Fanfic BNHA / My Hero Academia :: Blazing aria [Bakugou x OC]

ตอนที่ 16 : Aria 15 : I can't help but feel hopeless in this situation.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,141
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 285 ครั้ง
    9 พ.ย. 63


Aria 15

I can't help but feel hopeless in this situation.


อายาเมะนั่งเท้าคางมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ของเธอที่ฉายภาพแถบข้อมูลกำลังเลื่อนขึ้นไปจนเกือบจะเต็มหลอดอย่างรวดเร็ว


ทันทีที่เพลงใหม่ของเธอถูกอัพโหลดขึ้นไปบนแชนเนิล ก็มีคอมเม้นท์และข้อความจากแฟนคลับถูกส่งมาหาเธอแทบจะในทันที เหมือนทุกครั้งที่เธออัพเพลงใหม่ในแชนเนิลของ ‘ไอริส’


Poke_mon108 : เพลงเพราะมากๆเลย


ichiki_su : ขอบคุณที่อัพเพลงใหม่ให้นะ


Susuyaki : อยากได้ยินเสียงของคุณมากระซิบข้างหูของผมจังเลย


คอมเม้นท์แปลกๆ ที่สะดุดตาเธอทำให้อายาเมะชะงักไปนิดหน่อย แต่สุดท้ายเธอก็เลื่อนผ่านไปโดยไม่ได้ทำอะไร


เป็นเรื่องปกติไปแล้วที่จะต้องมีคอมเม้นท์หรือข้อความที่ชวนให้รู้สึกไม่สบายใจในแชนเนิลของเธอบ้าง


คำวิจารณ์...ข้อความต่อว่า...คำพูดคุกคาม อายาเมะเจอมาหมดทุกอย่างแล้ว และเธอก็ค้นพบว่าการปล่อยผ่านมันไปน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด


ไอริสก็คือไอริส…


ไม่ใช่อิชิคาวะ อายาเมะ


ไม่มีทางที่คนพวกนั้นจะทำอะไรเธอได้


เพราะแบบนั้นอายาเมะจึงเลื่อนผ่านความเห็นนั้นไปโดยไม่คิดจะกลับไปดูอีก


เธอจดข้อแนะนำที่มีประโยชน์ใส่สมุดอีกนิดหน่อย พิมพ์แลกเปลี่ยนความคิดกับแฟนคลับที่มีความรู้ด้านดนตรีสองสามคน จนรู้สึกว่างานในวันนี้ได้เสร็จลุล่วงแล้ว อายาเมะจึงตั้งใจจะปิดคอมพิวเตอร์เพื่อเตรียมตัวอ่านหนังสือทบทวนบทเรียน


แต่ยังไม่ทันจะได้ทำอย่างที่คิด กลับมีข้อความใหม่ปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอเสียก่อน


คุณได้รับข้อความใหม่จาก ถ้าไม่อ่านข้อความนี้ระวังจะเสียใจทีหลัง :)


ใครกันน่ะ?


ดวงตาสีน้ำทะเลมองดูชื่อไอดีนั้นด้วยความสงสัย


เรื่องการไม่ตอบข้อความส่วนตัวของไอริสเป็นที่รู้กันดีในหมู่แฟนคลับ ดังนั้นจึงมีคนไม่มากที่จะส่งข้อความมาหาเธอ หากไม่ใช่คนที่คุยเพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นเรื่องเพลงของเธอเป็นประจำอยู่แล้ว ก็เป็นพวกแฟนคลับหน้าใหม่ที่ไม่รู้ว่าไอริสไม่ชอบตอบข้อความ


แต่อายาเมะกลับรู้สึกแปลกๆ กับชื่อของเขา


เป็นคำขู่หรือไง…


เรื่องอย่างถูกขู่ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับการเป็นคนที่มีชื่อเสียงในโลกอินเตอร์เน็ตเช่นกัน


ใจหนึ่งของอายาเมะบอกให้เธอไม่สนใจมันไปแล้วก็ปิดคอมไปอ่านหนังสืออย่างที่ตั้งใจแต่แรก แต่อีกส่วนในใจของเธอกลับทั้งสงสัยและหวาดระแวงจนกลัวว่าหากไม่ได้เปิดเข้าไปอ่านข้อความนั้นแล้ว เธออาจจะต้องมารู้สึกเสียใจอย่างที่ชื่อไอดีนั่นเขียนเอาไว้จริงๆ


เด็กสาวเม้มปากแน่นด้วยความลังเล เธอนั่งจ้องมองข้อความนั้นอยู่สักพักใหญ่ แต่ในท้ายที่สุด ก็เลื่อนเม้าส์ไปจ่อที่ข้อความนั้นจนได้


ก่อนจะกดเข้าไปอ่านเนื้อหาในนั้น


ข้อความแรกสุดจาก ‘ถ้าไม่อ่านข้อความนี้ระวังจะเสียใจทีหลัง :)’ เป็นรูปภาพที่ทันทีที่อายาเมะเห็นก็ทำให้ดวงตาสีน้ำทะเลเบิกกว้างขึ้น มือของเธอสั่นระริกด้วยความตกใจในขณะที่ฝืนขยับนิ้วเลื่อนลงมาเรื่อยๆ เพื่อจะดูภาพที่เหลือที่ถูกส่งมาพร้อมกัน


ความกลัว...ความตื่นตระหนก...ความหวาดระแวง ทุกอารมณ์ความรู้สึกประดังประเดเข้ามาจนเธอรู้สึกเวียนหัว แต่อายาเมะกลับรู้สึกว่าเธอไม่มีกำลังพอที่จะลุกออกไปจากตรงนี้


ทำได้แค่นั่งอยู่กับที่เหมือนถูกเชือกที่มองไม่เห็นผูกมัดเอาไว้ มองดูภาพพวกนั้นซ้ำไปมาราวกับว่าหากมองดูมันไปอีกสักพักแล้วจะช่วยเปลี่ยนความจริงพวกนั้นไปได้


ภาพพวกนั้นคือภาพของเธอ


เป็นภาพของเธอที่ถูกถ่ายจากมุมต่างๆ


ทุกรูปในนั้นเธออยู่ในชุดพละหรือไม่ก็ชุดนักเรียน แสดงว่าคนถ่ายน่าจะถ่ายระหว่างที่เธออยู่ในโรงเรียนยูเอ มันมีทั้งภาพตอนที่เธอกำลังเล่นพละในวิชาเรียน ภาพมุมด้านหลังในขณะที่เดินอยู่บนทางเดิน หรือแม้กระทั่งภาพของเธอที่นั่งอยู่ในโรงอาหารกับซาโยริ


เป็นภาพของ ‘อิชิคาวะ อายาเมะ’ ที่ไม่ควรจะถูกส่งเข้ามาในไอดีของ ‘ไอริส’ ได้


อายาเมะเลื่อนเม้าส์ลงมาจนถึงรูปสุดท้ายแล้ว ที่ด้านล่างสุดนั้นปรากฏเครื่องหมายที่บ่งบอกว่าอีกฝ่ายกำลังพิมพ์ข้อความอยู่


ภาพดิสเพลย์รูปหน้ายิ้มของไอดี ‘ถ้าไม่อ่านข้อความนี้ระวังจะเสียใจทีหลัง :)’ ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังส่งรอยยิ้มของผู้ชนะมาให้ ในตอนที่อายาเมะได้แต่นั่งตัวแข็งทื่อด้วยความสับสน มองดูข้อความถัดไปที่ถูกส่งมาหาเธอ


ถ้าไม่อ่านข้อความนี้ระวังจะเสียใจทีหลัง :) : ผมรู้ว่าคุณคือใคร


ถ้าไม่อ่านข้อความนี้ระวังจะเสียใจทีหลัง :) : ถ้าไม่อยากให้ผมเปิดเผยตัวตนของคุณ มาพบผมในวันอาทิตย์ ตอนห้าโมงเย็นที่สวนหลังโรงยิมสาม


ถ้าไม่อ่านข้อความนี้ระวังจะเสียใจทีหลัง :) : ถ้าหากว่ามาช้าหรือไม่มาล่ะก็...คงจะรู้นะว่าจะเกิดอะไรขึ้น


อีกฝ่ายยังไม่ได้ออฟไลน์ไปในทันที ไม่รู้ว่าเขากำลังรอคำตอบของเธอหรือว่าอะไร


แต่อายาเมะก็ยังไม่มีเรี่ยวแรงจะพิมพ์ตอบกลับไป...ไม่สิ เธอคิดไม่ออกด้วยซ้ำว่าจะควรพิมพ์ตอบอะไรในสถานการณ์แบบนี้ดี เด็กสาวจึงทำได้เพียงนั่งนิ่ง จ้องมองข้อความพวกนั้นราวกับกำลังมองสัตว์ร้ายที่จะพุ่งออกมาขย้ำเธอได้ทุกเมื่อ


มือของอายาเมะที่จับเมาส์อยู่บีบเกร็ง ริมฝีปากเม้มแน่นขณะที่ความรู้สึกอึดอัดในใจกำลังก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว เธอจ้องมองปุ่มกลมๆ สีเขียวที่เป็นสัญลักษณ์บอกว่าอีกฝ่ายกำลังออนไลน์อยู่เขม็ง


จนกระทั่งปุ่มสีเขียวนั้นหายไปในที่สุด


เขาออฟไลน์ไปแล้ว…


อายาเมะถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ทั้งที่มันไม่ได้เปลี่ยนสถานการณ์ของเธอไปเลยสักนิด แต่ในใจของเธอกลับรู้สึกเหมือนกับว่าเพิ่งจะวิ่งหนีพ้นกรงเล็บของสัตว์ร้ายมา มือที่วางเกร็งอยู่บนเมาส์คลายออกอย่างช้าๆ ก่อนที่เธอจะเอนตัวลงพิงพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยอ่อน


มีคนรู้ตัวตนของเธอ


และเขาจะเปิดเผยตัวตนของเธอถ้าไม่ไปพบเขา


อายาเมะหลับตาลง ความรู้สึกหนักอึ้งค่อยๆ เข้าเกาะกุมในใจของเธอจนทำให้อายาเมะนึกอยากจะทิ้งตัวลงไปบนเตียง นอนหลับสักพัก แล้วตื่นมาพบว่าเรื่องทั้งหมดนี่เป็นแค่ความฝันเท่านั้น


แต่มันก็คือความจริง


เธอจะทำยังไงต่อไปดี…


อายาเมะรู้สึกมืดแปดด้านไปหมด


ตลอดเวลาที่ผ่านมา คนที่รู้ความลับเรื่อง ‘ไอริส’ มีแค่ซาโยริที่เป็นเพื่อนกับเธอมานานแล้ว กดเปิดแชนเนิลนี้มาด้วยกัน เป็นคนเพียงคนเดียวที่อายาเมะไว้ใจจนถึงที่สุดกับเรื่องความลับของเธอ


จนกระทั่งบาคุโกได้กลายเป็นคนที่สองที่รู้ความลับนี้


แต่คนอย่างบาคุโกไม่มีทางทำอะไรแบบนี้แน่


เขาดูไม่ได้แยแสความลับของเธอเลยด้วยซ้ำ เหมือนกับว่าเรื่องนี้ไม่ได้ข้องเกี่ยวอะไรกับเขา และบาคุโกก็ไม่ใช่คนไม่ดี เธอจึงไม่ได้รู้สึกหวาดระแวงมากนักกับการที่เขาจะรู้ความลับของเธอ


ไม่ว่าคนๆ นั้นจะเป็นใคร ก็ไม่ได้ข้องเกี่ยวกับสองคนนั้นแน่


นั่นหมายความว่ามีใครบางคนสืบจนรู้ว่าเธอคือไอริส...แอบมองเธออยู่ในมุมมืด ตลอดช่วงเวลาที่เธอเดินอยู่ข้างนอกนั่น


ความรู้สึกเย็นยะเยือกแล่นไปทั่วตัวของเธอ เด็กสาวยกมือทั้งสองข้างขึ้นกอดแขนเอาไว้ ขายกขึ้นนั่งพับเข่าบนเก้าอี้ ราวกับว่าหากทำแบบนี้แล้วเธอจะขดเป็นก้อนกลมๆ ปกป้องตัวเองจากความจริงตรงหน้านี้ได้


จะทำยังไงดี…


ชั่ววินาทีแรก อายาเมะคิดอยากจะวิ่งไปเคาะประตูห้องของซาโยริ อยากจะถามเพื่อนของเธอว่าเธอควรจะทำอย่างไรต่อไป


ก่อนที่ความจริงอีกอย่างจะสาดเข้ามาเหมือนน้ำเย็นที่ปลุกให้เธอตื่นมาเผชิญกับความเป็นจริง


ซาโยริลาเรียนในสัปดาห์นี้เพื่อไปร่วมงานแต่งงานของพี่สาวที่โอกินาว่า กว่าจะกลับมาอีกทีก็คงจะวันจันทร์เลย


ถึงบอกไปตอนนี้ก็คงช่วยอะไรไม่ได้ มีแต่จะทำให้เพื่อนสนิทของเธอไม่สบายใจในช่วงเวลาที่ซาโยริควรจะมีความสุขกับครอบครัวเปล่าๆ


เธอต้องหาทางทำอะไรสักอย่างด้วยตัวเองให้ได้


อายาเมะนั่งนิ่งอยู่ที่เดิมอีกพักใหญ่ ในหัวมีความคิดผ่านเข้ามานับร้อย แต่กลับไม่มีอะไรที่ดูเข้าท่าเลยสักอย่าง


สักพักเธอก็เริ่มก้มตัวลงนอนฟุบกับโต๊ะ ดวงตาสีน้ำทะเลจ้องมองโต๊ะเขียนหนังสือที่มีของวางระเกะระกะ ก่อนที่ความอ่อนล้าทั้งร่างกายและจิตใจจะเข้าจู่โจมเธอ


ในคืนนั้น อายาเมะนอนหลับไปพร้อมกับความรู้สึกไม่สบายใจที่ติดค้างอยู่ตลอดทั้งคืน…


_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_


วันถัดมาเป็นวันที่ไม่สดใสเลยสำหรับอายาเมะ


กล้ามเนื้อหลังและคอของเธอปวดร้าวไปหมดเพราะนอนฟุบหลับไปกับโต๊ะเมื่อคืน ส่วนในใจของเธอก็อ่อนล้าจนรู้สึกไม่มีเรี่ยวแรงจะทำอะไรสักอย่าง


อายาเมะนั่งมองหนังสือตรงหน้าอย่างเหม่อลอย ทั้งที่ดูเหมือนว่าเด็กสาวกำลังจดจ่อกับมัน แต่ความคิดในหัวของเธอนั้นล่องลอยไปไกลมากแล้ว


เธอไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงกริ่งบอกเวลาเลิกเรียน


“หัวหน้าห้อง”


เสียงทุ้มต่ำเรียกอายาเมะจากทางด้านข้าง แต่เด็กสาวกลับยังนั่งขมวดคิ้วเหม่อมองหนังสืออยู่อย่างเดิมราวกับว่าไม่ได้ยินเสียงนั่น


“หัวหน้าห้อง”


เสียงเรียกซ้ำอีกครั้งพร้อมกับมือที่วางลงบนไหล่ของเธอ ทำให้อายาเมะสะดุ้งเฮือก


“อ๊ะ!” เธออุทานออกมาด้วยความตกใจ ขณะที่หันขวับไปมองที่ต้นเสียง ดวงตาสีน้ำทะเลเบิกกว้างขึ้น ก่อนที่ร่างของเธอจะผ่อนคลายลงเมื่อเห็นหน้าของคนที่เดินเข้ามาคุยกับเธอ


“ชินโซคุงเองเหรอ...ขอโทษนะ ฉันมัวแต่คิดอะไรเพลินไปหน่อย”


ชินโซยืนมองเธอนิ่งๆ โดยที่ไม่ได้พูดอะไรตอบกลับมา จนอายาเมะต้องเป็นฝ่ายหลบตาหนีไปก่อนด้วยความรู้สึกไม่ชินกับบรรยากาศน่าอึดอัดแบบนี้


ชินโซ ฮิโตชิ...หนึ่งในสมาชิกห้อง 1-C ที่มีแววจะได้ย้ายไปหลักสูตรฮีโร่มากที่สุด


เขาเป็นคนเงียบๆ ที่ไม่ได้พูดคุยอะไรกับคนอื่นมากนัก ไม่ได้มีเพื่อนสนิทคนไหนอย่างชัดเจน แต่ก็ดูเหมือนว่าเขาจะพอใจกับการใช้ชีวิตเงียบๆ อยู่คนเดียว และความสัมพันธ์ของเขากับเพื่อนในห้องคนอื่นๆ ก็ค่อนข้างดีด้วย


เป็นหนึ่งในมนุษย์ประเภท ‘เขาก็เป็นคนดีนะ’ ที่ไม่มีใครรู้จักตัวตนจริงๆ สักเท่าไรเหมือนกับเธอ


“เหม่อมาตั้งแต่ตอนเรียนแล้วไม่ใช่เหรอ” ชินโซพูดกับเธอเสียงเรียบ ฟังดูไม่มีแววต่อว่า แต่ก็ดูไม่ออกว่ากำลังอยู่ในอารมณ์แบบไหนกันแน่


แต่อายาเมะในวันนี้ไม่มีกระจิตกระใจจะไปเดาความคิดของคนอื่นจริงๆ แค่เพียงความคิดที่ติดวนเวียนอยู่ในหัวของเธอก็ทำให้เธอรู้สึกหนักอึ้งมากพอแล้ว


เธอจึงทำได้แค่ฝืนยิ้ม ขณะที่พูดตอบกลับไปว่า “ช่วงนี้มีเรื่องที่ต้องคิดเยอะน่ะ”


ชินโซไม่ได้ตอบอะไรกลับมา นอกจากวางกระดาษคำตอบการบ้านลงบนโต๊ะของเธอ ซ้อนกับกองกระดาษของคนอื่นๆ ที่ส่งมาก่อนหน้านี้แล้ว เขากำลังจะหมุนตัวเดินออกไป แต่ก็ยังหันกลับมาเป็นครั้งสุดท้าย


ใบหน้าที่มักจะเรียบเฉยดูเปลี่ยนไปนิดหน่อย ตอนที่เขาพูดทิ้งท้ายว่า “ถ้ามีเรื่องหนักใจมาก จะปรึกษาเพื่อนๆ บ้างก็ได้นะ”


ทั้งที่เป็นคำพูดเรียบง่ายที่ไม่มีอะไรเลย เขาไม่ได้เสนอตัวจะฟังเรื่องกังวลใจของเธอเลยด้วยซ้ำ แต่อายาเมะกลับรู้สึกว่าความรู้สึกอึดอัดคับแน่นในใจมันบรรเทาลงไปนิดหน่อย


เธอเองก็ไม่ได้สนิทกับชินโซถึงขนาดนั้น แต่เขาก็ยังพูดออกมาด้วยความเป็นห่วง ทำให้เด็กสาวรู้สึกซึ้งใจมากอยู่เหมือนกัน


รอยยิ้มฝืนๆ เมื่อครู่พลันสดใสมากขึ้นนิดหน่อยในตอนที่เธอตอบกลับไปว่า “ขอบคุณมากนะ ชินโซคุง”


อายาเมะไม่กล้าปรึกษาเรื่องนี้กับใคร ไม่ใช่แค่เพราะว่าเธอไม่มีเพื่อนสนิทคนอื่นนอกจากซาโยริ แต่เพราะว่าเธอไม่อยากให้ใครรู้ความลับเรื่องที่เธอคือไอริสด้วย


เธอยังไม่ไว้ใจใครมากพอที่จะเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง


แต่การได้รับความห่วงใยจากเพื่อน ถึงจะเป็นแค่การแสดงออกเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ มันก็ช่วยให้เธอรู้สึกว่าเธอไม่ได้ยืนอยู่บนขอบเหวเพียงลำพัง


ชินโซไม่ได้พูดอะไรอีกนอกจากพยักหน้าให้เธอนิดๆ แล้วจึงหมุนตัวเดินกลับไปยังโต๊ะเรียนของตัวเอง ในขณะที่อายาเมะก็หันกลับมาจัดการกองการบ้านของเพื่อนในห้องบนโต๊ะของเธอ


พอเด็กสาวนับจนมั่นใจว่าเธอเก็บการบ้านของทุกคนมาครบแล้ว เธอจึงเก็บของใส่กระเป๋าแล้วยกขึ้นสะพาย อีกแขนรวบกองกระดาษทั้งหมดขึ้นมาแล้วตรงไปส่งที่ห้องพักอาจารย์ ก่อนจะเดินเลยไปยังห้องพยาบาลที่เป็นสถานที่ทำงานชมรมของเธอในช่วงนี้


อายาเมะทิ้งตัวลงนั่งที่โต๊ะทำงานตัวประจำของเธอ


สองมือยกขึ้นเท้าคางในขณะที่ดวงตาสีน้ำทะเลกวาดมองรอบห้องอย่างคนไม่มีอะไรทำ พอนั่งคนเดียวในห้องเงียบๆ ความวิตกกังวลที่เหมือนจะเริ่มผ่อนคลายลงไปบ้างแล้วก็กลับเข้ามาจู่โจมเธออีกครั้งราวกับเป็นปีศาจร้ายที่คอยก่อกวนในใจของเธอ


ขนาดนั่งคิดมาทั้งวัน อายาเมะก็ยังหาทางออกที่เข้าท่าไม่ได้เลย


เธอไม่รู้จะเริ่มต้นที่ตรงไหน ไม่รู้เลยว่าจะตามหาตัวเจ้าของไอดีที่ส่งรูปมาคนนั้นได้อย่างไร


จนถึงตอนนี้ก็ยังคิดทางออกอื่นนอกจากไปพบกับคนๆ นั้นตามที่เขานัดไว้ไม่ได้…


แต่วันนัดก็คืออีกสามวันเท่านั้นเอง ในตอนนั้นซาโยริยังไม่น่าจะกลับมาที่ยูเอด้วยซ้ำ


ความรู้สึกไร้ที่พึ่งพิงเริ่มกลับเข้ามาอีกครั้ง ทำให้ในใจของเธอเริ่มจมไปกับความคิดวนเวียนที่หาทางออกไม่ได้ ยิ่งคิดไปเรื่อยๆ เธอก็ยิ่งรู้สึกสิ้นหวังเข้าไปทุกที ข้างในอกเริ่มรู้สึกอึดอัดจนหายใจลำบากแต่เธอก็ไม่รู้ว่าจะจัดการกับความคิดด้านลบที่สะสมอยู่นี่อย่างไรดี


อายาเมะได้แต่นั่งมองผนังสีขาวๆ ของห้องพยาบาลอย่างเหม่อลอย จนกระทั่งมีเสียงเปิดประตูห้องพยาบาลอย่างแรง ดึงความสนใจของเธอกลับไปที่ต้นเสียง


คนที่เดินเข้ามาก็คือบาคุโก…


เขาไม่ได้มาทำแผลสามวันแล้ว นี่จึงเป็นครั้งแรกที่เธอได้เจอเขา หลังจากที่บังเอิญเจอกันในสวนตอนกลางคืนเมื่อสองคืนก่อน


เขาก็ยังดูเหมือนกำลังหงุดหงิดอะไรสักอย่างเหมือนเดิม


ดวงตาสีแดงสดหรี่ลงมองเธอตาขวางขณะที่คิ้วของเด็กหนุ่มขมวดแน่น แต่ออร่าความหงุดหงิดที่แผ่ออกมาอย่างชัดเจนของเขากลับไม่ส่งผลต่ออายาเมะนัก ในเมื่อวันนี้เธอมีเรื่องให้ต้องกังวลมากกว่า


เธอใจลอยจนลืมแม้กระทั่งจะพูดเตือนให้เขามาทำแผลให้สม่ำเสมอมากขึ้น


บาคุโกไม่ได้พูดอะไรกับเธอสักคำ เขาเดินล้วงกระเป๋ากางเกงไปทิ้งตัวลงนั่งที่เตียงคนไข้เหมือนอย่างทุกครั้งที่มาให้เธอทำแผล อายาเมะเองก็เตรียมอุปกรณ์ไปตามสัญชาตญาณ ก่อนจะเลื่อนเก้าอี้ไปหยุดอยู่ตรงหน้าเขา


บาดแผลบนใบหน้าของบาคุโกหายหมดแล้ว เหลือที่เธอต้องทำแผลแค่ตรงแขนขวาของเขาเท่านั้น


กลิ่นของน้ำยาฆ่าเชื้อลอยคลุ้งขึ้นมาในทันทีที่เธอเทมันลงบนสำลี บรรยากาศในห้องพยาบาลมีแต่ความเงียบที่เหมือนจะชวนให้รู้สึกอึดอัดกว่าทุกวันอย่างที่อายาเมะไม่แน่ใจว่าเธอคิดมากไปเองหรือว่าเพราะสาเหตุอะไรกันแน่


หลังจากแกะผ้าพันแผลเดิมออกแล้ว เธอก็ลูบสำลีที่ชุบยาฆ่าเชื้อวนรอบแผลของเขาอย่างเชื่องช้า ท่าทางดูไม่คล่องแคล่วผิดกับวันอื่นๆ อย่างชัดเจน


หลังจากจ้องมองรอยแผลนั้นได้สักพัก ดวงตาสีน้ำทะเลก็ตวัดกลับขึ้นมามองใบหน้าของเด็กหนุ่มที่เธอเริ่มจะรู้สึกคุ้นเคยมากขึ้นหลังจากรู้จักกันมาได้หนึ่งเดือนกว่า ริมฝีปากของเขาบึ้งตึงเหมือนเดิม ดูเหมือนกำลังหงุดหงิดกับอะไรสักอย่าง


อายาเมะไม่แน่ใจจริงๆ ว่าในตอนนั้นอะไรดลใจให้เธอเรียกชื่อของเขาออกไป


“บาคุโก...ขอปรึกษาอะไรหน่อยได้ไหม”


เด็กหนุ่มตรงหน้าดูไม่ได้มีปฏิกิริยาตอบสนองกับเสียงเรียกของเธอ แต่อายาเมะกลับไม่ได้สนใจมองนัก ดวงตาสีน้ำทะเลยังคงจับจ้องที่บาดแผลของเขาในตอนที่เธอพูดต่อไปว่า


“ฉัน...กำลังมีเรื่องไม่สบายใจน่ะ เกี่ยวกับแชนเนิลไอริส”


พอพูดถึงแชนเนิลเพลงนั่น ดวงตาสีแดงสดก็ตวัดมามองเธอพร้อมกับที่คิ้วของเขาขมวดแน่น ความกรุ่นโกรธในใจของบาคุโกพลันพลุ่งพล่านกลับขึ้นมาอีกรอบ แม้ว่าเด็กสาวที่กำลังพันผ้าพันแผลให้เขาจะไม่ทันได้สังเกตเห็นเลยก็ตาม


“มีคนส่งรูปของฉันมา...บอกว่าจะเปิดเผยตัวตนของฉันถ้าฉันไม่ไปพบเขา”


ในตอนนั้นอายาเมะก็พันผ้าพันแผลเสร็จพอดี เธอจึงก้าวถอยออกมาเล็กน้อย หยุดยืนมองแผลที่ถูกจัดการเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่เสียงหวานแผ่วเบาจะถามต่อไปว่า “ถ้าเป็นนาย...ถ้านายตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ นายจะทำยังไงเหรอ”


อายาเมะไม่ได้คาดหวังคำตอบจากเขาสักเท่าไร


อันที่จริงเธอแปลกใจเลยด้วยซ้ำที่ตัวเองเลือกจะถามคำถามนั้นกับบาคุโก


เธอกับเขาไม่ใช่เพื่อนกัน อยู่ในความสัมพันธ์ที่แปลกประหลาดอย่างที่อายาเมะหาคำมานิยามไม่ได้นอกจากว่าจะเป็น ‘คนรู้จัก’ และบาคุโกก็ไม่ใช่คนแบบที่เธอเห็นว่าจะเป็นคนที่ใจเย็นพอจะให้คำปรึกษาอะไรใครได้เลยสักนิด


แต่เธอก็ยังถามออกไปอยู่ดี โดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเพราะอะไร


อาจจะเพราะว่าเขาเป็นคนเพียงคนเดียวในโรงเรียนตอนนี้ที่รู้ความลับของเธอ


อาจจะเพราะว่าเธอรู้ว่าลึกๆ แล้วเขาเป็นคนดี...เป็นฮีโร่ที่จะช่วยเหลือคนอื่น ถึงจะปากร้าย แต่ก็ไม่เคยทิ้งคนที่ต้องการความช่วยเหลือเอาไว้ข้างหลัง


หรืออาจจะเพราะว่าตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ที่บาคุโกกลายเป็นตัวตนที่เธอชื่นชม


เธอทั้งหมั่นไส้ ทั้งชื่นชม ทั้งอยากจะเป็นแบบเขา


คนที่เป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มที่โดยไม่สนใจสายตาใคร คนที่กล้าจะพูดความฝันของตัวเองออกมาด้วยเสียงดังก้องต่อหน้าทุกคนแล้วก็เก่งมากพอจะทำตามคำพูดของตัวเอง คนที่เดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง โดยไม่สนใจคำพูดของคนอื่น


สักวันหนึ่ง...เธอจะเป็นแบบนั้นได้บ้างหรือเปล่า


มันอาจจะเป็นความคิดไร้สาระก็ได้ แต่มันก็เป็นความรู้สึกของเธอจริงๆ ที่อายาเมะไม่กล้าบอกใคร


หลังอายาเมะถามคำถามนั้นออกไป ในห้องพยาบาลก็มีแต่ความเงียบจนเธอได้ยินเสียงลมพัดออกมาจากช่องแอร์อย่างชัดเจน เธอหยิบกล่องอุปกรณ์ทำแผลขึ้นมา เตรียมจะยกไปเก็บบนชั้น บนใบหน้ามีรอยยิ้มเศร้าๆ ผุดขึ้นมาเมื่อเห็นว่าบาคุโกคงจะไม่ตอบคำถามนั้นแล้ว


แล้วเธอคาดหวังอะไรกันล่ะ…


พวกเขาไม่ใช่เพื่อนกันด้วยซ้ำ


เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวอะไรกับบาคุโกเลยสักนิด...เป็นปัญหาของตัวเธอเองนั่นล่ะ


อายาเมะหันหลังให้กับเด็กหนุ่มในขณะที่เอื้อมแขนยกกล่องยาขึ้นไปเก็บบนชั้น เธอจึงมองไม่เห็นสีหน้าของเขาในตอนที่บาคุโกแค่นเสียงในลำคอใส่เธอ


เป็นเสียงที่แฝงแววหยามเหยียดอย่างที่อายาเมะรู้สึกว่าเธอไม่ได้ยินมาสักพักแล้ว


“ปัญญาอ่อนว่ะ”


มือที่กำลังดันกล่องพยาบาลให้เข้าที่หยุดกึกด้วยความตกใจ


“เรื่องแค่นี้ไม่มีปัญญาแก้เองรึไง”


คำต่อว่าจากบาคุโกไม่ได้อยู่นอกเหนือความคาดหมายของอายาเมะนัก แต่น้ำเสียงที่แข็งกระด้างกว่าปกติก็ทำให้อายาเมะรู้สึกว่าบรรยากาศในห้องพยาบาลพลันเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน


ไม่ใช่ว่าเธอไม่ได้คิดมาก่อน…


เธอนอนคิดอยู่หลายชั่วโมง ทบทวนกับตัวเองมาตลอดทั้งวันแล้ว จนอายาเมะเองนั่นล่ะที่รู้ดีที่สุดว่าเรื่องนี้มันมีวิธีแก้ที่ง่ายที่สุดทางเดียวที่จะทำให้เธอไม่ต้องไปพบกับเจ้าของไอดีคนนั้น และทำให้เขาไม่มีทางได้รับความพึงพอใจและชื่อเสียงจากการเป็นผู้เปิดเผยตัวตนของ ‘ไอริส’


วิธีนั้นก็คือ...เธอจะต้องเปิดเผยตัวเองก่อนที่เขาจะทันได้ทำ


ถ้า ‘ไอริส’ เปิดเผยตัวเองไปแล้ว จะมีใครมาสนใจคนที่ร้องประกาศว่าจะเปิดเผยความลับของเธออีกล่ะ ถึงตอนนั้นแล้วคำขู่ของเขาก็จะเป็นแค่เรื่องตลกเพียงเท่านั้น


อายาเมะรู้ดีว่านั่นคือทางออกที่ดีที่สุด


แต่ถึงรู้อย่างนั้นก็เถอะ...เธอก็ยังทำไม่ได้อยู่ดี


เธอยังไม่กล้าพอจะยอมรับว่าไอริสก็คืออิชิคาวะ อายาเมะ


อายาเมะไม่เคยร้องเพลงให้ใครฟังนอกแชนเนิลของเธอมาก่อน


เพราะนั่นมันคือสิ่งที่ไอริสทำ...เป็นพื้นที่ที่เธอเก็บไว้ให้อีกตัวตนหนึ่งของเธอที่ถูกใช้เป็นหน้ากากปิดซ่อนตัวตนมานานนับสามปี


อยู่ๆ จะให้เธอทำลายสถานที่ที่เธอจะอยู่อย่างสบายใจแบบนี้ไป…


อายาเมะก็ยังทำไม่ลงจริงๆ


เด็กสาวได้แต่เม้มปากแน่น เธอพยายามคิดหาคำพูดอะไรบางอย่างตอบกลับไป แต่สุดท้ายก็ได้แต่พูดออกไปตามตรงว่า “ฉันรู้ว่าถ้าฉันเปิดเผยตัวตนออกไปก่อน เขาก็จะเอามันมาขู่ไม่ได้อีกแล้ว แต่ฉัน...ฉันเป็นไอริสมาสามปีแล้วนะ อยู่ๆ จะให้ร้องเพลงในฐานะของอายาเมะ...ฉันยังทำไม่ได้จริงๆ”


มันคือความรู้สึกจากใจจริงๆ ของเธอ


แต่คงเป็นคำตอบที่กระตุกต่อมความโมโหของบาคุโกเข้าเพราะสีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันทีในขณะที่ตอกกลับมาว่า


“เหอะ! หล่อนมันโคตรขี้ขลาดเลยว่ะ”


คำต่อว่านั้นเป็นเหมือนมีดปักเข้ากลางใจของเธอเข้าอย่างจัง


น้ำเสียงที่แฝงความดูถูกไว้อย่างชัดเจนกับสายตากดต่ำที่มองมาทั้งๆ ที่เขากำลังนั่งอยู่ทำให้อายาเมะรู้สึกราวกับว่าอากาศทั้งหมดถูกดูดหายออกไปจากปอดของเธอ


เด็กสาวใจหายวาบราวกับว่าหัวใจของเธอได้ร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม แต่บาคุโกก็ยังพูดต่อไปอย่างไม่แยแสท่าทางยืนนิ่งตัวแข็งทื่อของเธอเลย


“แค่ยอมรับตัวเอง หล่อนยังทำไม่ได้ด้วยซ้ำ”


เส้นความอดทนของอายาเมะขาดลงตรงนั้นเอง


เขาจะไปเข้าใจอะไร


เด็กสาวกำมือแน่นตามอารมณ์โกรธที่กำลังก่อตัวขึ้นในใจ


คนอย่างบาคุโก คัตสึกิที่ไม่เคยต้องแคร์สายตาคนอื่น ทำอะไรตามใจตัวเองโดยไม่ต้องห่วงภาพลักษณ์


คนที่มีคุณแม่ที่พร้อมยอมรับตัวเขาในอย่างที่เขาเป็นเสมอจะไปเข้าใจเธอได้ยังไง?


ทั้งที่อายาเมะก็รู้ตัวว่าเธอไม่มีสิทธิ์จะไม่พอใจบาคุโกแค่เพราะว่าเขามีชีวิตที่แตกต่างจากเธอ แต่เธอก็ห้ามอารมณ์โกรธที่กำลังโหมกระหน่ำของตัวเองไม่ได้


นานมากแล้วที่อายาเมะไม่ได้รู้สึกอยากเถียงใครอย่างที่อยากจะเอาชนะให้ได้ แม้แต่เสียงของเธอก็แข็งขึ้นนิดหน่อยโดยที่ตัวเองไม่ทันได้รู้ตัว


“ฉันก็แค่อยากจะร้องเพลงที่ทำให้คนอื่นสบายใจได้...อยากจะใช้อัตลักษณ์ของตัวเองช่วยเหลือคนอื่นบ้างก็เท่านั้นเอง ฉัน...”


ยังไม่ทันที่เด็กสาวจะพูดจบประโยค บาคุโกก็แค่นเสียง ‘เหอะ’ ใส่เธออย่างเย็นชา ออร่าที่แผ่ออกมาจากตัวเขาดูแตกต่างไปจากทุกที แช่แข็งความโกรธที่กำลังแล่นพล่านอยู่ในตัวของเธอเอาไว้


ดวงตาสีแดงสดมองตรงมาที่เธอราวกับกำลังมองสิ่งมีชีวิตที่ไม่ควรจะมายืนอยู่ตรงหน้าเขาเลย


“ใครเขาขอความช่วยเหลือจากหล่อนกันวะ สะเออะ”


น้ำเสียงห้วนๆ กับสายตาของบาคุโกในตอนที่พูดประโยคนั้นออกมาทำให้อายาเมะรู้สึกเหมือนโดนตบหน้า


“อย่าพยายามทำตัวเป็นแม่พระไปหน่อยเลย ที่จริงมันก็แค่ความพอใจส่วนตัวของหล่อนไม่ใช่หรือไง”


คำต่อว่าเหล่านั้นบอกชัดเจนว่านี่ไม่ใช่ความหงุดหงิด...ไม่ใช่ความรำคาญแบบที่เขามีต่อเธออยู่บ่อยๆ


บาคุโกกำลังโกรธมากจริงๆ


เขาโกรธแบบที่ทำให้เธอไม่กล้ามองสบตากับดวงตาสีแดงสดคู่นั้น โกรธแบบที่ทำให้อายาเมะรู้สึกว่าบรรยากาศในห้องพลันให้ความรู้สึกอึดอัดจนเธออยากจะออกไปจากสถานที่แห่งนี้ให้เร็วที่สุด


“หล่อนมันโคตรน่ารำคาญเลยว่ะ”


ทั้งที่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อายาเมะถูกเขาบอกว่าน่ารำคาญ


แต่มันก็เป็นครั้งแรกเลยที่บาคุโกดูจะหมายความตามที่พูด


และอายาเมะก็รู้สึกว่าเธอตอบโต้อะไรกลับไปไม่ได้เลย


เด็กหนุ่มทำท่าเหมือนจะอ้าปากด่าอะไรเพิ่มอีกสักอย่าง แต่กลับชะงักไปในตอนที่ดวงตาสีแดงที่ฉายประกายกร้าวนั้นตวัดมาสบตากับเธอ


บาคุโกหยุดยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งอย่างเห็นได้ชัด สีหน้าราวกับกำลังข่มอารมณ์อย่างถึงที่สุด


ทั่วทั้งห้องมีเพียงแค่เสียงหายใจของพวกเขา ก่อนที่เด็กหนุ่มจะสบถออกมาเสียงดังลั่นด้วยท่าทางหัวร้อนอย่างที่ทำให้อายาเมะได้แต่ก้มหน้าหลบตาเขาอีกครั้ง


“แม่งเอ๊ย!! เรื่องของหล่อนเหอะ”


ปึง!


เสียงปิดประตูห้องพยาบาลดังลั่นทำให้อายาเมะสะดุ้งโหยง ก่อนที่เธอจะได้ยินเสียงเดินกระแทกเท้าห่างออกไปเรื่อยๆ


บาคุโกจากไปแล้ว แต่เสียงคำพูดของเขายังคงวนเวียนอยู่ในใจของเธออย่างที่ทำให้อายาเมะได้แต่ยืนกำกระโปรงของตัวเอง


ริมฝีปากของเด็กสาวเม้มเข้าหากันแน่น ความรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างจุกอยู่ที่ลำคอทำให้อยากจะสะอื้นแต่กลับไม่มีเสียงอะไรเล็ดลอดออกมาจากเธอแม้แต่น้อย แม้นึกอยากจะร้องไห้แต่ก็ไม่มีน้ำตาไหลออกมาสักหยดเดียว


มีเพียงความรู้สึกว่างเปล่าราวกับแก้วร้าวที่ไม่มีทางเติมน้ำให้เต็มได้ก็เท่านั้นเอง


___________________________

เขียนตอนนี้ต่อกัน 2 ตอนรวด เป็นตอนที่ดูดวิญญาณมากๆเลยค่ะ =_=

อย่าเพิ่งมอหอคัตกันนะทุกคน น้องหัวร้อนมาตั้งแต่ตอนก่อนแน้ว!

ถ้าใครสังเกตก็อาจจะเห็นค่ะว่าประโยคไหนของน้องที่จี้จุดคัต แต่ถ้าไม่เห็นเดี๋ยวก็มีมุมคัตตามมาแหละ


วันนี้เราอยากจะมาแนะนำให้รู้จักน้องนักเขียนอีกคนหนึ่งค่ะ น้องเป็นผู้อยู่เบื้องหลังฟิคนี้เลยล่ะค่ะ เป็นคนที่ช่วยเราดูเรื่องคำผิดและคำพูดกับคาแรคเตอร์ของตัวละครมาตลอดตั้งแต่เริ่มวางพล็อตฟิค

ถ้าใครเห็นตรงนามปากกา น่าจะสังเกตเห็นว่าเราได้เพิ่มชื่อของน้องเข้าไปแล้วค่ะ

ขอแนะนำให้รู้จักน้อง Pandora P. ค่าา //ปรบมือแปะๆๆๆ


ต่อไปจะให้น้องได้พูดแนะนำตัวสักเล็กน้อยนะคะ

********************

Pandora P. : สวัสดีค่า Pandora P. นะคะ เป็นนางฟ้าแม่ทูนหัว(co-writer/beta reader)ของอายาเมะจังค่ะ~เราช่วยโยนไอเดียในพลอตกับอีดิทบางส่วนก็จริง แต่หลักๆมีหน้าที่ฟิลเตอร์การกระทำกับคำพูดคัตค่ะ(เพราะงั้นคอมเม้นที่ว่าไม่หลุดคาร์เลยน่ะ ดีใจมากจริงๆนะ!)

เราเปิดฟิคคัตไว้ในนามปากกา Pandora P. ด้วยน้า (ใครสนใจเชิญที่นี่เลยค่ะFic BNHA :: Boyfriend Material by Bakugo katsuki | MHA : Bakugou

https://writer.dek-d.com/primmy24/story/view.php?id=2121202)

หรือจะมาคุยเล่นกันในทวิต @Primmy_ap ก็ได้น้าʕ•ᴥ•ʔ

ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ♡´・ᴗ・`♡

********************


ต่อไปนี้ทั้งเราและน้อง Pandora P. ก็ขอฝากเนื้อฝากตัวกับทุกคนต่อไปด้วยนะคะ เอาไว้เจอกันในตอนต่อไปค่ะ!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 285 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,437 ความคิดเห็น

  1. #570 Kittttttttie (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 06:07
    รอบนี้เชียร์คัตจังแหะ รู้สึกอึดอัดกับการอ่านความรู้สึกน้องมาตลอด ไม่กล้า กลัว มันค่อนข้างน่าหงุดหงิดสุดๆไปเลย
    #570
    0
  2. #188 มายูกิ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 / 15:51
    นี่เข้าใจอายาเมะนะ อย่างที่น้องบอกนั่นแหละว่าบาคุโกกับน้องโตมาต่างกัน เพราะงั้นครสหรืออะไรหลายอย่างมันก็ต่างกันอะ ตอนนี้เหมือนเริ่มออกแนวดราม่าแล้ว เราอยากอ่านตอนต่อไปมากๆเลยค่ะ มาเร็วๆเลยได้มั้ยคะ55555
    #188
    0
  3. #187 Tan_Tanjirou (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 / 22:37
    ถ้าน้องอายาเมะปิดแชแนลขึ้นมา คัตจังแห้งตุยแน่ๆ((แอบอยากเห็นฉากปิดแชแนลนะคะ อยากรู้ว่าคัตจังจะเป็นยังไง`•^•`))
    #187
    1
    • #187-1 Hiroshi17(จากตอนที่ 16)
      23 พฤศจิกายน 2563 / 21:04

      เห็นด้วย~คิดเหมือนกันเลย
      #187-1
  4. #186 lamb_san (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 / 21:37
    ตอนนี้อยู่ดีๆนังคัตก็เหวี่ยง นายประจำเดือนมาหรอ55555555 เราว่าน้องอายาเมะแอบกดดันตัวเองมากไปหน่อย ถ้าลดตรงนี้ได้น้องน่าจะแฮปปี้ขึ้นเยอะเลยย แต่ก็เข้าใจคนที่อยู่ในcomfort zoneของตัวเองมาตลอดแบบน้องนะคะ การเปลี่ยนแปลงบางทีมันก็น่ากลัวจริงๆ เอาใจช่วยน้องอายาเมะไม่ว่าน้องจะเลือกทางไหนก็ตามนะคะ ส่วนนังคัตสึกิน่ะเหรอ... เหอะ ทำเป็นผลักไสเขาแบบนางเอกมังงะโชโจ เดี๋ยวน้องหายไปแล้วนายจะรู้สึก! เดี๋ยวเขาโกรธขึ้นมาจริงๆแล้วนายจะสำนึก!!

    ใดๆก็สวัสดีคุณแพนโดร่านะคะะ คีพคาร์คัตสึกิได้เป๊ะมากค่ะ ไม่หลุดเลย โดยเฉพาะปาก55555555 เจอกันตอนต่อไปนะคะคุณไรท์ทั้งสองง
    #186
    0
  5. #185 BoOnRaKsA41234 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 / 19:57
    แอบอยากเห็นฉากน้องปิดแชนแนลจังค่ะ อยากเห็นคนลงแดง เราเข้าใจน้องมากๆเลยแงงงง ปกติทั้งชีวิตน้องก็มีแค่ซาโยริอ่ะ หวังให้น้องกล้าเปิดตัวในวันเดียวคงยากแหละ แต่อยากให้น้องมีที่พึ่งกว่านี้จัง เพราะอย่างน้อยน้องจะได้ไม่ต้องรู้สึกว่าอยู่คนเดียว
    #185
    0
  6. #184 กระต่ายกุกกี้ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 / 19:28
    งุ้ย สวัสดีคูมPandora P.ด้วยนะคะ❤️*` / คัตจังอย่าเกรี้ยวกราดจิ่ ;-;
    #184
    0
  7. #183 Iด็กไม่รู้จัnโต (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 / 18:52
    คัตจังคือคัตจัง เต็มสิบไม่หักสักแต้ม อย่างที่บอกว่าคาร์แร็กเตอร์อายาเมะเป็นอะไรที่เราไม่ชอบค่ะ ในตอนที่นางยังไม่มีความก้าวหน้า เราก็เลยไม่อะไรกับนางเลย ออกจะหงุดหงิดด้วย รอดูความเปลี่ยนแปลงว่าจะโตขึ้นได้มั้ย ไม่ใช่ว่าเราจะไม่เข้าใจน้องนะ เพราะเข้าใจมากๆ นี่แหละถึงได้หงุดหงิดมากๆ
    #183
    0
  8. #182 pattypimpisa (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 / 17:57
    เราติดตามคุณ Pandora P. อยู่แล้ว ไม่คิดเลยค่ะว่าจะแต่งด้วยกัน ติดตามเสมอนะคะ
    #182
    1
    • #182-1 Pandora P.(จากตอนที่ 16)
      9 พฤศจิกายน 2563 / 18:26
      แง ขอบคุณมากเลยนะคะ ;A;
      #182-1
  9. #181 คุณเเมวดมกาว (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 / 17:22
    เราว่าเราค่อนข้างเข้าใจน้องนะ เพราะเวลาคนที่ไม่ค่อยมีความมั่นใจในตัวเองแล้วหลบซ่อนอยู่ในมุมที่คิดว่าตัวเองปลอดภัยเนี่ยเป็นสิ่งที่สบายใจที่สุดเลยล่ะ เพราะเราเองก็เคยเป็นคนที่ไม่มีความมั่นใจ จะทำอะไรก็จะอยู่ในเซฟโซนของตัวเองถ้าจะออกมาจากเซฟโซนนั้นก็ต้องอาศัยความกล้าพอตัวอยู่ แล้วยิ่งน้องไปเป็นคนดังที่ไม่เปิดเผยหน้าตาอีกอันนั้นก็ยิ่งทำให้มีความกดดันมากขึ้นไปอีก การจะออกมาก็คงจะยากมากแน่ๆ//นิยายของไรท์คือสนุกมากแถมคงคาร์แรคเตอร์ของคัตจังได้ดีสุดๆ สุดยอดมากค่ะ
    #181
    0
  10. #180 aom051 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 / 16:14
    อุ๊หูววววว รู้ว่าตรง แต่ก็แอบเจ็บเหมือนกันนะเนี่ย
    #180
    0
  11. #179 ➶︎wp.☆ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 / 16:08
    รอนะคะ ส่วนคุณ Pandora P. เดี๋ยวจะไปติดตามนะคะ
    #179
    0