เสน่ห์ร้ายเพทุบายรัก (สำนักพิมพ์ชูการ์บีท)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 328,862 Views

  • 837 Comments

  • 2,885 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    809

    Overall
    328,862

ตอนที่ 14 : บทที่ 3.2 เธอคือเงา (รีไรต์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15870
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    17 ม.ค. 62


บทที่ 3.2

เธอคือเงา 



ปิ๊นๆ ปิ๊นๆ เสียงแตรรถที่บีบรัวๆ ขณะที่ภัสสรลงจากมอเตอร์ไซค์ของพ่อได้สักพัก แล้วมายืนรอรถเมล์อยู่ที่ป้ายรถประจำทาง ตอนแรกเธอไม่ได้สนใจ เมื่อคนสองสามคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลเริ่มมองมาทางเธอ แล้วมองสลับไปที่รถซึ่งจอดอยู่ริมถนน หญิงสาวก็เลยหันไปสนใจบ้าง

รถเบนซ์คันใหญ่สีดำมันปลาบจอดอยู่ เธอนึกไม่ออกว่าตัวเองจะไปรู้จักใครที่ร่ำรวยขนาดนี้ เลยทำนิ่งเฉยเสีย แล้วรอรถเมล์ต่อไป การจราจรแถวนี้ไม่ได้คับคั่งนัก เวลามีรถจอดข้างทางจึงไม่เกิดการกีดขวางแต่อย่างใด คนที่อยู่ในรถอาจมารอใครก็ได้

กระทั่งเจ้าของรถเปิดประตูฝั่งคนขับลงมา แล้วร้องเรียก

“พัด ฉันเอง มาขึ้นรถเร็ว” ว่าแล้วเขาก็เข้าไปนั่งในรถต่อ ไม่รอให้เธอตอบรับแต่อย่างใด ส่งผลให้คนที่ยืนอยู่แถวป้ายรถเมล์มองมายังเธอเป็นสายตาเดียว บางคนก็ยิ้มๆ บางคนก็ทำหน้างง คนที่เดินมาใหม่อีกสามสี่คนชะเง้อคอมองว่าเขามีอะไรกัน ทำไมทุกคนจ้องไปที่หญิงสาวตัวเล็กสลับกับรถคันโก้

จะรออะไรล่ะคะ ก่อนคนจะมามากกว่านี้ หรือคนรู้จักออกมาเห็นแล้วกลายเป็นข่าวเอาได้

ภัสสรรีบเดินก้มหน้างุดๆ เปิดประตูรถคันโตหรูหราขึ้นไปนั่งอย่างรวดเร็ว ในขณะที่คนขับเคลื่อนรถออกทันทีด้วยรอยยิ้มมุมปาก วันนี้ชายหนุ่มสวมเชิ้ตขาวพร้อมกับผูกไทสีดำ กางเกงสแล็กสีเทา ดูเนี้ยบตั้งแต่...อ่า ใบหน้าและผมนี่คงไม่ต้องพูดถึง เพราะหล่อราวกับนายแบบอยู่แล้ว

“เอ่อ สวัสดีค่ะคุณป้อ...มาได้ยังไงคะ ตกใจหมด” ภัสสรยกมือไหว้ หลังจากมองเขาเพียงครู่และหันรีหันขวางดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดเรียบร้อย จึงเอ่ยถามแก้เก้อ ใบหน้ายังแดงระเรื่อด้วยความเขินอายที่ตกเป็นเป้าสายตาของชาวบ้าน ดีที่ไม่มีคนรู้จัก หัวใจที่เต้นตุบตับๆ อยู่นี่ก็คงเพราะตื่นเต้นและตื่นตกใจที่จู่ๆ ก็มาเจอเขาอย่างไม่คาดฝันแบบนี้

“พอดีผ่านมาแถวนี้น่ะ เลยชะลอรถดูว่าอาจจะเจอพัด บังเอิญมากที่ก็เจอจริงๆ ด้วย ไม่น่าเชื่อเลย” เขาพูดยิ้มๆ ตามองถนนไปด้วย

“แล้วคุณป้อจะไปไหนเหรอคะ ถ้ายังไงให้พัดลงตรงหน้าทางเข้าโรงแรมที่เราเจอกันเมื่อวานก็ได้ค่ะ” เธอรู้สึกเกรงใจเขาค่อนข้างมาก ดูจากการแต่งตัวแล้วคงจะไปทำงานแน่ๆ

“ไม่เป็นไร พอดีฉันมีธุระที่โรงแรมนั้นพอดี มีนัดช่วงเช้า มาคุยงานน่ะ” เขาหันมาบอกเธอด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย

“เอ๋ บังเอิญจัง พัดโชคดีมากเลยค่ะที่เจอคุณป้อ ไม่งั้นคงได้รอรถนานแน่ๆ” พูดแล้วก็ยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกา “แต่พัดเผื่อเวลาไว้แล้วเหมือนกัน ได้ไปกับคุณป้อแบบนี้คงถึงเร็วกว่าที่กะเวลาไว้ เดี๋ยวพัดไปนั่งรอสัมภาษณ์งานแถวสวนด้านข้างโรงแรมดีกว่า ท่าทางจะเหลือเวลาเกือบชั่วโมงเลย”

“แล้วพัดกินอะไรมารึยัง” เขาเหมือนถามตามมารยาท แต่คนฟังก็รู้สึกดีไม่น้อย

“เรียบร้อยแล้วค่ะ วันนี้แม่ทำข้าวต้มปลาให้กิน ไปเดินเล่นแถวสวนหย่อมย่อยอาหารก็ดีเหมือนกันนะคะ” เธอเงยหน้าหันไปยิ้มให้เขา มือข้างหนึ่งก็ลูบท้องไปด้วย

คนที่หันหน้ามามองถึงกับยิ้มขำที่หญิงสาวช่างไม่รักษาภาพลักษณ์เอาเสียเลย

“ว้า นึกว่ายังไม่ได้กินอะไรมาซะอีก กะจะชวนไปกินข้าวเป็นเพื่อนซะหน่อย ฉันเพิ่งกลับจากอเมริกามาอยู่ไทยไม่นาน เลยไม่ค่อยรู้จักใคร กินข้าวคนเดียวมาหลายวันแล้ว เฮ้อ” ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาอย่างหดหู่ ส่งผลให้คนที่มองเขาอยู่รู้สึกเห็นใจขึ้นมา เพราะเข้าใจความรู้สึกแบบนี้ดี

“เอ่อ ไหนคุณบอกว่ามาคุยงานไงคะ เดี๋ยวก็ต้องเจอกับคนที่มาคุยงานด้วย คุณป้อไม่ชวนเขากินข้าวล่ะคะ เขาก็คงหิวเหมือนกัน” ภัสสรแม้จะเห็นใจอีกฝ่าย แต่ก็หาทางออกให้เขาเสร็จสรรพ

“อ่า คนที่มาคุยงานกันยังไม่คุ้นเคยเท่าไหร่น่ะ ฉันอยากกินข้าวกับเพื่อนแล้วคุยเรื่อยเปื่อยมากกว่าที่จะคุยงานกัน เวลาคุยงานมันไม่มีอารมณ์มานั่งกินอะไรหรอก แต่ถ้าพัดไม่สะดวกก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันแวะกินคนเดียวก่อนไปคุยงานก็ได้”

ในขณะที่เธอยังไม่ทันได้ตอบรับหรือปฏิเสธ รถก็มาถึงทางเข้าโรงแรม พร้อมกับที่เขาเอ่ยขึ้นมา

“ถึงแล้ว ฉันเลี้ยวเข้าไปจอดที่ลานจอดรถด้านหลังเลยนะ แล้วเราค่อยเดินมาพร้อมกัน” เขาบอกขณะจอดรถอยู่ตรงที่กั้นรถตรงป้อมยาม และยามก็กดที่กั้นขึ้นปล่อยให้รถผ่านเข้าไปโดยไม่ต้องแลกบัตรหรืออะไร

สงสัยเขาจะเป็นแขกวีไอพี เธอมองหาสัญลักษณ์หรือโลโก้อะไรก็ตามที่ติดอยู่ตรงกระจกด้านหน้าฝั่งที่เธอนั่ง ก็ไม่เห็นสติ๊กเกอร์อะไรนอกจากพวก พรบ.หรือ ประกันรถยนต์ แต่ความสงสัยก็ไม่ได้อยู่ในหัวของเธอนานนัก เมื่อรถของเขาวนขับขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่แน่ใจว่าชั้นไหนแล้ว พอจะมองหาเลขชั้น รถก็มาจอดอยู่ตรงที่จอดวีไอพี และอยู่ใกล้ทางเข้า ซึ่งเป็นกระจกใสเต็มบาน มี รปภ.ยืนเฝ้าอยู่

เขาเปิดล็อกประตูอัตโนมัติแล้วปลดเข็มขัดนิรภัยออก ในขณะที่เธอเงอะๆ เงิ่นๆ เขาก็หันมาปลดล็อกเข็มขัดให้แล้วผ่อนสายอย่างเบามือด้วยการเอี้ยวมาเก็บสายให้ ความใกล้ชิดนี้ทำให้เธอได้กลิ่นหอมอ่อนๆ สะอาดๆ มาจากตัวเขา ใจเลยเต้นขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

“เอ่อ ขอบคุณค่ะ” ภัสสรก้มหน้าซ่อนความขัดเขิน เธอไม่ได้คิดอะไรกับเขา แต่ความใกล้ชิดแบบเป็นธรรมชาติของผู้ชายคนนี้กลับทำให้เธอใจเต้นแปลกๆ นี่คงเป็นเสน่ห์ของชายหนุ่มหน้าตาดีที่ผู้หญิงทุกคนก็อาจจะรู้สึกแบบนี้ได้หากว่าเจอสถานการณ์อย่างเธอ

“ลงจากรถเข้าไปกินข้าวด้วยกันนะ พัดไม่ต้องกินก็ได้ แค่กินอะไรเล็กน้อยเป็นเพื่อนฉันก็พอ” เสียงที่ร้องขอออกมา รวมทั้งแววตาเหงาๆ นั่นด้วย ใครจะกล้าปฏิเสธคนที่มีน้ำใจกับเธอได้ล่ะ เฮ้อ...

“ก็ได้ค่ะ” เธอตอบรับเขาไปในที่สุด

ชายหนุ่มยิ้มมุมปากนิดๆ แววตาวิบวับขึ้นมาทันที แล้วรีบลงจากรถมาเดินข้างเธอ พาเดินผ่านประตูทางเข้าเพื่อลงลิฟต์ไปที่ชั้นหนึ่ง ซึ่งเป็นส่วนของร้านอาหารที่มีให้เลือกทั้งจีน ไทย ฝรั่ง หรือแขก

ดูเหมือนคุณปรเมศวร์จะเป็นแขกวีไอพีที่คนในโรงแรมแห่งนี้รู้จักดีมากๆ เพราะไม่ว่าเขาจะเดินไปทางไหน พนักงานโรงแรมต่างค้อมตัวทักทายอย่างนอบน้อม บางคนก็รีบหลบไปยืนเสียไกลราวกับกลัวเขาก็มี

ท่าทางเขาจะเป็นผู้มีอิทธิพลเหมือนกันนะเนี่ย แต่คงไม่ใช่เจ้าพ่อมาเฟียอะไรหรอกมั้ง เพราะเขาใจดีแล้วก็สุภาพมากๆ แถมไม่ใช่ผู้ชายหื่นกามด้วย

ขณะเดินซอยเท้าถี่ๆ มาพร้อมกับเขาที่ก้าวยาวจนเธอเมื่อย จู่ๆ เขาก็หยุดแล้วหันมาหาเธอ พลางเอ่ยขึ้น

“ขอโทษที่เดินเร็วไปหน่อย ไม่ค่อยได้เดินกับคนตัวเล็กๆ เท่าไหร่” ขณะที่พูดเขาก็ก้มหน้ามาคุยกับเธอ ด้วยความที่ชายหนุ่มน่าจะสูงร้อยแปดสิบกว่า ขณะที่เธอส่วนสูงไม่ถึงร้อยหกสิบ แม้ใส่ส้นสูงแล้วก็ยังสูงแค่ไหล่ของเขาเท่านั้น

“ไม่เป็นไรค่ะ คุณป้อคงเดินกับฝรั่งตัวสูงจนชิน มาเดินกับพัดเลยรู้สึกแปลกๆ” เธอว่าเก้อๆ ดีเท่าไรแล้วที่เขายังพูดว่าคนตัวเล็ก ไม่พูดว่าตัวเตี้ยให้เธออับอายปมด้อย

“อีกหน่อยก็คงชิน” ปรเมศวร์บอกเธอยิ้มๆ แล้วแตะศอกเธอเดินไปด้วยกัน คราวนี้เขาเดินช้าลงและเธอไม่ต้องสาวเท้าก้าวเร็วๆ อีก เลยเดินไปด้วยกันแบบสบายๆ มากขึ้น โดยคนตัวเล็กไม่ได้สะกิดใจคำพูดที่อีกฝ่ายทิ้งความนัยบางอย่างเอาไว้เลยสักนิด

ภัสสรรับรู้เพียงว่า ชายหนุ่มคนนี้นอกจากมีเสน่ห์เหลือเฟือ ยังเป็นคนที่ใส่ใจคนอื่นในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อีกด้วย เขาเป็นคนดีที่น่าคบหาคนหนึ่งเลยทีเดียว

ปรเมศวร์พาเธอเดินเข้าไปยังโซนร้านอาหารฝรั่งและนั่งที่โต๊ะด้านใน ติดกับกระจกบานยาวที่สามารถมองออกไปชมวิวของสวนได้ จากนั้นจึงสั่งอาหาร โดยถามเธอว่าอยากกินอะไร เธอจึงบอกว่าน้ำส้มไปตามระเบียบ น้ำนางเอกแบบไทยนิยม

“ขออเมริกันเบรกฟาสต์หนึ่งที่ อืม...” ชายหนุ่มพลิกเมนูไปมา “แพนเค้กราดน้ำผึ้ง แล้วก็น้ำส้มสำหรับคุณผู้หญิงด้วย”

“ครับ ท่านจะรับกาแฟด้วยไหมครับ” พนักงานเสิร์ฟจดเมนูแล้วถามอย่างสุภาพ

“ขอเป็นน้ำส้มเพิ่มอีกแก้วดีกว่า” สั่งแล้วก็ยิ้มให้ภัสสร เธอได้แต่ยิ้มรับเก้อๆ

“ครับ” พนักงานค้อมตัวแล้วเดินจากไป แต่เธอก็รับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายแอบมองหน้าเธอขณะหันตัวเดินออกไป แถมยังได้สบตากับเธอด้วยแวบหนึ่ง ในแววตาของชายหนุ่มผู้รับออร์เดอร์ดูสงสัยและมีคำถามระคนอยากรู้อยากเห็นไม่น้อย

“ที่นี่บรรยากาศดีนะคะ” เธอชวนเขาคุยขณะกวาดตามองไปรอบห้องอาหารหรูหรา “พัดไม่เคยมานั่งกินอะไรแบบนี้หรอกค่ะ ส่วนใหญ่ถ้าเข้าร้านอาหารก็จะนัดกับเพื่อนไปที่ห้าง แต่ก็ไม่บ่อยเท่าไหร่”

“ที่นี่อาหารอร่อยด้วยนะ ไม่ใช่แค่บรรยากาศดีอย่างเดียว” เขาเลือกที่จะไม่พูดถึงเรื่องการเคยหรือไม่เคยมานั่งกินร้านอาหารหรูหราแบบนี้ เพราะรู้ถึงสถานะของหญิงสาวดี

“คุณป้อมาใช้บริการที่นี่บ่อยเหรอคะ”

“ครับ ก็มาบ่อย เพราะต้องมาคุยงาน ที่นี่สะดวกดี” เขาไม่ได้โกหกสักหน่อย ก็เขามาประชุมก็ต้องคุยงาน แล้วก็มาดูแลงานจริงๆ นี่นา

“หากพัดได้ทำงานที่นี่ ก็อาจจะได้เจอคุณป้อบ้างนะคะ” เธอยิ้มให้เขา

“ก็ดีสิ ฉันจะได้มีเพื่อนกินข้าว”

“งั้นคุณป้อมีอะไรแนะนำพัดเกี่ยวกับการสัมภาษณ์มั้ยคะ ท่าทางคุณจะมีประสบการณ์การทำงานเยอะเลย” ภัสสรเอ่ยขึ้นมาอย่างกระตือรือร้น

“ได้สิ เดี๋ยวเรากินอาหารไปคุยกันไปก็ได้”

“ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ พัดโชคดีจังที่ได้เจอคุณป้อ” คนพูดไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าทำให้คนตัวโตยิ้มกริ่มทีเดียว เพราะเขาเองก็รู้สึกโชคดีที่ได้เจอเธอ

ไม่นานอาหารเช้าหอมกรุ่นก็มาเสิร์ฟที่โต๊ะ เขาสั่งแพนเค้กราดน้ำผึ้งมาให้เธอนั่นเอง แถมยังตัดไส้กรอก แฮม โน่นนี่มาให้เธอชิมอย่างเป็นกันเองอีกด้วย

สายกินแบบเธอก็ไม่ขัดศรัทธาสักนิด เพราะอาหารอร่อยอย่างที่เธอไม่เคยได้กินอาหารที่ไหนอร่อยเท่านี้มาก่อนจริงๆ แพนเค้กก็นุ่มละมุนลิ้นจนเธอเผลอกินหมดจาน เขาแบ่งไปชิมเพียงแค่ชิ้นเดียวเท่านั้น ที่เหลือสองชิ้นลงท้องเธอเกลี้ยง

เป็นมื้ออาหารที่อร่อยและเพลิดเพลินเป็นอย่างมาก เมื่อกินกับคนที่คุยถูกคอ แถมเขายังแนะนำเรื่องการให้สัมภาษณ์งานที่มีประโยชน์มาตั้งมากมาย

หลังจากนั้นเขาก็ฝากเธอเดินไปกับพนักงานคนหนึ่ง ให้พาเธอไปที่ห้องของคุณสาธิตเมื่อถึงเวลานัด ส่วนเขาขอตัวไปคุยงานตามที่นัดไว้เช่นกัน

“แล้วเจอกันครับพัด” ก่อนแยกกันเขายังบอกเธอยิ้มๆ อีกด้วย

วันนี้คงไม่เจอกันแล้วมั้ง เพราะหลังจากสัมภาษณ์ เธอก็จะกลับบ้านเลย หรือหากคุณสาธิตรับเธอเข้าทำงาน เธอก็อาจจะต้องอยู่ดูงานที่นี่จนเลิกงานตอนเย็นเลยละ เขาก็คงคุยงานเสร็จแล้วและกลับบ้านก่อนเธอ

นี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายก็ได้ที่เธอจะได้เจอคนใจดีอย่างเขา ถึงจะได้ทำงานที่นี่ แต่ก็ยังไม่รู้ว่าในตำแหน่งอะไร อาจจะนั่งทำเอกสารอยู่ในสำนักงานทั้งวันก็ได้

คิดแล้วเธอก็ยิ้มออกมา 




(โปรดติดตามตอนต่อไป)





ฝากผลงานล่าสุดของทรายชมพูด้วยนะคะ
ตอนนี้จัดโปรโมชั่นช็อปช่วยชาติ
 ตั้งแต่วันนี้ถึงเมษายน 2562
.........
จาก 320 ลดไปเลย 25%
เหลือเพียง 239 บาท






คลิกรูปติดตามงานเขียนเล่มอื่น


บาปรักเทพบุตรสายดาร์ก (18+)


ตรวนรักสีชมพู


BlueSky ฟากฟ้านี้มีรัก 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #820 Rich99 (@Rich99) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 16:20

    รู้ว่า คุณป้องเป็นใคร จะหลบหน้าสิ

    #820
    1
    • #820-1 ท ร า ย ช ม พู (@chutimasunsri) (จากตอนที่ 14)
      20 มกราคม 2562 / 11:31
      555555 ต้องติดตามกันต่อน้าาาา ว่าจะเกิดอะไรต่อไป
      #820-1
  2. #36 วิชญ์กร (@joykanananight) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 00:27
    ชอบคะไรท์..มาต่อรัวๆเลย
    #36
    1
    • #36-1 ท ร า ย ช ม พู (@chutimasunsri) (จากตอนที่ 14)
      5 ตุลาคม 2561 / 14:29
      ดีใจที่รีดชอบนะคะ ไรต์จะรีบไปเขียนต่อ กำลังใจฮึกเหิมมากตอนนี้ กราบบบบบงามๆ
      #36-1