[PRE ORDER] แ อ ค เ ค่ อ #แอคเค่อของน้องแมว

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 21,685 Views

  • 325 Comments

  • 1,174 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,105

    Overall
    21,685

ตอนที่ 15 : Ep.13 ปัญหาของแต่ละคน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 589
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 66 ครั้ง
    9 ธ.ค. 61

Ep.13 ปัญหาของแต่ละคน


เช้าวันใหม่ของผมเริ่มต้นอีกครั้งหลังโชพาผมกลับมาส่งถึงหอพักอย่างปลอดภัย กว่าทุกอย่างจะจบลงก็ราว ๆ เกือบสามทุ่ม ผมอาบน้ำ ทำงานที่ค้างนิดหน่อย ก่อนจะหลับไปอย่างง่ายดาย เพราะนอนไววันนี้เลยตื่นไวกว่าปรกติ ผมฮัมเพลงแล้วก้าวเท้าลงจากรถราง พร้อมเดินฉับ ๆ เข้าไปที่คณะมองหากลุ่มเพื่อนสนิทของตัวเอง เอาหละ เช้านี้มันต้องเป็นเช้าที่สดใสอย่างแน่นอน ผมคิดไว้แบบนั้นนะ
“แต่มึงก็ไม่ควรไปพูดใส่พลอยมันแบบนั้นป่ะวะ?” ผมก้าวเท้าถึงตอนที่ไอ้ส้มพูดพอดี
โอเค จากประโยคแรกที่ผมได้ยินหลังจากมาถึงวงสนทนา บ่งบอกให้ผมทราบว่าตอนนี้เกิดสถานการณ์ไม่ปกติขึ้นในกลุ่มเพื่อนตัวเอง ผมมาทันพอจะเห็นไอ้พลอยเก็บข้าวของลุกเดินหนีออกจากกลุ่มไปเฉย ๆ พร้อมสีหน้าสำนึกผิดของเจ้ามาร์ที่คาดว่าน่าจะไปทำอะไรไว้ไม่ดีอีกแล้ว
“กูฝากกระเป๋าด้วย เดี๋ยวกูไปตามพลอยให้” ผมว่าง่าย ๆ เพื่อนทุกคนพยักหน้าก่อนเจ้ามาร์จะโดนรุมประชาทัณฑ์ทางสายตาและวาจาต่อไป ผมเดินตามหลังพลอยไปไว ๆ ก่อนมันจะเดินไปหยุดตรงลานจอดรถยนต์ของคณะ
“มึงโอเคป่ะ?” ผมถาม มันส่ายหน้า แล้วทรุดตัวนั่งลงตรงที่กันรถตก
“แดกไหม?” ผมถามง่าย ๆ อีกครั้งพร้อมยื่นหมากฝรั่งไปให้ ไอ้พลอยรับไปแต่โดยดี ก่อนผมจะเขยิบไปนั่งข้าง ๆ มัน
“มันว่าอะไร?” ผมถามต่อ พลอยนิ่งไปสักพัก ไม่ตอบคำถาม แต่หยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดแทน
“สัส สูบไฟฟ้าดิ ไม่เอาอันนี้” ผมว่าพลางดึงบุหรี่มวนมาจากปากมัน มันจิ๊ปากมองจิกผมอย่างเอาเรื่อง แต่แน่นอนละ ผมไม่โอเคกับการให้เพื่อนสูบบุหรี่เป็นมวนจริง ๆ ครับ พอเห็นผมไม่ยอมมันก็เลยควักที่ดูดบุหรี่ไฟฟ้าออกมานั่งสูบแทน พร้อมส่งให้ผม แต่ผมส่ายหน้าปฏิเสธมัน เรานั่งเงียบกันไปอีกพักใหญ่ ๆ ก่อนมันจะเอนหัวลงมาซบแขนเสื้อผม
“มึง”
“ว่า”
“ห้ามหัวเราะกูเด็ดขาด กูซีเรียส” มันว่า พลางเงยหัวแล้วมองตาผม
“เออ กูไม่หัวเราะปัญหาของเพื่อนหรอก” ผมว่า พลางมองตามันกลับ แววตามันสั่นระริกก่อนจะพูดออกมา
“เมื่อคืน..กูมีอะไรกับเป้” มันว่า ไอ้เป้คือแฟนมัน แต่ผมว่านั้นไม่น่าจะใช่ประเด็นซีเรียสเท่าไหร่ เพราะเพื่อนกลุ่มผมไม่น่าจะเขินอายกับแค่การมีเพศสัมพันธ์
“มันเสร็จไปสามน้ำ” ไอ้พลอยว่า เว้นวรรคอีกครั้งก่อนจะสูบบุหรี่เข้าไปเฮือกใหญ่ ๆ มองหน้าผมแล้วพูดต่อ
“แต่กูไม่เสร็จสักน้ำ”
“อ่า...” ผมครางรับ เข้าใจทันทีว่าปัญหาของมันคืออะไร
“กูหงุดหงิด แล้วเช้ามาไอ้มาร์แม่งก็ดันล้อกูถูกจุดพอดี มันถามกูว่า ‘เมื่อคืนผัวทำไม่เสร็จเหรอมึง?’ ซึ่งถ้าเป็นกูวันปรกติก็คงแค่ปาเหี้ยอะไรใส่หน้าแม่ง แต่วันนี้มันดันล้อเรื่องจริงกูพอดี กูเลยแบบ...ขอโทษ” มันว่าพลางส่ายหน้าในตอนท้าย
“มึงจะขอโทษทำไม รอบนี้คนผิดคือไอ้มาร์ มันหยอกมึงแรงไป” ผมให้ความเห็นแบบเป็นกลาง
“ก็ถูก แต่กูก็ควรจะชินนิสัยเพื่อนไง ไม่ควรลุกออกมา” ไอ้พลอยว่า
“ไม่ ๆ กูไม่อยากให้มึงชินนิสัยกู” ไอ้มาร์เดินมาตอนไหนไม่รู้ก่อนจะนั่งยอง ๆ ลงตรงข้าง ๆ ไอ้พลอยแล้วพูดต่อ
“ฟังกูก่อน กูได้ยินแล้ว กูพูดก่อนเลยว่ากูขอโทษในความปากหมาของกู คือกูเข้าใจว่าเราสนิทกัน แต่บางทีกูก็ลืมคิดถึงใจมึง มองข้ามความรู้สึกเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเพื่อนไปเพราะแค่เราสนิทกัน กูไม่อยากให้มึงต้องเสียความรู้สึกแล้วเก็บไว้เพราะแค่ชิน เพราะแค่มันเป็นนิสัยกู อันไหนถ้ากูเหี้ย ด่ากู ให้กูปรับปรุงตัว แล้วไอ้อภัยกูนะ” มันว่า ไอ้พลอยพยักหน้ายิ้มหวานก่อนจะพูดต่อ
“เออ ก่อนให้อภัยขอด่ามึงก่อน อีสัส ผัวกูทำไม่เสร็จจริง ๆ เวรเอ๊ย” พลอยสบถแบบติดตลกก่อนพวกผมจะหัวเราะพร้อมกัน แล้วกลับมาซีเรียสกันอีกครั้ง
“เอางี้มึง กลับไปนั่งคุยกันที่โต๊ะก่อน ส่วนมึงไอ้มาร์ ข้อหาปากดี วันนี้มึงต้องไปซื้อน้ำให้เพื่อนทุกคน” ผมว่า ไอ้มาร์อ้าปากเหมือนจะถามว่าเกี่ยวอะไรแต่พลอยก็ชิงตอบก่อน
“กูเห็นด้วย ข้อหาทำร้ายจิตใจคนสวยแบบกู” พอโจทก์พูด ไอ้มาร์ก็เบะปากตกลงอย่างเสียไม่ได้ และเพราะมันง้อกันเสร็จแล้ว เราเลยมูฟกลับไปกันที่โต๊ะอีกครั้ง ก่อนทุกคนจะสงบนิ่งแล้วรอให้ไอ้พลอยพูดปัญหาของมัน
“เฮ้อ เมื่อคืนเป้มาหากู เรามีอะไรกัน....สัสอย่ามองหน้ากู กูรู้ว่ากำลังทำอะไร ป้องกันเสมอ ถุงยางติดห้องก็มียาคุมก็แดก” ไอ้พลอยว่าหลังทุกคนทำหน้าสงสัยในดีเทล พอมันตอบแบบนั้นเพื่อน ๆ ก็พร้อมใจกันพยักหน้าให้มันเล่าต่อ
“ปัญหาคือ เป้มันเสร็จไวอ่ะ คือแง่หนึ่งกูก็ดีใจนะว่าแฟนกูไม่ได้ชำนาญอะไรมากเพราะก็เข้าใจว่ามันโฟกัสแต่เรื่องเรียน แต่อีกใจก็แบบ กูรู้สึกเหมือนโดนเอาเปรียบ คือมันขึ้นสวรรค์ไปสามรอบ แต่กูอ่ะ? ทำไมกูถึงโดนปล่อยทิ้งไว้ทั้ง ๆ ที่มันเป็นกิจกรรมเป็นคู่วะ? แล้วกูพูดไม่ได้ด้วยนอกจากเล่าให้พวกมึงฟังเนี่ย” มันว่าพลางก้มหน้าฟุบลงไปกับโต๊ะ
“อันนี้กูเข้าใจไอ้พลอย ปัญหาผัวเมียเนี่ยพูดยากมากที่สุดในโลกแล้ว โดยเฉพาะเรื่องเสร็จไม่เสร็จ ผู้ชายมันเคยใส่ใจที่ไหนว่าเราถึงฝั่งรึยัง มีแต่จะเอาตัวเองสบาย” ไอ้ส้มว่า
“มึง แต่กูขอพูดหน่อยได้ไหมอ่ะ ในฐานะความเป็นผู้ชายสักครึ่งหนึ่งของกูก็ได้” ดาวตกกระแอมตอบ ก่อนจะพูดต่อ
“คือกูก็เคยมีอะไรกับผู้หญิงไง แล้วที่นี้มึงต้องเข้าใจว่ากูไม่ใช่ผู้หญิง กูไม่รู้ว่า ‘ถึงแล้ว’ ของผู้หญิงมันคือตรงไหนนึกออกไหม? โอเคใช่ ผู้ชายหลาย ๆ คนอาจจะไม่สนใจ แต่ผู้หญิงเองในฐานะพาร์ทเนอร์ที่ทำกิจกรรมด้วยกันก็ควรบอกกันแบบตรงไปตรงมาไหมว่าต้องการให้ทำอะไรบ้าง” ดาวตกว่า
“อันนี้เคสที่กูเคยเจอ ปรกติแล้วรับก็เสร็จยากกว่ารุกเหมือนกัน รับหลาย ๆ คนก็ไม่ค่อยบอกนะว่าตัวเองเสร็จไม่เสร็จ บางคนเขาก็ไม่ได้อยากเสร็จอะ เขาก็จะบอกว่าไม่เป็นไร เอาให้กูเสร็จก็พอ เพราะถ้าเขาเสร็จก่อนเขาจะไม่มีอารมณ์ให้สอดใส่ เพราะมันจะกลายเป็นเจ็บแทนไปเลย” ไอ้มาร์ออกความเห็น ผมพยักหน้าเห็นด้วยกับเพื่อนทั้งสองคน
“พวกมึงว่ากูควรบอกเป้ถูกมะ?” ไอ้พลอยเงยหน้าจากโต๊ะถาม
“ควร” ทั้งโต๊ะประสานเสียงตอบ
“กูเข้าใจเรื่องความไม่คุ้นชินกับการต้องเป็นฝ่ายเริ่มต้นคุยเรื่องนี้ แต่ยังไงถ้าจะคบกันต่อเซ็กซ์มันก็เป็นส่วนสำคัญในชีวิตคู่อ่ะมึง มึงอาจจะอดทนไปได้ แต่มันจะอดทนไมได้ตลอดไง แล้วสุดท้ายพอมันสะสมขึ้นมา กลายเป็นระเบิดเวลา เกิดมึงทะเลาะกันปุ๊บ เท่านั้นแหละ มึงอาจจะเผลอพูดประเด็นนี้ก็ได้” ผมว่า ไม่อยากให้เพื่อนสร้างระเบิดเวลา
“แล้วจริง ๆ เป้มันก็ไม่ได้ผิดด้วย มันมีมึงเป็นแฟนคนแรก ทั้งชีวิตมันอาจจะไม่เข้าใจจริง ๆ ก็ได้ว่าผู้หญิงก็ต้องการไปถึงฝั่งฝันเหมือนกัน กูว่าถ้าไม่บอกมันก็ดูไม่แฟร์กับเป้อ่ะ เพราะอีกฝ่ายไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังทำผิดอะไร ในเมื่อมันเป็นดีลของคนสองคนพวกมึงก็ควรจะคุยกันนะ” ทิพย์กล่าวสรุป ไอ้พลอยถอนหายใจออกมาอีกเฮือกแล้วพูดต่อ
“กูควรเริ่มต้นพูดยังไงดีวะ? เอาจริง ๆ แบบไม่เผาผัวตัวเองนะ มึงเชื่อไหมว่าครั้งแรกที่ทำอะไรกันกูต้องเป็นคนสอนเป้มันใส่ถุงยาง แล้วตอนนั้นแม่งทำหน้าเหวอไปเลยว่าทำไมกูใส่เป็น กูก็เนียน ๆ แถไปว่าไปดูจากอินเทอร์เน็ตมา มันก็ดูเชื่อ ๆ แหละ แต่เอาจริง ๆ กูก็ไม่อยากโกหกมันว่ามันเป็นคนแรกของกูอ่ะ” พลอยว่า ผมพยักหน้าขึ้นลงเข้าใจเพื่อน
“เมื่อไหร่ที่นี้มันจะเท่าเทียมกันจริง ๆ ซะทีวะ การมีเซ็กซ์ไม่ว่าจะผู้ชายหรือผู้หญิง ถ้าป้องกันและดูแลตัวเองได้ก็ไม่ควรถูกมองด้วยสายตาที่ไม่โอเคป่าว จะบอกว่าไม่ต้องไปแคร์สายตาใคร ก็กูยังเป็นมนุษย์อ่ะ ปลดปลงได้แค่บางเวลา ยังไม่ได้นิพพานนะเว้ยจะได้ไม่คิดอะไรกับคำพูดคน” ไอ้พลอยบ่นอีกระลอก เราทุกถอนหายใจออกมาปลดปลงพร้อมกันด้วยความเข้าใจเพื่อน
“จริง ๆ เรื่องนี้ก็ควรถูกพูดถึงนะ ในหลาย ๆ ความหมายเลย เวลาเจอ Topic อะไรเกี่ยวกับเรื่องเซ็กซ์แล้วผู้หญิงเป็นคนพูดถึง หรือในแง่ของความไม่เวอร์จิ้นเนี่ย กูชอบเจอแต่คอมเม้นท์อะไรก็ไม่รู้ โคตรประเทศโลกที่สาม” ไอ้ทิพย์ว่า ทุกคนพยักหน้าขึ้นลงเห็นด้วยอีกครั้ง
“จุ๊ ๆ มึงอย่าพูดดังไป เดี๋ยวคณะข้าง ๆ เขาหาว่าเราเหยียดประเทศอีก” ไอ้มาร์ยกมือจุ๊ ๆ พวกเราทุกคนหัวเราะกันเบา ๆ อีกครั้งในความทะเล้นล้อเลียนดราม่าของคณะข้าง ๆ คณะเรา
“เหยียดแป๊ะอะไร ในหนังสือเรียนก็เขียนอยู่ว่าประเทศเราคือโลกที่สามหมายถึงประเทศที่กำลังพัฒนา ถ้าไม่พอใจที่มีคนบอกว่าประเทศตัวเองเป็นประเทศโลกที่สาม คุณต้องไปประท้วงหน้ากระทรวงศึกษาธิการที่ออกหนังสือเรียนมาอธิบายแล้วล่ะว่าประเทศไทยคือประเทศโลกที่สามกำลังพัฒนา...มาเกือบยี่สิบปีแล้ว” พลอยตอบแทนเพื่อน ผมหัวเราะเมื่อมันบังเอิญเป็นเคสที่ผมคุยกับโชบนรถยนต์เมื่อวานเรื่องการคิดไปเองระหว่างการเหยียดไม่เหยียด
เออว่ะ โช ... ผมควรให้เขาเอาประเด็นเรื่องนี้ไปเขียนด้วยดีไหมนะ?
ผมคิดในใจแต่ยังไม่ได้ตัดสินใจอะไร แอบเรคคอร์ดไว้ว่ามันก็เป็นมุมมองหนึ่งที่น่าสนใจดี
จริง ๆ ประเด็นนี้ก็แอบน่าสนใจในอีกแง่มุมหนึ่งในความคิดของผมเหมือนกัน จะว่าไปแล้วตัวละครเพศหญิงในนิยายวายหลาย ๆ เรื่องก็ไม่ค่อยมีบทบาทจริง ๆ นั่นแหละ มากสุดก็โผล่ออกมาประกอบซีนให้โลกใบนี้ยังรู้ว่ามีผู้หญิงแท้ ๆ อยู่ หรือถ้ามีบทบาทส่วนใหญ่ก็จะได้รับตำแหน่งตัวละครโง่ ๆ น่ารำคาญไอ้ให้คนอ่านด่าทอเล่น ไม่ก็เป็นตัวละครที่อยากได้พระเอก (ที่เคยเคลมว่าตัวเองเป็นผู้ชายแท้ ๆ) เรื่องเหล่านี้แล้วจะว่าไปมันก็แอบไม่ต่างอะไรจากนิยายทั่วไป แค่เปลี่ยน Position ของสองเพศเท่านั้นเอง น่าสนใจจริง ๆ แหะว่ามันเกิดจากการทับถมของระบบที่กดขี่ทางเพศทุกวันนี้อยู่รึเปล่านะ? ผมเก็บคำถามไว้ในใจ เตรียมไว้คุยกับโชต่อไป
“กูไม่ขออะไรมาก เอาแค่เริ่มต้นก่อนเลย เลิกเอาเรื่องเซ็กซ์มาผูกมูลค่าวัดความเป็นแม่ของลูกให้ผู้หญิงก่อน แหม ‘ใครจะอยากได้ผู้หญิงที่เคยนอนกับใครเป็นว่าเล่นมาเป็นแม่ของลูก’ ถามผู้หญิงพวกนั้นรึยังว่าเขาจะเอาเธอมาเป็นพ่อของลูกก่อนรึเปล่าไหม” ไอ้พลอยว่า สงสัยเพื่อนผมเริ่มอิน
“มึงแอบเหยียดนะ แต่อันนี้กูเห็นด้วย ฮ่า ๆ” ไอ้ทิพย์ตอบ พยายามเบรกเพื่อนเบา ๆ
“ก็สังคมชายเป็นใหญ่อ่ะมึง โครงสร้างสังคมมันมาแบบนี้ ก็ต้องค่อย ๆ กะเทาะเปลือกกันไป มรดกวัฒนธรรม ‘ความดีสำเร็จรูป’ ที่สืบทอดกันมา มันแก้กันไม่ได้ง่าย ๆ หรอก แต่มันก็เริ่มต้นที่จุดเล็ก ๆ แบบพวกเราเนี่ยแหละ ในเมื่อเรามีความรู้ ความเข้าใจมากกว่าแล้ว จากนี้เราก็ต้องค่อย ๆ สื่อสารกับคนในสังคม ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงมันเท่าที่พวกเราจะทำได้” ผมว่า ดีจริง ๆ ที่เจอเพื่อนที่มีแนวคิดเปิดกว้างคล้าย ๆ กัน ทำให้เราต่างคนต่างสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้
“เอาหละ ๆ ก่อนจะไปไกลถึงค่านิยมของคนในสังคม ตอนนี้ต้องสรุปประเด็นให้เพื่อนก่อน พลอย มึงต้องลองหาจังหวะคุยกับเป้ดูว่ามึงไม่โอเคเท่าไหร่ แล้วลองค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนแก้ไขกันไป แรก ๆ อาจจะเคอะเขินบ้าง แต่กูเชื่อว่าคนเป็นแฟนกันมันต้องค่อย ๆ ปรับให้กันและกันได้อยู่แล้ว” ไอ้มาร์ว่า
“เรื่องเสร็จช้า เสร็จเร็ว กูพอมีทริก” ไอ้ส้มพูด เพื่อนทั้งกลุ่มหันไปมอง
“กูว่ามึงควรให้ไอ้เป้ฝึกกับ Sex toy” ไอ้ส้มพูดด้วยสีหน้าจริงจัง พอเห็นเพื่อนทั้งกลุ่มไม่เกทพอยท์มันเลยขยายความต่อ
“คืองี้ ก็อย่างเพื่อนทุกคนบอก ไอ้เป้มันเป็นเด็กคงแก่เรียน มันไม่ประสีประสากับเรื่องอย่างว่าถูกป๊ะ? เพราะงั้นแปลว่ามันไม่รู้จังหวะในการควบคุมไงว่าตัวเองจะหลั่งตอนไหนไม่หลั่งตอนไหน ไม่เชื่อมึงถามไอ้มาร์ไอ้ทีได้ มันสองตัวควบคุมจังหวะได้ถูกไหม?” ไอ้ส้มว่าพลางโยนคำถามมาให้ผม
“ถูกนะ กูควบคุมได้ว่าจะเสร็จตอนไหนไม่เสร็จตอนไหน” มาร์ว่า
“เซม กูเกทพอยท์ไอ้ส้มแล้ว คืองี้มึง พอมันชำนาญมากขึ้น มึงจะกะจังหวะผ่อนปรนหรือเร่งเครื่องได้เว้ย มันจะรู้ว่าช่วงไหนที่จะ ‘คูลดาวน์’ ให้จังหวะมันทอดเวลาต่อไปได้ แต่เรื่องนี้มันต้องอาศัยคนที่คุ้นชินประมาณหนึ่งอะไรงี้ ถึงจะรู้ว่าตัวเองควรค่อย ๆ ชะลอหรือเบรกจังหวะไหน ...ถ้าให้กูเดานะ ไอ้เป้มันรัวทีเดียวจบเลยถูกไหม?” ผมหันไปถามไอ้พลอยต่อ มันพยักหน้าขึ้นลงคอนเฟิร์ม ไอ้มาร์ดีดนิ้วแล้วแนะนำเพิ่ม
“งั้นก็ควรหาแบบที่เสมือนของจริงเลย คือต้องมีระดับความอุ่นของการสอดใส่ด้วย เพราะไอ้เป้มันคงแบบ เคยใช้มาแต่มือตลอดชีวิตใช่ไหม? ถ้าเป็นแบบนั้นพอเจอความต่างของอุณหภูมิระหว่างมือกับช่องทางของผู้หญิง ก็ไม่แปลกอะไรถ้าร่างกายมันจะตื่นตัวหลั่งไว” ทุกคนเห็นด้วยอีกครั้ง
“สรุป ไปคุยกับไอ้เป้มันซะ แล้วจูงมือกันไปซื้อ sex toy ด้วยกัน ค่อย ๆ ช่วยกันแก้ปัญหา” ไอ้มาร์สรุปลงท้าย พลอยพยักหน้ารับคำ
“กูรักพวกมึงจัง ถ้าไม่ได้มีเพื่อนแบบพวกมึง ปัญหาแบบกูเนี่ยจะเอาไปปรึกษาใครได้วะ?”
“พุททอล์กพุทโทรไงมึง” ไอ้มาร์กล่าว ทุกคนหัวเราะอีกครั้ง
“สมมติพี่ต้นหอมรับสาย ‘สวัสดีค่ะ วันนี้น้องพะยอมมีปัญหาอะไรจะปรึกษาพวกพี่คะ?’ อีพลอยตอบ ‘พี่ค่ะ แฟนหนูเสร็จไวค่ะ แก้ปัญหายังไงดีคะ?’ อีเหี้ย กูรับรองเรตติ้งทะลุปรอท ฮ่า ๆ” ไอ้ส้มว่าพลางสมมติท่าทางเลียนแบบพี่ต้นหอมตอนจัดรายการพุธทอล์กพุธโทร
“อันนี้ซื้อ ๆ ไว้อันไหนกูไม่อยากปรึกษาพวกมึงจะแอบโทรไปพุททอล์กพุทโทร” ไอ้พลอยว่า ก่อนพวกเราจะหมุนวนประเด็นไปเรื่องอื่น แต่ผมก็แอบจดรายละเอียดหลาย ๆ ส่วนไว้เผื่อว่าจะได้นำไปใช้ในการเป็นโจทย์ให้กับโชอีกครั้ง
ประเด็นที่พลอยพูดเรื่องสังคมแวดวงที่พูดถึงเรื่องนี้ได้ ผมว่าค่อนข้างเป็นประเด็นที่น่าสนใจและไม่ค่อยมีใครพูดถึงจริง ๆ นะครับ อย่างสมมติถ้าผู้หญิงคนหนึ่งเกิดมีปัญหาแบบเพื่อนผมขึ้นมา แต่ไม่ได้มีคนที่พูดคุยกันได้อย่างเปิดอก คนที่สามารถแลกเปลี่ยนสนทนาได้ทั้งจากมุมมองผู้ชาย (ครึ่งหนึ่ง) ผู้หญิง และเพศกลาง ๆ อย่างเพศที่สาม ก็คงยากที่จะเริ่มต้นคิดว่าตัวเองควรแก้ไขปัญหานี้ได้ยังไงดี
...ถ้าโชได้นำไปเขียนบอกเล่าต่อก็คงดี
“มึงเหม่ออะไรเนี้ย” ไอ้มาร์หันมาสะกิดผม ก่อนผมจะหันไปมองหน้ามัน
“เมื่อกี้มึงว่าอะไรนะ?” ผมถาม
“นั้นไง มันไม่ได้ฟังกูพูดจริง ๆ กูถามว่าสรุปคืนนี้มึงจะไปแน่ ๆ ใช่ไหม ไอ้ดาวตกจะได้ไปรับมึง” มาร์ถาม ผมพยักหน้าขึ้นลง ทำอย่างกับว่ากูมีทางเลือกซะอย่างงั้นอ่ะ เล่นขู่ เล่นส่งรถมารับซะเบอร์นี้
“แต่มึงฟังกูนะที ถ้าเมื่อไหร่ที่มึงรู้สึกว่ามึงเหนื่อย มึงไม่ไหว มึงต้องให้พวกกูช่วยนะ” ไอ้ส้มหันมาพูดกับผมจริงจัง
“เออ ถ้าไม่ไหวจริง ๆ กูรบกวนพวกมึงแน่ ๆ” ผมว่า รู้สึกหัวใจพองโตที่ผมมีคนที่พร้อมจะคอยช่วยเหลือในความยากลำบาก
“เอาละ ก่อนจะสายไปมากกว่านี้ กูว่าขึ้นไปเม้าท์กันต่อบนห้องดีกว่า เดี๋ยวไปสาย วรเชษฐ์แดกหัวอีก” ไอ้มาร์พูด พร้อมลุกเดินนำเพื่อน ๆ ขึ้นไปบนห้องเตรียมรอเรียนคาบเช้าวันนี้
สรุปแล้ว ทุก ๆ เช้าของผม ก็ยังคงยิ้มได้เสมอถ้ามีพวกมัน...
หลังจากเรียนเสร็จ ผมแยกย้ายกับเพื่อน ๆ ก่อนจะตรงไปร้านอาหารที่ตัวเองทำงาน ทักทายเพื่อนร่วมงานทุกคนก่อนจะพบว่าวันนี้มีเด็กใหม่เข้ามาคนหนึ่ง เขาแนะนำตัวกับผมง่าย ๆ ว่าเชื่อ อเนก ผมยิ้มต้อนรับก่อนจะขอตัวไปทำหน้าที่ของตัวเองในขณะที่เขาโดนจัดไปอยู่ในโซนครัวคอยล้างจาน
น่าแปลก อเนกหน้าตาไม่ได้แย่ทำไมพี่เปิ้ลผู้จัดการร้านของผมถึงส่งแกไปล้างจานนะ?
แม้จะไม่ใช่วันหยุด แต่ลูกค้าวันนี้ก็ยังหนาหูหนาตา ผมกับเจ้าไอซ์เดินเสิร์ฟกันมือเป็นระวิงเพราะเด็กที่ร้านลาไปคนหนึ่ง และเพราะแบบนั้นเองอเนกถึงได้มีโอกาสมาช่วยพวกผมเสิร์ฟ ในช่วงที่ผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำ จู่ ๆ เหมือนจะเกิดปัญหาอะไรสักอย่างในร้านนิดหน่อย รู้เรื่องอีกทีผมก็มาทราบที่หลังว่าเขามีปัญหากับลูกค้าโต๊ะหนึ่งของร้าน
“เฮ้อ เจ้าอเนกนี่ก็ไม่รู้ฝ่าย Hr คัดเข้ามาในร้านได้ยังไง เตี้ยดำหน้าบากขนาดนั้นยังให้เอามาทำงานอีก” พี่เปิ้ลบ่นเบา ๆ ผมหันขวับไปมองอเนก เขาสูงไล่เลี่ยกันผม ไอ้คำว่าเตี้ยดำนั้นก็ดูจะห่างไกลจากตัวเขาไปเยอะจากสายตาที่ผมมอง เหมือนเขารู้ตัวว่าผมมอง เขาหันมายิ้มให้ผมพร้อมปรบบ่าผมเบา ๆ
“ถ้าเป็นคนจิตใจสะอาดแบบนาย ก็คงเห็นทุกสิ่งทุกอย่างสวยงามไปหมดนั่นแหละ” เขากระซิบบอกเบา ๆ แต่ผมไม่เข้าใจ อเนกยักไหล่และเดินไปล้างจานในครัวอีกครั้งเมื่อลูกค้าบางตาแล้ว
คงอีกนานเลยกว่าผมจะรู้ความจริงว่าเขาพูดถึงเรื่องอะไร....
เวลาผ่านไปจนเกือบสามทุ่มเศษ ผมสวัสดีทุกคนและขอตัวลากลับก่อนจะเดินไปขึ้นรถบริเวณชั้นบนที่นัดกับดาวตกไว้ พอไปถึงก็เจอเพื่อนในสภาพที่ไม่ดีเท่าไหร่นัก ดาวตกมองหน้าผมและถอนหายใจจนผมต้องยื่นมือไปขอกุญแจรถมาจากมัน เพราะกลัวว่าจะพากันไปไม่ถึงร้านซะเปล่า ๆ
พอขึ้นรถมาได้ ดาวตกก็เล่าสิ่งที่เขากำลังเจอในช่วงนี้ให้ฟัง ผมมองหน้าเพื่อนสลับกับถนนเป็นระยะ ๆ พูดหรือแสดงความคิดเห็นน้อยที่สุดเพื่อให้เขาได้ระบายความรู้สึกข้างในออกมาอย่างสุดหัวใจ ดาวตกร้องไห้หนักมากเหมือนไม่ใช่คนเดิมกับที่ผมเจอเมื่อเช้าหรือช่วงที่ผ่านมา ๆ และปัญหาที่เขาเจอก็ไม่ใช่ปัญหาที่ผมสามารถช่วยเขาแก้ไขได้
“กูเชื่อในสิ่งที่มึงพูด” ผมว่า มันหัวเราะแล้วร้องไห้อีกครั้ง
“มึงว่ากูไม่ได้คิดไปเองใช่ไหมวะ เขามีตัวตนอยู่จริง ๆ ใช่ไหมมึง?” มันถามทั้งน้ำตา ผมถอนหายใจเรียบเรียงคำพูดในหัวก่อนจะตอบกลับ
“โลกใบนี้อะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น จะแปลกอะไรถ้าเนื้อคู่เราอาจจะเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น” ผมว่า มันยกมือขึ้นเช็กน้ำหูน้ำตาก่อนจะขอบคุณผมอีกระลอก
“กูว่าวันอาทิตย์นี้กูจะไปหาหมอ”
“ให้กูไปด้วยไหม?” ผมอาสา มันส่ายหน้าแล้วบอกผม
“ไม่ต้องกลัว ถ้ากูไม่ไหวจริง ๆ กูจะรบกวนมึงแน่ ๆ” มันบอกผม ผมถอนหายใจออกมาแล้วมองหน้ามัน เริ่มเข้าใจความรู้สึกของเพื่อนที่ทำได้แค่นั่งดูผมร้องไห้ในวันนั้นแล้ว
ไม่ต้องทำอะไรเลย ไม่ต้องปลอบ ไม่ต้องเข้าข้าง และนั่งอยู่ข้าง ๆ ในวันที่เราไม่ไหวก็พอ
แค่นั้นคงเพียงพอแล้วล่ะมั่งสำหรับความหมายของการเป็นเพื่อนกันของพวกผม....
วันศุกร์หรรษานรกแตกที่แท้จริง กว่าผมจะขับรถหอบเอาดาวตกมาถึงร้านก็ปาไปเกือบห้าทุ่มกว่า ๆ แล้ว ผมจอดรถแล้วหอบเอาเพื่อนไปนั่งโต๊ะที่พวกเราจองกันไว้ก่อนจะรอเจ้าภาพมาเปิดงาน รอไม่นานพี่โต้งเจ้าของวัดเกิดก็เดินออกมาขอบคุณทุกคน พร้อมเปิดปาร์ตี้น้ำเมาที่กำลังจะเกิดขึ้นในคืนนี้
ตอนแรกก็ไม่อยากมาหรอก แต่พอพี่โต้งมานั่งคุยถึงเรื่องค่ายที่ไปทำกันมาเท่านั้นแหละ ทุกคนเหมือนไม่ได้เจอกันมาสามชาติเศษ ขนสารพัดเรื่องราวปูมหลังมาเรียกเสียงหัวเราะจนน้ำตาเล็ด ผมได้โอกาส แอบบอกถึงความคืบหน้าเรื่องการขอทุนสำหรับจัดโครงการในปีนี้ไป ทุกคนตื่นเต้นกับฟีดแบคที่ได้รับตอบกลับ พร้อมกระจายงานเพื่อไปจัดทำสรุปที่ดีที่สุดที่จะเรียกทุนสมทบสำหรับภาคเอกชนรายใหญ่อย่างคุณเอกได้
เป็นปาร์ตี้ที่สนุกกว่าที่คิด ผมคิดแบบนั้นเมื่อแต่ละคนเริ่มเมาจนรั่วได้ที่ อีส้มถอดรองเท้าส้นสูงก่อนจะขึ้นไปโยก ๆ บนโต๊ะ โดยมีพลอยและทิพย์ช่วยถ่ายคลิปแบล็กเมย์ให้ พนันว่าเช้าวันพรุ่งนี้จะมีคนตื่นมากรี๊ดกับสตอรี่ไอจีเพื่อนรักทั้งสองของตัวเอง สู่สุขคตินะไอ้ส้มเอ๊ย ส่วนไอ้มาร์นะเหรอ? เหอะ มันดีลแล้วหิ้วเด็กไปตั้งแต่พี่โต้งยังไม่ย้ายโต๊ะด้วยซ้ำ ดาวตกเองก็ดูจะลืมปัญหาส่วนตัวที่เล่าให้ผมฟังชั่วคราวหลังจากสนุกสนานกับงานปาร์ตี้
ผมหัวเราะและปล่อยตัวเองให้สนุกไปกับบรรยากาศ ก่อนจะขอค็อกเทลเบา ๆ สำหรับคนที่ต้องเป็นหน่วยซัพพอร์ตเพื่อนทั้งปาร์ตี้ แม้สองสาวจะไม่เมา แต่ตอนขากลับก็คงกลับพร้อม ๆ กันหมดอยู่ดี เพราะฉะนั้นคืนนี้ผมจึงเลือกที่จะไม่เมา
พอเสียงดนตรีเริ่มเพิ่มระดับดังขึ้น ผมจึงหาทางปลีกวิเวกเตรียมขึ้นไปนั่งเล่นที่ชั้นดาดฟ้า ร้านของพี่โต้งผมเคยมาครั้งสองครั้ง จำได้ว่าข้างบนมีเสื่อให้นอนดูท้องฟ้า อากาศปลอดโปร่ง และที่สำคัญมันคงน่าจะสงบกว่าด้านล่างแน่ ๆ
ผมก้าวเท้าเดินขึ้นไปตามทางขึ้นบันได เดินวนไปจนสุดทางเดินก็พบกับประตูทางออกไปสู่ด้านนอกตัวตึก ผมผลักออกเบา ๆ แล้วก้าวเท้าข้ามไป ก่อนสายตาจะพบเจอร่าง ๆ หนึ่งนอนเอกเขนกอยู่บนเสื้อ พร้อมปลายนิ้วที่กำลังคีบบุหรี่มวนหนึ่งอยู่ไม่ห่าง และต้องยอมรับว่าเขาหูดีมาก ๆ เพราะแค่ผมก้าวเท้าเข้าไปเบา ๆ หมอนี้ก็หันขวับมาหาผมด้วยใบหน้าดุ ๆ ก่อนจะเลิกคิ้วแล้วทำหน้าอมยิ้มอีกครั้งเมื่อมองเห็นหน้าผมชัด ๆ
เขายันตัวลุกขึ้นมากึ่งนอนกึ่งนั้น ก่อนริมฝีปากแห้งนั้นจะค่อย ๆ เปิดออก
“สวัสดีคุณคนในโปสเตอร์...”
...ให้ตายเหอะ ผมเกลียดน้ำเสียงแหบแห้งของเขาชะมัดยาด
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 66 ครั้ง

10 ความคิดเห็น

  1. #223 Jisublism (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 16:32

    ชอบความเป็นเพื่อนที่ให้เกียรติกัน มีความไว้ใจกัน และรักกันแบบนี้มากๆเลย แอบสงสัยว่าคุณนิโคตินจะมาลงแข่งกับคุณนักเขียนด้วยรึเปล่าน้า

    #223
    0
  2. #220 au-rungsima (@au-rungsima) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 20:46
    คุณในโปสเตอร์เป็นสโลแกนของทีไปแล้วอ่ะ
    น่าสงสัยมนตัวผู้ชายคนนี้ เนื้อเรื่องมีปมมากเลยคะ น่าติดตาม น่าค้นหา
    #220
    0
  3. #204 PinkuButa (@papang-pinkpig) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 01:41
    กำลังกลัวว่าคนเก่าของทีตายรึเปล่า.... ไม่รู้ทำไม55555555

    เรามีมุมมองเห็นด้วยกับทางนี้นะคะ เรื่องการมีเซกส์ เรามองว่ามีได้ถ้ารู้จักการดูแลตัวเองและป้องกัน ประมาณว่ามีได้ถ้ารู้จักรับผิดชอบ5555
    เราได้ฟังอีกมุมมองนึง เป็นมุมมองผู้ใหญ่ในครอบครัวเรา เขามองว่า ในบริบทสังคม การมีเซกส์ก่อนแต่งงานหรือแม้แต่ในวัยเรียนสำหรับเพศชาย-หญิง คือความเสี่ยงในการตั้งครรภ์ ถึงแม้จะใส่ถุงยาง กินยา หรือทำอะไรก็ตาม แต่ความเสี่ยงก็คือความเสี่ยง555 ป้องกัน100%ก็คือการไม่มีเพศสัมพันธ์เนาะ หากตั้งครรภ์ขึ้นมา ถ้าตั้งครรภ์ เด็กอยู่ที่ตัวผู้หญิง ผู้หญิงจะต้องรับผิดชอบทั้ง อนาคตตัวเอง อนาคตบุตร และรับผิดชอบในสังคมที่จะผลิตบุคลากรมาอีกคนๆหนึ่ง เลยมองว่าผู้หญิงที่เคย'ผ่าน'มาแล้วไม่โอเคค่ะ เพราะยอมเสี่ยง(ถึง%จะน้อยนิดก็เถอะถ้าป้องกันแล้ว)ในช่วงเวลาที่อาจจะยังไม่ได้พร้อมขนาดนั้น ประมาณนี้ค่ะ อยากแชร์ไอเดียอีกด้านนึง555555
    #204
    0
  4. #175 thifu:') (@yamloveyaoi) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 08:33
    อะไรเนี่ย เจอกันอีกล่ะะ นายเป็นใครร
    #175
    0
  5. #163 Kedkiki (@PawadeePrommakun) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 18:33
    คุณในโปสเตอร์งื้อออออออเดาทางนิยายเรื่องนี้ไม่ถูกเลยค่ะ😂😂
    #163
    0
  6. #160 vwaraa (@xxxinng) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 10:17
    เราอ่านทีเดียวยาวเลย ขอโทษนะคะที่ไม่ได้คอมเมนต์ในตอนก่อนหน้า เรารู้สึกชอบเนื้อเรื่องที่คุณสื่อออกมามากเลยค่ะ มีความเรียลในตัว สอดแทรกความรู้ด้วยเนอะ เรื่องเซ็กส์ในนิยายนี่ เราคนนึงที่อ่านนิยายสายมาตลอด ยอมรับเลยว่าชอบอ่านที่บรรยายว่าสอดใส่แบบสดเหมือนกัน.. แต่ลึกๆแล้วก็รู้แหละว่ามันผิด แต่มันก็นะ555555 ในส่วนเนื้อหา เราชอบการดำเนินเรื่องแบบนี้ดี บางทีก็แอบคิดนะว่า เห้ย เขาปูมาจากเรื่องจริงป้ะว้า ทำแบบ เขียนนิยายซ้อนนิยายอีกที ปมในเรื่องมีความสมเหตุสมผล โชนี่ดูลึกลับหน่อยๆด้วยมั้งเนี่ย รู้จักทีได้ไง ตัวเขาต้องมีความไม่ธรรมดา แล้วที่น่าสนใจคือตัวละครที่เรียกทีว่าคุณคนในโปสเตอร์อะ เรารออยู่ว่าในส่วนนี้จะออกมาเป็นยังไง ลุ้นๆกันไปว่าเขาเป็นใครกันแน่
    พิมพ์ๆมานี่ก็งงๆตัวเองอยู่เหมือนกัน แง สรุปโดยรวมคือเราชอบผลงานของคุณนะคะ อยากเป็นกำลังใจให้เขียนต่อไปเรื่อยๆ เนื้อหาเนื้อเรื่องของคุณเราว่ามันมีประโยชน์มากๆ คนในสังคม นักอ่านคนอื่นๆควรจะมาเจอเรื่องนี้เยอะๆ ยังไงก็สู้ๆนะคะ เราจะคอยติดตามผลงานนะ <3
    #160
    0
  7. #151 ซาซิมิจัง (@ploy_bnoir) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 11:35
    สรุปได้ว่าเขินคำว่า สวัสดีคุณคนในโปสเตอร์
    #151
    0
  8. #150 punch98line (@punch98line) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 22:34
    เดี๋ยวๆ เราไม่ได้คิดไปเองใช่มั้ยที่ว่ามีความเเฟนตาซีนิดๆเนี่ย? ชอบจัง กลุ่มเพื่อนเเบบนี้ เอาจริงปัญหาหนักๆหลายปัญหาบางทีเราก็ไม่ได้เลือกที่จะบอกครอบครัวอ่ะเนาะ ทั้งๆที่ถูกปลูกฝังว่ามันเซฟโซนที่สุด เพื่อนนี่เเหละคุยกันมากกว่าที่บ้านอีก555
    #150
    0
  9. #149 The Airport (@The-Airport) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 22:43
    ชอบอะ รู้สึกปัญหาที่บอกมันดูเรียลดี เพื่อนในกลุ่มก็เรียลดี สู้ๆน้า
    #149
    0
  10. #148 คุณก้างปลา (@nizzsakura) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 22:42
    งื้อ ทำไมต้องเขินทุกครั้งเมื่อตัวละครนี้ออกมา
    #148
    0