I am a Grim || เกิดใหม่ที่ต่างโลก ดันเป็นกริมซะได้

ตอนที่ 4 : บทที่ 4 บทของผู้ถูกไล่ล่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,728
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    17 มี.ค. 60

บทที่ 4 บทของผู้ถูกไล่ล่า

 

 

 

กริมทั้งห้าซึ่งสวมผ้าคลุมขาดๆต่างนิ่งค้าง ทุกตนมองไปยังหัวกระโหลกของพรรคพวก ชายหนุ่มผู้เกิดใหม่ในร่างกริมก็เป็นหนึ่งในนั่น

 

กริมนักล่ายังใช้ทักษะ กลืนกินดวงวิญญาณต่อหน้าของทุกคน

 

ขืนเป็นแบบนี้พวกเราทุกคนต้องถูกฆ่าตายหมด เป็นสิ่งที่เขาคิดเมื่อมองสถานะและทักษะของกริมดังกล่าว

 

ไม่ว่าจะด้วยค่าพลังที่มากกว่า และผลพิเศษจากทักษะนักล่ากริมที่ไม่เปิดเผยข้อมูลตัวเลขออกมา ทำให้เขาไม่สามารถประเมินความสามารถของมันได้

 

อีกทั้งการโจมตีของมันที่สร้างความเสียหายให้กับกริมอัศวินได้ถึง 1500 หน่วยในการจู่โจมครั้งเดียว ทำให้กริมหนุ่มคิดออกอย่างเดียวในเวลานี้

 

หนี

 

เขาซึ่งถือเคียวเก่าๆประเมินกำลังของมันอยู่ แต่แล้วกริมซึ่งถือดาบใหญ่ก็หันมองที่เขาราวกับต้องการคำตอบ

 

ถ้าหนีไปด้วยกันทั้งหมด คงถูกตามและฆ่าตายทั้งหมด เปล่าประโยชน์

 

ต้องมีตัวล่อ

 

แล้วใครละที่จะเป็นเหยื่อ

 

ถ้าเขาคิดให้เหล่าพี่น้องกริมล่อตัวอันตรายไป อย่างมากไม่กี่นาที พวกเขาก็คงถูกสังหารทั้งหมดหลังจากนั่น

 

มีแค่เรา ที่สามารถหลอกล่อมันเอาไว้ ในขณะที่ทุกๆคนหนีไป

 

หลังจากคิดดังนั่น กริมหนุ่นซึ่งถือเคียวก็ตะโกนขึ้น

 

“ทุกคนหนีไป ผมจะสู้กับกริมตัวนี้เอง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ต้องตามหาผม และคิดซะว่าเราจะได้พบกันใหม่ ในสักวันหนึ่ง” เขาตะโกนไปยังกริมสี่ตัวซึ่งลอยอยู่

 

“กริมเคียว พี่น้อง ไม่ทิ้งกัน” กริมดาบใหญ่เอ่ยหลังจากที่ได้ฟังคำกล่าวจากปากของกริมเคียว

 

จะมาห่วงกันอะไรตอนนี้ เดี๋ยวก็ได้ตายกันยกตี้หรอกเขาคิดในใจ

 

“ไม่ต้องห่วง ผมไม่ตายหรอก แต่ถ้าพวกพี่ๆไม่รีบไป ผมได้ตายแน่ๆ” เขาตะโกนอีกประโยคเพื่อบอกให้พวกกริมจากไป

 

กริมดาบใหญ่ลังเล แต่เมื่อได้รับคำยืนยันจากปากของเขาจึงเริ่มเคลื่อนตัว

 

แบบนั่นแหละ ดีแล้วกริมหนุ่มคิด

 

“ฮี่ๆๆ จะสู้กับข้า?” สเลเยอร์กริมหันมาสนใจเขาหลังจากที่มันได้ยินประโยคดังกล่าว “เอาสิ ถือว่าข้าให้โอกาศพวกแกหนีไปก่อนสักพัก” มันกล่าว ก่อนที่จะลอยตัวเข้าหากริมหนุ่ม

 

“รีบหนีไป!!!” กริมหนุ่มตะโกนขึ้นสุดเสียงอีกครั้ง เพื่อเร่งให้พวกกริมจากไป

 

 

“อืมจะไป อย่าตายละ กริมเคียว” กริมดาบใหญ่กล่าวก่อนที่จะบินนำกริมตนอื่นๆ เขารู้ดีว่าไม่สามารถต่อกรกับกริมปริศนาที่ฆ่าหนึ่งในพี่น้องได้ แต่เขาซึ่งเป็นพี่ใหญ่นั่นไม่สามารถทิ้งใครเอาไว้แล้วหนีเอาตัวรอดเพียงลำพัง แต่...กริมเคียวนั่นต่างไปจากทุกคน

 

กริมตนนั่นสามารถใช้ทักษะยากๆได้โดยที่คนอื่นยังใช้ไม่เป็น

 

กริมตนนั่นเป็นคนที่ชอบพูดคุยกับพี่ๆในระหว่างการล่า

 

กริมตนนั่นชอบที่จะกินไม่อิ่มหลังล่าเสร็จ

 

แล้ววันนี้….

 

กริมตนนั่นก็บอกให้ทุกคนหนีไป

 

กริมตนนั่นคิดที่จะตาย?

 

ไม่...ต้องเชื่อใจกริมตนนั่น

 

เพราะกริมตนนั่นคือพี่น้องของเรา

 

และ.........

 

.....กริมตนนั่นจะไม่ตาย

 

คือสิ่งที่กริมดาบใหญ่คิดขณะที่บินนำทุกคนออกจากลานประหาร

 

 

ขณะที่กริมทั้งสี่บินจากไป สเลเยอร์กริมก็ไม่ได้สนใจ มันยังคงลอยเข้าหากริมหนุ่ม

 

“ดูเหมือนแกจะเป็นกริมพิเศษ” มันกล่าวในสิ่งที่กริมหนุ่มไม่เข้าใจ

 

“รสชาติน่าจะดี”

 

“ไม่รู้ว่าแกพูดอะไร แต่แน่จริงก็ฆ่าชั้นให้ได้ก็แล้วกัน” กล่าวจบกริมหนุ่มก็หันหลังก่อนจะบินไปทางทิศใต้ ซึ่งเป็นทิศตรงข้ามกับพวกกริม

 

“แน่จริงก็ตามมา ”  กริมหนุ่มพุ่งตัวไปด้วยความเร็วสูงสุดทันใด

 

“ฮี่ๆ เล่นซ่อนแอบ” สเลเยอร์กริมก็ลอยตามไปไม่ขาด โดยความเร็วที่มากกว่ากริมที่มันไล่ตาม

 

 

แบบนี้มันตามเราทันแน่’  กริมหนุ่มคิด ก่อนที่จะเริ่มคิดแผนการถ่วงเวลากริมนักล่า

 

เราต้องล่อลงไปในป่าด้านล่างให้มันสับสน

 

กริมหนุ่มลอยตัวลงไปด้านล่างในทันใด โดยมีกริมนักล่าตามมาห่างจากตัวเขาไม่มาก

 

มันน่าจะสับสนบ้างละกริมหนุ่มเมื่อเห้นต้นไม้ และกอหญ้าไหนที่ใหญ่และพอจะหลบซ่อนได้ เขาก็ทำทีเป้นลอยเข้าไปในกอหญ้านั่น ก่อนที่จะใช้ ซ่อนตัวแล้วบินไปยังด้านข้าง

 

...หวิว... กริมนักล่าเมื่อเห็นเหยื่อของมันบินเข้าไปในกอหญ้าด้านหน้าแล้วหายไป มันก็นึกว่ากริมหนุ่มหลบซ่อนอยู่ด้านใน มันจึงโจมตีเข้าใส่กอหญ้านั่น

 

หวืด

 

มีเพียงเสียงดาบวาดผ่านอากาศ แต่ไม่มีเสียงกระทบกับร่างของเหยื่อ

 

มันงุนงงอยู่สักพัก แล้วคิดว่าเหยื่อน่าจะหนีไปแล้ว มันจึงคิดที่จะหันหลังกลับและไปไล่ล่ากริมทั้งสี่ตัวนั่นแทน

 

แต่ในขณะที่มันกำลังจะบินกลับไปนั่นก็ถูกบางสิ่งกระทบเข้า

 

..ปึก!!..

 

หินขนาดเท่าฝ่ามือกระทบเข้าที่หัวของมัน มันจึงมองไปยังทิศที่มาของหินดังกล่าว

 

และพบกับร่างของกริมหนุ่มซึ่งกำลังลอยออกห่างไป

 

“เหยื่อ ซ่อนแอบใช่ไหม” มันกล่าวด้วยความโกรธ ก่อนที่จะบินไล่กริมหนุ่มอีกครั้ง

 

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีกลหายต่อหลายครั้ง จนกระทั้งกริมหนุ่มคิดว่าพวกกริมคงจะหนีไปไกลจากกริมนักล่าแล้ว

 

มาหามีธีฆ่ามันก่อนนี้กว่า เขาเริ่มคิดวิธีซึ่งจะสามารถจัดการมอนสเตอร์ที่มีระดับและทักษะที่สูงกว่าตน

 

ไม่มีทางที่ตัวเขาจะสามารถต่อสู้กับมันตามลำพังได้ และต่อให้มีกริมที่เหมือนกับเขาอีกสักโหลก็ตาม

 

ถ้าเขาจัดการมันไม่ได้ แล้วใครละที่จะจัดการมันได้?

 

นึกออกละ

 

กริมหนุ่มนึกถึงร่างยักษ์ซึ่งเคยบินผ่านครั้งหนึ่ง

 

ถ้าเป็นเจ้านั่นต้องฆ่ากริมนี่ได้แน่ เมื่อเกิดความคิดขึ้น เขาก็เปิดเผยตัวให้กริมนักล่าได้เห็น ก่อนจะบินไปยังทิศที่ร่างยักษ์อยู่

 

งานนี้คงได้เห็นพี่ใหญ่ตัวจริงเสียงจริงออกโล่ง’  เขาคิดขณะที่บินตรงไปยังทิศซึ่ง….โกเล็มผู้พิทักษ์อยู่

 

หวังว่าการโจมตีของมันจะถูกตัวเจ้านักล่าได้นะ เป็นสิ่งที่เขายังกังวลอยู่

 

ด้วยความเร็วของโกเล็มนั่นต่ำมาก ในขณะที่กริมนักล่านั่นมีความเร็วที่สูง

 

“จะหนีไปไหน!!!” เสียงบินไล่หลังมาไม่ห่างดังขึ้นจากด้านหลังของเขา

 

“แน่จริงก็ตามมา ไอ้โล้น” เขาตะโกนกลับไป ในขณะที่ยังคงบินด้วยความเร็วคงที่ พร้อมกับลัดเลาะไปตามแนวป่า เมื่อกริมนักล่าใกล้ถึงตัวเขาก็ทำตามเดิม ตามหาพุ่มหญ้าแล้วหลอกให้กริมโง่เสียเวลาหา

 

“น่าฆ่า น่าฆ่า อย่าให้ข้าจับได้นะ จะฉีกวิญญาณให้เป็นชิ้น!!!” มันตะโกนด้วยความโกรธ และเร่งความเร็วมากยิ่งขึ้น

 

ถึงละกริมหนุ่มเริ่มชะล่อความเร็วลง เมื่อเห็นร่างยักษ์อยู่ไกลๆ ก่อนที่จะหาพุ่มหญ้าและเข้าไป แล้วใช้ทักษะ ซ่อนตัวแล้วหลบอยู่ท่พุ่มไม้ดังกล่าว

 

“ครั้งนี้ข้าไม่หลงกลหรอก” กริมนักล่ากล่าวก่อนที่จะบินผ่านกอหญ้านั่นไป และมุ่งตรงไปด้านหน้าด้วยความรวดเร็วอย่างไม่คิด “ตาย!!!

 

มันซึ่งมองเห็นเพียงด้านหลังของบางสิ่งที่ขยับอยู่ ก็คิดว่ากริมหนุ่มคงหลบอยู่ตรงนั่น ด้วยความความโกรธที่ถูกหลอกล่ออยู่นาน มันเหวี่ยงดาบเข้าใส่สิ่งซึ่งขยับตรงหน้า

 

0!

 

“เอ๋?

 

ครืน...

 

เสียงสั่นไหวคล้ายกับแผ่นดินถล่มเกิดขึ้นหลังจากนั่น ก่อนที่บางสิ่งซึ่งอยู่เบื้องหน้าของมันจะแสดงตัวออกมา

ร่างของยักษ์หินสูงเท่าภูเขายืนขึ้นปิดบังแสงจันทร์ไปในทันใด

 

โกเล็มดิน

ผู้พิทักษ์แห่งผืนดิน NO.079

LV.100

HP 17,000,000 / 17,000,000

MP 400,000 / 400,000

แข็งแกร่ง

1,250

ความเร็ว

100

ปัญญา

500

อดทน

4,500

 

 

“ผู้บุกรุก” โกเล็มหินซึ่งถูกจู่โจมก่อนมองมันเป็นผู้บุกรุกทันที หลังจากที่มันถูกจูโจม

 

สเลเยอร์ กริม

ชื่อ ----

Lv. 15

HP 8,000 / 8,000

MP 850 / 850

แข็งแกร่ง

80 + 160

ความเร็ว

180 + 360

ปัญญา

180 + 360

อดทน

80 + 160

 

 

“กำจัด ผู้บุกรุก” มันกล่าวก่อนที่จะฟาดมืออันมหึมาเข้าใส่ร่างของกริมนักล่า

 

“กระจอก.. ใหญ่แต่ตัว” กริมนักล่าที่แต่เดิมเกรงกลัวร่างยักษ์ แต่เมื่อเห็นความเร็วของโกเล็มหิน มันก็ทิ้งความกลัวไป

 

มันบินวนไปรอบๆของร่างโกเล็มหิน ก่อนจะใช้ดาบในมือฟาดเข้ากับร่างยักษ์

 

0!

0!

0!

 

โกเล็มยังคงพยายามใช้ร่างกายที่ใหญ่โตไล่ต้อนร่างของกริมนักล่าอยู่

 

0!

0!

0!

 

กริมนักล่าที่เริ่มลำคาญร่างยักษ์ก็หวดดาบใส่ถี่ขึ้น แต่ความเสียหายที่มันทำได้นั่นคือ 0 ซึ่งเกิดจากค่าความแข็งแรงของมันที่ต่ำกว่าความอดทนของโกเล็มหินมากจนเกินไป

 

“บักซบ!!!” เป็นครั้งแรกที่มันฟันเหยื่อไม่เข้า แต่โชคดีที่มันเองก็ยังสามารถหลบหลีกการโจมตีได้โดยง่าย

 

ซ่อนตัว!!!” มันรีบเรียกใช้ทักษะ และหวังที่จะทดสอบการจู่โจมของมัน

 

“พลังแห่งดิน!!!” โกเล็มเองก็เรียกใช้ทักษะในทันทีที่กริมนักล่าเรียกใช้

 

มันกระทืบพื้นเสียงดัง

 

...ตึง!!!.....  

 

เกินการสั่นไหวอย่างรุนแรงของผิวดินรอบๆตัวของโกเล็มหิน ก่อนที่ผลของการจู่โจมจะเกิดขึ้น

 

ฟึบ!!! ฟึบ!!! ฟึบ!!! ฟึบ!!! ฟึบ!!! ฟึบ!!!

 

เสาหินมากๆผุดขึ้นมาจากพื้นดิน เป็นเวทย์ที่ทรงพลังและทำความเสียหายรอบๆตัวของโกเล็มอย่างน่ากลัว เป็นทักษะที่ไม่ต้องเล็งเป้าหมาย และก็ไม่ต้องการความแม่นยำ

 

เพราะมันคือการโจมตีแบบรัศมีรอบๆตัวของโกเล็ม โดยไม่สนใจภูมิประเทศ ไม่สนใจจำนวนของศัตรู ไม่ต้องการความเร็ว มันคือทักษะที่สมบูรณ์แบบของผู้พิทักษ์แห่งผืนดินที่เชื่องช้า

 

4,500!!!

 

“อั๊ก!!!

 

กริมนักล่าซึ่งไม่รู้มาก่อนว่าร่างยัก์มีทักษะใดบ้าง ก็ถูกการโจมตีแบบวงกว้างเล่นงาน นอกจากพลังชีวิตที่ลดลงไปอย่างมากแล้ว มันยังติดสถานะแปลกๆ

 

“อะไรกัน”

 

ร่างของมันร่วงลงที่พื้นทันใด มันพยายามจะขยับร่างของตนก็ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้

 

“กำจัด ผู้บุกรุก” โกเล็มหินง้างหมัดขึ้นทันใด

 

“เดี๋ยวก่อน” กริมนักล่าพยายามจะหยุดมือยักษ์ซึ่งง้างขึ้นมา แต่ไหนเลยที่โกเล็มจะหยุดมือให้กับศัตรูที่จู่โจมมัน

 

..ตึง!!!...

 

มัดดินซึ่งมีขนาดใหญ่กว่ากริมนักล่าถึงสิบเท่าก็บีบร่างของมันติดกับพื้นดิน

 

8,600!!!

 

เมื่อโกเล็มดึงมันกลับออกไป ก็เหลือไว้แต่ซากร่างของกริมนักล่า

 

“การกำจัดเสร็จสิ้น” มันกล่าวก่อนที่จะเดินหันหลังกลับไปยังภูเขา

 

...ตึง...

ร่างยักษ์นอนพิงถูเขาดังเดิม ก่อนที่จะหลับไป

 

 

“ดีที่ไม่คิดจะลองกับโกเล็มหินนั่น” เขาเอ่ยก่อนที่จะเหลือบมองไปยังซากของกริมนักล่า

 

“นั่นมัน”

 

กริมหนุ่มพบดวงวิญญาณของกริมนักล่าปรากฏขึ้นเหนือซากของมัน

 

“ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม”

 

กริมหนุ่มกล่าว ก่อนที่จะเรียกใช้ทักษะซ่อนตัว แล้วลอยตัวช้าๆเข้าไปหาซากของกริมดังกล่าว

 

จากการสังเกตเมื่อครู่ทำให้เขามั่นใจว่าโกเล็มหินนั่น ไม่มีทักษะตรวจสอบไม่อย่างนั่นมันคงใช้ไปนานแล้ว

 

หวังว่าเราจะคิดถูก

 

ขณะที่ลอยเข้าหาซากร่าง กริมหนุ่มยังคงไม่ละสายตาจากร่างโกเล็มยักษ์

 

จนกระทั่งถึงร่างของกริมนักล่า

 

ไม่แน่ใจว่าถ้าใช้ทักษะตรงนี้จะทำให้ทักษะหายตัวถูกยกเลิกไหม แต่ขอไม่เสี่ยงก็แล้วกัน

 

เขาตัดสินใจที่จะไม่เสี่ยงกินดวงวิญญาณของกริมนักล่าใกล้ๆกับสถานที่โกเล็มอยู่ และเลือกที่จะหยิบเอาดวงวิญญาณของนักล่าขึ้นมา แล้วลอยกลับเข้าป่า

 

นั่นมันถ้ำอะไร

 

ในระหว่างที่จะลอยกลับไป เขาก็พบกับถ้ำบางอย่าง ซึ่งร่างของโกเล็มหินปิดทางเข้าเอาไว้เกือบทั้งหมด

 

มันต้องมีอะไรบางอย่างที่สำคัญมากแน่ๆ

 

ด้วยความสนใจกริมหนุ่มจึงค่อยๆลอยไปยังถ้ำดังกล่าว ซึ่งมีโกเลมนั่งปิดปากถ้ำเอาไว้

 

ร่างมันใหญ่โตจริงๆ ยิ่งในระยะใกล้แล้ว

 

ชายหนุ่มเมื่อเข้าใกล้ปากถ้ำก็ต้องตกใจอีกครั้งกับขนาดของโกเล็มดิน ที่เดิมแค่มองเห้นจากที่ไกลๆ ยิ่งพอเห็นในระยะใกล้แล้วยิ่งมีขนาดที่ชวนให้ถอยหนี

 

มาขนาดนี้แล้ว

เขาปลอบใจตัวเอง ก่อนที่จะบินผ่านร่างของโกเล็มดินเข้าไปยังถ้ำ

 

 

ภายในถ้ำซึ่งมองจากภายนอกมืดนั่น ภายในกลับสว่างอย่างน่าประหลาด ซึ่งเป้นผลมาจากแร่และอัญมณีซึ่งเกิดขึ้นอยู่รอบๆตัวถ้ำภายใน

 

แร่ดังกล่าวเป็นแร่ที่กริมหนุ่มไม่รู้จักและไม่รู้ว่ามันสามารถใช้ประโยชน์อะไรได้ แต่เขาสัมผัสได้ถึงไอพลังเวทย์อ่อนๆจากแร่เหล่านี้

 

ถ้าภายนอกยังมีแร่ขนาดนี้ แล้วภายในละ?

 

เมื่อคิดอย่างนั่นเขาซึ่งถือวิญญาณของนักล่าอยู่ก็บินเข้าไปด้านในของถ้ำ.......

 

บ่อน้ำ?’

 

เขาพบกับบ่อน้ำซึ่งมีแท่งหินคล้ายคริสตัลผุดขึ้นจากกลางบ่อ เป็นคริสตัสสีฟ้า

 

ด้านบนคริสตัลดูเหมือนว่าจะมีสิ่งมีชีวิตบางกลุ่มกำลังบินอยู่

 

มองในครั้งแรกเขาคิดว่าเป็นแมลงหนึ่งฝูง แต่พอมองดูดีดีแล้วพบว่าเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง

 

กริมหนุ่มมองเห็นมนุษย์จิ๋วมีปีกคล้ายแมลง พวกเธอ?กำลังบินไล่และหยอกล่อกันอยู่

 

“ฮ่าๆ”

 

“ว้าย!

 

เสียงจากสิ่งมีชีวิตซึ่งกำลังบินไล่กันอยู่

 

พิกซี่?’

 

 

“ใครนะ!!

 

อยู่ๆ หนึ่งในพิกซี่ก็เอ่ยขึ้นแล้วมองมาที่เขา  ส่งผลให้กริมหนุ่มตกใจ เขารีบยกมือของตนขึ้นเพื่อตรวจผลของทักษะ

 

ผลคือทักษะซ่อนตัวยังคงทำงาน

 

“เราได้กลิ่นนะ ใคร”

 

เมื่อไม่ได้รับคำตอบ พิกซี่จิ๋วก็บินตรงมายังกริมหนุ่ม

 

เป็นร่างของเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆหน้าตาน่ารัก ใบหน้าจิ้มลิ่ม ผิวขาวสวย เธอมีดวงตาสีเขียวสดเช่นเดียวกับเส้นผม มีปีกคล้ายกับผีเสื้อสองคู่ที่ด้านหลัง สวมใส่ชุดคล้ายแม่มด แววตาร่าเริงและซุกซน

 

พิกซี่

ลูลู่

Lv. 10

HP 1,000 / 1,000

MP 500 / 500

แข็งแรง

20

ความเร็ว

200

ปัญญา

200

อดทน

20

 

 

เมื่อเธอหยุดอยู่ด้านหน้าของกริมหนุ่ม แล้วไม่ได้คำตอบ เธอทำปากไม่พอใจก่อนจะเรียกใช้ทักษะ

 

“จงเผยตัวออกมา แสงแห่งความจริง!!!” ทันทีที่พิกซี่เรียกใช้ทักษะ ร่างของกริมหนุ่มก็ถูกเปิดเผย

 

โครงกระดูกภายใต้ผ้าคลุมขาดๆ มือซ้ายถือเคียวสีดำ กำลังยกมือขวาอยู่

 

ร่างซึ่งส่งกลิ่นอายแห่งความตายออกมา

 

“กรี๊ด!!!

 

พิกซี่จิ๋วกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว ผิดกับความกล้าก่อนหน้าลิบลับ เธอรีบหันหลังและบินกลับโดยใช้ปีกเล็กๆ

 

“ปะ...ปี....ปีศาจ!!!

 

เธอแหกปากร้องทั้งน้ำตาขณะที่บินไปหาเพื่อนๆ

 

 

เมื่อฟิกซี่ทั้งหมดกลับไปอยู่ด้วยกัน พวกเธอก็กอดกันอยู่ข้างๆกับแท้งคริสตัล

 

“ย...ยะ...อย่าทำอะไรพวกเราเลยนะ พวกเราไม่อร่อยหรอก”

พิกซี่ซึ่งชื่อลูลู่กล่าวทั้งน้ำตาในขณะที่กอดกับเพื่อนๆ

 

กริมหนุ่มที่มองเห็นภาพดังกล่าวก็รู้สึกราวกับเขาเป็นพวกคนใจร้ายหรือโจรโรคจิต จึงรีบเอ่ยปาก

 

“เดี๋ยวสิ ชั้นยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ”

 

พิกซี่ทั้งหมดมองมาด้วยสายตาไม่เชื่อ

 

“ไม่เชื่อ...” พิกซี่รอบๆตัวลูลู่กล่าวออกมา

 

“หรือจะให้ตอบว่ากินละ?” เขาถามกลับ

 

เมื่อเขาพูดแบบนั่นพิกซี่ยิ่งกอดกันแน่นขึ้น

 

แต่อยู่ๆพิกซี่ผมสีเขียวก็เอ่ยปากขึ้น

 

“ถ้าอย่างนั่น ป..ปะ..ปีศาจ คงไม่ได้มาจับพวกเราไปกินใช่ไหม เธอกล่าว

 

“ตัวเล็กไม่อร่อย ไม่อิ่มด้วย” กริมตอบ

 

“ป..ปะ...แปลว่าคุณกินสิ่งมีชิวิตอื่นเป็นอาหารใช่ไหม”

 

“เปล่า อาหารของชั้นไม่ใช่ของแบบนั่นหรอก” เขาตอบไป

 

ทำให้พิกซี่ทั้งหลายผ่อนคลายขึ้น แต่พวกเธอยังคงอยู่ที่เดิม

 

“ชั้นกินวิญญาณเป็นอาหารนะ”

 

“ปีศาจ!!!

 

พิกซี่แตกตื่นมากกว่าเดิม พวกเธอบินกันชุลมุนวุ่นวายไปรอบๆแท่งคริสตัลหิน ก่อนจะตรงขึ้นไปยังยอดในที่สุด แล้วไปกองกันอยู่รอบๆลูกแก้วสีฟ้า ร่างเล็กๆต่างสั่นไม่หยุด

 

“เออ เอาเข้าไป”

 

แต่นั่นทำให้กริมหนุ่มมองเห็นบางอย่าง

 

พิกซี่พวกนั่นกำลังกอดลูกแก้วอะไรนั่น

 

เขามองเห็นลูกแก้วสีฟ้ากลมสวยที่มีไอพลังเวทย์มหาศาลแผ่ออกมา ซึ่งอยู่บนปลายสุดของแท่งคริสตัลใจกลางบ่อน้ำ

 

“ป..ปะ..ปีศาจเข้าใกล้ไม่ได้ละสิ” พิกซี่ผมสีเขียวกล่าว  เมื่อเห็นท่าทีของปีศาจโครงกระดูกไม่เปลี่ยนไป

 

“อิอิ เพราะคริสตัลนี่มีพลังของธรรมชาติคุ้มครองอยู่ไงละ”

 

เมื่อพบว่าร่างโครงกระดูกไม่ได้เคลื่อนไหวหรือขยับเข้ามาใกล้ เธอก็คิดว่าเป็นเพราะเจ้าปีศาจร้ายกลัวจะถูกพลังจากลูกแก้วคริสตัล

 

เธอยิ้มออกมา ก่อนจะเชิดใบหน้าเล็กๆขึ้น แล้วเดินมาหยุดอยู่ที่ด้านหน้าของลูกแก้ว

 

ร่างจิ๋วยืนยืดอกเล็กๆด้วยท่าทางมั่นใจ ในขณะที่มองมายังกริมหนุ่มด้วยใบหน้าของผู้ชนะ

 

แล้วก่อนหน้านี้ละกริมหนุ่มคิดในใจ

 

 

 

 

 

 

 

------ จบบทที่ 4 เริ่มเขียนแบบมุมมองใหม่นะจร้า --------

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

252 ความคิดเห็น

  1. #249 kkkigger (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2561 / 20:08

    กินลูกแก้วแล้วเปลี่ยน ร่าง 55

    #249
    2
    • #249-1 kkkigger(จากตอนที่ 4)
      11 มิถุนายน 2561 / 20:09
      ให้ผมเดานะ
      #249-1
    • #249-2 Silver Duck(จากตอนที่ 4)
      27 ตุลาคม 2563 / 11:51
      /(-..-)
      #249-2
  2. #160 SKNdragon (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 01:57
    อีกนานไหมนะกใ่าจะเจอกัน
    #160
    0
  3. #112 I'm nani (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 19:59
    สนุกดีแฮะ 555
    #112
    1
    • #112-1 Silver Duck(จากตอนที่ 4)
      10 มิถุนายน 2560 / 05:26
      อิอิ ><
      #112-1
  4. #69 gnome (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 19:52
    ขอบคุณครับ
    #69
    0
  5. #5 จอมพลแห่งมนตรา (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 12:18
    แล้วเพื่อนๆอีก4คนละ
    #5
    0