Detective my dear มาสืบรักที่ร้านเสริมสวย (YAOI)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 681 Views

  • 4 Comments

  • 47 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    254

    Overall
    681

ตอนที่ 4 : บทที่ 3 บอกให้เรียกพี่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 83
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    30 พ.ย. 61

บทที่ 3 บอกให้เรียกพี่

[PHONE]

12 ชั่วโมงที่แล้ว

ผ่านมาตั้งแต่วันนั้นผมก็ไม่ได้ติดต่อกับโด่งอีกเลย คงเป็นเพราะตัวผมเองงานยุ่งๆ ไหนจะเด็กที่ร้านยังขอลาออกกะทันหันทำเอาหาพนักงานใหม่ตอนนี้ไม่ทันแล้ว แต่ดีหน่อยที่มี ฝน เด็กที่ฝึกหัดนักสืบกับผมยกเพื่อนมันมาชวนทำงานบ้างช่วงที่พวกมันเลิกเรียน

แต่เอาเข้าจริงๆ ที่พวกมันหากันมา ช่วยงานที่ร้านก็เห็นแต่ไอ้ “กุมภา” ที่แลดูจะได้ผลประโยชน์มากที่สุดในร้าน ก็แหมะ ไอ้เด็กนี่มันตามจีบช่างแต่งหน้าผมอยู่ แต่ก็เอาเถอะ ก็เอาใจช่วยมันให้จีบติดแล้วกัน เพราะดูเหมือน “เจเจ” พ่อหนุ่มหน้าหวานจะไม่ค่อยเล่นด้วยเท่าไหร่

ถือซะว่าเป็นค่าจ้างพวกมันที่มาช่วยร้านแล้วกัน

ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด

เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ผม มาจากต่างประเทศงั้นเหรอ? ใครกัน ที่มีช่วงนี้จะไปเที่ยวก็เห็นจะมีแต่คุณชิน ผมรีบกดรับสายก่อนปลายสายจะตัดไป

ครับ”

/ผมชินนะ/

นั้นไง ผมเดาไว้ไม่มีผิดจริงๆ ว่าปลายสายคงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเจ้านายสุดที่รักของผม

ว่าไงครับ มีอะไรให้ผมช่วยหรือเปล่า”

/ได้ข่าวว่ากำลังหาพนักงานที่ร้านเพิ่มเหรอ/

แปลกอยู่นะที่เขารู้ อาจจะเป็นเพราะลูกน้องที่ร้านไปบ่นลงเฟสบุ๊คแน่ๆ คุณชินถึงได้รู้

ครับคุณชิน”

/งั้นช่วยรีบเพื่อนเมียผมเข้าทำงานที่ร้านคุณหน่อยนะ... ผมรับปากเมียไว้/

เพราะอะไรกันพอผมฟังประโยคนี้จากคุณชินทำไมถึงรู้สึกว่าต่อจากนี้จะมีอะไรสนุกๆ ทำไปได้นะ ก็แค่รับเพื่อนคุณไซน์มาทำงาน แล้วอีกอย่างเพื่อนของคุณไซน์ เราก็รู้จักทุกคน ประวัติเรื่องแย่ๆ ก็ไม่มีเท่าไหร่ มันก็เป็นเรื่องที่ดีสิ

ถ้าคุณชินขอผมคงไม่กล้าขัด ว่าแต่ใครครับ เพื่อนคุณไซน์?”

/โด่ง/

อยู่ๆ ผมก็เผลอยิ้มที่มุมปาก พอได้ยินชื่อว่า บุคคลที่ผมต้องรับเข้าทำงานคือโด่ง เมียคนล่าสุดผมที่เผลอพลาดท่าให้กับนักสืบอย่างผม แบบนี้สิ สีสันของชีวิต

ไม่มีปัญหาครับ แล้วเขาจะมาเริ่มงานที่ร้านผมเมื่อไหร่”

ผมถามประวัติการตกงานของโด่งจากคุณชิน แน่นอนเรื่องที่พักเขาไม่มีที่ซุกหัวนอนด้วยซ้ำคืนนี้ และผมเองไม่รู้สาเหตุอะไรที่ทำให้ไม่มีงานทำ ลูกชายเจ้าแม่ของโรงเรียนอันดับหนึ่งของประเทศเนี้ยนะ จะไม่มีงานทำ ผมโดนเขาอ่ำหรือเปล่า

แต่พอคุยไปคุยมาปรากฏว่า เจ้าตัวยังไม่รู้ว่าต้องมาทำงานกับผม ถ้าจะเอานิสัยชอบตามคนอื่นมาใช้กับเขาสักวันคงไม่มีใครว่าอะไรหรอกมั้ง อย่างน้อยก็ก่อนจะถึงเวลานัดที่สนามบินกับคุณชิน อีก 12 ชั่วโมงข้างหน้า

 

ปัจจุบัน

จนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่รู้ว่าเขามาพึ่งร้านเสริมสวยของผมเพราะสาเหตุอะไรแถมคืนนี้เขาต้องมานอนที่พักพนักงานพร้อมกับทุกคนด้วย แต่พอผมบอกเด็กๆ ที่ร้านว่าคืนนี้จะมีเด็กเข้ามาทำงานเพิ่มกับเรา พวกนั้นก็ดีใจกันยกใหญ่เพราะหลายวันมานี้เขาทำงานกันเหนื่อยโดยไม่มีผู้ช่วยบ้าง แถมร้านเราก็ฮิตเสียจนหมุนคนทำงานกันไม่ทัน

ระหว่างที่ผมลาก ใช้คำว่าลากดีกว่าจะใช้คำว่าพามาที่ร้าน เพราะสีหน้าของอีกคนที่มากับผม ดูแล้วเหมือนเด็กที่ไม่ได้รับการถูกตามใจจากพ่อแม่ หน้าบูดซะ

ร้านบิวตี้พีโมโน

แน่นอนว่าเวลานี้ร้านมันปิดอยู่แล้ว แต่ที่ร้านยังเปิดไฟอยู่เพราะเด็กๆ เตรียมต้อนรับ เด็กพนักงานคนใหม่ ถ้าถามถึงตำแหน่งหน้าที่ในร้าน คงต้องมาว่าเป็นผู้ชาย 90 % เพราะมีผู้หญิง คนเดียวแถม สาวคนนี้ไม่ใช่สาวปกติ

โด่งเดินเข้ามาในร้านติดๆ ไม่รู้จะเรียกว่างอนหรือโกรธดี เพราะหน้าไม่รับแขกจริงๆ

ยินดีต้อนรับ เด็กใหม่” ทุกคนพร้อมเพรียงกันต้อนรับโด่ง ทำเอาคนหน้าบูดที่อยู่กับผมตลอดเวลาคลายใบหน้าจนเห็นรอยยิ้ม เดี๋ยวก่อนโด่งเมื่อกี้คุณยังหน้าบึ้งอยู่นะ ทำไมเปลี่ยนสีหน้าเร็วจังครับ

ชื่อไรอะ เราชื่อเจเจ เราเคยเจอกันแล้วครั้งหนึ่ง จำได้มั้ย” ใช่ เจเจ เด็กหนุ่มที่หน้าหวานที่สุดของร้าน เป็นหน้าเป็นตาให้กับสาวๆ สวยใหญ่ที่มาในร้าน

ชื่อโด่ง”

เรา เตอร์นะ เป็นช่างทำผม แต่จริงๆ ก็ตัดผมมากกว่า เรียกเราเตอร์เฉยๆ ก็ได้นะ ทั้งร้านตอนนี้เรียกเราว่า พี่กันหมด”

มันก็จริงของผมไอ้เตอร์ได้ดีกรีความอาวุโสที่สุดของร้าน เอาจริงก็แก่กว่าผมนะ ไอ้เตอร์ มัน 30 แต่ผมเพิ่งจะ 29 แต่ไอ้เตอร์ก็เรียกผมว่า พี่ๆ ก็คงเพราะช่วยเหลือมันมากล่ะมั้ง มันถึงนับถือผมเป็นพี่

ครับ พี่เตอร์”

เอ่อ มุขนี้ได้ว่ะ โด่ง ว่าแต่อายุเท่าไหร่เนี้ย เรา น้ำตาลนะ เรา 28” สาวประจำร้าน ตำแหน่งดีไซเนอร์ที่ใครๆ ก็ชอบมาพึ่งงานเสื้อผ้าของเธอ กว่าผมจะได้ตัวน้ำตาลมาบอกเลยว่าลำบากมาก แล้วน้ำตาลคนนี้เอาใจยากสุดๆ แต่เห็นสวยๆ แบบนี้ หล่อนมีแฟนเป็นผู้หญิงนะ แถมยังสวยด้วยก็ ตาลก็ไม่ค่อยพามาเท่าไหร่ เพราะกลัวไอ้กัสมาเต๊าะแฟนมัน

กัสถือวิสาสะ จับมือของโด่ง แต่ไอ้โด่งนี้ยังไงยอมให้เขาจับง่าย ทีผมจับเล่นตัวจังวะ

ไม่ต้องถามอายุ เรื่องแบบนี้ กัส เดาได้ 26 ใช่มั้ย” ไอ้กัส ชอบเต๊าะลูกค้า เพราะส่วนหนึ่งก็ไปหลอกดูดวงสาว จนเขาติด แต่มันไม่ใช่ดูดวงระดับแย่อะไรขนาดนั้นหรอก แม่นชิบหายของชิบหาย ก็ไม่รู้ว่ามันชอบทำเล็บหรือดูดวง เห็นเคยบอกว่า ทำเล็บก็เหมือนดูดวงไปด้วย

เฮ้ย รู้ได้ไงอะ เก่งนะเนี้ย น่าจะไปเป็นหมอดูนะ” โด่งพูดเรื่องหมอดูทำเอาทุกคนหัวเราะ

อ่าว แล้วไอ้เฉาล่ะ หายหัวไปไหนเนี้ย” ผมถามหาพนักงานที่กวนตีนที่สุดของร้าน ไอ้เฉา ไอ้นี่ทำผมเก่งมากแล้วก็ควงสาวเก่งด้วย

อยู่นี้ลูกพี่” เฉาเดินออกมาจากหลังร้านพร้อมกับโบกมือมาทางเด็กใหม่ “ว่าไงเด็กใหม่ มาร้านนี้เดี๋ยวก็มีแฟนถ้ามีเป็นลูกน้องพี่”

มึงลามปามล่ะ เฉา นี่เพื่อนคุณชิน น้อยๆ หน่อย” ผมบัดมือเฉาที่ควงคอโด่ง ออก มันทำเองอัตโนมัติจริงๆ นะ

ลามปามไงว่ะพี่ อย่าบอกนะว่า...พี่กับ...โด่ง” เฉาพอได้โอกาสเลยพยายามแซวผม แถมยังเอานิ้วชี้สองข้างของมันมาชนกันพร้อมกับทำหน้ากวนตีน

ไม่มีไรหรอก ทุกคน ว่าแต่ เราต้องนอนกับใครหรอคืนนี้” คำถามนี้มันกำกวมแปลกๆ นะ

โห่ แซ่บไม่เบานะเราเนี้ย มาถึงก็หาคู่นอนเลย” คราวนี้เตอร์แซวบ้าง

พวกมึงนี่นะ ไปแซวเด็กใหม่ พรุ่งนี้แม่งอายไม่กล้าทำงานพอดี พอๆ ๆ แยกย้ายๆ ไอ้เตอร์ พาน้องไปดูห้องห้องส่วนตัว” พอเจ้ตาลสั่งทุกคนก็เห็นดีเห็นงามกันหมด เอ่อ ดีเหมือนกัน เหมือนได้รองหัวหน้าของร้านค่อยสั่งการเวลาผมไม่อยู่ที่ร้าน

แล้วก็เก็บของเสร็จมาหาผมที่ห้องทำงาน เร็วๆ ด้วย”

ผมก็ไม่รู้ว่ามันออกคำสั่งแรกเร็วไปมั้ย แต่ดูแล้วทุกคนจะอึ้งกับสิ่งที่ผมพูดไป ก็ใช่แหละ ผมไม่เคยแทนตัวเองว่าผมกับลูกน้องที่ร้านสักคน และโด่งเป็นคนแรกที่ผมเรียก ไม่แปลกที่ทุกคนจะมองผมแบบนั้น

 

[DONG]

บรรยากาศในร้านบอกเลยว่ามันอบอุ่นเหมือนอยู่กันเป็นครอบครัวมาก แต่ที่ขัดหูขัดตาผมมากที่สุดก็ไอ้บ้านักสืบที่แฝงตัวเองมาเป็นเจ้าของร้านเสริมสวยเนี้ยแหละ มาทำงานคืนแรกก็ออกคำสั่งแล้ว มันน่าหงุดหงิดจริงๆ

แปลกนะ ปกติ พี่แกไม่แทนตัวเองว่าผม” กัสแย้งขึ้นมา

แต่ปกติ เขาก็เรียกเราแบบนั้นนะ” ผมเลยอธิบายว่ามันเป็นเรื่องปกติกับผมและเขา เพราะบางทีผมก็เผลอแทนตัวเองด้วยกูมึงกับเขาเหมือนกัน แต่เห็นทีหลังจากนี้นคงจะใช้กับเจ้านายจำเป็นคนใหม่ไม่ได้แล้วสิ

เอ่อๆ อย่าไปสนใจไรมากมาย พี่แกอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ เดาไม่ถูกตั้งแต่ งานแต่งงานคุณชินแล้ว” เจ้ตาลบ่นให้ฟังก่อนจะ ไล่เด็กที่ร้านกลับไปนอน

ตั้งแต่วันไหนนะ ถ้าผมฟังไม่ผิด งานแต่งงานชินกับไซน์คืนนั้นงั้นเหรอ หรือเป็นเพราะเรา บ้าน่าจะมีเรื่องงี่เง่าอะไรแบบนั้นเกิดขึ้นได้ยังไง

ผมเดินตามเตอร์มาตามทางเรื่อยๆ จากตอนแรกอยู่ที่หน้าล็อบบี้ ก็จะตกแต่งทั้งร้านเป็นโทนสีฟ้าและแบ่งโซนตามตำแหน่งงานออกด้วยผ้าม่านสีฟ้า แต่ที่มีห้องส่วนตัวก็จะเป็นห้องทำเล็บกับห้องแต่งหน้า และห้องแต่งตัวหรือห้องแนะนำเสื้อผ้าของเจ้ตาล จริงๆ ข้างนอกก็เห็นจะมีแต่ ตัดผม ทำผมหรือสระผมอะไรทำนองนั้น

ส่วนพอเดินเข้ามาลึกเรื่อยๆ ซึ่งทางเดิน จะมีกระจกกั้นจริงๆ ครั้งที่แล้วที่ผมมามันคือทางไปห้องอะไรไม่รู้มากมายสำหรับงานนักสืบของไอ้หมอนั้น แล้วจากสีฟ้าก็เปลี่ยนเป็นคนละสีอย่างน่ากลัวและให้กลิ่นอายของการสืบสวนอยู่บ้างแหละ

เตอร์พาผมขึ้นมาอีกสองของตึก เป็นชั้นที่แต่งด้วยสีฟ้าเช่นเคยและมีห้องอยู่ สามถึงสี่ห้องคงจะเป็นห้องพักของพนักงานที่ร้านละมั้ง

ห้องนี้ นะ” เตอร์เปิดห้องเสร็จพร้อมกับยื่นกุญแจมาให้ผม

แล้ว นี่มีใครพักที่ร้านบ้างเหรอ พี่เตอร์”

ก็มีพี่นะ มีไอ้เฉา พี่โฟน ส่วนเจเจ มานอนบ้างบางทีปกติมันก็มานอนห้องนี้แหละ” พี่เตอร์อธิบายให้ผมฟัง

เอ่อแล้วอีกสองห้องตรงข้ามละพี่” เขาจะว่าผมขี้สงสัยมั้ยเนี้ย

เป็นห้องนอนเหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่จะเอาไว้สำหรับพนักงานนี่ร้านนอนเหมือนกันแต่กับพวกที่นอนไม่ประจำน่ะ” พอตอบคำถามเสร็จ พี่แกก็เดินกลับห้องจะไปห้องตัวเอง แต่อยู่ๆ ก็หันมาอีกรอบ “เอ่อ โด่งชั้นสามน่ะ เป็นห้องของพี่โฟนเขา แล้วก็เป็นห้องทำงานด้วย ปกติเขาไม่ค่อยเรียกใครขึ้นชั้นสามง่ายๆ หรอกนะ แต่คงเพราะนายมาใหม่เขาเลยเรียกไปคุยหน้าที่ที่ต้องทำพรุ่งนี้ละมั้ง สู้ๆ นะ”

เดี๋ยวสิ ทำไมพี่เตอร์ต้องลงท้ายด้วยคำว่าสู้ๆ ด้วย มันแย่มากเลยหรือที่ถูกเจ้านายเรียกไปชั้นสาม อย่างนี้เอง พวกคนอื่นๆ ที่อยู่ข้างล่างเลยพากันทำหน้าตาแปลกๆ

เอาเถอะ อดทนไว้ อีก 3 เดือนก็รอดแล้ว โด่ง

ผมสำรวจห้องของตัวเองมันก็กว้างพอสมควรนะ แต่มันก็เล็กกว่าคอนโดผมหลายเท่าเลย แต่อย่างว่าแม้แต่ภายในห้องยังแต่งด้วยสีฟ้าเฟอร์นิเจอร์ยังคุมด้วยโทนฟ้าอีก ไอ้บ้าโฟนนั้นชอบสีฟ้าหรือไงกัน แต่เด็กชะมัดเลย

ผมเริ่มวางอยู่เข้าเป็นที่เป็นทาง แล้วส่วนฝั่งของเจเจก็ยังมีของบ้าง เหมือนจะมานอนแต่ก็ไม่ได้มาบ่อยสินะ พอดูเวลาอีกทีก็ปาเข้าไปเป็นชั่วโมงตั้งแต่อยู่ข้างล่าง ซวยแล้วไอ้หมอนั้นให้เราขึ้นไปชั้นสามนิ เลยเวลาขนาดนี้จะโดนไล่ออกวันแรกมั้ยเนี้ย

ไม่รีรออะไรต่อผมรีบวิ่งออกจากประตูอย่างรวดเร็วและก็พบกับเฉาที่กำลังจะเข้าห้อง ทักทายนิดหน่อยก่อนผมจะรีบขึ้นไปขั้นสาม

แต่นะ ชั้น สาม เนี้ย มันช่างต่างจากสองชั้นที่เหลือสิ้นดี ไม่มีแม้แต่สีฟ้าสักทีเลย ชั้นนี้ทั้งชั้นเป็นสีแดงเลือดหมู และแต่งภายในคล้ายๆ กับโซนสำนักงานนักสืบของเขาไม่มีผิดเพี้ยนเลย

ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด

เค๊าะห้องตอนนี้จะเป็นไรมั้ยนะ

ช้านะ”

อยู่ๆ คนที่ผมนินทาอยู่ในใจก็พุ่งออกมาจากด้านหลังที่เป็นบันไดขึ้นไปยังดาดฟ้า นี่เขานั่งรอผมอยู่ตรงนี้เหรอ?

ก็เก็บของเข้าที่เข้าทางอยู่เลย..ชะ..” ผมยังพูดไม่จบและไอ้บ้านี้ก็เป็นเสียอย่างนี้ทุกที พูดไม่จบทุกครั้งเลยแล้วเจ้านายใหม่ผมก็เอามือปิดปากผม ดีที่มันไม่เอาปากมันมาปิดปากผมและก็อุ้มตัวผมขึ้นบนบาของเขา เฮ้ยๆ ตัวกูก็ไม่ชาจะตัวเล็กเหมือนผู้หญิงนะเว้ย

เฮ้ย เดินเองได้ ไอ้โฟนนนนน”

ตุบ

เอาอุ้มผมดีๆ และวางตัวผมตรงโซฟารับแขกของห้องทำงานเขา

ทำไมไม่เรียกพี่’ ”

หะ”

งงอะไร หรือต้องให้ทำแบบวันนั้นถึงจะเข้าใจ” พูดก็พอแล้วโฟน กูเข้าใจแล้วว่ามึงจะทำอะไรไม่ต้องเข้ามาใกล้และโน้มตัวเองมาให้จมูกชนกันก็ได้เว้ย มันสยิวกิ้ว

โอ๊ย ไม่ต้องแล้ว มีเหตุผลอะไรต้องเรียกพี่ว่ะ ญาติกันก็ไม่ใช่ แล้วจะให้ขึ้นมาข้างบนทำไม มีเรื่องจะบอกให้เรียกแค่พี่เนี้ยนะ คิดอะไร..”

ผมเกลียดเขา

โฟนเป็นคนที่เกลียดการที่ใครสักคนพูดจบประโยคหรือไง หรือมันเป็นประเภทที่รอไม่ได้ ไอ้บ้า อยู่ๆ ก็เข้ามาจูบ แล้วนี่ผมจะเคลิ้มไปกับมันทำไมเนี้ย แต่มันก็น่าเคลิ้มจริงๆ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาจูบผมด้วยมันก็ดีมาก ดีกว่าตอนที่เมาคืนนั้นอีก

เฮือก

ทำบ้าไรว่ะเนี้ย ไอ้โฟน..” ผมยังมีสติพอจะผลักอีกคนออกไปไกลๆ แต่ก็ไกลได้ไม่ถึงคีบ

หมับ

เป็นบ้าอะไร จูบอยู่ได้แล้วคราวนี้แม่งหนักกว่าก่อนหน้านี้ เขากัดริมฝีปากล่างของผมและเริ่มเกมโดยให้ผมเล่นตามเกมที่เขาวางไว้ พอเล่นกลีบปากสมใจอีกคน มันก็ดันลิ้นร้อนของมันยัดเข้ามาในโพรงปากของผม บอกตามตรงว่ามันรู้สึกดีแปลกๆ แต่.. นี่มันใช่เวลามาจูบมั้ยเนี้ย

จูบอยู่ได้ ต้องการอะไร”

รู้ตัวสักที บอกว่าให้เรียกพี่ พี่โฟน เรียกสิ” อย่าบอกนะว่าที่จูบเพราะต้องการให้เรียกพี่ แล้วทำไมตัวผมต้องร้อนขึ้นมาขนาดนี้กัน ไอ้บ้านักสืบมันลืมเปิดแอร์หรือไง

ลืมเปิดแอร์เหรอ ทำไมร้อน”

พอผมเปลี่ยนเรื่องคุยโฟนก็ทำท่าจะเข้ามาจูบอีกรอบ

เฮ้ย พอได้แล้ว ..” เข้าจ้องหน้าผม เชิงบอกความต้องการของตัวเอง “เอ่อ พี่..พี่โฟน พอได้แล้ว” แม่ง เกลียดตัวเอง

ก็แค่เนี้ย” เขาลุกขึ้นยืน ก่อนจะหันมาพูดกับผมว่า “ส่วนแอร์เนี้ย เปิดอยู่ตลอดเวลานะ” แล้วมันก็เอารีโมทแอร์มาให้ดู ไอ้เหี้ย 22 องศา แต่ตัวผมร้อนจนจะเป็นไข่ต้ม

ไม่มีอะไรแล้ว ไปนะ” ผมกำลังจะลุกขึ้นจากโซฟาจองจำ แต่ก็ถูกรั้งไว้อีกกับพ่อมดจอมเจ้าเล่ห์ ให้ตายสิ ผมควรจะเลิกทำงานบริหารและไปเขียนนิยาย

ใครบอกว่าจะคุยแค่เรื่องนี้”

แล้วมีอะไรอีก”

ทำไมถึงตกงาน?”

เป็นนักสืบไม่ใช่หรือไง ทำไมไม่ไปสืบเอาเองจะมาถามทำไม” ผมไม่ได้กวนตีนเขาเท่าไหร่ จริงๆ ก็นิดหน่อย

แน่ใจนะ ว่าจะให้สืบเรื่องของตัวเอง”

เก่งนักไม่ใช่หรือไง”

หมับ

โฟนจับแขนผมพร้อมกับเอา กำไลสีเงินมาให้สวมให้ผม แล้วทำไมผมต้องปล่อยให้มันทำในสิ่งที่มันต้องการด้วยเนี้ย

ใส่เอาไว้ ห้ามถอดออก นี่คือคำสั่ง” พอพูดเสร็จก็เดินหันหลังให้ผม

นี่คุณ”

ฉึก

แต่เพราะผมไปเรียก คุณ ไอ้หมาหูไว้อย่างโฟน เลยหันหน้ากลับมาทันที

นี่ พี่... ทำไมต้องใส่ ไม่ใส่ไม่ได้เหรอวะ”

ก็จะให้พี่สืบเรื่องของเราไม่ใช่หรือไง ถ้าถอดออกหรือทำพัง จ่ายเงินมาด้วย 3 หมื่น อ่อแล้วส่วนเรื่องงานพรุ่งนี้ ทำอะไรเป็นบ้าง ในร้านนี้" เขาถามผม จะบอกว่าไงดี ทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง

เหอะ ไม่เป็นสักอย่าง” ผมยิ้มแห้งๆ ให้อีกคน ก่อนเขาจะเดินไปที่โต๊ะทำงานพร้อมกับเอกสารอะไรสักอย่าง

พรุ่งนี้ จัดคิวลูกค้าที่จองให้ไว้ ว่าเขาจะทำอะไรบ้าง ก่อนร้านเปิด” เขายื่นให้ผม “ไปได้แล้ว”

อะไรวะ เรียกมาแล้วบอกให้เรียกตัวเองว่าพี่ พอไม่เรียกก็จูบ พอไม่บอกเรื่องส่วนตัว ก็ใส่กุญแจเหมือนเป็นหมา กูได้กับคนบ้าหรือไงว่ะ ผมได้แต่มองอีกคนที่วุ่นวายกับโต๊ะทำงานของตัวเอง จะบอกว่าโกรธก็ได้และก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงโกรธ ผมคงเกลียด เขามั้ง

ยังไปไม่อีก อยากนอนกับพี่เหรอ”

เชี่ย ทำไมกูต้องไปเขินกับการที่มันแทนตัวเองพี่ด้วยนะ เกลียดโฟน เกลียดโฟน

พออีกคนไล่ ใครจะไปอยู่ให้เสียเวลากัน ผมรีบยกเท้าตัวเองออกจากห้องเจ้านายจอมเผด็จการให้เร็วที่สุด

หมับ

อะไรกันนักกันหนาว่ะ เมื่อกี้ก็ไล่ผม พอผมจะออกจากห้องก็จับแขนไว้อีก

อะไรอีกล่ะ”

จะขมวดคิ้วทำไมหะ” พูดเสร็จก็ดีดเข้าที่หน้าผากผม จนผมต้องเอามือมาลูบๆ ดู จริงๆ มันก็ไม่ได้แรงขนาดเจ็บหรอกมันให้ความรู้สึกจั๊กจี้ มากกว่า

แล้วมีอะไร ไล่ให้กลับก็กำลังจะไปนี่ไง” ผมหงุดหงิดใส่เขา

โฟนโน้มตัวเข้ามาใกล้ผมและเอาใบหน้ามากระซิบข้างหูผม จนผมขนลุกซู่

ฝันดีนะ ถ้านอนไม่หลับมาหาพี่ที่ห้องได้นะ”

เชี่ย” ผมผลักอีกคนออกจากรัศมีที่ใกล้เกินไป “ฝันไปเถอะ ไอ้พี่.. ไอ้พี่จอมเผด็จการ ไอ้พี่ขี้เสือก ไอ้.. โว้ยยย..”

ไม่รู้ว่าวันนี้เจอแต่เรื่องอะไรบ้าๆ ตั้งแต่ตกงานจนตอนนี้งานใหม่ มันไม่ต่างอะไรจากตกงานเท่าไหร่ ให้ผมตกงานไม่มีงานทำ แล้วจะเอาอะไรกินโว้ยยยยย

หงุดหงิดโว้ยยยยย” ผมตะโกนเสียงดังตั้งแต่ลงมายังชั้นสอง ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่พี่เตอร์กำลังกลับเข้าห้องซึ่งก็ไม่รู้ว่าไปไหนมา แต่ดูจากถุงพลาสติกที่มีข้าวมีน้ำบวกขนมและเบียร์สองกระป๋องก็พอจะเดาได้ว่าไปไหนมา

อ่าวๆ ๆ ไอ้โด่ง เพิ่งลงมาจากชั้นสามรึ ไปนานจัง แล้วไปทำอะไรมาหงุดหงิด” พี่เตอร์ถามผม

เปล่าพี่ แล้วนี่ดึกแล้วยังกินอะไรอีกเหรอ”

เออ ตุนของไว้ ไอ้เฉาแม่งชอบแดกก่อนพี่จะได้แดก เอามั้ยสักกระป๋อง” เขายื่นกระป๋องเบียร์ยี่ห้อดังมาให้ผม

ไว้ก่อนพี่ วันนี้ไม่ค่อยอยากดื่มเท่าไหร่ ดวงซวยตั้งแต่เช้าแล้ว”

เอ่อๆ เจอกันพรุ่งนี้ อย่าสายนะมึง”

ผมไม่ได้ตอบอะไรไป ได้แต่พยักหน้ารับคำตอบไป ไม่อยากจะคิดเลยว่าต้องอยู่กับโฟนอีกกี่วันกี่เดือน แค่คิดก็ปวดหัวแล้ว ไหนจะกำไลบ้าๆ นี่อีก อยากจะรู้นักเขาคิดอะไรของเขากันแน่ ก็แค่คนเคยนอนด้วยกัน มันคงไม่มีรอบสองอยู่แล้ว หรือกูหวังให้มีวะ แม่ง คิดบ้าอะไรเนี้ย

*************************

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

0 ความคิดเห็น