[PRE ORDER] Acker [The End] #แอคเค่อของน้องแมว

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 24,781 Views

  • 369 Comments

  • 1,200 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    152

    Overall
    24,781

ตอนที่ 16 : Ep.14 Person in Poster

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 660
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 71 ครั้ง
    16 มี.ค. 62



Ep.14 Person in Poster

 

 

 

ผมเตรียมตัวจะหันหลังกลับเมื่อพบว่าดาดฟ้านี้ไม่ได้มีแค่เพียงผมเป็นมนุษย์คนเดียวบนนั้น แต่เสียงแหบแห้งนั้นก็รั้งผมไว้เสียก่อน

เดี๋ยวก่อนสิคุณ เดินหนีคนอื่นมันเสียมารยาทนะเขาว่า ผมหันไปสบตา เขาถอดหูฟังที่ซ่อนไว้ใต้หมวกฮู้ดออก ก่อนจะถลกมันไว้ด้านหลังอย่างลวก ๆ ผมเพิ่งสังเกตได้อีกครั้งว่าเขาไปตัดผมมาใหม่แล้ว ดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นเยอะกว่าตอนนั้นแฮะ...

เพราะสายตาที่จ้องมองผมมาแบบนั้นแหละ ผมเลยเลือกที่จะเดินไปนั่งลงข้าง ๆ เขา

ไม่ยักรู้ว่าคนในโปสเตอร์แบบคุณจะมาสถานที่แบบนี้ได้ด้วยเขาว่า ผมหันไปทำตาขวางใส่ก่อนจะตอบ

คุณ ผมเป็นแค่เด็กทุนฯ และบนโลกใบนี้ไม่มีกฎหมายข้อไหนห้ามเด็กทุนเข้าร้านเหล้าผมว่า

ครับ ๆ ๆ ๆ ผมขอโทษนะเขาว่าเสียงแหบ พอมานั่งข้าง ๆ กันแบบนี้ กลิ่นนิโคตินก็ลอยมาแตะจมูกผมอย่างง่ายดาย ให้ตายเถอะ หมอนี้สูบวันละกี่ซองกันแน่เนี่ย?

สูบบุหรี่จัดขนาดนี้ ระวังจะอยู่ไม่ถึงสามสิบผมว่า เขาอมยิ้มให้ผมแล้วพูดโต้กลับ

ถ้าเป็นไปได้ผมไม่อยากอยู่จนถึงวันพรุ่งนี้ด้วยซ้ำ....

“....” ผมเงียบ มองหน้าอีกฝ่ายด้วยความพิเคราะห์

คนเราเลือกเกิดไม่ได้...เลือกตายก็เลือกไม่ได้ คุณว่าไหม?”  เขาถาม

คุณได้กินยาที่หมอให้มาไหม?” ผมเดาสุ่ม เขาหันขวับหันมามองหน้าผมก่อนจะผิวปากล้อเลียน

นอกจากเป็นเด็กทุนแล้วคุณเป็นหมอดูด้วยรึเปล่า? คุณรู้เหรอว่าผมเป็นอะไรพอพูดจบก็เอนตัวลงไปนอนซะเฉย ๆ แบบนั้น ก่อนชี้ให้ผมมองไปบนท้องฟ้า

นั่งแบบนั้นมันเมื่อยเกินไป นอนลงมาสิคุณ

ก็ถ้าเดาไม่ผิด คุณคงเป็นดีเพรสฯสินะ?” ผมว่าด้วยความไม่มั่นใจ เขาพยักหน้าขึ้นลงอย่างง่ายดายยอมรับในการสันนิษฐานของผม

ดีเพรสชัน ไบโพลาร์ ดิสออร์เดอร์ โอซีดี .... ผมมีของแถมจากดีเพรสชันเยอะเขาว่าง่าย ๆ ผมล้มตัวลงไปนอนข้าง ๆ ก่อนจะมองท้องฟ้าที่แทบจะมองไม่เห็นอะไรนอกจากม่านหมอกที่ไม่มั่นใจนักว่านั่นคือหมอกหรือควันกันแน่

เห็นไหม ผมบอกแล้วว่าคุณเป็นคนนิสัยดี

ยังไง

คุณไม่ขี้เสือก

ไม่หรอก บางทีผมอาจจะรู้สึกว่าไม่ใช่ธุระอะไรของผมรึเปล่า

ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ๆ คุณจะเลือกปฏิเสธคำขอร้องของผมผ่านทางสายตาเมื่อกี้ แล้วเดินหนีไปเลย คุณคงไม่น่ามานอนข้าง ๆ ผมแบบตอนนี้เขาตีรวนกลับ ผมจิ๊ปากขัดใจแต่ก็ไม่พูดอะไรออกไป

ขอบคุณนะ

อื้อ

คุณว่าคนเรามีความสุขยากไหม?” เขาถามเงียบ ๆ ดวงตาเหม่อมองท้องฟ้าที่ว่างเปล่าด้านบน

คนปกติก็ไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าคุณเป็นคนป่วยก็คงเป็นอีกเรื่องหนึ่งผมตอบอย่างระมัดระวัง  หน้าที่ของคนที่อยู่อยู่ฝั่งฟากของความเป็นปกติ คือความเข้าใจ ส่วนหน้าที่ในการดูแลตัวเองต่อไปคือภาระที่คนป่วยต้องเป็นคนกระทำด้วยตัวเอง

การเป็นคนปกติมันยากจังเลยเนาะเขาว่า บอกไม่ถูกว่าน้ำเสียงแสดงออกไปในทางทิศทางที่แสดงความดีใจหรือแสดงความเสียใจออกมา

จะปกติหรือไม่ปกติ แค่เป็นมนุษย์ก็ยากทั้งหมดแหละคุณผมตอบแบบกลาง ๆ อีกครั้ง เขาหันมามองหน้าผมก่อนจะถามคำถามต่อไป

ความสุขคืออะไร

ความสุขคือสิ่งที่ทำให้หัวใจของคุณมีพลังเสริมที่ไม่มีในยามปกติผมว่า เขาหันมายิ้มให้นิด ๆ

ไม่น่าละผมถึงไม่มีความสุข

“.....”

ผมอยากมีความสุขจัง...

อื้ม

ผม...นอนไม่หลับ ท้องก็ไม่หิวอะไรเลย เหมือนร่างกายของผมต้องการแค่ผงน้ำแข็ง ผมเคยไม่ทานอะไรมาสามวัน แปลก ...ไม่ยักตาย แต่ขาดไอซ์แค่ไม่กี่วันกับทุรนทุรายจนแทบจะกลายเป็นบ้าเขาว่า ผมทิ้งตัวลงไปนอนข้าง ๆ เขา

จริง ๆ ผมว่าผมอาจจะไม่ได้เสพติดไอซ์เขาบอก ดวงตาเหมือนกำลังคิดอะไรไปมาและหลุบต่ำลง

ผมอาจจะเสพติดการหนีโลกของความเป็นจริงเข้าไปในโลกที่ทุกอย่างสมดังใจเนรมิตละมั้ง?” เขาว่าด้วยน้ำเสียงติดตลก แต่กลับหัวเราะได้อย่างเบาบางราวกับเส้นเสียงขาดหายไปในอากาศ ผมหลับตาและหลุบลงทำสมาธิ นึกถึงเหตุการณ์ที่คลับคล้ายคลับคล้ายว่าเคยเกิดขึ้นกับตัวเองสักครั้งในชีวิต...

สิ่งใด...คือความจริงผมเปิดปากร้องเพลงเสียงเบาบาง เขาหันมามองหน้าแล้วยิ้มให้ผม

 

เราต่างถูกทิ้งให้เป็นแค่เพียงตะกอนของเวลา

อดีตถูกสายลมใดนั้นพัดมา เธอจะรู้ว่ามันไม่เคยมีอยู่

ทุกสิ่งที่คิดว่ามันคือความสุข ปลุกเธอจากฝันกลางวันนั้นคือภาพลวงตา

การเติบโตของเธอนั้นเป็นเพียงแค่วันเวลา

จงเติบโตจากความฝันที่มันไม่มีทาง...จะเป็นจริง

 

จักวาลสมมติ เพลงของวง T_047” ผมกล่าวสั้น ๆ เขาพลิกตัวหันหน้ามาทางผม

ร้องสิ

หื้ม?”

ผมอยากให้คุณร้องต่ออีกฝ่ายว่า พร้อมยันตัวลุกขึ้นกึ่งนอนกึ่งนั่งหันมาทางผม ผมยักไหล่ ถอนลมหายใจ และเปิดปากอีกครั้งหนึ่ง

 

ล๊า ลา ลา ภาวนาให้ฉันยังมีลมหายใจเดินทางต่อไปพบใครซักคน

ล๊า ลา ลา ให้เสียงเพลงนำพาล่องลอยไป ปล่อยหัวใจในสายธาร ที่คงไม่หวนคืนมา

สักวัน ฮู้ ฮู คงได้รู้ สิ่งที่เธอไม่เคยได้ดูมันจากควันที่ลอย

จะพาทุกเสียงที่เธอนั้นเคยได้เฝ้าคอย

แค่ในวันนี้ไม่มีหนทางจะพบเจอ

 

ล๊า ลา ลา ภาวนาให้ฉันยังมีลมหายใจเดินทางต่อไปพบใครซักคน

ล๊า ลา ลา ให้เสียงเพลงนำพาล่องลอยไป ปล่อยหัวใจในสายธาร ที่คงไม่หวนคืนมา

เธอยังเฝ้ารออยู่ ใช่ไหม

...เธอยังหายใจอยู่ ใช่ไหม

 

ผมร้องพร้อมทิ้งโน้ตท่อนสุดท้ายด้วยเสียงแผ่วปลาย พร้อมจบเนื้อ ผมก็สูดลมหายใจหนัก ๆ เข้าปอด เพราะปกติแล้วตัวเองไม่ได้จำเป็นต้องร้องเพลงอะไรแบบนี้บ่อย ๆ เขาหัวเราะด้วยแววตาเอ็นดูก่อนจะเอ็ดผม

คุณอย่าใช้ลมจากปอดสิ ใช้ลมจากหน้าท้องแทน เสียงคุณจะนุ่มขึ้นแล้วคุณจะไม่เหนื่อยเท่านี้เขาว่า ผมจิ๊ ปากขัดใจกับคนที่สั่งให้คนอื่นร้องเพลงแล้วยังกล้าตำหนิอีก และเพราะสายตาของผมนั่นแหละที่มองเขาด้วยแววตาหาเรื่อง เจ้าตัวนั่งเหมือนนั่งสมาธิ ประสานมือไว้ตรงจุดกึ่งกลางและค่อย ๆ เปิดปากเปล่งเสียงออกมาด้วยเนื้อเพลงที่เป๊ะ ๆ เหมือนที่ผมร้องเมื่อตะกี้ แต่ถ้าพูดในแง่คุณภาพแล้ว ผมนึกว่าตัวเองกำลังนั่งฟังศิลปินสักคนร้องเพลงอยู่อย่างไรอย่างนั้น

ผมปรบมือแปะ ๆ รัว ๆ เพราะไม่คิดว่าเขาจะร้องเพลงได้เพราะขนาดนี้ อีกฝ่ายหันมาหาผมด้วยสายตาเหมือนไม่ได้ทำอะไรที่น่าสนใจเลย ราวกับว่าเขาแค่เพิ่งไปดื่มน้ำมาหยก ๆ เท่านั้นเอง

คุณเคยฟังเพลงนี้มาเหรอ?” ผมถามเพื่อความแน่ใจ อีกฝ่ายพยักหน้าช้า ๆ แล้วตอบกลับประโยคที่ทำให้ผมตกใจ

ฟังจากคุณเมื่อสักครู่ไงเขาว่า ผมทำหน้าเหวอก่อนจะชมเขาต่อ

คุณเก่งผมว่า แม้จะเป็นเนื้อร้องที่ไม่ได้ยาวนัก แต่การฟังแล้วจับจังหวะพร้อมทั้งเนื้อร้องได้ภายในครั้งเดียวนั้นไม่เรียกว่าเก่งแล้วจะเรียกอะไรได้อีก?  

อีกฝ่ายส่ายหน้าช้า ๆ ยิ้มให้ผมด้วยแววตาเลื่อนลอยอีกครั้ง

ไม่เลย ในครอบครัวผม สิ่งที่ผมทำ คือสิ่งที่ทุก ๆ คนก็ทำได้ ใคร ๆ ก็ทำได้ นั่นแปลว่าผมไม่ได้เก่งอะไรเขายักไหล่แล้วตอบ ทิ้งตัวลงไปนอนอีกครั้ง

ผมไม่สนว่าคุณจะคิดว่าคุณเก่งไม่เก่ง แต่สำหรับผม ผมฟังแล้ว ผมรู้ว่าอย่างน้อยที่สุด นอกจากความพยายาม คุณมีของขวัญที่พระเจ้าประทานมาให้คุณผมว่า เขายิ้มทั้งหลับตากอดอกทั้งสองข้าง

คุณอ่อนโยนจังเลย

ผมไม่ได้อ่อนโยนกับใครทั้งนั้น ผมแค่พูดออกไปตามเรื่องตามราว

ผมไม่สนว่าคุณจะอ่อนโยนจริง ๆ หรือไม่ได้อ่อนโยน แต่แค่ผมรู้สึกว่าคุณอ่อนโยนกับผมมาก ๆ มันก็มากพอแล้วไม่ใช่เหรอครับ?” อีกฝ่ายว่าแกมย้อนผม แต่น้ำเสียงที่พูดออกมาเปลี่ยนไป อย่างน้อย ๆ คำลงท้ายนั้นก็สุภาพมากกว่าประโยคปกติของเขาแล้วหลายเท่าตัว

เราทั้งคู่ปล่อยตัวเองไว้กับหมู่ดาวบนฟากฟ้าแบบนั้น มันเป็นความเงียบแบบที่ไม่อึดอัดสักนิด ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ แต่เราก็เจอกันโดยบังเอิญถึงสามครั้งแล้ว และในแต่ละครั้งก็มันจะเป็นสถานการณ์ที่ไม่คิดว่ามันควรจะเกิดขึ้นสักนิด ผมถอนหายใจแล้วเงยหน้ามองฟ้า กำลังสงสัยว่าใครหรืออะไรบนนั้นกำลังอยากเล่นตลกอะไรกับผม อีกรึเปล่า

คุณเขาเรียก พอผมหันไปมองก็พูดต่อ

คุณกลัวความตายไหม?” เขาถาม ผมพยักหน้า

กลัวสิ ไม่ว่าใครก็กลัวตายทั้งนั้นผมตอบ

จริงๆ แล้วก็ไม่ได้กลัวตายหรอก แค่มนุษย์กลัวความไม่รู้ เราไม่รู้ว่าเราตายแล้วมันจะเป็นยังไงต่อ เราไม่รู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นกับเราหลังจากนั้น และไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าสิ่งที่เราอยากทำก่อนจะตายเราได้ทำหมดจริง ๆ รึยัง ผมกลัวตาย เพราะผมไม่รู้ว่าหลังจากผมตายแล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นต่างหาก...ผมขยายความหมายในคำตอบของตัวเอง อีกฝ่ายยกแขนมาเกยหน้าผากไว้แล้วถามต่อ

ในเมื่อเรารู้ว่าสักวันเราต้องตาย ทำไมเราถึงต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปนะ

ผมก็ไม่รู้ผมตอบง่าย ๆ เว้นวรรคแล้วพูดต่อ

“...แต่ผมรู้แค่ว่าอย่างน้อยที่สุดความตายก็ไม่ใช่เรื่องแย่สักเท่าไหร่เขาเลิกคิ้วขึ้นอย่างสนใจในคำตอบ ผมอมยิ้มแล้วอธิบายต่อในมุมมองของตัวเอง

เพราะมีความตายชีวิตของคนเราจึงมีความหมายในการมีลมหายใจต่อไป....

ผมไม่เข้าใจ

คุณ ผมคิดแบบนี้นะ เวลาที่คนเราซื้อพลุดอกไม้ไฟมาจุดน่ะ เงินที่เราเสียไป เราไม่ได้เสียให้กับแค่ราคาต้นทุนการผลิตของพลุดอกไม้ไฟ แต่เราเสียเงินให้กับภาพความทรงจำของพลุดอกไม้ไฟที่มันจะสว่างไสวไปในความทรงจำของเราไปตลอดกาลต่างหาก...

เพราะมีการเกิด เพราะมีการดับ เพราะมีจุดเริ่มต้น เพราะมีจุดสิ้นสุด ชีวิตถึงมีความหมาย ความทรงจำจึงมีคุณค่าในตัวมันเอง มนุษย์เราจ่าย ‘ชีวิต’ ออกไป เพื่อสร้างสรรค์ความสวยงาม และสรรค์สร้างความเลวร้าย เมื่อมีคนที่คิดจะทำลายล้างก็มีคนที่คิดจะปกป้อง คือขาวและดำ คือความงดงามของหยินและหยาง ของโลกใบนี้ผมร่ายยาว เขาผิวปากรับฟังอย่างตั้งใจ

คิดดูนะ ถ้าโลกใบนี้ไม่มีความตาย มนุษย์คงดำรงชีวิตด้วยความเบื่อหน่ายไปวัน ๆ เพราะไม่มีจุดจบ ก็ไม่มีจุดหมาย ไม่มีปลายทางให้เดินตามหา เสมือนคนที่ลองทำมาจนหมดทุกอย่าง ทำมาจนไม่รู้แล้วว่าตัวเองควรจะทำยังไงต่อ ผมไม่คิดว่าโลกใบนั้นจะเป็นโลกที่น่าอยู่นักหรอกนะ ในแง่ของความยากลำบากแล้ว การตายคือชนวนที่ทำให้คนเราดิ้นรน ทำในสิ่งที่ควรจะทำในเวลาที่ทำได้ แม้เข็มนาฬิกาของเราทุกคนจะเดินถอยย้อนกลับไปยังจุดจบเสมอนับตั้งแต่ตื่นลืมตาบนโลกใบนี้ แต่ว่า...

“.....”

ถ้าจะต้องตาย อย่างน้อยที่สุดแล้ว ผมจะฝากจารึกอะไรสักอย่าง ร่องรอยที่ยืนยันได้ว่าผมเคยมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้ อาจจะฟังดูบ้า ๆ ไปบ้าง แต่ทั้งหมดนั่นคือสิ่งที่ผมต้องการตอบแทนให้กับโลกใบนี้ ตอบแทนให้กับทุกสิ่งที่ทำให้ผมมีชีวิตอยู่จนถึงทุกวันนี้ มันบ้ามาก ๆ นะ แต่คุณรู้ไหม ผมไม่เคยมีชีวิตอยู่เพื่อตัวผมเองเลยสักครั้ง

ผมมองหน้า สบตากับเขา แล้วพูดคำนั้นออกมาจากหัวใจ

“...เพราะผมรู้สึกว่า ผมจะมีชีวิตอยู่เพื่อใครสักคนตลอดเวลา

ผมอยากเข็มแข็งให้ได้สักส่วนหนึ่งที่คุณทำให้ผมรู้สึก

ทำไมคุณต้องอยากเข็มแข็งแบบผม ในเมื่อเราแต่ละคนก็มีความเข้มแข็งแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคลอยู่แล้ว สุดท้ายแล้วคุณเป็นผมไม่ได้ คุณทำได้แค่เป็นตัวคุณเองเท่านั้น”  ผมว่า นั่งตัวตรงให้เขาซบมา ทุลักทุเลนิดหน่อยเมื่ออีกฝ่ายมีส่วนสูงที่มากกว่าคุณ แต่ผมชินแล้วกับการที่อีกฝ่ายจะมีลักษณะทางกายภาพที่แตกต่างหรือดีกว่าผม

เพราะสุดท้ายแล้วเราต่างล้วนเป็นมนุษย์ที่กำลังแตกสลาย

คุณครับ

ว่า?”

ถ้าผมตายคุณจะร้องไห้ให้กับผมไหม?”

ก็อาจจะร้องมั้ง?”

แล้วคนอื่น ๆ ล่ะ?”

ไม่รู้สิ ก็อาจจะร้องหรือไม่ร้องก็เป็นไปได้ทั้งนั้น

คุณ

ว่า?”

ถ้าผมคิดจะฆ่าตัวตายคุณจะห้ามผมไหม?” เขาถาม ผมสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะบอกกับเขา

ผมอาจจะไม่เหมือนคนทั่วไปเท่าไหร่นัก แต่ถ้าพูดกันตามตรง เราไม่รู้จักกันแม้กระทั่งชื่อด้วยซ้ำ คุณและผม เราต่างเจอกันด้วยความบังเอิญ เป็นแค่การโคจรมาเจอกันในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ จนถึงตอนนี้ผมยังตอบตัวเองไม่ได้เลยว่าทำไมผมถึงยังนั่งอยู่ตรงนี้ คำถามของคุณตามหลักมนุษยธรรม ไม่มีใครอยากเห็นใครตายหรอก

ตามหลักมนุษยธรรมเป็นแบบนั้น แล้วตามหลักการของคุณล่ะ คุณคิดว่ายังไงกับการจะตายหรืออยากจะตายของผมเขาถาม

ผมมีสิทธิ์ห้ามคุณเหรอ?” ผมตอบและว่าต่อ

เพราะความเศร้าเป็นสมบัติส่วนบุคคล คุณไม่สามารถแบ่งปัน หรือลดทอนความเศร้าอันนั้นได้ด้วยการแจกจ่ายให้กับใคร สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คนที่ต้องรับ ‘ทั้งหมด’ นั่นก็คือตัวคุณเอง นั่นคือชีวิตของคุณ นั่นคือการตัดสินใจของคุณ นั่นคือทางเลือกของคุณ สุดท้ายแล้วไม่ว่าคุณจะเลือกเส้นทางไหน....

“.....”

“...ผมจะเคารพทุก ๆ การตัดสินใจของคน ๆ หนึ่งเสมอ ไม่ใช่เพราะผมเป็นคนดี ไม่ใช่เพราะผมเป็นคนไม่ดี แต่เพราะชีวิตนั้นเป็นสิทธิ์โดยชอบธรรมของคุณ แล้วจะให้ผมเอาหลักเกณฑ์อะไรไปบอกว่าสิ่งที่คุณทำมันเป็นสิ่งที่ผิดพลาดหรือถูกต้อง ในเมื่อผมไม่ได้เป็นคน ๆ นั้น ผมไม่ได้ร่วมรับความเจ็บปวดนั้นไปกับคุณ

หากพลุดอกไม้ไฟในชีวิตของคุณเบ่งบานและงดงามมากพอเท่าที่คุณจะพอใจแล้ว ต่อให้มันจะดับลงหรือแหลกสลายลงไป ขอให้รู้ไว้ว่าคุณจะไม่ตายไปจากความทรงจำของผมตลอดไป อย่างน้อยที่สุดผมจะยังจดจำคุณได้เสมอในฐานะที่ครั้งหนึ่งโลกหมุนวนผมมาเจอกับคุณ

เพราะงั้นแล้ว ... ถ้าเจ็บปวดก็จงร้องไห้เถอะนะ ผมจะอยู่ตรงนี้ข้าง ๆ คุณเองผมบอกกับเขาแบบนั้นพร้อมกอดคนข้าง ๆ ที่กำลังนั่งร้องไห้ข้าง ๆ ผมไว้แบบนั้น  ยินดีให้อีกฝ่ายซบอกของผมเป็นการหลบซ่อน และตัดขาดจากโลกใบนี้ชั่วคราว

ไม่ต้องกลัวนะ ผมอยู่ตรงนี้...ผมจะอยู่ตรงนี้จนกว่าคุณจะพอใจ

มนุษย์เราคือสิ่งมีชีวิตที่พิเศษและแปลกประหลาด

...เรามักใช้หัวใจพัง ๆ ของเราปลอบใจหัวใจพัง ๆ ของใครบางคน  ๆ เสมอ

ในอ้อมกอดของคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักชื่อของกันและกัน ผมทำได้แค่กอดและปลอบโยนเขาแบบนั้น จนกว่าเสียงร้องไห้ของเขา จะจางหายไปในอากาศ....


 

 

 

TBC. ตอนนี้เปิดให้สั่งจองหนังสือแล้วนะครับ ปิดจองวันที่ 1 เมษายน 2562 ขอขอบคุณทุก ๆ การสนับสนุนครับ

รายละเอียดหนังสือและแบบฟอร์มสั่งของหนังสือ : >>> https://1th.me/ZBRt

 

ขอบคุณครับ

 

Time talk : สวัสดีครับเพื่อน ๆ หวังว่าจะยังรักษาสุขภาพกันดีนะครับ สำหรับตอนนี้จะสั้นกว่าปกติหน่อย จะชดเชยให้ในวาระต่อไปนะครับ ^^  แต่คิดว่าหลาย ๆ คนก็น่าจะสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง อ่ะ ๆ ไม่ว่าคุณจะเลือกทีมไหนก็ตามแต่ อย่าลืมเชียร์พวกเขาอย่างสุดหัวใจนะครับ อิอิ

พ่อแมวพุงโต เพิ่มเติมคือพุงลดลงไปอีก 2 นิ้วแล้ว เย้

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 71 ครั้ง

12 ความคิดเห็น

  1. #224 Jisublism (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 16:35

    สงสารคุณนิโคตินจัง

    #224
    0
  2. #210 vwaraa (@xxxinng) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 15:01
    ขอบคุณที่เขียนนิยายดีๆแบบนี้อีกครั้งนะคะ เป็นเรื่องที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งในใจเราเลย ถามว่าตอนนี้ทีมใคร แง อยากจับปลาสองมือจัง 55555555 แต่ละตัวละครมีมิติที่แตกต่างกัน ละการที่ทั้งสองโคจรมาเจอกันแบบนี้มันต้องมีอะไรที่คล้ายๆกันดึงดูดกันแหละน่า แต่เราก็เอนไปทางคุณโชอยู่นา รอดูพัฒนาการความสัมพันธ์ของทั้งสามนะคะ

    เป็นกำลังใจให้พ่อแมวนะคะ รอติดตามต่อไปค่ะ<3
    #210
    0
  3. #207 Thunpitcha Meksuk (@khaowfangjuno) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 07:19

    หลังจากอ่านตอนนี้ก็รู้สึกอดไม่ได้จะต้องมาเม้นท์อีกครั้ง ในทุก ๆ ตอนของเรื่องนี้แฝงไปด้วยข้อความที่ผู้เขียนต้องการจะสื่อมาถึงคนอ่านเสมอ ๆ และเราก็ชอบที่จะรับรู้ข้อความเหล่านั้นผ่านทางสายตาและการจินตนาการ แต่ในตอนนี้มันไม่ใช่แค่นั้น เหมือนกับว่าทุกถ้อยคำ ทุก ๆ ประโยคที่คุณพ่อแมวแต่งเหมือนเป็นหมัดหนัก ๆ ที่ต่อยเข้าที่ตัวเราเต็มเปา และถึงอย่างนั้รเราก็ไม่รู้สึกเจ็บปวด เรายิ้มไปกัยเนื้อเรื่อง แม้ว่าจริง ๆ เรากำลังห้ามไม่ให้ตัวเองร้องไห้อยู่ก็ตาม


    ถึงเราจะไม่เคยเป็นดีเพรส หรืออะไรก็ตามที่ตัวละครคนนี้กำลังเป็น และไม่อาจเข้าใจกับทุกสิ่งที่เขาเป็น แต่ว่าครั้งหนึ่งในชีวิตเราก็เคยประสบกับปัญหาที่เราแก้ไม่ได้ ความรู้สึกที่ว่าเราใช้ชีวิตต่อไปทำไม เรามีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร และอาจเลยไปถึงความรู้สึกที่อยากฆ่าตัวตาย แต่เราก็ไม่ได้รู้สึกอะไรแบบนี้ตลอดเวลา อาจเป็นเพราะเราเป็นมนุษย์ที่ใกล้เคียงกับคำว่าปกติ


    เราชอบประเด็นต่าง ๆ ที่นำเสนอ ไม่ว่าจะเรื่องการกลัวต่อความตายของมนุษย์ แล้วก็เรื่องที่ตัวละครพูดถึงการฆ่าตัวตาย แต่ความคิดเห็นชักจะหม่นพิลึก เราขอพูดเรื่องข้อความที่เน้นหนาในตอนนี้นะคะ เราชอบทุกประโยคอย่างลึกซึ้ง และนอกจากนั้นยังชอบประโยคที่พูดถึงการเปรียบเทียบชีวิตกับดอกไม้ไฟ และเรื่องที่มนุษย์มักจะใช้หัวใจพัง ๆ ปลอบหัวใจพัง ๆ มันดีมากค่ะ และอิมแพคต่อชีวิตเรามาก


    สำหรับเรานิยายเรื่องนี้เป็นดอกไม้ไฟที่แสนงดงามที่ผลิบานให้เราได้ชื่นชมในความสวยงาม และหวังว่าเราจะสามารถถ่ายทอดความสวยงามนี้ให้ผู้อื่นได้ชื่นชมความสวยงามนี้ไปกับเรา ขอขอบคุณสำหรับดอกไม้ไฟด้วยนะคะ คุณพ่อแมว

    #207
    0
  4. #205 PinkuButa (@papang-pinkpig) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 01:53
    คงต้องเซฟตอนนี้ไว้อ่านตอนที่เศร้า ชอบทุกคำในช่วงท้ายของตอนนี้เลยค่ะ มันตรงใจเรามากๆ
    "เราเสียเงินให้กับดอกไม้ไฟที่จะสว่างไสวในความทรงจำ"
    ดีใจที่นิยายเรื่องนี้ได้ผ่านเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในความทรงจำที่ดีของเรานะคะ
    #205
    0
  5. #180 babybam4 (@babybam4) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 11:19
    อยากรู้จริงๆนะว่าทำไมไปเป็นแอคเค่อ อยากรู้ว่าอะไรเป็นสาเหตุ เหมือนอยากเข้าไปดูว่าทีแท้จริงแล้วเป็นคนยังไงอ่ะ
    #180
    0
  6. #176 thifu:') (@yamloveyaoi) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 08:42
    อ่านไปอ่านมาทีก็คนดีมากในระดับหนึ่งเลยอ่ะ ตัดสินเขาจากการเป็นแอคเค่ออย่งเดียวไม่ได้จริงๆนั่นแหละ //ผม*อย่าง*เข้มแข็งให้ได้อย่างคุณ(เห็นคำผิดอยู่นะคะะ) รอตอนต่อไป
    #176
    0
  7. #159 punch98line (@punch98line) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 22:30
    โอ้โห ตอนนี้คือกินใจเรามาก ชอบทุกประโยคเลย สั้นๆเเต่คุณภาพคับเเน่นมาก 5555
    #159
    0
  8. #158 saru1234 (@saru1234) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 16:51
    อ่านถึงตอนล่าสุดแล้ว เย้!

    ชอบแนวคิดหลายอย่างของเรื่องนี้

    มีทั้งมุมมองที่ตรงและไม่ตรงกับเราซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดีที่ทำให้เราได้รู้ในมุมมองใหม่ๆ ชอบนิยายแบบนี้นะ

    อ่านแล้วไม่เบื่อ เหมือนได้แลกเปลี่ยนมุมมองกับนักเขียนเลย
    #158
    0
  9. #156 Napat Chanta (@vipiiun) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 00:59
    เป็นตอนที่หน่วงมากเลยสำหรับเรา มันอึนไปหมดจนต้องร้องไห้ออกมา ขอบคุณนะคะที่สร้างตอนนี้ขึ้นมา
    #156
    1
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
  10. #155 ZiRbuT (@panyaporn123) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 23:01
    เป็นคำพูดที่มีคุณค่า ที่ได้ทิ้งไว้บนโลกนี้แล้ว
    #155
    0
  11. #153 คุณก้างปลา (@nizzsakura) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 22:32
    ฮืออออ บังเอิญหรือพรหมลิขิต ถ้าเราชิบคู่นี้จะผิดมั้ย อยากให้ทีเร็กซ์ทำให้เขารู้จักว่าความสุขคืออะไร เราเข้าใจนะว่าทีเร็กซ์คงไม่อยากให้เป็นแบบนี้ แต่ชีวิตเขา เขาต้องเป็นคนตัดสินใจสินะ
    #153
    0
  12. #152 -mumo- (@mumoth) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 21:37

    +1 ให้กับทีมโช แต่ตอนนี้ก็แอบประทับใจกับตัวทีเร็กซ์ ถ้าเจอคนแปลกหน้า (?) ที่โรคซึมเศร้า + อื่นๆอีกเป็นพรวน ก็สมกับที่เป็นเขา (T) ที่จะแสดงออกมาอย่างนั้น รอติดตามตอนต่อไปค่ะ
    #152
    0