เสน่ห์ร้ายเพทุบายรัก (สำนักพิมพ์ชูการ์บีท)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 329,069 Views

  • 837 Comments

  • 2,893 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,016

    Overall
    329,069

ตอนที่ 15 : บทที่ 3.3 เธอคือเงา (รีไรต์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15525
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    20 ม.ค. 62



บทที่ 3.3 

เธอคือเงา



“เลขาฯ รองประธานบริษัทเหรอคะ!

ภัสสรแปลกใจกับตำแหน่งที่สาธิตบอกมา เมื่อเธอนั่งคุยสัมภาษณ์งานจนเสร็จสิ้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องทัศนคติ ครอบครัว และภาษาอังกฤษซึ่งเธอพูดคุยได้ในระดับที่ดี แทบจะไม่ได้คุยถึงเรื่องการเรียนและงานเลยด้วยซ้ำ

“หนูพัดสนใจไหม ตอนนี้มีตำแหน่งนี้ว่างอยู่ ไม่ต้องห่วงว่าจะทำไม่ได้นะ เพราะปกติทางโรงแรมก็มีเลขานุการส่วนอยู่แล้ว หนูพัดเรียนรู้งานไม่นานก็น่าจะทำได้ เพราะงานในส่วนของหนูคือทำตามที่ท่านรองประธานสั่งเท่านั้น”

“อืม...” เธอชั่งใจอยู่เพียงครู่ แล้วเอ่ยขึ้นมา “ถ้าคุณสาธิตว่าอย่างนั้น พัดจะลองทำดูก็ได้ค่ะ”

“ดีมาก คนสู้งานยังไงก็ต้องทำได้” สาธิตให้กำลังใจ

“แล้ววันนี้พัดต้องทำอะไรบ้างคะ”

“วันนี้หนูพัดไปที่ฝ่ายบุคคลจัดการกับเอกสารก่อน แล้วเขาก็จะได้พาไปรู้จักแผนกต่างๆ รวมทั้งสถานที่ภายในโรงแรมนี้ พรุ่งนี้ค่อยไปพบกับท่านรองประธานเพื่อเริ่มงานกัน”

“เอ่อ ค่ะ ขอบคุณคุณสาธิตมากนะคะที่เมตตาพัด” ภัสสรนึกจินตนาการว่าท่านรองประธานน่าจะอายุพอๆ กับคุณสาธิต แต่ไม่รู้จะใจดีเหมือนคนตรงหน้านี้หรือเปล่า

“โอ๊ย ไม่ต้องขอบคุณหรอก พอดีท่านรองประธานต้องการเลขาฯด่วนน่ะ เห็นว่างานยุ่งมาก” สาธิตบอกเธอด้วยสีหน้ายิ้มๆ

“แล้วมีคนมาสมัครเยอะมั้ยคะ” เธอชักเริ่มงงๆ เพราะสาขาที่เรียนมาก็ไม่ค่อยตรงกับงานนัก ทำไมเขารับง่ายจัง

“พอดีว่าท่านรองประธานเพิ่งส่งเรื่องมาตอนที่หนูมาสมัครงานพอดี ท่านก็เร่งมา ฉันเห็นว่าหน่วยก้านหนูพัดคล่องแคล่วดีก็เลยลองดู แต่ยังไงก็ต้องผ่านโปรสามเดือนให้ได้ล่ะ” เขาหมายถึงโปรเบชัน ซึ่งเป็นช่วงระยะเวลาการทดสอบงานสามเดือน จากนั้นจึงจะบรรจุผู้ผ่านงานเป็นพนักงานของบริษัท

“ค่ะ พัดจะพยายามให้เต็มที่เลย” เธอบอกเขา จากนั้นจึงยกมือไหว้ขอบคุณแล้วเดินตามพนักงานสาวคนหนึ่งที่สาธิตโทร.เรียกมาพาเธอไปที่ฝ่ายบุคคล

หลังพูดคุยกับหัวหน้าฝ่ายบุคคคลซึ่งเป็นชายสูงวัยในห้องส่วนตัวแล้ว เธอก็ออกมานั่งกรอกเอกสารพวกสัญญาจ้างงาน ประวัติส่วนตัวกับพนักงานสาวคนหนึ่ง เนื่องจากเธอเตรียมเอกสารทุกอย่างพร้อมเลยเสร็จเรียบร้อยในเวลาไม่นานนัก จากนั้นก็เดินตามหญิงวัยกลางคนที่ชื่อปานจิต หนึ่งในแผนกบุคคล ไปทำความรู้จักกับสถานที่ต่างๆ ซึ่งเป็นส่วนงานของออฟฟิศ โดยตัวตึกห้าชั้นทรงโมเดิร์นนี้แยกออกต่างหากจากตัวโรงแรม ใช้ทางเดินด้านหลังเชื่อมเข้าหาตัวตึกและลานจอดรถ ซึ่งร่มรื่นไปด้วยต้นไม้และสวนสวย

กระทั่งขึ้นลิฟต์พาเธอมาฝากไว้กับเลขานุการส่วน สาวสวยหุ่นดีชื่อเพียงเพียร เธอทำงานอยู่ในตัวตึกของโรงแรมซึ่งอยู่ชั้นแปด และชั้นนี้เป็นออฟฟิศของผู้บริหาร เพื่อให้อีกฝ่ายแนะนำเรื่องงานว่าต้องใช้อะไรบ้าง และทุกอย่างเพียงเพียรก็เบิกมาให้เรียบร้อย ถึงเวลาพักเที่ยงอีกฝ่ายพาเธอไปยังแผนกร้านอาหารของพนักงานที่ราคาไม่แพงนัก จนกระทั่งตอนนี้เธอก็ยังเรียนรู้งานอยู่กับเลขานุการส่วน

บ่ายสามแล้ว เธอกำลังพิมพ์เอกสารให้เพียงเพียร เป็นวาระการประชุมของผู้บริหารเกี่ยวกับการพัฒนาโรงแรมสาขาต่างจังหวัดและการขยายสาขาให้มากขึ้น จากตัวเลขรายได้ที่เธอพิมพ์อยู่นี้ อยู่ระดับหลักพันล้าน และเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ช่วงไตรมาสแรกของปีรายได้เพิ่มขึ้นจากเดิมอยู่ในหลักร้อยล้านทีเดียว นี่กระมังจึงเป็นที่มาของการขยายสาขา

คนรวยนี่ก็รวยจริงๆ ไม่อยากจะเทียบรายได้ของเธอเลย รวมกันทั้งครอบครัวหนึ่งปี ยังไม่เท่าส่วนเสี้ยวรายได้ต่อวันของโรงแรมเลย คนทำธุรกิจนี่เก่งชะมัด

ภัสสรอดไม่ได้ที่จะทำเสียงจิ๊จ๊ะอย่างลืมตัวกับตัวเลขที่พยายามดูหลักให้ดีๆ เพื่อไม่ให้ผิดพลาด ส่งผลให้เพียงเพียรหันมายิ้มขำ

“เป็นยังไง ไหนเหลามา เห็นตัวเลขแล้วมือไม้สั่นละสิ” สาวสวยอายุมากกว่าอีกฝ่ายห้าปีเอ่ยแซวอย่างเป็นกันเองด้วยภาษาวัยรุ่นที่มักเพี้ยนคำจากปกติ เพราะต่างเป็นคนอัธยาศัยดีทั้งคู่ จึงสนิทกันอย่างรวดเร็ว

“พี่เพียรขา น้องตาลาย เมาตัวเลข เล่าไม่ถูกเลยค่ะ แหะๆ รายได้ของโรงแรมทั้งหมดที่มันเข้ามาเฉลี่ยต่อวันนี่เยอะมากเลยนะคะ”

“หากอยากมีความสุขก็อย่าได้เอาตัวเองไปเปรียบเทียบเชียวล่ะ แม้แต่ขี้เล็บก็ไม่ได้เท่าเขา เพราะงั้นจงดูเพื่อประดับความรู้และพัฒนางานตัวเองเท่านั้น โอเค้” เพียงเพียรขยิบตาอย่างขี้เล่นให้ภัสสร

“ค่า แต่ขอทำใจแป๊บนะคะ แหะๆ”

“ให้เวลาวันเดียวพอ ไม่งั้นตาจะอักเสบพองเท่าไข่ห่าน” อีกฝ่ายยังคงยิงมุกมาอย่างขำๆ

“พี่เพียรอะ พัดจะตั้งใจทำงาน มีอะไรก็สอนน้อง ตักเตือนกันได้เลยนะคะ” ภัสสรหันไปบอกอีกฝ่ายที่ยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน

“จ้า งานนี้ไม่มีปรานี เพราะพลาดเมื่อไหร่ พี่เพียรก็โดนด้วยจ้ะ เดี๋ยวพัดทำเสร็จแล้ว พี่ตรวจทานอีกที แล้วพรุ่งนี้พี่จะพาไปพบเจ้านายสายตรงของพัด” เพียงเพียรหมายถึงรองประธานรูปหล่อที่หน้าดุอยู่เป็นนิตย์ “ตอนนี้นั่งกับพี่ไปก่อน เดี๋ยวฝ่ายบุคคลจะจัดที่นั่งและโต๊ะทำงานมาให้ ไม่แน่ใจว่าวันไหน ถือว่าเรียนรู้งานกับพี่ไปในตัว”

“ไม่เป็นไรค่ะ พัดโอเค สำหรับเด็กจบใหม่แบบพัด มีงานให้ทำก็ถือว่าดีมากแล้วค่ะ”

“เอ่อ ปกติผู้บริหารก็เรียกใช้งานจากเลขาฯส่วนหรือเสมียนได้ตลอด แต่จู่ๆ ท่านรองประธานต้องการเลขาฯส่วนตัว เลยฉุกละหุกในการจัดที่ทางนิดนึง”

“พี่เพียรไม่ต้องกังวลเลยค่ะ พัดดีใจด้วยซ้ำที่ได้มาเรียนรู้งานกับพี่เพียรใกล้ชิดแบบนี้ กลัวแต่พี่จะอึดอัดมากกว่า” โต๊ะทำงานของเพียงเพียรเป็นแบบรูปตัวแอลและค่อนข้างกว้าง ด้านหลังยังมีเสมียนอีกสองคนอยู่ร่วมโซนหน้าห้องผู้บริหาร ภัสสรสามารถนั่งคู่กับเพียงเพียรด้วยเก้าอี้รับแขกได้สบายๆ เลย เพราะต่างเป็นคนตัวเล็กบอบบางทั้งคู่

“โอเค งั้นเรามาทำงานร่วมกันนะ” สาวรุ่นพี่ยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน เด็กสาวที่ไม่เรื่องมากแบบนี้ เธอก็พร้อมจะสอนงานให้อย่างหมดเปลือกเลยละ

จากนั้นสองสาวก็ต่างตั้งหน้าตั้งตาทำงานที่ตนเองรับผิดชอบต่อ มีบางครั้งที่เพียงเพียรถูกเรียกเข้าไปพบผู้บริหารบางคนเพื่อคุยงาน ส่วนเจ้านายของเธอนั้น เพียงเพียรบอกว่าวันนี้ไม่เข้าออฟฟิศ

กระทั่งใกล้ห้าโมงเย็น ซึ่งเป็นเวลาเลิกงาน เลขานุการส่วนจึงบอกให้เธอเก็บของเพื่อเตรียมตัวกลับ

“เอาละ วันแรกได้เท่านี้ถือว่าดีมากแล้ว พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่ กลับบ้านกันดีกว่า” เพียงเพียรหมายถึงเอกสารที่เธอให้ภัสสรทำ ซึ่งมีแก้อยู่หลายจุด แต่ก็ปรับจนผ่าน

“ขอบคุณพี่เพียรมากนะคะ”

“แล้วนี่กลับยังไง พี่ขับรถมา ไปกับพี่มั้ย”

“ไม่เป็นไรค่ะ บ้านพัดอยู่แถวๆ นี้ค่ะ พัดว่าจะแวะซื้อของกลับบ้านด้วย ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ”

“งั้นพี่กลับก่อนนะ พัดปิดคอมพ์แล้วลงลิฟต์ไปได้เลย พรุ่งนี้เจอกัน” ว่าแล้วเพียงเพียรก็สะพายกระเป๋า หันไปโบกมือลาให้เสมียนอีกสองคน จากนั้นก็เดินออกไปทันที

ภัสสรรีบปิดคอมพ์ ตรวจดูปลั๊ก แล้วเก็บของบ้าง รอจนพี่ๆ อีกสองคนกลับ เธอจึงกลับด้วย โดยลงลิฟต์มาพร้อมกับพี่ๆ เพราะยังไม่ชินทางภายในตึก

หญิงสาวไม่ได้สังเกตว่าผู้บริหารคนไหนกลับกันไปบ้างแล้ว เพราะมัวแต่ตั้งใจพิมพ์งานแก้งานทั้งวัน พอแยกย้ายกัน เธอจึงกะว่าจะเดินไปทางออฟฟิศเพื่อทักทายพี่ๆ พนักงานคนอื่น แต่กลับถูกเสียงคุ้นเคยรั้งเอาไว้

ไม่จริงมั้ง เขาน่าจะกลับไปแล้ว ทำไมถึงคุยงานทั้งวันเลย

“พัด กลับบ้านกัน”

ไม่ทันไร ปรเมศวร์ก็เดินมาถึงตัวด้วยก้าวยาวๆ เพียงไม่กี่ก้าว

“คุณป้อ! เพิ่งเสร็จธุระเหรอคะ” เธอถามออกไปอย่างที่ใจคิด

“อ่า ใช่ วันนี้มีนัดคุยงานรอบบ่ายด้วย แล้วลากยาวมาจนเย็นเลย นี่ก็เพิ่งเสร็จ กะจะมาขึ้นรถ เผอิญเจอพัดพอดี”

“ทำไมเผอิญบ่อยจังเลยคะ” ภัสสรเริ่มสงสัยในพฤติกรรมของชายหนุ่มตรงหน้า พลางทำหน้าไม่ไว้ใจ

“อ้าว มาสงสัยกันแบบนี้ได้ยังไง อุตส่าห์ดีใจที่เจอเพื่อน จะได้มีคนนั่งรถกลับบ้านด้วย” เขาทำหน้าเซ็งๆ แต่ตากลับระยิบระยับแบบที่ใครก็รู้ว่าแกล้งทำ

“พัดขอโทษค่ะ คือพัดแค่สงสัยเฉยๆ” แม้จะรู้ว่าเขาแกล้งประชด แต่ก็คิดว่าตัวเองพูดไม่ดีกับเขาไป มันอาจจะเป็นเรื่องบังเอิญจริงๆ ก็ได้ เขาก็ไม่ได้ปิดบังอะไรเธอเลยนี่นา แถมยังให้คำแนะนำเกี่ยวกับการสัมภาษณ์งานกับเธอด้วย

แล้วคนแบบคุณปรเมศวร์ก็คงไม่มาคิดอะไรกับเธอหรอก

แต่...ถึงอย่างไรเธอก็ไม่ควรไว้ใจใครอยู่ดี เป็นผู้หญิงก็ต้องระวังตัวเอาไว้ก่อน เพราะเธอเพิ่งรู้จักกับเขาไม่นาน

“งั้นเรากลับบ้านกัน” เขาชวนเธอดื้อๆ เหมือนเป็นเรื่องปกติของคนที่รู้จักกันมานาน

“เอ่อ พัดกลับเองได้ค่ะ”

“เธอกลัวฉันจะทำมิดีมิร้ายรึเปล่าฮึ” เขาถามพร้อมกับจ้องตาเธอด้วยแววประหลาดที่ทำให้รู้สึกแปลกๆ เหมือนกับถูกสะกดเอาไว้จนไม่อาจหลบเลี่ยงสายตา

“เอ่อ ปะ...เปล่าค่ะ พอดีพัดว่าจะแวะซื้อของก่อนกลับบ้าน เลย...”

“ปฏิเสธฉัน?” เขาเอียงหน้ามามองตาเธอ “โอเค งั้นฉันไม่รบกวนก็ได้” ว่าจบก็หันหลังเดินไปทันที ทว่า...

“คุณป้อ” แล้วเธอก็ใจอ่อนจนได้ “พัดขอไปลงตรงหน้าห้างก่อนถึงซอยบ้านพัดได้มั้ยคะ”

“งั้นก็ตามมาเลย” เขาชูมือขึ้นโบกเป็นสัญญาณให้เธอตามมาโดยไม่หันกลับ แต่ก็รอจนเธอเดินไปถึงตัวจึงเดินไปขึ้นรถพร้อมกันด้วยรอยยิ้มนิดๆ

ทำไมเธอต้องแคร์ความรู้สึกของผู้ชายคนนี้ด้วยนะ ภัสสรไม่เข้าใจตัวเองเลยจริงๆ

 



(โปรดติดตามตอนต่อไป)





ฝากผลงานล่าสุดของทรายชมพูด้วยนะคะ
ตอนนี้จัดโปรโมชั่นช็อปช่วยชาติ
 ตั้งแต่วันนี้ถึงเมษายน 2562
.........
จาก 320 ลดไปเลย 25%
เหลือเพียง 239 บาท






คลิกรูปติดตามงานเขียนเล่มอื่น


บาปรักเทพบุตรสายดาร์ก (18+)


ตรวนรักสีชมพู


BlueSky ฟากฟ้านี้มีรัก 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

0 ความคิดเห็น