หนี้รักมาเฟียร้าย (วางแผงแล้วจ้า และ ในแบบฉบับ E-Book)

ตอนที่ 2 : บทที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 650
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    22 ก.ค. 57




บทที่ 2

ภายในสวนสาธารณะยามค่ำตอนนี้ ผู้คนเริ่มบางตา อติรุจรีบก้าวเร็วๆ เมื่อรู้สึกว่ามีใครบางคนกำลังเดินตามเขาอยู่ ใบหน้าที่เริ่มมีริ้วรอยหันหลังกลับไปมองด้วยความระแวดระวัง แล้วรีบก้าวไปให้ถึงจุดที่สามารถเรียกแท็กซี่เพื่อให้มุ่งหน้าตรงกลับบ้านให้เร็วที่สุด แต่ยังไม่ทันที่จะได้ทำอย่างใจนึก ผู้ชายสองคนก็รีบจ้ำตามมาติดๆ เมื่อเห็นอติรุจก้าวไวขึ้น

 

“อติรุจ หยุดนะ!” ชายสองคนเรียกชื่อพร้อมกับสาวเท้าเข้ามาใกล้อติรุจเพื่อจะจับกุมไปให้โดเมนิโก้ตามคำสั่งที่ได้รับมาจากเตติโอ้อีกรอบ

 

อติรุจได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเองก็หันไปมอง ก่อนนัยน์ตานั้นจะเบิกกว้างเมื่อรับรู้ว่าใครสะกดรอยตามเขามา สองเท้าไม่รีรอรีบวิ่งจ้ำอ้าวโดยไม่หันหลังกลับไปมองชายสองคนที่ปรากฏตัวเลยสักนิด

 

“บ้าชิบ!” อติรุจวิ่งไปสบถไป เขาวิ่งลัดเลาะสวนหย่อมมาด้วยความเร็วพอๆ กับคนที่ตามมา แต่เหมือนโชคจะเข้าข้าง เพราะจังหวะนั้นมีรถแท็กซี่ผ่านมาพอดี เขาโบกมือเรียกก่อนที่จะวิ่งขึ้นไปบนรถขณะที่รถยังจอดไม่สนิทเลยด้วยซ้ำ

 

“เร็วๆ ออกรถเร็วเข้า” อติรุจหายใจหอบ เสียงแหบพร่านั้นสั่งคนขับก่อนรถจะพุ่งทะยานไปข้างหน้า แม้จะออกอาการตกใจที่เห็นผู้โดยสารวิ่งหนีใครมา แต่ก็ยอมขับรถให้แต่โดยดี

 

“บ้าเอ๊ย! เอายังไงดีล่ะเคโซ่ คราวนี้ตายแน่ๆ” อลันโซ่น้องชายฝาแฝดของเคโซ่เอ่ยถามพี่ชายอย่างหัวเสีย เมื่อเห็นเป้าหมายไหวตัวทันและขึ้นรถหนีไปแล้ว

 

“ก็รีบหารถแล้วตามไปสิ เร็วๆ เข้า” เร่งน้องพร้อมกับกดโทรศัพท์หาเตติโอ้เพื่อรายงานความเคลื่อนไหว

 

          อติรุจที่นั่งอยู่บนรถหันกลับไปมองเบื้องหลังก่อนถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เมื่อไม่เห็นว่าชายสองคนนั้นจะตามมาทัน มือหยาบกร้านล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อจะหยิบโทรศัพท์ แล้วก็ต้องตกใจอีกรอบเมื่อพบว่าโทรศัพท์ไม่ได้อยู่ในที่ของมันเสียแล้ว

 

“โธ่เว้ย! ดันมาหายอะไรตอนนี้ว่ะเนี่ย ยัยอัย...แย่แล้ว” เขาสบถอีกรอบอย่างโมโหจัด

 

...ให้ตายเถอะ ทำไมเรื่องบ้าๆ แบบนี้ต้องมาเกิดขึ้นในวันที่ลูกสาวของเขามาเหยียบที่นี่ด้วยนะ เขาไม่น่าไปขอหยิบยืมเงินมาเฟียอย่างโดเมนิโก้เลย ทั้งที่รู้ดีว่า ถ้าหากผิดสัญญาเมื่อไหร่ งานนี้เขาคงจะไม่รอด เขาเองก็พยายามบ่ายเบี่ยงมาตลอด เพราะยังไม่สามารถหาเงินมาใช้ได้ตามจำนวน ซึ่งมันก็มากจนเขาเองไม่มีปัญญาจะหาใช้ด้วยซ้ำ เขาไม่น่ายอมให้ อัยรดามาที่นี่เลย มันเป็นความผิดของเขาเองที่ยอมใจอ่อนกับลูกสาวที่มีแค่เพียงคนเดียว...

 

“ช่วยขับให้ไวกว่านี้ได้ไหม ผมรีบ” อติรุจที่เหงื่อแตกพลั่กเร่งคนขับ ตอนนี้ใจของเขาไม่อยู่กับตัวแล้ว ห่วงเพียงแค่ลูกสาวของเขาเท่านั้น หวังว่าโดเมนิโก้จะยังไม่รู้ว่าลูกสาวของเขาบินมาที่นี่ ไม่อย่างนั้น เขาล่ะไม่อยากจะคิดเลยว่าจะเป็นอย่างไรต่อ

 

 

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขณะที่เตติโอ้กำลังขับรถเพื่อมุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์หลังงามที่เป็นที่พักของโดเมนิโก้ มือหนากดปุ่มรับสายที่เป็นสัญญาณไวเล็ททันที

 

“ว่าไงอลันโซ่ ได้ตัวนายอติรุจเรียบร้อยแล้วใช่ไหม”

 

“เอ่อ...เราตามตัวนายอติรุจไม่ทันครับ มันไหวตัวทันรีบชิ่งหนีขึ้นแท็กซี่ไปก่อน” อลันโซ่กรอกเสียงแห้งๆ เข้ามาในโทรศัพท์ พร้อมกับเตรียมใจรับฟังคำต่อว่าที่เกิดจากความผิดพลาดของเขา เขาไม่น่าให้อติรุจรู้ตัว งานนี้เขาคงโดนคุณโดเมนิโก้ด่าไม่มีชิ้นดีเป็นแน่

 

“อะไรนะ พลาด! บ้าจริง เอาล่ะ บอกคนของเราให้กระจายตัวไปหาให้ทั่ว อย่าให้พลาดเป็นครั้งที่สอง” เตติโอ้ตะโกนสุดเสียงอย่างหัวเสียก่อนตัดสายอย่างโมโห

 

...บ้าเอ๊ย! เรื่องแค่นี้ลูกน้องของเขาไม่น่าจะพลาด ให้มันได้อย่างนี้สิ...

 

“เอ่อ...คุณโดเมนิโก้ครับ อลันโซ่โทร.มาบอกว่าทางอติรุจไหวตัวทัน หนีไปได้ครับ แต่ตอนนี้ผมให้คนของเราออกตามหาให้ทั่วเกาะแล้วครับ คาดว่าน่าจะยังอยู่บนเกาะนี้”

 

“อย่าประมาท โทร.ไปเช็คทั้งสนามบินและท่าเรือ ฉันคิดว่าอติรุจไม่ใช่คนที่คิดอะไรตื้นๆ”

 

“ครับ” ตอบรับเสร็จก็กดโทรศัพท์ออกอีกครั้งอย่างรวดเร็ว เพื่อโทร.เช็คตามคำสั่งของผู้เป็นนาย เพียงไม่นานอีกฝั่งสายก็กดรับ ก่อนคุยอยู่พักใหญ่

 

“คุณโดเมนิโก้ครับ ทางเรือไม่มีครับ แต่...”

 

“แต่อะไร?” ชายหนุ่มเน้นเสียงถาม คิ้วเข้มขมวดมุ่นรอฟัง

 

“คือว่าที่สายการบินไม่มีชื่อของนายอติรุจ ติยานนท์ แต่กลับมีชื่อของผู้หญิงที่ใช้นามสกุลเดียวกันกับนายอติรุจเดินทางเข้ามาครับ”

 

“นามสกุลเดียวกัน? ชื่ออะไร”

 

“ชื่ออัยรดา ติยานนท์ครับ”

 

ทันทีที่เตติโอ้เอ่ยชื่อจนครบ ริมฝีปากหนาก็กระตุกยิ้มอย่างมีแผนทันที ก่อนเอ่ยต่อ

 

“ดี! เตติโอ้ นายหาที่อยู่ของนายอติรุจแล้วไปที่นั่น”

 

“เอ่อ...คุณโดเมนิโก้คิดว่านายอติรุจจะไปที่นั่นหรอครับ” เตติโอ้ถามอย่างไม่แน่ใจในสิ่งที่ได้ยิน

 

“ใช่! ไม่ได้พ่อเสือ-ก็ต้องได้ลูกเสือ” ชายหนุ่มยิ้มแบบมีเลศนัยจนเตติโอ้ที่มองผ่านกระจกหลังได้แต่ทำคิ้วขมวดด้วยความงุนงงกับสิ่งที่ชายหนุ่มพูด

 

“ยังไงครับ ผมงง?

 

“นายจำไม่ได้แล้วหรือยังไงเตติโอ้ นายอติรุจมีลูกสาวอยู่คนเดียวที่ชื่อ อัยรดา!” นัยน์ตาสีน้ำตาลวาวระยิบยามเอ่ยถึงหญิงสาว แม้จะไม่เคยเห็นหน้า แต่คงไม่ยากที่จะรู้ว่าใครคือเธอ และที่สำคัญ นี่ล่ะจะเป็นตัวประกันชั้นดีที่จะทำให้คนอย่างนายอติรุจที่รักลูกสาวมากขนาดนั้นจะปล่อยให้ลูกตกอยู่ในความคุ้มกันของเขาได้

 

“ผมลืมไปเสียสนิทเลยว่านายอติรุจมีลูกสาว คุณโดเมนิโก้นี่เยี่ยมไปเลยครับ” ชายหนุ่มยิ้มกว้างเมื่อเข้าใจดีแล้ว จึงรีบหักรถเปลี่ยนเส้นทางเพื่อที่จะไปยังบ้านของนายอติรุจทันที

 

“ไม่ว่ายังไง ฉันจะต้องได้ตัวนายอติรุจหรือว่าอัยรดา ใครสักคนในคืนนี้ให้ได้! คิดจะลองดีกับคนอย่างฉันอย่างนั้นหรออติรุจ ไม่มีทางเสียหรอก!” โดเมนิโก้ขบกรามแน่น เอ่ยเสียงลอดไรฟัน หากแต่ดวงตานั้นกลับดูเป็นประกายที่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์

 

 

ทันทีที่รถแท็กซี่ที่นายอติรุจนั่งมาจอดที่หน้าบ้าน ชายหนุ่มรีบจ่ายเงินก่อนกดกริ่งอย่างรัวเร็ว

 

“จิโอน่า...ลูกของฉันอยู่ไหน” อติรุจเอ่ยรัวเร็ว มือหนาจับแม่บ้านเขย่าถามด้วยความร้อนใจ

 

“คุณอัยรดาอยู่ในบ้านค่ะ คุณเป็นอะไรหรือเปล่า” จิโอน่า แม่บ้านวัยกลางคนถามด้วยความงุนงงกับอาการของเจ้านาย

 

“จิโอน่า เธอรีบกลับบ้านไปซะ แล้วไม่ต้องกลับมาที่นี่อีก ส่วนเงินเดือน ทั้งตัวฉันมีแค่นี้ รับแล้วก็รีบไปซะ เร็ว! ก่อนที่เธอจะต้องโดนหางเลขไปด้วย” ชายหนุ่มตะโกนเสียงดังและรีบไล่แม่บ้านให้ไปไกลที่สุด เขาไม่อยากจะให้ใครต้องมาเดือดร้อนไปกับเขาด้วย

 

แม้จิโอน่าจะยังงงๆ แต่ก็ยอมรับเงินแล้วรีบออกจากบ้านไปทันที อติรุจเห็นจิโอน่าไปแล้วเขาก็รีบเข้าไปในบ้านด้วยความรวดเร็ว

 

“พ่อ!” อัยรดายิ้มกว้างร้องเรียกบิดาด้วยความดีใจ ก่อนที่จะโผเข้าหา

 

“ยัยอัยลูกพ่อ” อติรุจเห็นหน้าลูกสาวก็ดีใจ กอดอัยรดาแน่นจนอีกฝ่ายต้องร้องประท้วง

 

“พ่อคะ อัยหายใจไม่ออกแล้ว พ่อกอดอัยแน่นจัง เป็นอะไรหรือเปล่าคะ อัยเห็นสีหน้าของพ่อซีดเชียว” หญิงสาวผละออกจากอ้อมก่อนถามรัวเร็ว

 

“อัย...ฟังพ่อดีๆ นะลูก ตอนนี้พ่อโดนมาเฟียตามทวงหนี้!” อติรุจจับไหล่มนของบุตรสาวและเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง

 

“พ่อว่าอะไรนะคะ! เป็นหนี้พวกมาเฟีย! ใครกันคะ?” นัยน์ตาสวยเบิกกว้าง เปล่งเสียงทวนด้วยความตกใจ

 

“โดเมนิโก้ ราเซียโน่ มาเฟียที่ใครๆ ต่างก็เกรงกลัว ขึ้นชื่อในเรื่องความโหด พ่อพยายามของผ่อนผัน แต่ทางนั้นไม่ยอม แล้วตอนนี้พ่อก็หนีพวกมันมา รีบไปกันก่อนเถอะลูก ก่อนที่มันจะมา” อติรุจร่ายยาว ตาก็มองอย่างระแวดระวังไปด้วย แต่ยังไม่ทันที่จะได้คิดหนี เสียงประตูบ้านก็ถูกบิดอย่างรุนแรงก่อนที่จะพยายามพังประตูเข้ามา

 

“อติรุจ ฉันรู้ว่านายอยู่ข้างใน ออกมาเดี๋ยวนี้นะ” เสียงเคาะประตูพร้อมกับเสียงโวกเวกโวยวายตะโกนดังเข้ามา

 

“กรี๊ด! พ่อ เราจะหนีรอดมั้ยคะ ทำยังไงกันดี” อัยรดาส่งเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจ ร่างบางสั่นสะท้าน ไม่เคยเจอเหตุการณ์ชวนผวาอย่างนี้มาก่อนในชีวิต แถมยังไม่ทันได้ถามเลยว่าพ่อเธอไปติดหนี้มาเฟียหน้าเลือดพวกนี้ได้อย่างไรกัน

อติรุจหันรีหันขวางก่อนแง้มผ้าม่านดูก็พบว่ามีชายสี่ถึงห้าคนอยู่นอกรั้วบ้าน

 

“เอาแบบนี้นะลูก เดี๋ยวพ่อจะล่อมันไปอีกทาง มีทางออกอีกทางอยู่ด้านหลังบ้าน เดี๋ยวพ่อจะรีบวิ่งหนีไปทางโน้น แล้วลูกก็หนีไปทางด้านนั้น แล้วรีบไปจากที่นี่ให้ไกลที่สุด ไม่ต้องห่วงพ่อ ดูแลตัวเองให้ดีๆ แล้วพ่อจะรีบส่งข่าวไปนะอัย พ่อรักลูก” เอ่ยจบอติรุจก็กอดลูกสาวแน่นก่อนตะปีนหน้าต่างออกไปอีกทาง โดยให้พวกของโดเมนิโก้เห็นว่าเขาวิ่งไปทางไหน

 

“เฮ้ย! พวกเรา มันอยู่ทางนี้ ไปเร็วเข้า” เสียงของเคโซ่ตะโกนบอกพรรคพวกก่อนทั้งหมดจะวิ่งไล่ตามอติรุจไป

 

 

ทางด้านอัยรดา หญิงสาวออกอาการตัวสั่นเทา น้ำตานั้นคลอเบ้า มือบางเย็นเฉียบไปหมด หญิงสาวค่อยๆ เปิดม่านออกดูเพียงเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าพวกนั้นตามพ่อของเธอไปแล้ว เธอจึงตะปีนหน้าต่างแล้วหนีไปอีกทางตามที่พ่อเธอได้สั่งไว้

 

...นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรกันขึ้นเนี่ย ทำไมพ่อของเธอถึงเป็นหนี้คนพวกนี้ แล้วทำไมเธอจะต้องมาเจอเรื่องบ้าๆ แบบนี้ด้วย...

 

...มาเฟีย! ให้ตายเถอะ เธอไม่คิดเลยว่ามันจะยังมีอยู่จริง พวกที่มีอิทธิพลพวกนี้ก็สักแต่ว่าข่มขู่คนไม่มีทางสู้ไปวันๆ เธอล่ะอยากจะเห็นหน้าไอ้มาเฟียพวกนี้จริงๆ อยากจะรู้นักว่ามันจะหน้าตาโหดสักแค่ไหน เคยอ่านแต่นิยาย ดูแต่หนังกับละคร ไม่คิดเลยว่าชีวิตนนี้จะมาเจอกับตัวจริงๆ โดเมนิโก้ ราเซียโน่ ชื่อนี้เธอจะไม่มีวันลืมแน่ๆ คนที่ทำให้เธอได้เจอพ่อเพียงแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น...

 

ขณะที่อัยรดาคิดแค้นกลุ่มมาเฟียที่ตามไล่ล่าพ่อของเธอ หญิงสาวก็กระโดดลงจากหน้าต่างแล้วรีบวิ่งหนี เผื่อว่าพวกนั้นจะตามมาทางนี้ด้วยความผวาอีกครั้ง

 

หญิงสาววิ่งลัดเลาะไปตามทางอย่างไม่รู้จุดมุ่งหมาย ยิ่งตอนนี้ดึกมาก ผู้คนในละแวกนี้ก็ปิดบ้านกันเงียบกริบ ราวกับตรงนี้เป็นหมู่บ้านร้างคนอย่างไรอย่างนั้น ถนนสายแคบๆ ทอดตัวยาวอย่างไม่มีที่สิ้นสุดของปลายทาง เท้าเล็กๆ ของหญิงสาววิ่งมาตามถนน แต่ขาที่ผ่านการใช้งานมาไกลพอสมควร เกิดอาการเข่าอ่อนขึ้นมาอย่างกระทันหัน เป็นจังหวะที่มีรถยนต์ขับมาตรงที่เธอล้มพอดี หญิงสาวหลับตาปี๋ก่อนได้ยินรถเบรคเสียงดัง

 

“...เอี๊ยด! กรี๊ด!...”

 

 

 

......................................................................

จบบทที่ 2 แล้วนะคะ ขอบคุณทุกการติดตามค่ะ รวมถึงขอบคุณแฟนคลับทุกท่านและทุกคอมเม้นท์เลยนะคะ ฝากติดตามผลงานด้วยค่ะ ^^

 

 

คุณ ขอให้สมปรารถนา , ขอบคุณสำหรับการติดตามนะคะ ไรเตอร์เอานิยายตอนใหม่มาลงให้แล้ว หวังว่าจะมีความสุขในการอ่านนะคะ ^^

 

ด้วยรัก...จากใจ

ศรัณยา / Lonely Star  ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

9 ความคิดเห็น

  1. #6 Amil (@amilgaul) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2557 / 14:47
    จอดสนิทเลยค่ะ เสียงเบรคขนาดนั้น
    #6
    0
  2. #5 G-cherry (@jhorse) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2557 / 10:56
    จะรอไรท์ลงนะคะ
    #5
    0
  3. วันที่ 17 กรกฎาคม 2557 / 11:34
    ยังรออ่านนะคะ

    #4
    0
  4. #3 วรดา (@darika2520) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2557 / 09:49
    สนุกเหมือนเดิม

    #3
    0