[PRE ORDER] แ อ ค เ ค่ อ #แอคเค่อของน้องแมว

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 21,425 Views

  • 319 Comments

  • 1,173 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    845

    Overall
    21,425

ตอนที่ 26 : Ep.22 Return

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 472
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    21 ธ.ค. 61



Ep.22 Return



ผมค่อย ๆ เคลื่อนไหวปลายลิ้นไปทีละนิด สำรวจทั่วโพรงปากของอีกฝ่ายโดยชะลอความเร็วไม่ให้เคลื่อนไหวเร็วมากเกินไปจนเขาตามไม่ทัน ลมหายใจอุ่น ๆ ลดลงใบหน้าของกันและกัน พอเกี่ยวตวัดกับปลายลิ้นของอีกฝ่ายไปมากจนเขาเริ่มตามทันผมก็สปีดเร็วขึ้น ไม่ถึงห้านาทีโชก็เป็นฝ่ายถอนริมฝีปากออกไปก่อนจะสูดลมหายใจดึงเอาอากาศเข้าไปในปอด

“เกินไป” เขายกหลังมือขึ้นมาเช็ดมุมปาก ก่อนจะบอกผมหน้าอาย ๆ

“อะไรเกินไป?” ผมถามกลับ

“คุณจูบเก่งเกินไป” โชพูดพร้อมก้มหน้าลงมาซุกกับอกผม พอเห็นเขาอ้อนแบบนั้นก็อดไม่ได้ที่จะขยี้เส้นผมนุ่มนิ่มนั่นเล่น โชตอบรับด้วยการเอาหัวถูไถไปมากับหน้าอกผม ก่อนจะเรียกเสียงหัวเราะให้กับเราทั้งคู่ออกมา

“คุณต้องหัดหายใจทางจมูกในระหว่างที่ตวัดลิ้นไปด้วยนะ” ผมแนะ โชตีแขนผมแรงดันป๊าบ

“คนบ้า” เขาว่าเบา ๆ เสหน้าไปทางอื่นแก้เขินอาย ผมค่อย ๆ ลูบหัวเขาเบา ๆ เป็นการระบายความรู้สึกให้อีกฝ่ายไปในตัวอีกทางหนึ่ง

“นี่คุณ” เขาเรียกผม

“ครับ?”

“ผมมีความสุขจังเลยครับ”

โชกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย แต่หนักแน่น ผมพยักหน้าแล้วกล่าวสมทบ

“นานแล้วที่ผมไม่ได้จูบใครแล้วไม่ทำต่อจนเสร็จ...คุณโชคดีนะ” ผมว่า เขาหัวเราะในลำคอก่อนจะพูดตอบโต้กลับคืนมา

“เสือร้ายจริง ๆ เลยคุณ”

ผมยืนยันคำพูดของเขาด้วยการกระทำ ชันตัวและก้มหน้าลงไปประกบปากกับเขาอีกครั้ง ให้ตายเถอะ ย้อนไปสิบห้านาทีที่แล้วตอนผมถามว่าอยากลองจูบกับผมไหม เขาไม่ปฏิเสธ แต่ก็ไม่ได้ตกลง จนสุดท้ายแล้วเราค่อย ๆ เลื่อนใบหน้าเข้าหากันนั่นแหละ และคุณรู้ไหมว่ามันยากแค่ไหนกับการพยายามจูบใครโดยไม่ให้รู้สึกอะไรเกินเลยหรือต้องการในตัวอีกฝ่าย

โชเป็นมือใหม่ของการจูบ ยังไม่ต้องไปพูดเรื่องเซ็กซ์ครั้งแรก การเตรียมตัว หรือแม้กระทั้งวิธีการ make love ให้ผมหรอก เอาแค่จูบเนี่ยให้รอดก่อนเถอะครับ แรก ๆ เขายังกัดฟันแน่น ไม่ยอมให้ลิ้นของผมไหลลื่นไปตามโพรงปากด้วยซ้ำ ต้องใช้เวลา ตวัดเกี่ยวเลี้ยวลดไปตามทาง กว่าเขาจะยอมคลายฟันอออก ให้ลิ้นของผมได้เข้าไปสัมผัสกับข้างในโพรงปากนุ่ม ๆ ของเขา

เราคงต้องเรียนรู้กันแหละกันไปอีกสักพักใหญ่ ๆ ถึงจะสามารถตอบได้ว่าเรา “ใช่” ต่อกันและกันไหม

ทั้งผมและโช เรายังต้องการระยะเวลาในการจะผูกสัมพันธ์ ไม่ใช่ว่าผมอยากเล่นตัวหรืออะไรหรอกนะ แต่คนเราต้องเรียนรู้จากความผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้นและผมจะระมัดระวังไม่ให้มันกลายเป็นความสัมพันธ์ที่ไวมากเกินไป จนหัวใจของเราสองคนวิ่งตามไม่ทัน ขอแค่ค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไป ให้เราละเลียดและใช้เวลาไปกับมัน

...แล้วสักวัน หัวใจของเราสองคนจะตอบคำถามนั่นเองว่าเราจะเป็นยังไงกันต่อไป

ผมถอนจูบออกมาแล้วมองหน้าอีกฝ่ายที่ยังหายใจไม่คล่องกับการจูบ เหงื่อเขาไหลออกมาข้าง ๆ ขมับนิดหน่อย ผมยื่นมือลงไปเช็ดก่อนจะกระซิบเบา ๆ ที่ข้างใบหู

“ขนาดจูบคุณยังไปไม่เป็นขนาดนี้เลย แล้วถ้าเรา make love กัน คุณคิดว่าคุณจะรอดไหมเนี่ย?” ผมแซว และรางวัลที่ได้รับก็คือแรงทุบหลังดังอั๊ก ผมร้องอู๊ย ก่อนจะแกล้งทิ้งน้ำหนักตัวลงไปนอนทับอีกฝ่ายเอาไว้

“คุณ ขยับตัวออกไปนะ ไม่ใช่ตัวเบา ๆ ” เขาว่าด้วยน้ำเสียงและท่าทีไม่จริงจังนัก ผมไม่ตอบอะไร แต่นอนหลับโดยพยายามเทน้ำหนักไม่ให้ลงไปกดทับตัวอีกฝ่าย สุดท้ายแขนทั้งสองข้างก็โอบกอดผมไว้จากด้านล่าง

“ผมเองก็มีความสุขมากเหมือนกันนะครับ...”

“...”

“ขอบคุณนะครับโช ..แต่ผมขอเวลาหน่อยนะครับ” ผมว่า กระซิบข้างหูเขา โชพยักหน้าขึ้นลงเข้าใจในความลำบากใจของผม ก่อนเจ้าตัวจะกอดผมแน่นเข้าไปอีก

“ผมจะรอจนกว่าวันที่คุณจะเปิดหัวใจให้ผมครับ” โชพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ผมไม่ตอบอะไรอีกแต่พยายามซึมซับบรรยากาศอันมีความสุขเอาไว้ นานมากแล้วที่ห้องของผมไม่ได้อบอวลไปด้วยความรู้สึกของการสานสัมพันธ์ มากกว่าแค่การแลกเปลี่ยนความต้องการซึ่งกันและกันในช่วงข้ามคืน

เหมือนเขาทำให้ผมได้สัมผัสกับการมีชีวิต “อีกครั้ง” ในห้องนี้

“เรื่องอะไรที่มันต้องใช้เวลาก็ปล่อยให้เวลาได้ทำหน้าที่ของมันแล้วกันนะครับ เออ โช ผมมีประเด็นอยากลองนำเสนอคุณด้วย” ผมว่า ควักมือถือออกมากด ๆ ดูที่ตัวเองจดบันทึกข้อมูลเอาไว้

“อะไรเหรอครับ?” เขาถาม ยกตัวขึ้นมาพิงผนังเตียง มองสิ่งที่ผมจดไว้ในโน้ตมือถือ

“ประเด็นเกี่ยวกับทวิตเตอร์แล้วก็สังคมที่มีความเกี่ยวข้องหรือสอดคล้องกับแอคเค่อนะครับ ผมว่าจะลองพูดให้คุณฟังดู แต่ไม่รู้หรอกนะว่าเอาประเด็นไหนไปใช้ได้ไม่ได้ยังไงบ้าง” ผมว่า ส่งให้เขาไปสไลด์ดูหัวข้อกับรายละเอียด และคำถามเล็ก ๆ ที่ผมตั้งข้อสงสัยเอาไว้

“นี่คุณจดทั้งหมดนี้ไว้ช่วงผมไม่อยู่เหรอ?” เขาสไลด์หน้าจอพลางถามไปด้วย

“ใช่ครับ”

“ละเอียดพอสมควรเลยครับ หลายประเด็นเองก็น่าสนใจด้วย” โชพูดพร้อมหันมายิ้มให้กับผม กว่าผมจะรู้ว่ารอยยิ้มนั้นหมายถึงอะไร ก็ตอนที่เขาพูดประโยคต่อไปนั่นแหละครับ

“ผมดีใจนะที่เห็นคุณใส่ใจกับผมขนาดนี้”

เขาว่ายิ้ม ๆ ผมเบะปากและแก้ต่างให้กับตัวเองทันที

“ใครบอกว่าผมใส่ใจคุณ ผมใส่ใจงานของคุณต่างหาก” โชไม่พูดอะไรต่อนอกจากบ่นอุบอิบนิดหน่อยว่าผมชอบรักษามาดมากเกินไป แต่ก็นั่นแหละครับ พอเป็นเรื่องงานปุ๊บเขาก็เข้าโหมดจริงจัง หยิบไอแพดของตัวเองออกมาคัดลอกประเด็นที่น่าสนใจจากผมไป ปากก็บ่นพึมพำไปด้วยว่าคิดไม่ถึง ๆ จนจดเสร็จนั่นแหละถึงได้หันมามองหน้าผมอีกรอบ

“น่าสนใจมากเลยครับ โดยเฉพาะประเด็นซีรีส์วาย ผมไม่เคยคิดในมุมนั้นมาก่อนเลยว่าเราควรระมัดระวังมากแค่ไหนเกี่ยวกับพฤติกรรมการเลียนแบบของผู้ชมทางบ้าน” เขาว่า

“ผมวิจารณ์ไม่ได้ เพราะผมไม่เคยดูซีรีส์วายสักตอน คุณลองเปิดให้ผมดูหน่อยได้ไหมครับ?” ผมถาม ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ผมอยากจะลองถกประเด็นนี้ดูสักครั้ง ก็ควรจะทดลองดูไปเลยจริงจัง เขาพยักหน้า ก่อนเราจะพลิกตัวกันลงไปนอนคว่ำแล้วตั้งหน้าจอไอแพดไว้ด้านหน้าเราสองคน โชคลิกเข้าไปที่คลังวิดีโอของตัวเอง ก่อนจะเลือกเปิดซีรีส์เรื่องหนึ่งขึ้นมาให้ผมดู

เราปล่อยให้ซีรีส์ดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ จนจบตอน ก่อนทั้งผมและโชจะหันมามองหน้ากัน

“โชครับ”

“ครับ?”

“นั่นไม่ใช่งานที่คุณเคยทำใช่ไหม?” ผมถาม อีกฝ่ายพยักหน้าขึ้นลงเบา ๆ เป็นการยืนยัน

“โล่งอก ผมจะได้วิจารณ์ได้สะดวกปาก” ผมว่า โชหัวเราะไปกับคำพูดของผมก่อนจะรอให้ผมพูดต่อ

“ก่อนอื่นคือเอาสำหรับคนที่ไม่เคยดูซีรีส์วายอะไรพวกนี้นะครับ อยากถามว่าเมื่อกี๊นี้เรานับว่าเป็นการแสดงได้เหรอครับ? แข็งมาก ดูไม่มีอะไรเป็นธรรมชาติเลย แล้วอะไรคือตอนแรกเปิดฉากมาเคลมตัวเองแมนมากแต่จะมายืนจูบโชว์กันกลางโรงอาหาร และไหนจะตำแหน่งเดือน 4 ปีซ้อนนั้นคืออะไร มีมหาวิทยาลัยไหนให้ตำแหน่งซ้อนแบบนี้ด้วยเหรอครับ คือมันดูหลุดไปไกลจากสามัญสำนึกโลกที่ผมอยู่มากเลย ผมถึงถามก่อนไงว่าไม่ใช่งานคุณใช่ไหม ผมจะได้วิจารณ์ได้สะดวก” ผมร่ายยาว ยังงงบวกอึน ๆ ไม่หายกับซีรีส์ที่ตัวเองได้ดูไปเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา

“เอาทีละประเด็นนะครับ เรื่องแสดงแข็ง อันนี้ผมเห็นด้วยเลยครับ เพราะนักแสดงใหม่ยกเซ็ตเลยก็ว่าได้” โชพูด เว้นวรรคแล้วกล่าวต่อว่า

“ถามว่าทำไมต้องใช้นักแสดงใหม่ทั้งหมด ก็ต้องยอมรับก่อนว่าซีรีส์เพศทางเลือกยังไม่ได้เป็นที่นิยมหรือติดกระแสตลาดหลักมากขนาดนั้นนะครับ ก็เหมือนที่ทีเร็กซ์บอกนั้นแหละว่าคนไทยยังติดภาพลักษณ์ว่าเพศที่สามทุกคนต้องเป็นคนตลก ต้องสร้างเสียงหัวเราะ และยังไม่สามารถทำความเข้าใจในความแตกต่างของคนได้มากขนาดนั้น

พอตลาดมันยังไม่กว้าง นักลงทุนยังไม่ค่อยมีเพราะไม่มั่นใจว่าจะสามารถขายโฆษณาได้ สปอร์นเซอร์ก็เลยมีน้อยตามไปด้วย เพราะงั้นในส่วนของนักแสดงก็ต้องอาศัยนักแสดงหน้าใหม่ที่ยังไม่ได้มีผลงาน พอไม่มีผลงานการเรียนแอคติ้งก็อาจจะไม่ได้มากพอให้เขาเข้าใจธรรมชาติของการแสดงที่ไม่แสดง เงินยังเป็นปัจจัยอีกปัจจัยสำคัญของความก้าวหน้าในวงการอุตสาหกรรมภาพยนตร์และแวดวงบันเทิงในบ้านเรา ต่อให้อยากสร้างงานอลังการแค่ไหน ถ้าไม่มีนายทุนมาลงทุน มันก็ทำได้แค่ตามมีตามเกิด พอตามมีตามเกิดก็ต้องไปคาดหวังจากพลังแฟนคลับของบทที่เอามาสร้าง

จึงเป็นที่มาว่า ทำไมฟีดแบคของนิยายเรื่องหนึ่งถึงสำคัญมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นยอดคอมเม้นท์ ยอดวิว ยอดแฟนคลับ หรือแม้กระทั้งการรีวิวหรือบอกต่อในโลกออนไลน์ เพราะมันไม่ได้ส่งผลแค่กับจิตใจของคนเขียนคนเดียว แต่มันเกี่ยวพันถึงอนาคตของนิยายเรื่องนั้นทั้งหมดเลย อาทิ สมมติว่าถ้าสำนักพิมพ์จะเลือกนิยายสักเรื่องหนึ่งนำออกไปตีพิมพ์ ก็ต้องประเมินแล้วว่าเรื่องนี้พอจะขายได้แน่นอนใช่ไหม เพราะยอดพิมพ์ขั้นต่ำของแต่ละสำนักพิมพ์ส่วนมากก็จะเริ่มต้นกันที่พันเล่มขึ้นไปอยู่แล้ว และทั้งหมดนั้นจึงสอดคล้อง ส่งผลกระทบกันไปมา”

โชอธิบาย ผมพยักหน้ายอมรับและทำความเข้าใจได้ ถ้าเป็นนักแสดงหน้าใหม่ก็น่าจะเป็นพวกเด็กที่กำลังต้องการเส้นทางในการปูไปต่อวงการบันเทิงกระแสหลัก ก็อาจจะดีลง่ายมากกว่าการใช้ดาราและนักแสดงทั่วไปที่มีชื่อเสียงและมีประสบการณ์ในการทำงานอยู่แล้วมาเป็นนักแสดง พอเป็นแบบนั้น แอ็คติ้งแลยแข็งเป็นหินอย่างช่วยไม่ได้ เพราะเวลาซ้อมก็คงน้อย หรือไม่ก็อาจจะไม่ได้มีโค้ชที่เก่งมากขนาดควบคุมงานได้

“ในส่วนของเนื้อเรื่อง ก็...คุณ นักเขียนนิยายวายส่วนใหญ่ก็เป็นผู้หญิงนะครับ อ่ะ ผมถามนะ คุณคิดว่าคุณเข้าใจผู้หญิงมากน้อยขนาดไหน?” โชถาม

“ถามว่าผมเข้าใจผู้หญิงไหม ก็เข้าใจได้ แต่คงไม่เข้าใจได้ทั้งหมด...อ๋อ ! ผมเข้าใจที่คุณจะบอกแล้ว” ผมว่า พร้อมทั้งดีดนิ้วเมื่อตัวเองคิดตามทันโชสำเร็จ อีกฝ่ายพยักหน้าและยิ้มให้กับผม

“นั่นแหละครับ เวลาผู้หญิงเขียนอะไรเกี่ยวกับผู้ชายในโหมดนิยายวายนะ ทุกสิ่งมันขึ้นอยู่กับจินตนาการแล้วก็เบสออนสตอรี่ที่เจ้าตัวเคยผ่านมาใช่ไหมครับ เพราะแบบนั่นแหละครับที่ทำให้นิยายวายของผู้หญิงหลายคนกลายเป็นโลกในอุดมคติ เพราะเขาไม่ใช่เกย์ ไม่สามารถที่จะทำความเข้าใจและทัชได้ทั้งหมด 100 % ในกระบวนการความคิดของคนที่เป็นเกย์จริงๆ

ไม่ได้แปลว่าสิ่งที่เขาเขียนออกมาจะเป็นเรื่องที่ผิดพลาด เพราะทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเขียนอะไรก็ได้ออกมาอยู่แล้ว แต่ทั้งหมดนั้นเราก็ต้องยอมรับว่ามันส่งผลทั้งต่อค่านิยมของคนในสังคมและก็กระทบกลับออกมาหาคนที่เป็นเกย์จริง ๆ เหมือนที่เราเคยคุยกันนั่นแหละว่าทำไมรุกต้องแมน ห้ามออกสาว ทำไมรับต้องตัวเล็กน่ารัก

นิยายวายหลายเรื่องไม่ได้เขียนให้เกย์อ่านนะครับ เขาเขียนให้ผู้หญิงอ่าน ซึ่งนั้นแหละเราต้องยอมรับก่อนว่าในทางการตลาดแล้ว ผู้หญิงค่อนข้างมีกำลังจ่ายมากกว่าผู้ชาย และในเมื่อเขาเขียนมาให้ผู้หญิงอ่านเป็นหลัก ถ้าเกย์แบบเราจะดูแล้วรู้สึกว่ามันไม่จริงก็ไม่แปลกอะไรนิครับ มันแค่ไม่ตรงทาเก็ตเราเท่านั้นเอง ” โชว่า

“อ้าว แล้วแบบนี้แอคเค่อจะรอดไหมครับนั้น?” ผมเป็นห่วงกลาย ๆ เขาอมยิ้มอีกครั้งก่อนจะว่า

“ไม่มีใครรู้หรอกครับ ผมเชื่อว่าก่อน เจเคฯจะดัง เธอก็คงผ่านการพิสูจน์มามากมายกว่าที่สื่อจะได้รับรู้อีก แอคเค่อเองก็เหมือนกัน เราก็ต้องพิสูจน์ตัวเองไปเรื่อย ๆ นั่นแหละครับ อะไรที่ใหม่กับตลาดมาก ๆ มันก็มีแนวโน้มจะรอดยากในตอนนี้ แต่พอเวลาผ่านไป มันอาจจะกลายเป็นที่ยอมรับของใครหลาย ๆ คนก็ได้ ผมคิดแบบนั้นนะ”

พอเขาพูดแบบนั้นแล้วผมก็ไม่ขัดอะไรอีก ทำได้แค่บีบมือให้กำลังใจเขา จากทั้งหมดที่ได้เจอกันมา ผมเชื่อว่าแอคเค่อจะต้องออกมาเป็นผลงานที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามของคน ๆ หนึ่งได้เป็นอย่างดี แต่สุดท้ายแล้วปลายทางของนิยายเรื่องนี้จะไปได้ไกลแค่ไหน ก็อย่างที่โชว่าแหละครับ โชคชะตา วาสนา และคนอ่านจะเป็นคนให้คำตอบเราเอง

“ส่วนอีกประเด็นหนึ่งที่ผมสนใจ คือประเด็นเรื่องตัวละครเพศหญิงในซีรีส์วาย” โชพูดต่อ ผมพยักหน้าหงึก ๆ แล้วรอฟังว่าเขาจะพูดอะไรต่อไป

“จริง ๆ ตรงจุดนี้พูดไปแล้วมันก็เหมือนละครทั่วไปนะครับ มีพระนาง ตัวร้าย นางร้าย ในโลกของนิยายวายของใครหลาย ๆ คนก็เหมือนกัน มันเหมือนเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้หญิงด้วยกันเองรับรู้นะครับว่าตัวละครเพศหญิงไม่ควรก้าวเข้าไปเกี่ยวข้อง หรือถ้าเกี่ยวข้องก็เป็นได้แค่ตัวประกอบ เพื่อนร่วมกลุ่มร่วมห้องต่าง ๆ

 กล่าวคือ ผมก็เคยทำสัมภาษณ์มานะ ว่าทำไมผู้หญิงหลายคนถึงชอบอ่านนิยายวาย ซึ่งคำตอบที่ได้สรุปรวบยอดเลยคือ เขาได้กันเองเสียใจน้อยกว่าเขาไปได้กับใคร(ที่เป็นผู้หญิงด้วยกัน) อารมณ์แบบถ้าเขาชอบกันเองยังไงเขาก็ไม่ชอบเราแน่ ๆ เราไม่ได้แพ้ใคร ประมาณนั้นครับ”

“ได้เหรอคุณ” ผมว่า

“ได้สิครับ ก็ได้ไปแล้วอ่ะ ฮ่าๆ” โชตอบ ผมพยักหน้าขึ้นลงตาม

“พอเป็นแบบนั้นปุ๊บ ถ้าผู้หญิงจะต้องเข้ามามีบทบาทในโลกของนิยายวาย ก็จะได้ตำแหน่งตัวร้าย ซึ่งตัวร้ายในนิยายวายยุคแรก ๆ ก็จะเป็นผู้หญิงขี้อิจฉา ขี้แพ้ ยิ่งเห็นว่าตัวเองแพ้ให้กับเพศตรงข้ามยิ่งวีนเหวี่ยง ซึ่งนั้นเป็นเรื่องของยุคแรกนะ พอหลายปีผ่านมาตัวละครในนิยายก็กล่มกล่อมขึ้นเรื่อย ๆ กล่าวคือในนิยายวายไม่ได้มีแค่เรื่องของผู้ชายกับผู้ชายรักกันอีกต่อไป มันเป็นการพัฒนาไปตามกาลเวลานะครับ”

“ก็ชีวิตจริง สังคมเราไม่ได้มีแต่ผู้ชายหน้าตาดีห้อมล้อมอ่ะเนาะ” ผมว่า โชหัวเราะหน่อย ๆ ตาม

“พูดถึงพัฒนาการแล้ว เราก็ต้องยอมรับนะครับว่าถึงแม้ซีรีส์หลายเรื่องจะทำออกมาได้ไม่ถึงขนาดว่าขึ้นหิ้ง แต่มันก็เป็นการโอเพ่น เปิดประตูบ้านใหม่  ๆ ให้กับทั้งวงการนิยายวายและซีรีส์เพศทางเลือกนะครับ อย่างสมัยนี้สำนักพิมพ์หลายแห่งก็ต้องมียูนิตย่อยเป็นหมวดชายรักชายโดยเฉพาะ และซีรีส์วายเองก็สร้างปรากฏการณ์ใหม  ๆ ให้กับสังคมทั้งกับตัวแฟนคลับและนักแสดงที่พอแสดงเรื่องหนึ่งปุ๊บก็แทบจะได้แฟนคลับที่คอยติดตามและสนับสนุน”

“เหมือนปรากฏการณ์คู่จิ้นอ่ะนะ?” ผมถาม โชพยักหน้า

“อันนี้ในส่วนตัวของผมนะ บางคู่ก็ทำหน้าตามที่ บางคู่ก็อาจจะคิดจริงจัง แต่ทั้งหมดนั้นมันเป็นเรื่องของเขานะครับ คำว่าคู่จิ้นก็บอกกันตั้งแต่แรกแล้วว่าคู่จิ้น ไม่ใช่คู่เรียล แต่คู่จิ้นก็ก่อให้เกิดโมเม้นท์มากมายตามมาให้คนได้กรี๊ดกราดกันไป ซึ่งคู่จิ้นเนี่ย ไม่ได้มีแค่เฉพาะชายชายนะครับ วงการฝั่งละครช่องยักษ์ใหญ่บางช่องเองก็เน้นขายดาราเป็นคู่ ๆ แบบนี้เหมือนกัน”

“แต่ก็แอบส่งผลเสียนะ” ผมว่า

“ยังไงครับ”

“คืองี้คุณ ผมเคยรู้จักเพื่อนผู้ชายกลุ่มหนึ่ง ในกลุ่มนั้นมีสองคนเป็นรูมเมทกันและสนิทกันมาก ๆ แต่พอยุคคู่จิ้นมาถึง เขาสองคนก็โดนสาว  ๆ ในมหาวิทยาลัยจิ้นกัน และไปๆ  มา ๆ ทั้งคู่ก็เลิกสนิทกันไปเลย เพราะต่างคนต่างไม่อยากโดนกล่าวหาว่าเป็นเกย์ ผมว่านี้เป็นเส้นอีกเส้นที่ถ้าแฟนคลับไม่รู้ตัวว่ากำลังจะก้าวข้ามไปละเมิดใครก็คงแย่นะครับ”

“มันต้องหาความพอดีนะ คือผมก็ยังมองขอบเขตว่าการสนับสนุนให้ผู้ชายหน้าตาดี ๆ สองคนเป็นแฟนกันมันไม่ได้ผิดอะไร เพียงแต่ก็ต้องรู้ว่าอะไรเหมาะสม อะไรไม่เหมาะสม อย่างเรื่องที่ทีว่ามา ผมว่าคนเอาไปจิ้นก็เกินไป แต่ก็พูดยากอีกนั้นแหละว่าเพราะคนนอกถึงทำให้เพื่อนสนิทสองคนต้องแตกคอแยกย้ายกันไปเลยเหรอ” เขาทิ้งท้ายไว้

“ไม่รู้สิ ก็คงมีแค่เขาสองคนละมั้งที่รู้ว่าเหตุผลที่เลิกคบกันจริง ๆ เป็นเพราะอะไรกันแน่” ผมกล่าวสรุป เราเงียบกันไปก่อนผมจะตั้งประเด็นใหม่

“แล้วนี่คุณวางแผนจะเอานิยายไปลงเนื้อหาที่เว็บไซต์ไหนบ้างครับ?” ผมถาม โชนับนิ้วก่อนจะไล่ให้ฟัง

“ก็มีเล้าเป็ดแน่ ๆ ละหนึ่ง เด็กดีสอง ธัญวลัยสาม ฟิคชันล็อกสี่ แล้วก็รีดไรท์ห้า ส่วนที่เหลือผมอาจจะดูก่อนว่ากระแสไปได้ไกลมากน้อยแค่ไหน แล้วค่อยเอาไปลงในเว็บไซต์อื่น ๆ อีก” เขาว่า

“หื้ม มีหลายเว็บไซต์ขนาดนั้นเลยเหรอครับ?” ผมถามต่อ

“ถ้าเมื่อก่อนก็มีไม่กี่เว็บหรอกครับ แต่ก็ปกติของธุรกิจ อะไรทำเงินได้ก็มีคนมาลงทุนทำทั้งนั้นแหละครับ ที่ผมต้องลงหลายเว็บเพราะผมต้องกระจายความเสี่ยงด้วย และก็เป็นการพีอาร์ให้คนที่ไม่ได้เล่นในเว็บอื่น ๆ เห็นด้วย อาจจะยุ่งยากหน่อยตอนที่ต้องเอาไปลงหลาย ๆ เว็บ แต่เดี๋ยวผลลัพธ์มันออกมาก็คงตอบเราเองว่าคุ้มค่าไม่คุ้มค่า”

“จะว่าไปแล้วผมไม่เคยถามเลย คุณมีนิยายในดวงใจหรือมีนักเขียนที่ชอบไหมครับ?” เพราะประเด็นอื่น ๆ ดูจะเคลียร์ไปหมดแล้ว ผมถึงหันไปถามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงไม่มีสาระอะไรสักเท่าไหร่นัก

“มีนะ มีนิยายเรื่องหนึ่งที่มาก่อนกาลมาก ๆ และเป็นนิยายที่ผมชอบมากที่สุดแล้วไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน”

“นั่นคือเรื่อง?” ผมถาม อีกฝ่ายทำหน้าอมยิ้มก่อนจะพูดต่อ

'หรือว่าความรัก' ของคุณฟิกครับ นั่นเป็นนิยายวายที่ดีที่สุดในใจผมตลอดกาล และอาจจะตลอดไปแล้วด้วย” เขาว่า ทำหน้าตาตื่นเต้นจนผมอินตามไปด้วย

“ชักอยากอ่านบ้างแล้วว่านิยายที่คุณว่ามาสนุกขนาดไหน” ผมหยอกเล่นนิด ๆ เขาย่นจมูกก่อนจะตอบกลับ

“อยากอ่านตอนนี้ก็หายากแล้วครับ หรือว่าความรักไม่มีรีปริ้นท์แล้ว แถมคนเขียนเองก็ไม่ทิ้งช่องทางไว้ให้ติดตามต่อ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรที่เขาหายไป แต่ผมก็เคารพในการตัดสินใจของเขานะ อ๋อ แล้วก็ ราคาหนังสือตอนนี้พุ่งไปเกือบหมื่นกว่าบาทแล้วครับ” โชว่าตาใส ส่วนผมหันหน้าขวับไปหาเขา

“คุณว่าอะไรนะ?”

“ผมบอกว่านิยายชุดนั้นราคาพุ่งไปเกินหมื่นกว่าบาทแล้ว สำหรับคนที่อยากเก็บสะสม”

“ยอมรับนะว่าผมตกใจมาก ไม่คิดว่านิยายเรื่องหนึ่งจะสามารถมีราคาได้มากขนาดนี้” ผมว่า

“ราคาไม่ได้อยู่ที่หนังสือ แต่มันเป็นมูลค่าทางจิตใจของแฟนคลับนะครับ คุณต้องเข้าใจ เมื่อก่อนไม่ได้มีสำนักพิมพ์มาอุ้มชูพวกเรามากขนาดนี้ ดังนั้นแล้วจะพิมพ์หนังสือขายได้ก็ต้องมียอดสั่งซื้อประมาณหนึ่งต่อครั้งถึงจะพิมพ์ขายได้ พอรวบรวมเปิดพรีออเดอร์ได้สักรอบแล้ว ถ้าไม่ใช่เจ้าที่ดังจริง ๆ ก็ยากครับที่จะรีปริ้นท์ได้หลายครั้ง” โชตอบ ผมพยักหน้ารับทราบและเข้าใจในข้อจำกัดของในอดีตที่ผ่านมา

“...แต่ถ้าคุณอยากอ่านจริง ๆ ผมเอามาให้ยืมอ่านก็ได้นะ”

“คุณมีเหรอ?” ผมถาม มองหน้าอีกฝ่าย โชพยักหน้าขึ้นลง

“ก็มันของสำคัญทางจิตใจนะครับ ชอบมากก็ต้องทุ่มทุนหน่อย ไปประมูลมาได้”

“ถ้ามันสำคัญมากก็ไม่เป็นไรนะครับ ผมแค่สงสัยเฉย ๆ ว่าทำไมคุณถึงชอบขนาดนั้น”  ผมว่า ชักเกรงใจอีกฝ่าย เพราะดูเป็นของที่มีความสำคัญต่อเขา

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ของสำคัญ กับ สิ่งสำคัญ อยู่ด้วยกันก็ถูกต้องแล้วนิ”

เป็นอีกครั้งที่โช จีบ ผมอย่างตรงไปตรงมา ให้ตายสิ ถ้านี้เป็นในนิยายคงแปลก ๆ พิลึกที่คนเป็นรับหรือเป็นฝ่ายนางเอกเริ่มเป็นคนจีบก่อน แต่เพราะชีวิตจริงคนเราไม่ใช่นิยาย ก็ไม่แปลกอะไรหรอกมั้งถ้าอีกฝ่ายจะรุกผมแบบนี้

“4 ทุ่มครึ่งกว่า ๆ แล้วนะครับ ไม่รีบกลับเหรอคุณ” ผมว่าแก้เขินพร้อมชี้ไปที่เข็มนาฬิกา อีกฝ่ายทำหน้าตาเหมือนเสียดาย บ่นพึมพำว่าเวลาเดินเร็วมากเกินไปจนผมอดขำไม่ได้

“นั่นสินะ ดึกแล้ว คุณควรได้พักผ่อน” พูดจบโชก็กลิ้งตัวลงไปจากเตียง ก่อนจะเก็บของลงกระเป๋าแล้วนั่งแหมะลงมากับเตียงอีกครั้งหนึ่ง ผมโอบกอดเขาไว้เบา ๆ ก่อนจะพูดปลอบ

“ไม่เป็นไรนะครับ อยากมาหาผมเมื่อไหร่ก็มาแล้วกันนะตอนคุณว่าง ๆ” เพราะสัญญาไปแบบนั้นอีกฝ่ายจึงยิ้มออกมาได้ ผมมองรอยยิ้มนั้นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ดีใจที่เขาเห็นผมเป็นคนสำคัญ แต่อีกใจก็หวาดกลัวเหลือเกินว่าตัวเองจะเป็นคนที่ทำให้รอยยิ้มนี้แตกสลายลงไปรึเปล่า

หลังจากเก็บข้าวของเสร็จ ผมเดินมาส่งเขาที่หน้าประตูเพราะอีกฝ่ายบอกว่าเขากลับเองได้ ไม่จำเป็นต้องลงไปส่งถึงข้างล่าง เราเดินมายืนอยู่ตรงหน้าประตูก่อนเขาจะกอดผมอีกครั้ง

“แล้วผมจะมาหาใหม่นะครับ” เขาว่า ผมพยักหน้าและกอดตอบกลับไป

“ผมจะพยายามครับ” ผมรับปากและให้สัญญากับเขาไป โชรับรู้ดีอยู่แล้วว่าสิ่งที่ผมต้องการคือเวลาในการจะค่อย ๆ อธิบาย “ทั้งหมด” ที่เกิดขึ้นกับผมตั้งแต่ต้นจนจบ แต่ตอนนี้ผมยังไม่พร้อม ยังไม่พร้อมจะบอกเล่าทั้งหมดให้เขาได้เข้าใจจริง ๆ ว่าทำไมผมถึงได้คุมขังตัวเองไว้อย่างแน่นหนาขนาดนั้น

“ผมไปแล้วนะ” เขาว่าก่อนจะโบกมือให้ผม และเป็นผมเองที่เป็นฝ่ายปิดประตูลงจากฝั่งด้านใน เสียงฝีเท้าเดินไปห่างออกไปตามทางเรื่อย ๆ ผมคิดว่าตอนนี้เขาน่าจะถึงประตูลิฟต์แล้ว

ไม่ใช่แค่คุณหรอกโช ...ผมเองก็คาดหวังไม่น้อยเหมือนกันว่าคุณจะใช่สำหรับผม

ผมถอนหายใจ กระโดดตัวทิ้งลงหมอนเน่า นอนกลิ้งหายใจฟึดฟัดไปมา ห้านาทีก่อนผมยังไม่รู้สึกเหงาขนาดนี้เลย นี่แปลว่าผมเริ่มเสพติดอีกฝ่ายแล้วรึเปล่านะ?

ก๊อกๆ

ยังไม่ทันที่ผมจะได้คิดอะไรต่อ เสียงเคาะประตูที่หน้าห้องเบา ๆ ก็ดังขึ้น สงสัยโชคงลืมของอะไรสักอย่างเอาไว้ ผมยิ้มแล้วรีบหมุนตัวลงไปเปิดประตูให้อีกฝ่าย

“ไงคุณ ลืมอะไรเอาไ....”

....ไม่ใช่โช ผมนิ่งค้างไปทันทีที่สายตาปรับโฟกัสและจับภาพอีกฝ่ายได้ ผู้ชายตัวโต ๆ ตาตี๋พร้อมแว่นตาสีดำที่ยืนยิ้มอบอุ่นให้กับผมตรงหน้าไม่ใช่โช

“สวัสดีครับ...ทรอย”

ผู้ชายที่ผมอยากเจอมากที่สุดในโลกและไม่อยากเจอที่สุดในโลก ตอนนี้เขากลับมาอยู่ตรงหน้าผมอีกครั้ง ผมเข่าอ่อน นึกไม่ออกว่าควรพูดอะไรต่อดี เลยทำได้แค่ครางชื่ออีกฝ่ายออกไปเสียงต่ำ

“พี่พอร์ช”

 



 Time talk : ขอโทษที่มาสายกว่าที่นัดไว้นะครับ แต่.... อุ๋ย เอาละตุ๋ย เห็นหลายคนอยากรู้จักคุณคนนี้มานานแล้ว เขามายืนตัวเป็น ๆ  ให้เห็นแล้วนะครับ คิคิ ข่าวดี !!! หน้าปกทั้งเล่มหนึ่งเล่มสองเสร็จแล้วเด้ออ เสร็จแบบคอมพลีทแล้ว ดีใจมาก ๆ เพราะออกมาตรงตามที่ต้องการและเข้ากับนิยายเรื่องนี้มาก ๆ แต่เราจะยั่วให้อยากและจากไปแบบนี้ก่อน จนกว่าจะถึงเวลาอันเหมาะสม อุอิ 

เพื่อน ๆ สบายดีไหมครับ? พ่อแมวสบายดีนะครับ คิดถึงทุกคนเลย 

ปีใหม่นี้ใครมีแพลนเดินทางไปไหน ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ ใช้เวลาที่มีค่าอยู่กับคนที่สำคัญและเป็นกำลังใจให้เราในทุก ๆ วันนะครับ สำหรับก่อนปีใหม่นี้ก็ขอสัญญาว่าจะลงเรื่องนี้ให้ถี่กว่าเดิม เพราะจบภาระหน้าปกแล้ว ผมคงสปีดตัวเองกลับมาได้ไวกว่านี้ 

ขอบคุณสำหรับทุกการติดตาม ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นท์และเสียงตอบรับ พวกคุณทำให้ผมมีกำลังใจมากในทุก ๆ วันจริง ๆ ครับ

HNY ล่วงหน้านะครับ พรอันประเสริฐถ้ามีอยู่จริง ขอให้ทุกคนสุขภาพแข็งแรง อยู่กับผมและน้อง ๆ ไปอีกนาน ๆ นะครับ :)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #296 punch98line (@punch98line) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 22:34
    กรี้ดดดด ตอนเเรกเห็นเเค่ชื่อตอนก็เริ่มเอ๊ะละนะ เเต่ไม่คิดว่าจะมาจริง คือทุกอย่างกำลังเริ่มต้นด้วยดีอ่ะ นายจะกลับมาทำไม!! โอ้ยยยละกับคนที่พึ่งเริ่มต้นเปิดใจ กับคนที่อยู่ในใจมานานเเล้ว ถามว่าใครจะเเพ้อ่ะ โอ้ยยยยยย ทีอย่าทำโชเสียใจนะเว้ย!!(เตรียมไม่เรียว)
    ปล.ตอนนี้เอาจริงถ้าไม่นับการคัมเเบคจะน่ารักมากๆเลย โชลูกกกต้องกลับไปใึกอีกเยอะเลยนะ
    ปล2.ยิ่งอ่านไป พ่อเเมวยิ่งทำให้เรารู้สึกกลัวอยู่นะคะ 555555 ทำไมเหมือนมันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงขนาดนี้คะ
    ปล3.อยากบอกไว้ว่ายังมีเเฟนคลับผญ.อีกคนที่ชอบนิยายเเนวนี้นะโช เราก็ไม่อินกับบทเเบบนั้นเหมือนกัน บางทีมันก็ออกจะฝันหวานเกินไปทั้งๆที่นิยายวายเเท้ๆ เเต่มุ้งมิ้งซะนายเอกดูอ่อนด๋อยเลย
    #296
    0
  2. #295 PinkuButa (@papang-pinkpig) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 22:29
    น้องงงงงงงงงงง
    จะรักกันหวานๆไม่ได้นานๆเลยใช่ไหม55555 กลิ่นดราม่าโชยมาเลยอ่ะ พี่โชเล่นมุกเสี่ยวจังเลยค่ะ ของสำคัญกับคนสำคัญถถถถถ ปีใหม่นี้เราจะไปตจวค่ะ จะกลับบ้านซักหน่อย หมดเทอมนี้จะไปเรียนต่อต่างประเทศแล้ว ต้องรีบใช้ช่วงเวลาที่เหลือให้คุ้มค่าค่ะ รับงานเพียบเลยTT
    #295
    1
    • #295-1 PinkuButa (@papang-pinkpig) (จากตอนที่ 26)
      20 ธันวาคม 2561 / 22:31
      เห็นคอมเมนท์คนอื่นเพิ่งสังเกตต เฮ้ยพระเอกเราชื่อทรอย!!! เออใช่ นิยายที่พูดถึงมีจริงไหมน้ออ เสิร์ชหาไม่เจอ น่าสนใจจังเลยค่ะ
      #295-1
  3. #294 Croearus (@melatiene) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 21:29
    ตายแล้ว หนีไปปปป
    #294
    0
  4. #293 saru1234 (@saru1234) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 18:22
    เรานี่เตรียมซดมาม่ารอเลย
    #293
    0
  5. #292 Yujin:-D (@noey2547) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 00:19
    สรุปทีเร็กซ์ชื่ออะไร ทรอยหรอ
    นี่จะเข้าดราม่าอีกครั้งแล้วใช่ไหม
    #292
    0
  6. #291 ChootyMehappy (@ChootyMehappy) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 23:25
    เขาเป็นใครทำใจร้อนรุ่ม
    แล้วคุณแอคเค่อนี่ชื่อทรอยรึทำไมเพิ่งบอกกัน
    #291
    0