Detective my dear มาสืบรักที่ร้านเสริมสวย (YAOI)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 390 Views

  • 1 Comments

  • 33 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    15

    Overall
    390

ตอนที่ 5 : ​บทที่ 4 เรียกอยู่ได้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 52
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    1 ธ.ค. 61

​บทที่ 4 เรียกอยู่ได้

เช้าวันใหม่ที่ไม่ค่อยอยากจะตื่นเท่าไหร่ ไม่ใช่เพราะง่วงหรือนอนไม่เต็มอิ่ม แต่เป็นเพราะไม่อยากลงไปข้างล่างมากกว่า ร้านเสริมสวย แย่ที่สุดที่ต้องมาทำอะไรตอนชีวิตตกต่ำแบบนี้

ผมเริ่มอาบน้ำแต่งตัวแต่เช้า เห็นว่าทางร้านมีชุดยูนิฟอร์ม ถ้าถามว่าสีอะไร ไม่ต้องตอบก็น่าจะรู้ครับ สีน้ำเงินฟ้าตัดด้วยสีขาวตามสไตล์ของเจ้ตาลแก และไอ้ชุดเนี้ยจะถูกปรับเปลี่ยนทุกๆ ปี

ผมเริ่มลงมาข้างล่าง ร้านไม่ได้เปิดเช้ามากเท่าไหร่ เปิด 8 โมงเช้า นี่คือไม่เช้ามากนะคะ แต่ไอ้ 8 โมงเช้าที่ว่าคือทุกแผนกเปิดพร้อมกัน ยกเว้นแผนกแต่งหน้าที่จะเปิดตั้งแต่ 6 โมงเช้าและ เจเจจะรับคิวงานแค่ 3 คนเท่านั้นจนถึง 8 โมง จึงจะเป็นคิวงานปกติ

หน้าที่ของผมคือจัดคิวว่าวันนี้ลูกค้าท่านไหนจะมารับบริการอะไรบ้าง และจะเข้ามากี่โมง แต่สำหรับช่างแต่งหน้าบอกไว้เลยว่าต้องเป็นกรณีพิเศษเพราะเจเจทำงานหนักมาก เขาเลยเลือกที่จะเลือกเวลาให้ลูกค้าเองซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ก็ยอมไอ้หนุ่มหน้าหวานกัน เพราะเจเจ ไงล่ะ

ทุกคน เราจะบอกคิวงานวันนี้นะ” ผมแจ้งงานของทุกคนวันนี้ ทั้งวันตั้งแต่แปดโมงครึ่งจนถึงร้านปิดซึ่งก็ สามทุมครึ่ง มีลูกค้าทั้งหมด 6 คนและวันนี้คนที่ทำงานหนักที่สุดเห็นจะเป็นเจเจ ที่ทั้ง 6 คนต้องการใช้บริการเขากันหมด เหนื่อยหน่อยละทีนี้

เฮ้อ งั้นวันนี้ พี่โด่งมาช่วยเจเจหน่อยนะ” เจเจหน่ะ อายุน้อยกว่าผม สามปีเลยเรียกผมว่าพี่ ซึ่งเจเจก็อายุน้อยที่สุดของร้านเลยก็ว่าได้

ได้ๆ”

ช่วยช่างแต่งหน้างั้นเหรอ จะรอดมั้ยเนี้ยผม

ประเดิมคนแรกของวัน เจเจก็ลากผมเข้าห้องแต่งหน้าโดยผมยืนอยู่ข้างหลังน้อง พอเขาต้องการอะไรเพิ่มผมก็ไปหยิบให้เขา เพราะผมบอกเจเจตั้งแต่ตอนแรกเลยว่าผมแต่งหน้าไม่เป็นนะ

พี่ครับ ผมขออายไลน์เนอร์หน่อย”

อะไรคืออายไลน์เนอร์ เป็นแบบไหนวะ ผมหยิบสิ่งที่คิดว่ามันน่าจะใช้อุปกรณ์อย่างว่า ยื่นไปให้เจเจ

เฮ้ยพี่ นี่มัน มาสคาร่า” จะอายหรือเขินดีละทีนี้ ลูกค้าที่ถูกเจเจให้บริการก็ขำเล็กขำน้อยแบบกุลสตรีให้กับผม จนหลายรอบเข้าที่ผมหยิบโน้นหยิบนี้ผิดสับสนไปหมด จนเจเจบอกให้ผมออกมาข้างนอก

จะโดนไล่ออกมาก็ไม่แปลกเท่าไหร่ ผมเดินออกจากห้องเมคอัพแล้วพบว่าตอนนี้ตรงโซนทำผมค่อนข้างวุ่นวายเลยทีเดียวกับลูกค้าสองคนพร้อมกัน

เอ่อ โด่งมาพอดีเลย มาช่วยสระผมให้ลูกค้าคนนี้หน่อย”

หะ สระผม?”

สระผมให้ตัวเองเนี้ยยังพอได้ แต่เรื่องทำให้คนอื่นคือไม่เป็นไม่รู้เลยว่าต้องทำยังไง เอาว่ะไหนๆ ก็มาทำงาน ลองๆ ทำดูก็ได้

ผมเริ่มขั้นเบสิคที่ผมเรียนรู้มาจากการทำให้ตัวเอง โดยการราดน้ำบนผมของลูกค้าอย่างนุ่มนวลที่สุด ต้องรอดหัวคนนี้ต้องรอด ก่อนจะเริ่มบีบแชมพูลงบนฝ่ามือตัวเองขยี้เล็กน้อยก่อนจะไปขยี้บนศรีษะของลูกค้าอย่างเบามือที่สุด ต้องทำไงต่อนะ ปกติสระเสร็จก็ล้างออกเลยใช่ๆ เพราะผมสระทั่วหัว (?) ก็ทำการล้างฟองแชมพูออกจนที่คิดว่าผมสะอาด

พี่เตอร์เสร็จแล้ว” พอเสร็จผมก็ตะโกนบอกพี่เตอร์ แต่ทว่า

ว่าไงนะ” เขาหันขวับมาพร้อมกันทั้งเตอร์และเฉา ผมทำอะไรผิดงั้นเหรอ

อะไรกันคะเนี้ย ยังไม่ได้ลงครีมนวดผมเลยนะคุณ” นั้นไงเมื่อพี่ไม่ว่าแต่ลูกค้าเนี้ยจะว่าผมก่อน

เออคือว่า..” จะแก้ตัวยังไงละเนี้ย

คืองี้ครับวันนี้มีถ่ายคลิปแกล้งลงยูทูปผม นั้นไงครับกล้องแอบซ่อนไว้อยู่” และแล้วเฉาเจ้าพ่อแถ ขั้นเทพก็ออกมาแก้หน้าให้แบบเฉียดฉิว แต่เรื่องแย่ๆ มันก็เกิดขึ้น ตั้งแต่ที่เฉาละลูกค้าที่กำลังจัดทรงผมให้อยู่ยังคงค้างคาและไม่เสร็จ แต่เฉาก็จะมาสระผมให้กับลูกค้าแทนผม

พี่เฉาแล้วหัวหนูล่ะ” เด็กสาววัยรุ่นเรียกเฉา

เอ่อ คือของหนูต้องรอ 10 นาทีจ่ะถึงจะเช็ตเป็นทรงได้ รอก่อนนะจ๊ะ”

รู้สึกผิดทันทีที่ทำงานสองแผนกล้มอย่างไม่เป็นท่า แค่ทำงานวันแรกก็แย่แล้วสิ แล้ววันต่อไปจะรอดหรือไงกัน

เฮ้ยโด่ง ว่างเหรอมาช่วยเจ้หน่อย”

ได้เจ้”

และบางทีงานดีไซเนอร์ของเจ้ตาลอาจจะง่ายกว่างานเสริมสวยข้างนอกก็เป็นได้ ต้องคิดในแง่บวกเข้าไว้ ผมเดินเข้ามายังโซนของเสื้อผ้าและโซนตัดเย็บอย่าบอกผมนะว่าเจ้แกจะให้ผมตัดชุด บ้าไปแล้วผมเย็บเสื้อผ้าไม่เป็น

อ่ะ ช่วยทำอันนี้หน่อย” เจ้ตาลยื่นแม่แบบกับผ้าที่จะตัดมาให้ผม แล้วเจ้แกก็ให้ผมใช้อะไรสักอย่างผมก็ไม่รู้มันเรียกว่าอะไร ให้ขีดตามแม่แบบของชุดไปที่เนื้อผ้า ก็อาจจะได้อยู่งานคงไม่อยากเท่าไหร่

โอเคนะ เดี๋ยวเจ้ไปดูลูกค้าก่อน”

ผมว่างานนี้รอดอยู่นะจากสองงานที่ผ่านมา ถึงจะไม่เคยทำแต่เจ้ตาลแกสอนนิดหน่อยก็โอเค ผมค่อยๆ ขีดตามแบบที่พี่แกให้มา และไม่รู้ด้านไหนเป็นด้านไหน แต่เผลอไปขีดเลยบ้างเบี้ยวบ้างไม่ตรงบ้าง

ไม่เป็นไรมั้ง เดี๋ยวก็ต้องเอาไปซัก”

ว่าดังนั้นผมเลยก้มหน้าก้มตาทำมันอย่างตั้งใจแต่ทว่า

เฮ้ย โด่งแกทำผิดด้าน โอ๊ยตายๆ ๆ” ซวยซ้ำซวยซ้อนวันที่สอง ช่วงนี้ผมคงไม่มีดวงจริงๆ

พอรู้ตัวว่าทำผิด เลยบอกเจ้ตาลว่าขอโทษและขอตัวไปข้างนอกเผื่อคนอื่นเรียกใช้งานที่ไม่ต้องทำเกี่ยวกับร้านเสริมสวย บ้าไปแล้วมาทำงานร้านเสริมสวยแต่เราขอไม่ทำงานร้านเสริมสวย เฮ้อจะมีอะไรแย่ไปกว่านี้อีกมั้ย

อ่าวโด่งเดินคอตกมาเลย ว่างเหรอ มาช่วยหน่อยสิ”

จะดีเหรอ เราทำอะไรไม่ค่อยเป็นอะ”

ไม่รู้สิถ้ายังดื้อไปทำเล็บกับกัสอีก มีหวังอาจจะไปตัดเล็บลูกค้าจะไม่เหลือเค้าโครงความงามเลยก็ได้ แล้วทีนี้จะไปทำอะไรนอกจากจัดคิวแค่ตอนเช้า และตอนนี้ก็เย็นมากแล้วทำงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอันยังไม่เป็นรูปเป็นร่างเลย

กัส ไม่ต้องเอาโด่งเข้าไปโซนทำเล็บ” อยู่ๆ โฟนก็ลงมาข้างล่างร้าน ปกติเห็นน้องๆ บอกว่าโฟนจะติดทำงานอยู่ด้านบนไม่ชั้นสามก็โซนสำนักงานนักสืบแล้วนี่คงลงมาในรอบประวัติการ

ครับพี่โฟน”

ส่วนโด่ง ขึ้นมาชั้นสามเดี๋ยวนี้”

สงสัยเพราะทำงานพลาดอีกรอบแน่ เลยโดนเรียกไปชั้นสามเพราะโฟนสั่งให้ผมขึ้นข้างบนเสร็จด้วยความที่ตรงนั้นมีกัส เฉา และพี่เตอร์อยู่ได้ยินกันหมด ทุกคนก็ไม่รู้จะทำหน้าให้กำลังใจผมยังไงดี มาทำงานวันแรกอะไรๆ ก็แย่ไปหมด

ชั้นสามห้องชี้ชะตาชีวิต สำหรับวันนี้ ผมยืนอยู่ตรงหน้าโฟนขณะที่โฟนก็นั่งอยู่บนโต๊ะทำงาน ไม่รู้ทำไมแต่ผมไม่แต่จะจ้องตาเขาด้วยซ้ำ

เงยหน้าขึ้นมา”

“...”

พี่บอกว่า ให้เงยหน้าขึ้นมา”

ผมเงยหน้าขึ้นมองอีกคน หัวใจที่เต้นรั่วเหมือนกำลังตีกลองใหญ่ตอนเขากำลังจะออกรบ ไม่รู้ว่าตื่นเต้นเพราะกำลังจะตกงานรอบที่สองหรือเพราะคนตรงหน้าที่กำลังจ้องผมด้วยแววตาสัตว์ใหญ่จะกินสัตว์เล็กหรือเปล่า ผมไม่อาจรู้ได้จริงๆ

บอกแล้วใช่มั้ยว่าให้ทำงานแค่ จัดคิวงานลูกค้า” จริงของเขา แต่ผมอยากช่วยอะไรที่ร้านมากกว่านี้จะได้ไม่รู้สึกเป็นตัวถ่วง ของงานทั้งหมด อีกอย่างเข้ามาทำงานที่ได้ก็เพราะเส้นสายช่วยทั้งนั้น คนที่มีความสามารถมากกว่าเราควรได้มาทำตำแหน่งนี้ไม่ใช่คนแบบผมที่ไม่เอาไหน

บริหารงานที่โรงแรมพลาดขนาดนั้น ลืมคิวงานของลูกค้าที่โรงแรม ยังจะให้โด่งจัดคิวงานที่ร้านอีกเหรอ ไม่กลัวว่าจะทำพลาดแบบนั้นเลยหรือไง ทำไมยังต้องให้ทำอีก”

เพราะรู้ไง ว่าสาเหตุที่ทำให้เราจัดคิวลูกค้าพลาดเป็นเพราะพี่ พี่ขอโทษนะ” อยู่ดีไม่ว่าดี โฟนก็ดึงตัวผมเข้าไปกอดเสียอย่างนั้น นี่เขาเมาหรือลืมกินยามาหรือเปล่า คนที่เคยด่าผม แขวะใส่ผมวันนั้นหายไปไหนหมดวะ เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้

เป็นบ้าอะไรวะ ทำไมต้องมาพูดดีๆ ใส่ด้วย เป็นไอ้บ้าที่ชอบแขวะใส่เหมือนเดิมไม่ได้หรือไง ไม่ชอบผู้ชายแบบนี้”

ว้า เสียดายจัง หลอกเด็กแถวนี้ไม่ได้ด้วย หึ”

สรุปจะเรียกมาด่าก็ด่าเร็วๆ ไม่ใช่ เพราะเราทำงานพลาดแล้วมาโอ๋ เราไม่ใช่เด็กอนุบาล”

พูดกับเจ้านายน่ะให้มันดีๆ หน่อย” ว่าเสร็จโฟนก็เอามือข้างหนึ่งจับเข้าที่คางของผมพร้อมกับใช้แรงลากผมให้ใบหน้าของเขากับผมใกล้กันพอจะได้ยินเสียงลมหายใจ “ต่อไปนี้ไม่ต้องลงไปทำงานข้างล่างตั้งแต่ร้านเปิด จัดแค่คิวลูกค้าและจากนี้ไปจัดเอกสารห้องทำงานทั้งสองที่ของพี่ด้วย”

แม่งไม่ต้องแทนตัวเองว่าพี่ได้มั้ยว่ะ ฟังแล้วแปลกๆ” ผมปัดมืออีกคนออกก่อนจะจัดเสื้อตัวเองให้กลับเข้าที่เข้าทาง

"หึ เรียกพี่แล้วแปลกๆ มาเรียกว่าผัวดีมั้ยละ จะได้คุ้นชิน”

นั้นไง แม่งต้องมามุขนี้แน่ พอพูดที่ตัวเองได้ดังใจโฟนเจ้าพ่อที่ไม่เคยฟังคำพูดใครให้จบก็อุ้มตัวผมขึ้นและให้ผมไปนั่งบนโต๊ะแทนเขา ส่วนโฟนก็ถือวิสาสะแหกขา ใช่ แหกขาผมและยัดตัวควายๆ ของตัวเองเข้ามา

มากไปแล้วนะ แค่ไม่ได้อยากนับญาติไม่ได้คิดจะอยากให้ใครมาเป็นผัว ยังอยากมีเมีย” ผมว่าเข้ามาห้องนี้ทีไรร่างกายผมมีอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นอย่างหาสาเหตุไม่ได้คราวก่อนแอร์ก็ไม่ได้ปิด คราวนี้อะไรอีกละ เพราะอะไรกัน

พูดออกมาได้ ไม่อยากมี แต่ก็ได้ผัวแล้วนิ หรือต้องใช้ฟื้นความทรงจำกันอีกรอบ”

พอโฟนว่าเสร็จก็โน้มตัวเช่นเคยและเอาปากเขามางับหูผมก่อนจะค่อยๆ ลงต่ำมาที่คอเรื่อยๆ และเพราะเขาทำแบบนี้มันทำให้ผมเกิดเสียวที่ท้องน้อยเสียอย่างนั้นแถมตัวยังร้อนเพิ่มขึ้นอีก ต้องบ้าไปแล้ว ผมต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ

เชี่ย โฟน เรียกมาคุยเรื่องงานไม่ใช่หรือไง คุยงานดิว่ะ แล้วนะ ไม่อยากจัดการแค่เอกสารอยากลงไปทำงานข้างล่างด้วย”

เขาหยุดทุกอย่างที่กำลังกระทำทั้งหมด ก่อนจะนั่งคุยกันแบบคนปกติเขาคุยกันอีกรอบ

แล้ว? แค่สระผมก็ทำไม่ได้ ไม่รู้เรื่องเครื่องสำอาง ตัดเย็บก็ไม่ได้เรื่อง เล็บยังจะหวังอีกหรือไง อยากไปทำงานข้างล่างหรือไปเป็นตัวท่วงเขา” ที่โฟนพูดมามันถูกทั้งหมด ยิ่งผมไม่รู้เรื่องพวกนี้เลยแต่ก็ยังอยากจะไปทำงานกับเขา และวันดีคืนนี้อาจทำร้านไฟไหม้ได้เลยถ้าไม่รู้เรื่องพวกนี้

ขะ..ของแบบนี้มันฝึกกันได้”

แล้วคิดว่าจะฝึกนานเท่าไหร่ มีเวลามากมาฝึกหรือไง” นี่แหละโฟนที่เป็นแบบที่ผมรู้จัก โฟนคนที่พูดตรงๆ เหมือนขวานผ่าซาก ไม่มีอ้อมวนไปวนมาหาจุดหมายไม่ได้

ขอเวลา สองอาทิตย์”

ได้ ถ้าเกิดทำไม่ได้รู้ใช่มั้ยว่าจะโดนอะไร” อยู่ๆ เขาก็เดินเข้าใกล้ผมแล้วก็ใช้มือหนามาลูบที่ใบหน้าผม

ผมปัดมือเขาออก แต่ไม่พูดอะไรตอบได้แต่เดินออกจากห้องไปทั้งอย่างนั้น

เดี๋ยว ยังมีหน้าที่จัดเอกสารไม่ใช่หรือไง จะเดินไปไหน”

ขวับ

ได้แต่หันกลับหลังแต่ตรงไปยังตู้เอกสาร และเริ่มจัดเรียงเอกสารที่ถูกเข้าเล่มไว้ให้มันเข้าที่เข้าทาง บ้าเอ๊ย นี่ผมเอาตัวเองมาทำเรื่องบ้าๆ อะไรเนี้ยไหนจะท้าเรื่องทำงานที่ร้านอีก ตอนนี้ผมมีเป้าหมายเดียวทำตรงหน้าให้เสร็จไวๆ และจะได้รีบไปขอให้เจเจช่วยสอนวิธีการแต่งหน้าให้หน่อย แต่ดูเหมือนสิ่งที่คิดและหวังจะไม่ได้เป็นไปดังที่หวังเท่าไหร่นัก

ทำตรงนั้นเสร็จ ช่วยลงไปทำข้างล่างต่อด้วยนะ”

เฮ้อ ให้ตายสิ ใช้แล้วใช้อีกทำอันนี้เสร็จไปต่ออีกอย่างด้วยนะ แล้วดูเจ้าตัวคนสั่ง นั่งสบายอยู่ที่โต๊ะทำงาน เอาวะ กูเป็นลูกจ้างเขา เขาสั่งอะไรก็ต้องทำ ฝืนกลั้นใจกันไป

ผมใช้เวลาไม่นานเพราะทำนานแล้วจะประสาทจะกินหัวเอา จัดเอกสารโดยไม่สนใจอีกคนก็ไม่รู้เหมือนกันว่าโฟนหายไปไหน จนตอนนี้เวลาก็ใกล้ร้านปิดแล้วลงไปข้างล่างดูหน่อยแล้วกัน

เดินลงมาชั้นแรกเห็นได้ชัดว่าบรรยากาศเปลี่ยนไปอยู่แล้วแถมร้านยังปิดแล้วด้วย ยังไม่ถึงเวลาปิดเลยนิน่าเกิดอะไรขึ้นนะ

อ่าวลงมาพอดี เริ่มประชุมได้ละ ไปเรียกพี่โฟนโซนแดงดิ เจเจ” เจ้ตาลพูดกับเจเจ พอสั่งเสียเสร็จเจเจก็รีบไปตามพี่ใหญ่ของร้าน

ขอโทษนะทุกคน วันนี้เราทำงานไม่ค่อยดีเท่าไหร่”

เอาน่า วันแรกมันก็มีพลาดกันบ้าง คิดมาก” กัสพูดปลอมผม

แต่จะโดนลูกพี่หรือเปล่าอันนี้ไม่แน่ใจนะ” ในบรรดาสภาพคนเลิกงานและเฉาเป็นคนที่ชิวที่สุด และสภาพก็เตรียมพร้อมไปเที่ยวมาก

ว่าแต่ ไปชั้นสามนานมาก โดนสั่งจัดเอกสารอีกแล้วเหรอ” พี่เตอร์พูด เหมือนกรณีนี้ทุกคนจะเคยโดนนะ หรือเป็นเพราะทำงานพลาดสักคน โฟนจะสั่งให้เด็กขึ้นไปจัดเอกสารทั้งวันแทนการทำงานข้างล่างเหรอ

แต่ยังไม่ได้จะได้ตอบคำถามของพี่เตอร์ทุกอย่างก็กลับมาเงียบเหมือนกำลังเข้าประชุมทันทีที่โฟนเดินเข้ามาโดยมาเจเจเดินตามหลังมาติด เอาถือแฟ้มอะไรสักอย่างมาแล้วก็วางลงบนโต๊ะ

ปัญหาวันนี้คืออะไร?”

โฟนถามคำถามได้แบบเยือกเย็น ไร้ความรู้สึกสิ้นดี แต่โฟนก็ไม่ได้รับคำตอบจากทุกคน เพราะเกิดความเงียบเข้าครอบคลุมบริเวณพื้นที่ จากสีฟ้ารอบๆ มันจะกลายเป็นฟ้าครามแล้ว

ทำไงให้ นอกจากผมจะยกมือแล้วบอกว่าผมเองที่เป็นคนทำงานพลาดหลายงานวันนี้ “โด่งเอง โด่งคือปัญหาของวันนี้”

พี่โฟน น้องมาใหม่ยังไม่ค่อยรู้งานแถมผมยังสั่งงานโดยที่ไม่รู้ว่าน้องทำได้มั้ย ผมเองก็มีปัญหาเหมือนกัน” พอพี่เตอร์ช่วยพูดออกหน้าแทนผม ทุกคนกับเสริมทัพขึ้นมาว่าเป็นความผิดของตัวเองที่ทำให้ผมทำงานพลาด เนื่องจากไม่สอนงานผม

พอแล้ว พี่สั่งก่อนเปิดร้านวันนี้ว่าอะไร...”

“...”

ไม่มีเสียงตอบกลับคำถาม จนโฟนถอนหายใจก่อนจะเริ่มพูดอีกครั้ง

พี่บอกว่า วันนี้ให้โด่งจัดคิวงานลูกค้า ไม่ใช่เหรอ ใครใช้ให้ไปใช้น้องไปทำงาน พื้นฐานการทำงานมันไม่มี”

ปึง!

โฟนหยิบแฟ้มเอกสารที่วางไว้ก่อนหน้าแล้ว โยนด้วยความเร็วและแรงพอที่จะทำให้เกิดเสียง ทำให้คนในร้านตกใจ และคนอย่างผมเพิ่งเคยเห็นเขาโมโหแรงครั้งแรกแบบนี้

ผมขอเวลา สอง อาทิตย์ ช่วยสอนงานผมหน่อยนะครับ ถึงตอนนั้นถ้าผมยังทำงานด้านล่างกับพี่ๆ เขาไม่ได้ ผมจะออกเอง”

เฮ้ย โด่งพึ่งมาเอง อย่าพูดอะไรแบบนั้นสิ” กัสเขย่าแขนผมพลางเตือนว่าแบบนี้มันไม่คุ้ม

ได้ ไม่ต้องออก เพราะพี่ไม่ให้เราออก แต่จะบทลงโทษอยู่” โฟนแทนตัวเองว่าพี่ต่อหน้าทุกคนในร้านอันนี้ผมพอเข้าใจ เพราะถ้าเกิดยังใช้สรรพนามเดิมที่คุ้นเคยอาจจะทำให้คนอื่นสงสัยในความสัมพันธ์ของผมกับเขา

“...” ผมไม่ตอบเขาได้แต่จ้องเขากลับ แต่สุดท้ายเขาก็พ่ายแพ้ให้กับผม

ไปได้แล้ว..” โฟนพูดเว้นช่วงก่อนจะพูดอะไรขึ้นมาอีกครั้ง “ยกเว้นโด่ง ตามพี่มาที่โซนสีแดง”

อีกแล้ว เรียกผมอยู่ได้คนเดียว อยากรู้นักพนักงานใหม่ที่มาทำงานวันแรกเขาโดนแบบที่ผมเจอหรือเปล่านะ แล้วนี่ต้องเจออะไรอีกกัน ตอนชั้นสามเขายังไม่พอใจอีกหรือไง

โด่ง ไหวนะ วันนี้โดนพี่แกเรียกไปหลายรอบเลย” เจ้ตาลเข้ามาจับไหลผมพร้อมกับพูดปลอมซึ่งมันก็ใช้ปลอมผมไม่ได้เท่าไหร่ เพราะมันเลยจุดจุดนั้นมาแล้ว

ปกติ ลูกพี่ ไม่เคยเรียกใครส่วนตัวแบบนี้เกิน หนึ่งครั้งหรอกนะ โชคดีนะ โด่งเป็นคนแรกที่ถูกเรียกเกินหนึ่งครั้ง” เฉาพูดพร้อมกับเดินมาแตะที่บ่าผม “ยินดีด้วยนะ”

เดี๋ยวก่อน มันใช่เรื่องน่ายินดีตรงไหนกัน น่าจะเรียกว่าโชคร้ายมากกว่า

ผมที่โดนเรียกแล้วเรียกอีกไม่เข้าใจว่าจะเรียกอะไรนักหนา ผมเดินไปตามทางและก็ไปหยุดอยู่หน้าของโฟน ถอนหายใจก่อนจะเข้าไปในห้อง

ในห้องเงียบและเย็นมากไม่รู้ว่าที่นี่ไทยหรือขั้วโลกใต้กันแน่ ผมเดินเข้าไปนั่งตรงโซฟาและพบว่าไม่มีวี่แววของโฟน ทำไมแม่งไอ้บ้านี้ต้องชอบเล่นซ่อนแอบด้วย แถมโผล่มาอีกทีก็ไม่มีบอกก่อน นึกอยากจะออกมาก็ออก

มาเร็วดีนิ”

มาช้าก็บ่น มาเร็วก็บ่น

อืม มีอะไรอีกละ เห็นคนอื่นบอกว่า พี่โฟนไม่เคยเรียกใครเป็นการส่วนตัวมากกว่า หนึ่งครั้งต่อวันนิ แล้วทำไม ผมพิเศษสำหรับคุณเหรอครับ” จะว่าไงดี เพราะหมดความอดทนไม่อยากจะเถียงไม่อยากจะตีหัวกันตายสักวัน ถ้าแกล้งหยอดๆ สักหน่อยคนอย่างโฟนน่าจะเลิกเผด็จการกับผมสักทีนะ

อ่อยผมเหรอ”

ถ้าใช่แล้วจะทำไม” เอาวะไหนๆ ก็ได้เสียกันแล้วถ้าจะพลาดอีกครั้งมันก็แค่อีกครั้ง ผมเดินไปหาโฟนที่เพิ่งออกมาจากห้องน้ำ ห้องน้ำที่มีอยู่ในตัวกับห้องทำงานเขานั่นแหละ ไม่รู้ว่าขาผมถูกสั่งการโดยสมองหรือโดยสภาพจิตใจแต่มันก็เดินไปของมันแล้ว

เดินไปหยุดตรงหน้าโฟน พร้อมกับเอื้อมมือไปคว้าเอวอีกฝ่ายบอกตามตรงว่าหุ่นเขาดีมาก เหมือนกับคนออกกำลังกายประจำ และนั้นทำให้ผมรู้สึกหวาบหวิวแปลกๆ จากตอนแรกที่หนาวๆ อุณหภูมิเกือบติดลบ แต่ตอนนี้ร่างกายผมกับร้อนผ่าวขึ้นเรื่อยๆ

หึ”

เหมือนจะทำให้เขาได้ใจ เมื่อโน้มเริ่มจัดการประทับรอยจูบและกดเข้าที่ซอกคอของผม เขาเอาจริงแน่ แต่ผมเนี้ยไม่แน่ใจ ผมหลับตาและปล่อยให้เขากระทำผมฝ่ายเดียว พอสักพักเขาก็เริ่มหยุดทุกอย่างจนผมลืมตาขึ้นมา

กลัวอยู่นิ แล้วทำแบบนี้ทำไม”

ไม่รู้ว่าเขาค้างมั้ย แต่ผมค้างและพอพูดเสร็จเขาก็จับแขนและลากผมไปและโยนตัวผมออกนอกห้อง ใช่อ่านไม่ผิดหรอก เขาไล่ผมออกนอกห้อง

ไม่มีอะไรแล้ว ไปพักเถอะ”

ผมได้แต่งง และก็โดนถูกเขาปิดประตูใส่หน้า อะไรกันวะเนี้ย ผมตามเขาไม่ทันแล้วนะ เป็นใบโพลาหรือไง

ผมที่ถูกไล่ออกจากห้องก็เดินอย่างคนอารมณ์เสียกลับไปที่ห้องของตัวเอง และก็พบว่าวันนี้เจเจมานอนด้วย ก็ดีเหมือนกันจะได้ไม่ฟุ้งซ่านคิดเรื่องบ้าๆ คนเดียว และอาจจะเป็นผมดีของผมก็ได้นะ

เจ ช่วยสอนพี่แต่งหน้าหน่อยสิ”

พี่เอาจริงดิ”

อืม เอาจริง”

ใช่ผมจริงจัง และไม่เคยจริงจังอะไรเท่านี้มาก่อน และน้องมันก็ให้ความร่วมมืออย่างดี อย่าจะลบคำสบประมาทของโฟนที่เคยว่าผมต่างๆ นานา และที่ผมจำได้แม่นคือ เขาเคยว่าผมไร้น้ำยาค่อยดูเถอะโฟน กูจะทำให้มึงถอนคำพูดให้หมด

สรุปแล้วคืนนี้เจเจก็สอนผมในเรื่องพื้นฐานในการแต่งหน้าแต่พอเริ่มดึก น้องมันก็หลับไปก่อน แต่ดึกแค่ไหนผมก็ไม่ยอมหยุดแค่นี้หรอก ยังไงก็ต้องฝึกให้ได้

******************************

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

0 ความคิดเห็น