Fanfic BNHA / My Hero Academia :: Blazing aria [Bakugou x OC]

ตอนที่ 36 : Aria 31 : I’m not gonna die on my first date!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,469
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 281 ครั้ง
    24 ม.ค. 64

Aria 31

I’m not gonna die on my first date!

 

ยัยกระต่ายงี่เง่านั่น!!

 

เขาสบถลั่นในใจขณะที่มองกองหินที่ถล่มลงมา แยกพื้นที่ชั้นใต้ดินออกเป็นสองฝั่งอย่างสิ้นเชิงไปแล้ว

 

ดวงตาสีแดงพยายามกวาดมองหาช่องว่างที่อาจจะสามารถข้ามผ่านไปได้ แต่ก็มองไม่เห็นเลยแม้แต่น้อย

 

เสาของพื้นที่ตรงนี้โดนทำลายไปแล้ว มันคงรับน้ำหนักไม่ไหวจนทรุดลงมาทั้งหมด ขอบเขตกินพื้นที่กว้างจนแค่ระเบิดทิ้งคงจะไม่ไหวแน่

 

แม่งเอ๊ย!!!

 

เขาโกรธจนอยากจะระเบิดหินพวกนี้ทิ้งไปให้หมด แม้จะรู้ว่ามันเป็นการกระทำที่เปล่าประโยชน์

 

ในตอนนั้นบาคุโกก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขากำลังโกรธเพราะอะไรมากที่สุดกันแน่

 

โกรธที่เขายังแก้ทางอัตลักษณ์ของยัยกระต่ายไม่ได้ ทำให้ชั่ววินาทีสุดท้ายถูกสั่งให้ถอยกลับมา

 

โกรธที่หยุดวิลเลินเฮงซวยนั่นช้าไป ทำให้มันทำลายเพดาน จนพวกเขาถูกแยกออกจากกันจนได้

 

โกรธที่เขาปล่อยยัยกระต่ายโง่ไว้ตรงนั้นตั้งแต่แรก

 

โกรธที่เขาไม่ได้บอกยัยบื้อนั่นว่าถ้ามีอะไรเกิดขึ้นให้วิ่งมาหาก่อน อย่าทำอะไรโง่ๆ

 

แม่งเอ๊ย!!

 

บาคุโกสบถลั่นในใจอีกรอบ เขากัดฟันด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ยังคุกรุ่นในใจ มือทั้งสองข้างกำแน่นจนเหมือนจะบีบอะไรแตกได้

 

แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมามัวโมโห

 

เด็กหนุ่มสูดหายใจเข้าออกสองสามครั้ง ราวกับกำลังพยายามสะกดกลั้นอารมณ์เอาไว้

 

ดวงตาสีแดงตวัดไล่มองดูผู้คนที่ติดอยู่ทางฝั่งของเขา ปริมาณคนที่มากพอตัวทำให้รู้ว่าคนน่าจะหลบมาทางฝั่งนี้มากกว่าอีกฝั่งหนึ่ง

 

หลายคนยังดูงุนงงกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น บางคนก็นั่งทรุดตัวอย่างหมดแรงตามจุดต่างๆ เสียงพูดคุยค่อยๆ กลับมาอีกครั้ง

 

หลายคนเริ่มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา พยายามติดต่อหาคนสำคัญของตัวเอง บาคุโกเองก็มองหาผู้บาดเจ็บไปพร้อมกับที่หยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาเหมือนกัน

 

สัญญาณหนึ่งขีด…

 

แหงล่ะ นี่มันชั้นใต้ดิน

 

สัญญาณโคตรห่วยแตกบรม

 

แต่บาคุโกก็ยังกดโทรออกหาคนที่ติดอยู่ที่อีกฟากของกำแพง

 

โทรไม่ติด…

 

ความโกรธในใจเมื่อครู่นี้เริ่มแล่นขึ้นมาอีกรอบ

 

นอกจากความโกรธแล้วมันยังมีอารมณ์อีกอย่างที่เขาแทบไม่เคยสัมผัสมาก่อน แต่ตั้งแต่รู้จักกับยัยกระต่าย มันก็กลายเป็นความรู้สึกที่เขาเริ่มจะเคยชิน

 

ความร้อนรน

 

ทำไมเขาต้องมาร้อนรนเวลายัยนั่นทำเรื่องงี่เง่าตลอดเลยด้วยวะ

 

บาคุโกกดหน้าจอโทรศัพท์แรงขึ้นตามอารมณ์ที่คุกรุ่นอยู่ เขากดโทรหาเธอเป็นรอบที่สอง แต่ก็ยังโทรไม่ติดอีกอยู่ดี

 

เวรเอ้ย!!

 

เขากดโทรออกอีกครั้ง โทรจนเลิกนับไปแล้วว่ากดไปกี่รอบกันแน่ จนกระทั่งเสียงรอสายเงียบหายไป แทนที่ด้วยเสียงหวานๆ ที่แหบแห้งกว่าปกติเล็กน้อยตอบกลับมาในที่สุด

 

“ฮัลโหล”

 

“บาดเจ็บรึเปล่าวะ”

 

คำถามสั้นห้วนของเขาทำให้ปลายสายเงียบไปชั่วขณะหนึ่ง บาคุโกขมวดคิ้ว ยกโทรศัพท์ออกมามองว่าสายหลุดอีกหรือเปล่า แต่ก็ไม่ใช่

 

เพียงไม่นานหลังจากนั้น อายาเมะก็พูดตอบกลับมาว่า “ฉันไม่เป็นไร”

 

เด็กหนุ่มพ่นลมหายใจที่เขาเผลอกลั้นไว้ตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ออกมา

 

ถึงจะมีคำด่านับร้อยที่อยากจะพูดใส่กระต่ายงี่เง่านั่น แต่ในสถานการณ์แบบนี้ เรื่องพวกนั้นคงต้องเอาไว้ก่อน

 

“อยู่ไหน”

 

“แถวๆ...หน้าร้านราเม็งน่ะ ไม่รู้ว่านายจำได้หรือเปล่า”

 

ไอ้ร้านราเม็งชั้นใต้ดินนั่น

 

“รออยู่ตรงนั้น อย่าสะเออะไปช่วยใครมั่วซั่วอีก”

 

อายาเมะไม่ตอบเขา

 

ตอนแรกบาคุโกนึกว่าสายหลุดไปแล้ว แต่พอมองดูบนหน้าจอก็เห็นว่าพวกเขายังต่อสายกันอยู่

 

เขาได้ยินแค่เสียงเหมือนที่ปลายสายกำลังเคลื่อนไหวไปมาอยู่พักหนึ่ง ไม่มีคำตอบรับอย่างอื่นจากเธอ

 

“เฮ้ย!”

 

เขาส่งเสียงเรียกเธออีกรอบ แต่ก็ยังไม่มีคำพูดอะไรตอบกลับมา

 

มือที่ถือโทรศัพท์อยู่เผลอกำแน่นขึ้น

 

กองหินตรงหน้ายิ่งดูรกหูรกตาจนบาคุโกอยากจะระเบิดมันทิ้งซะให้หมด

 

“เฮ้ย! เกิดอะไรขึ้นวะ”

 

ในที่สุดก็มีเสียงตอบรับจากอีกฝั่งของสายโทรศัพท์

 

“บาคุโก...ฝั่งนี้มีวิลเลิน” น้ำเสียงที่ตอบกลับมาแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบแต่กลับทำให้ร่างของเขาเย็นวาบ

 

ในชั่วนาทีนั้น ความโกรธทั้งหมดที่อยู่ในใจของเขาพลันจางหายไป ความคิดมากมายที่แล่นเข้ามาในหัวกำลังประเมินสถานการณ์ทั้งหมดอย่างรวดเร็ว

 

พวกป่วน? ไม่ ต้องคิดถึงในกรณีที่เลวร้ายที่สุดก่อน

 

เมื่อกี้ยัยกระต่ายอ่านข่าวว่า ‘แก๊งโจร’ แปลว่ามีโอกาสที่วิลเลินจะโผล่ไปอีกฝั่งจริง

 

ฝั่งนั้นเองก็มีพลเรือนอยู่ ประเมินจากเหตุการณ์ก่อนกำแพงถล่ม คงไม่มีใครอยู่ในสถานะที่สู้กับวิลเลินได้

 

ถ้าไอ้เวรนั่นไล่ทำร้ายคนทั่วไปในตอนที่ไม่มีฮีโร่อยู่ด้วยล่ะก็…

 

“ฉันจะ...ไป...”

 

เสียงของอายาเมะที่แทรกขึ้นมาเริ่มหอบเหนื่อยมากขึ้นพร้อมกับที่คลื่นเสียงซ่าเริ่มแทรกเข้ามา บ่งบอกว่าสัญญาณโทรศัพท์ในตอนนี้เริ่มจะแย่มากแล้ว

 

เธอคงวิ่งหนีไปตรงจุดอับสัญญาณ

 

“เฮ้ย! ได้ยินไหมวะ”

 

เสียงสัญญาณโทรศัพท์ที่ถูกตัดไปบ่งบอกว่าสายคงจะหลุดไปแล้ว

 

คิ้วของเขากระตุกด้วยความโมโหที่แล่นขึ้นมาอีกรอบ บาคุโกพยายามกดโทรซ้ำ แต่คราวนี้ไม่มีสัญญาณตอบรับกลับมา

 

ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว

 

เขาต้องรีบข้ามไปอีกฝั่งหนึ่งให้เร็วที่สุด

 

แต่ก็ทิ้งไอ้วิลเลินนี่ไว้ไม่ได้

 

เด็กหนุ่มขมวดคิ้วอย่างหนัก พยายามคิดหาทางออกที่เหมาะสมที่สุด แต่ยังไม่ทันจะได้ลงมือทำอะไร ก็มีเสียงทักมาจากทางด้านหลังเสียก่อน

 

“เฮ้! เธอน่ะ เจ้าหนูเด็กยูเอไม่ใช่เหรอ”

 

ด้านหลังของเขาคือเม้าท์เลดี้ที่กำลังเดินเข้ามาพร้อมกับฮีโร่อีกคน เธอทำท่าเหมือนจะพูดอะไรอีกสักอย่าง แต่บาคุโกไม่ได้ใส่ใจนัก

 

มาได้ซะก็ดี เขาจะได้ทิ้งไอ้วิลเลินกระจอกนี่ไว้ได้สักที

 

เขาบุ้ยปากไปทางร่างที่นอนสลบอยู่บนพื้นที่ถูกคนอื่นเว้นระยะห่างไว้เป็นวงกว้างอย่างชัดเจน แล้วพูดแทรกขึ้นมาทันทีว่า

 

“ไอ้นั่นคือวิลเลินที่หลุดเข้ามา ชั้นใต้ดินเพดานถล่มเลยถูกกั้นเป็นสองฝั่ง ทางนี้ไม่มีผู้บาดเจ็บร้ายแรง”

 

ตอนแรกเม้าท์เลดี้ทำท่าเหมือนจะโวยวายที่ถูกพูดแทรกแบบไม่มีสัมมาคารวะจากเด็กอายุน้อยกว่าตรงหน้า แต่ใบหน้าเคร่งขรึมของอีกฝ่ายก็ทำให้เธอหุบปากลงอีกรอบ

 

เจ้าเด็กนี่มันจริงจังถึงขนาดนั้น ถ้าเกิดเธอทำเป็นเล่นไม่เสียหน้าโปรฮีโร่แย่หรือไง

 

“เหตุตอนแรกเป็นเหตุปล้นร้านขายเพชรที่หัวมุมถนน คนร้ายเป็นกลุ่มวิลเลินห้าคน หนึ่งในนั้นมีอัตลักษณ์ที่ขยายร่างได้ ระหว่างต่อสู้กันเลยเกิดลูกหลงมาถึงที่ตรงห้างสรรพสินค้านี้ พวกมันใช้ช่วงที่ชุลมุนหลบหนีเข้ามาข้างใน ตอนนี้ควบคุมตัวไว้ได้สามคนแล้ว ถ้ารวมคนที่นอนอยู่บนพื้นนั่นก็เป็นคนที่สี่”

 

เธอรายงานสถานการณ์รวดเดียวจนหมด แต่คำอธิบายนั่นกลับยิ่งตอกย้ำความคิดของบาคุโกราวกับค้อนหนักๆ ที่ฟาดตะปูเข้าไปอย่างจัง

 

เหลือวิลเลินอีกหนึ่งคน

 

และคงจะเป็นคนที่อยู่อีกฟากของซากเพดานนี่กับยัยกระต่าย

 

ในสถานการณ์ที่ถูกไล่ต้อนแบบนี้พวกมันไม่มีทางเลือกมาก ดังนั้นมีความเป็นไปได้สูงที่จะจับตัวประกันมาต่อรองหรือแย่กว่านั้นคือเชือดทิ้งทีละคนเพื่อข่มขู่

 

ท่าทางบอบบางอย่างยัยกระต่าย ถ้าโดนเจอเข้าละก็…

 

บาคุโกขบกรามแน่นโดยไม่รู้ตัว

 

บึ้ม!!

 

เด็กหนุ่มระเบิดอัตลักษณ์มุ่งหน้าไปในทิศทางที่เขาจำได้ว่ามีบันไดเชื่อมต่อขึ้นไปยังชั้นบน

 

ถ้าชั้นใต้ดินถูกตัดขาดไปแล้วก็มีแต่ต้องอ้อมจากชั้นหนึ่งกลับลงไปที่อีกฝั่งเท่านั้น

 

“เดี๋ยวสิ! จะไปไหนนะ!?” เม้าท์เลดี้ตะโกนถามไล่หลังเขาไป

 

“ตัวที่ห้ายังจับไม่ได้ไม่ใช่เหรอวะ!? มันอยู่อีกฟากไง!”

 

บาคุโกไม่รอคำตอบรับจากโปรฮีโร่ในขณะที่เขาเคลื่อนที่ไปข้างหน้า สายตามองตรงไปโดยไม่วอกแวกไปไหน

 

ไอ้เวรตัวที่ห้า ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นมา...

 

เขาจะเชือดทิ้งให้สาสมกับที่มาหาเรื่องบาคุโก คัตสึกิคนนี้เลย!

 

_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_

 

อายาเมะได้แต่ยืนนิ่งมองดูเพดานถล่มลงมาที่ตรงหน้า

 

เธอมึนงงอยู่พักหนึ่ง สองขายืนแข็งทื่อเหมือนถูกตอกหมุดเอาไว้กับพื้น

 

ตัดสินใจทำลงไปแล้ว…

 

เมื่อครู่นี้อายาเมะไปเอาความกล้ามาจากไหน เธอยังไม่รู้เลย

 

แต่ตอนที่เธอเห็นบาคุโกพุ่งตรงเข้ามาหาเธออย่างไม่กลัวตัวเองจะบาดเจ็บในขณะที่เพดานกำลังถล่มลงมาอย่างรวดเร็ว

 

ในชั่ววินาทีนั้นเธอกลัวเหลือเกินว่าชิ้นส่วนเพดานพวกนั้นจะตกลงมาโดนเขา กลัวว่าเขาจะบาดเจ็บ

 

บาคุโกอาจจะแข็งแกร่ง แต่เขาก็เป็นแค่มนุษย์คนหนึ่ง

 

เธอถึงได้ตัดสินใจตะโกนออกไปด้วยเสียงดังที่สุดในชีวิตจนเจ็บคอไปหมด ใช้อัตลักษณ์สั่งให้ทุกคนถอยออกไปจากเขตอันตราย

 

รวมถึงบาคุโกด้วย

 

อายาเมะมองซากปรักหักพังที่ขวางระหว่างเธอกับบาคุโกเอาไว้แล้วก็รู้สึกหนักอึ้งในใจ

 

เอายังไงต่อดีล่ะ…

 

ในตอนนั้นความคิดต่างๆ ดูจะกระจัดกระจายในหัวของเธอ อายาเมะสูดหายใจลึกๆ เพื่อจะตั้งสติอีกครั้ง แล้วจึงมองสำรวจบริเวณรอบๆ

 

ทางฝั่งของเธอมีคนอยู่ไม่มาก แสดงว่าคนน่าจะหลบไปทางอีกฝั่งเยอะกว่า

 

ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครบาดเจ็บหนัก

 

ความคิดนั้นทำให้อายาเมะถอนหายใจอย่างโล่งอก แสดงว่าสิ่งที่เธอตัดสินใจทำในชั่วเสี้ยววินาทีนั้นมันได้ผลดีกว่าที่คิดไว้เสียอีก

 

เด็กสาวมองซ้ายขวา พอเห็นบางคนเริ่มหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อจะติดต่อหาคนอื่น เธอจึงนึกได้ว่าเธอเองก็ควรจะรีบติดต่อกับบาคุโกให้ได้เหมือนกัน

 

แต่ขีดเสาสัญญาณที่ว่างเปล่าบนหน้าจอก็เป็นภาพที่โหดร้ายมากจริงๆ

 

อายาเมะทั้งโมโหและอยากจะร้องไห้ไปพร้อมกัน

 

เธอพยายามเดินวนไปมาหาจุดที่สัญญาณโทรศัพท์ชัดเจนที่สุด เป็นปกติที่ชั้นใต้ดินของห้างหรือตามสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินจะมีจุดที่อับสัญญาณอยู่บ้าง

 

แต่ในช่วงเวลาแบบนี้มันก็น่าหงุดหงิดสุดๆ ไปเลย

 

อ๊ะ! ติดแล้ว

 

แทบจะทันทีที่แถบสัญญาณปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอ ก็มีสายเรียกเข้าจากบาคุโกตามขึ้นมา อายาเมะกดรับสายทันทีโดยไม่เสียเวลาหยุดคิด

 

“ฮัลโหล”

 

“บาดเจ็บรึเปล่าวะ”

 

ทั้งที่ฟังดูเป็นคำถามที่ไม่อ่อนโยนเลยสักนิด แต่เสียงของเขาก็ทำให้อายาเมะรู้สึกเหมือนว่าความกลัวและความตื่นตระหนกที่ก่อตัวอยู่ในใจของเธอกำลังค่อยๆ สงบลง

 

“ฉันไม่เป็นไร”

 

เธอตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่แหบแห้งลงจากการตะโกนเมื่อครู่ ที่ปลายสายโทรศัพท์มีเสียงพ่นลมหายใจออก ก่อนที่บาคุโกจะถามเธอต่อว่า

 

“อยู่ไหน”

 

ดวงตาสีน้ำทะเลพยายามกวาดมองรอบๆ เพื่อหาจุดสังเกตอะไรสักอย่าง ก่อนจะสะดุดเข้ากับร้านอาหารขนาดใหญ่ห่างออกไปไม่ไกลนัก

 

“แถวๆ...หน้าร้านราเม็งน่ะ ไม่รู้ว่านายจำได้หรือเปล่า”

 

“รออยู่ตรงนั้น อย่าสะเออะไปช่วยใครมั่วซั่วอีก”

 

คำสั่งนั้นทำให้เธอเผลอยิ้มออกมา คงเพราะเขาพูดเหมือนว่าเขากำลังจะมาหาเธอ แต่อายาเมะยังไม่ทันจะได้ตอบอะไรกลับไปก็มีเสียงร้องกรี๊ดดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน

 

ผู้คนอันน้อยนิดที่ติดอยู่ที่ฝั่งนี้หันไปมองตามเสียงร้อง จึงเห็นวัยรุ่นหญิงคนหนึ่งที่ชี้นิ้วไปทางด้านข้าง ก่อนจะตะโกนเสียงดังว่า “พวกวิลเลิน...มันกำลังมาแล้ว!!”

 

อายาเมะมองตามทิศทางที่ผู้หญิงคนนั้นชี้ไป บนทางเดินยาวนั่นมีร่างสูงใหญ่ของชายคนหนึ่งกำลังมุ่งหน้าตรงมาจริงๆ เขาแต่งกายชุดสีดำรัดกุมปิดบังใบหน้าเหมือนวิลเลินที่สู้กับบาคุโกเมื่อครู่นี้ไม่มีผิด

 

ครั้งนี้ไม่ต้องรอให้ใครออกคำสั่ง แต่ละคนต่างก็พากันวิ่งหนีกันอย่างอลหม่านทันที

 

อายาเมะก็เช่นกัน

 

เธอได้แต่กำโทรศัพท์เอาไว้ขณะที่วิ่งตัดผ่านร้านค้า มุ่งหน้าไปยังทิศทางที่เธอจำได้ว่ามีบันไดหนีไฟอยู่

 

บาคุโกบอกว่าจะมาหาเธอ ในเมื่อชั้นใต้ดินถูกตัดขาดออกจากกันไปแล้ว มีทางเดียวที่เขาจะมาทางฝั่งนี้ได้คือต้องวิ่งอ้อมผ่านชั้นหนึ่งมา

 

ถ้าเธอวิ่งไปเจอเขาที่ตรงจุดกึ่งกลางได้ล่ะก็…

 

“เฮ้ย! เกิดอะไรขึ้นวะ”

 

เสียงตะโกนที่ดังขนาดลอดผ่านลำโพงโทรศัพท์ของเธอออกมาได้ทำให้อายาเมะยกมือถือขึ้นมาจ่อที่หูอีกรอบทั้งที่ยังคงวิ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่จะทำได้

 

ในเวลาแบบนี้เธอนึกขอบคุณคุณแม่เหลือเกินที่ฝึกฝนเคี่ยวกรำเธอจนสามารถวิ่งทรงตัวบนส้นสูงได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 

เด็กสาวหยุดยืนหลบที่หลังผนังกั้นของร้านขายเครื่องสำอางเพื่อจะพักหายใจ

 

ดวงตาสีน้ำทะเลกวาดมองโดยรอบเพื่อให้แน่ใจวิลเลินไม่ได้อยู่แถวนี้ ก่อนจะกระซิบใส่โทรศัพท์ราวกับกลัวว่าหากพูดเสียงดังกว่านี้จะถูกเจอตัวเข้าได้

 

“บาคุโก...ฝั่งนี้มีวิลเลิน”

 

เสียงของเธอสงบนิ่งกว่าความรู้สึกในตอนนั้นเหลือเกิน

 

“ฉันจะพยายามวิ่งไปให้ใกล้ทางขึ้นชั้นหนึ่งที่สุดนะ”

 

บาคุโกไม่ได้ตอบอะไรกลับมาซึ่งมันผิดวิสัยของเขาเอามากจนอายาเมะต้องเปิดหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นมาดูอย่างงุนงง

 

สัญญาณถูกตัดไปแล้ว

 

ตั้งแต่เมื่อไรนะ บาคุโกได้ยินประโยคสุดท้ายของเธอหรือเปล่า

 

ถึงจะรู้สึกข้องใจ แต่ดูขีดสัญญาณนั่นแล้วอายาเมะก็คิดว่าเธอคงไม่มีโอกาสโทรกลับไปอีกรอบแล้ว

 

มีแต่จะต้องเชื่อใจบาคุโก

 

และเธอก็เชื่อว่าเขาจะต้องมาแน่

 

เพราะฉะนั้นเธอค่อยๆ วิ่งหลบวิลเลินไปทางนั้นก็พอ

 

อายาเมะให้กำลังใจตัวเองเสร็จก็ผละออกจากที่ซ่อนชั่วคราวของเธอแล้วออกตัววิ่งมุ่งหน้าไปทางบันไดหนีไฟต่อทันที

 

อายาเมะวิ่งๆ หลบๆ อยู่พักหนึ่ง ยังไม่ทันที่เธอจะไปถึงจุดหมายปลายทางของเธอ เสียงแปลกประหลาดที่ดังก้องอยู่ในทางเดินวังเวงก็ทำให้เด็กสาวต้องชะงักฝีเท้าไปก่อน

 

เธอพยายามเงี่ยหูฟังว่าเป็นเสียงของวิลเลินหรือเปล่า แต่ฟังแล้วก็ไม่เหมือนเท่าไร

 

เหมือนกับเสียงร้องไห้...

 

“ฮืออ!!”

 

เป็นเสียงร้องไห้ที่ดังอย่างชัดเจนท่ามกลางความเงียบที่ทุกคนพยายามซ่อนตัวกันอย่างสุดชีวิต

 

เธอชะโงกหน้าออกไปมอง ก่อนจะพบกับเด็กชายอายุราวห้าขวบที่ยืนร้องไห้อยู่หน้าร้านไอศกรีมเหมือนคนไม่มีที่พึ่ง

 

“แม่...แม่ครับ…” เขาพูดวนซ้ำๆ แบบนั้นแล้วก็ร้องไห้เสียงดังลั่น

 

ขืนเป็นแบบนี้มีหวังโดนวิลเลินเจอแน่ๆ

 

อายาเมะเม้มริมผีปากแล้วรีบวิ่งออกไปก่อนที่สมองจะทันได้คิดอะไรเสียอีก

 

เด็กสาวอุ้มร่างเล็กๆ นั่น เอามือปิดปากเขาไว้ให้เสียงร้องไห้อู้อี้ลง แล้วพามาหลบด้วยกันข้างหลังเคาน์เตอร์ขายของตัวยาวอย่างรวดเร็ว

 

ร่างในอ้อมแขนของเธอดิ้นพราดไปมาอย่างไม่ยอมแพ้ อายาเมะคิดว่าเด็กคนนี้คงกลัวว่าเธอจะเป็นคนร้าย เธอจึงรีบวางเขาลงแล้วย่อตัวนั่งคุกเข่าด้านข้าง มือข้างหนึ่งจับไหล่เขาไว้ ส่วนอีกข้างยังปิดปากเขาอยู่โดยที่ระวังไม่ให้ไปโดนจมูก

 

ดวงตาสีน้ำทะเลมองเข้าไปในดวงตากลมโตอีกคู่ ขณะที่เธอพูดปลอบอย่างอ่อนโยนว่า

 

“ชู่ว เด็กดี ตอนนี้ต้องเงียบก่อนนะคะ อย่าร้องไห้เลยนะ พี่สาวมาช่วยแล้วค่ะ”

 

คำปลอบของเธอดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์มากนัก ถึงเขาจะไม่ดิ้นหนีแล้ว แต่ก็ยังร้องไห้ไม่หยุดจนเสียงเริ่มจะทะลุผ่านมือของเธอออกมา

 

“ถ้าร้องไห้จะถูกคนไม่ดีเจอตัวได้นะคะ เด็กดีต้องเงียบก่อนนะ แล้วพี่สาวจะพาไปหาคุณแม่เอง”

 

ยิ่งพยายามปลอบเท่าไร เขากลับยิ่งสะอึกสะอื้นมากขึ้นจนอายาเมะรู้สึกจนใจ

 

คงจะไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว

 

“เด็กดี เธอกล้าหาญมากเลยนะ หยุดร้องไห้ได้แล้วล่ะ”

 

คราวนี้อายาเมะพูดผ่านอัตลักษณ์ของเธอแล้ว

 

ไซเรนวอยซ์ส่งผลให้เสียงร้องไห้ของเด็กคนนั้นแผ่วเบาลงอย่างชัดเจน

 

เขาเงยหน้าขึ้นมองเธอ ท่าทางที่สงบลงจากอัตลักษณ์ของเธอทำให้อายาเมะใจชื้นขึ้นในขณะที่เธอเลื่อนมือที่ปิดปากเขาไปลูบหัวแทนแล้วใช้อัตลักษณ์ซ้ำอีกครั้ง

 

“ไม่ต้องร้องไห้หรอกนะ เดี๋ยวก็มีฮีโร่มาช่วยแล้วล่ะ”

 

เสียงสะอื้นนั้นเงียบหายไปในที่สุด

 

เด็กชายดูสงบลงมากพอแล้ว เธอจึงพยายามยิ้มออกมาเพื่อให้เขาสบายใจมากขึ้น ก่อนจะถามว่า “หนูชื่อว่าอะไรเหรอคะ”

 

“เรียวตะ” เด็กชายตอบเธอด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ท่าทางเขินอายนั่นทำให้อายาเมะรู้สึกใจบางไปหมดขณะที่เธอตอบกลับไปว่า

 

“พี่ชื่อว่าอายาเมะ ยินดีที่ได้รู้จักเรียวตะคุงนะ”

 

เรียวตะพยักหน้าให้เธอก่อนที่เขาจะยกแขนเสื้อขึ้นปาดคราวน้ำมูกและน้ำตาออกไปจากใบหน้า

 

หลังจากปลอบให้เขาสงบได้แล้ว เธอควรจะรีบพาเรียวตะออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด

 

เมื่อกี้เขาร้องไห้เสียงดังพอสมควร ไม่รู้ว่าวิลเลินคนนั้นได้ยินหรือเปล่า แต่เธอก็ไม่อยากเสี่ยงดวงสักเท่าไร

 

จากสถิติที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าอายาเมะไม่ใช่หนึ่งในคนดวงดีอย่างแน่นอน

 

เด็กสาวจับมือของเรียวตะเอาไว้ เธอสูดหายใจเข้าออกช้าๆ เหลือบมองดูแววตาใสซื่อของเด็กน้อยเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะยื่นหัวออกไปนอกเคาน์เตอร์เพื่อดูลาดเลาก่อน

 

ระหว่างที่ฮีโร่ยังมาไม่ถึง ในตอนนี้ไม่มีใครช่วยเรียวตะได้แล้วนอกจากเธอ

 

กล้าหาญหน่อยสิ อายาเมะ

 

เธอเองน่ะ ก็เป็นฮีโร่ได้นะ!

 

“เรียวตะ ตามพี่มานะ เราจะไปหาคุณแม่กัน!”

 

คำพูดปลุกใจของเธอทำให้เด็กชายดูฮึกเหิมขึ้นอย่างชัดเจนในขณะที่เขาลุกเดินตามเธอไปอย่างเร็วที่สุดเท่าที่ขาเล็กๆ สองข้างจะทำได้

 

อายาเมะลังเลอยู่เหมือนกันว่าควรจะอุ้มเขาไปเลยดีหรือเปล่า แต่ตัวเธอเองก็ไม่ได้แข็งแรงถึงขนาดนั้น ไม่ว่าจะให้เรียวตะเดินเองหรือให้เธออุ้มไป ก็จะเคลื่อนไหวได้ช้าลงกว่าเดิมอยู่ดี

 

เพราะต้องเดินช้ากว่าปกติเพื่อให้เด็กชายเดินตามทัน อายาเมะจึงยิ่งมองซ้ายขวาอย่างหวาดระแวงหนักกว่าเดิม เธอหยุดยืนหลบที่หัวมุมร้านทำเล็บแล้วจับเรียวตะเอาไว้ นิ้วชี้ยกขึ้นแตะริมฝีปากเป็นเชิงส่งสัญญาณบอกให้เขาเงียบก่อน

 

บันไดหนีไฟอยู่ห่างออกไปอีกแค่สามบล็อกร้านค้านี่เอง

 

ไม่มีวี่แววของวิลเลิน

 

“มาเร็ว เรียวตะคุง” อายาเมะจับมือเขาไว้แล้วดึงให้วิ่งตามเธอมาอย่างรวดเร็ว พุ่งตรงไปยังบันไดหนีไฟด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่เธอจะทำได้ในสภาพตอนนี้

 

ตึง!!!

 

แรงกระแทกที่เกิดขึ้นตรงหน้าเธออย่างฉับพลันทำให้อายาเมะต้องหยุดฝีเท้าพร้อมกับดึงมือของเรียวตะเอาไว้ไม่ให้เขาวิ่งเลยไป

 

ฝุ่นควันลอยคลุ้งขึ้นมาจนเธอมองเห็นภาพตรงหน้าได้แค่รางๆ

 

มีคนกำลังยืนขวางระหว่างเธอกับประตูบันไดหนีไฟ

 

“ก็คิดว่าได้ยินเสียงเด็กแว่วๆ อยู่ คิดไม่ผิดจริงๆ ที่มาดักรอแถวนี้”

 

ประโยคที่พูดด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียมนั่นทำให้อายาเมะขนลุกชันไปหมด เธอกำมือของเรียวตะแน่นขึ้นขณะที่ดันเขาให้ไปหลบอยู่ด้านหลังเธอ

 

ไม่ใช่ว่าอายาเมะไม่กลัว อันที่จริงเธอกลัววิลเลินตรงหน้าจนแทบบ้า

 

แต่ขาทั้งสองข้างของเธอยังยืนอย่างมั่นคง ดวงตาหรี่มองหาทางผ่านที่เป็นไปได้ ในขณะที่สมองประมวลผลสิ่งที่เธอพอจะใช้ต่อกรกับเขาได้ในตอนนี้

 

อายาเมะไม่รู้หรอกว่ามันเป็นเพราะอะดรีนาลีนที่สูบพล่านไปทั่วร่าง

 

หรือเพราะรู้สึกว่าจะต้องปกป้องเรียวตะให้ได้

 

แต่ที่แน่ๆ ก็คือ...เธอจะไม่ยอมมาตายในเดทแรกกับรักแรกของเธออย่างเด็ดขาด!

 

_____________________________

เรากับน้อง Pandora P. เขียนกันแบบหนักหน่วงมากเพื่อปั่นช่วง arc นี้ให้ต่อเนื่องที่สุดค่ะ YY

ขอบคุณทุกกำลังใจมากๆ เลยนะคะ เป็นพลังงานหล่อเลี้ยงเรากับน้อง Pandora P. สุดๆ เลยค่ะ

ตอนถัดไปจะมาวันพรุ่งนี้ช่วงบ่ายๆ เย็นๆ นะคะ เอาไว้เจอกันค่ะ

 

ปล.โอกาสสุดท้ายสำหรับผู้โชคดีที่ยังไม่ได้ส่งที่อยู่มาให้เรานะคะ เราจะส่งสคส.ภายในวันจ.แล้วค่ะ รบกวนรีบส่งมาให้เราด้วยนะคะ Q-Q

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 281 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,353 ความคิดเห็น

  1. #699 Kimiyoshi Ranna (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 19:05

    ยัยน้องงงงง สู้ๆค่ะ! เราจะต้องไม่ตายในเดทแรกกับคัตสึจัง!!!
    #699
    0
  2. #685 ตัวเล็ก☻ (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 14:53
    เจ้าวิลเลินนี่กล้าดียังไงมาทำลายเดทของคัตจังกัน!
    #685
    0
  3. #683 123321454 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 12:40

    สู้ๆนะคะเราจะเป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #683
    0
  4. #682 Yongu (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 12:05

    แง้ น้อนนนอดทนรออีกนิดนึงนะ บาคุโกกำลังจะมาช่วยแล้ว หนูต้องถ่วงเวลาไว้ก่อนนะลูก
    #682
    0
  5. #681 aom051 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 11:18

    เดทแรกกับรักแรก!
    #681
    0
  6. #680 lamb_san (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 10:34
    โอออออ้ น้องอายาเมะไฟท์ติ้งงงง สู้ไม่ได้ก็ถ่วงเวลาไว้แล้วหนีก่อนนะหนู สำหรับเดตนี้นี่ว่าตอนนี้มันชักเริ่มจะเข้าไปรวมๆกับเดตก่อนหน้านี้แล้วนะ55555555 คัตสึกิคือมอหอจัดๆ รีบๆมาได้แล้ว! อายาเมะรอนานอยู่นะ!! (ลำเอียง)
    #680
    0
  7. #678 กระต่ายกุกกี้ (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 08:11
    มาต่อเร็วมากกกฮับบ ตอนแรกนึกว่าจะหายค้างสรุปยิ่งกว่าเดิม แง้ยย น้อนอายาเมะเท่ห์ทิ่สุดดด คัตจังขรึมมากกก
    #678
    0
  8. #677 LucyTaylor (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 01:32
    อายาเมะจัง ไฟท์ สู้ๆนะ! เธอทำได้! ฮือ ลุ้นแทนว่าคัตจังจะมาทันไหม
    #677
    0
  9. #676 numpha6188 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 01:09
    เป็นเดทแรกที่น่าจดจำจริงๆค่ะ ถ้ามีลูกแล้วลูกถามว่าเดทแรกของคุนพ่อคุนแม่ทำอะไรบ้าง ก็จงตอบไปอย่างมั่นใจว่า " จับกุมวิลเลินน่ะ!!! "
    #676
    0
  10. #675 softy omelette (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 00:50
    โอ้ย55555เดทแรกยังเสี่ยงตายขนาดนี้ ไม่อยากจะคิดถึงเดทที่สองเลยนะคะเนี่ย ละคุณวิลเลินคนนั้น โดนหมายหัวเรียบร้อยแล้วก็โชคร้ายหน่อยนะคะเพราะคนนั้นเขาหวงของเขามากอะ งือ
    #675
    0
  11. #674 Kittttttttie (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 00:34
    จริงๆอันลักษณ์นางเอกคือเจ๋งมากนะ เข้าใจแหละว่าไม่เคยใช้ต่อสู้เลยทำได้แค่นี้(และเหมือนนางเอกไม่ค่อยอยากใช้ด้วย) เลยแอบรู้สึกขัดใจหน่อยๆ
    แต่ที่ขัดใจคือนิสัยนางเอกนะคะ ไรท์แต่งเก่งมาก ไม่หลุดคาร์ของนางเอกเลย
    #674
    0
  12. #672 Atanasia11 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 23:46

    ไอจัง สู้ๆ!!!!!!//เชียร์น้องเต็มที่ค่ะ
    #672
    0
  13. #671 siretorn (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 23:45

    เป็นเดทที่ลุ้นระทึกทุกวินาทีจริงๆ นังคัตมาช่วยน้องให้ทันนะ!! บึ้มมันให้หมดเลยลูกแม่!!

    #671
    0
  14. #670 นินจาแมว (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 23:27
    เดทแรกเชียวนะคะะะ อายาเมะต้องโชว์พาวแล้วแหละะ
    #670
    0
  15. #669 Bao_Bao (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 23:26

    ถถถถถ ประโยคสุดท้ายกับชื่อตอนนั้นมันอะไรกัน555555+ ไอจังต้องรอดนะ คัตจังรีบๆเข้าล่ะ5555+
    #669
    0
  16. #668 Iด็กไม่รู้จัnโต (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 23:24
    เด็กมักสร้างปัญหาค่ะ เป็นตัวละครที่น่ารำคาญสุดๆ ไปเลย -ช่วยคนอื่นจนตัวเองตายเองนี่กี่คนละล่ะ (ทั้งในนิยายและชีวิตจริงเลย) แต่ชอบประโยคสุดท้ายของหนูเมะกับความเป็นห่วงของบักคัตนะ ถถถถ
    #668
    0
  17. #667 thegossip (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 23:23
    ประโยคสุดท้ายนี่กลั้นยิ้มแก้มแตกเลยคับ! น้องงงน่ารักมาก คัตจังต้องรีบมาหาน้องแล้วนะ
    #667
    0
  18. #666 wewe73422 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 23:07
    สู้นะคะทุกๆคน
    #666
    0
  19. #665 Pearlaris (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 23:07
    อายาเมะจังสู้เขา! ฮึบๆ
    #665
    0
  20. #664 Sweet-Candycat (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 23:06

    สู้เขาอายาเมะจัง! คัตจังรีบมาเร็วเข้า!
    #664
    0
  21. #663 zrodee (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 23:06
    สู้ๆ นะคะ รอบาคุโกมาหาาา
    #663
    0
  22. #662 princess_rain (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 23:05
    รอตอนต่อไปนะคะ><
    สู้ๆนะคะ
    #662
    0
  23. #661 CuzBeURMine (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 23:04
    บอกได้คำเดียวว่า ชห แล้ว โดนเจอตัวแล้วบาคุโกววววหเปดฟดปดะปะฟอกบเห
    #661
    0