[ONE PIECE] A tales of Luffyko

ตอนที่ 22 : ความทรงจำที่สูญหาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,537
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 149 ครั้ง
    3 เม.ย. 63

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 “ผมเป็นตัวแทนกลุ่มเยาวชนของกองกำลังป้องกันตัวเอง ไม่ใช่ตัวแทนของใครนะฮะ...” แซกอ้อมแอ้มตอบในเชิงปฏิเสธ  

 

 

 

“โอ๊ะ หัวแข็งเหมือนกันเดี๊ยะ”  

 

 

 

เธอจับหมับเข้าให้บนแก้มนิ่มของเด็กน้อย นอกจากจะหน้าเหมือนแต่งตัวเหมือน ยังดื้อเงียบหัวแข็งพอๆ กันซะด้วย หมั่นเขี้ยวจริงๆ ให้ตายเถอะ เจ้าซาโบจิ๋วนี่

 

 

 

“ลูฟี่ เธอจะทรมานเขาเกินไปหรือเปล่า” โรบินและนามิปิดปากหัวเราะคิก พวกเธอชอบเด็ก แต่น้อยครั้งจะเห็นกัปตันที่ทำตัวเป็นเด็กตลอดกาลรู้สึกถูกใจเด็กคนไหนเป็นพิเศษแบบนี้

 

 

 

“ปล่อยเถอะครับ มันเจ็บนะ” แซกประท้วงเสียงอ่อย ทำไมพี่สาวต้องล้อเล่นกับเขาหนักข้อแบบนี้ด้วยนะ  

 

 

 

“ท่าทางจะถูกใจซาโบจิ๋วไม่เบาเลยนะ?” เสียงหนึ่งแทรกกลางขึ้น

 

 

 

“ก็น่ารักขนาดนี้นี่นา” เธอตอบทั้งที่ยังเพลิดเพลินกับการบีบคลึงแก้มนิ่มของซาโบจิ๋วไม่หยุด

 

 

 

“น่ารักกว่าตัวจริงอีกหรือไง?” คราวนี้เริ่มมีความไม่สบอารมณ์อยู่ในน้ำเสียง เธอยังคงไม่สน ในใจอยากคว้าเจ้าตัวเล็กมากอดเล่นอยู่พอดี  

 

 

 

“เห ตัวจริงไม่ได้น่ารักขนาดนี้ซะหน่อย หวา??”  

 

 

 

พูดออกไปอย่างใจคิด ไม่คาดว่าอ้อมแขนปริศนาของใครบางคนจะคว้าทั้งตัวเธอขึ้นพาดบ่า เดินดุ่มออกมาจากกลุ่มคนเสียดื้อๆ แบบนั้น ทิ้งให้คนทั้งสามกลุ่มนิ่งค้าง มองหัวหน้ากองกำลังป้องกันตัวเองของโลกอุ้มกัปตันเรือซันนี่หายเข้าป่าไปต่อหน้าต่อตา

 

 

 

 

 

ทิวทัศน์สีเขียวขจีปัดผ่านสายตาไปอย่างว่องไว แนวไม้สั่นไหวรุนแรงตอนที่ร่างของพวกเขาโจนทะยานขึ้นสูง เธอเสียววาบในช่องท้อง จู่ๆ ก็มาโผล่อยู่ริมหน้าผาสูงลิบ ดูเหมือนนี่จะเป็นจุดที่สูงที่สุดของเกาะ สายลมแรงโบกพัดชายเสื้อโค้ทสีน้ำเงินที่คุ้นในความทรงจำจนพลิ้วไหว 

 

 

 

 “นายมีอะไร? ไม่เห็นต้องหิ้วขึ้นมาคุยสูงๆ แบบนี้เลย” เธอนิ่วหน้าอ้าปากถามไปตรงๆ

 

 

 

“ฉันเองก็อยากมีเวลาส่วนตัวกับเธอบ้างนี่นา” เขาถอดเสื้อโค้ทตัวยาวที่ชื้นเหงื่อออกมาพาดไว้บนบ่า ทรุดกายลงนั่งบนโขดหินใกล้ๆ เธอตามมานั่งด้วย ยังคงงุนงงไม่เข้าใจจุดประสงค์อยู่ดี

 

 

 

“ไม่สมเป็นนายเลย ซาโบ มีอะไรก็รีบๆ พูดเถอะ พวกเราต้องออกเรือกันทั้งคู่นะ” ปกติเป็นซาโบเองไม่ใช่เหรอที่รีบไปรีบมา ไม่มีร่ำลากันซักแอะ วันนี้อยู่ๆ ไหงขโมยตัวเธอมาซะได้?  

 

 

 

“...”

 

 

 

ใบหน้าย้อนแสงของหนึ่งในพี่ชายร่วมสาบานและบรรยากาศกลางป่าเขา ค่อยๆ ขุดคุ้ยความทรงจำวัยเด็กขึ้นมาทีละหย่อมสองหย่อม ก่อตัวเป็นคลื่นความทรงจำมากมายกระแทกเข้าใส่ร่างเล็กแบบไม่ยั้ง  

 

 

 

เธอรู้ว่ามันคือช่วงเวลาที่ควรจะเงียบ หรือพูดเกริ่นเรื่องเก่าๆ อย่างเช่น ‘นานแล้วนะ ที่เราไม่ได้มานั่งเผชิญหน้ากันแบบนี้’ หรืออะไรก็ตามแต่ แต่เท่าที่ทำได้ตอนนี้คือการก้มมองมือตัวเองและเงียบไว้เท่านั้น  

 

 

 

“นานแล้วนะ...”  

 

 

 

เริ่มมาได้แค่นี้ขอบตาก็ร้อนผ่าวนิดๆ เธอคิดผิดที่ก้มหน้ามองพื้น แบบนั้นน้ำตาก็ไหลได้ง่ายๆ น่ะสิ ไม่เอาน่า เขาไม่ร้อง เธอก็ต้องไม่ร้องเหมือนกัน กลั้นไว้เดี๋ยวนี้นะ!  

 

 

 

“นายสบายดีเหรอ อยู่กับกองกำลังป้องกันอะไรนั่นมีอะไรดีๆ ให้กินอยู่ใช่มั้ย ที่ผ่านมา...” ไม่ได้บาดเจ็บตรงไหนใช่มั้ย งานหนักหรือเปล่า สิ่งที่ทำคือเรื่องที่ต้องเสี่ยงชีวิตใช่มั้ย

 

 

 

ไม่ใช่ส่วนที่สนุกที่สุดของการผจญภัย การลาจากก็เช่นกัน ขอแค่เชื่อว่าจะได้พบอีกครั้งเธอก็ไม่ร้องไห้แล้ว เธอเข้มแข็งกว่านั้นไม่ใช่หรือไง หากไม่ต้องอยู่กันตามลำพัง คงไม่ต้องนึกย้อนถึงความคิดถึงมากมายที่ถูกกลบฝังไว้ภายใต้รอยยิ้มสบายๆ ของตัวเองแบบนี้

 

 

 

“ซาโบคนขี้โกง...” เอาแต่มองยิ้มๆ ไหงไม่พูดอะไรสักคำเล่า

 

 

 

เสียงเล็กสะอื้น เขากำลังกลั่นแกล้งเธออยู่ชัดๆ ให้ในสายตาเธอมีแต่เขา ปั่นป่วนให้คิดเรื่องอื่นไม่ได้

 

 

 

 แขนแข็งรวบร่างเล็กเข้าไปกอดไว้แน่น เขาหลับตาลง ซึมซับกลิ่นกายเฉพาะตัวที่แทรกอยู่ภายใต้กลิ่นอบอวลของน้ำหอม  

 

 

 

ไม่ใช่กลิ่นที่ถูกปรุงแต่งขึ้น แต่เป็นกลิ่นของ ‘เธอ’

 

 

 

“คิดถึงมาตลอด รู้มั้ย” 2 ปีที่ไม่รู้เป็นตายมันทรมานขนาดไหน เขาได้รู้ซึ้งดีแล้ว เธอเองก็เคยแบกรับมันมาก่อนเช่นกัน ความรู้สึกที่หนักอึ้งแบบนั้น  

 

 

 

“วันหลัง...ไม่ต้องลากขึ้นมาบอกถึงบนนี้ก็ได้” ลูฟี่กล้ำกลืนก้อนสะอื้นพูดออกไป  

 

 

 

“ไม่พามา จะได้อยู่กันตามลำพังหรือไง” ซาโบยิ้มกริ่ม รู้หรือเปล่า ว่าโอกาสที่เขาจะได้อยู่กับเธอตามลำพังนั้น ช่างยากลำบากนัก  

 

 

 

“นายเนี่ย พอโตแล้วก็ไม่น่ารักเลย” เห็นยิ้มๆ แบบนี้ ใครจะรู้ว่าเอาแต่ใจตัวเองสุดๆ 

 

 

 

“ไม่เหมือนเธอหรอก ยิ่งโตยิ่งน่ารัก” แว่วเสียงหัวเราะดังมาอีกแล้ว คนไม่ยอมแพ้ยันตัวออกห่างทันที

 

 

 

“น่ารักบ้านนายซิ ชมอย่างอื่นไม่เป็นหรือไง??” พักนี้เธอยิ่งหวั่นๆ อยู่ว่าใครต่อใครจะพากันเหมาว่าเธอเป็นผู้หญิงจริงๆ ไปซะงั้น

 

 

 

“เพิ่งรู้นะเนี่ย ชมน้องตัวเองว่าน่ารักก็ต้องโดนว่าด้วย”  

 

 

 

ดูเหมือนคนเป็นพี่จะไม่ยอมแพ้เช่นกัน ออกแรงนิดเดียวก็ดึงร่างนิ่มๆ กลับมากอดไว้แนบอกได้เหมือนเดิมแล้ว  

 

 

 

เธอถอนใจ รู้ว่าฝืนไปก็ไร้ประโยชน์ จึงเลยตามเลย ทิ้งตัวให้เขากอดได้ง่ายๆ ดวงหน้าอุ่นเปื้อนหยาดน้ำตาซบลงบนอกพี่ชาย จดจำกลิ่นอายอันแสนคุ้นเคยเอาไว้  

 

 

 

คนที่เคยร่วมเป็นร่วมตาย...คนที่เคยนอนกอดตอนเด็กๆ  

 

 

 

ที่ตรงนี้ก็เหมือน ‘บ้าน’ แม้จะไม่อยากจากไปไหน ก็ต้องห่างกันซักวันอยู่ดี เพราะเธอรักการผจญภัย ในขณะที่เขาเองก็มีเรื่องราวมากมายที่ต้องรับผิดชอบ

 

 

 

“แค่นี้ก็พอแล้ว” เหมือนได้รับการเยียวยาเลย ซาโบเป็นพี่ชายใจดีที่ยอมให้อ้อนได้มากกว่าเอสซะอีก  

 

 

 

“พอแล้วจริงเหรอ...” คนที่ยังติดลมวางคางเรียวเกยไหล่เล็กเงียบๆ  

 

 

 

อยากต่อเวลาอีกหน่อยแท้ๆ เขาเหม่อมองท้องฟ้ายามบ่ายแล้วลอบถอนใจเงียบงัน   ไอ้สิ่งที่เรียกว่าภาระหน้าที่นั้นมีไว้เพื่ออะไร ในเมื่อตัวเขาตอนนี้มีแค่สายสัมพันธ์กับเธอก็สุขใจพอแล้ว จู่ๆ ก็รู้สึกอยากปล่อยวางแล้วอยู่อย่างนี้ไปเรื่อยๆ จริงๆ

 

 

 

“อยากกลับไปหาคนอื่นๆ แล้วอ่ะ”  

 

 

 

เจ้าตัวเล็กเริ่มขยับกายยุกยิก เป็นธรรมชาติของเธอที่อยู่นิ่งนานๆ ไม่ได้ เขาขยับยิ้ม ยอมปล่อยเพื่อไม่ให้น้องเล็กของตัวเองรู้สึกอึดอัดจนเกินไป

 

 

 

“ได้เจอซาโบแล้วฉันก็สบายใจ แต่ถ้าให้ดีก็อยากเจอเอสด้วยน่ะนะ”  เด็กสาวแย้มยิ้มเบิกบาน ทว่าคนฟังกลับนิ่งงันไป

 

 

 

เธอพูดว่าอะไรนะ... ‘เอส’ งั้นเหรอ?  

 

 

 

“ลูฟี่ เธอหมายถึง...”  

 

 

 

ที่ ‘หลุมศพของเอส’ หรือเปล่า เขาพยายามตีความคำพูดของเธอในแง่บวกที่สุด คงไม่ใช่ว่าเธอจะ... 

 

 

 

“ก็เอสไงเล่า เอสต้องตกใจแน่ๆ ที่ได้เจอซาโบอีกครั้งน่ะ ก็นายเปลี่ยนไปเยอะเลยนี่เนอะ”  

 

 

 

น้องสาวตัวน้อยส่งยิ้มยิงฟันให้ เขาฝืนยิ้มตอบไป ต่อหน้ารอยยิ้มแสนสุขของเธอ ภายในใจของเขากลับทิ้งดิ่งลงสู่ก้นเหวแห่งความมืดมิด แย่ที่สุด ทำไมถึงต้องเป็นส่วนที่เลวร้ายที่สุดด้วยนะ  

 

 

 

‘ความตายของเอส’ นั่นคือสิ่งที่เธอยังจำไม่ได้งั้นเหรอ...?

 

 

 

 

 

“อ๊ะ ลูฟี่มาโน้นแล้ว!”  

 

 

 

นามิโบกมือให้คนที่ช้าที่สุด จวนจะเที่ยงอยู่แล้ว ยัยบ้านั่นหายไปนานมาก ถ้าไม่ได้ไปกับพี่ชายร่วมสาบานคนนั้นเธอคงคิดว่าเกิดเรื่องอะไรเข้าซะแล้ว

 

 

 

“เธอหลงทางหรือไง หายไปซะนาน” โซโลกอดอกถามเสียงเข้ม

 

 

 

“โทษที! คุยเสร็จแล้วล่ะ ไปกันเถอะ” เธอยิ้มเผล่ให้เพื่อนๆ อย่างขอไปที กระโดดผลุงพรวดเดียวขึ้นไปถึงบนขอบเรือซันนี่  

 

 

 

“กัปตันกลับมาจนได้ เป็นอันว่าครบกันแล้วนะทุกคน!” ไซบอร์กร่างใหญ่ หันไปสำรวจสมาชิกบนเรือทุกคน

 

 

 

“เดี๋ยวก่อน” คนที่ทำให้กัปตันของพวกเขามาช้าร้องเรียก

 

 

 

“มีอะไรเหรอซาโบ?” เสียงเล็กร้องถาม

 

 

 

 “ลูฟี่ รับแซกขึ้นเรือไปด้วยซิ”  

 

 

 

“หา???” หลายเสียงอุทานขึ้น ยกเว้นกัปตันสาวที่ยังเท้าคางมองพี่ชายอยู่ตรงกาบเรือ  

 

 

 

ปุบปับก็พูดอะไรแบบนั้น แถมยังถงไม่ถามความเห็นกันสักคำ จะเหมือนกันเกินไปแล้วนะพี่น้องคู่นี้ !

 

 

 

“พี่ซาโบ !” ดูเหมือนคำสั่งจะกระทันหันไปหน่อย จนแม้แต่แซกเองยังอึ้ง นึกว่าเป็นแค่การล้อเล่นเล็กๆ น้อยๆ ไหงพี่ซาโบดันเล่นด้วยซะงั้น??

 

 

 

“ทำไมละ?” เธอถาม แต่ไม่ได้มีท่าทีจะปฏิเสธ

 

 

 

“ฉันเป็นห่วงเธอ” คนเป็นพี่ยิ้มตอบกลับมาตรงๆ อะไรจะออกนอกหน้าขนาดนี้??  

 

 

 

หลายคนแอบชักสีหน้า ทว่าเจ้าของหมวกฟางก็เพียงยิ้มร่า ไม่ได้หวั่นไหวแม้แต่น้อย แถมยังเลิกคิ้วขึ้นนิดๆ เหมือนจะถามว่า ‘จริงง่ะ’ อีกต่างหาก

 

 

 

“หมอนั่นเก่งนะ” ซาโบเสริม  

 

 

 

“พอจะดูออกน่า” ลูฟี่หัวเราะ “มากับเราสิ แซก”  

 

 

 

“...ถ้านั่นเป็นคำสั่ง ผมก็จะไปครับ” เด็กน้อยรับคำ ยิ้มราวกับปลงตก มือเล็กขยับปีกหมวกเบาๆ ก่อนกระโดดขึ้นเรือไปอีกคน เป็นอันว่าได้ไปด้วยกันจริงๆ สินะ

 

 

 

“ชอบทำอะไรที่คาดไม่ถึงประจำเลยนะ ซาโบคุง” โรบินหัวเราะคิกๆ เตรียมจะก้าวขึ้นเรือไปอีกคน แต่กลับถูกหัวหน้ากองกำลังป้องกันตัวเองของโลกรั้งไว้

 

 

 

“คุณโรบิน ผมมีบางเรื่องอยากจะวานน่ะครับ...”  

 

 

 

สุ้มเสียงทุ้มที่หรี่ลงเป็นเสียงกระซิบพร้อมกับแววตาแฝงความไม่สบายใจนั้นทำให้เธอชะงักมอง เรื่องอะไรกันที่ทำให้คนซึ่งไม่ค่อยจะทุกข์ร้อนอะไรแบบเขาแสดงสีหน้าแบบนั้นออกมาได้ ?

 

 

 

 

 

 บนเรือขนาดใหญ่ของอดีตทัพปฏิวัติ  

 

 

 

ในห้องบัญชาการ คนที่ดำรงยศสูงสุดเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างเรือเงียบๆ สร้างความเคลือบแคลงสงสัยให้รองหัวหน้าสาวเป็นอย่างยิ่ง เป็นแบบนี้มาจะครึ่งวันแล้ว  

 

 

 

 เวลาที่หมอนี่เป็นแบบนี้ หน้าที่การงาน ภาระต่างๆ ก็เป็นเธอนี่แหละที่ต้องแบกรับเอาไว้ มันลำบากรู้มั้ยยะ พ่อคนติสแตกนี่ !

 

 

 

“โคอาล่า” กำลังจะอ้าปากถามและด่า คนที่เงียบมาตลอดดันชิงทำลายความเงียบขึ้นมาเอง

 

 

 

“อะไร นายเป็นอะไรห๊ะ ซาโบคุง” นี่ถามแบบพยายามเก็บอาการแล้วนะ

 

 

 

“ฉันเป็นห่วงยัยนั่นจัง” คนพูดเท้าคางพลางถอนใจยาวเหยียด  

 

 

 

เออจริงด้วย จะเรื่องอะไรซะอีก ส่วนใหญ่สาเหตุที่ทำให้หมอนี่เป็นซะแบบนี้ก็เรื่องน้องชายนี่ละ อืม รอบนี้ต้องพูดว่า ‘น้องสาว’ สิ

 

 

 

“อ่า” เธอหรี่สายตา กอดอกมอง ไร้คำใดจะเอ่ย ชินซะแล้ว (?)

 

 

 

“ฉันไม่รู้จะพูดอะไร เพราะคราวนั้นสำหรับฉัน มันสาหัสมาก...” ซาโบหลุบสายตามองพื้นโต๊ะ ความหวั่นใจอันน่าประหลาดเข้าครอบงำเขา

 

 

 

“เรื่องของเอส”

 

 

 

“หมายความว่ายังไง?” โคอาล่าถามเสียงตื่น อดสะดุ้งในใจน้อยๆ ไม่ได้ เมื่อเขาพูดถึง ‘เรื่องคราวนั้น’ แถมยังเป็นเรื่องของ ‘เอส’

 

 

 

“ฉันไม่รู้จะพูดกับลูฟี่ยังไงดี” ซาโบถอนใจอีกรอบ  

 

 

 

“ให้เขารู้ว่า...เอสน่ะตายไปแล้ว” จะพบกันได้ยังไง ในเมื่อหมอนั่นไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้แล้ว เอสจะตกใจได้ยังไงเวลาที่ได้เจอเขา ในเมื่อมันเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว...ลูฟี่

 

 

 

“ความทรงจำที่กลับคืนมากระทันหันนั่นทำเอาฉันแทบคลั่ง แล้วถ้าเป็นลูฟี่ คนที่อยู่กับเอสมานานยิ่งกว่าฉัน” พี่ชายที่ได้มีความทรงจำร่วมกันมานานยิ่งกว่าเขา ถ้าลูฟี่ รู้ว่าเอสไม่อยู่แล้ว จะเป็นยังไง...

 

 

 

“ฉันมันขี้ขลาด ที่ไม่กล้าพูดออกไป” มันช่างเป็นความรู้สึกที่ชวนให้เจ็บในใจลึกๆ จริงๆ

 

 

 

เขาทำอะไรไม่ได้...ไม่ได้เลยซักนิด

 

 

 

“นั่นก็เพราะนายแคร์เธอมากไงล่ะ ซาโบคุง! และยิ่งเป็นนาย มันช่วยไม่ได้เลยที่จะพูดอะไรไม่ออก” โคอาล่าปลอบ

 

 

 

“แต่เชื่อฉันซิ ถึงจะรู้เธอก็ต้องไม่เป็นอะไรแน่ๆ เธอเข้มแข็งมากนะ นายก็รู้ แถมยังมีเพื่อน มีคนดีๆ อยู่รอบตัวเต็มไปหมด” เธอกางมือ พร้อมฉีกยิ้มกว้าง

 

 

 

“ดังนั้น อย่ากังวลไม่เข้าเรื่องเลยนะ”

 

 

 

 

 “หึหึ ฉันก็รู้ และฝากคุณโรบินช่วยดูแลเรื่องนี้ไปแล้วด้วย”

 

 

 

“หา...” ฝากคุณโรบิน คนที่พูดเรื่องโหดร้าย เลือดสาดได้หน้าตาเฉยแบบไม่มีอะลุ้มอะล่วยคนนั้นเนี่ยนะ  

 

 

 

“คุณโรบินเป็นผู้ใหญ่น่าจะเข้าใจว่าควรพูดยังไง” เขาค่อนข้างมั่นใจว่าเธอต้องหาโอกาสเหมาะ อธิบายให้ลูฟี่เข้าใจได้แน่ๆ  

 

 

 

“แถมยังฝากแซกไปด้วยอีกคน เวลามีอะไรจะได้ส่งข่าวให้ฉันได้ทันทีด้วย”

 

 

 

“นี่นายคิดจะทิ้งภารกิจสำคัญแล่นเรือข้ามมหาสมุทรไปหาน้องทันทีเลยสิ?” อิตานี่...

 

 

 

“แน่นอนอยู่แล้ว ไม่เห็นต้องถาม?” คนพูด พูดหน้าตาเฉยได้น่าหมั่นไส้เอามากๆ

 

 

 

“หวังว่ายัยนั่นจะไม่เป็นไรนะ” ก็ได้แต่หวังนั่นแหละ ว่าคนที่เขาห่วงที่สุดคนนั้นจะไม่เป็นไรง่ายๆ ก็เธอเข้มแข็งออกขนาดนั้น

 

 

 

 

 

...ต้องไม่เป็นไรสิน่า...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 149 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,262 ความคิดเห็น

  1. #2059 Jitlada Jakthong (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 20:11

    สงสารฟี่

    #2,059
    0
  2. #1998 เจ้าเหมียว~ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 08:59
    อยากให้มีอะไรสักอย่างเกิดขึ้น ทำให้เอสฟื้นจัง เป็นตัวละครที่โคตรชอบ ทั้งในเมะและฟิคนายไม่น่าตายเลยเสียใจอ่ะแง้
    #1,998
    0
  3. #1927 โอโทริ_เคียวยะ_ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 21:18
    เสียใจ ในฟิคนี้เอสก็ตายเหรอ ไม่อยากให้ตายอะ T_T
    #1,927
    1
    • #1927-1 dark_violeta(จากตอนที่ 22)
      21 ธันวาคม 2560 / 12:55
      เป็นฟิคที่พยายามเขียนอิงความจริงน่ะค่ะ เอสเลยตายไปแล้ว ตายไปนานแล้ว เเง้ //แต่จะบิ้วให้น้องได้กลับมาเจอเอสอีกนะคะ 55
      #1927-1
  4. #1903 Ljchompoo25 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 00:55
    ถ้าฟี่รู้เรื่องเอสต้องเศร้ามากแน่ๆ
    #1,903
    0
  5. #1654 dekice (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 / 20:35
    ที่ถามว่าน่ารักกว่าตัวจริงรึเปล่านี่แอบอิจฉาแซกใช่มั้ยที่ฟี่สนใจขนาดนี้
    ตอนฟี่บอกอยากเจอเอสนี่แอบลำบากใจแทนซาโบ้เลย ใครมันจะไปอยากทำลายรอยยิ้มของลูฟี่ด้วยความตายของพี่เอสกันเล่า โอย พูดถึงเอสแล้วเศร้าเลย
    #1,654
    1
    • #1654-1 dark_violeta(จากตอนที่ 22)
      17 พฤษภาคม 2560 / 04:32
      เราก็ว่าพี่แกอิจค่ะ 555
      อืมม เนาะ แต่ที่จริง ถ้าบอกๆ ไปแต่แรกอาจไม่เศร้ามากก็ได้เนาะ ;v;
      #1654-1
  6. #1641 ___รี(ไวล์) เอ(เลน)___ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 11:16
    เสี่ยนก จะมาแล้วชูป้าย โดฟลาลู
    #1,641
    1
    • #1641-1 dark_violeta(จากตอนที่ 22)
      15 พฤษภาคม 2560 / 17:09
      โดฟลาลูทีม สินะคะ 55
      #1641-1
  7. #1267 l3oss_it (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 03:34
    ร้องไห้...
    หวังว่าผลไม้ของจินเบจะไม่มีความทรงจำของเอสอยู่นะ ถึงจะรู้ว่าสักวันจะต้องรู้แต่มัน....เจ็บปวดเกินไปแล้วอ่ะ
    เป็นเรื่องเดียวที่ไม่อยากจะเห็นจากคนอย่างลูฟี่มากี่สุดแล้ว
    นั้นน่ะมันเป็นฝันร้ายชัดๆ
    #1,267
    1
    • #1267-1 dark_violeta(จากตอนที่ 22)
      13 ธันวาคม 2559 / 01:47
      ประเด็นเรื่องความทรงจำเรื่องเอส ค่อนข้างมีผมกับเนื้อเรื่องเลยค่ะ :)
      #1267-1
  8. #1173 zmbyun (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2559 / 01:28
    พูดถึงเอสแล้ว คิดถึงจัง....T^T
    #1,173
    0
  9. #971 วันวานlove...one piece (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:34
    ซาโบมีแอบไม่สบอารมณ์ด้วย

    ก็แซกน่ารักกว่าจริงๆนี่น่า 555

    เรื่องเอสท่าทางถ้าลูฟี่จำได้คงเศร้ามากแน่ๆ พูดถึงแอสทีไรเศร้าทุกทีเลยรำ โฮฮฮฮฮฮฮ เอสสสสสส

    สุดท้ายก็ได้แซกขึ้นเรือสมหวังซินะ

    แต่แหมให้แซกไปด้วยแบบนี้ เพื่อเป็นตัวแทนตัวเองหรือเปล่าจ๊ะซาโบ ฮึๆ

    ปล. รักษาสุขภาพด้วยนะคะ ยูน คุณขุนนางพันปี คุณ fall4U [Forgotten] คุณขอแค่รัก

    #971
    0
  10. #891 Azai Nagamasa (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2558 / 08:27
    น้ำตาซึมตามเบย คิดถึงคุนพี่นะะะ
    #891
    0
  11. #890 สาววาย (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2558 / 22:16
    กรี๊ดดดดดดมาอัพจนได้ รอใจจะขาดดดด คิดถึงเรื่องนี้แรง ย้อนไปอ่านตั้งแต่ตอนที่1กี่รอบๆก้ไม่เบื่อ เหยยยยยยตอนหน้าเฮียนกออกโรงแล้ววว มาอัพไวๆเด้อค่าาา เปนกำลังใจให้ค่า รักเรื่องนี้มากมายยจ้วบ
    #890
    0
  12. #889 ferincalobaramos (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2558 / 16:39
    เฮียซาโบน่ารัก
    #889
    0
  13. #888 aomsin-zaza2004 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2558 / 12:46
    รีบมาต่อเร็วๆน่าาาา
    #888
    0
  14. #887 0memory0 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2558 / 21:19
    นึกว่าจะไม่มีวันนี้ วันที่ได้อ่านลูฟี่โกะ โฮฮฮฮฮฮฮ
    #887
    0
  15. #886 APHIN.HOSHIZORA (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2558 / 13:21
    กรี๊ดดด ขอกรีดร้องให้กับประโยคสุดท้าย มิงโก้ของเรา (//ผัวะๆ ของลูฟี่ต่างหาก ><) จะได้ออกโรงแล้ว นับวันตั้งตารอเลยค่า^^ มาเข้าเรื่องๆ ตอนนี้ยกให้พี่ชายอีกตอนเลย ห่วงและหวงน้องสาว (?) ซะไม่มี^^ แถมได้กอดลูฟี่เนียนๆ ใช้สิทธิ์ความเป็นพี่ชายซะคุ้มเลยนะเฮีย^^ แต่เรื่องของเอสน่าสะเทือนใจมาก เป็นอีกหนึ่งความทรงจำของลูฟี่ที่ยังไม่ได้กลับคืนสินะ ไม่อยากเห็นลูฟี่เศร้าโศกเลย หวังว่าลูฟี่จะทำใจได้และเข้มแข็งพอเหมือนที่โคอาล่าบอกนะ T^T

    ปล. คุณพี่ซาโบ้ในภาพช่างเท่ หุ่นดี เซะซี่ โหด จิตมากค่า ^0^
    #886
    0
  16. #885 hoshi_nam (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2558 / 23:39
    คิดถึงฟี่โกะมากเลยยยยย หายไปนานเลยน้าาคิดถึงแรง
    #885
    0
  17. #884 moon-night (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2558 / 22:45
    เฮ เสี่ยนกจะออกมาแล้ว แต่ประเด็นคือขนาดไม่ใช่ซาโบพอฟี่น้อยเอ่ยถึงเอสยังหวั่นไหวแทนเลยค่ะ ไม่อยากคิดว่าฟี่จะเสียใจแค่ไหน จำไม่ได้พอจำได้ก็เสียเอสไปแล้วแถมยังช่วยเอสไม่ได้อีกด้วยแค่คิดก็ปวดใจแล้วค่ะ
    ปล.รูปพี่ชายสวย ดูเคะได้อีกค่ะ555
    #884
    0
  18. #883 Buka (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2558 / 18:58
    ฝากโรบินซังให้ช่วยดูแล แถมซาโบจิ๋วไว้เป็นเพื่อนเล่นเป็นคุณพี่ชายที่หวงเอ๊ยห่วงน้องมากกกกกก
    #883
    0
  19. #882 จีจี้ซัง (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2558 / 15:23
    กริ๊ดดดดดด~~~~~ กลับมาแล้ว. หายไปนานเลยอ่ะ..คิดถึง
    #882
    0
  20. #881 inlove_Yaoi (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2558 / 09:24
    มาแล้ววววว   อ่า......ดราม่า จังอ่ะ ตอนนี้
    รอตอนต่อไปจ้า
    #881
    0
  21. #880 punpun3012 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2558 / 08:51
    กรี๊ดดดดดดด รอเสี่ยนกนะค้าาาา
    #880
    0
  22. #879 เอรัน สไตน์เบิร์น (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2558 / 08:34
    เอสสสส ?? สนุกมากๆ มาอัพต่อด่วน ## ไรท์สู้ๆ เป็นกำลังใจให้ ##
    #879
    0
  23. #878 tityjiu (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2558 / 07:59
    กรี๊ดดดดด มาเติมฟี่โกะให้ชุ่มชื่นหัวจายยย พึ่งว่างอ่าน สนุกเสมอเลยน้าา ชอบจัง
    #878
    0
  24. #877 ขุนชาน (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2558 / 01:29
    มาอัพแล้ว 
    #877
    0
  25. #876 Power (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 23:52
    ในที่สุดก็อัพ!! /ปิดซอยเลี้ยง(?)
    #876
    0