The Nothingness แดนสวรรค์ของผู้หลงลืม

ตอนที่ 2 : บทที่ 1 ท่านหญิงผู้ดูแลไร่ชา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    8 ส.ค. 56

          "ท่านหญิงแอนนาเบลคะ ท่านหญิง"
       เสียงเรียกของสาวใช้นามว่ารีเบคก้าปลุกฉันให้ตื่นจากภวังค์ นี่ก็เข้าปีที่ 7 แล้วสินะ ตั้งแต่ที่ฉันตื่นขึ้นมาและพบว่าตัวเองคือ ท่านหญิง แอนนาเบล อลิซเบธ ลุค แห่งคฤหาสน์ลุค ฉันลุกจากเตียงอย่างงัวเงีย เดินตรงไปยังห้องน้ำเพื่อเตรียมตัวทำหน้าหน้าที่เช่นทุกๆวัน ที่ The Nothingness หน้าที่ของฉันคือการดูแลไร่ชาขนาดใหญ่ และ นำชาเลิศรสถวายแด่ กษัตริย์อีธาน
      "ท่านหญิงรีบเตรียมตัวเถอะค่ะ ตอนนี้คนของพระราชวังมารออยู่ด้านนอกแล้วค่ะ"
      เสียงของสาวใช้คนเดิมเตือนให้ฉันมีความกระตือรือร้นมากขึ้น เพราะวันนี้ฉันต้องนำชาไปถวายที่พระราชวัง สาวใช้เตรียมชุดสีชมพูอ่อนดูเรียบร้อยซึ่งขัดกับบุคคลิกของฉันเป็นอันมากให้แก่ฉัน แต่ด้วยความรีบฉันจึงสวมชุดนั้นอย่างจำใจ เมื่อก้าวออกจากประตูบ้านก็พบรถคนหรูจอดรออยู่
      "อรุณสวัสดิ์ขอรับ ท่านหญิงแอนนาเบล"
      ชายวัยกลางคนเอ่ยทักทายฉันขณะเปิดประตูรถ
      "อรุณสวัสดิ์ค่ะ โทมัส"
      ฉันตอบกลับตามมารยาท โทมัส เป็นคนสนิทของกษัตริย์อีธาน เขาได้รับความไว้ใจอย่างมากจากกษัตริย์ในการทำหน้าที่ต่างๆ เพราะถึงจะได้ชื่อว่าเป็นกษัตริย์แต่พระองค์ทรงเป็นเพียงเด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับฉันเท่านั้น
      "นี่ค่ะท่านหญิง"
      รีเบคก้าเอ่ยทักขึ้นก่อนจะส่งกล่องใบใหญ่ที่เต็มไปด้วยใบชาแก่ฉัน รถเคลื่อนตัวออกอย่างช้าๆมุ่งหน้าสู่พระราชวัง เมื่อผ่านไร่ชาของฉันไปสองข้างทางก็เต็มไปด้วยทุ่งหญ้าเขียวขจีที่พริ้วไหวไปตามสายลมเอื่อยๆยามเช้า ครั้นเข้าถึงในตัวเมืองใหญ่ ร้านค้ามากมายเรียงรายเต็มสองฟากฝั่งถนน ผู้คนเดินจับจ่ายซื้อของกัน ดูวุ่นวายยิ่งนัก ฉันได้แต่นึกดีใจที่บ้านหลังใหญ่แสนอบอุ่น และ ไร่ชาที่แสนงดงามของฉันไม่ได้มาตั้งอยู่ในที่วุ่นวายแห่งนี้ และแล้วเราก็มาถึงที่หมายนั่นคือพระราชวัง ถึงแม้ฉันจะอยู่ที่นี่และทำหน้าที่นี้มานานหลายปี ความน่าเกรงขามของพระราชวังแห่งนี้ก็มิได้ลดลงแม้แต่น้อย ฉันรู้สึกตื่นเต้นเสมอเมื่อมาที่นี่ โทมัสลงจากรถและเดินมาเปิดประตู้ให้แก่ฉัน
      "เชิญครับ"
      "ขอบคุณค่ะ"
      ฉันอุ้มกล่องใบชาลงจากรถและเดินตามเขาไปเงียบๆ จนถึงห้องรับรองแขก
      "เชิญนั่งรอกษัตริย์อีธานที่นี่ก่อนนะขอรับ เดี๋ยวกระผมจะไปเรียนเชิญ พระองค์มาพบ"
      "ค่ะ" ฉันนั่งรอที่จะพบกษัตริย์อย่างใจจดใจจ่อ ทันใดนั้นเองประบานใหญ่ของห้องรับแขกเปิดออกโดย โทมัสอีกครั้ง
      "แอนนาเบล ในที่สุดก็มาถึงสักที" 
      "อะแฮ่ม"
      เสียงกระแอมของโทมัสเตือนให้ชายหนุ่มผิวสีน้ำผึ้งรูปร่างสูงใหญ่ ผมสีเปลือกไม้ ที่วิ่งมาหาฉันด้วยท่างทางดีใจต้องหุบยิ้มลงและเปลี่ยนท่าทีของตนเอง โทมัสมองกษัตริย์ของตนอย่างอ่อนใจที่เขายังคงทำตัวเป็นเด็กๆ 
      "ยินดีที่ได้พบอีกครั้งนะ ท่านหญิง แอนนาเบล" 
      "ยินดีเช่นกันเพคะ กษัตริย์ อีธาน โรลดี้ โรเธนเบิร์ก"
      เรากล่าวทักทายกันตามมารยาทก่อนที่กษัตริย์อีธานจะทรงบอกให้โทมัสออกไปรอข้างนอกก่อน ฉันมองตามโทมัสไปจนประตูห้องถูกปิดลง ฉันและกษัตริย์อีธานมองหน้ากันยิ้มๆก่อนจะหัวเราะออกมาพร้อมกัน 
      "55555555"
      "ฉันรอเธอตั้งนานแน่ะ แอนนาเบล"
      กษัตริย์อีธานกล่าวทักทายฉันอย่างสนิทสนม กษัตริย์อีธานมาที่ The Nothingness ก่อนหน้าฉันเพียงหนึ่งปี ด้วยวัยที่ใกล้เคียงกันทำให้ฉันและเขาสนิทกัน ในครั้งแรกที่ฉันพบเขา เขาเป็นเพียงกษัตริย์หนุ่มคนหนึ่งที่ดูหยิ่งยโสนัก แต่เมื่อเราได้คุยกันตามลำพังทำให้ฉันรู้ว่าเขาเป็นเด็กหนุ่มนิสัยดี และไม่ถือตัวเลยแม้แต่น้อย ซึ่งเรื่องนี้เป็นที่รู้กันดีในหมู่คนสนิทของเขา รวมถึงโทมัสที่พยายามทำให้เขากลายเป็นกษัตริย์ผู้น่าเกรงขามเมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่น
     "โรลดี้ ฉันล่ะอดสงสารโทมัสไม่ได้เลยจริงๆ ท่านควรจะเชื่อฟังเขาให้มากๆนะ"
      โรลดี้ คือชื่อเล่นของเขา ที่มีเพียงฉันเท่านั้นที่กล้าเรียก เพราะเขาบอกว่าฉันเป็นเพื่อนสนิทหากจะให้เรียกเขาว่า'กษัตริย์อีธาน'ตลอด เขาคงรู้สึกไม่ดีเท่าไรนัก
     "วันนี้เธอดูแปลกตาไปนะ แอนนาเบล ไม่นึกว่าเธอจะชอบชุดสีชมพูเหมือนผู้หญิงทั่วไปด้วย"
      เขาเปลี่ยนเรื่องคุยโดยการใช้ดวงตาสีน้ำทะเลคู่นั้นจ้องมองมาที่ชุดสีชมพูอ่อนของฉัน ทำให้ฉันรู้สึกประหม่าเล็กน้อย 
     "วันนี้ฉันรีบน่ะ เลยไม่ทันสังเกตว่ารีเบคก้าส่งชุดนี้มาให้" 
      ฉันรีบแก้ตัวก่อนจะโบ้ยความผิดไปให้รีเบคก้า แม่สาวใช้ตัวดีของฉัน เข้าแอบหัวเราะคิกๆเบาๆก่อนจะถามต่อ
     "ก็ดูเข้ากันดีนะกับดวงตาสีเขียวของเธอ ว่าแต่วันนี้เป็นชาอะไรล่ะ" 
     "ชาซีลอน(Ceylon) ค่ะ ฉันคิดว่าท่านดื่มแต่ชาเข้มๆมานานลองเปลี่ยนบ้างก็ดี"
     ฉันแนะนำก่อนจะยื่นกล่องใบชาให้แก่เขา เขายิ้มเล็กน้อยก่อนจะรับกล่อง
     "วันนี้ฉันมีงานยุ่งมากคงอยู่คุยเล่นกับเธอได้ไม่นาน ต้องขอตัวก่อนนะ ไว้คราวหน้าฉันจะแวะไปเยี่ยมเธอที่ไร่ จะได้ไปชมความงามของไร่ชาที่ ท่านหญิงแอนนาเบล เป็นผู้ดูแลสักหน่อย"
     "เอาสิ แล้วฉันจะเป็นคนพาท่านเดินชมไร่ชาแสนสวยของฉันเอง ทูลลาเพคะ"
     เขายิ้มให้ฉันอย่างอ่อนโยนเช่นเคย ก่อนจะเดินออกจากห้องไป พร้อมทั้งเรียกให้โทมัสส่งฉันกลับคฤหาสน์ เขาเป็นทั้งกษัตริย์ที่โอบอ้อมอารีย์ และเป็นทั้งเพื่อนที่ดีของฉัน ถึงแม้เราจะได้พบกันไม่บ่อยนัก แต่ทุกครั้งที่ฉันพบเขาก็ทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นในโลกที่แสนโดดเดี่ยวใบนี้ 
     "รถเตรียมไว้พร้อมแล้วขอรับท่านหญิง เชิญทางนี้ขอรับ" 
     ฉันเดินตามโทมัสออกมาเพื่อขึ้นรถกลับ 
     "ขอบคุณที่มาส่งค่ะ โทมัส"
     "ด้วยความยินดีขอรับ ท่านหญิง"
     เมื่อถึงที่หมายฉันก็ไม่ลืมที่จะเอ่ยขอบคุณโทมัสก่อนที่รถจะแล่นกลับสู่พระราชวัง กว่าฉันจะกลับมาถึงบ้านก็เป็นเวลาพลบค่ำแล้ว ฉันรีบตรงเข้าห้องนอนและเปลี่ยนชุดทันที พร้อมทั้งส่งสายตาดุรีเบคก้าเล็กน้อยที่เลือกชุดนี้ให้กับฉัน จากนั้นจึงลงไปรับประทานอาหารเย็น ฉันนั่งมองดูพระอาทิตย์ที่กำลังตกดินลมเย็นๆพัดมากระทบใบหน้า ช่างสบายอะไรเยี่ยงนี้ อยากอยู่ที่นี่ตลอดไปจังเลย ฉันคิดในใจพลางตักอาหารเข้าปาก  
     "อิ่มแล้วล่ะ" 
     ฉันหันไปบอกรีเบคก้าและสาวใช้คนอื่นๆที่ยืนรออยู่ข้างๆ 
     "ท่านหญิงไปพักผ่อนที่ห้องเถอะค่ะ เดี๋ยวทางนี้พวกเราจัดการเอง"
     ฉันมักจะเกรงใจพวกเขาอยู่เสมอ ที่ต้องมาดูแลฉัน แต่พวกเขาก็บอกว่านี่เป็นหน้าที่และพวกเขาทุกคนเต็มใจทำ ฉันจึงได้แต่ปล่อยให้เป็นไปตามนั้น ฉันกลับเข้าห้องนอน อาบน้ำชำระล้างร่างกาย โดยมีสาวใช้สองคน ตามมาเตรียมข้าวของเครื่องใช้ให้ เมื่อเสร็จเรียบร้อย สาวใช้ทั้งสองก็บรรจงหวีผมที่เป็นลอนสีทองของฉัน ก่อนที่ฉันจะกลับมานอนกลิ้งเกลือกอยู่บนเตียง และผล็อยหลับไปในที่สุด
    
     



     

      

      



0 ความคิดเห็น