เสน่หานิรมิต

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 666 Views

  • 1 Comments

  • 10 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    57

    Overall
    666

ตอนที่ 7 : บทที่ 6 ขอคืนดี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 80
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    22 ก.พ. 62

             ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา บัวแทบไม่ได้นอน สาเหตุก็มาจากพระเชษฐาตัวโตคนนั้นขององค์หญิงปทุมวดีนั่นเอง ก็เล่นไม่ยอมพูดดีด้วย เราจะทำยังไงล่ะทีนี้ เราจะเริ่มยังไงดีล่ะ ไม่ใช่องค์หญิงปทุมวดีตัวจริงซะด้วย คิดไม่ออกเลยว่าจะกลับไปทำตัวสนิทสนมแบบเดิมได้ยังไง นี่ก็คล้อยบ่ายของอีกวันยังคิดไม่ออกเลย เฮ้อ บัวถอนหายใจแรงเพื่อระบายความอัดอั้น

"เป็นกระไรไปหรือ เจ้าปทุมวดี"เสียงใสทักมาจากด้านหลัง ทำเอาสาวน้อยที่นั่งบนโขดหินต้องหันกลับไปมององค์หญิงจิตราวดีนั่นเอง นึกว่าใคร

"ไม่มีอันใดหรอกเพคะ"บัวปฏิเสธทั้งที่สีหน้ายังคงแสดงความวิตกชัด

"ไม่ต้องมาปดหรอกนะเจ้าปทุมวดี พี่รู้ว่าเจ้ากำลังมีเรื่องกลุ้ม มันแสดงออกมาทางสีหน้าหมดแล้ว มีอันใดก็บอกพี่มาเถิด เผื่อพี่จักช่วยคลายวิตกของเจ้าได้"องค์หญิงจิตราวดีเดินเข้ามานั่งใกล้ๆพร้อมเอามือลูบหัวขนิษฐาเบาๆ

"ข้ายอมบอกก็ได้ ว่าข้ากำลังกลุ้มใจเรื่องที่ไปเจอเจ้าพี่องค์อินทร์มาเพคะ"บัวลังเลอยู่นาน สุดท้ายก็ตัดสินใจบอกไป

"เจ้าพี่องค์อินทร์เจอเจ้าแล้วกระนั้นหรือ แล้วเป็นเช่นไรบ้าง" 

"เจอแล้วเพคะ แต่..."

"แต่...อันใดหรือ" 

"คือตอนเจอกัน ข้าจำเจ้าพี่องค์อินทร์ไม่ได้ จากนั้นเจ้าพี่องค์อินทร์ก็เลยดูเหมือนจะ...ไม่พอพระทัย ข้าก็ไม่รู้จะบอกเจ้าพี่องค์อินทร์ว่าอย่างไรเพคะ"บัวพูดอย่างไม่ปิดบัง

"เป็นเช่นนี้เอง นี่เจ้าพี่องค์อินทร์ยังไม่รู้หรอกหรือ ว่าเจ้าลืมหมดสิ้น ถึงเป็นเหตุให้ไม่พอพระทัยได้แม้แต่กับ   พระขนิษฐาองค์น้อยที่ทรงโปรดปรานองค์หญิงจิตราวดีพิจารณาเรื่องราวที่เกิดขึ้น

"คงเป็นเช่นนั้นล่ะเพคะ"บัวนั่งพยักหน้าทั้งที่หน้ายังบึ้งตึงเพราะคิดไม่ตกเรื่องเจ้าองค์อินทร์

"แต่ก่อนนั้นเจ้าพี่องค์อินทร์กับเจ้าสนิทสนมกันมากกว่าผู้ใดในสิริมันตราลัยแห่งนี้ หากแต่ครานี้จำกันไม่ได้ คงเป็นเหตุให้ไม่พอพระทัยอยู่หรอก ฮ่าๆ"องค์หญิงจิตราวดีหัวเราะออกมาราวกับพบเจอเรื่องรื่นรมย์

"เจ้าพี่จิตราวดีคงมองว่าน่าขัน แต่ข้านี่สิกลุ้มใจ" บัวปั้นหน้างอขึ้นมาทันทีพร้อมมือทั้งสองข้างก็กุมศีรษะเอาไว้ราวกับคนเครียดหนัก

"อย่าได้วิตกไปเจ้าปทุมวดี หากพูดถึงคราก่อนนี้เจ้าคงจำไม่ได้เสียแล้ว พี่จักบอกช่วยเจ้าก็แล้วกัน เมื่อครัั้งเจ้ายังเล็ก คราใดที่มีเหตุให้เจ้าพี่องค์อินทร์ไม่พอพระทัย ขนิษฐาองค์น้อยจักแอบหนีไปเก็บผลไม้สีแดงที่ริมกำแพง สิริมันตราลัยมาให้เจ้าพี่องค์อินทร์อยู่ทุกคราไป แลยามที่เจ้าพี่องค์อินทร์ได้รับผลไม้นั้น เจ้าพี่องค์อินทร์จักกลับมาเป็นดังเดิมอยู่ทุกหน ครานี้ก็เช่นกัน ลองกระทำอย่างที่เคยเป็นเจ้าดูเถิด เจ้าปทุมวดี" องค์หญิงจิตราวดีเอ่ย

"ผลไม้สีแดงหรือเพคะ" 

"เช่นนั้น แลพี่ขอให้เจ้าบรรลุดังที่เจ้าปรารถนาเถิด"องค์หญิงจิตราวดีลุกขึ้นเดินออกไป แล้วปล่อยให้ขนิษฐาองค์น้อยนั่งใคร่ครวญต่อไป

"ผลไม้สีแดงงั้นเหรอ เอาล่ะ สู้ๆนะบัว ฮึบๆ"บัวบอกตัวเองก่อนลุกขึ้นเดินเพื่อไปตามหาผลไม้สีแดง โดยที่ยังไม่รู้ว่าจะไปตามหาที่ไหนไอ้ผลไม้สีแดงที่ว่ามันหน้าตาเป็นยังไงหว่า แล้วกำแพงสิริมันตาลัยที่ว่านั่นอยู่ทางไหนเนี่ย

              บัวเดินวนเวียนหากำแพงสิริมันตราลัยแต่ก็หาทางไปไม่ถูกซะทีถามใครดีนะบัวมองหาคนที่จะช่วยตัวเองได้และเมื่อหันหน้าไปเห็นปราสาทที่เคยนอนก็พลันนึกออกขึ้นมา ใช่แล้วพระพี่เลี้ยงน่าจะช่วยเราได้

"โอ๊ย คุณพระคุณเจ้า"เทวิตาหนึ่งในพระพี่เลี้ยงขององค์หญิงปทุมวดีสะดุ้งเมื่อรู้สึกว่ามีใครบางคนมาจี้เอวจากทางด้านหลัง

"ตกใจอันใดหรือจ๊ะอิอิ"บัวเดินมาให้พระพี่เลี้ยงเห็นหน้าชัด พร้อมเผยยิ้มกว้าง

"โถ องค์หญิงเองหรือเพคะ หม่อมฉันใจหายหมด"เทวิตาเอามือทาบอก

"ข้าเอง ปทุมวดี ฮ่าๆ"บัวเข้าไปนั่งหน้าพระพี่เลี้ยง

"มีอันใดหรือเพคะองค์หญิง ไปเดินเล่นเหนื่อยแล้วหรือเพคะ"เทวิตาเอ่ยถาม

"เดินไม่เหนื่อยหรอก แต่ข้ามีเรื่องอยากให้ช่วย"บัวยื่นมือไปจับสองมือของพระพี่เลี้ยงเอาไว้

คือว่า...ข้าอยากหาผลไม้สีแดงที่มันอยู่ริมกำแพงสิริมันตราลัยมาให้เจ้าพี่องค์อินทร์ แต่ไม่รู้จะไปหาได้ยังไงดี ช่วยข้าหน่อยเถิด" 

"เช่นนั้นหรือเพคะ หม่อมฉันจักพาองค์หญิงไปหาเองเพคะ"เทวิตาอาสาอย่างเต็มใจ

"ไปกันเลย"บัวส่งเสียงอย่างดีใจ แล้วพาพระพี่เลี้ยงออกไปจากประตูปราสาท

*********************

"ผลไม้สีแดงอยู่ที่นี่เพคะองค์หญิง ออกผลพอดีเลยเพคะ"เทวิตาชี้ไปยังต้นไม้ใหญ่ที่มีลูกดกแดงเต็มต้น

"ดีจังเลย พระพี่เลี้ยงกลับไปเถิด เดี๋ยวข้าเก็บเอง"บัวบอกให้พระพี่เลี้ยงกลับไปเพราะไม่อยากรบกวนคนอื่นให้วุ่นวาย

"เช่นนั้นหรือเพคะ แต่กระนั้น แม้ว่าองค์หญิงในวัยเยาว์จักทรงปีนป่ายเก็บบ่อย แต่ครานี้องค์หญิงเจริญพระชันษาแล้วนะเพคะ หม่อมฉันเกรงว่าจักไม่เหมาะเพคะ"เทวิตาเอ่ยออกมาอย่างกังวล

"ข้าขอเถิดนะ ข้าอยากเก็บให้เจ้าพี่องค์อินทร์ด้วยตัวข้าเอง เจ้าพี่องค์อินทร์อาจจะพอพระทัยก็ได้นะที่ข้าทำเช่นนี้"บัวใช้วิธีเข้าไปเกาะแขนพระพี่เลี้ยงแล้วเขย่าอย่างประจบ

"เอ่อ เช่นนั้นก็ตามพระทัยเพคะ ทรงระวังพระองค์นะเพคะ มีอันใดเรียกทหารใกล้ๆนี้นะเพคะ"เทวิตายอมใจอ่อนจนได้ สุดท้ายก็ปล่อยให้องค์หญิงปทุมวดีได้ทำตามใจ 

"ว่าแต่จะเก็บยังไงดีนะ ปีนเก็บก็ไม่เคยปีนซะด้วย แต่คงต้องลองดู เอาล่ะวะ"บัวพูดกับตัวเองเบาๆหลังจากพระพี่เลี้ยงเดินห่างออกไป และสุดท้ายก็เริ่มปีนป่ายขึ้นไปบนต้นผลไม้สีแดง

"เฮ้อ ทำไมเหนื่อยขนาดนี้นะ นี่ถ้าเก็บไปให้แล้วพี่ชายไม่หายงอนนะคอยดู หึ"บัวบ่นไปขณะที่พยายามปีนกิ่งไม้อย่างทุลักทุเล เกิดมายังไม่เคยทำกลับมาต้องทำ เฮ้อ

เมื่อปีนต้นไม้ได้สูงขึ้นแล้ว บัวก็พยายามยื่นมือไปเก็บผลไม้สีแดงที่อยู่ตรงหน้า และตอนนี้ก็ได้พยายามยื่นมือไปสุดแขน โดยที่มีอีกมือจบกิ่งไม้ไว้อย่างไม่ถนัดนักฮึบฮึบ อีกนิดเดียว

"โอ๊ย!"บัวร้องอุทานเสียงดัง เมื่อรู้สึกว่าขณะเอื้อมเก็บผลไม้สีแดงอยู่ในมือ กลับรู้สึกเหมือนลื่นจากต้นไม้และตกลงสู่พื้นดินด้านล่าง

"อุ้ย"บัวที่กำลังหลับตาปี๋ต้องตกใจอีกครั้งกับสิ่งที่ตัวเองรู้สึกได้ภายใต้ความมืดมิด เอ๊ะ เมื่อกี้เราหล่นมาจากต้นไม้นี่นา ทำไมเหมือนมีอ้อมแขนใครมารับไว้ แต่จำได้ว่าใต้ต้นไม้นี่ไม่มีใครนี่ หรือว่าจะตายไปแล้ว

"ลืมตาได้แล้วเจ้าปทุมวดี"บัวได้สติกลับมาอีกครั้งเมื่อเสียงนุ่มลึกของใครบางคนมาแตะโสตประสาท

บัวค่อยๆลืมตา ภาพตรงหน้าที่เห็นตอนนี้คือเจ้าพี่องค์อินทร์สุดหล่อกำลังมองลงมาที่เธอ ตอนนี้เราก็กำลังอยู่ในอ้อมกอดเขาอีกแล้วเหรอ

"เจ้าพี่องค์อินทร์"บัวเผลอหลุดปากเรียกอย่างไม่รู้ตัว

"หึ ถึงกับต้องทำเช่นนี้เลยหรือเจ้าปทุมวดี"องค์ชายอินทระมองมายังขนิษฐาที่ยังอุ้มกอดไว้แน่น

"เอ่อ ข้าว่า...เจ้าพี่องค์อินทร์ปล่อยข้าลงก่อนเถอะนะเพคะ"บัวในร่างขององค์หญิงปทุมวดีพูดออกมาทั้งที่หัวใจเต้นแรง ถ้าขืนอยู่นานกว่านี้ เราคงหัวใจวายแน่

"เป็นกระไรไปเล่า หรือเจริญชันษาแล้วเขินอายพี่เช่นนั้นรึ"องค์ชายอินทระเห็นท่าทีเขินอายของขนิษฐาจึงได้ก้มหน้าเข้ามาใกล้คล้ายเย้าแกล้ง

"เจ้าพี่จะทำอันใดเพคะ"บัวมุดหน้าลงต่ำ แก้มนวลก็เริ่มเปลี่ยนสีเป็นแดงก่ำ พอแล้ว  หยุดนะ อย่าทำอะไรไปมากกว่านี้เลยบัวได้แต่ภาวนาในใจ

"ฮ่าๆ พอแล้วก็ได้"องค์ชายอินทระตัดสินใจปล่อยหญิงสาวในก้อมแขนลงพื้นทั้งที่ใจยังรู้สึกติดใจในท่าทีของขนิษฐาที่เปลี่ยนไปอย่างผิดวิสัย เจ้าเปลี่ยนไปไม่เหมือนก่อนแล้วหรือเจ้าปทุมวดี หรือเป็นด้วยเจ้าเจริญชันษาเป็นสตรีเต็มตัว พี่แคลงใจยิ่งนัก

"ขอบพระทัยเพคะเจ้าพี่องค์อินทร์" ตอนนี้บัวได้ยืนอยู่กับพื้นโค้งก้มเพื่อแสดงความขอบคุณ แต่บัวก็ยังคงรักษาระยะห่างเอาไว้พอให้ตัวเองหายใจได้สะดวกอะไรเนี่ย พอใกล้เขาจริงๆกลับไม่กล้ามอง ไม่กล้าไปหมด มันเหมือนกำลังแพ้เสน่ห์เขาซะงั้น แล้วแบบนี้จะไปทำตัวสนิทสนมกับเขาได้ยังไงกัน

"เจ้าปทุมวดี บอกพี่ได้หรือไม่ เหตุใดเจ้าจึงแอบมาปีนป่ายเก็บผลไม้แดงอยู่คนเดียวเช่นนี้"องค์ชายอินทระแกล้งถามทั้งๆที่เดาได้ไม่ยากว่านี่เป็นการขอคืนดีของขนิษฐาองค์น้อยที่เคยทำเป็นวิสัย

ข้าก็แค่อยากจะเก็บเอาให้เจ้าพี่องค์อินทร์เพคะบัวพูดตามบทน้องสาวง้อพี่ชาย

เมื่อเจ้าพลีกายเพื่อการนี้ เห็นทีพี่คงจักต้องยอมองค์ชายอินทระก้มมองผลไม้สีแดงที่เจ้าตัวกำแน่นตั้งแต่ตกลงมาจากต้นไม้ จากนั้นก็ได้ดึงมือหญิงสาวมาใกล้ปากหยัก

บัวอยากดึงมือกลับมาไว้กับตัว แต่เธอก็จำต้องฝืนทำไปเพื่อให้แนบเนียน แต่ในใจของเธอก็กำลังแย่ที่ถูกหนุ่มหล่ออย่างเจ้าองค์อินทร์มาอ่อยต่อหน้าต่อตาแบบนี้ แล้วมีหรือที่บัวจะไม่หวั่นไหว โอ๊ย เอาอีกแล้ว หยุดทำแบบนี้ซะทีได้ไหมคุณพี่ชาย คนที่ไม่ใช่น้องสาวตัวจริงกำลังละลายอยู่ตรงนี้แล้วรู้ไหมคะ

"พี่ได้เห็นเจ้าปีนป่ายต้นรวีมันตรานั่น แม้ว่าเจ้าไม่คล่องเหมือนคราเจ้ายังเล็ก แต่ก็ดูเจ้าเก็บผลรวีมันตราอย่างตั้งใจ เช่นนี้แล้วจักให้พี่ยังถือโทษเจ้าได้อย่างไรเล่า พี่ไม่ถือโทษเจ้าแล้ว เจ้าปทุมวดี"องค์ชายอินทระมองขนิษฐาด้วยสายตาอันทรงเสน่ห์ ก่อนจะงับผลไม้แดงในมือขนิษฐาและเมื่อเคี้ยวจนหมด ปากก็ยิ้มละมุนให้คนที่กำลังยืนตัวแข็งทื่อ

"ผลไม้ลูกสีแดงนี่เรียกว่าผลรวีมันตราหรือเพคะ  ชื่อไพเราะซะจริง"เมื่อได้โอกาสบัวจึงรีบดึงมือกลับมาพร้อมกับพูดเบี่ยงเบนความสนใจของตัวเองจากความหวั่นไหวที่เกิดขึ้นและหวังปัดความเขินอายในใจออกไป

"หึ ดูเถิดความจำสูญสิ้นไป แม้แต่ชื่อผลไม้ที่เจ้าเรียกขานชื่อเองยังจำไม่ได้กระนั้นหรือ"องค์ชายอินทระลูบศีรษะของขนิษฐาอย่างเอ็นดู

"เจ้าพี่รู้แล้วหรือเพคะว่าข้าสูญเสียความทรงจำไป" บัวเลิกคิ้วถามอย่างสงสัย

"เช่นนั้น พี่ทราบความจากท่านแม่แล้ว"องค์ชายอินทระตอบกลับพร้อมกับรอยยิ้ม

ถ้าในเมื่อเจ้าพี่หายโกรธข้าแล้ว แล้วก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับข้า ข้าคงต้องขอตัวไปก่อนนะเพคะบัวพูดจบก็รีบหันหลังเดินจากองค์ชายอินทระในทันที

              องค์ชายอินทระยืนมองขนิษฐาองค์น้อยเดินไปจนลับตา พลันภายในใจก็คิดบางอย่าง ครานี้พี่เห็นเจ้าแปลกไปยิ่งนักเจ้าปทุมวดี พี่รู้สึกเหมือนเจ้ากลับกลายเป็นสตรีเต็มตัว มีจริตจะก้านแผกไปจากเดิมไม่น้อย ครั้งวัยเยาว์เจ้าดูซุกซนแข็งแกร่งราวกับเป็นชาย เจ้าเป็นเพื่อนเล่นกับพี่ได้ แต่พอเป็นหญิงสาวเจ้ากลับดูบอบบาง ช่างดูน่าถะนุถนอมการพูดการจาก็เปล่งภาษาที่ฟังแล้วแปลกราวกับคนละคน แต่เอาเถิด พี่เข้าใจว่าทุกอย่างคงเปลี่ยนไปได้ตามกาลเวลาแต่ไม่ว่าอย่างไรเสีย พี่ยินดียิ่งนักที่เจ้ากลับมาเจ้าปทุมวดี


จบตอนจ้า

วิธีง้อแบบนี้ช่างอันตรายต่อหัวใจดวงเล็กๆของบัวมาก

เพราะความหวั่นไหวในใจของบัวได้เกิดขึ้นแล้ว

นี่แค่เริ่มต้นนะ ต่อไปจะทำให้บัวต้องหวั่นไหวขนาดไหน

มาติดตามกันไปยาวๆน้า ^^ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

0 ความคิดเห็น