Fanfic BNHA / My Hero Academia :: Blazing aria [Bakugou x OC]

ตอนที่ 15 : Aria 14 : I'm addicted to your song (but I won't admit it out loud).

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,108
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 295 ครั้ง
    24 ม.ค. 64

 

Aria 14

I'm addicted to your song (but I won't admit it out loud).

 

บึ้ม!!

 

เสียงระเบิดดังกึกก้องในโรงยิมฝึกซ้อมทั้งที่เป็นเวลาหลังเลิกเรียนแล้ว

 

แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ในเมื่อที่นี่คือโรงยิมฝึกซ้อมของหลักสูตรฮีโร่

 

กลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาไปแล้วที่คนที่เดินผ่านไปผ่านมาบริเวณโรงยิมนี้จะได้ยินเสียงการต่อสู้ดังมาจากข้างในเกือบตลอดทุกช่วงที่มีเวลาว่าง

 

และหากดูจากอัตลักษณ์ของคนที่กำลังต่อสู้อยู่ข้างใน ก็ทำให้เข้าใจได้ไม่ยากว่าทำไมเสียงมันถึงดังมากนัก

 

บาคุโกระเบิดอัตลักษณ์ในมือซ้าย เคลื่อนตัวหลบไปทางขวาในขณะที่แขนของคิริชิมะแทงออกมาข้างหน้าพอดี

 

มือขวาของเด็กหนุ่มตวัดกลับออกไป ระเบิดใส่คิริชิมะในทันที แต่ก็ชนเข้ากับแข็งตัวของอีกฝ่าย เขาจึงระเบิดอัตลักษณ์อีกรอบ ส่งให้ร่างของคิริชิมะกระเด็นไปทางด้านหลัง

 

บาคุโกใช้มือซ้ายระเบิดส่งตัวเขาไปข้างหน้าตามติดคิริชิมะ ก่อนจะหันมือสองข้างเข้าหากัน จ่อไปทางคู่ต่อสู้ที่ยังไม่มีโอกาสได้ตั้งตัว

 

บึ้ม!!

 

แสงสว่างจ้าพร้อมกับแรงระเบิดกระแทกเข้าใส่คิริชิมะจนตาพร่าเลือน ถึงจะแข็งตัวป้องกันแรงระเบิดได้แต่ก็มองไม่เห็นตำแหน่งของบาคุโก

 

ยังไม่ทันที่ตาของเขาจะหายพร่า คิริชิมะก็รู้สึกได้ถึงมือที่คว้าหัวของเขาจากด้านบนแล้วดึงให้ล้มลงไปทางด้านหลัง

 

ร่างกายของเขาหงายลงกระแทกพื้น ก่อนจะถูกบาคุโกเหยียบอกแล้วดึงแขนให้อยู่ในมุมที่ไม่สบายมากนัก ตรึงไว้ไม่ให้เขาเคลื่อนไหวได้ มืออีกข้างของเด็กหนุ่มยังคงระเบิดอัตลักษณ์แสดงความเหนือกว่าอย่างชัดเจน

 

“ฉันชนะ”

 

บาคุโกพูดขณะที่เหยียดรอยยิ้มขึ้นมาบนใบหน้า ถึงจะดูเหนื่อยหอบแต่ก็พึงพอใจกับชัยชนะของตัวเอง

 

“แย่ชะมัด!” คิริชิมะบ่นเสียงดังในขณะที่บาคุโกลุกออกไปจากเขา เปิดโอกาสให้เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง

 

คิริชิมะปัดเศษฝุ่นที่เปรอะเปื้อนทั่วชุดพละ ดวงตาสีแดงตวัดไปมองเพื่อนของเขาที่กำลังขยับมือไปมาเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อหลังใช้งาน ก่อนจะชูนิ้วโป้งให้บาคุโก

 

“ยอดไปเลยนะนายน่ะ! ท่าตอนสุดท้ายนั่นคือสตั้นเกรเนดใช่มั้ย พอเอามาใช้ในระยะประชิดแล้วช่วยปิดบังทัศนวิสัยได้ดีเลยล่ะ”

 

มันคือท่าสตั้นเกรเนดที่เขาลองปรับเอามาใช้ในระยะประชิด

 

แต่บาคุโกก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับไปในขณะที่พวกเขาเดินไปทางกระเป๋าที่วางไว้ตรงข้างโรงยิม

 

เด็กหนุ่มยกขวดน้ำขึ้นดื่ม มืออีกข้างก็จับผ้าขนหนูขึ้นพาดบ่า ส่วนคิริชิมะทิ้งตัวลงนั่งพักบนพื้นก่อนที่เขาจะหันมาพูดกับบาคุโกว่า

 

“แต่ว่าช่วงนี้นายเคลื่อนไหวดีขึ้นกว่าเดิมอีกนะ ฝึกอะไรมาน่ะ ฉันเองก็ต้องฝึกให้หนักมากกว่านี้แล้วสิ!”

 

“หา?”

 

ดวงตาสีแดงสดตวัดไปมองอีกฝ่ายในทันที แต่คิริชิมะกลับพูดต่อโดยที่ไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติของบาคุโกเลยสักนิด

 

“ปกตินายก็เคลื่อนไหวดีมากอยู่แล้วนะ แต่จะว่ายังไงดีล่ะ...เหมือนช่วงนี้จะตอบสนองเร็วขึ้นน่ะ สมาธิดีขึ้นมั้ง?”

 

บาคุโกหยุดยืนอยู่ที่เดิม เขามองดูขวดน้ำในมือสักพัก คิ้วขมวดแน่นอย่างใช้ความคิดก่อนที่เด็กหนุ่มจะใช้ผ้าขนหนูเช็ดเหงื่อบนใบหน้าของตัวเอง

 

หลังจากนั้นบทสนทนาของพวกเขาก็เปลี่ยนเรื่องไป เหลือไว้เพียงความรู้สึกแปลกๆ ที่ติดค้างอยู่ในใจของบาคุโกเพราะคำพูดเมื่อครู่นี้เอง

 

ถึงเขาจะยังหาคำตอบไม่ได้ว่าทำไมมันถึงทำให้เขาสะดุดใจนักก็ตาม

 

_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_*_

 

“...แสงริบหรี่ดวงนั้น จากหิ่งห้อยตัวนั้น เป็นดวงไฟเล็กๆ เมื่อเทียบกับดวงตะวันในตอนเช้า...”

 

เสียงร้องเพลงของ ‘ไอริส’ คลอไปกับเสียงเปียโนดังก้องอยู่ในห้องของบาคุโกเหมือนกับทุกคืนเกือบตลอดเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา

 

ผิดกันแค่ว่าวันนี้มันไม่ได้ดังออกมาจากลำโพงของโน้ตบุ๊ค แต่ดังมาจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนเตียงข้างตัวเขาแทน

 

ในขณะที่เพลงเล่นอยู่ เด็กหนุ่มก็นั่งเอนตัวอย่างสบายๆ อยู่บนเตียง ดวงตาสีแดงสดกวาดมองหนังสือในมือเพื่อทบทวนบทเรียนในวันนี้ไปด้วย

 

มีคนบางประเภทที่ชอบฟังเพลงไปด้วยขณะอ่านหนังสือเพื่อแก้เบื่อ

 

แต่บาคุโกไม่เคยเป็นคนประเภทนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเพลงที่มีเนื้อร้อง

 

มันจะทำให้เสียสมาธิ

 

แต่กับเพลงของยัยวูดูนั้นไม่เหมือนกัน

 

ถึงจะมีเนื้อร้องแต่เพลงของหล่อนก็ไม่ได้ทำให้เขาเสียสมาธิ ในทางกลับกัน เขากลับรู้สึกเหมือนว่ามันช่วยให้เขาใจสงบนิ่งลงหลังจากที่ผ่านเรื่องต่างๆ มาตลอดทั้งวัน

 

ช่วยให้สมาธิดีขึ้น…

 

ความคิดที่แล่นเข้ามาในวินาทีนั้นทำให้บาคุโกหยุดชะงักมือที่กำลังพลิกหน้าหนังสือ

 

“ปกตินายก็เคลื่อนไหวดีมากอยู่แล้วนะ แต่จะว่ายังไงดีล่ะ...เหมือนช่วงนี้จะตอบสนองเร็วขึ้นน่ะ สมาธิดีขึ้นมั้ง?”

 

คำพูดของคิริชิมะเมื่อตอนเย็นลอยกลับเข้ามาในหัวของเขาอีกครั้ง ทำให้บาคุโกลุกขึ้นนั่งพรวดบนเตียง ดวงตาสีแดงตวัดไปมองโทรศัพท์มือถือที่ยังคงเล่นเพลงต่อไป ก่อนที่เขาจะรีบคว้ามันขึ้นมาถือเอาไว้

 

บาคุโกรู้แล้วว่าทำไมคำพูดของไอ้ผมประหลาดนั่นมันถึงติดใจเขานัก

 

เพราะช่วงหลังมานี้ สิ่งเดียวในกิจวัตรของเขาที่เปลี่ยนแปลงไปก็คือการที่เขาเริ่มฟังเพลงของยัยวูดู

 

ดวงตาสีแดงหรี่ลงมองภาพดอกไอริสสีขาวบนพื้นหลังสีชมพูที่ฉายอยู่บนหน้าจอมือถือ มุมปากของเขาตกลงด้วยความไม่พอใจกับความคิดใหม่ที่แล่นเข้ามาในหัว

 

เคยได้ยินมาเหมือนกันว่าการทำสมาธิหรือการนอนหลับได้สนิทจะช่วยให้สมาธิดีมากขึ้นได้

 

แต่นั่นก็หมายความว่า...ที่คิริชิมะบอกว่าช่วงนี้เขาต่อสู้ได้ดีขึ้นก็เพราะยัยนั่น?

 

เพราะยัยกระต่ายซุ่มซ่ามคนหนึ่ง

 

ไม่ใช่เพราะฝีมือของเขาเอง

 

ล้อกันเล่นรึไง?

 

ความหงุดหงิดเริ่มก่อตัวขึ้นในใจอย่างรวดเร็วเหมือนไฟที่โหมกระหน่ำในทุ่งหญ้าทำให้เด็กหนุ่มเผลอกำโทรศัพท์มือถือในมือแน่นขึ้นอย่างน่ากลัวว่ามันจะถูกบีบแตกคามือ ยิ่งได้ยินเสียงเพลงที่ร้องต่อออกมาอย่างไม่รับรู้ถึงอารมณ์ของเขาเลยสักนิด บาคุโกก็ยิ่งโมโห

 

จะบอกว่าคนอย่างบาคุโก คัตสึกิต้องมารับความช่วยเหลือจากยัยกระต่ายซุ่มซ่ามที่แค่ดูแลตัวเองยังไม่ได้เลยนั่นเนี่ยนะ

 

เขากดปิดเพลงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเขวี้ยงมือถือกลับลงไปบนเตียง

 

น่าหงุดหงิดชิบ

 

ทั้งที่ห้องพักของเขาในตอนนี้มีเพียงแค่เสียงหายใจเข้าออกที่ดังกว่าปกติจากอารมณ์ขุ่นมัวที่คุกรุ่นขึ้นมา แต่บาคุโกกลับรู้สึกเหมือนว่ายังได้ยินเพลงของเธอดังสะท้อนอยู่ในความเงียบที่น่าอึดอัดของห้อง

 

แม้แต่ในวันที่เขาไม่เจอหล่อน ยัยกระต่ายนั่นก็ยังเข้ามายุ่มย่ามกับชีวิตของเขาไม่หยุด

 

มันชักจะมากเกินไปแล้ว

 

ไม่รู้ว่าเพราะความหงุดหงิดหรืออะไร แต่บาคุโกก็พลันหมดความรู้สึกอยากอ่านหนังสือไปเสียดื้อๆ ตัวหนังสือที่เขียนเรียงรายกันอยู่ดูน่าหงุดหงิดจนอยากจะระเบิดทิ้งไปให้สิ้นเรื่อง

 

เขาปิดหนังสือลงแล้วก็โยนมันทิ้งไว้ข้างเตียงอย่างไม่มีความคิดจะกลับไปแตะต้องมันในคืนนี้อีก

 

พอเหลือบไปมองนาฬิกาดิจิตอลที่หัวเตียง บาคุโกก็เห็นว่าตอนนี้เป็นเวลาเกือบสามทุ่มครึ่ง

 

ยังไงวันนี้เขาก็คงไม่มีอารมณ์อ่านหนังสืออีกแล้ว นอนพักผ่อนไปเลยยังดีกว่า

 

พอตัดสินใจได้ดังนั้นแล้ว บาคุโกก็เอนตัวลง ขยับท่าทางนอนบนเตียงให้สบายมากขึ้น ก่อนที่ดวงตาสีแดงสดจะหลับลง

 

ทว่าอีกครู่หนึ่งเขากลับขยับเปลี่ยนท่านอน คิ้วขมวดเข้าหากันอย่างไม่รู้ตัวขณะพยายามสั่งตัวเองให้หลับๆ ไปสักที

 

แต่แล้วบาคุโกก็ขยับเปลี่ยนท่าอีกครั้ง…

 

อีกครั้ง…

 

น่าแปลก...ทั้งที่นี่ก็คือห้องของเขาเหมือนเดิม แต่บรรยากาศกลับแตกต่างจากหนึ่งเดือนที่ผ่านมาอย่างชัดเจน

 

ห้องที่ไม่มีเสียงของยัยวูดูมันเงียบได้ขนาดนี้เลยเหรอวะ

 

“แม่งเอ๊ย!!” บาคุโกลุกพรวดขึ้นมานั่งบนเตียงด้วยความโมโห

 

ดวงตาสีแดงตวัดไปมองนาฬิกาดิจิตอลบนหัวเตียง ตัวเลขบนหน้าที่บ่งบอกว่าตอนนี้เริ่มเข้าใกล้เวลาสี่ทุ่มครึ่งเข้าไปทุกทีแล้วพลันทำให้เขายิ่งรู้สึกหงุดหงิดหนักกว่าเดิม

 

แค่นอนให้หลับ มันจะยากเย็นอะไรนักหนาวะ

 

บาคุโกนั่งนิ่งอยู่บนเตียง ขมวดคิ้วมองเข้าไปในความมืด

 

ทั่วทั้งห้องพักของเขาถูกย้อมไปด้วยสีดำยามค่ำคืน มีเพียงแสงจางๆ จากนอกหน้าต่างส่องเข้ามาให้พอมองเห็นเงาของสิ่งของต่างๆ ในห้องเพียงเท่านั้น

 

แต่ถึงอย่างนั้น ทุกอย่างในห้องก็ดูน่ารำคาญตาไปจนหมด

 

ทนไม่ไหวแล้วว้อย!

 

บาคุโกลุกขึ้นจากเตียง หยิบเสื้อกันหนาวที่พาดกับเก้าอี้มาสวม แล้วเปิดประตูเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว

 

ในห้องนั่งเล่นชั้นล่างยังมีคนอยู่ประปราย แต่คงเพราะดึกแล้ว แต่ละคนจึงต่างพากันทำกิจกรรมของตัวเองหรือพูดคุยกันเป็นกลุ่มเล็กๆ อย่างไม่ได้สนใจคนอื่นรอบตัวมากนัก

 

บาคุโกเปิดประตูเดินออกไปนอกหอพักอย่างรวดเร็ว ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดทักทายใคร

 

ทันทีที่เขาเหยียบเท้าออกมานอกอาคาร ลมหนาวก็พุ่งเข้าปะทะใบหน้าทันที บาคุโกซุกสองมือลงในกระเป๋าเสื้อเพื่อเพิ่มความอบอุ่น แต่ก็ยังเดินตรงไปตามทางเดินข้างหน้าที่มีแสงจากเสาไฟข้างทางแบบประปราย

 

ตอนแรกเขานึกอยากจะไประเบิดอะไรสักอย่างแก้อารมณ์หงุดหงิดที่กำลังคุกรุ่นอยู่ในใจ แต่ในช่วงเวลาแบบนี้ โรงฝึกทั้งหมดคงถูกปิดหมดแล้ว

 

และเขาก็ยังไม่มีความคิดอยากจะถูกลงโทษกักบริเวณให้เสียเวลาชีวิตไปแบบเปล่าประโยชน์ยิ่งกว่าเดิม

 

สิ่งเดียวที่พอจะทำได้ในตอนนี้จึงเป็นการเดินไปเรื่อยๆ ใช้พลังงานและระบายความหงุดหงิดในใจไปให้หมดก็เท่านั้น

 

จากตอนแรกที่เพียงแค่เดินตรงไปข้างหน้าเรื่อยๆ แต่บาคุโกกลับรู้สึกว่ามันไม่ได้ทำให้ความรู้สึกขุ่นมัวพวกนี้มัวจางลงไปได้เลยสักนิด

 

เท้าทั้งสองข้างของเขาขยับเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนสักพักก็เปลี่ยนมาวิ่งไปตามทางเดินราวกับกำลังออกกำลังกายในยามค่ำคืน

 

ถึงจะไม่ได้ใส่เสื้อผ้าสำหรับออกกำลังกาย แต่มันก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนไหวของเขา บาคุโกวิ่งตรงไปข้างหน้า พอเริ่มใกล้จะสุดทางเขาก็วิ่งวนกลับมาอีกรอบ

 

ตรงไปข้างหน้าอีกสิ...เผาผลาญความรู้สึกในใจที่ไม่อยากยอมรับพวกนี้ให้หมดไปซะ

 

ยิ่งวิ่งไปเรื่อยๆ ร่างกายของเขาก็เริ่มเคยชินกับอากาศหนาวของฤดูใบไม้ร่วง เสื้อกันหนาวถูกถอดมาผูกไว้ที่เอวในขณะที่บาคุโกวิ่งวนกลับมาเป็นครั้งที่นับไม่ถ้วน

 

เวลาผ่านไปนานเท่าไรก็ไม่รู้

 

บาคุโกรู้เพียงแค่ว่าตอนนี้ทั่วทั้งร่างกายของเขามีเหงื่อชุ่มโชกไปหมด

 

เสียงหายใจหอบของเขาเป็นเสียงเดียวที่ดังอยู่ในทางเดินใจกลางสวนที่ว่างเปล่าแห่งนี้ บาคุโกปาดเหงื่อบนใบหน้าออกไป ก่อนจะทิ้งตัวพิงต้นไม้ด้านข้าง

 

ดวงตาสีแดงสดตวัดขึ้นไปมองท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เป็นสีดำสนิท มีแค่เสียงของสายลมและใบไม้ที่พลิ้วไหวเบาๆ อยู่เป็นเพื่อนท่ามกลางความเงียบงัน

 

ยืนนิ่งอยู่ได้สักพักบาคุโกก็ทิ้งตัวลงนั่งบนพื้น หลังเอนลงพิงต้นไม้ในขณะที่เขาค่อยๆ ผ่อนลมหายใจเข้าออกให้ช้าลง

 

ทั้งที่ใช้แรงไปมากขนาดที่ทำให้เขาต้องหยุดนั่งพักแล้ว แต่ความหงุดหงิดที่ติดค้างอยู่ในใจกลับไม่ได้ลดลงไปเลย

 

บาคุโกไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าตอนนี้เขากำลังหงุดหงิดเรื่องอะไรมากที่สุด

 

หงุดหงิดที่เสียงเพลงของยัยนั่นตามมาหลอกหลอนเขาได้ตลอดเวลาแม้กระทั่งในช่วงเวลาแบบนี้

 

หงุดหงิดที่รู้ว่าเขาแข็งแกร่งขึ้น...ไม่ใช่ด้วยพลังของตัวเอง แต่เป็นเพราะเพลงของยัยวูดู

 

หงุดหงิดที่ทั้งที่รู้แบบนั้น ทั้งที่โกรธจนแทบจะบ้าเพราะความคิดนั้น แต่อีกส่วนในใจของเขายังอยากจะเอื้อมไปหยิบมือถือ เปิดเพลงของ ‘ไอริส’ ขึ้นมาอีกครั้ง เพราะรู้ว่าเสียงเพลงพวกนั้นจะช่วยทำให้เปลวไฟของความโกรธที่โหมกระหน่ำในใจของเขามอดดับลงได้

 

หงุดหงิดที่เขารู้ดีว่าเพลงของหล่อนเป็นกับดัก...เป็นสิ่งที่คอยล่อลวงเขา แต่มันกลับเป็นกับดักที่เขาเดินเข้าไปหาด้วยความเต็มใจครั้งแล้วครั้งเล่า...เหมือนกับไอ้โง่คนหนึ่งไม่มีผิด

 

บาคุโกกำหมัดแน่นในขณะที่ความคิดทั้งหมดไล่ผ่านเข้ามาในความคิด ความรู้สึกที่สุมอยู่ในอกอย่างไม่มีทางออกทำให้เขาโมโหจนแทบบ้า ต้นไม้ตรงหน้าพลันขวางหูขวางตาจนเขาอยากจะระเบิดมันทิ้ง เผื่อว่าความโกรธในใจตอนนี้มันจะลดลงไปได้บ้าง

 

แต่ยังไม่ทันจะได้ทำอย่างที่คิด เสียงเดินเหยียบหญ้าที่ใกล้เข้ามาก็ทำให้บาคุโกชะงักไป

 

ดึกขนาดนี้แล้ว ยังจะมีใครออกมาเดินเล่นอีก…?

 

หรือว่าจะเป็นหุ่นยนต์ตรวจการ

 

ถ้าถูกเจอตัวเข้าก็จะเป็นเรื่องน่ารำคาญอีก

 

บาคุโกจึงเลือกนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม ตั้งใจจะรอให้หุ่นยนต์งี่เง่านั่นเคลื่อนตัวผ่านไปเองโดยไม่ลืมแอบยื่นหน้าออกจากหลังต้นไม้เล็กน้อยเพื่อจะสังเกตดูผู้มาใหม่

 

แต่คนที่ยืนอยู่ตรงนั้นไม่ใช่หุ่นยนต์ตรวจการอย่างที่เขาคิด

 

เป็นยัยกระต่ายซุ่มซ่าม…

 

อายาเมะอยู่ในชุดไปรเวทที่เขาได้เห็นไม่บ่อยนัก ท่อนบนสวมเสื้อกันหนาวสีหวานที่รูดซิปจนสุดเพื่อป้องกันความหนาว ผมสีบลอนด์สว่างที่ถูกม้วนเป็นมวยกลมๆ ปักด้วยปิ่นอันเล็กสะท้อนกับแสงไฟในยามค่ำคืนจนดูโดดเด่นสว่างตาในความมืด

 

ในมือข้างหนึ่งของเธอถือสมุดลายก้อนเมฆที่ขอบยังมีรอยไหม้นิดๆ ส่วนอีกข้างถือปากกาเอาไว้ ทำให้เดาได้ไม่ยากว่าเธอคงจะออกมาเดินเล่นเพื่อหาที่แต่งเพลง

 

ดวงตาสีน้ำทะเลกวาดตามองไปรอบๆ อย่างระมัดระวัง แต่ด้วยมุมหลังต้นไม้ที่บาคุโกนั่งอยู่ทำให้อายาเมะไม่มีทางเห็นเขาแน่ เธอมองซ้ายมองขวาสักพัก ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งที่ม้านั่งที่ใกล้ที่สุด แล้วกางสมุดแต่งเพลงไว้บนตัก

 

เพียงไม่นาน เสียงร้องเพลงเบาๆ ก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบในสวน

 

อายาเมะไม่ได้ร้องเพลงเสียงดังนัก คงเพราะว่าเธอกลัวว่ามันจะก้องสะท้อนในสวนยามค่ำคืนที่มีแต่ความเงียบสงบ เท้าทั้งสองข้างของเธอเคาะลงบนพื้นเป็นจังหวะคู่ไปด้วย

 

ทั้งที่เสียงของมันแผ่วเบาจนฟังแทบไม่ได้ยิน แต่ทันทีที่บาคุโกได้ยินเพลงนั้น เขาก็รู้ว่าเธอกำลังใช้อัตลักษณ์อยู่

 

เพราะมันก็เป็นเหมือนอย่างทุกครั้ง…

 

เป็นเสียงเพลงที่พัดเข้ามาชะล้างจิตใจของเขา

 

เป็นลมที่พัดพาเอาหมอกควันขุ่นมัวพวกนั้นออกไป

 

เป็นสายฝนที่ตกลงมาดับเปลวไฟของความโกรธ

 

เป็นกับดักที่ร้องเรียกเขา...ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดึงเขากลับเข้าไปในวังวนที่ยากจะดึงตัวเองกลับออกมา และทั้งที่ตัวเขาเองก็รู้...รู้ดีมาตั้งแต่แรก แต่เขาก็ยังปล่อยให้ตัวเองเดินเข้าไปในกับดักพวกนั้น

 

บาคุโกเอนหัวลงพิงต้นไม้ด้านหลัง ใบหน้าเงยขึ้นมองท้องฟ้าสีดำสนิทที่ไม่มีดวงดาวแม้แต่ดวงเดียว แต่ก็ยังเห็นพระจันทร์เสี้ยวประดับอยู่บนนั้น

 

ตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ที่ตาของเขาค่อยๆ หลับลง ลมหนาวเหมือนจะไม่ส่งผลอะไรในขณะที่บาคุโกรู้สึกว่าเขากำลังตกลงสู่ห้วงนิทราอย่างช้าๆ เสียงของสายลมและใบไม้ที่เสียดสีกันฟังดูห่างไกลออกไปเรื่อยๆ

 

จนสุดท้ายก็เหลือแค่เสียงร้องเพลงอ่อนหวานนั่นดังสะท้อนอยู่ในหัวของเขา

 

“บาคุโก”

 

เสียงหวานที่เรียกชื่อของเขาปลุกให้บาคุโกสะดุ้งตื่นกลับขึ้นมาอีกครั้ง ดวงตาสีแดงเบิกโพลงก่อนจะตวัดไปมองที่ต้นเสียงอย่างรวดเร็ว

 

เป็นอายาเมะที่นั่งคุกเข่าอยู่ด้านข้างเขา คิ้วของเธอขมวดแน่น สีหน้าดูกังวลอย่างชัดเจนในขณะที่เอ่ยปากถามว่า “มาทำอะไรที่นี่ตอนดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้น่ะ แล้วยังไม่ใส่เสื้อกันหนาวอีก เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก”

 

พอเห็นใบหน้าของต้นเหตุของความหงุดหงิดของเขาแล้วบาคุโกก็กัดฟันแน่น สติที่กำลังหลุดลอยไปเมื่อครู่พลันกระจ่างชัดอีกครั้ง ดวงตาสีแดงหรี่ลงมองอีกฝ่ายพร้อมกับที่ความโกรธที่มอดหายไปแล้วเมื่อครู่กลับพลันพลุ่งพล่านขึ้นมา

 

“ไม่ใช่เรื่องของหล่อน”

 

เขาตอบกลับไปด้วยเสียงสั้นห้วนขณะที่ลุกขึ้นพรวดจนอายาเมะเกือบจะหงายหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว เธอได้แต่หยุดยืนอยู่ที่เดิม มองตามหลังเด็กหนุ่มที่เดินล้วงกระเป๋ากางเกงกลับไปทางหอพักของตัวเองโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองเธอสักครั้ง

 

จากทางด้านหลังนั่น อายาเมะคงจะมองไม่เห็น

 

แต่มือของบาคุโกที่ล้วงอยู่ในกระเป๋ากางเกงกำลังกำหมัดแน่นเพื่อสะกดกลั้นความหงุดหงิดที่ปะทุกลับขึ้นมาอีกครั้งกับข้อสรุปที่กำลังก่อตัวขึ้นในใจของเขา

 

ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนเขาก็นอนหลับไม่ได้สักที

 

แต่เพียงแค่ได้ยินเสียงเพลงของยัยวูดู... เพียงแค่ไม่กี่นาทีนั้น เขากลับหลับตาลงได้ราวกับถูกมนตร์สะกด

 

แม่งเอ๊ย!!

 

บาคุโกสบถเป็นรอบที่นับไม่ถ้วนภายในค่ำคืนนี้

 

ถึงจะไม่อยากยอมรับ แต่เหตุการณ์ที่พึ่งเกิดขึ้นก็เป็นหลักฐานชั้นดีที่ทำให้บาคุโกปฏิเสธไม่ได้

 

ทั้งกับความจริงที่ว่ายัยกระต่ายซุ่มซ่ามได้เข้ามามีอิทธิพลกับชีวิตของเขามากเกินกว่าที่เขาจะยอมให้ใครผ่านเข้ามา

 

และความจริงที่ว่า...เขาได้เสพติดเสียงเพลงของยัยนั่นไปแล้ว

 

_____________________________

กะจะลงตั้งแต่วันศุกร์แล้วค่ะ

แต่เพราะเป็นคัตอะ เลยเขียนไม่พอใจสักทีอะค่ะ แก้ไปแก้มาเป็นสิบๆรอบ

คัตนี่มันคัตจริงๆอะ =_=

นี่คือหนึ่งในตอนที่เขียนยากที่สุดตั้งแต่เขียนมาเลยค่ะ น่าจะเป็นเพราะเป็นมุมมองของคัตทั้งตอนด้วย บวกกับ internal conflict ของตัวน้องเอง 55555555

ตอนถัดไปก็ยากเหมือนกันค่ะ ไม่กล้าสัญญาเลยว่าจะอัพได้วันไหน แต่จะพยายามอัพตามกำหนดการเดิมให้ได้นะคะ

อยากเขียนให้ดีที่สุดก่อนจะอัพค่ะ ถ้ายังไม่พอใจเลยยังไม่อยากลงไปก่อน

ขอบคุณไลค์และเม้นท์ของทุกคนมากนะคะ เป็นกำลังใจให้เราได้ดีมากๆเลยค่ะ แฟนคลับก็ขึ้นเยอะมากๆ ดีใจ Q-Q

 

ปล. เราอ่าน BNHA 290 แล้วใจสั่นมากอะค่ะ เลยแอบไปเปิดฟิคเรื่องใหม่ของ พี่ดาบิ x OC ค่ะ ใครสนใจสามารถกดดูได้ที่เรื่องอื่นๆ ของเราเลยนะคะ

เปิดไว้จองชื่อเรื่องเฉยๆค่ะ ยังไม่กะจะอัพในเร็วๆนี้ แต่มีแพลนในอนาคตแน่นอนค่ะ!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 295 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,437 ความคิดเห็น

  1. #178 ไข่เจียวนุ่มฟู (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 20:54
    ซึนได้โล่จริงๆคนๆนี้;—;
    #178
    0
  2. #177 aom051 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 19:39

    คัตจังคนซึน!
    ปล.มังงะตอน 290 ในที่สุดก็เฉลยปมสักที! ถึงจะทุกคนจะเดาได้อยู่แล้วก็เถอะว่านางเป็นพ่อลูกกัน แต่ตอนนี้สถานการณ์ดิ่งสุดๆ สู้ๆทุกคน เป็นห่วงทุกคนเลย เจ็บตัวกันหมด
    #177
    2
    • #177-1 Ms. Margarita(จากตอนที่ 15)
      8 พฤศจิกายน 2563 / 19:40
      เราน่ะใจบางแทนน้องชต.ไปหมดละค่ะ TT
      #177-1
  3. #176 nefalibata (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 17:20
    เย่อัพแน้วว เข้ามาดูหน้านิยายทุกวันเลย แหะๆ วงวารคัตจังขนาดปิดเพลงโยนทรศทิ้ง(ลงเตียง) เจ้าตัวก็ยังอุส่าร้องสดให้ฟัง5555555555 พรมลิขิตรึเปล่า แบบนี้เค้าเรียกเนื้อคู่
    #176
    0
  4. #175 พุดดิ้งยูนิคอร์น (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 15:16
    อ่ย เมื่อไหร่คัตเขาจะรู้ใจตัวเอง-! คนอื่นๆยังไม่เห็นติดงอมแงมขนาดนี้เลย! รู้ตัวได้แล้วโว้ยย
    ปล. แฟบดาบิ x Oc ไรท์แล้วน้า
    #175
    0
  5. #174 Bao_Bao (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 14:25

    ชอบแหละดูออก ซึนจังเลยเราอะ5555+

    มังงะล่าสุดทำเอาใจรี้ดสั่นไปหมดเลยค่ะ น้องเด๋อเราคือเดอะแบกที่แท้ทรู5555+
    #174
    1
    • #174-1 Ms. Margarita(จากตอนที่ 15)
      8 พฤศจิกายน 2563 / 14:26
      เดอะแบกแบบแบกจริงๆค่ะ แบกแบบ literally 5555555
      #174-1
  6. #173 ตัวเล็ก☻ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 12:46
    เสพติดน้องแล้ววว เดี๋ยวก็หลงน้อง
    #173
    0
  7. #172 lamb_san (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 12:38
    รีบๆตัดสินใจเถอะคัตจัง บอกมาเลยว่าไม่ได้อยากเป็นแฟนบอย แต่อยากเป็นแฟนเทอ กี้สสสสส-- (อุดปาก) หลงน้องอายาเมะมากๆเลยอ่ะนาย เหอะ ชั้นน่ะ ยิ้มกรุ่มกริ่มจนเมื่อยปากแล้วนะ ไปจีบเขาซักทีเถอเ!!!
    #172
    1
    • #172-1 Ms. Margarita(จากตอนที่ 15)
      8 พฤศจิกายน 2563 / 13:03

      ขอซื้อต่อมุกนี้ไปใช้ได้มั้ยคะ อุแงงง เราขำไม่หยุดเลยอะค่ะ 55555555
      #172-1
  8. #171 mixyz (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 11:50
    คนซึนที่แท้ทรูเลย!!!
    #171
    0
  9. #170 pond_094 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 11:48

    สวัสดีค่ะเราเพิ่งติดตามได้ไม่นานแต่โดยส่วนตัวแล้ว เราชอบอัตลักษณ์ของน้องน่ะ เราคิดอีกมุมนึงถ้าน้องใช้อัตลักษณ์สู้มันค่อนข้างน่าสนุกไปอีกแบบ เพราะถ้าน้องร้องเพลงมันก็เหมือนจะส่งผลกับจิตใจด้วย มั่งนะ?มันทำให้เราคิดถึงเรื่อง macross delta เลยค่ะ ลองไปหาดูน่ะสนุกมาก แต่ก็ชอบที่น้องเป็นแบบนี้นะ น่ารักดี

    จะรอตอนต่อไปน่ะ ชอบเรื่องนี้มากค่ะhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-08.png https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-08.png https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-08.png

    #170
    0
  10. #169 wewe73422 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 11:29
    สู้ๆๆๆๆๆ
    #169
    0
  11. #168 Pandora P. (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 11:17

    คัตอ่ะ//กัดผ้าเช็ดหน้าด้วยความโกด ตอนนี้เรื่องมากนักนะหล่อนน่ะ ทำให้มามี๊(?)นอนดึกกว่าปกติ เช้านี้สิวขึ้นเลยเต็มเยย เลิกconflictกับตัวเองแล้วคบๆ กันไปสักที ฉากสวยๆ ยาซาชี่ๆ น่ะมันอยู่หลังคบกันนะ เจ้าบ้าเอ๊ย!? //ตบตี

    #168
    1
    • #168-1 Ms. Margarita(จากตอนที่ 15)
      8 พฤศจิกายน 2563 / 11:19
      อีกไม่นานหรอกน่า!? เดี๋ยวก็ผ่านช่วงนี้ไปแล้ว มาฮึบๆด้วยกันไปก่อน!?
      ปล. บีบคัตโมจิแก้โมโหกัน!!
      #168-1
  12. #167 Pandora P. (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 11:07

    ก็คัตอ่ะ!?!?!?!?!?

    #167
    0
  13. #166 เด็กชายคิมทกจา (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 11:05
    แหม ซึนจริงๆเลยนะพ่อหนุ่ม
    #166
    0
  14. #165 กระต่ายกุกกี้ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 11:03
    แง้ คัตจังงง /อะไรนะพี่ดาบิหรอคะ•-•
    #165
    0
  15. #164 Iด็กไม่รู้จัnโต (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 11:03
    นี่เพลงหรือยาเสพติด เหมือนฝิ่นเลยนะขาดไม่ได้เนี่ย ถถถถ
    #164
    0