคนที่ตัวเองรักมีความสุข

มันเป็นสิ่งที่คนอย่างผมคงไม่สามารถทำได้จริงๆ นั่นแหละ

แต่เป็นเพราะการได้เห็นความรักที่แสนบริสุทธิ์ของหมอนี่แหละ ที่ทำให้ผมรู้สึก... อิจฉาเล็กๆ อย่างที่บอกว่าผมไม่เคยคิดจะรักใคร ทำให้ผมไม่รู้จริงๆ ว่าความรักมันมีดียังไง ทั้งๆ ที่ไม่ได้อะไรตอบแทนแท้ๆ แต่ทำไมเขาถึงยังยอมทนอยู่แบบนี้ มันทำให้ผมย้อนกลับมาถามตัวเองว่าถ้าครั้งหนึ่งผมได้ลองรักใครจริงๆ บ้าง มันจะเป็นยังไง?

เมี้ยวว

เสียงร้องเจ้าเตดังขึ้นมา ขณะที่เจ้าตัวเล็กเดินมาคลอเคลียกับขาผม จนอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปลูบหัวมันเบาๆ อย่างเอ็นดู ผมยังจำวันแรกที่เจอมันได้อยู่เลย ตอนนั้นผมคุยกับตรีอยู่ แถมหมอนี่ยังร้องไห้เพราะเรื่องไอ้ซันอีกต่างหาก ผมไม่รู้ว่าจะปลอบยังไง เพราะปกติก็ไม่เคยคิดจะปลอบใคร แต่การที่คนที่พยายามทำตัวเข้มแข็งมาตลอดอย่างเขามาร้องไห้ต่อหน้า มันทำให้ผมทนอยู่เฉยๆ ไม่ได้จริงๆ แล้วอยู่ๆ เจ้าตัวเล็กนี่ก็วิ่งทะเล่อทะล่าเข้ามา ผมเป็นคนชอบแมวอยู่แล้ว และเห็นว่ามันน่ารักดี ก็เลย...

อ่า เชื่อเถอะ ว่านั่นเป็นเรื่องน่าอายติดสิบอันดับแรกในชีวิตผมเลยทีเดียว 

เมี้ยววว

เจ้าเตร้องขึ้นมาอีก พร้อมกับทำท่าจะกระโดดขึ้นไปนั่งบนร่างของคนที่นอนอยู่เหมือนกับที่มันทำประจำเวลาจะปลุกผม ทำให้ผมต้องรีบคว้ามันไว้ ก่อนจะจุปากให้เงียบ

“ชู่ว์! อย่าไปกวนแม่แกสิ” ผมเอ็ดเบาๆ แม้จะรู้ว่ามันฟังไม่รู้เรื่องหรอก

ผมแต่งตั้งให้ตรีเป็นแม่ของเจ้าเตอย่างเป็นทางการไปแล้ว ด้วยนิสัยที่เอาใจใส่ และชอบสั่งสอนคนอื่น ทำให้ผมรู้สึกว่าหมอนี่เหมือนแม่ของผมจริงๆ เผลอๆ ผมอาจจะเชื่อฟังเขามากกว่าที่เคยเชื่อฟังแม่อีกนะ ฮ่ะๆ

ตั้งแต่เกิดมา ผมถูกเลี้ยงดูมาในแบบที่... จะเรียกว่าตามใจตัวเองมากเกินไปก็ว่าได้ ไม่เคยมีใครบอกผมว่า ผมต้องทำอะไร หรือห้ามทำอะไร ครอบครัวของผม ปล่อยให้ผมมีความคิดที่อิสระ อยากทำอะไรก็ทำ เพราะสุดท้ายแล้ว ผลจะร้ายหรือดี มันก็จะเกิดขึ้นกับตัวผมเอง ไม่ใช่ใครที่ไหน มันถือเป็นเรื่องดีสำหรับผมนะ เพราะการเลี้ยงดูแบบนี้ ทำให้ผมเรียนรู้ด้วยตัวเอง ว่าอะไรดี หรือไม่ดี แต่ในทางกลับกัน มันก็อาจจะดูอิสระเกินไป จนทำให้ผมกลายเป็นคนไม่แยแสอะไร อย่างที่เห็น

แต่แล้วอยู่ๆ ก็มีคนคนหนึ่งมาบอกให้คนที่ไม่คิดจะแคร์ใครในโลกอย่างผมลองทำอะไรเพื่อคนอื่น บอกให้ผมลองจริงใจกับใครสักคน ชี้แนะว่าสิ่งที่ผมทำมันผิดและควรขอโทษ ไม่เคยมีใครบอกผมแบบนั้น และน่าแปลกที่ผมก็บ้าจี้ทำตามอย่างที่หมอนั่นบอกซะด้วยนะ ผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องทำตามที่เขาบอก ทั้งๆ ที่หมอนี่ก็ไม่ใช่คนสำคัญอะไรที่ผมจะต้องใส่ใจในทุกคำพูดของเขาเลย

 แต่ ไม่รู้สิ อยู่ๆ ผมก็คิดว่า ลองทำตามก็ไม่น่าจะเสียหายอะไรประมาณนั้น

และนั่นแหละ การบ้าจี้ทำตามคำพูดคนอื่นของผม สุดท้ายก็ทำให้ผมได้รู้แล้วว่า ไอ้การอกหักเนี่ย มันเป็นยังไง ผมเจ็บนะ ถึงจะไม่ได้เจ็บเจียนตายอย่างที่คิด แต่ก็เจ็บจริงๆ ผมทั้งผิดหวัง เสียใจ ไม่เข้าใจ... หลากหลายความรู้สึกปนเปกันไปหมดจนผมแยกไม่ออกเลยว่ามันเป็นความรู้สึกยังไงกันแน่

มันเป็นความรู้สึกแบบที่ผมไม่เคยสัมผัสมาก่อนเลย ตลอดยี่สิบปีที่เกิดมา

แต่เอาเถอะ เรื่องมันผ่านไปแล้วนี่หว่า คิดถึงมันไปก็เปล่าประโยชน์ มีแต่จะทำให้ผมหงุดหงิดขึ้นมาซะมากกว่า เพราะงั้น ช่างแม่งเหอะ 

ผมกลับมานั่งมองใบหน้ายามหลับของคนเจ้ากี้เจ้าการอีกครั้ง สำรวจใบหน้าขาวใสตรงหน้าอยู่นานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ ก่อนจะหัวเราะออกมา ทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าจะหัวเราะทำไม ก่อนจะอุ้มเจ้าเตที่ยังคลอเคลียขาผมและทำหน้าบ้องแบ๊วใส่ขึ้นมา แล้วจับให้มันยื่นหน้าไปตรงแก้มใสของคนที่กำหลังหลับไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่

จุ๊บ

“ขอบคุณครับ” ผมเอ่ยออกมาเบาๆ ด้วยรอยยิ้มที่ยังคงค้างอยู่บนใบหหน้า

ผมรู้สึกขอบคุณหมอนี่ในหลายๆ อย่างที่ผมไม่คิดเลยว่าคนที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน จะสามารถทำอะไรดีๆ ให้กันได้มากมายขนาดนี้ แต่ให้เดานะ ผมว่าเขาต้องแอบรู้สึกผิดแน่ๆ ที่ตัวเองเคยบอกให้ผมจริงจังกับฟ้า แต่สุดท้ายผมกลับถูกทรยศอย่างน่าสมเพชแบบนี้

หึ ก็นิสัยหมอนี่มันเป็นแบบนั้นนี่น่า ชอบคิดแทนคนอื่นอยู่เรื่อย

กริ๊งงง

...!!

ผมตกใจจนแทบจะหงายหลัง เมื่ออยู่ๆ เสียงนาฬิกาปลุกก็ดังขึ้นมา ผมมองไปยังโทรศัพท์มือถือข้างตัว ซึ่งไม่ใช่ของผมพลางคิดว่าควรทำยังไงกับมันดี ถึงวันนี้จะเป็นวันจันทร์ และหมอนี่จะมีเรียนก็เถอะ แต่ตอนนี้มันเพิ่งแปดโมงเองนะโว้ย แถมเมื่อคืนก็กลับดึกมากด้วย ยังจะตั้งนาฬิกาปลุกแต่เช้าทำไมเนี่ย 

“อื้อ” ในขณะที่ผมได้แต่ชะงัก ร่างที่อยู่ใต้ผ้าห่มก็เริ่มขยับตัว ก่อนที่เมือเรียวจะโผล่ออกมาจากผ้าห่ม และพยายามควานหานาฬิกาปลุกทั้งๆ ที่ยังหลับตาอยู่

หมับ!

“...!!” แต่แทนที่จะได้นาฬิกาปลุกซึ่งยังคงแผดเสียงดังลั่นอยู่ เขากลับคว้าหมับเข้าที่เท้าของผม และคราวนี้ผมก็สะดุ้งตกใจจนหงายหลังลงไปนั่งก้นจ้ำเบ้าที่พื้นจนได้

“หือ?เจ้าของฝ่ามือหรี่ตาขึ้นมาอยากยากลำบาก พร้อมกับยกมืออีกข้างขึ้นมาขยี้ตาตัวเองอย่างงัวเงีย ก่อนจะชะงักไป เมื่อพบว่าสิ่งที่ตัวเองจับอยู่ ไม่ใช่โทรศัพท์มือถืออย่างที่คิด

“...” อะ...เอ่อ ผมควรพูดอะไรสักอย่างป่ะวะ?

“นะ...นาย?” ไม่ต้องรอให้ผมได้คิดคำพูดอะไร ร่างที่เคยนอนขดอยู่ใต้ผ้าห่มก็สะดุ้งตัวลุกขึ้นมา พร้อมกับเบิกตากว้างมองผมอย่างตกใจ ระหว่างที่เขาเหวออยู่ผมก็เปลี่ยนท่านั่งตัวเองเป็นขัดสมาธิ ก่อนจะตีหน้านิ่งและกระแอมออกมาเบาๆ

“อะ...รุณสวัสดิ์” ว่าพร้อมกับยกมือขึ้นมาข้างหนึ่ง เป็นการทักทายที่ดูโง่เง่าที่สุดในชีวิต 

เจ้าของใบหน้าที่ดูเอาแต่ใจยังคงเบิกตากว้างมองผมอยู่พักใหญ่ เหมือนจะตั้งคำถามว่าผมมานั่งอยู่ตรงนี้ได้ยังไง (เออ ผมก็อยากถามตัวเองอยู่เหมือนกัน) ก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้ และเอื้อมมือไปปิดเสียงนาฬิกาปลุกที่ยังดังลั่นห้องอยู่

“นอนต่อก็ได้นะ” ผมบอกนิ่งๆ

จริงๆ ถ้าผมเรียนสิบเอ็ดโมงอย่างหมอนี่ ผมจะตื่นสักสิบโมงครึ่งด้วยซ้ำ คงไม่มีอารมณ์มาตื่นแปดโมงเช้า ทำกับข้าว ทำนู่นทำนี่ก่อนไปเรียนให้เสียเวลานอนอันมีค่าหรอก

แต่มันก็เหมือนเป็นความเคยชินแหละนะ ที่ผมมักจะได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกตอนแปดโมง และได้กลิ่นอาหารเช้าโชยเข้าจมูกมาในทุกๆ วัน นับตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ จนบางครั้ง ผมก็อดไม่ได้ที่จะแหกขี้ตาตื่นขึ้นมากินข้าวเช้ากับเขาด้วย (โคตรไม่ใช่วิถีชีวิตปกติของผมเลย)

ร่างโปร่งบางบิดตัวไปมา พลางขยี้ตาก่อนจะส่ายหน้า “ไม่เป็นไร นายตื่นนานหรือยัง ปวดหัวมั้ย ให้ฉันทำอะไรให้กินแก้แฮงค์หรือเปล่า” คำถามที่เต็มไปด้วยความใส่ใจซึ่งผมมักจะได้ยินเป็นประจำ ทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมานิดๆ

นิสัยแม่เริ่มแล้วแฮะ

“ได้ข้าวต้มสักถ้วยก็คงดี” ผมไม่ปฏิเสธ เพราะรู้ว่าถึงปฏิเสธไป หมอนี่ก็คงจะทำอะไรสักอย่างให้ผมกินอยู่ดี

“อ่า งั้นรอแป๊บนะ” ว่าจบก็ลุกขึ้น ก่อนจะเดินไปที่ครัว ผมลุกขึ้นไปนั่งบนเตียง มองเจ้าของใบหน้าเอาแต่ใจที่กำลังลงมือทำข้าวต้มให้ผมกิน แม้ว่าจะยังอยู่ในอาการงัวเงียก็ตาม

“หมูหรือปลา” แต่อยู่ๆ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มก็หันกลับมาสบตาอย่างที่ผมไม่ทันตั้งตัว ผมปรับสีหน้าเป็นเรียบนิ่งทันควันก่อนจะทำท่าคิดนิดหนึ่ง

“ปลา” ผมตอบสั้นๆ

ตรีพยักหน้ารับก่อนจะเดินกลับไปค้นเนื้อปลาที่แช่เอาไว้ในตู้เย็น และลงมือทำกับข้าวอีกครั้ง ผมหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะเบือนหน้าหนี จับเจ้าเตมาแล้วขยี้หัวมันอย่างมันเขี้ยว จริงๆ ผมไม่ได้มันเขี้ยวเจ้าตัวเล็กนี่หรอก คนที่ผมอยากจะขยี้หัวแรงๆ สักที คือเจ้าของใบหน้ารั้นๆ ที่กำลังทำหน้าง่วงต้มข้าวต้มอยู่ที่ครัวนั่นต่างหาก

เชื่อเถอะว่าตั้งแต่เกิดมาผมไม่เคยคิดที่จะเอ่ยปากชมผู้ชายด้วยกันเลยสักครั้ง ไม่ว่าผู้ชายคนนั้นจะดีเลิศกว่าผมมากแค่ไหน

แต่ครั้งนี้ขอเหอะ ผมขอยอมรับตามตรง ว่าไอ้หมอนี่มันโคตรจะน่ารักเลยว่ะ ให้ตาย

[ End special ]

 

[ Trees part ]

หลายวันต่อมา

ในที่สุดอาทิตย์นี้ก็เป็นอาทิตย์สุดท้ายของการเรียนซัมเมอร์อันน่าเบื่อนี่สักที แต่มันไม่ดีตรงที่ อาทิตย์หน้าผมต้องสอบนี่แหละ บอกตามตรงว่าขี้เกียจอ่านหนังสือสุดๆ

ผมหอบร่างกายอันเหนื่อยล้ากลับมาที่หอ ก่อนจะทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างหมดสภาพ อยากนอนสักงีบจังแฮะ แต่ติดที่ว่าคืนนี้ผมมีเล่นดนตรีที่ร้านนี่สิ... แถมวันนี้เป็นวันสำคัญซะด้วย

“กลับมาแล้วเหรอ” เสียงทุ้มดังมาจากร่างสูงที่เปิดประตูออกมาจากห้องน้ำ ด้วยสภาพผ้าขนหนูพันเอวอยู่ผืนเดียว และหยดน้ำเกาะพราวเต็มตัวเช่นเคย

ภาพนี้เป็นอะไรที่ผมเห็นจนชินแล้วล่ะ แม้จะยังอดรู้สึกอิจฉาในรูปร่างสมส่วน และซิกซ์แพ็กแมนๆ นี่ไม่ได้ก็ตาม ผมไม่เคยเห็นหมอนี่ออกกำลังกายเลยนะ น่าสงสัยจริงๆ ว่าไปเอาไอ้กล้ามเนื้อสวยๆ พวกนี้มาจากไหน 

“อือ” ผมตอบเนือยๆ ก่อนจะลุกไปหยิบผ้าเช็ดตัวและเสื้อผ้าเพื่ออาบน้ำบ้าง แต่พอผมจะเข้าห้องน้ำ ร่างสูงกลับมายืนขวางหน้าประตูไว้

?ผมเงยหน้าขึ้นไปมอง สีหน้าตั้งคำถาม แต่เชนกลับอมยิ้มเหมือนกลั้นขำ ผมจึงเปลี่ยนเป็นขมวดคิ้วไม่เข้าใจ

“หน้าโคตรเหนื่อยเลย ไหวมั้ยเนี่ย” เขาถามกลั้วหัวเราะ ผมเลยย่นหน้าใส่ ก่อนจะผลักร่างสูงออกให้พ้นทาง

“ช่างหน้าฉันเถอะน่า” ผมบอก และกำลังจะเดินเข้าห้องน้ำ แต่ก็ถูกเรียกไว้อีก

“เมื่อกลางวันฉันซื้อแกงเขียวหวานมา แล้วกินไม่หมด จะกินมะ เดี๋ยวอุ่นให้” เสียงทุ้มถาม

“อ่า ก็ดีเหมือนกัน” ผมตอบรับ เพราะจริงๆ ก็เริ่มหิวแล้ว

ช่วงหลังๆ มานี้ ผมมักทำข้าวเช้าเป็นอาหารจานเดียวง่ายๆ อย่างพวกข้าวผัด หรือไม่ก็ไข่ดาวกับไส้กรอก ทำให้ไม่มีอาหารกลางวันเผื่อไว้ให้คนที่ห้องกิน เชนก็เลยต้องออกไปกินข้างนอก หรือไม่ก็ซื้อกับข้าวถุงมากิน แล้วก็เป็นเรื่องธรรมดาที่หมอนี่จะกินกับข้าวคนเดียวไม่หมด แล้วเก็บไว้กินพร้อมผมอีกทีตอนเย็น ก่อนออกไปทำงาน มันก็ถือเป็นเรื่องดีล่ะนะ เพราะผมไม่ต้องออกเงินค่าอาหารเอง แล้วผมก็เริ่มเบื่ออาหารที่ร้านพี่เอนิดๆ แล้วด้วย

ผมอาบน้ำภายในเวลาไม่กี่นาทีด้วยความขี้เกียจ ก่อนจะเดินมานั่งประจำอยู่ที่หน้าโต๊ะญี่ปุ่นตัวเดิมเพื่อรอพ่อครัวจำเป็นยกอาหารมาเสิร์ฟ ตรงหน้าผมมีจานข้าวสวยสองจานที่ดูเหมือนจะผ่านการอุ่นไว้แล้ว ไม่นานร่างสูงก็เดินมาจากครัว พร้อมกับแกงเขียวหวานชามใหญ่หอมฉุย ผมไม่รอช้าที่จะเริ่มลงมือกินมื้อเย็นด้วยความหิวโหย

“แล้วตกลงเรื่องวงเอาไง” อยู่ๆ เสียงทุ้มก็เปิดประเด็นขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำให้ผมต้องหยุดชะงัก เงยหน้ามองร่างสูงที่กำลังทำสีหน้าจริงจัง เหมือนกับจะบอกว่าคราวนี้ผมจะตอบว่าขอคิดดูก่อนเหมือนทุกครั้งไม่ได้อีกแล้ว

                แต่ความจริงหลายวันที่ผ่านมาผมก็คิดทบทวน จนได้คำตอบในเรื่องนี้มาแล้วอ่ะนะ

อืม จะลองดูก็ได้” ผมตอบสั้นๆ พลางตักข้าวเข้าปาก “แต่ไม่รับประกันหรอกนะว่าฉันจะเล่นได้ดี” ผมรีบออกตัว เมื่อเห็นคนตรงหน้าเริ่มยิ้มมุมปากออกมาอย่างพอใจ

อือ” เขารับคำเบาๆ ทั้งที่มุมปากยังมีรอยยิ้มอยู่ ผมยักไหล่ ก่อนจะก้มหน้ากินข้าวต่อ แต่อยู่ๆ มือหนาของคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามก็เอื้อมมาขยี้หัวผมแรงๆ จนผมแทบจะสำลักน้ำแกงที่กำลังซดอยู่

“เฮ้ย! อะไรเนี่ย” ผมโวยวาย พลางมองเจ้าของฝ่ามือที่ทำเป็นตีหน้าตายกลับมา

เป็นบ้าอะไรวะ ร้อยวันพันปีไม่คิดจะมาเล่นหัวเล่นหางอะไรกับผมเลยนี่

เปล่า แค่เห็นมีอะไรติดผมอยู่” เขาตอบหน้านิ่ง ผมเหวอไปนิดหน่อย ก่อนจะจับผมตัวเองดูว่ามีอะไรติดอยู่จริงหรือเปล่า แต่คนตรงหน้ากลับยิ้มมุมปากร้ายกาจขึ้นมา ก่อนจะเอื้อมมือมาขยี้หัวผมแรงๆ อีกรอบอย่างไม่เกรงใจ

เฮ้ย!” ผมร้องเสียงดังกว่าเดิม และพยายามปัดมือหนาออกพร้อมกับมองตาขวางจนเขาต้องยกมือยอมแพ้

                โอเค เลิกแกล้งแล้ว กินเหอะ” เขาบอก ก่อนจะก้มหน้ากินข้าวราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมขมวดคิ้วพลางสบถพึมพำและตักข้าวเข้าปากบ้าง นี่ถ้าไม่ติดว่าหิวอยู่ผมจะด่าหมอนี่มากกว่านี้แน่ๆ

                ชอบกินแกงเขียวหวานเหรอ” เสียงทุ้มถามขึ้นมาหลังจากเงียบไปสักพัก ในขณะที่ผมกำลังซดน้ำแกงอย่างเอร็ดอร่อย

                อือ” ผมพยักหน้า พลางกลืนน้ำแกงลงคอ “ตอนเด็กๆ ยายฉันทำให้กินบ่อยมาก แกงเขียวหวานสูตรคุณยายโคตรอร่อยอ่ะ” รู้สึกกระตือรือร้นขึ้นมา เมื่อพูดถึงกับข้าวฝีมือคุณยายที่ผมมักได้กินตอนเด็กๆ

แต่ตอนนี้ยายเสียไปแล้ว ฉันเลยไม่ได้กินกับข้าวสูตรคุณยายมานานมากแล้วล่ะ”

“แล้วแม่นายทำไม่เป็นเหรอ” เขาถามพลางตักเนื้อไก่ชิ้นเบ้อเริ่มใส่จานผมซึ่งรับมาอย่างไม่มีความเกรงใจใดๆ

“ก็ทำเป็นอ่ะนะ แต่แม่ไม่ค่อยอยู่บ้านเท่าไหร่ เลยไม่มีใครทำให้กิน” ผมบอก เชนพยักหน้าเล็กๆ อย่างเข้าใจ

แต่จริงๆ ฉันก็แอบจดสูตรไว้อยู่นะ อยากลองมั้ยล่ะ แล้ววันหลังว่างๆ จะทำให้กิน” ผมเงยหน้าขึ้นถาม รู้สึกได้เลยว่าตัวเองกำลังตื่นเต้นแค่ไหนที่จะได้ลงมือทำอาหารสูตรคุณยายอีกครั้ง

มันอร่อยมากจริงๆ นะ ถึงผมจะยังไม่เก่งเท่ายายก็เถอะ แต่รับรองเลย ว่าสูตรนี้ใครกินก็ต้องติดใจ เผลอๆ อร่อยกว่าภัตตาคารระดับห้าดาวซะอีก

หึ” คนตรงหน้ากลับมองหน้าผม ก่อนจะหัวเราะออกมาซะอย่างนั้น ผมขมวดคิ้วนิดหน่อยอย่างไม่ค่อยเข้าใจ นี่ตกลงหน้าผมมีอะไรตลกนักหนาหรือไง หมอนี่ถึงเอาแต่หัวเราะอยู่นั่น

“จะรอกินละกันนะ” เขาพูดยิ้มๆ และตักข้าวเข้าปาก

แล้วอยู่ๆ บทสนทนาก็เริ่มเข้าสู่การย้อนความหลัง เพราะนานๆ ที ผมจะนึกถึงเรื่องวัยเด็ก พอได้เริ่มแล้วก็อดไม่ได้ที่จะเล่าออกมาซะหมดเปลือกว่าตอนเด็กๆ ผมเคยทำอะไรแสบๆ ไว้บ้าง ในขณะที่เชนเอาแต่นั่งฟังเงียบๆ มีบ้างที่หลุดขำออกมา แต่เขาก็ไม่ปริปากเล่าเรื่องของตัวเองออกมาเลยสักแอะ ทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะถาม

“แล้วตอนเด็กๆ นายเป็นไงบ้าง” ผมถามขณะที่กำลังเดินเอาจานที่กินเสร็จแล้วไปเก็บ

“ก็ไม่ไง” ร่างสูงยักไหล่ วางจานข้าวซ้อนไว้ที่อ่างล้างจานแล้วเดินไปเปิดตู้เย็นเพื่อกินน้ำ

ผมขมวดคิ้ว “หมายความว่าไงเนี่ย ตอนเด็กๆ ไม่มีประสบการณ์อะไรเจ๋งๆ ที่ลืมไม่ลงบ้างเลยหรือไง”

ร่างสูงทำท่าคิด ก่อนจะรินน้ำและยื่นมาให้ผมดื่มบ้าง “ฉันเคย...ขโมยแมวครูใหญ่”

“แค่กๆ” ผมถึงกับสำลักน้ำทันทีที่ได้ยินแบบนั้น

“ขโมยแมวครูใหญ่? มันเป็นประสบการณ์เจ๋งๆ ตรงไหนเนี่ย” ผมถามหลังจากหยุดไอได้แล้ว ร่างสูงแค่นยิ้มนิดหน่อย ก่อนจะเดินกลับไปนั่งบนเตียง และลูบหัวเจ้าเตที่นอนอยู่ก่อนแล้ว

“ก็ไม่ได้เจ๋งหรอก มันก็แค่เป็นหนึ่งในไม่กี่เรื่องที่ฉันพอจะจำได้” เขาบอก สีหน้าเหมือนกำลังรำลึกความหลัง ผมเดินตามไปนั่งขัดสมาธิข้างๆ ก่อนจะทำหน้าสงสัย

“แล้วนายขโมยแมวไปทำอะไร”

แถมเป็นแมวครูใหญ่อีกต่างหาก เล่นของสูงเชียวนะนั่น

“ก็...” เขาวรรคไปและทำท่าคิด “ฉันพนันกับเพื่อนไว้”  ผมอึ้งไปนิดหน่อยกับคำตอบ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร และรอฟังต่อ

“ครูใหญ่ที่โรงเรียนฉันเป็นคนเข้มงวดมาก ชอบทำโทษฉันกับเพื่อนบ่อยๆ พวกเราก็เลยหมั่นไส้นิดหน่อย”

“อ่า” ผมพยักหน้านิดๆ ตอนเด็กๆ ใครๆ ก็คงเคยมีประสบการณ์แบบไม่ค่อยชอบอาจารย์ที่เข้มงวดเกินไปกันทั้งนั้นสินะ

“เพื่อนฉันเลยวางแผนเอาคืน ตอนแรกก็คิดวิธีแกล้งสารพัด แต่มันมาจบที่ขโมยแมวได้ยังไงก็ไม่รู้ คงเพราะเห็นตาลุงนั่นชอบอุ้มมันไปไหนมาไหนบ่อยๆ ล่ะมั้ง” เขายิ้มนิดๆ ราวกับขำในความเป็นเด็กของตัวเอง ผมเผลอยิ้มตาม

“จำได้ว่า เพื่อนเป็นคนดูต้นทางให้ตอนที่ตาลุงนั่นออกไปข้างนอก ส่วนฉันก็ปีนเข้าไปในห้อง แล้วก็ขโมยแมวออกมา ง่ายๆ เลย”

“แล้วไม่ถูกจับได้เหรอ ในห้องนั้นไม่มีกล้องวงจรปิดหรืออะไรเลยหรือไง” ผมถามอย่างข้องใจ

“มีตรงหน้าห้อง แค่พวกฉันเตะบอลอัดแรงๆ ก็เจ๊งแล้ว”

“โห” อย่างโหด แค่ขโมยแมวนี่ต้องทำลายทรัพย์สมบัติของโรงเรียนเลยเรอะ “ขโมยมาได้แล้วยังไง” ผมถามต่อ แอบลุ้นตามนิดๆ เพราะนี่ไม่ใช่ประสบการณ์ที่ผมเคยสัมผัสเลย ส่วนใหญ่ผมมักจะแกล้งเพื่อนด้วยกันมากกว่า ไม่ค่อยกล้าเล่นกับครูบาอาจารย์เท่าไหร่

“นั่นแหละคือสิ่งที่พวกฉันไม่ได้คิดไว้ บางคนก็บอกให้เอาไปคืน บางคนก็บอกให้ปล่อยๆ มันไป แล้วทำเหมือนว่ามันหนีออกมาจากห้องเอง แต่ไอ้แมวหยิ่งนั่นมันเคยออกไปไหนมาไหนเองโดยไม่มีตาลุงนั่นซะที่ไหน”

ผมหัวเราะเสียงดัง อะไรคือการวางแผนขโมยซะดิบดี แต่พอขโมยได้แล้วกลับไม่รู้จะเอาไงต่อวะเนี่ย

“ฉันรำคาญที่พวกมันเถียงกันไม่จบซะที สุดท้ายก็เลยอุ้มแมวกระโดดข้ามกำแพงหนีกลับบ้านไปเลย” เขาบอกหน้านิ่ง ในขณะที่ผมเหวอไปเลย

“เฮ้ย เอาจริงดิ”

“อือ” เขาพยักหน้าเนิบๆ โดยที่มือก็ยังคงลูบหัวเจ้าเตและมองมันด้วยความเอ็นดู “ฉันเอามันกลับไปบ้าน แล้วก็แอบเลี้ยงมันไว้เงียบๆ ไม่ให้คนในบ้านรู้ เป็นอาทิตย์นู่นแหละ กว่าจะโดนจับได้”

“...”

“ตอนนั้นครูใหญ่ถึงขั้นประกาศหน้าเสาธงคาดโทษคนที่ขโมยไปทุกวันเลยนะ ไอ้พวกสมรู้ร่วมคิดก็เลยหน้าซีดกันเป็นแถว เพื่อนฉันบางคนถึงกับขาดเรียนหนีไปเลยด้วยซ้ำ”

“แล้วนายไม่เอาไปคืนอ่ะ ไม่กลัวเหรอ” ผมถามต่อ เชนส่ายหน้า ก่อนจะอุ้มเจ้าเตที่ตื่นแล้วขึ้นมาเล่น

“ตอนแรกก็กะจะเอาไปคืนอยู่หรอก แต่พอเลี้ยงไปเลี้ยงมา เห็นว่ามันน่ารักดี ก็เลยตัดใจเอาไปคืนไม่ได้” เขาว่าขณะจับเจ้าเตส่ายไปมาอย่างมันเขี้ยว

“แต่สุดท้ายเพื่อนฉันมันทนความรู้สึกผิดไม่ไหว เลยไปสารภาพความจริงกับครู ฉันก็เลยต้องคืนเจ้าเหมียวไป แล้วก็ถูกทำโทษตามระเบียบ” เขายักไหล่ แล้ววางเจ้าเตลง มันกระโดดลงจากเตียงก่อนจะเดินเล่นไปมารอบห้องตามประสา

“เพราะแบบนั้นนายถึงชอบแมวเหรอ” ผมถามหลังจากที่หมอนี่เงียบไปเหมือนไม่มีอะไรจะเล่าแล้ว เชนทำท่าคิดนิดหน่อย ก่อนจะพยักหน้า

                ก็อาจจะใช่ แต่หลังจากนั้นฉันไม่เคยเลี้ยงแมวอีกเลยนะ จนมีเจ้าเตนี่แหละ ที่เพิ่งมาเลี้ยงอย่างจริงจัง” เขาว่าพลางมองเจ้าเหมียวที่กระโดดขึ้นเตียงมานอนอีกรอบอย่างขำๆ

                แต่เจ้าเตเป็นแมวของฉันนะ” ผมแกล้งพูดหน้าซื่อ ถึงเจ้าตัวเล็กจะอยู่กับหมอนี่มากกว่าผมก็เถอะ แต่คนที่เก็บมันมาเลี้ยงคือผมต่างหาก ไม่ใช่เขาซะหน่อย

                พอได้ยินผมพูดอย่างนั้น คนตรงหน้าก็เงยหน้าขึ้นมาขมวดคิ้วมองผม สีหน้าเหมือนไม่พอใจนิดๆ จนผมหลุดขำออกมา โอ้โหแฮะ มีออกอาการหวงลูกตัวเองซะด้วย น่ากลัวซะไม่มี

แล้วถ้านายย้ายออก จะเอาเจ้าเตไปด้วยหรือเปล่า” ผมถาม ถึงผมจะเป็นคนเก็บเจ้าเตมาเลี้ยง แต่ดูท่ามันจะติดหมอนี่มากกว่าผมซะอีก แล้วถ้าวันไหนที่เขาหาหอใหม่ได้แล้ว และออกจากห้องนี้ไป เจ้าเตคงเศร้าน่าดู

บอกตอนไหนว่าจะย้ายออก” เขาแกล้งเลิกคิ้ว

เดี๋ยว พูดงี้หมายความว่าไงเนี่ย ไหนบอกจะอยู่สองเดือน” ผมข้องใจ แต่ร่างสูงกลับลุกขึ้นยืน พลางบิดขี้เกียจไปมา

                เฮ้ย ไม่ได้นะ ห้องนี้มันแคบจะตาย อยากนอนพื้นแข็งๆ ไปตลอดชีวิตหรือไง” ตลอดชีวิตอาจจะเวอร์ไป ใครมันจะไปอยู่หอพักตลอดชีวิต แต่ผมกำลังหมายถึง หมอนี่จะมาอยู่หอเล็กๆ นี่ไปเรื่อยๆ ได้ยังไง ทั้งที่มันไม่ได้สะดวกสบายอะไรเลยสักนิดเนี่ยนะ

                หึ” แต่เขากลับมองมาที่ผมด้วยแววตาขบขัน มุมปากบางกระตุกเป็นรอยยิ้มเล็กๆ ก่อนจะเดินไปหยิบกระเป๋ากีตาร์ของผมขึ้นมาสะพายหน้าตาเฉย “ไปเหอะ” ว่าจบขายาวๆ ก็เดินนำออกจากห้องไป

                ผมยืนอึ้งอยู่พักใหญ่ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากเดินตามร่างสูงไป พยายามโวยวายว่าเขาจะต้องย้ายออกจากห้องผม แต่ดูเหมือนคนหน้าตายจะไม่ได้สนใจเลย ทำอย่างกับเสียงของผมเป็นแค่เสียงลมที่พัดผ่านหูไปเท่านั้น แถมไม่ให้ความกระจ่างด้วยว่าที่พูดมาแค่ล้อเล่นหรือจริงจัง

                แต่ถึงปากจะโวยวายยังไง อีกใจของผมกลับรู้สึกว่า ถ้าเขาอยากจะอยู่ด้วยกันต่อ... มันก็คงไม่ได้แย่นักหรอก ซะอย่างนั้น 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 468 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,986 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #1962 saisaisaisai14 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 14:16
    พี่เชนนนนน
    #1,962
    0
  2. #1817 27 degree (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 16:35
    ตรีเป็นคนน่ารัก แต่เขาไม่รู้ตัวหรอกค่ะ แง่ๆๆ เขินจังงงง
    #1,817
    0
  3. #1786 _bebebeam_e (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 00:01
    รสเชนเนียนนน5555
    #1,786
    0
  4. #1741 hh_9094 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 11:55
    เรื่อยๆกำลังซึบซับกันและกันเรื่อยๆ
    #1,741
    0
  5. #1719 Kim-kibom (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:48
    เหมือนกำลังศึกษากันและกัน
    #1,719
    0
  6. #1691 Mune (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 04:20
    เริ่มชินกับการมีอีกคนอยู่ในห้องใช่มะล่า 55555 อ่านตอนนี้แล้วเหมือนเค้าอยู่บ้านเดียวกันเลยค่ะ -......-
    #1,691
    0
  7. #1619 Nebbianuvolaa (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2560 / 14:30
    น่ารักกกก
    #1,619
    0
  8. #1577 ชิชชิ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 16:12
    โหดอ่ะ แค่ประถม ขโมยแมวครูใหญ่
    #1,577
    0
  9. #1553 GUNRS (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 เมษายน 2560 / 14:21
    ขโมยแมวครูใหญ่เลยเหรอ แสบไม่เบานะพี่เชน
    #1,553
    0
  10. #1408 NNYuki (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 13:33
    เชนนี่เพิ่งอกหักจริงหรอ ทำไมดูมีความสุขขนาดนั้นนนน หมั่นไส้ รู้ใจตัวเองได้แล้ววววว
    #1,408
    0
  11. #1125 Sweet Time (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 18:22
    ก็หมายความว่าต่อไปอาจจะขึ้นไปนอนบนเตียงนุ่มไงตรี 555
    #1,125
    0
  12. #937 บอนเน่ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 เมษายน 2559 / 22:47
    เชน เขียน chains แบบนี้หรือเปล่า ไม่น่าจะ chians นะ
    #937
    2
    • #937-1 makok_num(จากตอนที่ 12)
      15 เมษายน 2559 / 22:53
      แงงง ขอบคุณค่า
      #937-1
    • #937-2 บอนเน่ (จากตอนที่ 12)
      16 เมษายน 2559 / 01:35
      ยินดีครับผม :)
      #937-2
  13. #901 pannjed . (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 เมษายน 2559 / 16:29
    พี่เชน เนียนเชียว ตีเนียนนนน มีความเนียนเบอร์แรงงง 5555555555555
    #901
    0
  14. #243 mybookworm (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 มีนาคม 2559 / 21:46
    ชอบๆมาอัพเรื่อยๆเลยนะค่ะไรต์!
    อยากเห็นทั้งสองรักกกกกัน
    #243
    0
  15. #180 SodaN+N (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 เมษายน 2557 / 12:42
    ตอนนี้เศร้าจังงงงง บ่องตรง
    #180
    0
  16. #156 ืning (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 เมษายน 2557 / 09:08
    ชอบเรื่องนี้มากๆๆๆ ตอนแรกอ่านในแอพเด็กดีในมือถือ แล้วแบบคือจำไอดีเด็กดีไม่ได้ก็เลยคอมเม้นท์ไม่ได้ วันนี้ได้ฤกษ์เปิดคอมฯ ก็เลยเข้ามาคอมเม้นท์เป็นกำลังใจให้ ^^ ขอให้นิยายเรื่องนี้อยู่กับเราไปจนกว่ามันจะจบ แล้วก็ขอร้องอย่าเลิกแต่งกลางคันนะ เพราะเราชอบเรื่องนี้มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #156
    0
  17. #155 I'm lolipop (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 เมษายน 2557 / 14:05
    ชอบเรื่องนี้จังเนื้อหาดำเนินไปแบบเรื่อยๆอ่านแล้วให้ความรู้สึกแบบฟีลกู๊ดสุดๆมีความสุขจังส่วนฉากดราม่าก็ไม่ได้ดราม่าจนเวอร์เกินไปอ่านแล้วรู้สึกว่าสามารถอิงหลักความเป็นจริงได้มากกว่านิยายแนวนี้เรื่องอื่นๆที่เคยอ่านมา อ่านแล้วสบายใจ แต่งต่อไปนะคะไรต์เป็นกำลังใจให้นะ :)
    #155
    0
  18. #154 27879 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 เมษายน 2557 / 12:40
    รักเรื่องนี้จังงง ไม่ว่าอ่านกี่ครั้งก็รู้สึกมีความสุขตลอดเลยย สบายๆ ค่อยเป็นค่อยไป ฟินน ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ หนูไม่รู้จะติตรงไหนเลย หนูอยากให้เรื่องนี้เป็นไปตามที่พี่อยากให้เป็น ติดตามอยู่เสมอน้าค้าาา^^
    #154
    0
  19. #153 B-M-Y (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 เมษายน 2557 / 22:14
    ไรต์ทำติดเลย มันอ่านเเล้วแอบน่ารักง่า เเต่ยังดูไม่ชอบกันเลยอ่า จะชอบกันเมื่อไหร่ เชียร์อยู่นะเนี่ย
    #153
    0
  20. #152 yingsdu (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 เมษายน 2557 / 21:01
    รอตอนต่อไปปปปป
    #152
    0
  21. #151 vic (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 เมษายน 2557 / 20:47
    ชอบเรื่องนี้มากก เชนเท่ ตรีน่ารัก เจ้าเตน่าฟัดด



    มาอัพบ่อยๆนะตะเอง เค้ามารอตะเองทุกวันเลยยย
    #151
    0
  22. #150 prang-plft (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 เมษายน 2557 / 09:43
    สนุกกกก ฟินอ่ะ เชนน่ารักเว่อร์ ตรีแอบซื่อบื้ออ่ะ 55555
    แค่นี้ก็ดีมากแล้วน้าพี่โอลีฟ สู้ๆนะ พยายามต่อไป หนูเป็นกำลังใจให้ จะคอยติดตามนะ ^^

    ปล. ตรงที่เชนเล่าว่า "ตอนนั้นจำได้ว่า เพื่อนเป็นคนดูต้นทางให้ตอนที่ตาลุงนั่นออกไปข้างนอก" พี่โอลีฟตกสระ อุ ตรงคำว่าลุงน้า
    #150
    0
  23. #149 kenumber (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 เมษายน 2557 / 22:31
    พี่เชนฉากมุ้งมิ้งเทอผ่านอ่ะ ชอบคู่นี้จับจิต มาอัพเรื่อยๆน่ะค้ะไรต์ ปล.อยากอ่านตอนเป็นแฟนกันอ่ะ จะฟินขนาดไหนคิดดู๊ >
    #149
    0
  24. #148 Prang' (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 เมษายน 2557 / 19:54
    ในที่สุดไรเตอร์ก็มา 
    ดีใจจนน้ำตาจะไหลลล T T
    5555555555

    พี่เชนมีแผนเตรียมย้ายเข้ามาใช้ชีวิตร่วมห้องกับตรีแล้วแน่ๆ 
    ฟินนนน >//<
    #148
    0
  25. #145 (เร้นลับ) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 เมษายน 2557 / 22:40
    ยอดเยี่ยมกระเทียมเจียววว กรี๊ดดดดดดพี่เชนมากขึ้นอีกมากโข ขุ่นแม่น่ารักอ่ะ น่ารักที่สุดดด!
    #145
    0