เสน่หานิรมิต

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 668 Views

  • 1 Comments

  • 10 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    59

    Overall
    668

ตอนที่ 8 : บทที่ 7 ชายผู้มีเจ้าของ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 109
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    17 ก.พ. 62

              เช้าวันนี้บัวในนามองค์หญิงปทุมวดีต้องเตรียมตัวเพื่อเข้าเฝ้าเจ้าเมืองสิริมันตราปุระและอินทุเทวี ซึ่งพระโอรสและธิดาจะต้องพร้อมเพรียงเข้าเฝ้าทุกเช้าตามธรรมเนียมปฏิบัติของสิริมันตราปุระ ภารกิจครั้งนี้ก็ทำเอาบัวตื่นเต้นไม่น้อยกับสิ่งที่ยังไม่ค่อยคุ้น แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี  โดยมีองค์หญิงจิตราวดีผู้เป็นพระเชษฐภคินีคอยสั่งสอน

              หลังจากเข้าเฝ้าพระบิดาพระมารดาแล้ว  สองดรุณีน้อยก็พากันเดินออกมาจากปราสาท พร้อมด้วยข้าบริพารที่เดินตามมาไม่ห่าง แต่ระหว่างที่เดินบัวก็เผลอสอดส่ายสายตามองหาบางคนที่เธอยังไม่ได้เจอหน้า ว่าแต่เช้านี้ยังเราไม่เห็นเจ้าพี่องค์อินทร์สุดหล่อเลย เขาไปไหนของเขานะ ตอนเข้าเฝ้าฯก็เห็นจะมีแต่องค์ชายวัชระ องค์หญิงจิตราวดี ขาดก็แต่เขานั่นแหละ

"เป็นกระไรไปหรือ เจ้าปทุมวดี ดูเหมือนเจ้ากำลังมองหาอะไร"องค์หญิงจิตราวดีเอ่ยทักขึ้นเมื่อสังเกตเห็นท่าทีแปลกของขนิษฐา

"เอ่อ ไม่มีอะไรหรอกเพคะ พอดีข้าก็แค่กำลังคิดว่าหลังจากเจอท่านพ่อท่านแม่แล้ว ข้าจะไปเดินเล่นที่ไหนดี"บัวพูดแก้ตัวทันควัน จะให้บอกได้ยังไงกันล่ะเพคะ ว่ากำลังชะเง้อหาใครบางคน

"หึ นึกว่าเจ้าจักมองหาพี่ซะอีก"เสียงกังวานคุ้นหูดังมาจากด้านหลัง เจ้าองค์อินทร์!

"เจ้าพี่ไปที่ใดมาหรือเพคะ ข้าไม่เห็นเจ้าพี่เข้าเฝ้าฯ"องค์หญิงจิตราวดียิ้มทักทายพร้อมเอ่ยกับพระเชษฐา

"พี่ได้แจ้งแก่ท่านพ่อท่านแม่แล้วว่าพี่มีหน้าที่จักต้องทำจึงไม่ได้เข้าเฝ้าฯ หน้าที่นั้นคือเตรียมเรือพายสำหรับเจ้าปทุมวดีอย่างไรเล่า"องค์ชายอินทระเอ่ยวาจาพร้อมกับหันไปยังเจ้าทุมวดีตัวน้อยที่ตอนนี้กำลังยืนนิ่งเงียบ

"เจ้าพี่องค์อินทร์เตรียมเรือพายสำหรับเจ้าปทุมวดีหรือเพคะ เช่นนั้นแล้ว เจ้าพี่จักพาองค์หญิงน้อยไปพายเรือที่ใดหนอ"องค์หญิงจิตราวดีแกล้งหยอก

              บัวแอบยืนฟังอยู่เงียบๆ เธอได้แต่ยืนคิดในใจอย่างหวั่นๆ เอาอีกแล้ว ต้องไปอยู่ใกล้ๆเขาอีกแล้วเหรอเนี่ย นี่ถ้าหากต้องอยู่ใกล้กันแบบเมื่อวาน แย่แน่ๆเลยเรา คนอะไรเสน่ห์เหลือร้ายเป็นที่สุด ทำเอาคนอย่างบัวที่ไม่เคยหวั่นไหวกับผู้ชายคนไหน ต้องมาหัวใจเต้นแรงไปด้วยแบบนี้

"เราจักพาเจ้าปทุมวดีไปสระบงกชข้างหลังปราสาท  ว่าแต่เจ้าปทุมวดีจักไปกับพี่หรือไม่"องค์ชายอินทระหันไปทักหญิงสาวที่ยืนนิ่งไม่เอ่ยคำใดออกมา

"หืม ในเมื่อเจ้าพี่องค์อินทร์ทำให้เช่นนี้ จักไม่ไปได้อย่างไรเล่า เจ้าปทุมวดี"

"เพคะ แล้วเจ้าพี่จิตราวดีไปด้วยกันหรือไม่เพคะ"บัวตัดสินใจรับคำด้วยความจำยอม แต่บัวก็อยากหาใครไปเป็นเพื่อนด้วย เพื่อที่เธอจะได้ไม่ต้องอยู่กับเจ้าองค์อินทร์เพียงลำพัง

"พี่จักต้องไปเตรียมดอกไม้ถวายท่านแม่ เจ้าไปกับเจ้าพี่องค์อินทร์เถิด"

เพคะเจ้าพี่จิตราวดีบัวได้แต่ก้มหน้าจ๋อยรับ  

ข้าจักต้องขอตัวก่อนนะเพคะ เจ้าพี่องค์อินทร์องค์หญิงจิตราวดีได้หันไปบอกพระเชษฐาที่ยืนอยู่ข้างๆ

ไปเถิด แล้วเจอกัน

จากนั้นองค์หญิงจิตราวดีเดินไปพร้อมข้าบริพารทั้งหมด จนตอนนี้มีเพียงคนสองคน....

"มาเถิดเจ้าปทุมวดี พี่จักพาเจ้าไปสระบงกชที่ที่เจ้าเคยโปรดปราน"องค์ชายอินทระเริ่มออกเดินนำ

"เพคะ"บัวเดินตามหลังองค์ชายอินทระไปเงียบๆ ระหว่างนั้นบัวแอบมองแผนหลังกว้างพลางในใจของเธอก็เฝ้าภาวนาขอให้ตัวเองพยายามควบคุมความหวั่นไหวของตัวเองให้ได้

           เมื่อมาถึงสระบงกช บัวก็ได้เห็นดอกบัวที่แข่งกันชูช่อ ทั้งบัวตูมบัวบาน ยังมีหมู่ภมรที่บินว่อน ทำให้สระบงกชแห่งนี้เต็มไปด้วยสุนทรียภาพที่งดงาม ความสวยงามของบรรยากาศโดยรอบทำให้บัวยืนชมอย่างเพลิดเพลิน แม้วันก่อนได้เคยเดินมาชมแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกว่าไม่สวยเท่านี้เลย คงเป็นเพราะได้มองเต็มตามากขึ้นด้วยละมั้ง

"ดูเจ้ายังคงโปรดปรานไม่เปลี่ยนเลย เช่นนั้นแล้ว เจ้าลงเรือมาเถิด พี่จักพาเจ้าไปชมให้สมใจ"องค์ชายอินทระหลีกทางเพื่อให้ขนิษฐาองค์น้อยเดินลงเรือสะดวกพร้อมยื่นมือเพื่อรอรับมือนุ่มและประคองลงเรือ

"ไม่เป็นไรเพคะ"บัวบอกปฏิเสธเมื่อรู้ว่าต้องใกล้ชิดแตะเนื้อต้องตัวกัน อย่าให้ต้องใกล้ชิดมากกว่านี้เลยเพคะ บัวไม่ใช่น้องสาวขององค์ชาย แล้วยิ่งอ่อนโยนกับบัวแบบนี้ บัวว่ามันคงไม่ดีแน่ๆเพคะ’ 

"หึ เจ้าปทุมวดี ตั้งแต่กลับมาดูเจ้าระวังเนื้อระวังตัวกับพี่นัก เขินอายพี่เช่นนั้นหรือ แต่เอาเถิด พี่ว่าพี่คงจักต้องมองเจ้าเสียใหม่ ถึงแม้ครั้งก่อนเราสนิทสนมกันมาก ครานี้น้องของพี่คงเจริญชันษาแล้ว คงต้องวางตัวให้สมกับที่เป็นอิสตรีเป็นธรรมดา"องค์ชายอินทระยอมลดมือที่ยื่นรับมือน้อยๆลง พร้อมพูดอย่างพยายามทำความเข้าใจ

บัวไม่ตอบอะไรเพียงแต่ยิ้มรับแล้วก้มหน้า จากนั้นบัวก็ค่อยๆก้าวย่างลงเรืออย่างระมัดระวัง แต่มันไม่ง่ายเลย เพราะด้วยผ้าถุงผืนงามที่กรุยกรายระพื้นและต้องยืนบนเรือที่โคลงเคลง ทำให้บัวก้าวยากขึ้นไปอีก

"โอ๊ย"บัวย่างลงเรือแต่ก้าวพลาดแล้วกำลังเซล้มลงแต่ทันใดนั้นก็มีมือแกร่งดึงรั้งแขนไว้ทัน

"ถึงแม้ว่าพี่เป็นบุรุษ แต่เจ้าปทุมวดีจงเชื่อพี่เถิดว่าทุกคราที่ใกล้ชิดหรือแตะตัวเจ้านั้น พี่ก็เพียงหวังให้เจ้าไร้ภยันตรายก็เท่านั้น เช่นครั้งนี้เจ้าก็อย่าได้วิตกไป"องค์ชายอินทระบอกกับคนที่ดูเหมือนยังไม่อยากให้เขาได้แตะเนื้อต้องตัวเพื่อเข้าช่วยประคอง

"ข้าเข้าใจแล้วเพคะ ขอบพระทัยเพคะ"บัวยอมรับตามที่องค์ชายอินทระบอกมา แล้วเธอก็ยอมให้เขาประคองลงเรือโดยง่าย

หลังจากบัวลงนั่งในเรือ เธอก็สอดส่ายสายตามองทัศนียภาพโดยรอบราวกับกำลังดื่มด่ำกับธรรมชาติ หากแต่ในใจของบัวกลับนึกถึงเรื่องอื่น เรื่องนั้นคือบัวพยายามบอกตัวเองให้ทำใจเรื่องที่ต้องใกล้ชิดกับเจ้าองค์อินทร์ แม้ว่าบัวไม่อยากเข้าใกล้เจ้าองค์อินทร์ที่เธอแอบหวั่นไหว แต่บัวก็ได้รู้แล้วว่าถึงจะหนีไปก็คงไม่มีอะไรดีขึ้น ดีไม่ดีอาจจะทำให้ถูกจับพิรุธได้ในสักวันว่าเธอไม่ใช่น้องสาวตัวจริง! บัวจึงคิดจะเริ่มใหม่ในบทบาทน้องสาวที่ยังคงความสนิทสนมกับพี่ชายเอาไว้เช่นเดิม แต่ก็จะพยายามรักษาระยะห่างเอาไว้

"เจ้าพี่เพคะ เมื่อก่อนข้าชอบที่นี่มากเลยหรือเพคะ"บัวตัดสินใจเอ่ยขึ้น หลังจากนั่งเงียบนิ่งนาน

"พี่เห็นนั่งนิ่งปานศิลา พี่ก็นึกไปว่าเจ้าจักไม่ยอมพูดอันใดกับพี่เสียแล้ว"องค์ชายอินทระยิ้มหยอกพร้อมกับมองมายังขนิษฐาด้วยแววตาเจือความรักความเอ็นดู

"ก็ข้าชมดอกบัวเพลินนี่เพคะ เดี๋ยวข้าว่าข้าหาอะไรให้เจ้าพี่เสวยดีกว่า"บัวยิ้มรับพร้อมกับมือหนึ่งดึงฝักบัวที่อยู่ใกล้เรือมาหนึ่งฝัก

"เม็ดบัวเพคะ ข้าชอบมาก เห็นทีไรต้องแกะกินทุกที รสดีนักเพคะ"บัวเผลอพูดอย่างลืมตัวในระหว่างที่กำลังแกะเม็ดบัวแล้วยื่นให้องค์ชายอินทระ

"เช่นนั้นหรือ พี่จำได้ว่าคราเจ้ายังเยาว์ เจ้าไม่ชอบมันเอาเสียเลย"องค์ชายอินทระวางไม้พายลงแล้วยื่นมือรับเม็ดบัวที่ขนิษฐายื่นให้ หากแต่ในใจก็รู้สึกแปลก ความจำที่สูญสิ้นไป ทำให้เจ้าจำสิ่งที่ไม่โปรดมาเป็นสิ่งที่โปรดได้ด้วยกระนั้นหรือ แปลกนักเจ้าปทุมวดี

"งั้นเหรอเพคะ สงสัยว่าข้าคงจำผิดไป แต่พอข้าได้กินครานี้ มันทำให้ข้าชอบซะแล้วล่ะเพคะ"บัวพูดแก้ตัวไป  น้ำขุ่นๆ

"เช่นนั้นหรือ"องค์ชายอินทระพยักหน้าตอบรับด้วยสีหน้านิ่งเฉย หากแต่ใจก็ยังครุ่นคิด เจ้าแปลกไปมากจริงๆ เจ้าปทุมวดี

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนแสงแดดเริ่มแรง ทำให้อากาศร้อนมากขึ้น องค์ชายอินทระจึงพาขนิษฐากลับขึ้นฝั่ง และในเวลานี้บัวก็ได้เริ่มวางตัวผ่อนคลายมากขึ้นจากการพยายามทำตัวเหมือนน้องสาวที่อยู่กับพี่ชาย แม้ว่าหัวใจเต้นแรงมากก็ตาม

"ข้าชอบมากเลยเพคะ ครั้งหน้าเจ้าพี่องค์อินทร์พาข้ามาอีกนะเพคะ"บัวพูดอย่างสนิทสนมและพยายามทำตัวให้เป็นธรรมชาติ บัวจะพยายามผ่อนคลาย ผ่อยคลาย…’

"ได้สิ แต่เพลานี้เรากลับกันก่อนเถิด มาทางนี้พี่จักนำไป"องค์ชายอินทระเอ่ยพร้อมเดินนำไปทางอุทยาน

            ยามนี้องค์ชายอินทระรู้สึกยินดียิ่งที่ขนิษฐาองค์น้อยกลับคืนมา แม้ว่าองค์ชายอินทระรับรู้ได้ว่าเจ้าปทุมวดีแผกไป แต่ก็ยังสร้างความปิติให้ผู้เป็นพระเชษฐาได้ไม่น้อย สีหน้าฉายแววแห่งความอิ่มเอมใจอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนได้ปรากฏให้อีกคนได้เห็น...

"เจ้าพี่องค์อินทร์ประทับอยู่ที่นี่เองหรือ เหตุใดจึงแย้มพระโอษฐ์ราวกับทรงสำราญพระราชหฤทัยเช่นนั้น   แล้วสตรีนางนั้นเล่าเป็นผู้ใดกันองค์หญิงบุษบันแอบมองพระคู่หมั้นอย่างร้อนใจ พลางสายตาก็จับจ้องไปที่สตรีร่างอรชรอย่างไม่วางตา สตรีผู้นั้นงามยิ่งนัก งามจนข้าเองยังต้องเหลียวมอง แต่งองค์ทรงประดับก็ราวกับเป็นพระธิดาผู้สูงศักดิ์ หรือสตรีผู้นี้จักเป็นเจ้าปทุมวดี!’

"สตรีผู้นั้นคือองค์หญิงปทุมวดีเพคะ สิ่งที่ปรากฏก็เป็นดั่งที่หม่อมฉันทราบความมาเพคะว่าเจ้าองค์อินทร์ทรงพระเกษมสำราญยิ่ง ด้วยเพราะองค์หญิงปทุมวดีหวนคืนคอนเพคะ"ข้าบริพารคนสนิทกล่าวทูล

"เช่นนี้เองหรอกหรือ เจ้าปทุมวดีเป็นเหตุให้เจ้าพี่องค์อินทร์ทรงพระสำราญจนลืมข้ากระนั้นหรือองค์หญิงบุษบันเปล่งเสียงออกมาอย่างน้อยใจ ด้วยเพราะตนต้องเฝ้าปรนนิบัติผู้เป็นบิดาที่ป่วยหนักและต้องการองค์ชายอินทระมาอยู่เคียงข้างในยามทุกข์ใจ แต่ผู้เป็นพระคู่หมั้นกลับหายไปจนกระทั่งได้เห็นในเพลานี้...

องค์หญิงบุษบันทนยืนมองอยู่ได้ไม่นาน สุดท้ายความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจก็บีบให้ต้องเดินออกจากพุ่มไม้ไปหาคนที่กำลังกล่าวถึง

"ข้ายินดียิ่งนักที่เจ้าปทุมวดีกลับคืนมา ข้าไม่นึกเลยว่าเจ้าปทุมวดีเจริญชันษาแล้วจักงามแปลกตาเช่นนี้"องค์หญิงบุษบันเดินเข้ามาทัก

 บัวที่เดินก้มหน้าก้มตาต้องเงยขึ้นมามองตามเสียง แล้วบัวก็ต้องมองตาค้าง นี่ใช่ผู้หญิงวันก่อนที่ยืนกอดกับเจ้าองค์อินทร์นี่นา ดูใกล้ๆแล้วสวยมาก ว่าแต่เขาเกี่ยวข้องกับองค์หญิงปทุมวดียังไงอีกเนี่ย

"เจ้าปทุมวดีจำองค์หญิงบุษบันได้หรือไม่"องค์ชายอินทระถามขนิษฐาที่กำลังยืนนิ่ง

"เอ่อ ข้าจำไม่ได้เลย ข้าขออภัยจริงๆ" 

"เจ้าปุทมวดีจำข้าไม่ได้หรอกหรือ"องค์หญิงบุษบันถามด้วยความแปลกใจ

"เช่นนั้น เจ้าปทุมวดีเกิดเหตุให้ความจำหายสิ้น อย่าได้ถือโทษนางเลย"องค์ชายอินทระแก้ต่างแทน

"เพคะเจ้าพี่องค์อินทร์ หากเป็นเช่นนั้นข้าคงไม่ถือโทษนาง เพียงแต่เวทนานางนักเพคะ"องค์หญิงบุษบันจงใจแสดงบทบาทของนางผู้แสนดีต่อหน้าองค์ชายอินทระ

เอาเถิด แม้นลืมไปก็รู้จักได้อีก สตรีผู้นี้มีนามว่าองค์หญิงบุษบัน ผู้เป็นธิดาเชื้อพระวงศ์แห่งสิริมันตราปุระ

แลเป็นพระคู่หมั้นของเจ้าพี่องค์อินทร์…” 

"เพคะ"บัวตอบเพียงสั้นๆ แต่ก็แอบมองท่าทีและแววตาขององค์หญิงที่เพิ่งรู้จักจนบัวรู้สึกได้ถึงรังสีแปลกในแววตานั้น บัวก็รับทราบแล้วว่าเป็นคู่หมั้น แล้วทำไมยังมองมาเหมือนต้องการบ่งบอกว่าหวงเจ้าองค์อินทร์นักนะ นี่แค่น้องสาวนะคะไม่ใช่กิ๊กเจ้าองค์อินทร์ซะหน่อย สงสัยเราต้องระวังผู้หญิงคนนี้ซะหน่อยแล้ว

"ยินดียิ่งนักที่เจ้าปทุมวดีตอบรับข้าเช่นนี้ หากแต่เพลานี้ข้ามาตามหาเจ้าพี่องค์อินทร์ แลจักพาเจ้าพี่ไปดูแลท่านพ่อข้าที่ป่วยหนัก เจ้าคงไม่ว่ากระไรข้านะเจ้าปทุมวดี"องค์หญิงบุษบันเชิดหน้าอย่างเย่อหยิ่ง ก่อนจะเดินเข้าไปควงแขนองค์ชายอินทระอย่างหวงแหน

"เราจักต้องพาเจ้าปทุมวดีไปส่งที่ปราสาทก่อน แล้วจักกลับมา"องค์ชายอินทระขอผัดผ่อนเพราะยังเป็นห่วงหากขนิษฐาที่ต้องเดินกลับปราสาทคนเดียว

"แต่เจ้าพี่องค์อินทร์เพคะ ข้าอยากให้เจ้าพี่ไปหาท่านพ่อในเพลานี้ ท่านพ่อถามหาแต่เจ้าพี่ไม่ได้หยุดหย่อน"องค์หญิงบุษบันอ้อนวอน

"ไปกับองค์หญิงบุษบันเถิดเพคะ ข้ากลับเองได้ ข้าขอตัวก่อนนะเพคะทั้งสองพระองค์"

เมื่อบัวพูดจบ เธอก็หันหลังรีบเดินออกไปทันที ในเวลานี้บัวอยากเดินออกไปให้เร็วที่สุด เพราะเธอไมได้อยากเป็นกขคของใคร ที่สำคัญหัวใจของบัวกลับเต้นระรัวแปลกๆเมื่อได้รู้ว่าเจ้าองค์อินทร์มีเจ้าของเป็นตัวเป็นตน  เธออยากหลบมาคนเดียวเงียบๆเพื่อถามตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้นกับหัวใจดวงน้อยๆกันแน่

องค์ชายอินทระได้แต่หันมองตามเจ้าร่างบางอย่างรู้สึกเป็นห่วง แม้ว่าพระองค์อยากตามไปแค่ไหนแต่สุดท้ายก็จำต้องปล่อยไปอยู่ดี

"ไปเถิดเพคะเจ้าพี่องค์อินทร์"องค์หญิงบุษบันควงแขนคนข้างๆแล้วพาเดินไป...


เรื่องราวที่เพิ่งผ่านไปเมื่อครู่ ทำให้หัวใจทั้งสามดวงครุ่นคิด

เจ้าองค์อินทร์ : "เจ้าปทุมวดี ให้อภัยพี่เถิดนะที่ปล่อยเจ้าเดินกลับเพียงคนเดียว แล้วพี่จักกลับไปดูแลเจ้า รอพี่เถิด"

องค์หญิงบุษบัน: "นี่มันกระไรกัน คราเจ้าปทุมวดีกลับมา ทำให้เจ้าพี่สนใจนางจนลืมข้าเลยกระนั้นหรือ เจ้าปทุมวดีเองก็ดูท่าทางแปลกไปอย่างกับคนละคน จากเด็กสาวท่าทางซุกซนเล่นดูราวกับเป็นชาย แต่เหตุใดกลับมาครานี้ ถึงดูอ่อนหวานอ่อนโยนน่าทะนุถนอมไปเสียได้ ทั้งท่าทางการพูดจาก็ดูแปลกแผกไป ข้าคลางแคลงใจยิ่งนัก"

บัว: โธ่เอ๊ย บ้าจริง ที่หัวใจเต้นแรงเพราะกำลังอกหักสินะ  เราเผลอไปหลงเสน่ห์คนที่มีเจ้าของได้ไงเนี่ย นี่แค่ยังไม่ทันได้หลงอะไรมากก็กลายอกหักเฉยเลยเรา แต่ก็อย่างว่านะงานดีขนาดนั้นจะเหลือรอดได้ไง ทีนี้ก็เหลือแต่ทำใจและห้ามใจสินะ เราต้องทำได้ เราจะต้องทำให้ได้ เพราะเรามาอยู่ที่นี่ก็แค่ในฐานะน้องสาวของเขาเท่านั้น ที่สำคัญเขาก็มีเจ้าของแล้วด้วย จำไว้นะบัว!’


จบตอนจ้า 

ชัดเจนเลยว่าบัวตกหลุมรักคนมีเจ้าของเข้าเต็มๆ 

เจ้าของก็ดูเหมือนจะหวงมากด้วย

บัวต้องทำใจยังไงนะ 

แล้วเรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป มาติดตามกันต่อจ้า ^^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

0 ความคิดเห็น