เสน่ห์ร้ายเพทุบายรัก (สำนักพิมพ์ชูการ์บีท)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 328,902 Views

  • 837 Comments

  • 2,885 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    849

    Overall
    328,902

ตอนที่ 16 : บทที่ 3.4 เธอคือเงา (รีไรต์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16154
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    20 ม.ค. 62

บทที่ 3.4

เธอคือเงา

 


ทั้งที่ตั้งใจว่าจะลงหน้าห้างสรรพสินค้าแล้วไปซื้อของ แต่คนขี้น้อยใจกลับขอมาเดินด้วย โดยให้เหตุผลว่า

“ตั้งแต่ฉันกลับมาจากอเมริกาก็ทำแต่งาน ไม่ได้มาเดินชอปปิงเลย ไม่รู้ว่าห้างในเมืองไทยทันสมัยขนาดไหนแล้ว”

“ห้างสรรพสินค้าก็เหมือนกันหมดละค่ะ อยู่ที่ทาร์เก็ตของห้างนั้นว่าต้องการลูกค้าระดับไหน อย่างห้างนี้ก็อยู่ระดับกลางๆ ราคาก็กลางๆ ไปจนกระทั่งแพงเวอร์ แต่ก็จะมีห้างแบบที่ต้องการลูกค้าระดับล่างที่สินค้าราคาไม่แพงนัก เน้นของกินของใช้ราคาประหยัด แล้วก็มีห้างหรือที่เขาเรียกกันเก๋ๆ ว่าศูนย์การค้า ก็จะมีแต่ของแพงจนคนระดับล่างไม่กล้าเข้า เพราะมันจะเกิดความแตกต่างของคนที่ไปเดินด้วยค่ะ”

“อื้ม ก็คล้ายๆ เดิมละ แต่ดูจะทันสมัยขึ้น”

“ค่ะ แต่ห้างนี้ดีนะคะ คนมาเดินนี่มีหลายระดับ เพราะเป็นแบบกลางๆ ที่สำคัญมีของเซลส์บ่อยมาก” ภัสสรบอกขณะเดินลงบันไดเลื่อนมาด้วยกัน เพื่อไปยังชั้นหนึ่งที่มีอาหารสดขาย ห้างนี้คนค่อนข้างเยอะ ที่จอดรถชั้นหนึ่งถึงสามจึงเต็มหมด ปรเมศวร์ต้องวนรถขึ้นไปจอดที่ชั้นสี่ แล้วลงบันไดเลื่อนเพื่อเขาจะได้ดูร้านรวงในห้างด้วย

ก่อนลงจากรถ ปรเมศวร์ถอดสูทและเนกไทออก ตอนนี้เขาจึงอยู่ในรูปลักษณ์ที่ดูสบายๆ ด้วยเชิ้ตขาวปลดกระดุมสองเม็ด และพับแขนเสื้อขึ้นไปถึงข้อศอก คนที่เดินสวนถึงกับมองเหลียวหลังอยู่หลายคนทีเดียว โดยเฉพาะสาวๆ ที่บางคนถึงกับเกิดอาการมองแล้วหน้าแดงเมื่อเขาหันไปสบตา

“อะแฮ่ม” เธอแกล้งกระแอมใส่เขาอย่างขำๆ พลางแหงนเงยไปสบตาคนตัวสูงที่ทำหน้านิ่งๆ ไม่รู้ไม่ชี้กับการถูกสาวๆ มองด้วยความสนใจ

คนที่รู้ตัวเองว่าหล่อและมีเสน่ห์อย่างปรเมศวร์คงชินชากับการได้รับความสนใจแบบนี้สินะ

“โอ๊ะ นั่นร้านอาหารที่ฉันอยากกินนี่ พอดีเลย กินเป็นเพื่อนหน่อยนะ ฉันเลี้ยงเอง” จู่ๆ เขาก็เอ่ยขึ้นมา พลางจับข้อมือพาเธอเดินไปที่หน้าร้านอาหารเกาหลีแบบปิ้งย่าง ท่าทางดีใจเหมือนเด็กๆ ที่เผลอตัวจนถือวิสาสะถึงเนื้อถึงตัวกับเธอ

เขาอยู่เมืองนอกนาน คงไม่ทันได้คิดอะไร ภัสสรคาดเดาไปแบบนั้น

“กินด้วยกันนะ” แววตาวิบวับที่หันมาถามเธอนั้น ใครจะปฏิเสธลง เฮ้อ...

“ค่ะ”

“สองที่ครับ” เขาบอกพนักงานหน้าร้าน จากนั้นจึงพากันเดินตามพนักไปนั่ง โดยที่เขายังจับข้อมือเธอไม่ปล่อย อยากจะบิดข้อมือออก ก็กลัวจะเสียมารยาท รออีกนิดเขาคงปล่อยเอง

แล้วก็จริงตามคาด เมื่อเขาปล่อยข้อมือเธอตอนที่จะนั่งเก้าอี้ซึ่งอยู่ตรงข้ามกัน ทุกท่าทีดูเป็นธรรมชาติ ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกคุกคามแต่อย่างใด

“อีกสักครู่ดิฉันจะมารับออร์เดอร์นะคะ” พนักงานสาวบอกด้วยเสียงนอบน้อม พร้อมกับวางเมนูอาหารมาตรงหน้าของพวกเธอ

“คุณเคยมากินร้านแบบนี้แล้วใช่ไหมคะ เอ่อ ฉันยังไม่เคยเลย เราต้องเลือกแบบบุฟเฟต์หรือแบบสั่งธรรมดาที่เขาเรียกว่าอะไรไม่รู้ค่ะ” ภัสสรยกเมนูมาบังใบหน้าจากคนอื่น พลางเอียงเมนูมากระซิบบอกเขา

A La Carte” เขาบอกพลางพลิกดูเมนูอาหาร

“ใช่ๆ อาลาคาร์ต” เธอเออออไปตามเขา  

“พัดอยากกินแบบบุฟเฟต์รึเปล่า” เขาไม่ได้กระซิบตามเธอ เพียงแต่มองมาด้วยสีหน้ายิ้มๆ ที่คนตรงข้ามทำท่าทางเหมือนไม่ค่อยอยากกินนัก

“แบบไหนก็ได้ค่ะ แล้วแต่คุณป้อเลย” เธอบอกเขา สีหน้าขัดเขินอยู่บ้าง

“พัดรีบกลับบ้านรึเปล่า ถ้าไม่รีบ ฉันจะได้สั่งแบบอาลาคาร์ต เพราะจะได้อาหารหลากหลายกว่า แล้วก็ไม่ต้องสนใจเรื่องเวลาด้วย”

“ก็ดีเหมือนกันค่ะ เพราะพัดไปกินหมูกระทะกับเพื่อนทีไร เกิดความละโมบ กินจนจุกท้องทุกทีเลย แหะๆ”

“สวัสดีค่ะ ลูกค้าจะรับแบบบุฟเฟต์หรืออาลาคาร์ตดีคะ” พนักงานเข้ามารอรับออร์เดอร์พอดี ปรเมศวร์จึงเป็นฝ่ายสั่งอาหารมา พร้อมกับที่พนักงานอีกคนมาทำเตาปิ้งย่างให้

ในขณะภัสสรโทรศัพท์บอกบิดาว่าวันนี้เธอมากินข้าวกับเพื่อน เพื่อท่านจะได้ไม่ต้องรอ

ไม่นานอาหารก็มาเต็มโต๊ะ ซึ่งเป็นอาหารที่เธออยากลองกินมานานแล้ว แต่อย่างว่า แม้จะเก็บเงินหยอดกระปุกและพอที่จะมากินกับเพื่อนๆ ได้ แต่ก็เกิดเสียดายเงินขึ้นมา เพราะมันแพงมากสำหรับนักศึกษาที่ไม่มีรายได้ และมีเงินจำกัดในการไปเรียนหนังสือ

“โอ้โฮ คุณป้อสั่งมาเยอะจังเลยค่ะ เราจะกินหมดเหรอคะ” ภัสสรกวาดตามองอาหารสดหลากหลายชนิดที่หมักซอสเกาหลีและงาขาวเสิร์ฟมาในถาดใบใหญ่ เครื่องเคียงอย่างกิมจิ ซอสจิ้มสามชนิด ผักสดและผักดองสีสันสวยงามดูน่ากิน “อุ๊ย นั่นอะไรคะ”

“เขาเรียกบิมบิมบับ เป็นข้าวยำของเกาหลี ที่เห็นร้อนๆ ควันกรุ่นนี่เพราะเขาเสิร์ฟมาบนชามชนิดพิเศษเก็บความร้อนเอาไว้ได้นาน เวลากินต้องคนแบบนี้ ไข่ก็จะสุกพอดี” เขาอธิบายพลางใช้ช้อนกับส้อมคนส่วนผสมให้เข้ากัน เสียงอาหารที่ถูกชามร้อนๆ ดังฉ่าพร้อมควันลอยกรุ่น กลิ่นหอมจนเธอแอบกลืนน้ำลาย

“ว้าว น่ากินมากๆ ค่ะ” นาทีนี้เธอไม่เหลือความห่างเหินและการวางตัวอะไรแล้ว เมื่อเจออาหารยั่วตายั่วใจขนาดนี้

“ลองชิมดูสิ” ว่าพร้อมกับปรเมศวร์ก็เลื่อนชามร้อนด้วยการผลักที่รองชามเป็นถาดไม้ข้างล่างไปข้างหน้าเธอ

ภัสสรหยิบช้อนขึ้นมาตัก อาหารในช้อนร้อนระอุควันลอยกรุ่น เธอเลยเป่าให้มันคลายร้อนอย่างตั้งใจ เพื่อจะได้รีบชิมโดยไว

กิริยาที่แสดงออกมาทั้งน่ารักน่าชังในสายตาคนมอง จนต้องยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู เมื่อคนตัวเล็กได้ชิมก็ทำตาโต เคี้ยวแก้มตุ่ยด้วยแววตาที่แสดงออกว่า มันอร่อยมากแค่ไหน ใครจะมองไม่ออก ก็แววตาสาวน้อยตรงหน้าวิบวับจนเขามองเพลินทีเดียว

เมื่อเคี้ยวหมดปาก เธอจึงเอ่ยบอกเขาด้วยรอยยิ้ม

“อร่อยมากจริงๆ ด้วยค่ะ” แต่เมื่อเห็นเขายังมองมานิ่งๆ เธอจึงเอ่ยชวน “แล้วคุณป้อไม่ลองชิมเหรอคะ”

“ครับ” เขายื่นช้อนมาตักไปกินบ้าง “อื้ม ร้านนี้โอเคเลย”

“พัดกินคนเดียวไม่หมดหรอกค่ะ คุณป้อรังเกียจรึเปล่าคะที่กินชามเดียวกัน” เธอมองดูชามบิมบิมบับ รวมทั้งอาหารที่ยังไม่ได้ย่างถาดใหญ่และเครื่องเคียงต่างๆ แล้ว คิดว่าคงต้องช่วยกันกิน

“ไม่เลยครับ กินด้วยกันอร่อยดี” ว่าแล้วเขาก็ยื่นช้อนไปตักข้าวยำมากินอีก “เตาร้อนละ เรามาปิ้งย่างกันดีกว่า”

“ค่ะ งั้นคุณป้อกินข้าวยำไปพลางๆ ก่อน เดี๋ยวพัดปิ้งให้เอง” พูดจบเธอก็หยิบที่คีบแบบยาวๆ มาคีบอาหารสดพวกหมูหมัก ปลาหมึก กุ้ง หอย และอีกหลายอย่าง ลงไปบนตะแกรงย่าง “พัดชอบกินกระเจี๊ยบค่ะ แต่ยังไม่เคยลองกินแบบย่างเลย เคยแต่ต้มจิ้มน้ำพริก”

“งั้นฉันยกให้หมดเลย ของฉันต้องอันนี้” ว่าพลางก็หยิบที่คีบไปคีบฟักทองมาย่างบ้าง

“โอเค งั้นเราไปด้วยกันได้ ฮ่าๆ”

จากนั้นสองหนุ่มสาวก็ช่วยกันปิ้งย่างด้วยความสนุกสนาน

กลายเป็นว่าคนตัวโตกินอิ่มก็นั่งจิบชาเขียวร้อนรอ พร้อมกับปิ้งอาหารให้คนตัวเล็กกินจุไปด้วยรอยยิ้ม บางทีก็หัวเราะขำเรื่องราวที่เธอเล่าให้ฟังตอนสัมภาษณ์งานและการทำงานวันแรก

ที่ขำหนักก็วันที่เจอกันครั้งแรกแล้วเธอแอบกินเค้กในงานแต่ง ปรเมศวร์ขำจนต้องหัวเราะออกมา เมื่อคนตัวเล็กหยุดกินแล้วทำตาค้อนปะหลับปะเหลือกแล้วกินต่อเหมือนเด็กน้อย เขาไม่เคยเจอหญิงสาวคนไหนที่เหมือนกับคนตรงหน้าเลย

แปลก...เหมือนกับเธอเป็นคนที่เขารู้จักมานาน ทั้งที่เพิ่งได้เจอกันไม่กี่ครั้ง

ราวกับเป็นคนในครอบครัวที่เขาไม่ต้องวางมาดและสามารถคุยด้วยได้อย่างสบายๆ

ภัสสร คนตรงหน้าที่ทำให้เขาทั้งยิ้มและหัวเราะได้มากกว่าใครที่เคยรู้จัก

มันเป็นความต่างที่เขาไม่เคยได้จากใครตั้งแต่เกิดมาบนโลกใบนี้

ราวกับเธอเป็นเงาที่หายไป

ตัวตนของเขาที่ลืมไปแล้วว่ามีอยู่

คนที่ทำให้เขาอยากมีวันพรุ่งนี้...


 กดเฟบแอดแฟนติดตามต่อกันได้เลยจ้า จุ๊บๆ 


 

ฝากผลงานล่าสุดของทรายชมพูด้วยนะคะ
ตอนนี้จัดโปรโมชั่นช็อปช่วยชาติ
 ตั้งแต่วันนี้ถึงสิ้นเดือนเมษายน 2562
.........
จาก 320 ลดเหลือ 25%
เหลือเพียง 239 บาท




คลิกรูปติดตามงานเขียนเล่มอื่น


บาปรักเทพบุตรสายดาร์ก (18+)


ตรวนรักสีชมพู


BlueSky ฟากฟ้านี้มีรัก 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

0 ความคิดเห็น