[HKS] Bear Bodyguard บอดีการ์ดรักพิทักษ์คุณชายหมี

ตอนที่ 38 : Chapter 37 :: โรงพยาบาล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 462
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    11 ส.ค. 56

Chapter 37 :: โรงพยาบาล

 

DOME ;(

                “คุณหมอครับ แล้วตัวเล็ก... เอ่อ ผมหมายถึงคนไข้จะฟื้นไหมครับ แล้วเธอจะความจำเสื่อมหรือเปล่าครับหมอ” ผมถามคุณหมอที่เข้ามาตรวจคนไข้เตียงข้าง ๆ  ห้องไม่น่านอนในโรงพยาบาลดูแคบไปเล็กน้อยเมื่อผมงอแงไม่ยอมให้มีมี่อยู่ห้องพักฟื้นคนเดียว ในที่สุดพยาบาลทั้งหลายก็ยอมจำนน เตียงพยาบาลสองเตียงถูกเข็นมาตั้งไว้คู่กันหลังจากมีมี่หายไปในห้องฉุกเฉินหลายชั่วโมง

                “จากที่หมอตรวจอย่างละเอียดแล้ว สมองคนไข้ไม่ได้กระทบกระเทือนอะไร โอกาสมีน้อยมากครับ แต่ยังไงก็ต้องรอคนไข้ฟื้นแล้วค่อยตรวจอย่างละเอียดอีกที ว่าแต่คุณแน่ใจนะครับที่จะให้คุณมนสิชาอยู่ห้องเดียวกับคุณ” คำบอกเล่าของคุณหมอทำให้ผมเบาใจขึ้นได้บ้าง ส่วนเรื่องห้องพัก...

                “แน่ใจครับ ผมไม่อยากให้เธออยู่ห่างผมอีกแล้ว หวังว่าคุณหมอคงไม่ว่าอะไร” คุณหมอไม่ได้ว่าอะไรต่อ แค่พยักหน้าอย่างเข้าใจเท่านั้น หมออีกคนที่เป็นเจ้าของไข้ผมมาตรวจแผลที่ขา แต่ผมไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกครับ โดนมีดทิ่มชั้นไขมันก็แค่นั้นเอง... พูดเหมือนไม่มีอะไรใช่ไหมครับ แต่ตอนโดนนี่...โคตรเจ็บครับบอกเลย

                คุณหมอใช้เวลาตรวจเพียงไม่นานก็ปล่อยให้ผมกับมี่ให้พักผ่อน ที่กั้นเตียงเกะกะเสียจนผมอยากยกมันทิ้งไปเสียให้หมดเรื่อง อยากเชื่อมเตียงของผมกับผู้หญิงอีกคนให้ติดกัน อยากอยู่ใกล้ ๆ  อยากกอดเธอเอาไว้เหมือนนาทีนั้นในคฤหาสน์ของสรพัศ

                ในที่สุดผมก็ทนความเกะกะของแผงกั้นไม่ไหว ผมยันตัวเองขึ้นจากเตียงที่ดูจะเล็กเกินไปสำหรับขนาดตัวอย่างผม ในใจกำลังโบกมือบ๊ายบายแผงกั้นที่ผมจะผลักมันลงในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า

                มือเล็กข้างนั้นหงายขึ้นราวกับรอให้ผมไปจับ ไม่ว่าจะเป็นเหตุบังเอิญหรือคนบนฟ้าตั้งใจ ผมก็ไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดไปง่าย ๆ  ผมประสานนิ้วทั้งห้าของตัวเองเข้ากับนิ้วเล็กที่ไร้การเคลื่อนไหว สิ่งเดียวที่บอกว่าตอนนี้มีมี่ไม่น่าเป็นห่วงอย่างที่หมอบอก ก็มีแต่ร่างกายที่ขยับตามจังหวะการหายใจ และเสียงอัตราการเต้นของหัวใจจากเครื่องมือตั้งอยู่ข้าง ๆ

                “อย่านอนขี้เซาสิตัวเล็ก มีหลายเรื่องเลยนะที่เราต้องคุยกัน มี่ต้องอธิบายให้พี่ฟังนะ อย่าหลบหน้าพี่แบบนี้เลย” ผมเปลี่ยนสรรพนามแทนเราสองคนใหม่ ภาวนาให้เธอตื่นขึ้นมาตอบผม หรือจะแหวใส่ผมยังไงก็ได้ ขออย่างเดียว ขอให้เธอตื่น...ซะที

 




 

Hunz :”)

                หลังจากซ้อหมีพาตำรวจทั้งโรงพักไปช่วยพวกเราออกมาจากคฤหาสน์ของสรพัศ พวกเราทั้งหมดก็ถูกจับส่งตรงมายังโรงพยาบาลทันที ก็แน่สิครับ สภาพแต่ละคนสาหัสสะใจแม่หมูกันทั้งนั้น (แม่หมู//ห๊ะ! อะไรคือสาหัสสะใจแม่หมู? พูดดี ๆ นะฮั่น) ก็แซวนิดแซะหน่อยไม่ได้หรือไงเล่า หรือว่าแม่หมูไม่สะใจ (แม่หมู//ก็นิดนึง เอ๊ย ไม่ใช่ซะหน่อย) ในที่สุดผู้ร้ายตัวจริงก็ยอมรับผิดแล้วครับ

ห้องฉุกเฉินยังคงกลิ่นฉุนไม่น่าพิสมัยไว้เหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน พวกผมแต่ละคนนอนอยู่บนเตียงพยาบาลของตัวเอง ห่างกันก็เพียงผ้าม่านสีเขียวกัน เสียงเครื่องมือดังอื้ออึงจนผมเวียนหัว แต่...เอาเถอะครับ สุดท้ายทุกอย่างก็ผ่านมาด้วยดี พวกเราทุกคนปลอดภัยในที่สุด

                เตียงของผมถูกเข็นออกจากห้องฉุกเฉินเป็นคนแรก ก่อนที่ไอ้โดมจะถูกเข็นตามมาติด ๆ  ผมได้ยินไอ้น้องตัวแสบโวยวายกับพยาบาล งอแงไม่ยอมให้มีมี่ไปพักฟื้นอยู่อีกห้อง จนในที่สุดคุณพยาบาลก็ต้องยอมจำนน อืม...ในเมื่อไอ้โดมทำได้ ผมก็ต้องทำได้เหมือนกันสินะ...

ถามว่าผมประสบความสำเร็จเหมือนไอ้โดมไหม? ต้องถามคนนี้ครับ...

                “พี่ฮั่นนะพี่ฮั่น ทำตัววุ่นวายจริง ๆ ” แกงส้มมองผมด้วยสายตาเอือม... เอือมทำไมอ่ะ? ผมผิดเหรอที่อยากอยู่ใกล้น้อง

                “แกงง่ะ พี่ผิดเหรอที่อยากอยู่กับแกง ไม่อยากให้แกงคลาดสายตาพี่อีก แค่ที่ผ่านมาพี่ก็รับไม่ไหวแล้วนะ ไม่เอาแล้ว พี่จะไม่ให้แกงอยู่ห่างพี่อีกเลยตลอดชีวิต พี่ไปไหนแกงต้องไปด้วย พี่อยู่ไหนแกงต้องอยู่ด้วย พี่จะทำอะไรแกงก็จะต้องทำด้วย”

                “ถ้าพี่ท้องเสีย ผมก็ต้องท้องเสียตามพี่ด้วยหรือไงเล่า”

                “แกงง่ะ! ไม่ใช่อย่างนั้นซะหน่อย แกงไม่เข้าใจพี่อ่ะ” ผมแกล้งงอนคนที่เจ็บกว่าผม น้องเพียงส่ายหน้าก่อนจะหลับตาลงต่อ ผมมองรอยแผลที่โผล่พ้นออกมาจากเสื้อคนป่วยสีอ่อน ร่างกายที่บอบช้ำสามารถเยียวยาตัวเองได้ แต่หัวใจนี่สิ... ก่อนที่ผมจะไปถึง ไม่รู้แกงเจออะไรบ้าง

                “พี่แกง” ผมเรียกน้องเสียงอ่อน ตั้งแต่ย้ายเข้ามาในห้อง แกงส้มก็ไม่ปริปากพูดถึงเรื่องก่อนหน้านี้ซักคำ ผมไม่แน่ใจว่าที่น้องไม่พูด เป็นเพราะน้องอยากให้มันจบ ๆ ไป หรือมันเลวร้ายจนไม่กล้าพูดถึงกันแน่

                “ครับ” เสียงรับคำสั้น ๆ มาพร้อมกับดวงตาที่ปรือมองผม ความอ่อนเพลียฉายชัดอยู่บนใบหน้า

                “ก่อนพี่จะไปถึง แกงเป็นยังไงบ้าง พวกมันทำอะไรแกงหรือเปล่า” น้องส่ายหน้าแทนคำตอบ ผมอ้าปากจะถามอีกครั้ง ผมไม่ได้ไม่เชื่อแกง แต่ผมไม่เชื่อว่าคนอย่างสรพัศจะปล่อยเหยื่อที่อยู่ในมือไว้เฉย ๆ โดยไม่ทำอะไรเลย

                “ไม่มีใครทำอะไรผมครับพี่ฮั่น สรพัศ...ก็...พยายามอยู่ แต่ถูกขัดจังหวะก่อน”

                “ห๊ะ! มันทำอะไร มันจะทำอะไรแกง บอกพี่มาว่ามันทำอะไรแกง พี่จะไปฆ่ามัน” ผมเดือดขึ้นมาทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น ผมรู้ว่าสรพัศทำงานอะไร ผมไม่คิดว่าไอ้การ พยายามอยู่ ที่แกงว่า คงไม่ใช่การพยายามผูกมิตรกับแกงส้มหรอกนะครับ

                “มันยังไม่ได้ทำพี่ มีแค่จับ...เอ่อ...นิดหน่อย... ผมว่าเราลืมเรื่องทั้งหมดที่ผ่านมาเถอะพี่ฮั่น ถือซะว่ามันเป็นฝันร้ายที่จบลงไปแล้ว และจะไม่มีวันทำให้เราต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะมันอีก อีกอย่าง ผมว่าสรพัศไม่อยู่ให้พี่ไปฆ่าแล้วล่ะครับ ลืมมันไปเหอะนะพี่นะ”

                “ลืมง่ายก็ดีสิ แล้วไอ้แผลพวกนี้ของแกง มันคงอยู่ให้พี่เห็นอีกไปอีกหลายวัน จะให้ลืมคงยาก ไหนจะที่มันทำกับแกงแต่พี่ไม่เห็นอีก มือมันปากมันทำอะไรแกงหรือเปล่า แกงไม่ยอมบอกพี่แบบนี้ พี่ยิ่งคิดว่ามันทำ”

                “พี่ก็ลบมันสิครับ ไม่เห็นยากเลย”

                “อะไรนะ” ผมหูฝาดใช่ไหม? แกงไม่ได้พูดอย่างนั้นใช่ไหม?

                “ผมบอกว่า ถ้ารอยพวกนี้มันทำให้พี่ไม่สบายใจ พี่ก็ลบมันออกสิครับ” นั่น! ย้ำอีก จะย้ำทำไม ฮั่นหูฝาด ฮั่นไม่เชื่อ (แม่หมู//เชื่อเถอะ! ฮั่นอย่าแอ๊บค่ะ แม่หมูรู้ว่าในใจฮั่นกำลังดีดดิ้น คิดหาวิธีการลบรอยให้น้องแกงอยู่) เบื่อคนรู้ทันจริง

                “แล้ว...แล้วลบ...มันลบยังไงอ่ะแกง พี่หมายถึง วิธีลบอ่ะ มันต้องทำยังไงเหรอ” ผมนอนตะแคงหันหน้าไปทางแกงส้ม สายตาผม...ไม่อยากจะบรรยายเลยว่าแอบหื่นเบา ๆ  เอ๊ะ หรือว่าไม่เบาหว่า? ผมชักไม่อยากอยู่พักฟื้นที่โรงพยาบาลต่อซะแล้วสิครับ เริ่มคิดถึงเตียงนุ่ม ๆ ที่คอนโด...บ้านของเรา... พื้นที่ส่วนตัวของเราสองคนที่ไม่มีใครโผล่เข้ามาขัดจังหวะได้ สถานที่ ๆ เต็มไปด้วยหลากหลายความทรงจำสำหรับผม ฮึ่ย! อุ้มแกงกลับคอนโดตอนนี้เลยได้ไหม ผมไม่อยากอยู่ที่นี่ต่อแล้วอ่ะ

                “เฮ้ออออออ” แกงถอนหายใจเสียงดังแล้วหันหน้าหนี ดวงตาคู่หวานที่แอบมีแววอ่อนเพลียถูกซ่อนจากผม

                “ทำไมง่ะ ถอนหายใจแล้วหันหน้าหนีพี่ทำไมแกงส้ม... แกงส้มมมมมม พี่เจ็บอยู่น๊า แกงต้องเห็นใจพี่ดิ”

                “คิดอะไรหื่น ๆ ไม่เลือกที่เลือกเวลา ผมล่ะเพลียพี่จริง ๆ  ผมอ่ะเจ็บตัวมากกว่าพี่นะครับ พี่ต่างหากต้องเป็นฝ่ายเห็นใจผม! กะแล้วเชียวว่าถ้าพูดแบบนี้พี่ต้องเก็บอาการหื่นไม่มิด แล้วก็ไม่มิดจริง ๆ  ซื้อหวยทำไมไม่ถูกอย่างนี้ว๊า”

                ผมหัวเราะออกมาเสียงดัง นี่น้องมันรู้ทันผมตลอดสินะ แกงหันกลับมามองผมก่อนจะหัวเราะตามไปด้วย เสียงหัวเราะที่หายไปจากชีวิตหลายชั่วโมงในที่สุดก็กลับมาอีกครั้ง ผมขอบคุณทุกอย่างที่ทำให้เรื่องราวเลวร้ายจบลง

                สรพัศ ครั้งนึงผมเคยเคารพเขาเหมือนญาติผู้ใหญ่ของตัวเอง แต่เวลาผ่านไปก็สอนให้ผมรู้ว่าคนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ หน้ากากถูกใส่เข้าหากันราวกับเป็นเรื่องปกติของสังคม อยู่ที่ว่าเราจะมองออกหรือไม่ว่าไหนคือหน้ากาก ไหนคือหน้าจริง กว่าผมจะรู้ว่าทั้งหมดที่ อาพัศ แสดงออกเป็นเพียงการแสดงชั้นยอด ผมก็เกือบต้องเสียแม่ที่ผมรักไปเป็นสินค้าชิ้นหนึ่งที่ถูกส่งขายในแบรนด์ของมัน ธุรกิจที่แม่ผมสร้างขึ้นมาด้วยความรักถูกมันแอบย่ำยีลับหลังไม่ต่างจากซ่องโสเภณี การกระชากหน้ากากสรพัศและส่งคนร้ายให้ไปอยู่ในที่ ๆ ควรอยู่ทำให้ชีวิตผมแขวนอยู่บนเส้นด้ายโดยไม่รู้ตัว

ผมไม่รู้หรอกว่าสรพัศต้องเจอกับอะไรระหว่างที่มันชดใช้ความผิดอยู่ในคุก ผมไม่คิดด้วยซ้ำว่านั่นจะเป็นความแค้นที่ทำให้มันตามจองล้างจองผลาญผมไม่เลิก มันก็คิดได้อยู่หรอกครับ คนเคยมีหน้ามีตา เคยเป็นที่ยอมรับ วันหนึ่งกลับกลายเป็นนักโทษที่ถูกทุกคนประณาม คนอย่างมันก็ไม่มีวันโทษเป็นความผิดของตัวเอง

                ส่วนอีกคนที่ถูกล่อลวงให้เข้ามาในวงจรอุบาตรนี้ด้วย สมายล์ ผมไม่รู้จะว่าอย่างไรเธอดี แม้ว่าภายนอกเธอจะแสดงออกแบบนั้น แต่ผมก็ว่ามันคือหน้ากากอีกนั่นแหละ หน้ากากที่สรพัศสร้างขึ้นมาให้เด็กผู้หญิงคนหนึ่งสวม และบังคับให้สวมบทบาทที่เธอเองก็ไม่อยากทำ ผมอโหสิกรรมให้เธอ...ความจริงผมอโหสิให้ตั้งแต่งานหลังงานแต่งงานนั้นแล้ว และหวังว่าเธอคงได้เจอหนทางที่ดีกว่าในไม่ช้าก็เร็ว

                “คิดอะไรอยู่เหรอพี่ฮั่น” แกงถามขึ้นเมื่อเห็นผมเงียบไป “เลิกคิดเรื่องที่ผ่านมาแล้วได้แล้วครับพี่ เรามาคิดกันดีกว่าว่าผมควรใช้เหตุผลอะไรในการลาออกกับซ้อหมีดี”

                “หือ? แกง...ลาออก? ลาออกทำไม” งงครับ อิสริยะงง คำพูดของแกงดึงผมออกมาจากความคิดของตัวเอง ถ้านี่คือการเบี่ยงเบนความสนใจ ผมบอกเลยว่าแกงทำคะแนนได้ร้อยเต็มสิบ ผมลืมไปเลยด้วยซ้ำว่าก่อนหน้านี้ผมคิดเรื่องอะไรอยู่

                “บอดีการ์ดธนทัตเสร็จสิ้นภารกิจแล้วครับคุณอิสริยะ ถ้าเกิดผมไม่รีบลาออก ผมอาจต้องไปทำหน้าที่อารักษ์ขานายจ้างคนใหม่ต่อ ซึ่งผมก็คงต้องดูแลเขา...หรือเธอ... ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง”

                “ไม่นะ! ไม่! พี่ไม่ให้แกงไป ไหนเราตกลงกันแล้วไงว่าแกงจะลาออกแล้วเราจะเปิดร้านขนมเล็ก ๆ กัน” ไม่มีทาง ผมไม่ให้แกงไปดูแลคนอื่น ยิ่งต้องไปอยู่กับใครก็ไม่รู้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงอีก ไม่ ๆ ๆ ผมไม่ยอมเด็ดขาด

                “ผมถึงให้พี่ช่วยคิดเหตุผลอยู่นี่ไง แล้วผมไปตกลงกับพี่ตอนไหนว่าผมจะไปเปิดร้านขนมกับพี่ หมีขี่ตู่ โมเมเอาเองตลอด”

                “อย่าว่าพี่สิ ก็พี่ตกใจนี่ แกงพูดเหมือนจะไปดูแลใครอย่างนั้นพี่จะยอมได้ไงเล่า เอ่อ...เหตุผลเนอะ เหตุผลอะไรดีน๊า แกงลาออกไปแต่งงาน...เฮ้ย! อันนี้เจ๋ง บอกซ้อหมีไปเลยแกงว่าแกงจะลาออกไปเป็นแม่... พี่หมายถึงไปเป็นพ่อบ้านให้พี่” ผมอยากปรบมือให้ความคิดของตัวเองตอนนี้เหลือเกิน ไอเดียเลอค่ามากครับ โคตรภูมิใจอ่ะ

                “ใครจะแต่งงานกับพี่! ไม่แต่งโว๊ย! พี่จะบ้าเหรอ พูดอะไรก็ไม่รู้” ดูจากรูปการแล้ว เขินสินะ (แม่หมู//ดูให้ดี ๆ  เขินหรือเพลีย แม่หมูว่าน้องเพลียนะพี่ฮั่น) ผมบอกว่าเขินก็เขินสิแม่หมู นี่ก็ชอบขัดคอผมจริง

                “เอ่อ อะแฮ่ม ขอโทษที่ต้องเข้ามาขัดจังหวะนะคะ”

                “เฮ้ยยยย”

                “ซ้อออออออ” ในขณะที่ผมยังไม่รู้ว่าคนที่เข้ามาเป็นใคร แกงส้มก็เฉลยพร้อมมุดลงไปใต้ผ้าห่มเรียบร้อย ซ้อหมีมาพร้อมผู้ชายอีกคนที่ส่งยิ้มบาง ๆ มาให้ แต่ก็ไม่ได้แซวอะไร ไม่เหมือนซ้อหมี

                “มาซ้งมาซ้ออะไรแกง ซ้อนึกว่าแกจะรีบตอบตกลงแล้วมายื่นใบลาออกกับซ้อซะอีก เป็นไงบ้างล่ะเรา หายวันหายคืนนะรู้ไหม จะได้ลุกมาดูแลหัวใจตัวเองได้ คุณฮั่นดีขึ้นแล้วใช่ไหมคะ คุณนี่ก็น่าตีจริง ๆ  ถ้าไม่ได้ยัยมี่มาช่วยจะเป็นยังไงคะคุณ ตอนฉันมาหาคุณที่นี่ คุณรู้ไหมว่าฉันตกใจแค่ไหนที่เปิดประตูห้องมาเจอเตียงเปล่าแล้วก็ชุดคนป่วยยับ ๆ  นี่ถ้ายัยมี่ไม่โทรมาบอกฉันคงไม่รู้จะสู้หน้าแกงยังไง”

                คุณซ้อมาถึงก็สวดไม่ยั้งเลยครับ แถมผมยังโดนสวดด้วยอีกต่างหาก

                “ซ้อ! มาถึงก็บ่น ไม่เหนื่อยบ้างหรือไง” แกงพูดอยู่ใต้ผ้าห่ม ไม่ยอมโผล่หน้าออกมาหาคนที่กำลังคุยอยู่ด้วย ในที่สุดซ้อหมีก็ทนไม่ไหวเปิดผ้าห่มขึ้น เหมือนน้องจะรู้อยู่แล้วว่าซ้อหมีจะทำอะไร ใบหน้าที่โผล่มาจึงเป็นหน้ามู่ทู่ที่แสนจะน่ารักสำหรับผม “อ้าว พี่แคน หวัดดีพี่ โทษทีครับ ผมไม่เห็นว่าพี่มาด้วย”

                “ไงแกง ไม่เจอกันนานนะเรา” พี่แคนของแกงส้มทักตอบ ดวงตากลมมองว่าที่อดีตเจ้านายด้วยสายตาแปลก ๆ

“สต็อปไปไหนซะล่ะฮะวันนี้ ทำไมคนติดตามสาวสวยถึงได้กลายเป็นคุณชายอติรุจได้”

“เหอะ! พูดแล้วอารมณ์เสีย ฉันเลี้ยงงูพิษไว้ใกล้ตัวมาตั้งนาน โง่จริงอีหมีเอ๊ย สต็อปเป็นคนของสรพัศ” แกงส้มถึงกับอ้าปากค้าง ส่วนผมไม่แปลกใจ ผมเอะใจตั้งแต่ตอนที่สมายล์เข้ามาหาผมในโรงพยาบาลได้โดยไม่มีใครขัดขวางแล้ว ถ้าวริษฐาไม่เป็นคนปล่อยให้เธอเข้ามา แล้วจะเป็นใครไปได้

“ตกใจล่ะสิ คนของมันมีอยู่ทั่วจนน่าตกใจ ไม่ใช่แค่กับพวกเรานะ แต่เป็นคุณด้วยคุณฮั่น ยัยสต็อปสารภาพกับดิฉันว่าใน Bear Hug ก็มีคนของสรพัศอยู่ นอกจากมีมี่ ก็มีพนักงานอีกคนในบริษัทคุณ เห็นว่าชื่อเฟรมล่ะมั้ง ที่คอยรายงานความเคลื่อนไหวในบริษัทให้พวกนั้นรู้ ยังไงดิฉันแนะนำให้คุณกลับไปจัดการเรื่องนี้ทันทีที่พวกคุณกลับเข้าไปทำงานได้นะคะคุณฮั่น”

“คงไม่เป็นไรแล้วมั้งครับซ้อ ถือว่าผมอโหสิให้ คนเราผิดพลาดกันได้” ในเมื่อเรื่องมันผ่านมาแล้วก็ปล่อยให้ผ่านไปเถอะครับ อีกอย่างสรพัศก็ไม่มีผลอะไรกับผมอีกต่อไปแล้ว

“ไม่ได้หรอกค่ะคุณฮั่น เรายังวางใจอะไรไม่ได้ทั้งนั้น” แต่ซ้อหมียังยืนยันคำเดิม

“ถ้าซ้อเป็นห่วงเรื่องคนสนิทของสรพัศที่ชื่อเคน คน ๆ นั้นเป็นเพื่อนของมีมี่นะครับ มีมี่บอกกับผมว่าเขาจะให้ความร่วมมือและพร้อมจะเป็นพยานให้กับทุกคดีของสรพัศ” แกงหันมองผมกับซ้อหมีสลับกัน ผมยังไม่ได้เล่าให้แกงฟังเรื่องที่มีมี่กับเคนช่วยผมให้รอดตายจากอาการแพ้กุ้ง ผมแตะเบา ๆ บนมือน้อง บอกเป็นนัยว่าผมจะเล่าให้เขาฟังอย่างละเอียดภายหลัง

“เรื่องนั้นดิฉันทราบแล้วค่ะคุณฮั่น แต่มีบางเรื่องที่คุณกับแกงยังไม่รู้” ซ้อหมีมองพวกผมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกอึดอัด ซ้อเว้นจังหวะก่อนจะสูดหายใจเข้าลึก ราวกับไม่อยากให้เรื่องที่จะพูดนี้เป็นความจริง ผมเริ่มสังหรณ์ใจแปลก ๆ  “คุณโสรญาหนีไปได้ระหว่างจับกุม ส่วนสรพัศ... เฮ้อ สรพัศหายไป”

“อะไรนะซ้อ”

“แกได้ยินไม่ผิดหรอกแกง ถึงชีพจรจะอ่อนมากก็ตามตอนเราเอาตัวมันออกมา แต่มันก็ยังเต้นอยู่ตลอดระยะทางที่พามันมาโรงพยาบาล หลังจากหมอผ่ากระสุนออกมาเสร็จสรพัศก็หายตัวไป ไอ้ผู้กองเพิ่งโทรมาบอกฉันเมื่อกี้ สันนิฐานว่าน่าจะมีคนมาลักพาตัวมันไป เพราะสภาพอย่างนั้นคงลุกขึ้นมาหนีตำรวจเองไม่ได้แน่นอน”

“สรุปว่ามันยังไม่จบสินะ” ผมยกมือขึ้นกุมขมับก่อนจะถามซ้อหมีต่อ “แล้วใครเป็นคนเอาตัวสรพัศไปครับซ้อ สมายล์เหรอ”

“คุณโสรญาเป็นผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่งค่ะคุณฮั่น แต่เรายังไม่มีหลักฐาน ต้องรอตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดของโรงพยาบาลอีกที ระหว่างนี้คุณกับแกงก็ต้องระวังตัว เพราะไม่มีใครรู้ว่าโสรญาจะทำอะไรอีกไหม และ...ไม่มีใครยืนยันได้ว่าสรพัศตายไปหรือยัง หมอที่รักษาบอกว่าโอกาสรอดมีไม่มาก แต่ยังไงก็วางใจไม่ได้ และนี่เป็นเหตุผลที่ดิฉันพาบอดีการ์ดคนใหม่มาแนะนำให้คุณรู้จัก”

“ผมไม่ต้องการใครนอกจากแกงส้ม สัญญาจ้างยกเลิก คุณไม่ต้องส่งใครมาดูแลผมแล้ว และแกงส้มก็ขอลาออกจากการเป็นบอดีการ์ด ผมขอบคุณความหวังดีของซ้อนะครับ แต่คงไม่จำเป็น ผมมีแกงอยู่นี่ทั้งคน ผมเชื่อฝีมือแกงส้ม หรือซ้อไม่เชื่อฝีมือคนของตัวเอง” จะว่าผมหัวรั้นไม่ฟังใครก็ว่าเถอะครับ แต่จะให้ใครก็ไม่รู้เข้ามายุ่งในชีวิตของเราอีก ผมไม่เอาด้วย

“พี่ฮั่น ผมว่าให้พี่แคนมาก็ดีเหมือนกันนะครับ” ผมหันไปหาแกงส้มอย่างไม่เชื่อหู ก่อนหน้านี้ซ้อหมีเคยขอให้แกงย้ายไปทำงานกับคนอื่นแต่แกงค้านหัวชนฝา จะส่งคนอื่นมาดูแลผมแกงก็ไม่ยอมบอกว่าเราสองคนดูแลกันได้ แต่ทำไมคราวนี้แกงส้มถึงยอมรับง่าย ๆ  ราวกับน้องอ่านความคิดของผมออก “ถ้าสรพัศยังไม่ตาย สมายล์ยังไม่ยอมเลิกรากับเรื่องนี้ พี่ก็ยังไม่ปลอดภัย และผมก็ไม่สามารถดูแลพี่ให้ปลอดภัยได้”

“แกงส้ม...”

“ฟังผมก่อนพี่! ผมรู้ว่าความจริงข้อนี้อาจทำให้พี่...ทำให้เรารู้สึกแย่ แต่พี่ฮั่นครับ ถ้าพวกมันไม่เอาตัวผมไป พี่ก็ไม่ต้องวิ่งเข้าไปหาอันตรายแบบนี้ และผมก็ยอมรับว่ากับพี่ ผมทำหน้าที่ของผมไม่เต็มที่ ผมตัดสินใจอะไรไม่เด็ดขาดซักอย่างเพราะความรู้สึกที่เรามีให้กัน ถ้ามีใครซักคนมาดูแลพี่คงดีกว่า ผมสัญญาว่าผมจะไม่เอาอันตรายใด ๆ เข้ามาหาพี่ ยิ่งถ้าพี่แคนมาดูแลพี่ ผมเชื่อมือพี่แคนว่ายังไงพี่ก็ต้องปลอดภัย”

ผมไม่ได้รู้สึกไปเองใช่ไหมว่าคำพูดของแกงส้มมันแปลก ๆ

“ซ้อครับ ผมขอคุยกับแกงเป็นการส่วนตัวได้ไหม แล้วผมจะติดต่อซ้อกลับไปเมื่อเราตกลงกันได้” ผมอยากคุยกับแกงส้มสองคน ซ้อหมีดูเหมือนจะเข้าใจเพราะผู้หญิงตัวใหญ่เพียงพยักหน้ารับก่อนจะหันหลังออกจากห้อง

“พี่แคนครับ เฝ้าหน้าห้องเลยก็ได้พี่” แต่เหมือนแกงส้มจะไม่อยากเสียเวลาตกลงกับผมเรื่องนี้ให้เรียบร้อย

“แกคุยกับคุณฮั่นให้เสร็จก่อนเถอะ พี่กับซ้อไปเยี่ยมมีมี่ก่อน แล้วพี่จะกลับมาเอาคำตอบ คิดให้ดี ๆ นะแกงส้ม”

ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ แกงไม่ยอมสบตาผม ดวงตากลมมองไปยังประตูห้องราวกับเจ้าตัวสามารถมองทะลุแผ่นไม้ทึบ ๆ นั้นออกไปได้

“แกง...พี่ว่าเรื่องนี้...”

“ผมต้องการให้พี่แคนมาเป็นบอดีการ์ดของพี่ เพราะหน้าที่นี้ผมทำต่อไม่ได้อีกแล้ว อย่าลืมสิครับว่าความปลอดภัยของพี่เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ถึงพี่จะต้องอึดอัด พี่ก็ต้องทน เพราะมันจำเป็น ผมขอร้องนะพี่ฮั่น อย่าเถียงผมเรื่องนี้ ตอนนี้ผมเพลียมาก ผมอยากพักผ่อน พี่ก็ควรพักผ่อนเหมือนกัน”

แกงส้มตัดบทเพียงเท่านั้น ดวงตาของน้องถูกซ่อนลง ปฏิเสธประเด็นการสนทนาที่ผมยังไม่ได้ข้อสรุป และข้อสรุปที่แกงสรุปมาให้ก็ไม่เป็นที่น่าพอใจสำหรับผมเลย

“แกงส้ม” ผมเรียกน้องเบา ๆ  อยากให้น้องตื่นมาคุยให้รู้เรื่อง แต่อีกใจก็ไม่อยากกวน

ผมได้แต่ถอนหายใจ ความรู้สึกหน่วง ๆ ในหัวใจที่ไม่รู้สึกมานานเกิดกับผมอีกครั้ง ผมรู้ว่าแกงกำลังคิดอะไรบางอย่าง แต่ปัญหาคือ...ผมไม่รู้ว่าเรื่องที่น้องคิดคืออะไร...




 

จารุวัฒน์นอนกระสับกระส่ายตลอดบ่ายที่ผ่านมา กระทั่งพระอาทิตย์ละลับขอบฟ้าไปและความมืดเข้ามาปกคลุม เขาก็ยังไม่สามารถข่มตาลงได้ แม้จะงีบไปบ้างเพราะฤทธิ์ยาแต่เขาก็ไม่เคยพักได้เป็นเวลานานสักครั้ง คนตัวกลมสะดุ้งตื่นทุก ๆ ชั่วโมงเพื่อจะดูว่าคนข้าง ๆ ฟื้นหรือยัง ทุกครั้งเขากลับเจอแต่ความผิดหวัง ร่างเล็กข้างกายยังนอนนิ่ง ไม่ว่าเขาจะพยายามเรียกหล่อนเท่าไหร่ ความพยายามของเขาก็ไร้ความหมาย

นาน ๆ ทีเสียงละเมอหวานก็เรียกน้ำตาจากเขา ทุกคำที่หลุดออกจากปากคนที่ยังไม่ได้สติล้วนแต่เป็นชื่อเขาทั้งสิ้น ทั้ง พี่โดม โดเรม่อน หรือแม้แต่ นายอ้วน ก็เรียกน้ำตาเขาได้เป็นระยะ ผ้าที่พันอยู่รอบศีรษะดูเกะกะและน่ารำคาญ จารุวัฒน์ได้แต่ภาวนาให้มันหลุดออกไปจากผู้หญิงที่เขารักในเร็ววัน

“พี่โดม... มี่ขอโทษ” เป็นอีกครั้งที่จารุวัฒน์เด้งตัวขึ้นมาจากเตียง แสงไฟสีนวลที่เปิดทิ้งไว้ให้ความสว่างน้อยมากในเวลาใกล้เที่ยงคืนอย่างตอนนี้ แว่นตาที่ถูกถอดวางไว้ข้างเตียงถูกหยิบขึ้นมาสวมเพื่อให้เจ้าตัวเห็นภาพตรงหน้าชัดเจนขึ้น และนั่นทำให้เห็นว่า เสียงพูดครั้งนี้ของมนสิชาไม่ได้เป็นแค่การละเมอ

“ตัวเล็กพูดกับพี่เหรอ แล้ว...แล้วเรียกพี่ว่าพี่โดมอย่างนี้ แปลว่าไม่ได้ความจำเสื่อมใช่ไหม” รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวย จารุวัฒน์อยากเข้าไปกอด อยากรวบร่างเล็กนั้นไว้ในอ้อมแขนให้แน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ความกลัวห้ามเขาเอาไว้ เขากลัวว่าตัวเล็กของเขาจะเจ็บ คนตัวกลมจึงทำเพียงบีบมือเล็กที่อยู่ในอุ้งมืออุ่นเบา ๆ

“มี่จำได้ทุกอย่างค่ะ จำเรื่องเลว ๆ ที่ตัวเองทำได้ด้วย สมควรแล้วที่มี่ต้องโดนแบบนี้ ขอโทษนะคะพี่โดม มี่ขอโทษจริงๆ” คำขอโทษแหบแห้งมาพร้อมกับน้ำตาที่เอ่อขึ้นในดวงตาสวย นิ้วป้อมปัดหยดน้ำตาที่เขาไม่ชอบมันเท่าไรนักออกจากใบหน้า ก่อนจะหันไปหยิบน้ำที่เขาวางไว้ใกล้ตัว รอเวลาที่คนข้างกายจะตื่นขึ้นมาดื่ม

“ขอโทษเสียงแห้งอย่างนี้ไม่ยกโทษให้นะ” มนสิชาจิบน้ำช้า ๆ ก่อนจะล้มตัวลงนอนตามเดิม ดวงตาสวยมองคนตัวกลมราวกับหล่อนไม่ได้เจอเขามานานแสนนาน ตัวตนและความรู้สึกไม่จำเป็นต้องปิดบังอีกต่อไป ยิ่งคน ๆ นั้นเรียกเธอว่า ตัวเล็ก แบบที่พี่โดเรม่อนเคยเรียกน้องโดเรมี่ในอดีต น้ำตาที่คนเป็นพี่เพิ่งปัดออกไปก็กลับมานองบนใบหน้าอีกครั้ง

“มี่...ไม่เอา ไม่ร้องไห้แล้ว พี่ไม่เคยโกรธเรานะตัวเล็ก แค่น้อยใจที่มี่ไม่เคยคิดจะบอกพี่ว่ามี่เป็นใคร ส่วนเรื่องอื่น...ช่างมันเถอะ พี่เข้าใจว่ามี่ไม่มีทางเลือก ตัวเล็กจะทำร้ายพี่ได้ลงคอได้ไงล่ะเนอะ”

“มี่จำเป็นค่ะพี่โดม แค่ที่มี่ทำไปมันก็ทำให้พี่โดมเจ็บตัวมากพอแล้ว พี่จะไม่ต้องมาเดือดร้อนเลย ถ้ามี่ห้ามตัวเองไม่ให้ไปยุ่งกับพี่ได้” นิ้วป้อมวางลงบนริมฝีปากสีสวย บอกสาวน้อยให้เลิกโทษตัวเอง

“หมอบอกว่าคนป่วยต้องพักผ่อนเยอะ ๆ  จะได้หายเร็ว ๆ  เอาไว้มี่หายดีเมื่อไหร่ค่อยมาไถ่โทษกับพี่ก็แล้วกัน นอนเถอะตัวเล็ก เรายังมีเวลาคุยกันอีกเยอะ หรือจะเถียงกันเหมือนก่อนหน้านี้พี่ก็ไม่เกี่ยง มี่ไม่รู้หรอกว่าการเถียงกับยัยแปดหลอดเป็นความสุขอย่างนึงของพี่เลยน๊า” โดมพูดด้วยรอยยิ้ม ตัวเล็กยังคงเป็นตัวเล็กคนเดิมของเขาไม่เคยเปลี่ยน ความรักที่เก็บไว้มานานแสนนานได้โอกาสเบ่งบานในหัวใจในที่สุด

“อยากโดนเรียกว่านายอ้วนอีกหรือยังไงคะ”

“ก็น่ารักดีนะ นายอ้วนกะตัวเล็ก อืม...น่ารักเหมือนโดเรม่อนกะโดเรมี่เลย” มนสิชาหลบสายตาเมื่อเขาอ้างถึงชื่อที่ใช้เรียกกันในอดีต จารุวัฒน์สาบานว่าเขาจะเก็บภาพน่ารักนี้ไว้ในความทรงจำตลอดไป วินาทีนี้คงเป็นอีกวินาทีหนึ่งในชีวิตที่เขามีความสุขมากที่สุด และหวังว่าความสุขนี้จะอยู่กับเขาตลอดไปเสียที “ว่าแต่...ยังเจ็บอยู่ไหมจ๊ะ”

“ตอนนี้ไม่เจ็บค่ะ แค่ตึง ๆ  คงเพราะฤทธิ์ยา”

“งั้นพักผ่อนเถอะ นี่ก็ดึกจะแย่อยู่แล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้คุณหมอดุเอาพี่ไม่รู้ด้วยน๊า” คนตัวกลมพูดเหมือนผู้ใหญ่กำลังขู่เด็กเล็ก ๆ  มีมี่แสร้งทำตาโตแล้วตกมือปิดปาก ก่อนจะรีบหลับตาปี๋ เสียงหัวเราะเบา ๆ ของจารุวัฒน์ดังขึ้นทำให้คนแกล้งทำเป็นหลับหัวเราะตาม แต่น่าเสียดายที่เสียหัวเราะนั้นไม่ยั่งยืน เหมือนมนสิชาเพิ่งจะคิดอะไรออก เปลือกตากระชากเปิดเผยให้เห็นดวงตาที่มีแววเปลี่ยนไปจากก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง

“พี่โดมคะ คุณทะ... มี่หมายถึงสรพัศกับคุณนะ... สรพัศกับคุณสมายล์เป็นยังไงบ้างคะ เกิดอะไรขึ้นบ้างตอนมี่หมดสติไป พวกนั้นถูกจับหรือเปล่าคะ” โดมถอนใจเมื่อได้ยินคำถาม ใบหน้ากลมส่ายหน้าให้แทนคำตอบ นี่ยังไม่ใช่เวลาสำหรับเรื่องตึงเครียดแบบนี้ ถึงมันจะคลี่คลายแล้วก็ตามที

“เราจะยังไม่พูดเรื่องนี้ มี่นอนพักได้แล้ว ไม่ต้องเถียงพี่เลย นอน!” เสียงเข้มเอ่ยขู่เรียกให้อีกคนทำหน้ามู่ทู่เพราะถูกขัดใจ จารุวัฒน์อมยิ้มเมื่อเห็นท่าทางแบบนั้น แม้ท่าทางของเด็กหญิงมนสิชาก็ยังไม่เคยเปลี่ยนจนถึงเดี๋ยวนี้ เขาอยากเขกหัวตัวเองจริง ๆ ที่จำเธอไม่ได้ตั้งแต่นาทีแรกที่เจอกัน

“มี่ขอดูมือถือมี่หน่อยได้ไหมคะ นะคะพี่โดม ดูแล้วมี่นะรีบนอนเลย มี่อยากรู้ว่าเคนเป็นยังไงบ้าง” คิ้วขมวดทันทีเมื่อได้ยินมีมี่พูดถึงผู้ชายคนอื่น หญิงสาวรีบอธิบายเมื่อเห็นท่าทางแบบนั้นของคนตัวกลม “เคนช่วยเรานะคะพี่โดม มี่อยากรู้ว่าตอนนี้เขาปลอดภัยไหม”

ในที่สุดจารุวัฒน์ก็พ่ายแพ้ต่อแววตาอ้อน ๆ  มือถือของมีมี่ถูกส่งให้ถึงมือเจ้าของ หญิงสาวยิ้มรับก่อนจะก้มหน้าก้มตาอ่านอย่างตั้งอกตั้งใจ จารุวัฒน์ทำเพียงมองเงียบๆ ความสลัวของยามค่ำคืนซ่อนแววตาที่เปลี่ยนไปของมนสิชาไว้จากดวงตาที่จับจ้องเธออยู่ผ่านแว่นกรอบหนา






 

                ผมยอมรับเลยว่าผมไม่ค่อยถูกกับยานอนหลับซักเท่าไหร่ แต่จะทำไงได้ล่ะครับ หมออยากให้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ยานอนหลับเม็ดเล็กที่คราวก่อนทำให้ผมตื่นมาแล้วไม่เจอแกงส้มถูกนำมาใช้งานอีกครั้ง พอตื่นมาอาการมึน ๆ ก็เล่นงานผมไม่ต่างจากวันนั้น

                “ต่อไปพี่จะไม่กินยานอนหลับอีกแล้ว กินทีไรตื่นมามึนแบบนี้ทุกที แกง... แกง!” เตียงข้าง ๆ ว่างเปล่า ผมไม่ได้เตรียมใจมาเจอกับเรื่องแบบนี้นะ ผมตะโกนเรียกน้องดังขึ้นพร้อมตะโกนบอกตัวเองว่าสิ่งที่ผมเห็นไม่ได้เป็นอย่างนั้นจริง ๆ  “แกงส้ม! พี่ไม่เล่นนะแกง แกงอยู่ไหน แกง!

                ไม่มีเสียงใด ๆ ตอบรับ ไม่มีเสียงทุ้มหวานขานตอบพร้อมวิ่งออกมาจากที่ซ่อน ประตูห้องเปิดออกแต่คนที่เข้ามากลับไม่ใช่คนที่ผมอยากเจอ

                “คุณฮั่นมีอะไรหรือเปล่าครับ” แคนใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีก็พาตัวเองมาอยู่ข้างเตียงผมได้ แต่คนที่ผมต้องการไม่ใช่เขา แต่เป็นอดีตเพื่อนร่วมงานของเขาต่างหาก

                “แกงส้มอยู่ไหน” ผมถามเสียงห้วน คำพูดแปลก ๆ ของน้องเมื่อวานยังชัดเจนอยู่ในความทรงจำ “ผมถามว่าแกงส้มอยู่ไหน คุณตอบผมมาสิ ห้ามบอกผมว่าคุณไม่รู้ เพราะผมไม่เชื่อ คุณเฝ้าอยู่หน้าห้องทั้งคืน ใครเข้าใครออกคุณน้องเห็น บอกผมมาว่าแกงไปไหน”

                “เอ่อ คือว่า... ผม...” คำพูดตะกุกตะกักของบอดีการ์ดคนใหม่ยืนยันว่าผมคิดไม่ผิด แกงไปแล้ว

                ถ้ามีใครซักคนมาดูแลพี่คงดีกว่า ผมสัญญาว่าผมจะไม่เอาอันตรายใด ๆ เข้ามาหาพี่ ยิ่งพี่แคนมาดูแลพี่ ผมเชื่อมือพี่แคนว่ายังไงพี่ก็ต้องปลอดภัย

                เมื่อวานแกงส้มโทษตัวเองตลอดทางจากคฤหาสน์ของสรพัศจนถึงโรงพยาบาลว่าเป็นเพราะเขา ผมเลยต้องมาเจ็บตัว เพราะอย่างนี้ใช่ไหมที่ทำให้แกงส้มตัดสินใจไป เรื่องที่ซ้อหมีเอามาบอกเมื่อวานใช่ไหม ลุงหลานกำมะลอที่ยังลอยนวลอยู่

                “บอกผมสิว่าแกงส้มไปไหน ถ้าคุณไม่ตอบ ผมไปเค้นเอาที่ซ้อหมีก็ได้”

                “คุณฮั่นครับ คือ...” ประตูห้องเปิดออกอีกครั้งทำให้คำพูดของนายอติรุจถูกกลืนกลับเข้าไปอย่างเดิม ร่างกลมอยู่ในรถเข็นที่เข็นโดนบุรุษพยาบาลที่สีหน้าไม่สู้ดีนัก

                “มีมี่! ตัวเล็กอยู่ไหน พี่ไม่เล่นด้วยนะมี่ มีมี่!” คนที่เพิ่งเข้ามาไม่แม้แต่จะมองหน้าผม ไอ้โดมเอาแต่เรียกมีมี่ซ้ำแล้วซ้ำอีก นี่อย่าบอกนะว่าไอ้โดมก็เจอเหมือนกัน “มีมี่อยู่ที่นี่หรือเปล่าพี่ฮั่น ผมตื่นมาไม่เจอใครเลยออกมาหา แล้วนี่แกงส้มอยู่ไหน เฮ้ย! หรือว่า... พี่อย่าบอกผมนะว่าแกงก็หายไปเหมือนกัน”

                ผมทิ้งตัวลงบนเตียงจนรู้สึกถึงแรงสั่นเล็ก ๆ  ผมรู้ว่าไอ้โดมเข้าใจแม้ผมจะไม่ได้ตอบคำถามของมัน แกงส้ม...อย่าคิดนะว่าการที่แกงหนีพี่ไปจะทำให้เรื่องจบ ผมไม่โทษน้องแม้จะไม่ได้ชอบใจเท่าไหร่กับสิ่งที่แกงทำ ยังไงเสีย ผมก็จะหาทางพาแกงส้มของผมมาอยู่ในที่ ๆ เขาควรอยู่ได้เหมือนเดิม เพราะที่ ๆ เหมาะสมสำหรับแกงมากที่สุดคือข้างกายผม...ที่เดียว...เท่านั้น...

------------------------------------------------------------------------------------------------------

แม่หมู // หยุดค่ะ! อย่าด่าแม่หมูในใจ ด่ามาเลยก็ได้ ยอมรับ 555555555555

ส่วนตอนนี้ก็ขอออกตัวไว้ก่อนเลยนะคะว่าอาจมาไม่ได้ในวันศุกร์ อาจจะเฉยๆค่ะ อย่าเพิ่งด่าแม่หมูในใจอีกรอบ 5555 ,, เอาเป็นว่าถ้าอัพจะรีบแจ้งในทุกช่องทางที่แจ้งได้นะคะ รู้ว่าอยากได้ตอนหวาน เดี๋ยวก็หวานแล้ว...มั้งนะ... แหะๆๆ (มันก็ต้องใกล้หวานแล้วสิ มันจะจบแล้วนี่นา) >w<


ปล. ยังไม่ได้อัพเดทท่านที่จองฟิคไว้ ตอนจบลงเมื่อไหร่จะรีบแจ้งรายละเอียดจริงๆจังๆให้ทันทีเลยนะคะ ท่านใดสนใจแจ้งชื่อและช่องทางติดต่อที่สะดวกไว้ได้เลยเน้อเจ้าาาาาาาา >w<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,121 ความคิดเห็น

  1. #1065 `.เมื่อสัปดาห์ก่อน-? (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 4 กันยายน 2556 / 01:05
    อย่าบอกนะว่า 
    แกงกับโดเรมี่จะไปทำให้มันจบอ่ะ
    โฮววว
    ยังไม่หายดีเลยนะเห้ยยย!

    #1,065
    0
  2. #1024 Bow_Tida (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 1 กันยายน 2556 / 21:03
    โห่ ไรท์แกงหายไปอีกแล้ว เฮ้อ ลุ้นๆ
    #1,024
    0
  3. #979 เด๋กดี (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2556 / 14:46
    สองบอร์ดี้การ์ดหายไปไหนหล่ะเนี่ย



    ไม่น๊าาาาาาา เอาแกงส้มกับมีมี่กลับมาเดี๋ยวเน้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #979
    0
  4. #977 PlengHKS" (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2556 / 17:24
    แม่หมู!!!!!!!!!!!!!!!! ทำไมแม่หมูทำอย่างเน้เห้ 

    ทำไมอะไรยังไง? แกงหายไปไหนแล้วมีมี่ล่ะ แล้วอิตาสรพัศ แล้วสมายด์หายไปหนายยยยยย

    กลับมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!! ชั้นบอกให้เธอกลับมาแกงกับมี่นั่นแหละ! ส่วนอีก2คนที่ไม่เอ่ย ก็ไปตายซะไป๊!! #อินี่ก็อินเกิน 5555555555

    รอนะแม่หมู มาต่อเร็วๆนะ ถ้าแม่หมูทิ้งให้หนูค้างนะหนูจะ ให้แม่หมูวิ่งตามจนเป็นข้อเข่าเสื่อม 55555555
    #977
    0
  5. #976 jewel *28 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2556 / 22:27
    สรุปสรพัศกับสมายด์ก็หายไปสินะ แล้วนี่พี่แกงกับมีมี่ก็หายไปอีก อ๊ากก ลุ้นๆๆ จะเป็นยังไงต่อนะเนี่ย รออ่านต่อนะคะ
    #976
    0
  6. #975 waa (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2556 / 20:44
    น้องแกง ถ้ารัก และเป็นห่วงพี่เค้า ก็ควรจะอยู่ข้างแล้วดูแลพี่เค้าซิ หนีไปแบบนี้ยิ่งเป็นการทำร้ายพี่เค้านะ
    #975
    0
  7. #974 TheDreamTD (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2556 / 15:49
    พี่แกงหายไปไหนเนี่ย อย่าหนีพี่หมีไปแบบนี้สิตัวเองเจ็บอยู่นะหนีไปแบบนี้ได้ยังไง แล้วมีมี่ก็หายไปอีก สรพัศกับสมายก็หนีอีก โอ๊ย!!!!!
    #974
    0
  8. #973 Kathy (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2556 / 12:03
    จบได้กระชากวิญญาณมาก ทําอะไรไม่ได้ รอตอนต่อไปอย่างเดียวค่า
    #973
    0
  9. #971 Chayanid Raksanaves (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2556 / 10:17
    แงงงงงงงงงงงงงง ทำไมมันเป็นแบบนี้อ่าแม่หมู ฮือออออออ พี่แกงกลับมาเดี๋ยวนี้เลยน้าาา มีมี่ด้วยยยย กลับมาเดี๋ยวนี้เลยย ไม่ยอมๆๆๆ กำลังหวานๆเลยอ่าตอนรี้ พี่แกงอย่าโทษตัวเองดิ โอ้ยย แงง กลับมาเร็วๆเลยย แม่หมูด้วยนะะ กลับมาอัพฟิคเร็วๆเลย #ห้ะ 555 รออ่านนะค่าา
    #971
    0
  10. #967 รักฮั่นแกงมั่กๆ (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2556 / 09:19
    แกงส้มกับมีมี่หายไปสืบร่องรอยของสรพัศกับสมายด์ใช่มั้ยล่ะ แม่หมู แกงส้มทิ้งฮั่นไปไม่ได้หรอก ทิ้งหัวใจได้ไงเดี๋ยวก็ให้ฮั่นหวานกับแคนบอดี้การ์ดคนใหม่ซะเลยนี่ แล้วอย่ามาหึงนะ 55555555555555555555555 ล้อเล่น



    รอฉากหวานนะ รอ nc บ่องตง 55555555555555555555555555555555
    #967
    0
  11. #966 kat (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2556 / 00:53
    กะว่าจะหวานแล้วอ่าา

    แม่หมูใจร้ายกับพี่ฮั่น พี่โดม แล้วก็รีดด้วย

    แม่หมูอ่าาาาาาา รอน๊า

    ติดตามเรื่อยๆนะคะ

    เริื่อราวเข้มข้น สนุกมากจริงๆค่ะ

    เป็นกำลังใจให้นะคะ แม่หมูสู้ๆ
    #966
    0
  12. #965 pink (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2556 / 00:06
    สรพัศกะสมายล์หนีไปได้ ผู้ร้ายตายยากจริง

    แล้วเมื่อไหร่ทุกคนจะมีความสุข อยากให้หวานแล้วเหมืิอนกัน
    #965
    0
  13. #964 พี่ก้อยจ้า (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2556 / 22:45
    อ้าวเม้นท์แล้วหาย ฮึกๆๆๆ ไม่อยากให้เม้นท์ล่ะสิ



    โหยยยยยยย น้องแกงยังเจ็บอยู่เลยนะ แม่หมูให้ออกไปบู๊ต่อได้ยังไง



    เอากลับมาเร็วๆเลยนะ
    #964
    0
  14. #963 bull (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2556 / 22:30
    งืออออ พี่แกงกะมีมี่ไปหนายยยยยย



    อยากให้หวานแล้วอ่าาาา
    #963
    0
  15. #962 Luck HunZKang (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2556 / 22:04
    ไม่อยากกินมาม่าแล้วอ่ะ
    #962
    0