[PRE ORDER] Acker [The End] #แอคเค่อของน้องแมว

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 24,776 Views

  • 369 Comments

  • 1,201 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    147

    Overall
    24,776

ตอนที่ 11 : Ep.10 P&P and ..... [Part 3]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 718
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 74 ครั้ง
    16 มี.ค. 62



Ep.10 P&P and .....




เสียงแอร์ในรถดังกระหึ่มขึ้นราวกับเสียงปืนใหญ่ ไม่สิ ไม่ใช่เพราะมันเสียงดังขึ้น แต่เพราะเราทั้งคู่เงียบลงต่างหาก คำถามที่โชถาม จัดว่าเป็นคำถามที่ถือเป็น black box แพนโดร่าอีกชิ้นของผมเป็นอย่างยิ่ง ถามว่าตอบได้ไหม ผมตอบได้ แต่เขาอยากได้คำตอบแบบไหนในสถานการณ์แบบนี้ต่างหาก นั้นแหละคือสิ่งที่น่ากังวลและน่าสงสัย

ผมขอโทษ ข้ามมันไปเถอะเขากล่าวเสียงเรียบก่อนจะเงียบลงไปอีกครั้ง

คิดสิ

“............”

ไม่มีใครอยากเป็น ‘คนที่นอนกับใครก็ได้’ ไปตลอดทั้งชีวิตหรอกคุณ คนทุกคนก็อยากมีใครสักคนที่เป็นของ ๆ เราคนเดียวทั้งนั้น แต่บางทีทุกอย่างก็ไม่ได้เป็นไปแบบที่เราคาดหวัง ผม..ไม่รู้สิ ผมเองก็อยากมีนะ ใครคนนั้น....

อ่า

แต่ว่า......

ครับ?” เขาถาม ผมเหยียบเบรกรถอีกครั้งเมื่อสัญญาณไฟจราจรกลับกลายเป็นสีแดง

ผมยังรอคอยอะไรบางอย่าง

“............”

“....รออะไรบางอย่างหรือใครสักคนอยู่”  ผมว่า ไม่ได้หันไปมองหน้าว่าเขากำลังแสดงสีหน้าแบบไหนหรือกำลังทำท่าทางแบบใด

ข้างในตัวผม.....มีอะไรหลายอย่างที่ยังอธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ เพราะผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเริ่มต้นเล่าถึง ‘มัน’ ยังไงดี และผมก็ทำอะไรกับมันไม่ได้มากกว่าแค่พยายามจะใช้ชีวิตในทุก ๆ วันให้มันดีที่สุด ไม่ใช่คนดี ไม่ใช่คนเลว เป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งในสังคมที่ก็แค่มีชีวิตและใช้มันในรูปแบบของตัวเอง

ผมกล่าวทิ้งท้ายก่อนจะถอนหายใจระบายความรู้สึกข้างในออกมา ผมทราบว่าโชไม่ได้ตั้งใจจะเข้าไป แตะต้องกล่องดำของผม แต่บังเอิญเหลือเกินว่า สิ่งที่ผมเพิ่งเจอมามันไม่ใช่แผลที่กำลังตกสะเก็ด แต่เป็นแผลสดใหม่เหวอะหวะ สุดท้ายก็ได้แต่ปล่อยให้ตัวเองนอยด์ออกไปแบบนั้น โดยพยายามเก็บสีหน้าที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

คุณครับเสียงเขาเรียก ผมหันไปมองหน้าเขาเหมือนต้องการจะถามว่า มีอะไร เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะคลายออกแล้วพูดต่อว่า

ปกติเคยขับรถมือเดียวไหม?” โชถาม

เคยสิ ขับรถสองมือแล้วทำอะไรไปด้วยก็เคย” ....หมายถึงขับรถแบบตอนไปกับพี่สาน่ะครับ

งั้นแปลว่าสมาธิคุณจะไม่หลุด ถูกไหม?”

อืม ผมขับรถมาตั้งแต่อายุยังน้อย สมาธิไม่หลุดแค่เพราะขับมือเดียวหรอกแต่ก็ไม่ได้สนับสนุนให้ขับรถมือเดียวล่ะนะ ผมคิดต่อในใจแต่ไม่ได้พูดอะไรออกไป

โอเคครับ งั้น.....

“...?”

ผมขอมือหน่อยครับ

ผมหันขวับไปมองหน้าคนอีกคนที่นั่งอยู่ด้วยกัน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังแสดงสีหน้าแบบไหนกับคำพูดของเขา โชไม่พูดอะไรต่อแต่มองออกไปนอกกระจกรถ มือที่ยื่นหงายออกมาวางไว้ตรงเบาะตรงกลางแอบสั่นเล็กน้อยจากที่ผมมองเห็น จากที่สับสนกับสิ่งที่เขาถามอยู่แล้วผมยิ่งสับสนขึ้นไปอีก

...แต่สุดท้ายผมก็เลือกที่จะวางมือซ้ายไว้บนมือของเขา

มือของโชที่สั่นในตอนแรกค่อย ๆ สั่นน้อยลงจนกลายเป็นปกติ เขาหุบมือเก็บไว้แบบไม่ได้ออกแรงนักและแค่จับแบบหลวม ๆ ทำให้ผมไม่รู้สึกอึดอัดเท่าไรนัก

ไม่รู้เลยจริง ๆ ว่าในสถานการณ์แบบนี้ผมควรพูดอะไรออกไปต่อดีไหม?

คุณและก็กลายเป็นเขาที่ชิงทำลายความเงียบนั้นก่อน

ครับ

ไม่ว่าใช่ไหมที่....

ถ้าผมไม่ต้องการต่อให้คุณบังคับผมก็ไม่ทำผมพูดก่อนเขาจะถามจบด้วยซ้ำ โชเงียบลงไปเหมือนเขาหมดคำถามที่สงสัยแล้ว พอ ๆ กับผมที่เงียบลงไปเพราะได้ยินเสียงอะไรกำลังดังขึ้นมาในหัว

สัตว์ร้าย’ ในหัวของผมกำลังส่งเสียงราวกับว่ามันกำลังหัวเราะเยาะคนที่อยู่ดี ๆ ก็ไปไม่เป็นแบบผมซะอย่างนั้น

แล้วไอ้หัวใจน่ะ ...ไม่ต้องมาสูบฉีดเลือดเต้นแรง ๆ จนได้ยินเสียงไปแบบนี้ได้ไหมเล่า !!!

ผมปล่อยทุกสิ่งเป็นไปแบบนั้น พยายามอย่างยิ่งในการตั้งสมาธิกับการมองทางและขับรถ ยิ่งพยายามมากขึ้นไปอีกที่จะแกล้งทำเป็นไม่สนใจเสียงหัวใจที่เต้นแรงมาจนกลัวว่าคนข้าง ๆ จะได้ยิน สารภาพตามตรงว่า ผมรับมือไม่ถูก จะบอกว่ารู้สึกไม่ดีก็ไม่ใช่ จะพูดว่ารู้สึกดีก็ไม่เชิง สมองของผมเหมือนเบลอแปลก ๆ สุดท้ายก็ได้แค่ปล่อยให้มันเป็นไปแบบนั้นจนกระทั่งมาถึงด่านกั้นทางขึ้นห้างสรรพสินค้าอย่างสีลมแห่งหนึ่ง

เพราะต้องเปิดกระจกยื่นมือไปรับบัตรลานจอดรถ โชเลยปล่อยมือผมออกจากที่เขากุมเอาไว้ แต่พอผมเลื่อนกระจกรถปิด โชก็ยื่นมืออกมาไว้ที่เดิม และที่งงไปมากกว่านั้นคือแล้วผมจะยื่นมือไปให้เขาอีกรอบทำไมวะ?

ผมขับรถขึ้นไปถึงชั้นสาม ก่อนจะถอยหลังเข้าซองที่ว่าง พอเสร็จสรรพเรียบร้อยเขาก็ปล่อยมือออก เราเงียบเหมือนเมื่อกี้ไม่ได้เกิดอะไรขึ้น ผมดึงกุญแจรถออกมาแล้วส่งให้เขาง่าย ๆ ก่อนจะกระชับกระเป๋าขึ้นแล้วก้าวเดินออกจากรถ โชเดินตามลงมาเงียบ ๆ พอเห็นเขาล็อกรถเรียบร้อยแล้ว ผมจึงพูดต่อ

เดินเข้าห้างแล้วไปออกตรงทางเชื่อม BTS นะครับ เราต้องออกประตูหนึ่งผมว่า โชพยักหน้ารับก่อนเราจะเดินคู่กันไปเงียบ ๆ เข้าห้างแล้วเดินทะลุออกอีกทางเพื่อเดินไปยังทางฝั่งประตูหนึ่งของ BTS ศาลาแดง

ปกติแล้วผมจะมารับยาผ่านทาง BTS ก็จะจำไว้ว่าต้องออกตรงประตูที่มีการขายเวย์ผมว่าพร้อมชี้ไปทางร้านขายเวย์ อาหารเสริมสำหรับเพิ่มกล้ามเนื้อ ปกติแล้วผมเป็นคนหลงทิศง่าย ไม่ค่อยสันทัดกับการไปไหนที่ไม่คุ้นเคยผมพูดต่อ โชพยักหน้ารับพร้อมจดลงไปในโน้ตกระดาษเล็ก ๆ ที่เขาเอาไว้ติดกระเป๋าเสื้อ

พอลงบันไดมาเสร็จเราก็เดินต่อไปเรื่อย ๆ จนถึงปากซอยที่มีร้านขายพิซซ่าเจ้านี้ผมว่า หลังจากเราเดินมาเรื่อย ๆ จนถึงหน้าปากซอยทางเข้าคลินิก โชพยักหน้ารับ พอจดโน้ตเสร็จผมก็พาเขาเดินเข้าไปจนเกือบจะสุดซอย แล้วเลี้ยวเข้าทางเข้าตึกเล็ก ๆ โชมองป้ายพลาสติกด้านบนสลับกับทางเข้า ก่อนจะหันหน้ามาหาผม

ผมมาครั้งแรกก็เหวอ ๆ แบบคุณเนี่ยแหละ แต่มันไม่มีอะไรแบบที่คุณคิดหรอก

ผมเดาใจโชได้ เพราะโชไม่ใช่คนแรกที่ผมพามาคลินิกนี้แล้วทำหน้าแบบนี้ ก็ต้องยอมรับแหละนะว่าทางเข้าเล็ก ๆ มันดูลึกลับและดูน่ากลัวจนเหมือนกับว่ามันเป็นทางเข้าไปสถานที่อื่น ๆ ที่ไม่ใช่สำหรับเพื่อสุขภาพ ผมหัวเราะหยอก ๆ คลายสถานการณ์ ก่อนจะตบไหล่เขาปุ ๆให้เดินเข้าไปข้างในลิฟท์ตรงทางขึ้น แล้วกดที่หมายเลข 5 สำหรับชั้นของคลินิก

คุณไม่ได้หลอกผมมาฆ่าใช่ไหม?” เขาว่า สายตาไม่มั่นใจนัก ผมตวัดมองค้อนไปรอบหนึ่งนั่นแหละ เจ้าตัวเลยรีบผิวปากแล้วมองไปทางอื่นกลบเกลื่อนคำถามเมื่อกี้

ลิฟท์จอดลงที่ชั้นห้า ผมก้าวเดินออกไป เขาเดินตามหลังมา ก่อนผมจะผลักประตูเข้าไปด้านในคลินิก

สวัสดีครับพี่แอมป์ผมยิ้มยินดีที่เจอพี่ที่รู้จักกันก่อนจะยกมือสวัสดี

อ้าว สวัสดีครับน้องไทม์ ครบกำหนดแล้วเหรอเรา?” พี่แอมป์พยักหน้ารับไหว้ก่อนจะถามกลับ

ครบแล้วครับพี่ ยาเหลืออีกประมาณ 5 เม็ดเอง ผมเลยมารับก่อนครับ  ผมตอบกลับ พี่แอมป์พยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ก่อนจะให้ผมเดินไปรับบัตรคิว เพราะมีคนมาก่อนหน้าเราประมาณสองสามคน  พอรับบัตรคิวเสร็จผมก็เดินไปนั่งที่โซฟา ในระหว่างที่โชมองไปรอบ ๆ ห้องอย่างสนอกสนใจ

คุณมีคำถามอะไรที่อยากถามเจ้าหน้าที่ก็เตรียมไว้ได้เลยนะครับผมว่ากับเขา โชเหม่อมองสายตาไปรอบ ๆ กรอกตาไปมาหนึ่งเที่ยวก่อนจะพึมพำกับตัวเอง

6 ห้องย่อย หนึ่งประตู มีทางเชื่อมต่อขยายเขาพึมพำออกมาเบา ๆ ผมขมวดคิ้วก่อนจะชะโงกหน้าไปดูโน้ตในมือของเขา พอเห็นแล้วก็อดที่จะเบิกตากว้างนิด ๆ ไม่ได้

คุณ...ไม่ได้เป็นวิศวกรรมศาสตร์หรือพวกสถาปัตออกแบบอะไรงั้นใช่ไหม?” ผมถามด้วยความไม่แน่ใจ ในมือของโชคือแบบแปลนทางเข้าตั้งแต่หน้าตึกยันตอนนี้ ไม่ได้สวยงามแต่เป็นภาพร่างที่ใช้เวลาไม่กี่นาทีในการกวาดตา มองไปรอบ ๆ ที่ผมทึ่งคือตรงความไวในการเก็บข้อมูลของเขาต่างหาก แล้วสามารถระบุได้ถึงขนาดห้องคร่าว ๆ และจำนวนห้องทั้งหมด ผมเดาว่านอกจากงานของการเป็นนักเขียนแล้ว เพราะเขาดูแทบจะเก็บทุกรายละเอียดจนไม่ตกหล่นเลย โชต้องทำงานอะไรสักอย่างที่คาบเกี่ยวกับการใช้ความจำไว ๆ หรือการสังเกตมาก ๆ

พอคิดได้แบบนั้นก็แอบสีหน้าฝาดขึ้นมาอย่างแปลกประหลาด ก็ไอ้คนที่นั่งข้าง ๆ และกำลังใจลอยมองไปรอบ ๆ เพื่อเก็บรายละเอียดยิบย่อยพวกนี้ไม่ใช่เหรอครับที่พูดกับผมว่า ‘ผมไม่เคยละสายตาไปจากคุณได้เลย’ เวลาไม่กี่นาที เขายังเก็บรายละเอียดตึกรามบ้านช่องได้ขนาดนี้ แล้วช่วงระหว่างก่อนมารู้จักกันจนมาถึงตอนนี้ที่เขาได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผม...

....ผมในสายตาเขากำลังเป็นแบบไหนกันอยู่นะ?

เปล่า ผมไม่ได้เป็นวิศวแมนหรือสถาปัตแมนทั้งนั้นครับ แต่งานที่ผมทำก็คาบเกี่ยวดองอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลเท่าไหร่โชว่า แต่ยังไม่ได้หันมามองผมเหมือนกับว่าสมาธิของเขากำลังตั้งมั่นไปอยู่กับโน้ตในมือและสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ผมทิ้งตัวลงกับโซฟา ก่อนจะนั่งเงียบ ๆ ไประหว่างรอเขาเก็บรายละเอียด พอเสร็จสรรพเรียบร้อยก็ถึงคิวผมโดนเรียกพอดี

คุณเดินมาดูด้วยก็ได้ผมว่า ขั้นตอนเบื้องต้นไม่ใช่ความลับอะไร ผมสามารถให้โชมายืนฟังผมใกล้ ๆ ระหว่างกระบวนการข้างต้นได้

ผมเดินไปนั่งที่โต๊ะตรวจสุขภาพเบื้องต้นก่อนจะยื่นบัตรประชาชนไปให้พี่แอมป์ พร้อมยื่นแขนออกไปให้พี่แอมป์ได้วัดความดัน พร้อม ๆ กับที่พี่แกกดปุ่มเครื่องวัดความดันและเอาปืนวัดไข้ขึ้นมายิงผม

อุณหภูมิ 37 องศา ปกติดีไม่มีไข้นะครับ ....ความดันปกตินะครับ 125/86 โอเคครับ ทำแบบสอบถามต่อได้เลยนะพี่แอมป์ว่า พร้อมยื่นบัตรประชาชนกลับมาให้ผมและแฟ้มประวัติคนไข้ของผม พอรับกลับมาผมก็หันไปคลิกเม้าส์เพื่อเริ่มทำแบบสอบถามตามปกติที่มาที่นี่

ขั้นตอนแรกก็มีแค่นี้นะคุณ พอหลังจากพี่เจ้าหน้าที่ตรวจสุขภาพเราในขั้นต้นแล้วเขาก็จะให้เรานั่งรอเรียกตามคิวครับ คุณมีอะไรอยากถามพี่เขาไหม?” ผมเปิดประเด็นให้หลังเขาทำหน้าสงสัย

สวัสดีครับโชว่าพร้อมยกมือไหว้พี่แอมป์ก่อนจะนั่งที่เก้าอี้ข้างๆผม แล้วพูดต่อ ผมสอบถามหน่อยได้ไหมครับ ปกติแล้วที่นี่ได้รับเงินสนับสนุนจากกระทรวงอะไรรึเปล่าครับ?”

ได้รับสิครับ จริง ๆ ถ้าจะให้เล่าก็คงจะยาว แต่ถ้าสรุปเลยคืองบประมาณของเราได้รับการสนับสนุจากองค์กรอนามัยโลกหรือ WHO ครับ โดยเขาก็ให้งบประมาณสนับสนุนผ่านทางระเบียบช่องทางของเขา ก่อนจะไล่มาที่กระทรวงในไทย แล้วแตกแขนงออกมาที่นี่ครับพี่แอมป์ตอบกลับ ก่อนจะยิ้มให้อย่างเป็นมิตร

อันนี้ผมสงสัยนะครับ นอกจากไทยแล้วยังมีที่ไหนอีกไหมครับที่ WHO ให้การสนับสนุนทั้งเรื่องงบประมาณและเรื่องยาที่ใช้ในการจำหน่ายให้กับผู้ที่มาติดต่อรับยาน่ะครับ แล้วก็ ผมทำรีเสิร์จมาบ้าง ปกติยา PrEP ในท้องตลาดจะมีทั้งหมด 30 เม็ด ราคากลางอยู่ที่ประมาณสามพันถึงสามพันห้าร้อยบาท ผมอยากทราบว่าแล้วทำไมถึงสามารถแจกฟรีได้ผ่านตามโครงการเหรอครับ?” โชตั้งข้อสงสัย ผมพยักหน้าตาม นั่นสิ ผมเองก็ไม่เคยนึกถึงข้อนี้เลยว่าเขาเอางบประมาณมาจากไหน และทำไมถึงสามารถเอามาแจกฟรีได้

พี่แอมป์ยิ้มอย่างอารมณ์ดีก่อนจะอธิบายต่อ

คืองี้ครับ ต้องเล่าให้เห็นภาพตรงกันก่อน จริง ๆ แล้วไม่ว่าจะองค์กรทางการแพทย์ของประเทศไทย ๆ หรือแม้กระทั่งหน่วยงานสายวิทย์เองก็เถอะ เรามองว่าราคาที่ต้องจ่ายสำหรับการ ‘ป้องกัน’ ราคาถูกกว่าการจ่ายหลังสูญเสียไปครับ ดังนั้น WHO จึงสนับสนุนงบประมาณมาโดยตลอด

ส่วนเรื่องยา PrEP จริง ๆ แล้ว PrEP เพิ่งมีมาเมื่อไม่กี่ปีเองครับ ตรงนี้เองก็ต้องยอมรับก่อนว่าตัวยาทั้งหมดยังอยู่ในขั้นตอนที่เรียกว่าการ ‘ทดสอบ’ ประสิทธิผลขั้นสุดท้ายกับมนุษย์ ดังนั้นแล้วถ้าประเทศโลกที่หนึ่ง จะสนับสนุนเรื่องยาตรงนี้ก็ไม่แปลกหรอกครับ เพราะเขาเองก็ได้ผลประโยชน์  เราเองก็ได้ควบคุมการระบาดของ HIV ไปในตัว จึงเป็นดีลที่ลงตัวครับ

อ้าว แบบนี้แปลว่ายาตัวนี้ก็มีความเสี่ยง?” โชขมวดคิ้วหันมามองหน้าผมเชิงถาม

คุณ เอาง่าย ๆ ยาเท่ากับสารเคมี มีสารเคมีตัวไหนบ้างที่ไม่เสี่ยง?” ผมตอบเนือย ๆ เรื่องนี้ผมเองก็ศึกษามาพอประมาณ และบวกลบคูณหารระหว่างข้อดีข้อเสียแล้ว ผมถึงกล้าที่จะรับยา PrEP ไปรับประทาน

ยังไงขอบคุณมากนะครับ ถ้ามีอะไรสงสัยเดี๋ยวผมมาสอบถามเพิ่มเติมนะครับโชกล่าวขอบคุณ ก่อนเราจะเดินไปนั่งรอที่โซฟาด้านนอกเค้าเตอร์หลังผมทำแบบทดสอบประเมินความเสี่ยงระหว่างสามเดือนก่อนมารับ PrEP เสร็จสิ้น

ก็สรุปง่าย ๆ มาครั้งแรกก็มาลงทะเบียนประวัติผู้ใช้บริการ แล้วคุณก็จะได้บัตรสมาชิกแบบนี้ว่าเสร็จก็ยื่นบัตรสมาชิกสีชมพูบานเย็นให้เขาดู วัดความดัน วัดไข้เสร็จ ก็มานั่งรอเรียกคิวสำหรับการเข้าไปเจาะเลือดเพื่อตรวจดูด้วยว่าในเลือดเป็นบวกหรือลบ เพราะถ้าเป็นคนที่ผลเลือดเป็นบวกจะไม่สามารถทาน PrEP ได้ครับผมอธิบายต่อ

เพราะ?”

เชื้อมันจะดื้อยาไงคุณ คุณที่ป่วยเป็น HIV เองก็ต้องไปรับยาอีกแขนงหนึ่ง อาจจะมีส่วนผสมที่ใกล้เคียงกัน แต่ก็แตกต่างจากการทาน PrEP ดังนั้นแล้ว เพื่อป้องกันเชื้อดื้อยาก็จะต้องมีการตรวจเลือดก่อนว่าคุณมีผลเลือดเป็นบวกหรือเป็นลบ ถ้าเป็นลบคุณก็สามารถรับ PrEP ไปทานได้

โดยที่นี่น่ะ จะแจก PrEP ให้ตามเดือนครับ ก็คือเดือนแรกที่มาจะได้รับไปแค่ 1 กระปุก มี 30 เม็ด เท่ากับรับประทานได้ 30 วัน หลังจากนั้นก็มาตรวจเลือดเพื่อตรวจสอบความผิดปกติอีกครั้งว่าเป็นยังไงต่อไป ถ้าปกติดีรอบต่อมา ก็ได้รับ PrEP ไปสองกระปุก พอยาใกล้หมดอีกสองเดือนก็มาหาเจ้าหน้าที่ใหม่

พอเดือนที่สาม ถ้าทุกอย่างเรียบร้อย หลังจากนี้ไปก็จะได้รับยาครั้งละ 3 กระปุก เท่ากับว่าคุณมาเจอหมอแค่สามเดือนต่อหนึ่งครั้ง ปีหนึ่งก็จะได้ตรวจเลือดทั้งหมด 4 ครั้งต่อปี ได้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่น ถือว่าดีลตรงกัน สำหรับผมบวกลบคูณหารแล้วก็ถือว่าดี ได้ป้องกัน ก็เลยเลือกที่จะเข้าร่วมโครงการ

ผมอธิบายยาวเหยียด โชพยักหน้าขึ้นลงทำความเข้าใจในถ้อยคำที่ผมสื่อสารออกไป หลังจากรอไม่นานก็ถึงคิวผมเข้าไปในห้องพยาบาลเพื่อทำการเจาะเลือด

ในห้องนะ ปกติแล้วเราจะต้องเป็นคนนำป้ายชื่อของเราไปมอบให้คุณ ซึ่งมอบไปสำหรับพันรอบขวดเลือดเองเพื่อป้องกันผลเลือดสลับกัน โดยป้ายชื่อจะมีแค่พยัญชนะตัวแรกของชื่อผมผมว่า พร้อมให้เขาดูป้ายชื่อที่ขึ้นต้นด้วย ธ.ธง ส่วนพยัญชนะอีกตัวเป็น ต.เต่าที่เป็นพยัญชนะตัวต้นนามสกุลของผม พร้อมต่อท้ายด้วยวันเดือนปีเกิด

ปกติการเจาะเลือดจะเป็นสองรูปแบบ ถ้าไม่ใช่ครบรอบการเจาะใหญ่เพื่อเอาเลือดเข้าแลปไปประเมินค่าตับค่าไต ก็จะเจาะแค่ปลายนิ้วแล้วรีดเลือดเอา แต่ถ้าเป็นเจาะใหญ่ก็จะต้องเจาะผ่านเส้นเลือดตรงข้อต่อข้อพับนะครับ ซึ่งก็ไม่ได้เจ็บอะไรขนาดนั้นคล้าย ๆ มดกัดผมเล่าต่อขณะออกมาจากห้องพร้อมก้อนสำลีสำหรับกดทับเลือดไม่ให้ไหลออกไป  เพราะในห้องไม่ให้คนนอกเข้า ผมจึงเดินมาอธิบายให้เขาฟังที่ด้านนอก

นั่งรอผลไม่ถึง 20 นาที ก็จะได้รับเอกสารใบนี้ผมว่าพร้อมโชว์ผลเลือดที่แสดงผล Negative ทั้งของ HIV และซิฟิลิส หลังจากได้รับแล้วเราก็นั่งรอคิวเรียกเข้าไปรับยา PrEP และอีกสามเดือนก็มาใหม่และตอนนี้เราก็เสร็จทุกขั้นตอน สวัสดีพี่แอมป์และคุณหมอที่เจาะเลือดพร้อมเดินข้ามกลับมาที่ห้างที่เราจอดรถไว้แล้ว

ปกติโครงการหนึ่งมีอายุไม่เกิน 3 ปี ก็ราว ๆ 36 กระปุกเห็นจะได้ผมให้ข้อมูลเพิ่มเติม

แล้วหลังจากนั้น?”

หลังจากนั้น?”

และเพราะผมเป็นคนขับขามาเสร็จแล้ว ขากลับโชจึงเป็นฝ่ายที่จะต้องไปนั่งเบาะคนขับ แม้เขาจะไม่เต็มใจสักเท่าไหร่ เพราะไม่ได้จดข้อมูลเพิ่มเติมนอกจากฟังผมพูดไปพลาง ๆ

ก็ ถ้าไม่มียา PrEP แล้วคุณจะทำยังไงต่อ แบบ จะซื้อมาทานต่อไหม หรือเลิกทาน หรือเลิกเป็น...แอคเค่อ?”

โชขยายความในคำถามปลายเปิดของเขา สายตามองลอดผ่านกระจกมองหลังมาหาผม โดยเรามีจุดหมายปลายทางคือสยามพารากอนเพื่อไปร้านหนังสือ คิโนะและไปทานข้าวตามที่เขาแพลนไว้ว่าอยากจะเลี้ยงขอบคุณ

ผมไม่คิดจะเป็นแอคเค่อไปตลอดหรอกนะผมว่า เขาบุ้ยปาก แล้วพูดต่อ

จริงนะ

จริงสิ จริง ๆ ก็เคยเลิกมาแล้วนะ

เหรอ แล้วทำไมถึงกลับมาเล่นใหม่ล่ะ......ไม่สิ”  เขาพูดถามต่อ กรอกตาไปมาก่อนจะเว้นวรรคเหมือนนึกอะไรขึ้นได้

อะไร...หรือใครเหรอครับ ที่ทำให้คุณเคยเลิกเป็นแอคเค่อไปได้ครั้งหนึ่ง?”

ฉลาด..ฉลาดจนน่ากลัวเกินไป โชเป็นนักสังเกตการณ์ที่ชาญฉลาดมากจนผมแทบจะต้องระมัดระวังทุกฝีก้าวไม่ให้ตัวเองเผลอแสดง message อะไรแปลก ๆ ออกไป ผมซ่อนสีหน้าทั้งหมดภายใต้กรอบแว่นสีดำของตัวเอง ก่อนจะตอบเขากลับไปอย่างระมัดระวัง

“....ผมแค่เบื่อ ๆ น่ะช่วงนั้นผมว่า สัตว์ร้ายในร่างตะโกนเห่าหอนตอบสนองผมราวกับว่ากำลังขบขันกับท่าทีของนักโกหกมือใหม่ที่ไม่ประสีประสา

โชมองลอดกระจกมาอีกครั้ง และเป็นอีกครั้งที่ผมรู้สึกเหมือนกับว่าดวงตาของเขาสามารถอ่านผมได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ผมไม่ได้หันหน้าหนี ผมมองตอบกลับแววตาที่กำลังสงสัยคู่นั้นกลับไป และท้ายที่สุดก็เป็นเขาที่ยอมยกธงขาวให้กับผมด้วยการหันกลับไปมองถนนตามเดิม

ผมถามกลับได้ไหม?” ผมว่า เขาพยักหน้าขึ้นลงหนึ่งครั้ง

ทำไมเมื่อกี้ตอนขาไปคุณถึงจับมือผมล่ะ

เอี๊ยดดดด!!!

และเพราะคำถามนั้นแหละที่ทำให้เขาเบรกรถดังเอี๊ยดจนลั่นถนน และผมเกือบจะหน้าทิ่มคอนโซลรถยนต์ พอตั้งสติหันกลับไปมองคนข้าง ๆ ใบหน้าของอีกฝ่ายก็ราวกับว่าเอามะเขือเทศทั้งลูกมาละเลงบนใบหน้าจนแดงเถือกไปหมด

คุณนี่มัน....ผมสบถอย่างอ่อนใจ ไม่รู้ว่าตัวเองควรโกรธเขาไหมกับการ ไร้สติแค่เพราะคำถามเล็ก ๆ ของผม

ก็คุณถามอะไรผมแบบนั้นเล่า !!

ก็คุณยังถามผมได้เลย

ผมไม่ได้ถามเรื่องนั้น

เรื่องนั้นมันเรื่องไหนกันวะ มันแปลกอะไรอ่ะ ก็ผมสงสัยไหม อยู่ดี ๆ ก็มาจับมือผม

ก็..ก็....

ก็อะไรเพราะเห็นอีกฝ่ายทำท่าตลก ๆ แบบนั้น อดไม่ได้จริง ๆ ที่ผมจะแกล้งเขาด้วยการยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ๆ

เอี๊ยดดดดด!!!

....และดูเหมือนว่า กูเนี่ยแหละครับคนที่กำลังโดนแกล้ง

โอ๊ย คุณจะตกใจง่ายจนเวอร์ไปไหมว่ะผมโวยวายหลังคว้าแว่นตามาสวมไว้ได้สำเร็จอีกครั้ง

แล้วใครใช้ให้คุณแกล้งผม !!!” เขาว่า ขึ้นเสียงเล็ก ๆ แบบไม่ได้น่ากลัวสักนิด

แค่ยื่นหน้าไปใกล้ ๆ แค่นี้นี่นะ แกล้ง?” ผมแกล้งถาม

ใช่ นั่นแหละ คุณแกล้งผม เห็นไหมคุณยอมรับแล้ว

อะไร ใครยอมรับ? คุณคิดไปเองรึเปล่า”  ผมตะแบงกลับไม่ยอมแพ้

คุณนั่นแหละ ยอมรับได้แล้วว่าตัวเองผิด

ผมไม่ยอมรับ ผมจะเป็นรุก

โอ๊ย ไอ้บ้าเจ้าตัวนากเผือกฮึดฮัดก่อนจะตะโกนว่าผมอย่างน่าขบขัน อดไม่ได้ที่จะหัวเราะไปกับท่าทีไม่ประสีประสาของเขา ทั้ง ๆ ที่ตัวเขาเองก็อายุตั้ง 26 แล้วแท้ ๆ

คุณ

อะไร

เสมอกันแล้วนะผมว่า พร้อมแบมือยืนไปขอมือจากเขา

แน่นอนดิ เราเคยขาดดุลเสียดุลกันที่ไหน?” เจ้านากเผือกว่ากลับอย่างไม่ยอมแพ้ ทั้ง ๆ ที่ใบหน้าแดงซ่านไปทั่วทุกอณู

ก็..ไม่แน่ผมทิ้งท้ายไว้แบบนั้น ก่อนจะฮัมเพลงเบา ๆ ตามเสียงเพลงที่ลอดออกมาจากคอนโซลรถยนต์

กินอะไรดี

อะไรก็ได้แล้วแต่เจ้าภาพ

เจ้าภาพอยากตามใจคนทาน

คนทานก็อยากตามใจเจ้าภาพ

คุณนี่....

ทำไม?”

เปล่า

อื้อ

ทานเสร็จกลับมหาลัยเลยไหม?” โชถาม

จริง ๆ ก็ยังว่าง ๆ นะ ไปเดินเล่นกับคุณก่อนก็ได้

โอเค งั้นไปดูหนังกัน

หื้ม มันชักจะแถมเยอะไปมั้ง?” ผมว่า

ไหนบอกตามใจเจ้าภาพ

นั่นผมหมายถึงเรื่องอาหาร

มันก็ควรจะตามใจทุกเรื่องไหม?”

ไม่เกี่ยวสักหน่อย

แล้วสรุปดูไม่ดูเขาถาม หันมาทำหน้าดุใส่ผม โดยที่ดูยังไงก็ไม่ได้รู้สึกกลัวสักนิด

ดู

โอเค ก็แค่นั้น

บ่นเก่ง

แต่กวนไม่เก่งเท่าคนแถวนี้หรอก

เพิ่งรู้เหรอ

คุณ!!” และก็เป็นอีกครั้งที่เขาน็อตหลุด

อะไร เรียกทำไมแน่ละ ใครบอกว่าผมจะเลิกกวน

เปล่าโถ่ ... หงอว่ะ คิคิ

ไปกินร้านนี้กัน ผมไปทานรอบที่แล้วอร่อยอยู่ มีเป็ดย่างแล้วก็มี....หลังจากนั้นสารพัดเมนูก็หลั่งไหลออกมาจากปากของโชพร้อมทั้งสาธยายสรรพคุณของบรรดาอาหารต่าง ๆ ผมไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะกินจุมากถึงขนาดนี้

ผมหัวเราะพร้อมกับตอกกลับเขาไปอีกหลายดอกเท่าที่โอกาสจะเอื้ออำนวย เสียงพูดคุยของคนสองคนดังไปทั่วคันรถ พร้อม ๆ กับเสียงเพลงเบา ๆ ที่คลอเคลียไปด้วยกัน ผมอมยิ้มและหัวเราะออกมาด้วยความรู้สึกข้างในจริง ๆ ไม่แน่ใจว่านอกจากเพื่อนแล้ว เขาเป็นคนแรกไหมที่ทำให้ผมยิ้มออกมาได้กับสถานการณ์ง่าย ๆ ที่อยู่ตรงหน้าของผม

และสุดท้ายก็ตัวผมเองนั่นแหละที่พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะมองข้ามเสียงเห่าหอนจากสัตว์ร้ายในร่างกายของผม มันส่ายหน้าไปมาพร้อมพ่นลมหายใจออกมาฟึดฟัด ราวกับมันกำลังเวทนาให้กับความปากแข็งของใครบางคนอย่างสุดความสามารถก็ไม่ปาน...



 

TBC. ตอนนี้เปิดให้สั่งจองหนังสือแล้วนะครับ ปิดจองวันที่ 1 เมษายน 2562 ขอขอบคุณทุก ๆ การสนับสนุนครับ

รายละเอียดหนังสือและแบบฟอร์มสั่งของหนังสือ : >>> https://1th.me/ZBRt


ขอบคุณครับ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 74 ครั้ง

13 ความคิดเห็น

  1. #222 Jisublism (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 16:27

    เซอร์ไพร์สมากเลยที่นิยายที่ลองอ่านตามจากที่เห็นในทวิตเตอร์จะดีงามแบบนี้ เป็นเรื่องที่สอดแทรกสาระมาในรูปแบบที่เข้าใจง่ายและไม่หนักหัวจนเกินไป แล้วตอนนี้มันละมุนมากทำให้เราอยากจะกรี๊ดออกมาดังๆด้วยความเขินได้ไงก็ไม่รู้ ขอชื่นชมสำหรับข้อมูลที่แน่นปึ๊ก ความใส่ใจในการให้ความรู้ด้านความปลอดภัยในการมีเพศสัมพันธ์ และสำนวนการเขียนที่เหมือนจับมือนักอ่านอย่างเราเดินไปพร้อมๆกับคุณ (Jisublism)

    #222
    0
  2. #197 PinkuButa (@papang-pinkpig) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 22:28
    สวัสดีค่ะพ่อแมว งานเขียนแนวพ่อแมวที่มีมุมมองดีๆอย่างนี้ใช่ว่าจะเจอได้บ่อยๆ ไม่หนีไปไหนหรอกค่ะ55555 อะไรที่ไม่ดีมันหมุนมาให้เราเจอแล้วก็จะหมุนผ่านไปค่ะ อดทนรอวันนั้นนะคะ ชอบโชมากๆพระเอกก็ชอบนะคะ55555 หนูได้ลองแนะนำเพื่อนๆไปหวังว่าจะมีคนได้มาลองอ่านและได้รับความรู้รวมถึงความสนุกไปกับงานเขียนของคุณแมวนะคะ ฮึบๆๆ
    #197
    0
  3. #172 thifu:') (@yamloveyaoi) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 21:54
    มีโมเม้นต์แล้ววววว
    #172
    0
  4. #126 _WhiteWinter_ (@panitporn) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 21:01

    ชอบความสัมพันธ์ของทั้งคู่ที่ค่อยๆเป็นค่อยๆไป ดำเนินแบบอบอุ่นไม่ข้ามเส้นไม่เร่งเร้า ตอนนี้ได้แต่ลุ้นว่าเมื่อไหร่คุณทีจะยอมใจอ่อนเสียที โชเขาอุส่าห์ขยันหยอดขนาดนี้555

    #126
    0
  5. #122 itsunset (@rafael4545) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 20:04
    น่ารักมากเลยค่ะ เป็นความเรื่อยๆที่น่ารักมากๆๆๆไสำหรับคนสองคน ส่วนคุณพ่อแมวก็สู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้เสมอ มีอะไรแย่ๆผ่านมาในชีวิตก็ขอให้เข้มแข็ง อีกสักพักเีด๋ยวมันก็ผ่านไปค่ะ!!! ฮึบ
    #122
    0
  6. #121 Sembe Meij (@21Yonradee2545) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 กันยายน 2561 / 06:25
    คุณทีน่ารักกกกก คุณทีต้องลองเป็นรับดูไหมเพื่อได้มุมมองที่เปลี่ยนไ--อั๊กก โชก็ไม่เลวใช่ไหมล่ะ 55555
    #121
    0
  7. #120 punch98line (@punch98line) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 22:32
    โอ้ยยย คิดถึง หายไปนานเลยนะคะ ชอบมากเลยเหมือนได้เปิดโลกใหม่เลย ตอนนี้สาระยังคงน่ารู้ จัดเต็ม เพิ่มเติมคือดูเหมือนจะเริ่มอ่อนลงทั้ง2ฝ่ายเเล้วสินะ โชชชช ทำไมน่ารักขนาดนี้5555 น่าเเกล้งมาเลย นี่คนอายุ26จริงๆใช่มั้ย???
    #120
    0
  8. #119 Pim Pichy (@pim-2170) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 21:56

    นารักอ่ะะแงงงงงงงงงง

    #119
    0
  9. #118 _n_n_ (@_n_n_) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 21:54
    สู้ๆนะคะ รอติดตามเสมอ เนื้อหาให้ประโยชน์และความบันเทิงควบคู่กันไปตลอดเลย ขอบคุณนะคะ
    #118
    0
  10. #117 very_very (@ploylate) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 21:49
    อัพแล้ววววว รอจ้าาาาา
    #117
    0
  11. #116 The Airport (@The-Airport) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 21:29
    กลมกล่อมมากมายepนี้

    รออ่านนะค้าบบบ เป็นกลจ.ให้พ่อแมวน้า
    #116
    0
  12. #115 Seathink (@ladyseagame) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 21:06
    สู้ไนะคะ ชอบความน่ารักของทั้งคู่จัง น่าเอ็นดู แม้ว่าจะต้องสอบแต่เราจะรออ่านให้ได้!!!
    #115
    0
  13. #114 mybear_sr (@mybear_sr) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 20:52
    โชน่ารักอะ แต่คุณTก็น่าถูกดูแล ชอบตอนนี้ รู้สึกพอดีแบบบอกไม่ถูก5555555
    #114
    0