Fanfic BNHA / My Hero Academia :: Blazing aria [Bakugou x OC]

ตอนที่ 35 : Aria 30 : I have a date with my hero.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,738
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 289 ครั้ง
    24 ม.ค. 64

Aria 30

I have a date with my hero.

 

อายาเมะหยุดยืนอยู่ที่หน้าหอพัก 1-A พลางสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่เพื่อจะสงบหัวใจที่เต้นถี่รัวของตัวเองลง

 

เด็กสาวก้มลงสำรวจเสื้อผ้าอีกรอบว่าทุกอย่างเข้าที่เข้าทางดีแล้ว

 

เสื้อไหมพรมโอเวอร์ไซส์สีมิ้นท์ถูกนำมาแมทช์กับมินิสเกิร์ตสีชมพูอ่อนลายตารางเข้าคู่กันให้ความรู้สึกสดใส กระเป๋าสะพายไหล่สีขาวกับบูทส้นสูงสีเดียวกันยังขับให้ลุคในวันนี้ให้ดูน่ารักสมกับเป็นสาวมัธยมปลาย

 

นี่เป็นชุดที่อายาเมะตั้งใจคัดเลือกมาอย่างดี พอๆ กับทรงผมและเมคอัพที่แต่งออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ เด็กสาวใส่ใจในทุกรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แม้แต่เล็บมือทั้งสองข้างก็ถูกเพ้นท์เป็นสีพาสเทลและติดประกายดวงดาวอย่างสวยงาม

 

อย่างไรเสียนี่ก็เป็นการไปเดทแบบจริงๆ จังๆ ครั้งแรกของเธอนี่นะ ถึงฝ่ายชายอาจจะไม่ได้มองแบบนั้นก็เถอะ

 

อึ้ม! เสื้อผ้าเรียบร้อยดีแล้วล่ะ

 

อายาเมะยกมือกดกริ่งด้านข้างในที่สุด

 

คนที่มาเปิดประตูให้เธอคืออิดะ เขาขยับแว่นขณะที่มองอายาเมะด้วยใบหน้างุนงง

 

“อิชิคาวะคุง มีธุระอะไรหรือเปล่า”

 

“อรุณสวัสดิ์ อิดะคุง!” คนที่ไม่คาดคิดทำให้อายาเมะเผลอตอบเสียงดังกว่าปกติด้วยความแปลกใจ “ฉันมาหาบาคุโกน่ะ”

 

“บาคุโกคุงน่าจะยังไม่ลงมานะ ถ้ายังไงเธอก็เข้ามารอก่อนสิ”

 

“ขอบคุณมากนะ” อายาเมะโค้งหัวนิดๆ เป็นเชิงขอบคุณในขณะที่อิดะเอี้ยวตัวหลบให้เธอเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นของหอพัก 1-A

 

ทั้งที่การมาอยู่ในหอพักของห้องเรียนอื่นน่าจะให้ความรู้สึกไม่คุ้นเคย แต่อายาเมะกลับไม่รู้สึกแปลกถิ่นเท่าไร คงเพราะเธอเคยมาช่วยห้อง 1-A ซ้อมดนตรีที่นี่อยู่นานหลายวัน

 

พอเข้ามาข้างใน อายาเมะก็หาโซฟานั่งทันที ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดส่งข้อความไปหาบาคุโกว่าเธออยู่ข้างล่างหอพักของเขาแล้ว

 

ห้องนั่งเล่นรวมในยามเช้ายังค่อนข้างว่างเปล่า เธอเห็นแค่อิดะที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ตรงโต๊ะกับโทโคยามิที่กดเปลี่ยนช่องโทรทัศน์ไปเรื่อยๆ เท่านั้น

 

โทโคยามิเหลือบมามองเธอแล้วก็พยักหน้าให้นิดๆ เป็นเชิงทักทาย ทำให้อายาเมะรีบส่งยิ้มตอบกลับไป

 

ในฐานะกลุ่มนักดนตรีแล้ว อายาเมะก็ได้คุยกับเขาค่อนข้างมากอยู่เหมือนกัน ถึงจะไม่ได้สนิทกันมากมาย แต่ก็คุ้นหน้าคุ้นตากันดี

 

โชคดีที่เธอไม่ต้องรอนานมากนัก

 

ผ่านไปแค่ไม่ถึงสิบนาที ประตูลิฟต์ก็เปิดออกพร้อมกับเสียงพูดคุยอันคุ้นเคยที่ดังลอดออกมา ทำให้อายาเมะรู้ว่าคนที่เธอคอยอยู่มาถึงแล้ว

 

“อรุณสวัสดิ์ อิชิคาวะ”

 

คิริชิมะที่เดินออกมาจากลิฟต์เป็นคนแรกโบกมือทักทายเธออย่างอารมณ์ดี ตามด้วยเสียงพูดอรุณสวัสดิ์ของเซโระ ทำให้อายาเมะโบกมือตอบกลับไปอย่างร่าเริง

 

“อรุณสวัสดิ์คิริชิมะคุง เซโระคุง”

 

ดวงตาสีน้ำทะเลตวัดไปมองเด็กหนุ่มคนสุดท้ายที่เดินตามหลังเพื่อนของเขามา

 

ทั้งๆ ที่บาคุโกสวมชุดปกติธรรมดาอย่างสเวตเตอร์สีขาวกับกางเกงขายาวสีเข้ม คลุมทับด้วยเสื้อโค้ทสีเขียวหม่นเท่านั้น แต่ใจของเธอกลับเต้นแรงขึ้นมาโดยที่หาสาเหตุไม่ได้

 

“อรุณสวัสดิ์ บาคุโก”

 

เสียงประโยคสุดท้ายของเธอแผ่วเบาลงผิดปกติ ไม่รู้ว่าเพราะเธอเผลอหายใจสะดุดช่วงไป หรือเพราะเธอตื่นเต้นจนหาเสียงตัวเองไม่เจอ

 

“เออ” เขาตอบห้วนๆ ขณะที่เดินล้วงกระเป๋ากางเกงเข้ามาหาเธอ

 

เซโระมองพวกเขาสลับไปมาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเลิกคิ้วแล้วถามว่า “นี่พวกนายไปเที่ยวที่เดียวกันจริงเหรอ”

 

อายาเมะขมวดคิ้วนิดหน่อยอย่างงุนงง แต่พอเธอหันไปมองเสื้อผ้าของบาคุโกอีกรอบถึงได้เข้าใจ

 

เขาแต่งตัวอย่างพร้อมรับมือกับฤดูหนาวแบบเต็มที่มาก ต่างกับเธอที่ยังแต่งตัวด้วยแฟชั่นฤดูใบไม้ร่วงกึ่งฤดูหนาว

 

ก็เสื้อผ้าแบบนี้มันน่ารักกว่านี่นา

 

แล้วนี่ก็เพิ่งจะเข้าฤดูหนาวได้ไม่นาน อากาศยังไม่ได้เย็นถึงขนาดนั้นสักหน่อย

 

“บาคุโกเป็นพวกขี้หนาวเหรอ”

 

“หนวกหู!”

 

นอกจากจะไม่ตอบคำถามของเธอแล้วยังโวยวายอีก แต่เห็นทั้งผ้าพันคอทั้งเสื้อหนาๆ นั่นแล้ว อายาเมะก็ได้คำตอบแล้วล่ะ

 

เด็กหนุ่มเดินตรงไปที่ประตูหออย่างรวดเร็วโดยไม่รอใคร ทำให้อายาเมะรีบสะพายกระเป๋าแล้ววิ่งตามหลังเขา เธอหันไปโบกมือลาเพื่อนๆ ห้อง A เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหายไปหลังประตูหอพัก

 

เซโระกะพริบตามองตามหลังไป ก่อนจะเอ่ยถามอย่างงุนงง

 

“สรุปสองคนนั้นคบกันแล้วเหรอ?”

 

“ไม่นะ นี่แค่ไปเที่ยวกันตามที่เดิมพันไว้น่ะ” คิริชิมะโบกมือไปมาในฐานะกรรมการของการแข่งขัน

 

“แต่อย่างบาคุโกจะเดิมพันด้วยการออกไปเดทเหรอ…”

 

คิริชิมะชะงักไปพักนึง สมองลูกผู้ชายของเขากำลังหมุนติ้ว

 

นั่นสิ ถึงบาคุโกจะชนะแล้วไปภูเขา มันก็คือออกไปเที่ยวกันสองคน ออกไปเที่ยวกันสองคนก็คือเดทหรือเปล่า?

 

บ้าน่า นี่บาคุโกนะ

 

“ไม่หรอก นายคิดมากไปแล้ว! สองคนนั้นยังไม่ได้คบกันสักหน่อย”

 

“…”

 

“ล่ะมั้งนะ…”

 

“…”

 

_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_

 

กว่าจะเดินทางมาถึงห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ในตัวเมือง ในห้างก็มีผู้คนอยู่พอสมควรแล้ว อายาเมะพยายามก้าวเท้าเดินไวๆ เพื่อตามให้ทันบาคุโกที่ก้าวพรวดๆ ไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

 

ทั้งที่เธอเตี้ยกว่าเขาไม่มาก แต่ทำไมเดินตามไม่ค่อยจะทันสักทีนะ

 

ยิ่งถ้าเขาไม่ชะลอฝีเท้าให้นี่ไม่มีหวังจะเดินตามทันเลย

 

จนในที่สุดเขาก็เหลือบมามองข้างหลัง

 

“ชักช้า”

 

“นายต่างหากที่รีบเดินเกินไปแล้ว”

 

พออายาเมะเดินตามเขาไปทันก็รีบคว้าปลายแขนเสื้อเขาเอาไว้ทันที ราวกับกลัวว่าเด็กหนุ่มจะเดินหายไปไหน

 

ดวงตาสีแดงตวัดมามอง แต่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร เธอจึงเขย่าแขนเสื้อเขาไปมานิดๆ ก่อนจะเอ่ยชวนว่า “ไปกินข้าวกัน! นายอยากกินอะไร”

 

“เธอเป็นคนอยากมาเองไม่ใช่เหรอวะ”

 

สายตากล่าวโทษเหมือนจะบอกว่า ‘อยากมาเองก็เลือกเองสิ’ ทำให้อายาเมะมุ่ยหน้า

 

ตอนแรกอายาเมะก็นั่งวางแผนการเดทครั้งนี้อยู่หรอก มีทั้งแผนหนึ่ง แผนสอง แผนสามและแผนสำรอง แต่สุดท้ายแล้วเธอก็ใจโยนพวกมันทิ้งไป

 

นี่เดทกับบาคุโกนะ

 

คิดว่าจะมีอะไรเป็นไปตามแผนเหรอ

 

สุดท้ายแล้วพวกเขาก็มาลงเอยที่หน้าภัตตาคารอาหารจีนร้านหนึ่งบนชั้นบนของห้างที่อายาเมะเคยมากินกับครอบครัว เธอกำลังจะหันไปถามว่าเขาอยากกินไหม แต่บาคุโกก็เดินนำเข้าไปก่อนเสียแล้ว

 

นี่คงจะเป็นเดทแรกที่แปลกประหลาดสุดๆ…

 

ปกติแล้วเขาต้องไปร้านอะไรน่ารักๆ หวานๆ ไม่ใช่หรือไง

 

ซึ่งร้านน่ารักๆ พวกนั้นก็เคยอยู่ในแผนการเดทที่อายาเมะโยนทิ้งไปแล้ว เพราะคิดแล้วก็รู้สึกว่าบาคุโกไม่มีทางไปกับเธอหรอก

 

เอาไว้ค่อยหาร้านของหวานดีๆ แล้วกัน

 

เธอได้แต่ปลอบใจตัวเองขณะที่รีบเดินตามบาคุโกเข้าไปในร้าน

 

พอได้ที่นั่งด้านในแล้ว อายาเมะก็พลิกเปิดดูเมนูไปเรื่อยๆ ดวงตาสีน้ำทะเลแอบเหลือบมองเด็กหนุ่มฝั่งตรงข้ามที่พลิกหนังสือเมนูด้วยใบหน้าเฉื่อยชา

 

เขาชอบกินอะไรกันนะ

 

น่าจะเป็นอะไรเผ็ดๆ ล่ะมั้ง

 

“เอาเสี่ยวหลงเปา ซาลาเปาไส้ครีมลาวา ฮะเก๋า แล้วก็…” อายาเมะเว้นช่วงไปครู่หนึ่ง ตั้งใจจะให้บาคุโกสั่งอะไรเพิ่ม แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรสักคำ

 

...

 

บ้าจริง จะให้เธอเดาใจเองหรือไง

 

เธอพลิกเมนูอย่างรวดเร็ว สแกนหาเมนูที่มีพริกสีแดงอยู่ในนั้น ก่อนจะพูดต่อไปว่า “เต้าหู้เสฉวนค่ะ”

 

บาคุโกไม่ได้ว่าอะไร ทำให้อายาเมะพลันรู้สึกโล่งอก

 

คงจะเลือกถูกล่ะมั้ง?

 

“เอาเท่านี้…”

 

“สั่งมาให้แมวดมเรอะ” บาคุโกขัดขึ้นก่อนที่เธอจะทันพูดจบ แต่อายาเมะก็ได้แต่ก้มมองเมนูอย่างงุนงง

 

นี่เธอสั่งเยอะกว่าที่กินปกติคนเดียวมาพอสมควรแล้วนะ

 

“หมูทอดราดซอสเปรี้ยวหวาน”

 

สั่งอาหารเสร็จ บาคุโกก็ปิดเมนูลง เป็นสัญญาณว่าเขาคงจะไม่สั่งอะไรอีกแล้ว อายาเมะจึงส่งเมนูคืนพนักงานไป ก่อนจะหันกลับมาสนใจเด็กหนุ่มตรงหน้า

 

“จะว่าไป...บาคุโกรู้หรือเปล่าว่าช่วงนี้มิทสึกิซังอยากได้อะไรเป็นพิเศษไหม”

 

“จะไปรู้ได้ไงวะ”

 

“อืม...กระเป๋าเหรอ น้ำหอมกับเครื่องสำอางก็ดี แต่มันเป็นรสนิยมส่วนบุคคลนี่นะ...อ๊ะ! ผ้าพันคอล่ะ เข้าหน้าหนาวแล้วก็ต้องมีผ้าพันคอใช่ไหมล่ะ!”

 

อายาเมะหลุดเข้าไปในโลกความคิดของตัวเองเรียบร้อยแล้ว เธอคิดถึงยี่ห้อเสื้อผ้าต่างๆ ทั้งหมดที่รู้จัก ก่อนจะหันกลับมาถามบาคุโกอีกรอบ

 

“จะว่าไปแล้ว มิทสึกิซังทำงานไหมนะ มีเสื้อผ้าทำงานไหม ปกติแต่งตัวสีโทนไหนเหรอ”

 

ถึงแม้คำถามเหล่านี้อาจจะดูเป็นส่วนตัวไปสักหน่อย แต่สำหรับคนที่ถูกคุณแม่สอนเรื่องการแต่งตัวมาตั้งแต่เด็กๆ อย่างเธอนั้น ข้อมูลที่ถามออกไปถือเป็นเรื่องจำเป็นทั้งหมด

 

การแต่งตัวส่งผลถึงภาพลักษณ์โดยตรง ถ้ามิทสึกิซังเป็นผู้บริหารหรือทำงานในสาขาที่เข้มงวด อายาเมะก็จำเป็นต้องใส่ใจตั้งแต่เรื่องใหญ่อย่างแบรนด์ไปจนถึงเรื่องยิบย่อยอย่างวัตถุดิบที่นำมาตัดผ้า

 

โทนสีเองก็เป็นเรื่องสำคัญเพราะสามารถกำหนดบรรยากาศรอบตัวรวมถึงบุคลิกของผู้สวมใส่ในสายตาคนมองได้ ถ้ามิทสึกิซังมีเสื้อผ้าโทนสีเข้มเป็นหลักก็อาจจะเลือกซื้อสีที่สดใสสักหน่อย แต่ถ้าเป็นคนที่มีเสื้อผ้าหลายโทนก็อาจจะเลือกสีกลางๆ ที่สามารถเข้ากันกับชุดเหล่านั้นได้ง่าย

 

ดังนั้นอายาเมะจึงจ้องมองบาคุโกด้วยสายตาจริงจังอย่างที่เด็กหนุ่มคุ้นเคยมากจากไอ้เนิร์ดคนนึง

 

เหมือนไอ้เวรเดกุตอนเพ้อเรื่องฮีโร่ไม่มีผิด!

 

“บาคุโก”

 

เสียงเรียกย้ำทำให้เขาถอนหายใจออกมาอย่างแรง

 

“จะซื้ออะไรไปยัยป้าก็หาวิธีใส่ได้เองนั่นแหละว่ะ ทำงานสายนี้ถ้าเรื่องแค่นี้ยังทำไม่ได้คงโดนไล่ออกมานานแล้ว”

 

“มิทสึกิซังทำงานสายแฟชั่นเหรอ”

 

“เออ”

 

สีหน้ายุ่งยากใจนิดๆ ของอายาเมะทำให้บาคุโกเลิกคิ้วมอง

 

“ทำไม เปลี่ยนใจแล้ว?”

 

“ไม่ได้เปลี่ยนใจสักหน่อย เห็นแบบนี้ฉันก็มั่นใจในเซนส์แฟชั่นของตัวเองเหมือนกันนะ”

 

บาคุโกอยากจะเหลือกตาใส่ยัยกระต่ายตรงหน้านี่จริงๆ

 

เชื่อแล้วล่ะว่าเซนส์แฟชั่นน่าจะบ้าพอๆ กับพวกดาราห่วงสวยงี่เง่าพวกนั้น

 

อากาศเย็นแล้วยังจะแต่งตัวแบบนี้ออกมาเดินข้างนอก ถ้าเกิดมาหนาวทีหลัง เขาไม่สละเสื้อโค้ทให้แน่ ปล่อยให้สั่นตายไปเลยเหอะ

 

หลังจากนั้นอายาเมะก็ไม่ได้พูดอะไรอีก เธอจดจ่อกับการไถมือถือดูคอลเลคชั่นผ้าพันคอของแบรนด์ต่างๆ เสียจนตอนที่อาหารมาแล้วก็ยังมัวแต่ดูหน้าจออยู่นั่นแหละ

 

ท่าทางเอาจริงเอาจังจนไม่ยอมกินอาหารสักทีทำให้บาคุโกเริ่มขมวดคิ้วมอง

 

จนในที่สุดเขาก็เอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ออกมาจากมือของอายาเมะ

 

“อ๊ะ! บาคุโก! ฉันยังดูคอลเลคชั่นหน้าหนาวไม่เสร็จเลยนะ”

 

“กิน”

 

ดวงตาสีแดงดุๆ ที่ตวัดมามองเธอทำให้อายาเมะเถียงไม่ออก เด็กสาวได้แต่ใช้ตะเกียบคีบเสี่ยวหลงเปาขึ้นมาเคี้ยวตุ่ยๆ อย่างไม่มีข้อโต้แย้ง

 

พอบาคุโกเห็นว่าเธอยอมกินอาหารแล้ว เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรอีกนอกจากปิดหน้าจอมือถือของเธอแล้ววางมันทิ้งไว้บนโต๊ะ แต่อายาเมะก็ไม่กล้าหยิบมันกลับมาอีก

 

เอาไว้ไปดูของจริงที่ร้านเลยก็แล้วกัน

 

เธอคิดอย่างปลอบใจตัวเองขณะที่คีบเสี่ยวหลงเปาอีกชิ้นใส่ปาก

 

“ถ้าแค่ของตามมารยาทให้ยัยป้า ซื้อขนมอะไรสักอย่างให้ก็พอ” บาคุโกพูดขณะที่เขานั่งมองเธอกินอาหาร น้ำเสียงเฉยชานั่นทำให้อายาเมะรีบกลืนอาหารในปาก ก่อนจะเถียงทันควันว่า

 

“ไม่ใช่ของขวัญตามมารยาทสักหน่อย ฉันให้เพราะอยากให้จริงๆ ต่างหากล่ะ”

 

ดวงตาสีน้ำทะเลที่จ้องตรงมาอย่างเอาจริงเอาจังทำให้บาคุโกเลิกคิ้วนิดๆ

 

ท่าทางเหมือนจะถามโดยที่ไม่ได้พูดอะไรออกมาทำให้อายาเมะเม้มปากนิดๆ ก่อนจะเล่าว่า

 

“ฉันก็ไม่แน่ใจหรอกนะว่ามิทสึกิซังรู้เรื่องแชนเนิลของฉันได้ยังไงหรือว่าตอนไหน แต่ช่วงที่ฉันไม่ได้อัพเพลงอยู่พักหนึ่งหลังจากเกิดเรื่องวุ่นวายพวกนั้น มิทสึกิซังก็ทักข้อความฉันมาด้วย...”

 

ในตอนนั้น ใบหน้าของเด็กสาวประดับด้วยรอยยิ้มน้อยๆ ราวกับกำลังนึกถึงความทรงจำที่ดีมากๆ อยู่

 

“มิทสึกิซังถามว่าฉันเป็นอะไรมากไหม แล้วก็บอกให้ฉันเข้มแข็งต่อไปนะ ทั้งที่เรื่องวุ่นวายพวกนั้นทำให้นายต้องเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยแท้ๆ แต่มิทสึกิซังไม่โทษฉันสักคำ แล้วยังให้กำลังใจฉันอีก”

 

บาคุโกได้แต่พ่นลมหายใจออก

 

แหงล่ะ นั่นคือคนที่ไม่โทษยูเอสักคำตอนที่เขาถูกพวกวิลเลินจับตัวไป เรื่องแค่นี้ยัยป้าไม่เอามาคิดให้หนักหัวหรอก

 

“เพราะฉะนั้นฉันเลยอยากจะซื้อของขวัญแทนคำขอบคุณให้น่ะ ไม่ใช่ของตามมารยาทนะ!”

 

“เออ รู้แล้ว”

 

ถึงจะพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนจะไม่แยแสเหมือนเคย แต่แววตาที่อ่อนลงนั่นก็ทำให้อายาเมะรู้ว่าบาคุโกคงจะเข้าใจแล้วว่าเธอตั้งใจกับเรื่องนี้มากจริงๆ

 

ความคิดนั้นทำให้เธอยิ้มกว้างขึ้นมาอีกรอบ แต่ก็โดนบาคุโกเดาะลิ้นใส่ก่อนจะพูดเสียงเข้มว่า “กินเร็วๆ”

 

อายาเมะรีบคีบซาลาเปาขึ้นมาโดยไม่พูดอะไรอีก

 

กินให้เสร็จเร็วๆ ก็ดี จะได้รีบไปเลือกของให้มิทสึกิซังสักที

 

หลังออกมาจากร้านอาหาร อายาเมะก็เดินนำบาคุโกมายังโซนร้านขายเสื้อผ้าต่างๆ เธอเดินผ่านหลายๆ แบรนด์ที่เปิดดูในเว็บไซต์แล้วยังรู้สึกไม่ถูกใจนัก แวะเข้าร้านแบรนด์อีกสองสามร้าน แต่ก็ยังไม่มีผ้าพันคอผืนไหนที่เข้าตาเธอเลย

 

ของพวกนี้ไม่ใช่แค่ว่าแพงแล้วจะดี ยิ่งจะให้คนที่เคยทำงานสายแฟชั่นอย่างมิทสึกิซังก็ควรจะเลือกอย่างพิถีพิถัน

 

จนกระทั่งเธอเดินมาจนจะสุดขอบชั้นแล้ว เด็กสาวจึงสะดุดตาเข้ากับร้านเสื้อผ้าขนาดไม่ใหญ่นักร้านหนึ่ง

 

เป็นร้านเล็กๆ ที่ให้ความรู้สึกโอ่อ่าเพราะตกแต่งด้วยไม้ขัดจนมันเงาเป็นหลัก มีลูกค้าไม่มากนักแต่เซนส์ของเธอบอกว่าร้านนี้อาจจะเป็นร้านที่กำลังมองหาอยู่ก็ได้

 

อายาเมะเดินไปยังเคาน์เตอร์กระจกข้างในสุดซึ่งมีผ้าพันคอลายต่างๆ พับวางซ้อนกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่ข้างใต้

 

พนักงานหญิงวัยกลางคนเห็นสายตาของเธอก็รู้แล้วว่าเด็กสาวสนใจพวกมันมากทีเดียว จึงเลือกหยิบลายที่อ่อนหวานน่ารักสักหน่อยขึ้นมาให้ลองสัมผัสดู

 

เนื้อผ้าที่นุ่มลื่นมากกว่าปกติทำให้อายาเมะเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ

 

“ผ้าไหมจากที่ไหนเหรอคะ”

 

“เกียวโตค่ะ ร้านของเราเดิมทีเป็นร้านทอผ้าไหมเก่าแก่ในเกียวโต พึ่งเริ่มเปิดเป็นห้องเสื้อแล้วขยายสาขาไปเมืองอื่นเมื่อไม่นานมานี้เองค่ะ”

 

ได้ฟังเท่านั้นอายาเมะก็ยิ้มแล้ว

 

เป็นที่รู้กันในหมู่คนที่คลุกคลีอยู่กับวงการแฟชั่นว่าทั้งการทอผ้าไหมและเทคนิคพิมพ์ลายของเกียวโตมีชื่อเสียงมาก แม้กระทั่งแบรนด์ไฮเอนด์ระดับโลกก็ยังเคยนำผ้าไหมของเกียวโตไปสร้างสรรค์เป็นคอลเลคชั่นผ้าพันคอโดยเฉพาะมาแล้ว

 

“ขอดูผ้าที่ลายเดียวกันกับผืนนี้หน่อยได้รึเปล่าคะ”

 

แม้จะแปลกใจกับคำขอแต่พนักงานก็พยักหน้ารับ

 

อายาเมะคลี่ผ้าทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสออกก่อนจะพิจารณามันอย่างละเอียด

 

ดูเผินๆ แล้วผ้าทั้งสองผืนก็มีลวดลายเดียวกัน แต่ถ้ามองดีๆ ก็ยังมีจุดแตกต่างกันเล็กน้อย บ่งบอกว่าผ้าทรงจัตุรัสเหล่านี้ไม่ได้พิมพ์ลายด้วยเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทแบบเสื้อผ้าสมัยใหม่ทั่วไปแต่ใช้เทคนิคดั้งเดิมที่สืบทอดกันมา นอกจากนี้ฝีเข็มตรงมุมขอบยังถูกเย็บเก็บม้วนขอบผ้าขึ้นด้านหน้าของผ้าจัตุรัสอย่างประณีต ดูยังไงก็เป็นงานฝีมือของช่างมากประสบการณ์

 

แม้ว่าเครื่องพิมพ์จะรวดเร็วสะดวกสบาย แต่การใช้เทคนิคดั้งเดิมร่วมกับงานฝีมือแบบนี้ทำให้ผ้าพันคอแต่ละผืนมีความแตกต่างที่พิเศษเฉพาะตัว

 

สรุปก็คือ ทั้งในแง่คุณภาพและโพรดักส์สตอรี่ตรงใจเธอพอดี

 

ที่เหลือก็ลวดลายบนผ้า…

 

เห็นประกายตาของเด็กสาวฉายชัดถึงความกระตือรือร้น พนักงานหญิงจึงหยิบถาดไม้ขึ้นมาจากใต้เคาน์เตอร์กระจกให้เธอเลือกลวดลายตามใจชอบ

 

อายาเมะนึกถึงบุคลิกของมิทสึกิซังที่ให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวาแถมยังใจดีมากๆ แล้วก็เริ่มเลือกจากโทนสีที่น่าจะเข้ากับเจ้าตัว จากนั้นจึงขยับมาดูลายของผ้าแล้วคัดขึ้นมาสองสามผืน

 

เด็กสาวครุ่นคิดอยู่นานสองนาน หน้านิ่วคิ้วขมวดเหมือนกับกระต่ายอึไม่ออกจนบาคุโกขมวดคิ้วแน่นตามไปด้วย

 

“ไม่ชอบก็ดูอันอื่นสิวะ”

 

“นั่นสินะ ขอโทษนะคะ มีลายอื่นอีกรึเปล่า?”

 

พนักงานหญิงเห็นความมุ่งมั่นแบบนั้นแล้วก็หายลงไปใต้เคาน์เตอร์ก่อนจะดึงแฟ้มเล่มใหญ่ออกมา

 

มันคือแฟ้มรวบรวมลวดลายผ้าพันคอทั้งหมดของร้านแห่งนี้

 

อายาเมะรับมาเปิดดูอย่างละเอียดทีละหน้าแล้วพลันสะดุดตาเข้ากับลวดลายหนึ่ง

 

“บาคุโก”

 

เด็กสาวกระตุกชายเสื้อของเขาราวกับเด็กเล็กๆ ที่เจอของถูกใจ พอเห็นประกายในดวงตาสีแดงสดคู่นั้นที่เปลี่ยนไปนิดหน่อยอายาเมะก็รู้สึกว่าเธอมาถูกทางแล้ว!

 

“ผ้าจัตุรัสรุ่นนี้พิมพ์ลายด้วยมือทุกผืน ทางร้านเลยผลิตออกมาจำนวนจำกัดและมีแค่ขนาด 90x90 เซนติเมตรค่ะ”

 

พนักงานหญิงอธิบายในขณะที่อายาเมะพยักหน้ารับ

 

เป็นขนาดที่ใช้ได้ตั้งแต่เป็นผ้าพันคอ ผ้าผูกผม ผูกเป็นเสื้อ ใช้แทนเข็มขัด ไปจนถึงแขวนผนังตบแต่งบ้าน

 

ประยุกต์ได้หลากหลาย เหมาะกับมิทสึกิซังมากเลย

 

อายาเมะเจอของขวัญที่กำลังตามหาแล้ว

 

“เอารุ่นนี้หนึ่งผืนค่ะ”

 

“ผ้ารุ่นนี้เป็นรุ่นที่ผลิตจำนวนจำกัด เลยมีเก็บไว้เฉพาะที่สาขาใหญ่ในเกียวโต แต่คุณลูกค้าสามารถลงชื่อจองและชำระเงินไว้ก่อนจากนั้นค่อยมารับที่ร้านหรือให้ส่งไปที่บ้านได้นะคะ”

 

“ตกลงตามนั้นค่ะ”

 

พอเห็นอายาเมะตอบตกลงโดยไม่ถามถึงราคาสักคำแล้วยังยื่นบัตรเครดิตมาให้ราวกับคุ้นเคยกับสถานการณ์แบบนี้ดี พนักงานหญิงวัยกลางคนก็ยิ้มร่า รีบไปจัดการให้ทันที

 

รอยยิ้มแจ่มใสระบายเต็มใบหน้าของเด็กสาวที่ทำภารกิจสำเร็จไปหนึ่ง ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลมีประกายร่าเริงจนมองเห็นสีหน้าเฉยชาของบาคุโกที่ยืนรออยู่

 

ถึงจะบอกว่าการมาเดทวันนี้มาเพราะตามใจเธอจากผลการแข่ง แต่พอคิดว่าบาคุโกต้องมายืนรอเธอเลือกของขวัญอยู่นานแล้วก็รู้สึกผิดขึ้นมานิดหน่อย

 

“ขอโทษนะที่ต้องให้นายมารอ”

 

อายาเมะเตรียมรับเสียงเค้นเหอะในลำคอ แต่กลับเงียบสนิท

 

บาคุโกไม่ว่าอะไรเธอเลยสักคำ

 

อาจจะเพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับมิทสึกิซังล่ะมั้ง เขาเป็นลูกชายของคุณแม่นี่นา

 

อายาเมะคิดระหว่างที่เซ็นชื่อและกรอกรายละเอียดใบรับสินค้า

 

จนกระทั่งจัดการต่อมิอะไรเสร็จแล้ว ยังไม่ทันจะได้ถามว่าเขาอยากไปไหนต่อ เธอก็โดนหิ้วคอด้วยท่าทางอันคุ้นเคยออกมาจากร้านจนต้องรีบแกะตัวเองออกจากมือคู่นั้นอย่างละมุนละม่อม

 

“เราจะไปไหนกันเหรอ”

 

“เธอมีรองเท้าปีนเขาแล้วหรือไง”

 

คำถามที่เหมือนจะเป็นคำตอบในตัวนั่นทำให้อายาเมะฉีกยิ้มแห้งแล้ง

 

จริงสินะ หลังจากนี้ยังมีเดทบนภูเขาอันทรหดรอเธออยู่อีกนี่…

 

พวกเขาลงไปยังชั้นใต้ดินของห้างแล้ว แต่ยังไม่ทันจะเดินไปถึงร้านอุปกรณ์กีฬา เสียงแจ้งเตือนดังลั่นจากโทรศัพท์มือถือของเธอก็ทำให้อายาเมะหยิบมันขึ้นมาดู

 

เนื้อหาข่าวที่ปรากฏแจ้งเตือนขึ้นมาบนหน้าจอทำให้อายาเมะขมวดคิ้วมอง ขณะที่อ่านทวนให้บาคุโกฟังไปด้วย

 

“มีวิลเลินกำลังปะทะกับกลุ่มฮีโร่ของพวกเม้าท์เลดี้อยู่ที่หัวมุมถนนนี้เองด้วยล่ะ”

 

“หา?”

 

อายาเมะหันหน้าจอโทรศัพท์ของเธอไปให้บาคุโกดู

 

“มันเป็นแอพแจ้งเตือนข่าวสารเกี่ยวกับพวกวิลเลินน่ะ จะได้หลบเลี่ยงกันได้ทันไง”

 

เธอก้มลงอ่านรายละเอียดของข่าวนั้น แต่ยิ่งเลื่อนลงไปเรื่อยๆ สีหน้าของเด็กสาวก็ดูกังวลมากขึ้นจนในที่สุดเธอก็จับแขนเสื้อของบาคุโกที่ยังคงเดินตรงไปข้างหน้าเอาไว้แล้วดึงเบาๆ

 

“บาคุโก การต่อสู้เริ่มจะรุนแรงขึ้นแล้วล่ะ ในข่าวบอกว่ามีวิลเลินคนหนึ่งขยายร่างได้เหมือนเม้าท์เลดี้ ถ้าเกิดว่าสู้กันจนถนนพังมีหวังกลับโรงเรียนไม่ได้แน่”

 

ดวงตาสีน้ำทะเลกลมโตตวัดขึ้นมามองเขาด้วยสายตาที่แทบจะสื่อความหมายออกมาได้โดยไม่ต้องพูดอะไร

 

เธออยากจะกลับตอนนี้เลย

 

พอเห็นสายตานั่นแล้ว บาคุโกก็ได้แต่พ่นลมหายใจออก ก่อนจะตอบกลับไปว่า “ตามใจ”

 

คำพูดใจดีนั่นทำให้อายาเมะเผลอยิ้มออกมา เธอเริ่มมองซ้ายขวาหาบันไดที่ใกล้ที่สุดเพื่อจะขึ้นไปยังทางออกของห้าง

 

แต่ยังไม่ทันที่อายาเมะจะมองหาบันไดทางขึ้นชั้นหนึ่งเจอ แรงสั่นสะเทือนมหาศาลราวกับว่ากำลังมีแผ่นดินไหวก็ทำให้เธอเผลอหยุดชะงักฝีเท้าไปด้วยความตกใจ

 

ตึง!!!

 

เสียงคล้ายกับอะไรหนักๆ ดังมาจากทางด้านบนพร้อมกับเศษปูนจากเพดานที่ร่วงหล่นลงมาทำให้คนรอบๆ เริ่มกรีดร้องอย่างตื่นตระหนก

 

อายาเมะยืนตกใจได้ไม่นานก็ถูกบาคุโกดึงแขนเสื้อของเธอให้เดินตามเขาฝ่ากลุ่มคนที่เริ่มวิ่งหาทางออกอย่างวุ่นวาย

 

“เกิดอะไรขึ้นน่ะ”

 

คำถามของเธอกลายเป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบ เสียงของเธอแผ่วเบาลงไปเลยเมื่อเทียบกับเสียงตะโกนพูดคุยอย่างตื่นตระหนกของคนโดยรอบ

 

“ขึ้นไปข้างบนให้ได้ก่อน”

 

น้ำเสียงของบาคุโกเคร่งเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจนอายาเมะไม่กล้าพูดอะไรอีก เธอพยายามก้าวเท้าตามบาคุโกไปให้ทัน แต่ก็ยากเหลือเกินในพื้นที่ที่แออัดไปด้วยผู้คน

 

“อ๊ะ! บาคุโก!”

 

เธอถูกกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเบียดหลุดออกมาจนได้ ดวงตาสีน้ำทะเลกวาดมองหาเด็กหนุ่มที่มาด้วยกันอย่างตื่นตระหนก แต่ท่ามกลางความวุ่นวายนี้มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

 

หมับ!

 

มือของเธอที่ถูกคว้าไว้อย่างกะทันหันทำให้อายาเมะสะดุ้งเฮือก

 

เธอเกือบจะเผลอสะบัดมือออกไปแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะหันไปเห็นพอดีว่าเจ้าของมือที่จับมือเธอเอาไว้แน่นก็คือบาคุโก

 

เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่กวาดตามองไปรอบๆ อย่างพยายามหาทางออกที่ใกล้ที่สุด

 

ท่าทางสงบนิ่งที่ราวกับว่าต่อให้ตึกทั้งหลังถล่มลงมาก็ไม่เป็นไรนั่นทำให้ใจของเธอสงบลงได้อย่างน่าประหลาด

 

แต่ความอบอุ่นที่แผ่ของมาจากมือของเขาผ่านมายังมือของเธอก็ยังให้ความรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั่วทั้งตัวจนหัวใจของเธอเต้นถี่รัวขึ้นมา

 

อายาเมะนึกอยากจะตีตัวเองจริงๆ

 

มันใช่เวลามาใจเต้นกับอะไรแบบนี้หรือไง!

 

เสียงตึงๆ จากทางด้านบนยังคงดังอยู่อย่างต่อเนื่อง และเสียงไม่น่าไว้วางใจจากบนเพดานของชั้นใต้ดินก็ให้ความรู้สึกน่าหวาดเสียวเหลือเกินว่ามันจะถล่มลงมาในอีกไม่ช้า

 

จะบอกว่าเป็นแผ่นดินไหวก็ไม่น่าใช่ ลักษณะไม่ค่อยเหมือนเท่าไร และโครงสร้างอาคารของประเทศญี่ปุ่นนั้นดีมาก กับแผ่นดินไหวเล็กๆ น้อยๆ ไม่มีทางเป็นปัญหาขนาดนี้ได้

 

ดังนั้นมันจึงเหลือคำอธิบายอีกเพียงแค่อย่างเดียว

 

ฝีมือพวกวิลเลิน

 

หรือว่าจะเป็นข่าวที่เธออ่านเมื่อครู่นี้กันนะ

 

เม้าท์เลดี้ปะทะกับวิลเลินที่ขยายร่างได้เหมือนกัน

 

จากที่คิดว่าจะรีบกลับเพื่อไม่ให้โดนลูกหลงไปด้วย ไปๆ มาๆ ก็หนีไม่พ้นอยู่ดี

 

ช่วงนี้เป็นช่วงดวงตกของเธอหรือไงกัน

 

อายาเมะมีเวลาคร่ำครวญกับตัวเองในใจไม่นานนัก ก็ถูกบาคุโกดึงมือให้เดินตามเขาไปอย่างรวดเร็วในทันทีที่เขาหาช่องทางเดินที่ไวที่สุดได้

 

เขาเดินนำอยู่ข้างหน้า พาเธอฝ่ากลุ่มคนที่สับสนวุ่นวาย อายาเมะโดนเบียดจนร่างผอมบางของเธอเกือบจะกระเด็นหายไปในฝูงชนอยู่หลายรอบหากไม่ใช่เพราะมือของบาคุโกที่จับมือของเธอเอาไว้แน่น

 

โครม!

 

ยังไม่ทันที่อายาเมะจะไปถึงที่บันได เสียงหินถล่มดังลั่นพร้อมกับเสียงกรีดร้องระงมก็ดังแทรกขึ้นมา

 

ในช่วงเวลานั้นทุกอย่างสับสนวุ่นวายไปหมด

 

ผู้คนที่วิ่งขวักไขว่เบียดเสียดกันไปมา เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดและเสียงร้องไห้ของเด็ก

 

“หลบ!”

 

อยู่ๆ บาคุโกก็ดึงเธอไปทางขวา หลบให้พ้นลำแสงที่พุ่งเฉียดเธอไปแบบเส้นยาแดงผ่าแปด

 

“วิลเลิน! วิลเลิน! พวกมันบุกเข้ามาแล้ว!”

 

อายาเมะมองตามที่มาของเสียงตะโกน ที่ตรงนั้นมีชายร่างใหญ่ในชุดรัดกุมสีดำ สวมหน้ากากและหมวกไหมพรมปิดบังหน้าตากำลังยิงลำแสงออกมาจากมือของเขาไปรอบๆ

 

ผู้คนวิ่งหนีกันอย่างอลหม่าน ยิ่งมีวิลเลินอยู่ตรงนี้ ความวุ่นวายเมื่อครู่ราวกับเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า จากที่พยายามหนีขึ้นข้างบนเป็นทิศเดียวกันกลับแตกฮือไปคนละทาง

 

สภาพแบบนี้ถ้าวิลเลินนั่นคิดจะจับตัวประกันสักคนหรือหลายคนก็ง่ายยิ่งกว่าง่ายเสียอีก

 

อายาเมะรู้ว่ามือที่ถูกจับของเธอถูกบีบแน่นขึ้น ดวงตาสีแดงของบาคุโกมองชายในชุดสีดำด้วยสายตาที่เธออ่านไม่ออก

 

ถึงอย่างนั้นเด็กสาวก็รู้ดี

 

ตอนนี้พวกโปรฮีโร่ยังลงมาไม่ถึงแต่บาคุโกเพิ่งสอบผ่านใบอนุญาตชั่วคราว

 

เขามีสิทธิ์เข้าควบคุมสถานการณ์ฉุกเฉินตรงหน้าในฐานะฮีโร่คนหนึ่ง

 

เธอมองเสี้ยวหน้านั่นแล้วก็เม้มปากแน่น

 

ความเป็นฮีโร่ของบาคุโกน่ะ...เธอรู้ดีกว่าใครเลยล่ะ รู้ดีเลยว่าเขาอยากจะเข้าไปต่อสู้ เข้าไปหยุดวิลเลินคนนั้นไม่ให้ก่อความเสียหายมากไปกว่านี้ เข้าไปห้ามไม่ให้ความเสียหายลุกลามจนเกินจะแก้ไข

 

แต่เขาไปไม่ได้

 

นั่นก็เพราะเธอ

 

เขาลังเลที่จะไปเพราะเธอ

 

“บาคุโก”

 

ทั้งที่เสียงของเธอฟังดูแผ่วเบามากเมื่อเทียบกับเสียงของความวุ่นวายโดยรอบ แต่ดวงตาสีแดงคู่นั้นก็ตวัดมามองเธอ

 

ในตอนที่ดวงตาสองคู่สบกัน เสียงต่างๆ พลันจางหายไปจากโสตประสาทของเธอ

 

อายาเมะมองเข้าไปในดวงตาของเขา ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นที่สุดที่เธอเคยใช้ว่า

 

“ไปเถอะ”

 

คิ้วของบาคุโกขมวดมุ่น สีหน้าจริงจังราวกับกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก

 

ถึงจะคลายมือลงนิดหน่อย แต่เขาก็ยังจับมือเธอไว้ อายาเมะจึงพูดย้ำอีกครั้ง

 

“ไปเถอะ ฮีโร่”

 

เพราะว่าเขาไม่ใช่แค่ฮีโร่ของเธอ

 

แต่ว่าเป็นคนที่จะเป็นฮีโร่อันดับหนึ่ง...เป็นฮีโร่ของทุกคน

 

เพราะฉะนั้น ในช่วงเวลาแบบนี้ เธอจะให้เขามาพะวงกับเธอคนเดียวไม่ได้เด็ดขาด

 

แค่เห็นแววตาของเขา อายาเมะก็มั่นใจแล้วว่าบาคุโกคงจะเข้าใจความหมายของเธอแล้ว

 

มือของเขาจึงคลายออกในที่สุด

 

“รอตรงนี้”

 

เสียงสั้นห้วนพูดราวกับกำลังออกคำสั่ง ซึ่งอายาเมะก็เพียงแค่ยิ้มตอบกลับไป

 

“ฉันจะรออยู่นี่แน่นอน”

 

ความอบอุ่นที่กอบกุมมือของเธอไว้จางหายไปพร้อมกับร่างของเด็กหนุ่มที่วิ่งตรงไปทางวิลเลิน ก่อนจะใช้อัตลักษณ์ระเบิดส่งตัวเองไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

 

บาคุโกแทบไม่เสียเวลาเคลื่อนไหวเกินความจำเป็น ในพื้นที่ปิดแคบแบบนี้เขาจะใช้อัตลักษณ์ได้ลำบากอยู่แล้ว ยิ่งมีคนอยู่กันแบบคับคั่งยิ่งทำให้ต้องระวังมากขึ้น

 

ดังนั้นจะต้องจบการต่อสู้ด้วยการโจมตีในครั้งเดียวให้ได้

 

เขาระเบิดอัตลักษณ์ที่มือขวา หลบลำแสงที่พุ่งตรงเข้ามาตรงด้านหลังเสาก่อนจะวิ่งตรงออกมาอย่างรวดเร็วโดยไม่ชะลอฝีเท้า

 

ลำแสงอีกสายเล็งมาที่บาคุโกอีกครั้งเมื่อฝ่ายวิลเลินเหมือนจะเห็นเขาเป็นตัวอันตรายในสถานการณ์นี้ไปแล้ว แต่เด็กหนุ่มก็เอี้ยวตัวหลบได้พร้อมกับคว้าเด็กผู้หญิงคนหนึ่งให้พ้นจากระยะทำลายของลำแสงนั้น

 

“เกะกะ!” เขาตะโกนพร้อมกับโยนเด็กคนนั้นกลับไปทางพ่อแม่ของเธอ

 

พอมือว่างแล้ว บาคุโกก็เร่งแรงระเบิดมากขึ้น ส่งตัวเขาให้พุ่งไปถึงตัววิลเลินภายในชั่วพริบตา เด็กหนุ่มเอื้อมมือไปข้างหน้า ปล่อยระเบิดที่ควบคุมความแรงเอาไว้เพียงแค่ให้อีกฝ่ายเสียหลักหงายลงไป

 

ขาข้างหนึ่งของบาคุโกเหยียบแขนของอีกฝ่ายเอาไว้ขณะที่เขาใช้น้ำหนักตัวโถมไม่ให้คู่ต่อสู้ลุกขึ้นมาได้อีก เด็กหนุ่มกำหมัดต่อยเข้าที่ใบหน้าของอีกฝ่าย หมายจะให้สลบโดยที่เกิดความเสียหายน้อยที่สุด

 

เขาใช้ระเบิดรุนแรงในที่แคบที่เต็มไปด้วยผู้คนแบบนี้ไม่ได้ แต่ถ้าระเบิดในระยะประชิดเกินไปก็เสี่ยงจะทำให้วิลเลินบาดเจ็บรุนแรงถึงชีวิต

 

พลั่ก!

 

หมัดหนักๆ ที่ต่อยเข้าที่ใบหน้าของวิลเลินเต็มแรงทำให้อีกฝ่ายมึนงงไปชั่วครู่ แต่บาคุโกยังไม่ทันจะได้ต่อยซ้ำอีกครั้ง ศัตรูของเขาก็หันกลับมาเสียก่อน

 

“ตายซะเถอะแก!”

 

ลำแสงถูกยิงออกมาจากปากในระยะประชิดทำให้บาคุโกต้องเอียงหัวหลบแทบไม่ทัน เขารีบต่อยอีกฝ่ายซ้ำอีกหมัดทำให้วิลเลินนอนสลบเหมือดไปในที่สุด

 

แต่ก็ยังช้าเกินไปอยู่ดี

 

เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!

 

เสียงเพดานแตกออกจากลำแสงเมื่อครู่นี้ดังลั่นพร้อมกับเศษหินเล็กๆ ที่เริ่มร่วงหล่นลงมา

 

บาคุโกหันไปมองทางด้านหลัง ทำให้เห็นว่ารอยร้าวบนเพดานกำลังลามเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ขยายวงกว้างจนราวกับว่ามันพร้อมจะถล่มลงมาได้ทุกเมื่อ เสาที่รับน้ำหนักตรงบริเวณนั้นถูกลำแสงทำลายไปแล้ว ทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงไปกว่าเดิม

 

ผู้คนพากันวิ่งหนีออกมาจากบริเวณนั้นอย่างอลหม่าน ทำให้ดวงตาสีแดงรีบกวาดมองหาคนที่เขาทิ้งเอาไว้ทางข้างหลังอย่างเร่งรีบ

 

“บาคุโก!”

 

เสียงคุ้นเคยตะโกนเรียกเขาฟังได้ยินแบบแผ่วๆ ท่ามกลางเสียงของความวุ่นวาย แต่มันก็ช่วยให้เขามองเห็นกลุ่มเส้นผมสีบลอนด์ที่ผลุบๆ โผล่ๆ อยู่ท่ามกลางฝูงชน

 

เปรี๊ยะ!

 

รอยร้าวขยายกว้างมากขึ้นทำให้หินขนาดใหญ่ขึ้นเริ่มตกลงมา บาคุโกกัดฟันแน่น เขาหันไปต่อยวิลเลินซ้ำอีกครั้งให้มั่นใจว่าไอ้หมอนี่จะไม่ฟื้นขึ้นมาในเร็วๆ นี้แน่

 

มือทั้งสองข้างหันลงพื้นเพื่อระเบิดอัตลักษณ์อีกครั้ง ส่งร่างของเขาให้ลอยข้ามฝูงชนมุ่งตรงไปยังทิศทางที่เขาได้ยินเสียงของเธอ

 

ครืน!

 

เพดานบางส่วนที่เริ่มตกลงมาเฉียดบาคุโกไปแค่เล็กน้อย แต่สีหน้าของเด็กหนุ่มในตอนนั้นกลับไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด เขาเพียงแค่มองตรงไปข้างหน้า ยังคงพยายามจะพุ่งตรงมาทางอายาเมะอย่างเอาเป็นเอาตาย

 

โครม!!!

 

เพดานอีกส่วนที่ถล่มลงมาพร้อมกับรอยร้าวที่ขยายตัวกว้างจนหยุดไม่ได้แล้วทำให้อายาเมะตัดสินใจได้ในตอนนั้นเอง

 

“บาคุโก!!” เธอตะโกนเรียกชื่อเขา ก่อนจะเว้นช่วงไปเล็กน้อยราวกับกำลังหยุดพักหายใจ

 

บาคุโกไม่รู้ว่าเธอตั้งใจจะทำอะไรกันแน่ แต่สัญชาตญาณที่กรีดร้องเตือนอยู่ข้างในก็ทำให้เขามั่นใจว่าสิ่งที่เธอกำลังจะทำแม่งต้องงี่เง่ามากแน่ๆ

 

และเขาก็คิดไม่ผิดจริงๆ

 

เพราะในวินาทีถัดมานั้นเอง เสียงหวานคุ้นเคยก็ตะโกนดังลั่นอย่างที่แทรกผ่านเสียงของความวุ่นวายมาได้ราวกับว่าเธอได้ใช้พลังเสียงทั้งหมดในชีวิตตะโกนประโยคนี้ออกมา

 

“ทุกคนถอยไปในที่ปลอดภัยด้วยค่ะ!!!”

 

สิ้นเสียงประโยคนั้น ความคิดที่ว่าจะต้อง ‘ถอยกลับไป’ ก็ผุดขึ้นมาในใจของบาคุโกในทันที ร่างกายของเขาขยับไปเอง ส่งแรงระเบิดทำให้เขาถอยกลับมาอย่างที่ควบคุมตัวเองไม่ได้

 

ถึงจะเป็นเพียงแค่เวลาไม่นาน แต่มันก็มากเพียงพอจะทำให้ความวุ่นวายเมื่อครู่สงบลงได้ชั่วคราว ผู้คนที่วิ่งวนไปมาอย่างน่าสับสนพลันหยุดชะงักจากคำสั่งของเธอก่อนจะเปลี่ยนทิศทางหลบออกมาให้พ้นจุดที่เพดานกำลังถล่มลงมา

 

ในชั่ววินาทีนั้นเอง บาคุโกมองตรงไปยังเด็กสาวเพียงคนเดียวที่ยืนตัวแข็งทื่อท่ามกลางผู้คนที่ออกเดินตามคำสั่งของเธอ

 

ใบหน้าของเธอซีดเผือด แต่ริมฝีปากกลับเม้มแน่นอย่างไม่ยอมแพ้เหมือนทุกครั้งที่หาเรื่องท้าทายเขา ดวงตาคู่นั้นมีความตื่นตระหนกฉายอยู่ชัดเจนในขณะที่มันตวัดมาสบเข้ากับดวงตาของเขาพอดี

 

สีฟ้าน้ำทะเลนั้นเป็นสิ่งสุดท้ายที่บาคุโกเห็น ก่อนที่เพดานของบริเวณนั้นจะถล่มลงมา

 

ตึง!! โครม!!!

 

แยกพวกเขาให้อยู่คนละฝั่งอย่างสิ้นเชิง

 

____________________________

ยังขอยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นโรแมนติกคอเมดี้ Slice of life ค่ะ แต่ถ้าไม่ให้คัตจังได้โชว์ฉากฮีโร่เลยเดี๋ยวมันจะไม่คอมพลีทน่ะสิ!?

 

ตอนนี้ยาวมากเลยนะคะ เรากับน้อง Pandora P. ดึงพลังออกมาสุดชีวิตเลย ยาวประมาณตอนครึ่งของตอนปกติอะค่ะ YY

 

เรื่องอื่นขอพักไว้ก่อนนะคะ จะพยายามให้จบ arc นี้ของนายคัตสึกิก่อน

ขอบคุณทุกคนมากๆ เหมือนเดิมนะคะ อ่านเม้นท์แล้วขำจนเผลออมยิ้มตามไปด้วยเลยค่ะ

ไว้เจอกันในตอนถัดไปนะคะ

ปล. ขอบพระคุณน้อง Pandora P. ที่ไปนั่งดูสารคดีเรื่องการผลิตผ้าพันคอมาค่ะ YY

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 289 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,430 ความคิดเห็น

  1. #786 kill-taehyun-exo (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 22 มกราคม 2564 / 18:45
    น้องงงงง
    #786
    0
  2. #684 ตัวเล็ก☻ (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 14:48
    อายาเมะจังคือแบบมีความเป็นฮีโร่อยู่ในใจจริงๆอะ

    ถึงจะแบบทำให้ตัวเองต้องลำบากแต่ก็ยังคิดให้คนอื่นปลอดภันอะ
    #684
    0
  3. #679 lamb_san (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 10:22
    เอ๊อะะะะะ น้องอายาเมะต้องไม่เป็นไรนะลูกกกก ยังมีเดท(?)อีกเดตเหลืออยู่นะหนู คัตสึกิคือเหมือนจะเท่ แต่นายจะจับเด็กโยนแล้วพูดว่าเกะกะไม่ได้นะว้อย5555555 นี่อยู่ๆก็แอบขำที่คัตสึกิคิดถึงน้องอิสึคุขึ้นมา เอ่อ นายมาเดตนะ คิดงี้กับสาวน้อยอย่างอายาเมะได้ไงก่อน555555555 คุณไรท์อัพเรื่องนี้กันเร็วมากก ขอบคุณคุณไรท์ทั้งสองคนเลยนะคะที่ปั่นมาอย่างไว! ( ꈍᴗꈍ)
    #679
    0
  4. #673 softy omelette (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 00:05
    ชั้นใต้ดินกับบาคุโกหรอ..
    #673
    0
  5. #660 123321454 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 17:06

    ม่าย(ไม่)น้าาาาาาาาาาาาาาา ลูกรักฉ้านนนนนนนนนนนนนน(ฉัน)
    #660
    1
  6. #659 Bao_Bao (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 15:36

    กริ๊ดดดดดดดดด ไอจังรู้กกกกกก คัตจังต้องช่วยน้องให้ได้นะ!!!
    #659
    0
  7. #658 CuzBeURMine (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 13:03
    งุ้ยยยยยย น้องงง
    #658
    0
  8. #657 LucyTaylor (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 01:25
    ตอนนี้สนุกมากๆค่ะ น่ารักตอนเดทดินข้าวด้วยกัน คัตจังก็คือห่วงน้องมากก มะปล่อยเลยยย
    #657
    0
  9. #656 baby-m2 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 00:06
    อายาเมะ! ทำอะไรน่ะลูก!? ฮืออออ คิดแล้วว่าต้องจบอีหรอบนี้ บาคุโดต้องเป็นห่วงมากแน่ๆๆ แงงงง ค้างค่ะค้าง ปาตอนต่อไปมาด่วนๆๆเบยยย ขอบคุณคูมไรท์ค่าา สนุกมากๆๆ5555
    #656
    0
  10. #655 Musumeji (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 21:29
    น... นี่มันฉากทดสอบความฮักในทัมนามมมมมมมมม!!!
    #655
    0
  11. #654 Yuki_Hanabi (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 20:56

    รออ่านตอนต่อไปอยู่นะคะ
    #654
    0
  12. #653 wewe73422 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 20:42
    น้องงงง
    #653
    0
  13. #652 กระต่ายกุกกี้ (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 20:19
    รู้สึกเดจาวูแปลกๆจังค่ะ ฉากห้างกับวิลเลินนี่...เอ.....ละบับ นายบาคุโกคนนี้มันอะไร๊ ไปไหนมาไหลก็เจอแต่วิลเลินนนน
    #652
    4
    • #652-3 Ms. Margarita, Pandora P.(จากตอนที่ 35)
      14 มกราคม 2564 / 20:39
      เกิดก่อนเรื่องของน้องโชโตะค่ะ เราไปแก้ไทม์ไลน์มานิดนึง เพราะตอนเขียนน้องโชโตะยังไม่ได้วางพล็อตของนานคัตสึกิ ของน้องโชโตะเลยเป็นแฟนคู่แรก แต่พอเขียนนายคัตสึกิเลยกลายเป็นว่าเรื่องของนายคัตสึกิเกิดก่อนค่ะ ดังนั้นของนายคัตสึกิอะแฟนคู่แรก YY
      #652-3
    • #652-4 กระต่ายกุกกี้(จากตอนที่ 35)
      14 มกราคม 2564 / 20:42

      อ๋ออ พอจะเข้าใจแน้ววว ขอบคุณสำหรับคัตจังมื้อค่ำฮับบ
      #652-4
  14. #651 siretorn (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 20:16

    เขาไปเดทกันแล้วววว เขินๆๆๆ จะเกิดอะไรขึ้นต่อกันนะ!!

    #651
    0
  15. #650 Yok-anime32002 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 20:02
    มันดีมากอยากอ่านอีก
    #650
    0
  16. #649 Kimiyoshi Ranna (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 19:27

    เท่ที่สุด ดือที่สุด ฮือออ ทำไมตอนนี้มันถึงได้นุ่มฟูขนาดนี้กัน!?!?!?
    #649
    0
  17. #648 nefalibata (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 18:58
    อายาเมะจังเท่มาก!!!!
    #648
    0
  18. #647 เหมียวเหมียว001 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 18:47

    ฮื้อมันดีมากเลยอ่ะ แบบกำลังเดทกันอยู่ดีๆกะหวานแล้วแบบ เออเหมือนกำลังเลือกซื้อของให้ว่าที่แม่ยายเลย ฮื้อคือหวานมากแล้วพอมาเจอฉากที่วิลเลินบุก ก็แสดงให้เราเห็นเลยนะคะว่ายัยคัตเป็นห่วงน้องมากจริงๆ ถ้าเป็นยัยคัตปกติคงกระโดดไปบึ้มแล้วแต่นี้คือเป็นห่วงยัยน้อง แล้วความฟินแบบหัวใจเต้นไปตามน้องเลยคือฉากที่น้องบอกให้ยัยคัตไปสู้ แบบแก๊!!!!!นี้ละคือคนที่คู่ควรกะยัยคัต ฮื้อดีมากค่ะ ขอให้จบแบบน้องไม่บาดเจ็บแล้วยัยคัตก็ไม่บาดเจ็บนะคะ
    #647
    0
  19. #646 Atanasia11 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 17:41

    มี(ว่าที่)เเฟนเป็นฮีโร่ต้องทำใจนะอายาเมะจัง มาเดทอยู่ดีๆต้องเข้าสู้บทบู๊จนได้!(เห็นใจ) สำหรับคนที่ใช้ชีวิตปกติธรรมดาน้องถือว่ากล้าหาญสุดๆเเล้วค่ะ
    #คัตจังคือมีความเป็นห่วง ตอนนี้นายได้ใจเราไปเลยยย//ยกนิ้ว
    #646
    0
  20. #645 Iด็กไม่รู้จัnโต (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 17:13
    คือปิ่มปิ้มกับเดทอยู่ดีๆ ก็ต้องมาระทึกกับบทบู๊แบบบ้าระห่ำ ชัดเจนว่านังคัตเขาเป็นห่วงน้องมากกว่าใครนะคะ เพราะถ้าปกติละก็พี่แกคงพุ่งไปจัดการวิลเลินคนแรกโดยที่น้องไม่ต้องบอกด้วยซ้ำ นางเอกที่มีพระเอกเป็นฮีโร่ก็ต้องทำใจหน่อยล่ะ ยัยน้องคือดีนะ ตั้งสติไว ช่วยนังคัตได้ เสียอย่างเดียวทำไมหนูไม่วิ่งไปด้วย (ซึ่งเข้าใจธรรมชาติคนกลัว แค่อยากบ่น) แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวนังคัตก็หากันจนเจอ เอาแบบกอดด้วยความเป็นห่วงสักที แค่กกก นังคัตคงตบหัวที่น้องทำไรบ้ายิ่นก่อนมากกว่า ฮาาา
    #645
    0
  21. #644 aom051 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 17:01
    น้องงงงงง โดนแยกแล้ว
    #644
    0
  22. #643 IsaBelLa_20 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 16:57

    อะเฮือก!!? ค..ความค้างนี่มัน!!
    #643
    0
  23. #642 Note Paphawarin (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 16:50
    สนุกมากๆเลยค่า
    #642
    0
  24. #641 นินจาแมว (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 16:48
    ค้างค่าาาาา
    #641
    0
  25. #640 numpha6188 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 16:47

    อายาเมะะะะ ฮือออออ นุ้โตขึ้นอีกแล้วนะลุกกกกกกกก ตอนนี้ก้นุ่นฟูอีกแล้วถึงแม้ตอนจบจะ....;-;) ต้องปลอดภัยนะอายาเมะ! ไม่งั้นเดี๋ยวโดนหมาบ้าบ่นแน่ๆ
    #640
    0