[PRE ORDER] Acker [The End] #แอคเค่อของน้องแมว

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 24,804 Views

  • 369 Comments

  • 1,203 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    175

    Overall
    24,804

ตอนที่ 25 : Ep.21 Second

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 533
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 55 ครั้ง
    15 มี.ค. 62



Ep.21 Second




ผมตาโต ใจหายแวบ นึกว่าอีกฝ่ายกำลังจะทำอะไรรึเปล่า แต่โชแค่เอาหัวมาหนุนที่อกของผมพร้อมพ่นลมหายใจร้อน ๆ ลงมารดบนร่างกายเท่านั้น

“เหน่ยยยยยยยยยย” เขาพูดพร้อมเอาหน้าซุกอกผมไปมา

“....คุณว่าอะไรนะ” ผมถาม เมื่อกี้ฟังไม่ออกว่าเขาว่าอะไร เจ้านากเผือกเงยหน้าขึ้นมามองผมก่อนจะดึงแก้มหน่อย ๆ แล้วพูดตอบ

“ผมบอกว่าผมเหนื่อย แต่เพราะผมเหนื่อยผมเลยออกเสียงแค่ว่า เหน่ย เท่านั้นเอง” เขาว่า พร้อมเอาหัวทับลงไปบนตัวผมอีกรอบ

พอเห็นคนที่ทำอะไรจริงจังเป็นการเป็นงานตลอดเวลามาอ้อนแบบนี้ ผมก็แอบเหวอไปเหมือนกัน ไม่คิดว่าเขาจะมีมุมอ่อนไหวและผ่อนคลายได้ขนาดนี้  เพราะแบบนั้นผมเลยเลือกจะเอามือมาลูบหัวและสางผมให้เขาเบา ๆ เป็นการผ่อนคลายอีกฝ่าย มืออีกข้างผมก็นวดขมับทั้งสองข้างให้เขาเบา ๆ อีกฝ่ายครางหงิง ๆ ออกมาอย่างชอบใจ จนผมเริ่มไม่แน่ใจว่าเขาเป็นนากเผือกหรือเป็นสุนัขตัวเล็ก ๆ กันแน่

“สบายจัง” โชว่า หลับตาพริ้ม

“แล้วเป็นอะไรครับเนี่ย? ไม่สิ คุณทานอะไรมารึยัง” ผมถามด้วยความเป็นห่วง เจ้าตัวเงยหน้าขึ้นมาก่อนจะพยักหน้าขึ้นลงเป็นการตอบว่าเขาจัดการตัวเองมาเรียบร้อยแล้วก่อนมาหาผม

“ผมเหนื่อยกับที่ทำงานนะครับ ทะเลาะกับหัวหน้างานตัวเองนิดหน่อย” โชว่า

ผมพยักหน้ารับทราบแต่ไมได้กล่าวถามอะไรเพิ่มเติม จากประสบการณ์ของผมที่ผ่านมา ถ้าอีกฝ่ายอยากเล่า เขาจะเป็นฝ่ายเล่าให้คุณฟังโดยไม่จำเป็นต้องมีคำถามอะไร เขานอนหนุนผมแบบนั้นอีกสองนาทีกว่า ๆ ก่อนจะเริ่มเปิดปากเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ผมฟัง

“ผมรู้สึกว่าเราทะเลาะกันแบบเรื่องไม่เป็นเรื่องนะครับ  เหมือนผมโดนคาดหวัง โดนกดดัน แล้วผมก็รู้สึกว่าทำไมต้องคาดหวังหรือกดดันอะไร ผมเยอะขนาดนี้ ผมก็พยายามทำอย่างเต็มที่ที่สุดในรูปแบบของผมแล้วเหมือนกันนะครับ” เขาพูดต่อ ผมลูบหัวเบา ๆ ให้กำลังใจเขา

“ปกติไม่ใช่เหรอครับ ยิ่งองค์กรทุ่มเทให้กับคุณมากเท่าไหร่ เขายิ่งคาดหวังในตัวคุณมากเท่านั้น เราต่างตอบแทนกันไปกันมานี่ครับ” ผมออกความเห็นเรียบ ๆ

“ผมก็รู้ รู้ด้วยว่าเขาค่อนข้างคาดหวังในตัวลูก...น้องแบบผม แต่ผมแค่แบบ....เฮ้อ ผมเหนื่อยครับ” เขาว่า พูดเว้นวรรคแปลก ๆ ไม่ทันจบประโยคก็ซุกหน้าลงไปกับท้องผมอีกรอบหนึ่ง ผมหัวเราะให้กับท่าทีดังกล่าวก่อนจะบอกกับเขาเบา

“คุณครับ ลุกก่อน ขยับมานอนดี ๆ มา” ผมว่า อยากให้เขาได้จัดท่าทางใหม่ก่อน

พอโชลุกขึ้น ผมเลยขยับเอาหัวชันกับผนังเตียงนอน ก่อนจะตบเบา ๆ ลงบนเตียงให้เขามานอนอีกข้าง โชเดินมาทิ้งตัวลงอย่างว่าง่าย ก่อนจะเอาคางเกยไว้ต่ำกว่าระดับหน้าอกของผม พร้อมทั้งดึงแขนผมไปทับตัวเขาไว้เหมือนอ้อนขอให้กอด ดวงตาทั้งสองข้างมองสบตากับผมด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้า พอเห็นแบบนั้นผมเลยจิ้ม ๆ แก้มไว้แล้วค่อย ๆ นวดขมับคลายเครียดให้เขาอีกครั้ง

“คุณควรหาเวลาไปพักผ่อนบ้าง” ผมว่า

“ผมจะพยายามนะครับ” เขาบอก สีหน้าดูดีขึ้นตามลำดับ

เราปล่อยเวลาผ่านไปเงียบ ๆ แบบนั้น นอกจากช่วงคลายเครียดให้กันและกัน ทั้งผมและเขาเราไม่ได้พูดอะไรต่ออีก ทั้งห้องเหลือเพียงเสียงเข็มนาฬิกาปลุกของผมที่ดังแก๊ก ๆ ไปเรื่อย ๆ ตามทางเดินของมัน พอผ่านไปสักครู่โชก็เป็นฝ่ายขยับตัวก่อน เขาขยับตัวขึ้นมาพิงผนังหัวเตียงนอนเหมือนกันกับผม ก่อนจะกระแอมไอเบา ๆ

“ขอบคุณนะครับ”

เขาว่า แม้จะหันหน้าไปอีกทางผมก็ยังเห็นอยู่ดีว่าใบหน้าของเขาเริ่มแดงมากขนาดไหน ผมหัวเราะชอบใจก่อนจะเอามือไปขยี้จนทรงผมของเขาไม่เป็นทรงขึ้นมาทันที เจ้าตัวหันมาโวยวายผมผ่านสายตาบ่อย ๆ แต่ก็เงียบลงไม่ว่าอะไรอีกเมื่อผมส่งรอยยิ้มให้กับเขาไป

“ดีขึ้นแล้วนะ” ผมถาม

“มาก ๆ เหมือนชาร์ตแบตเต็มก้อนเลย” โชตอบติดตลก ก่อนเราทั้งคู่จะหัวเราะกันอีกระลอกแล้วเงียบลงไป เขาหันมาสบตากับผมแล้วพูดต่อ

“แล้วอยากคุยเรื่องอะไรก่อน?” เขาถาม

“เรื่องอะไรก่อนนะ มีเรื่องอะไรบ้าง ผมยังไม่รู้เลย” ผมตอบเสียงซื่อ แสดงสีหน้าเป็นเจ้าหนูจำไมไปอย่างแนบเนียน แต่คิดว่าคงเขามองออกนั่นแหละเพราะโชตีแขนของผมลงมาเบา

“เรื่องแรก ก็เรื่องงานไงครับ นิยายที่ผมเขียนนะ” เขาว่า เสียงสั่น 

“ครับ แล้วอีกเรื่อง”

“ก็เรื่อง...”

“เรื่อง?”

“คุณอย่าแกล้งผมได้ไหม รู้อยู่แล้วว่าผมหมายถึงเรื่องอะไร” เขาเอ็ด ทำหน้าโกรธ แต่ผมตีความว่าเหมือนลูกนากเผือกแรกเกิดกำลังขออาหารมากกว่า

“เรื่องของคุณกับผม...คุณจะบอกผมแบบนั้นใช่ไหม?”

ผมถาม ชันตัวหันหน้ามาทางอีกฝ่าย

“ใช่ครับ เรื่องของเราสองคน ...ผมให้คุณเลือก เราจะเอาเรื่องไหนก่อนดี” โชโยนสิทธิ์ในการตัดสินใจกลับมาหาผม ผมขมวดคิ้วแล้วนิ่งคิดไปสักพัก นั่นสินะ จะว่าไปมันก็สำคัญทั้งสองเรื่องนั่นแหละ แต่เรื่องที่สองน่าจะยาวกว่าเรื่องแรก  ผมเลยตัดสินใจแล้วว่าจะเอาเรื่องไหนก่อนดี

“ผมว่า เราเคลียร์ไปทีละเรื่องแล้วกันนะ เอาเรื่องงานก่อนครับ” ผมบอก โชพยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะเด้งตัวไปหยิบของในกระเป๋าที่อีกฝ่ายสะพายมา เขาหยิบไอแพดคู่ใจออกมาก่อนจะโดดลงมาบนเตียงกลิ้งมาชนกับผมแล้วทับแขนผมข้างหนึ่งต่างหมอนไปดื้อ ๆ พอเป็นแบบนั้นผมเลยขยับตัวไปคร่อมอีกฝ่ายจากด้านบนแล้วมองลงมาตามเขาบอก

“ก็คร่าว ๆ นะครับ ผมคิดว่าซีนเปิดเรื่องจะประมาณนี้ เอาอารมณ์คล้ายกับที่เราเจอกันในวันแรกวันนั้นเลยก็ได้” โชว่า พร้อมค่อย ๆ สไลด์ไฟล์เวิร์ดให้ผมอ่านตามทีละนิด ๆ

“คุณว่ามันจะไม่ดูแฟนตาซีไปใช่ไหมครับ แบบ อยู่ดี ๆ เราก็มาตกลงกันง่าย ๆ เพราะแค่คุณร้องขอนะเหรอ?” ผมถาม โชเอียงคอทำท่าเหมือนนึกอะไรบางอย่างก่อนจะพูดกับผมต่อ

“ใครสักคนเคยบอกผมไว้ บางครั้งแล้วนิยายหรือบทละครสมเหตุสมผลมากกว่าชีวิตคนจริง ๆ ที่เกิดขึ้นซะอีก เพราะในขณะที่เราต้องพยายามหาเหตุผลรองรับในทุก ๆ การกระทำหรือทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเรื่อง แต่ในชีวิตจริง อะไรจะเกิดมันก็เกิดเลยนะครับ” โชตอบ

“อ่า” ผมรับทราบพร้อมพยักหน้าเห็นด้วย หลายครั้งสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของคนเรา ก็ไม่มีเหตุผลและไม่มีที่มาที่ไปอย่างที่เขาว่าจริง ๆ นั่นแหละครับ

“เหมือนอย่างเวลาที่คนเราจะรู้สึกอะไรบางอย่างกับใครสักคน มันแทบไม่มีเหตุผลอะไรเลยนะ คุณรู้ไหม?”

โชพูดตอบพร้อมมองมาทางผมด้วยสายตามีนัย  ผมหัวเราะน้อย ๆ ก่อนจะผลักหัวเขาเบา ๆ

“คุณนี่ หลังจากกลับมาจากญี่ปุ่นแล้วดูไม่ถนอมฟอร์มเลยนะ” ผมกัดเขาเบา ๆ อีกฝ่ายส่ายหน้าก่อนจะถอนหายใจ

“ผมมีเหตุผลที่ไม่สามารถถนอมฟอร์มอะไรนั่นได้แล้วกันครับ” เขาว่า สีหน้าหนักแน่นขึ้นตามลำดับ

“ไม่ว่าคุณจะมีเหตุผลอะไร ผมจะรับฟังเมื่อมันถึงเวลาแล้วกันนะ” ผมแบ่งรับแบ่งสู้ ก่อนเราจะหันไปสนใจงานต่อ

“ในส่วนของตอนแรก ๆ ผมไม่มีติดขัดอะไรนะครับ แต่เห็นคุณบอกว่า อยากเขียนแนวเรียลไลฟ์ ผมก็เลยนึกว่าจะออกมาในแนวโดนบังคับข่มขู่มากกว่าในการขอความร่วมมือ แต่ขออีกนิดนะครับ ปกติเวลาพวกเรานัดกัน มันไม่มีกำหนดเวลาตายตัวหรอกนะครับ ไม่จำเป็นต้องเป็นกลางคืนด้วย กลางวันแสก ๆ ก็มีนะถ้ามีที่มีทาง” ผมแนะนำพร้อมชี้ไปในจุดที่ผมรู้สึกว่ายังไม่สมเหตุสมผลเท่าไหร่

“ทีแรกผมว่าจะให้ตัวละครที่เป็นนักเขียนแบล็คเมล์ตามที่คุณว่าและเอามาเป็นข้อต่อรอง แต่ไม่รู้สิ ผมมองว่าถ้าเป็นแบบนั้นแล้วในระยะยาว ตัวละครที่เป็นแอคเค่อในเรื่องจะไม่ค่อยให้ความร่วมมือ อารมณ์แบบ แค่ช่วยเพราะโดนบังคับ แต่ไม่ได้ทำเพราะความเต็มใจ” โชบอก

“เหมือนที่ผมเต็มใจบอกทุกอย่างนะเหรอ?” ผมถามกลับ เขายิ้มและพยักหน้าให้

“อาจจะดูแฟนตาซีไปในบางจังหวะ แต่สุดท้ายแล้วถ้ามันบรรลุวัตถุประสงค์แรกเริ่มที่ทำให้เราเขียนนิยายเรื่องนี้ขึ้นมาได้ ทำไมมันถึงจะทำแบบนั้นไม่ได้ล่ะครับ ยังไงมันก็คือนิยาย เป็นโลกสมมติอีกใบที่เราจะทำอะไรก็ได้ อีกอย่างนะ เหตุผลที่ผมกล้าเขียนอะไรแบบนี้ขึ้นมาก็อาจจะเป็นเพราะว่ามันเป็นแค่นิยายเนี่ยแหละคุณ” เขาตอบผมกลับอีกครั้ง

“อ่า”

“เวลาคนอ่านนิยายเขาก็มองว่ามันคือนิยายนั่นแหละ ไม่มีใครคิดหรอกว่ามันจริงไม่จริง หน้าที่ของคนเขียนคือการเสนอข้อมูลที่ถูกต้องเท่านั้นเอง ส่วนคนอ่านเขาจะตีความไปในแนวทางไหน ผมว่าเราควรปล่อยเป็นพื้นที่ฟรีความคิดให้กับคนอ่านเขาได้ต่อยอดเอา แบบนั้นผมว่าน่าสนุกกว่าสำหรับผม” โชสรุป

“ถ้าคุณคิดว่าทำแบบนั้นแล้วโอเค ผมก็ไม่มีอะไรติดขัดครับ แค่ผมกลัวว่าเกิดเนื้อเรื่องมันดูจริงจังมากเกินไปแล้วจะมีคนมาอ่านไหมแค่นั้นเอง กลัวนิยายคุณขายไม่ออกนะเออ” ผมพูดติดตลก แต่น้ำเสียงแฝงไปด้วยความจริงจังและความปรารถนาดีจริง ๆ โชยิ้มกับความเป็นห่วงของผมก่อนเจ้าตัวจะพูดขึ้น

“ผมก็กลัว ...กังวลมาก ๆ ด้วย ก็อย่างที่ผมบอกไป ยอดขายน่ะคือผลตอบแทนจินตนาการและการกลั่นกรองที่คนเขียนสร้างขึ้นมาให้กับคนอ่าน  แต่สุดท้ายแล้วมันยังไม่ใช่ทั้งหมด ...ยังไม่ใช่ทั้งหมดที่ผมอยากได้กลับมา เป็นผลลัพธ์ย้อนกลับมาที่สังคม อาจจะดูเกินตัวมากไปหน่อย แต่เพราะคุณ ผมเลยอยากทำอะไรกลับคืนไปให้กับสังคมบ้าง”

“เพราะผม?”

“ใช่ เพราะคุณ คุณทำให้ผมรู้สึกว่าผมอยากทำอะไรกลับคืนไปให้กับสังคมบ้าง นิยายเรื่องแอคเค่อเองก็เช่นเดียวกัน ผมไม่ได้คาดหวังว่ามันจะกลายเป็น เบสเซลล์เลอร์หรือทอฟออฟเดอะทาวน์หรอก ผมแค่หวังว่าใครสักคนจะอ่านมัน เข้าใจ รับฟัง และมองให้ลึกลงไปถึงปัญหาของสังคมที่เกิดขึ้น”

“เพราะสังคมไม่ใช่แค่เรื่องของคน ๆ เดียว / ...เพราะสังคมเป็นเรื่องของคนทุกคน”

และก็เป็นอีกครั้งที่ทั้งผมและโชพูดอะไรคล้าย ๆ กันออกมา ผมและเขา เราต่างอมยิ้มก่อนเขาจะดึงแก้มผมลงมาเล่นบ้างเป็นการเอาคืน

“เพราะแบบนี้ไงผมถึงชอบคุณ”

โชพูดออกมา พร้อมกับมองหน้าผม ไม่ได้หลบสายตา ไม่ได้เขินอายกับความรู้สึกของตัวเองที่กำลังสารภาพอะไรบางอย่างให้ผมฟัง เป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งที่กำลังแสดงออกไปตรง ๆ กับความรู้สึกของตัวเอง

“ผมรู้”

“...และผมก็รู้ด้วยว่าคุณพยายามทำเป็นไม่รับรู้” เขาว่า ชันตัวขึ้นมานั่งครึ่งตัวอีกครั้ง พอเห็นเขาเริ่มจริงจังผมเลยชันตัวขึ้นมานั่งขัดสมาธิ หันเข้าหาเข้าตรง ๆ

“และคุณรู้ไหมว่าเพราะอะไรผมถึงแกล้งทำเป็นไม่รับรู้” ผมถามต่อ เขาส่ายหน้าเล็กน้อย ก่อนจะทำหน้าตรึกตรองอะไรบางอย่างแล้วจึงพูดออกมา

“น่าจะเพราะอะไรหรือเพราะใครสักคนมั้ง?” โชเดาได้แทบจะตรงเผง 100% แต่ผมยังแสดงสีหน้าเหมือนไม่เกี่ยวข้องอะไรให้เขาเห็นเหมือนเดิม

“ไม่คิดบ้างเหรอครับว่าผมอาจจะยังหยุดไม่เป็นก็ได้นะ” ผมแกล้งถาม ด้วยน้ำเสียงซีเรียส โชถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ

“จริง ๆ ...ก็มีคิดบ้าง แต่ผมก็แอบคิดวิธีการแก้ปัญหาไว้นิดหน่อย” โชว่า

“ยังไงครับ?”

“คืองี้...ผมไม่ได้ว่าอะไรนะ ถ้าแบบ เราคบกัน และคุณก็ยังเด็ก ผมเข้าใจว่าคุณก็ยังมีความต้องการ ยังอยากผจญภัยเจอคนนั้นคนนี้ ผมเลยอยากจะบอกว่า ผมโอเคนะ ถ้าเราจะเป็นแฟนกันแต่คุณจะไปมีอะไรกับคนอื่นได้” เขาพูดต่อ ผมตาโตก่อนจะตีแขนเขาดังเพี๊ยะ

“คุณพูดแบบนี้ คุณไม่ให้เกียรติผมเลยนะ!!!” ผมแอบฉุนจนเผลอขึ้นเสียงไปนิดหน่อย

“เดี๋ยวก่อนทีเร็กซ์ ฟังผมก่อนนะครับ..นะครับ ผมไม่ได้ว่าคุณจริง ๆ ” โชทำตาละห้อยก่อนจะดึงแขนผมไว้เบา ๆ ผมเลยนิ่งเงียบเพื่อรอฟังเขาพูดต่อ โชหลุบตาหลับลง ทำสมาธิ สูดลมหายใจเข้าปอดก่อนจะลืมตามองผมด้วยแววตาแน่วแน่

“ผมชอบคุณ...”

“...”

“ผมเองก็ไม่รู้ตัวเองเหมือนกันว่ามันเริ่มต้นตั้งแต่ตอนไหน ตั้งแต่ตอนที่แอบมองคุณในร้านอาหารวันนั้นรึเปล่า ตั้งแต่วันที่เห็นว่ารอยยิ้มของคุณสดใสมากแค่ไหนตอนได้ทำอะไรเพื่อใครสักคน ตั้งแต่เห็นว่าคุณเทคแคร์คนสำคัญของคุณและเป็นห่วงพวกเขามากแค่ไหน ตั้งแต่เห็นแล้วว่าคุณทำอะไรให้กับสังคมตั้งมากมายเท่าไหร่ ตั้งแต่เห็นว่าอยู่กับคุณแล้วผมมีความสุขมากเพียงใด”

“ผมชอบ..ทุกอย่างที่เป็นคุณ ผมถึงไม่ได้อยากเปลี่ยนคุณ ผมแค่อยากให้คุณเป็นแค่คุณก็พอ ผมกลับไปถามตัวเองว่าผมรับได้ไหมกับสิ่งที่ผ่านมาทั้งหมด ที่เป็นคุณ และต่อให้เป็นตัวคุณในอนาคตผมจะยังรับได้ไหม ผมไม่ได้คิดมาเล่น ๆ นะครับทีเร็กซ์ ผมโตแล้วนะ ถ้าจะชอบใครสักคน มันไม่ใช่แค่อารมณ์ชั่ววูบหรอกนะครับ”

เขาย้ำทุกคำพูดของตัวเองด้วยแววตาที่มองมา และมือทั้งสองข้างที่กุมมือของผมไว้

“ผม...” ผมพูดค้างไว้ ไม่แน่ใจเลยว่าตัวเองควรตอบอะไรกลับไปดี น่าแปลกที่เวลาแบบนี้สัตว์ร้ายในตัวของผมกลับเงียบสงบลง ราวกับว่ามันพร้อมจะยอมรับทุก ๆ การตัดสินใจของตัวผมเอง

“ไม่ต้องรีบให้คำตอบผมก็ได้นะครับ ผมแค่...ผมแค่ต้องการโอกาสเท่านั้นเอง” โชว่า ผมส่ายหน้าไปมาช้า ๆ จนเขาหน้าเสีย พอเห็นแบบนั้น ผมเลยดึงแก้มเขาเล่นก่อนจะพูดให้เขาคลายใจลง

“ผมยังไม่ได้ปฏิเสธคุณ นั้นคือเรื่องแรกที่คุณต้องรับรู้ก่อน ...” พอผมพูดแบบนี้ หูทั้งสองข้างของเขาก็ตั้งขึ้นมาราวกับเป็นคนละคนกับเจ้านากเผือกคอตกเมื่อกี้

“แต่ผม ...ไม่รู้สิโช ผมยังไม่แน่ใจเลย เรื่องทุกอย่างเหมือนมันเกิดขึ้นเร็วมาก ๆ เร็วมากจนความรู้สึกของผมตามไม่ทัน จริง ๆ แล้วเรายังรู้จักกันไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำไปนะครับ แล้วก็ ผมเองก็มีอีกหลายเรื่องที่คุณยังไม่รู้ คุณเองก็ยังมีอีกหลายเรื่องที่ยังไม่ได้บอกผม เราต่างคนต่างยังไม่รู้จักกันดีพอเลย” ผมว่า

ผมเข้าใจในสิ่งที่โชพูด แต่สิ่งที่ผมกังวลคือทั้งหมดนั้นมันจะเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบหรือฉาบฉวยรึเปล่า เป็นไปได้ไหมว่าเพราะโชไม่ได้เจอใครบ่อย ๆ พอมาเจอผมเขาเลยเห็นว่าทั้งหมดที่ผมเป็นคือสิ่งที่เขาชอบทั้งหมด ทั้ง ๆ ที่จริงแล้วมันอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิดก็ได้ เราอยู่ด้วยกันแล้วอาจจะทะเลาะกันจนมีเสียงหยาดน้ำตามากกว่ารอยยิ้ม มันก็เป็นไปได้ทั้งนั้น ผมถึงอยากให้เขาค่อย ๆ ชะลอความรู้สึก ค่อย ๆ ชะลอความคาดหวังในตัวของผมเอง

...เหมือน ๆ กับที่ผมพยายามชะลอความคาดหวังในตัวของผมเองและความสัมพันธ์ครั้งนี้เช่นกัน

“ส่วนเรื่องที่ว่าเป็นแฟนกันแล้วอนุญาตให้ผมไปมีอะไรกับใคร ..ผมขอเขกหัวคุณสักที” ไม่พูดเปล่า ผมแจกมะเหงกเบา ๆ เคาะลงตรงกลางหน้าผากให้อีกฝ่าย เป็นการแก้อาการหมั่นไส้ของตัวเองที่มีต่อเขา

“โอ๊ย ผมผิดอะไรละคุณ รู้ไหมว่าผมไปนั่งคิดนอนคิดมาหลายคืนเลยนะ ที่จะให้แฟนตัวเองมีน้อยได้เนี่ย” โชว่า

“ยัง !!!” ผมเบรก เดี๋ยวนี้เริ่มมีพัฒนาการแอบเคลมนะครับเจ้านากเผือกนับวันชักจะร้ายกาจขึ้นทุกที

“ยังก็ยัง แต่ผมก็พยายามคิดเผื่อคุณไง...ผมไม่ได้พูดเล่นนะ ผมเข้าใจว่าคุณยังเด็ก คุณยังมีความต้องการในเรื่องอย่างว่า และอีกฝ่ายคุณเคยเป็นแอคเค่อมาก่อน จะแปลกอะไรถ้าจะมีคนติดคุณแจในด้านนี้ ที่ผมพูดคือผมไม่ได้ใจกว้าง แต่ผมมองว่าถ้าจะไปต่อกันได้เรื่องพวกนี้ก็ควรพูดคุยกันให้ละเอียดนะครับทีเร็กซ์” โชว่า ผมถอนหายใจผมยิ้มกับความคิดนั้นก่อนจะแชร์ความคิดจากฝั่งของตัวเองไปบ้าง

“ผมยังเด็ก ความต้องการทางเพศเยอะจริงไหม? ผมว่าคุณน่าจะรู้คำตอบทั้งหมดนั้นดี แต่เรื่องของเรื่อง ถ้าผมเลือกแล้วว่าจะมีแฟน ผมเลือกแล้วว่าจะหยุดอยู่ที่ใครสักคน ผมจะนอกใจไปหาคนอื่นได้ยังไงละครับ?” ผมว่า อดไม่ได้ที่จะบี้จมูกเขาเล่นเป็นการหยอกล้ออีกฝ่าย

“โชครับ การที่เราตัดสินใจเลือกใครสักคนหนึ่งมาเป็นแฟนแล้ว เวลาที่เราซื่อสัตย์ต่อคนที่เรารัก เราไม่ได้ให้เกียรติแค่ตัวเขาเองนะครับ แต่เรากำลังให้เกียรติตัวเราเองด้วยเช่นกัน ในฐานะอีกครึ่งหนึ่งของความสัมพันธ์ของคนสองคน ผมน่ะ อารมณ์เยอะจริง แต่ไม่ได้แปลว่าผมอดทนหรืออดกั้นไม่ได้ถึงขนาดต้องไปทำอะไรกับคนอื่นไม่ว่าจะต่อหน้าหรือลับหลังแฟนตัวเองนะครับ” โชพยักหน้ารับคำนั้น แต่สีหน้าก็แอบลำบากใจอยู่หน่อย ๆ ก่อนจะพูดต่อ

“จริง ๆ แล้ว มันไม่ใช่แค่เพราะผมใจกว้างหรือเข้าใจคุณหรอกนะ แต่มันก็แบบ...แอบมีเหตุผลเล็ก ๆ อยู่อีกข้อเหมือนกันที่ทำให้ผมคิดว่าตัวผมเองน่าจะยอมรับได้ถ้าคุณจะไปมีอะไรกับใคร”

“เหตุผลนั้นคือ?” ผมถาม โชหันหน้าไปทางอื่นก่อนจะพูดอ้อม ๆ แอ้ม ๆ

“ผมไม่เคยมีอะไรกับผู้ชายมาก่อนในชีวิต”

ผมหันขวับไปตามประโยคบอกเล่าที่เขาพูดออกมา อีกฝ่ายหน้าแดงแปร๊ดแล้วเอานิ้วมือเกาจมูกตัวเองหน่อย ๆ เป็นการแก้เขิน

“...แต่คุณรู้อยู่แล้วใช่ไหมว่าผมเป็นรุก?” ผมถาม

“ใช่ และก็รู้ด้วยว่าของคุณมัน...มันใหญ่เกินไป ผมกลัวเจ็บ เอาตรง ๆ เลยครับ แค่นิ้วตัวเองผมยังไม่รู้สึกโอเคสักเท่าไหร่เลย ผมเลยไปนั่งคิดทบทวนไปมาว่าถ้าผมมอบให้คุณไม่ได้ ผมก็สมควรจะให้คุณได้รับมันจากคนอื่นไหมเท่านั้นเอง” โชตอบ ก่อนจะเอียงคอมาซบแขนผม

“แปลว่าคุณ 26 แล้วแต่ยังไม่เคยมีอะไรกับใครเลยงั้นเหรอครับ?” ผมเก็บข้อมูลต่อ อีกฝ่ายพยักหน้าขึ้นลงน้อย ๆ แต่ก็พูดเสริมต่อว่า

“นั่นหมายถึงกับผู้ชายนะ กับผู้หญิงผมก็เคยมาบ้าง คือรุ่นพี่ผมเขาเคยพาไปเที่ยวอ่างเหมือนกัน..ว่าแต่คุณถามทำไมวะเนี่ย? เลิกโฟกัสเรื่องนั้นได้ไหมครับ ผมเขิน!!!เจ้านากเผือกพูดพร้อมออกอาการงอแงมือไม้อยู่ไม่สุขไปมา

“ไม่โฟกัสไม่ได้หรอก มันเรื่องสำคัญนะ” ผมเก็กขรึม ทำท่าจริงจังขึ้นมา เขาพยักหน้าเห็นด้วยขึ้นลงช้า ๆ

“ผมถึงได้บอกไงว่าเราถึงสมควรคุยกันให้มันชัดเจนไปเลยตั้งแต่เริ่มต้น” เขากล่าวซ้ำ

“ก็เพราะแบบนั้นแหละครับ ผมถึงได้บอกไง ว่าผมยินดีที่คุณมีความรู้สึกดี ๆ ให้กับผม แต่ผมก็อยากให้มันค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป ให้เราได้ค่อย ๆ ลองเรียนรู้ทำความรู้จักกันไปเรื่อย ๆ เชื่อผมเถอะโช ถ้าผมใช่สำหรับคุณจริง ๆ ถ้าคุณใช่สำหรับผมจริง ๆ เราหนีกันไม่พ้นหรอกครับ” ผมว่าพลางถอนหายใจ

ผมยังหวาดกลัวกับอะไรหลาย ๆ อย่างมากมายอยู่ในใจ แต่สุดท้ายแล้ว ผมก็ไม่สามารถปฏิเสธความจริงได้อยู่ดี...

...ภายใต้ความสิ้นหวังและการกักเก็บตัวมากมายในใจ ลึกลงไปข้างใน ผมยังรอใครบางคนดึงผมขึ้นมาจากใต้ปรภพแห่งความสิ้นหวัง

รอใครสักคนที่พร้อมจะโอบกอดบาดแผลของผม ใครบางคนที่พร้อมจะยอมรับ “ทั้งหมด” ของผมได้จริง ๆ ถ้าเป็นไปได้ ผมไม่อยากเจ็บปวดอีกแล้ว

...ผมไม่อยากกลับไป “ที่นั่น” อีกแล้ว

“คุณ”

“ครับ?”

“แปลว่าคุณยังไม่เคยจูบกับใครที่เป็นผู้ชายใช่ไหมครับ?”

ถ้าในเมื่อคุณเดินเข้ามาหาผมลึกถึงใต้ใจกลางมหาสมุทรขนาดนี้...

“ก็...ใช่ครับ”

ผมขอร้องนะครับ

“งั้น..ลองจูบกับผมไหมครับ?”

...ช่วยดึงผมออกไปจากความสิ้นหวังนี้ที





TBC. ตอนนี้เปิดให้สั่งจองหนังสือแล้วนะครับ ปิดจองวันที่ 1 เมษายน 2562 ขอขอบคุณทุก ๆ การสนับสนุนครับ

รายละเอียดหนังสือและแบบฟอร์มสั่งของหนังสือ : >>> https://1th.me/ZBRt


ขอบคุณครับ

 

Time talk : ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง ... ต้องบอกว่าตอนนี้เป็นตอนสิ้นสุดของเล่ม 1 นะครับ (350 หน้า อาจจะมีการเพิ่มหน้านะครับ แต่ไม่น่าจะลดไปมากกว่านี้แล้วละ) สำหรับผมแล้วมันคือช่วงรอยต่อจุดเริ่มต้นของตัวละครหลาย ๆ ตัวละคร ที่ปูเรื่องและบอกกล่าว พัฒนาความสัมพันธ์ผ่านกันไปกันมาตลอด หลังจากนี้ไป ทุกตัวละครจะต้องค่อย ๆ "เคลียร์" ปริศนาและแบล็กบ็อกซ์ของตัวเองไปเรื่อย ๆ ที่ละคน ที่ละคน

ผมย้ำเสมอ และจะย้ำไปตลอด จนกว่าจะถึง "จุดนั้น" ที่ผมเขียนไว้ มันเป็นจุดที่ยากลำบากใจมากจริง ๆ และเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่มาก ๆ ในชีวิตนักเขียนของผม แต่ผมเชื่อว่าทุกคนจะเข้าใจในทุก ๆ การกระทำของทุก ๆ ตัวละครที่ดำเนินอยู่ในเรื่อง

ชีวิตจริงอะไรเกิดขึ้นได้ฉันได้ แอคเค่อนั้นไซร้ก็เกิดขึ้นได้ฉะนั้น

โปรดระวัง :]

Ps. ผมอยากอวดหน้าปกแบบใจจะขาด ลงแดงจะตายแล้ว แต่หน้าปกผมซ่อนอีสเตอร์ไว้เยอะมาก จนคิดว่าหลาย ๆ คนต้องจับได้แน่ ๆ เลยว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง อดทนรอนะครับ อีกสักช่วงหนึ่ง ผมคิดว่าไม่น่าจะเกิดช่วงพีคไทม์ของเรื่อง น่าจะสามารถนำหน้าปกมาให้ดูกันได้แล้ว

จับมือไว้ แล้วไปด้วยกันจนสุดทางนะครับ ช่วงนี้อากาศแปรปรวน รักษาสุขภาพด้วยนะครับทุกคน !



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 55 ครั้ง

7 ความคิดเห็น

  1. #289 ศฐาพรonTheWar (@0850304849) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 18:30
    ตัวละครสมบูรณ์ในแบบของตัวเองอยู่แล้ว แง อารมณ์แบบดูรู้กน้อยเติบโต ไม่ได้คาดหวังอะไรเลยกับเรื่องความรักของคุณที55555 เพราะอยากรู้ว่าเขาจะแสดงทัศนคติอะไรออกมามากกว่า (กว่าจะได้กดเข้ามาอ่านก็ทำใจนานมาก555) การเปิดใจใหม่โดยคาดหวังว่ามันจะไม่ทำให้กลับไปจุดเดิม มันก็เปิดใจแหละ แต่เราแอบคิดว่ามันน่าจะเป็นพ้อยนึงที่ทำให้คุณเขาปิดใจมากกว่าเดิมอีก555(ล้อเล่นนะคะ) เพราะมันเป็นการเปิดใจโดยที่ยังจำกัดระยะความสัมพันธ์ ทุกอย่างมันจะผ่านใจแต่ก็ต้องเอามาทวนเหตุและผลในสมองอีกที เพราะจะคอยระวังไม่ให้กลับไปจุดนั้น (วกวนเลยเหมือนมาฉอดเรื่องตัวเอง) ไรท์เก่งมากๆๆๆๆๆๆ ขอบคุณที่แต่งนะคะ ติดตามเสมอค่ะ! รักษาสุขภาพด้วยน้า!
    #289
    0
  2. #287 PinkuButa (@papang-pinkpig) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 12:21
    อยากอ่านเล่ม2แล้วค่ะ!!! ฮื่ออออออ ประทับใจตอนนี้มากๆ ชอบน้องนากที่คิดเผื่ออะไรต่ออะไรไว้ มันเลยเห็นความใส่ใจในความรักนะคะ แต่ก็ดีใจในความคิดของทีเร็กที่ปฏิเสธเลย ก็มันคือให้เกียรติ2ฝ่ายเนาะ ทั้งเราเองทั้งแฟนเราด้วย ค่อยๆเป็นค่อยๆไปก็ได้ฮื่ออออ รอซื้อค่ะ อยากเห็นปกเหมือนกันน
    #287
    0
  3. #285 punch98line (@punch98line) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 22:01
    โอ้ยเขิน เขินหนักมาก!! โชน่ารักมากๆเลย เอาล่ะได้เวลาเริ่มเรียนรู้กันอย่างจริงจังเเล้วนะทั้ง2คนเลย ดูเเล้วเจ้าทีก็ถือว่าเปิดใจในระดับนึงเลยนะ เเต่คงต้องใช้เวลาในการยอมรับมากหน่อยเท่านั้นเอง(จากที่เจอคนนั้นเเล้วถึงกับไปไม่เป็นน่ะนะ)
    ปล.ทำไมไรท์พูดดูน่ากลัวจังคะ ฮือออ ขอร้องเถอะอะไรจะเกิดก็เกิดได้ เเต่อย่าเป็นเเบดเอนด์เลยน้าา คนอ่านคนนี้ใจบางมาก
    #285
    0
  4. #284 saru1234 (@saru1234) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 21:25
    ไรท์ก็รักษาสุขภาพด้วยนะคะ
    #284
    0
  5. #283 realtoey (@bbaiteiy) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 20:54
    ได้แต่หวังให้ทีเร็กยอมเปิดใจให้โชไวๆ
    #283
    0
  6. #281 Yujin:-D (@noey2547) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 20:46
    คือชอบนะ แต่แบบ เรากลัวทีเร็กเอานากไปแทนคนเก่าอะ

    กลัวแบบนั้น;-;
    #281
    0
  7. #280 Croearus (@melatiene) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 20:37
    ขอตับไม่แตกมาม่าไม่เข้มข้นเจ้มจ้นก็พอใจแล้ว อรั้ยยยยย
    #280
    0