[HKS] Bear Bodyguard บอดีการ์ดรักพิทักษ์คุณชายหมี

ตอนที่ 37 : Chapter 36 :: สาหัส

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 495
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    7 ส.ค. 56

Chapter 36 :: สาหัส

 

                ร่างโปร่งบางพุ่งเข้าใส่สรพัศด้วยความไวเกินคาด แขนที่เต็มไปด้วยบาดแผลล็อคร่างนั้นไว้จากด้านหลัง ก่อนจะเหวี่ยงไปให้ไกลจากจุดที่อิสริยะยืนอยู่ ธนทัตยืนคั่นกลางระหว่างคนรักกับคนร้าย ถัดไปคือมนสิชาที่ยืนเตรียมพร้อมเข้าไปช่วย คนที่ล้มกลิ้งไปกับพื้นตวัดสายตามองบอดีการ์ดหนุ่มก่อนจะมองเลยไปยังอิสริยะ แล้วหันกลับมาหาคนทรยศ

                มนสิชาจ้องกลับอย่างไม่กลัวเกรง ในที่สุดเธอก็กล้าเลือกทางเดินที่ถูกต้องเสียที ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจเงินและความกลัว แต่จากนี้ไปจะไม่มีอีกแล้ว สรพัศทำเพียงแสยะยิ้มมองหล่อนก่อนจะกลับไปสนใจบอดีการ์ดที่ยืนจังก้าอยู่ตรงหน้า

                วัยที่ล่วงเลยมาไกลไม่ได้ทำให้ความไวของสรพัศลดลง ร่างสันทัดกระโดดลุกขึ้น ปัดฝุ่นตามตัวอย่างไม่ยี่หระ

                “เอาเลยสิสรพัศ มึงจะเล่นยังไงกะกูต่อก็รีบจัดมา” ธนทัตท้าทาย แต่สรพัศกลับส่ายหน้า

                “มึงไม่ใช่เป้าหมายของกูไอ้บอดีการ์ด มึงก็เป็นแค่เครื่องมือชิ้นหนึ่งที่กูใช้ทำให้ไอ้ฮั่นมันเจ็บเจียนตายก็เท่านั้น และมึงก็เห็นว่ากูประสบความสำเร็จแค่ไหน”

                “งั้นมึงก็ปล่อยแกงส้มไปสิ กูอยู่นี่แล้วไง” คำพูดของอิสริยะเรียกเสียงหัวเราะให้ดังขึ้น “หัวเราะอะไรสรพัศ คนที่มึงต้องการคือกูไม่ใช่เหรอ”

                “ไม่นะพี่ฮั่น ถ้ามึงจะทำอะไรพี่ฮั่น ก็ข้ามศพกูไปก่อน” ธนทัตขัดทันควัน เขาไม่มีทางยอมให้อิสริยะเป็นอะไรอีกแล้ว แค่ตอนคนเป็นพี่เข้าโรงพยาบาลเพราะถูกยิง ตอนนั้นเขาก็แทบขาดใจ เขาจะยอมให้ใครทำอะไรฮั่นในขณะที่เขายังอยู่ตรงนี้ไม่ได้

                “ทำไมมึงน้ำเน่าขนาดนี้ฮั่น ปล่อยแกงส้มไปสิ กูอยู่นี่แล้วไง ถ้าจะทำอะไรพี่ฮั่น ข้ามศพกูไปก่อน แม่งพูดเหมือนหลุดออกมาจากในละครเลยว่ะ พวกมึงฟังนะ กูจะบอกอะไรให้เอาบุญ กูไม่ปล่อยของเว้ย ถ้าจะมีคนต้องตายด้วยน้ำมือกูเพิ่มอีกคนสองคนกูก็ไม่เดือดร้อน”

                ต่างฝ่ายต่างนิ่งดูท่าที หากใครขยับตัวก่อนเกมต่อสู้เล็ก ๆ ที่สรพัศคาดการเอาไว้คงปะทุขึ้น น่าโมโหคนสนิทสารเลวนั่นที่วิ่งเอาตัวรอดไป... พวกมันคงวางแผนกันไว้ล่วงหน้าแล้ว ไอ้ฮั่นไม่ได้แพ้กุ้งอย่างที่เห็น ภาพผู้ชายตัวโตนอนหมดสภาพถึงขนาดใช้คนถึงสองคนแบกเข้ามา เป็นเพียงภาพลวงตาเท่านั้น ภาพลวงตาที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยผู้หญิงสองหัวที่เขาจะต้องคิดบัญชี กี่ครั้งแล้วที่แผนของสรพัศต้องล่มเพราะผู้หญิงคนนี้ ไม่มีทางที่คนอย่างเขาจะปล่อยหล่อนให้รอดไปได้ แต่...เวลานี้เขาต้องคิดก่อนว่าจะเอายังไงต่อ

                สามรุ่มหนึ่งสินะ

                ปริมาณที่มากกว่าไม่ใช่ปัญหาในความคิดของสรพัศ ผู้หญิงโง่ ๆ  บอดีการ์ดที่บาดเจ็บ และผู้ชายอีกคนที่ไม่รู้วิชาป้องกันตัว ไม่ใช่งานใหญ่อะไรหรอก

                ไม่มีบทสนทนาใด ๆ  มีเพียงเสียงลมหายใจที่ดังเกินไปในเวลานี้ ธนทัตจ้องฝ่ายตรงข้ามตาไม่กระพริบ แม้ในมือจะไร้อาวุธ แต่ก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นรอง ชีวิตของคนรักมีอยู่เป็นเดิมพัน และเขาไม่มีวันยอมมอบเดิมพันนั้นให้ใคร การเคลื่อนไหวอื่นใดไม่ได้รับความสนใจจากดวงตาคู่หวาน

                แต่...ไม่ใช่สำหรับอีกคน

                และ...มันก็ไม่สามารถหลุดลอดสายตาเฉียบคมประดุจเหยี่ยวของสรพัศได้

                การเคลื่อนไหวที่ไม่คาดคิดของมนสิชาทำให้อิสริยะเขวไป แม้เขาจะเหลือบไปมองเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้นแต่อีกคนกลับจับสังเกตได้ และสรพัศก็เก็บความรู้สึกได้ดีกว่า

                เสียงฝีเท้าเบาแว่วมาจากด้านหลัง ถ้าหากไม่ตั้งใจฟังสรพัศก็คงไม่ได้ยิน ท่าทีสบาย ๆ ไร้กังวลช่างผิดสังเกตในสายตาธนทัต มนสิชาอยู่ใกล้จนสามารถลงมือได้อย่างไม่ยากเย็น

                “โอ๊ยยย” แม้แต่ทิศทางสรพัศก็ไม่พลาด แขนเรียวถูกบิดจนมีดหลุดมือ มือกร้านกำรอบข้อมือเล็กแน่น มนสิชาไม่แม้แต่จะแสดงออกว่าหล่อนเจ็บ มีเพียงเสียงแรกที่เกิดจากความตกใจเท่านั้น แม้มีมี่จะยื้อสุดแรงแต่ผู้หญิงอย่างหล่อนก็ไม่มีแรงสู้ผู้ชายได้

มีดที่หล่นอยู่กับพื้นถูกเก็บให้พ้นมือเร็วกว่าธนทัตคาด ร่างโปร่งพุ่งตัวไปหมายจะคว้าอาวุธนั้นไว้คว้าได้เพียงอากาศ ความเจ็บกระแทกเข้าที่ปลายคางอย่างจังเมื่อเท้าที่เหยียบมีดไว้เสยเข้าใส่เต็มแรง  รสคาวเลือดในปากเป็นเครื่องยืนยันความรุนแรงที่เกิดขึ้น

ภาพคนเป็นน้องถูกทำร้ายต่อหน้าต่อตาทำให้หัวใจของอิสริยะร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ขาย้าวกระโจนเพียงก้าวเดียวก็ถึงตัวคนรัก

สรพัศปล่อยให้คนรักได้ใช้เวลาล่ำลา ถึงเวลาจัดการลูกน้องที่เคยถูกใจหากกลับเลี้ยงไม่เชื่อง การที่เจ้าหล่อนเป็นผู้หญิงไม่ได้ช่วยลดทอนบทลงโทษลงได้ เพราะสำหรับสรพัศ มนสิชาในตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากสิ่งของไร้ค่า เมื่อความชอบหมดไปก็ไม่จำเป็นต้องเอ็นดู แขนเล็กถูกบิดไปข้างหลังจนได้ยินเสียงกระดูกลั่นดังเป๊อะ เรือนผมยาวถูกดึงทึ้งอย่างแรง

“โอ๊ยยยย”

“ร้องเหรอ เจ็บเหรอ หึหึ” ผมยาวถูกปล่อยไปแต่มือข้างนั้นกลับมีที่หมายใหม่คือลำคอ

“อึก...อือ...อึก...” เสียงหายใจกระท่อนกระแท่นเพราะลำคอถูกบีบแน่น แม้จะพยายามรั้งมือนั้นลงมาแต่มันกลับไม่ขยับซักนิด มืออีกข้างไขว่คว้าบางอย่างในอากาศที่มองไม่เห็น ลมหายใจเริ่มติดขัดจนสิ่งรอบข้างพร่าเลือน

“นี่คือบทลงโทษเบาะ ๆ สำหรับมึง” สรพัศยิ้มอย่างพอใจ เสาต้นเดียวกับที่สร้างความเจ็บให้แกงส้มถูกใช้อีกครั้งแต่คราวนี้กลับเป็นศีรษะของมีมี่ มือที่บีบคออยู่แล้วจับคนที่ไม่อาจขัดขืนกระแทกเสาหินอ่อน

“ไอ้สรพัศ ไอ้หน้าตัวเมีย มึงทำร้ายผู้หญิงแบบนี้ไม่ละอาย...” ร่างสูงได้แต่ละล้าละลัง มนสิชากำลังถูกทำร้าย แต่ธนทัตในอ้อมกอดยังนิ่งราวไม่ได้สติ เขาไม่กล้าปล่อยน้อง แต่การมองผู้หญิงที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเขาอยู่เฉย ๆ  ก็ไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง

“กูไม่ใช่พระเอก คำพูดพระเอก ๆ พวกนั้นหยุดกูไม่ได้โว้ย” คำพูดถูกย้ำด้วยของเหลวสีเข้มที่เปรอะอยู่บนเสาสีขาวสะอาด เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บเริ่มเบาลงราวสติของผู้ถูกกระทำเริ่มหลุดลอย







 

KangSom :(

                ผมได้ยินเสียงมีมี่ เพื่อนผมกำลังเจ็บ ผมบ้วนเลือดในปากทิ้ง ผมไม่ได้หันไปบอกอะไรพี่ฮั่นแต่ผมเชื่อว่าพี่เขารู้ว่าผมกำลังทำอะไร อ้อมกอดของคนที่เป็นหัวใจเพิ่มแรงให้ผม ผมจะเสียเวลาสนใจความเจ็บปวดของตัวเองไม่ได้ การสลัดตัวเองออกจากอ้อมกอดอุ่นแม้เป็นเรื่องยาก แต่ก็เป็นสิ่งจำเป็นในสถานการณ์เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายแบบนี้ สรพัศไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่เป็นรอง วัยที่ล่วงเลยมาไกลของมันทำให้ผมประเมินมันต่ำเกินไป แต่ตอนนี้จะไม่เป็นอย่างนั้นอีกแล้ว

                “แกงส้ม” พี่ฮั่นเรียกผมเมื่อผมดันตัวขึ้น มีดเล่มนั้นยังถูกไอ้สรพัศเหยียบอยู่ ถ้าเมื่อกี้พี่ฮั่นไม่เรียกผม ผมคงมีโอกาสแย่งอาวุธมาได้สูง แต่...ถึงโอกาสตอนนี้จะไม่มาก ผมก็ต้องลอง ร่างกายผมไม่อยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมจะปกป้องทุกคนได้ ดังนั้นถ้ามีอะไรสามารถใช้ป้องกันตัวและต่อสู้ได้ก็จะเป็นการดีกว่า

                พี่ฮั่น! ใช่สิ! พี่ฮั่นช่วยผมได้

                ผมใช้แรงที่มีทั้งหมดเบี่ยงเบนความสนใจของสรพัศ การอยู่ข้างหลังทำให้ผมได้เปรียบอยู่ไม่มากก็น้อย ผมล็อคคอมันจากข้างหลังก่อนจะดึงมันออกมา สรพัศแรงเยอะกว่าที่ผมคิดไว้มาก แต่ผมไม่ควรเสียเวลาคิดเรื่องนี้

                เพียงเสี้ยววินาทีที่ผมจมอยู่กับความคิดตัวเองกลับกลายเป็นช่องโหว่ให้สรพัศ

                “อ๊ากกกกก”

                ผมร้องออกมาเมื่อแขนของผมถูกไอ้ชั่วนั่นกัด แผลที่ยังไม่ปิดดีถูกฟันของมันเจาะลึก เรี่ยวแรงที่อ่อนลงทำให้แขนของผมเลื่อนหลุด สรพัศดันตัวเองออกมาก่อนจะง้างหมัดจนสุดแขน ผมเกร็งรอรับแรงหมัดของมันไว้ แต่มันกลับไม่มาถึงเสียที

                “พี่ฮั่น! พี่จะทำ...” พี่ฮั่นเข้ามาร่วมวงตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ หมัดนั้นไม่มาถึงผมเพราะถูกพี่ฮั่นรั้งเอาไว้ สรพัศไม่เคยปล่อยให้ตัวเองจนแต้ม มันซัดศอกใส่ท้องพี่ฮั่นกลับทันที

                “โอ๊ยยยยยย”

                “พี่ฮั่น” พี่ฮั่นเซไปข้างหลังก่อนจะล้มลงโดยมือทั้งสองกุมท้องเอาไว้ สมาธิของผมไปอยู่ที่พี่ฮั่นทันทีที่เห็นเขาถูกทำร้าย

                ผลั่วะ!






 

Hunz

                ราวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าเป็นภาพที่ถูกหน่วยให้ช้าลง เหมือนในภาพยนตร์ที่ชอบยืดช่วงเวลาระทึกใจให้ยาวนานเกินความจริง แกงส้มเซลงไปตามแรงหมัดที่ถูกประเคนใส่อย่างจัง ถ้าเป็นปกติแกงคงทนได้ แต่เพราะร่างกายที่อ่อนแรงอยู่แล้วทำให้หมัดเพียงหมัดเดียวก็ทำให้น้องเกือบหมดสติ

                ต้องขอบคุณแสงแดดที่เล่นตลกในเวลานี้ แสงสะท้อนบนวัตถุสีเงินตกกระทบเข้าตาผม

ใช่! มีด!

                หากคนเราแยกตาสองข้างให้มองคนละจุดได้ผมคงทำไปแล้ว ผมเตือนตัวเองว่าน้องแกร่งกว่าที่ผมคิด แม้จะสะบักสะบอมขนาดนั้นน้องก็ยังลุกขึ้นมาสู้ได้ แต่ดูผมสิ จุดที่โดนยิงถึงจะยังเจ็บเมื่อขยับตัวแรง ๆ แต่ผมก็อยู่ในสภาพที่ดีกว่าแกงหลายเท่า

                สรพัศยังยืนชื่นชมผลงานของตัวเอง แกงส้มอ่อนแรงเกินกว่าจะลุกไหว มีมี่หมดสติไปแล้ว มีเพียงคราบเลือดที่เปื้อนอยู่บนเสาเป็นหลักฐานให้รู้ว่าเธอโดนอะไรมา พื้นหินอ่อนสีขาวนวลมีคราบเลือดอยู่เป็นจุด ๆ  ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

                สภาพอย่างนี้จะไปช่วยอะไรเขาได้

                จริงของไอ้โดม ขนาดผมบาดเจ็บน้อยกว่าแกงหลายเท่าผมยังช่วยอะไรแกงไม่ได้ ถ้าไม่ได้มีมี่ที่รู้แผนการของสมายล์ และช่วยผมจากอาการแพ้กุ้งไว้ได้ทัน ผมคงมายืนอยู่ที่นี่ไม่ได้... ผมคงเอาตัวเองมาเป็นตัวถ่วงให้แกงที่นี่ไม่ได้...

                ไม่สิไอ้ฮั่น! มึงมาคิดน้อยใจอะไรตอนนี้!

                ผมตัดสินใจคว้ามีดที่สรพัศยังไม่สนใจมาไว้ในมือ ถือเอาไว้ทั้ง ๆ ที่ยังไม่รู้ว่าผมจะใช้มันทำอะไร สมองพยายามคิดหาทางว่าตัวเองควรทำยังไงต่อ พลางควบคุมตัวเองไม่ให้สั่นกับอาวุธในมือ แค่คิดว่าเหตุการณ์ที่หาทางออกไม่ได้ตรงหน้า อาจต้องจบลงด้วยการจบชีวิตใครซักคน...

                “ทำไมคิดนานจังวะหลานชาย” สรพัศขัดความคิดผมด้วยคำพูดกวนอารมณ์และเสียงหัวเราะกวนประสาท ผมกระชับมีดในมือให้แน่นขึ้นไปอีก แต่นั่นก็ยิ่งทำให้มือผมสั่นมากกว่าเดิม

“มีดอยู่ในมือแล้ว มึงจะรออะไรอีก เข้ามาสิ!” คำท้าทายมาพร้อม ๆ กับใบหน้าที่ยังเปื้อนยิ้ม คนที่ยิ้มได้ในเหตุการณ์แบบนี้ถ้ามันไม่บ้ามันก็โรคจิต มันกวักมือเรียกผม ท้าให้ผมเข้าไป

“กูไม่ฆ่ามึงให้เลือดมึงเปื้อนมือกูหรอกสรพัศ”

“มึงกลัวมือเปื้อนเลือดหรือมึงไม่กล้า กูน่าจะรู้อยู่แล้ว ว่าคนอย่างมึงทำอะไรเองไม่เป็นหรอก ที่รอดอยู่ได้ทุกวันนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้อีสองตัวที่นอนเป็นผักอยู่นี่ มึงคงเสร็จกูไปนานแล้ว เอาสิฮั่น! กูอยากรู้นัก ว่าสองคนที่เป็นมือเป็นตีนให้มึงไม่สามารถทำอะไรให้มึงได้แล้ว คนอย่างมึงจะเอาตัวรอดด้วยตัวเองได้ยังไง ไอ้เลขาตัวช่วยมือหนึ่งของมึงก็ไม่อยู่ เอาสิฮั่น บอกอาพัศคนนี้มาสิ ว่ามึงจะเอายังไงต่อ”

“ยังไงมึงก็ไม่รอดสรพัศ” ผมไม่ตอบคำถามของมัน แต่ผมแน่ใจว่าผมไม่มีทางปล่อยมันให้รอดไปได้อีก

“ฮั่น... อย่าพูดอะไรตลก ๆ แบบนั้น ทำไมคนอย่างกูจะไม่รอด กูว่ามึงกับบอดีการ์ดสุดที่รักของมึงต่างหากที่จะไม่รอด เสียดายนะ กูยังไม่ได้ลิ้มลองแกงส้มรสแซ่บของมึงเลย ดูหน่วยก้านแล้วท่าจะแซ่บได้ใจ ไม่อย่างนั้นมึงคงไม่ถ่อมาถึงนี่เพื่อมัน แถมราคาก็กำลังปั่นได้ตั้งเป็นหมื่นเชียวนะ”

สติผมขาดผึงเมื่อสรพัศตั้งราคาคนของผม แกงส้มคือคนสำคัญที่ประเมินค่าไม่ได้ คือความรักที่มีชีวิตและลมหายใจ คือความสุขของชีวิตผม และคือคนที่คนชั่วอย่างสรพัศและมือสกปรกของมันไม่ควรแตะต้อง

                ผมหูอื้อไปหมด ภาพที่เห็นเริ่มพร่ามัวเพราะความโกรธพุ่งเข้ามาบังตา ผมไม่สนใจอะไรอีกต่อไป แผนการที่ผมควรมีเลือนหายไปในอากาศ ผมวิ่งเข้าใส่สรพัศด้วยอารมณ์ทั้งหมดที่มี มีดคมกริบในมือได้เวลาดื่มเลือด... และเลือดนั้นจะต้องเป็นเลือดชั่วของคนชั่วช้าอย่างสรพัศคนเดียวเท่านั้น





 

DOME ;(

                “ใครพามันมา แล้วเอามันเข้ามาในบ้านฉันทำไม โยนมันออกไปสิ”

                เสียงแหลมปลุกผมให้ได้สติ ร่างกายระบมช้ำจนเพียงการหายใจเบา ๆ ก็เล่นเอาเจ็บไปถึงลิ้นปี่ ใบหน้าแนบอยู่กับพื้นเย็นเฉียบ... นี่ผมอยู่ในบ้านนั้นแล้วใช่ไหม?

                ผมลืมตาขึ้นมาเจอเท้าเล็ก ๆ อยู่ห่างไปเพียงไม่กี่คืบ เสียงคนคุยกันดังหึ่ง ๆ อยู่เหนือผมขึ้นไป ถ้าผมเดาไม่ผิด เจ้าของเท้าคู่ที่ผมเห็นคงหนีไม่พ้น...

                “สมายล์”

                “ยังไม่ตาย... พวกแก...” ผมได้ยินเหมือนสมายล์สั่งอะไรซักอย่าง ยังไม่ทันที่ผมจะออกแรงดันตัวเองขึ้นจากพื้น ร่างผมก็ลอยขึ้นด้วยแรงกระชากจากใครก็ไม่รู้... รู้แต่หลายคนเชียวล่ะ

                ผมถูกจับให้ลุกขึ้นยืนไม่ต่างอะไรจากตุ๊กตาตัวหนึ่ง แขนถูกจับไพล่หลังเอาไว้ ไม่ให้สามารถไปทำร้ายใครได้ ทำอย่างกะน้ำหน้าอย่างผมจะมีปัญญาทำร้ายใคร ผมมาที่นี่ก็แค่เป็นตัวล่อ เบี่ยงแบนความสนใจก่อนที่คนที่จะช่วยได้จริง ๆ มา ผมมาที่นี่ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าตัวเองจะต้องเจ็บตัว มาทั้ง ๆ ที่รู้ว่าความเสี่ยงมีเปอร์เซ็นมากกว่าคำว่ารอด

                “สวัสดีอีกครั้งค่ะพี่โดม เมื่อเช้าเราเพิ่งเจอกันไปเองนี่คะ มาที่นี่ทำไมเหรอคะ หรือจะมาหานังมีมี่ สมายล์ไม่อยากเชื่อเลยนะคะว่าโง่ถูกมันหลอกมาตลอด แล้วยังจะโง่มาหามันอีก จะต้องให้สมายล์บอกอีกไหมคะ ว่าความจริงแล้วอีมีมี่มันก็ไม่ต่างอะไรจากอีหนูของลุงพัศ ที่พยายามเล่นตัวเรียกร้องความสนใจ อยากให้ตัวเองเด่นดังกว่าอีหนูคนอื่น ๆ ”

                “ผมมาหาแกงส้ม” ผมเปลี่ยนเรื่อง รีบเปลี่ยนเรื่องทั้ง ๆ ที่คำพูดของสมายล์ถูกบันทึกเข้าสมองไปแล้ว และไม่ยอมให้ผมลบมันออก แม้ตัวเองไม่อยากเชื่อคำพูดนั้น แต่รูปการแบบนี้มันจะแปลเป็นอย่างอื่นได้ที่ไหนกัน ผมดึงตัวเองออกมาจากความคิดนั้น... แม้มันจะลำบากแค่ไหนผมก็ต้องออกมาให้ได้ ผมมาที่นี่เพื่อแกงส้ม เพื่อพี่ฮั่น คนอื่น...ไม่มีความหมายหรอก คิดอย่างนั้นให้ได้สิไอ้โดม คนอื่นไม่มีความหมาย...

                “พวกคุณเอาตัวเองแกงส้มมา พี่ฮั่นก็มาที่นี่แล้ว ผมรู้ คุณเอาพวกเขาไปไว้ที่ไหน คุณต้องการอะไร เงินเหรอ? หรืออย่างอื่น? บอกผมสิ ถ้าต้องการเงินผมจะไปเอามาให้ ปล่อยตัวพี่ฮั่นกับแกงมาแล้วผมจะปล่อยพวกคุณไป ผมจะไม่แจ้งตำรวจเรื่องนี้ คดีลักพาตัว คดีพยายามฆ่า โทษมันหนักนะคุณโสรญา”

                “ฮึ! สมายล์ไม่ได้ทำนี่คะ ทุกอย่างเป็นฝีมือคุณลุงสมายล์ทั้งนั้น สมายล์ไม่รู้ไม่เห็นอะไรเลย”

                “ผมรู้ว่าพี่ฮั่นอยู่ที่นี่ แกงส้มก็อยู่ที่นี่ คุณอย่าพูดว่าคุณไม่รู้ โกหกผมไปก็เสียเวลาเปล่า”

                “พี่แกงส้ม...” สมายล์เดาะนิ้วกับคางตัวเองเบา ๆ ราวกับพยายามเค้นความคิด “สมายล์เห็นอยู่นะคะว่าพี่แกงอยู่ที่นี่ แต่สมายล์เชื่อว่าอีกไม่นานคงไปอยู่ที่อื่นแล้วล่ะคะ มีคนกำลัง... ต้องการ... พี่แกง อืม...เห็นว่าหลายคนเลยนะคะพี่โดม แหม น่าอิจฉาพี่แกงจริง ๆ นะคะ ส่วนพี่ฮั่น สมายล์ว่า ไม่น่าจะเอาตัวรอดมาถึงที่นี่หรอกค่ะ กินกุ้งไปตั้งเยอะ คงเดี้ยงไปแล้วระหว่างทางมั้งคะ”

                “เธอว่าอะไรนะ” ผมโพล่งออกไปด้วยความตกใจ เด็กผู้หญิงหน้าตาสะสวยแต่ทำไมจิตใจถึงสกปรกได้ขนาดนี้ แขนของผมถูกบีบจนแน่นเมื่อผมขยับตัว

                “ก็สมายล์ป้อนกุ้งให้พี่ฮั่นกินเองกับมือ โอกาสรอดคงยาก สมายล์บอกพี่แกงไว้ว่าพี่ฮั่นจะมา อย่างน้อยก็ให้ความหวังคนกำลังจะถูกส่งขึ้นเขียงไว้หน่อย แต่คงเป็นความหวังที่ไม่มีทางเป็นความจริง...”

                “เอ่อ... คือ... คุณหนูครับ” คนที่ประกบอยู่ข้าง ๆ ผมแทรกขึ้น ผมเอาหัวเป็นประกันเลยว่าคุณหนูโสรญาต้องหันไปแหวใส่ ตามสไตล์คุณหนูขี้วีน

                “เวลาเจ้านายพูดอย่าสอด ลูกพี่แกไม่เคยสอนหรือไง” นั่นไง...ผมผิดที่ไหน

                “ขอโทษครับคุณหนู แต่ผมจะบอกคุณหนูว่าคุณฮั่นอยู่ที่นี่ครับ”

                “อะไรนะ!” สมายล์ตกใจต่างจากผมที่มั่นใจว่าอย่างไรเสียพี่ฮั่นก็ต้องอยู่ที่นี่ แต่...คนที่มีอาการแพ้กุ้งอย่างรุนแรงจะมีปัญญามาที่นี่ด้วยตัวเองได้เหรอ? ไม่น่าจะเป็นไปได้ “มันมาได้ยังไง ก็ฉันเป็นคนยัดกุ้งใส่ปากมันเองกับมือ”

                “สภาพแย่มากครับ แต่มาถึงที่นี่แล้ว ตอนนี้อยู่ในห้องนั้นครับคุณหนู”

                “เออ! ดี! อยู่กับพร้อมหน้า ไปค่ะพี่โดม สมายล์จะพาพี่โดมเข้าไปหาพี่ฮั่นกับพี่แกงเอง แก...เอาปืนมาให้ฉัน” สมายล์หันไปตะคอกใส่ไอ้ตัวโตที่พยายามกดหัวผม น้ำเสียงแปลก ๆ ของลูกสมุนทำให้ผมพอเดาได้ว่าคุณหนูไม่เคยขอปืน...หรือใช่ปืนมาก่อน

                “ปืน... คือ... มันอันตรายนะครับคุณหนู”

                “ฉันสั่งก็เอามาสิ!” ผมไม่เห็นว่าสมายล์ทำอีท่าไหน แต่ในที่สุดปืนกระบอกโตก็อยู่ในมือเธอ ผมเห็นอาวุธสีดำนั้นเพียงแว้บเดียวเท่านั้น เพราะเพียงไม่นานความเย็นวาบของกระบอกโลหะก็จ่ออยู่ที่เอวผม “พวกแกปล่อยแขกของฉันได้แล้ว ฉันจะพาพี่โดมไปหาพี่น้องของเขาด้วยตัวเอง พวกแกคอยจับตาดูข้างนอกไว้ เพราะฉันว่าคนอย่างพี่โดม... ถ้ารู้ว่าไม่ปลอดภัย คงไม่มาคนเดียว...”

                “ผมมาคนเดียว คุณก็เห็นว่าผมมาคนเดียว” ผมรีบพูดออกไปก่อนจะนึกขึ้นได้ว่ามันเป็นการแสดงพิรุธ ไอ้โดมเอ๊ย ไอ้อ้วนโง่! ผมด่าตัวเองอยู่ในใจแต่สมายล์กลับหัวเราะเบา

                “สมายล์เห็นค่ะว่าพี่โดมมาคนเดียว แต่ก็กันไว้ก่อนไงคะ ไปค่ะ เราไปหาสองคนนั้นกัน พวกนั้นคงคิดถึงพี่โดมกันแย่แล้วค่ะ”

                ผมก้าวไปตามแรงดันของปืนที่จ่ออยู่ข้างหลัง ประตูไม้บานใหญ่ตระหง่านอยู่ตรงหน้า ผมไม่แน่ใจนักว่าภายในห้องที่ผมยังไม่เห็นนี้จะมีสภาพเป็นอย่างไร ไม่อยากคิดด้วยซ้ำว่าทั้งพี่ฮั่นและแกงส้มจะเป็นยังไงบ้าง ผมหวังว่าคนที่กำลังตามมาจะหาทางจัดการได้ และทุกอย่างจะเรียบร้อยในที่สุด ผมไม่ได้ถูกฝึกการต่อสู้และใช้อาวุธมาอย่างแกงส้ม ผมไม่ได้กล้าบ้าบิ่นอย่างพี่ฮั่น ผมก็เป็นไอ้อ้วนคนหนึ่งที่ทำอะไรพวกนั้นไม่เป็น แต่ผมก็จะไม่ยอมแพ้โดยที่ไม่ทำอะไรเลยแน่ ๆ  ผมได้แต่หวังว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี... ถึงแม้ท่าทางตอนนี้จะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ก็ตาม

                “เปิดสิ” สมายล์สั่ง ผมยกมือขึ้นดันประตูตรงหน้าแต่มันกลับไม่ขยับเลยซักนิด “ฉันบอกให้เปิดไง”

                “ก็มันเปิดไม่ออก คุณลองผลักดูบ้างไหมล่ะ” ผมสวนกลับ สมายล์บ่นพึมพำเบา ๆ แต่ผมไม่ได้ยิน ผมเห็นเธอเปิดสิ่งที่ดูเหมือนสวิตซ์ไฟ แต่ความจริงแล้วมันเปิดออกมาเป็นหน้าปัดดิจิตอล ผมเดาว่าห้องคงถูกล็อคจากด้านนอก สมายล์กดอะไรอยู่เพียงไม่นานก็มีเสียงแกร๊กเบา ๆ ก่อนที่เจ้าหล่อนจะหันมาสั่งผมอีกครั้ง

                “เปิด! ถ้าคราวนี้แกเปิดไม่ออก ฉันระเบิดพุงแกแน่ไอ้อ้วน”






 

                อิสริยะสาบานว่าเขาได้ยินเสียงมีดพุ่งแหวกอากาศ ของคมกริบในมือเคลื่อนที่เข้าใกล้เป้าหมายขึ้นทุกขณะแต่สรพัศกลับรอคอยด้วยรอยยิ้ม คมมีดอยู่ห่างจากใบหน้าของสรพัศไม่ถึงคืบ แต่มันก็ไม่สามารถเดินทางเข้าไปใกล้กว่านั้นได้อีก คนตัวโตออกแรงจนสุดกำลังแต่แรงต้านกลับมีพลังเหนือกว่า สรพัศใช้มือเพียงข้างเดียวก็หยุดการเคลื่อนไหวของอิสริยะได้ มืออีกข้างของคนแต่ละคนบอกไม่ได้ว่ากำลังดันอีกคนออกไป หรือพยายามดึงให้เข้ามาใกล้กันแน่ กรามถูกขบไว้จนสั่นไปทั้งใบหน้า เหงื่อชื้น ๆ ผุดขึ้นเต็มร่างกายรวมไปถึงฝ่ามือ จนอิสริยะกลัวมีดที่ตัวเองกำไว้จะลื่นหลุด

                และจังหวะนั้นเอง

                แกร๊ก

                เสียงแกร๊กเบา ๆ นั้นเบาเกินกว่าคนที่กำลังหูอื้อตาลายอย่างอิสริยะจะรับรู้ แต่กลับอยู่ในความสนใจของคนอีกคน

                แอดดดดด

                แม้แต่เสียงฝืดของประตูก็ดังอยู่ในโสตประสาทของสรพัศ ความอยากรู้ทำให้คนที่มั่นใจว่าตนเหนือกว่าสนใจ ชั่ววินาทีที่หันไปมองคงไม่ทำให้อิสริยะได้เปรียบ ดวงตาแข็งกระด้างหันไปทางประตูด้วยความอยากรู้ว่าใครคือผู้มาใหม่ หากคน ๆ นั้นเป็นใครคนใดคนหนึ่งที่อยู่ใต้อำนาจของเขา หรือไอ้คนสนิทที่คิดได้ว่าควรมาช่วยนาย เขาจะได้ไม่เปลืองแรงไปมากกว่านี้

                แต่... คนที่เข้ามา กลับไม่ใช่คนที่เขาคาดคิด

                “ไอ้... อ๊ากกกกกกกกกกกกกก”

                เพียงเสี้ยววินาทีที่แขนของผู้สูงวัยกว่าอ่อนแรง ก็เป็นวินาทีนั้นที่เรียวแรงของอิสริยะเป็นฝ่ายชนะ คมมีดกรีดลงบนโหนกแก้มยาวลงมาเกือบถึงปลายคาง เลือดสด ๆ ไหลออกมาตามรอยแยก

                เพราะออกแรงมากไปจึงทำให้อิสริยะเสียจังหวะ สรพัศเบี่ยงตัวหลบด้วยความตั้งใจหรือความเจ็บเขาก็ไม่อาจรู้ได้ มีดในมือถูกยื้อไปได้ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะถูกถีบอย่างแรง อิสริยะล้มลงไปไม่ไกลจากจุดที่ร่างของแกงส้มนอนอยู่

                “ไอ้ฮั่น... มึงทำกู” สรพัศคำรามลั่น มันไม่สนใจเช็ดของเหลวสีเข้มออกจากใบหน้า ร่างสันทัดกระชับมีดในมือก่อนจะย่างสามขุมเข้าไปหาสองร่างที่นอนอยู่ไม่ห่างกัน แต่...

                “หยุดนะสรพัศ” จารุวัฒน์อาศัยช่วงชุลมุนและอารามตกใจของโสรญา สลับตำแหน่งของตนเองกับหญิงสาว มือเล็กกำปืนแน่นด้วยความตกใจ จารุวัฒน์ซ้อนมือของตัวเองไว้บนมือทั้งสองข้างนั้น โชคดีที่สมายล์ตัวเล็กกว่าเขามากจึงไม่ยากนักที่เขาจะรวบตัวหล่อนไว้และตัวเองก็ยังมองเห็นสิ่งที่เคลื่อนไหวอยู่ข้างหน้า ปืนกระบอกตูถูกหันเข้าหาตัวร่างเล็ก

จารุวัฒน์เดาว่าห้องนี้คงเป็นห้องเก็บเสียง เพราะตอนเขาอยู่ข้างนอก เขาไม่ได้ยินเสียงต่อสู้กันจากในห้องนี้สักนิด โชคดีที่ประตูกระแทกปิดตามหลังด้วยแรงเหวี่ยงของตัวมันเอง ไอ้ตัวโตสองคนที่โสรญาสั่งให้เฝ้าอยู่แถวนั้นคงยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นข้างใน และยังไม่ตามเข้ามาในเวลาอันใกล้นี้

สรพัศหยุดมองการกระทำของจารุวัฒน์ ก่อนจะเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

“มึงคิดว่ามึงทำอะไร”

“ทิ้งมีดลงสรพัศ ไม่อย่างนั้นหลานแกไม่รอดแน่ อย่าคิดว่าฉันไม่กล้าทำ” คำขู่ของจารุวัฒน์ควรจะทำให้คนเป็นลุงยุติการกระทำทุกอย่างลง แต่...

“กูรู้ว่ามึงกล้า ถ้ากล้านักก็ทำสิ กูไม่ได้ห้ามมึงซักคำเลยไอ้เลขาจอมสอด อยากระเบิดหัว ระเบิดท้อง ระเบิดอะไรยัยเด็กนั้นก็ตามสบาย ถ้ามึงคิดว่าโสรญามีความหมายอะไรกับกูล่ะก็ มึงคิดผิดไปแล้วล่ะ”

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด” เสียงกรี๊ดของโสรญาทำให้ขาที่กำลังจะก้าวต่อของสรพัศหยุดอีกครั้ง จังหวะที่จารุวัฒน์เบือนหน้าหนีเสียงกรี๊ดที่ดังใกล้หู ภาพผู้หญิงคนหนึ่งนอนหมดแรงอยู่ทำให้เขาลืมทุกคำพูดที่คนอื่นพูดถึงหล่อนจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกที่มีมาตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็ก มนสิชาหมดสภาพอยู่กับเสาต้นหนึ่งที่มีรอยเลือดเป็นทางยาว แม้อยากจะปล่อยโสรญาแล้วรวบร่างของมนสิชามาไว้ในอ้อมกอดแทนใจแทบขาด แต่จารุวัฒน์ก็เตือนตัวเองว่าเขายังทำไม่ได้ในเวลานี้

“ลุงพัศพูดอย่างนี้ได้ยังไงคะ ลุงพูดเหมือนลุงไม่แคร์ว่าสมายล์จะเป็นอะไร”

“ก็ใช่น่ะสิ! กูจะไปแคร์อะไร มึงก็แค่เด็กคนนึงที่เกิดในวิมาน กูใจดีเก็บมึงมาเลี้ยงเหมือนหลานคนหนึ่งก็เป็นบุญเท่าไหร่แล้วโสรญา กี่ครั้งที่มึงทำให้แผนกูเสีย ใช้งานอะไรก็ไม่เคยสำเร็จ ขนาดงานง่าย ๆ อย่างจับไอ้ฮั่นมึงยังทำไม่ได้ พาไอ้จิรวิทย์มาถึงในโรงแรม ไม่แปลกหรอกที่ผู้ชายมันไม่ยอมแต่งงานกับมึง มึงก็ไม่ต่างอะไรจากแม่มึงหรอก จะอยู่หรือตาย มึงก็ไม่ได้ส่งผลอะไรกับกู มึงไม่ใช่หลานกู ได้ยินไหมอีโง่ กูก็แค่เลี้ยงมึงไว้ใช้งาน มึงจะเป็นจะตายยังไงก็เรื่องของมึง เอาสิไอ้โดม มึงบอกมึงจะยิงไม่ใช่เหรอ ยิงเลย!

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ไม่จริง หนูไม่เชื่อ ลุงพัศโกหก กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด” หญิงสาวกรีดร้องราวเสียสติ ปืนในมือกวัดแกว่งไปมาน่ากลัว จารุวัฒน์พยายามแย่งปืนจากมือหญิงสาว อ้อมแขนที่คลายออกทำให้หล่อนดิ้นหลุด

                ปัง

                ปืนลั่น!

เสียงกระสุนพุ่งออกจากรังเพลิงทำให้คนที่ถือปืนอยู่ตกใจแทบสิ้นสติ โสรญาโยนปืนในมือทิ้งก่อนจะส่งเสียงกรีดร้องอย่างต่อเนื่อง ร่างเล็กสั่นระริก สิ่งที่ผู้มีพระคุณคนเดียวที่เธอเทิดทูนพูดออกมาสร้างรอยร้าวลึกในหัวใจ สติไม่หลงเหลืออยู่อีกแล้วในตัวหล่อน ราวกับมีเสียงตะโกนดังมาจากรอบกาย ตอกย้ำสถานะอันไร้ค่าที่เธอเคยแอบได้ยินสรพัศพูดกับหญิงสาวคนอื่นๆ ราวกับมันกำลังตอกย้ำว่าหล่อนสำคัญตัวผิดมาตลอด ภาพอีหนูของคุณลุงหลายคนมองเธออย่างเหยียด ๆ พุ่งเข้ามาในความทรงทำภาพแล้วภาพเล่า มือทั้งสองยกขึ้นปิดหูด้วยหวังว่ามันจะปิดกั้นเสียงนั้นได้ แต่เสียงที่ไม่มีตัวตนจะถูกปิดกั้นได้อย่างไรในความเป็นจริง ร่างเล็กดิ้นพล่าน น้ำตาไหลอาบแก้ม ดวงตาสวยแดงก่ำ โสรญาขยับหนีอะไรบางอย่างที่ไม่มีใครรู้นอกจากหล่อน สายตาหลายคู่มองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกัน กระทั่งร่างเล็กนั้นซุกตัวอยู่ที่มุมหนึ่งของห้อง

                อิสริยะบอกไม่ถูกว่าเขารู้สึกอย่างไร ภาพที่เห็นไม่ใช่สิ่งที่เขาคาดคิดเลยแม้แต่น้อย โสรญาก็ไม่ต่างอะไรจากแกงส้มที่เป็นหมากตัวหนึ่งของเกมที่เธอไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เขาภาวนาให้ร่างบางที่นอนนิ่งอยู่ไม่ไกลลุกขึ้นมาในวินาทีใดวินาทีหนึ่ง และความหวังของเขาก็ไม่พร่าเลือนเสียทีเดียว

                ร่างโปร่งรับรู้ทุกเหตุการณ์แต่เขาไม่มีแรงพอแม้ขยับตัว เสียงปืนที่ดังก้องและเสียงกรี๊ดอย่างต่อเนื่องของโสรญาเป็นตัวเร่งชั้นดีให้เขาลุกขึ้นอีกครั้ง แต่ราวกับแรงโน้มถ่วงในวันนี้ทำงานดีกว่าทุกวัน การดันตัวให้ขึ้นแต่ละครั้งกลายเป็นเรื่องยากลำบากเสียแล้ว ร่างกายของเขาบอบช้ำเกินไป

                ปืนที่ตกอยู่เรียกสายตาหลายคู่ให้หันไปมอง จารุวัฒน์กับสรพัศขยับตัวแทบจะพร้อมกัน อิสริยะพุ่งตัวตามไปติด ๆ  ดูเหมือนระยะทางจะเป็นใจให้จารุวัฒน์ เพราะเจ้าอาวุธนั้นอยู่ห่างจากเขาไปเพียงไม่กี่ก้าว

                และความจริงนั้นก็อยู่ในสายตาสรพัศ

                มีดที่ตั้งใจจะใช้กรีดใบหน้าคมของหลานชายนอกไส้ แปรเปลี่ยนจุดประสงค์ใหม่กลายเป็นเครื่องมือตัดคู่แข่ง สรพัศไม่เสียเวลาแม้แต่จะเล็ง เพราะเขามั่นใจว่าอย่างไรมันก็ต้องเข้าเป้าไม่ส่วนใดก็ส่วนหนึ่ง มีดคมกริบพุ่งแหวกอากาศไปด้วยความเร็วเกินคาด

                “ไอ้โดม ระวัง” อิสริยะตะโกนลั่นเมื่อเห็นว่าสรพัศทำอะไร ดวงตาหลังแว่นสนใจเพียงอาวุธสีดำที่กำลังจะไปถึงเท่านั้น และเสียงเตือนของคนเป็นพี่ก็ไม่สามารถหยุดความเร็วของมีดได้

                “อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก”

ร่างกลมล้มกลิ้งเมื่อมีดเล่มนั้นปักลงบนต้นขา กระบอกปืนอยู่ห่างจากเท้าเขาไปไม่กี่นิ้ว สรพัศก็ใกล้เข้ามาทุกขณะ เขาจะปล่อยให้ปืนอยู่ในมือคนชั่วไม่ได้ จารุวัฒน์กันฟันกลั้นความเจ็บ ขาข้างที่ยังดีอยู่เตะกระบอกปืนออกไปได้ทันก่อนสรพัศจะมาถึงเพียงไม่กี่วินาที

                “โว๊ยยยยยยยยยยย” สรพัศร้องอย่างขัดใจก่อนจะเปลี่ยนเส้นทางไปหาอาวุธชิ้นเดียวที่มีอยู่ ปืนถูกเตะไปตกอยู่ข้างตัวธนทัตที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะลุก

                อิสริยะไม่ลดความเร็วของตัวเองลงแม้แต่น้อย สรพัศคือเป้าหมายของเขา เขาจะไม่ยอมให้มันเข้าใกล้คนรักเขาได้เป็นอันขาด ร่างสูงพุ่งเข้าใส่อดีตผู้ใหญ่ที่เคยเคารพ ชายต่างวัยต่อสู่กันด้วยอาวุธเดียวที่มีคือร่างกายของตัวเอง สรพัศแม้จะมีทักษะเหนือกว่าแต่ร่างกายที่ล่วงไปตามวัยเริ่มพาความเหนื่อยอ่อนให้มาเยือน แต่คนหนุ่มกลับเป็นรองมากกว่า...

                ทั้งหมัด ศอก เข่า และเท้าถูกใช้สร้างรอยช้ำและรอยเลือดอย่างต่อเนื่อง รอยแตกที่คิ้วและคางเริ่มปรากฏให้เห็นบนใบหน้าคมและดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเวลาล่วงไป อิสริยะกัดฟันยื้อไว้ แต่ร่างสูงก็ไม่แน่ใจว่าเราจะมีแรงต่อสู้ได้ถึงเมื่อไหร่

                ปัง

                “หยุดได้แล้วสรพัศ ถ้ามึงแตะพี่ฮั่นอีกครั้งเดียว กระสุนนัดต่อไปจะอยู่ในตัวมึง” เสียงทุ้มตะโกนแทรกเสียงกระสุนที่ดังกึกก้อง

                ธนทัตนั่งอยู่บนพื้น ขาทั้งสองข้างเหยียดออกเพราะยังไร้เรี่ยวแรงลุก แต่มือสองข้างกลับถือปืนนิ่ง เป้าหมายถูกล็อคเอาไว้แล้วและจะไม่มีทางพลาด

                “เอาเลยแกงส้ม กูก็อยากรู้นักว่ามึงจะแม่นแค่ไหน” ร่างที่ใกล้หมดแรงกลายเป็นกำบังชั้นเลิศ ร่างใหญ่ของอิสริยะบังสรพัศเกือบมิด ขาที่เคยแข็งแรงใกล้หมดแรงลงเต็มที อิสริยะออกแรงขืน แต่กลับไม่ทำให้สรพัศสะท้านสักนิด ธนทัตยังคงถือปืนนิ่ง แม้ดวงตาจะมีวี่แววของความลังเล

ดวงตาคมจ้องมองคนรัก ปากขยับบอกให้น้องจัดการคนร้ายแต่ไร้เสียงพูด แววความลังเลเริ่มชัดขึ้นในดวงตา และนั่นยิ่งทำให้สรพัศได้ใจ

“ไม่กล้าล่ะสิ เอาสิ ยิงให้ถูกกูนะ เพราะถ้ามึงยิงถูกคนรักของตัวเองล่ะก็ กูรับประกันเลยว่ามึงต้องเป็นบ้าไม่ต่างจากอีสมายล์ที่ยังร้องโหยหวนไม่หยุดนั่นแน่ ฮ่า ๆ  ๆ  โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยย”

ร่างสูงล้มลงกับพื้นเมื่อมือที่รั้งร่างนั้นคลายออก ต้นตอของเสียงปักหลักอยู่ที่หลังของสรพัศ มีดเล่มเดิมได้ดื่มเลือดของคนชั่วอีกครั้ง จารุวัฒน์ที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ข้างหลังปล่อยมือจากด้ามมีดเมื่อเจ้าตัวแน่ใจว่าได้ฝังโลหะคมกริบเข้าไปในร่างกายผู้ชายคนนั้นได้ลึกพอ คนตัวกลมล้มตัวลงนอนกับพื้น เปิดทางให้ธนทัตได้จัดการกับโอกาสที่มาถึงในที่สุด

ปัง...ปัง...ปัง...ปัง

ธนทัตรัวกระสุนใส่ร่างเดียวที่ยืนอยู่ไม่ยั้ง ร่างของสรพัศกระเด็นไปตามแรงกระสุน ก่อนจะค่อย ๆ ล้มลงในที่สุด กระสุนนัดสุดท้ายพุ่งออกจากรังเพลิงไปพร้อม ๆ กับประตูที่เปิดผางออก

“หยุด! ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ วางอาวุธซะ” ชายในเครื่องแบบหลายคนยืนเรียงกันอยู่พร้อมอาวุธครบมือ ซ้อหมียืนอยู่ข้าง ๆ  ในมือมีอาวุธอยู่เช่นเดียวกัน ถัดไปด้านหลังเป็นชายในชุดเครื่องแบบสีดำหลายคนที่ถูกคุมตัวไว้

“อ๊ายยยย ไอ้ผู้กอง! อย่ายิง! นั่นลูกน้องฉัน คนร้ายนอนเป็นที่เบาะกระสุนอยู่โน่น ทุกคนที่เหลือเป็นผู้บริสุทธิ์ เอ่อ ยกเว้นผู้หญิงที่กรี๊ดอยู่มุมห้องนั่น ฉันว่านางเป็นบ้า แกก็สั่งลูกน้องให้ไปช่วยคนเจ็บสิ!

หลายชีวิตกรูกันเข้ามาจัดการเศษซากที่เหลือในสมรภูมิขนาดย่อม ธนทัตโยนปืนในมือทิ้งอย่างหมดแรง เป้าหมายแรกที่เขาต้องการไปให้ถึงคืออิสริยะที่นอนอยู่ไม่ห่างนัก แต่เขายังไม่ทันจะขยับตัว คนเป็นพี่ก็หาทางมาถึงตัวเขาได้ก่อน

“พี่ฮั่น...”

“แกง...”

พี่ฮั่นกอดเขาแน่น เขาเองก็กอดคนเป็นพี่แน่นเช่นกัน เสื้อผ้าและร่างกายที่เปื้อนเลือดไม่ได้ทำให้ต่างฝ่ายรังเกียจ ธนทัตซุกใบหน้าไปกับลำคอแกร่ง ส่วนอิสริยะทิ้งความรู้สึกทุกอย่างอยู่ที่บ่าของคนเป็นน้อง น้ำตามากมายไหลออกจากดวงตาของชายทั้งสอง ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมานอนจากชื่อของกันและกัน ในที่สุดลมหายใจก็กลับมาเป็นปกติได้ แม้ร่างกายจะไม่ได้เฉียดใกล้คำว่าอยู่ในสภาพดีสักเท่าไหร่ แต่อย่างน้อยตอนนี้พวกเขาก็ปลอดภัย และคนที่จ้องจะทำร้ายก็คงไม่สามารถลุกขึ้นมาทำอะไรพวกเขาได้อีก




 

ร่างเล็กของผู้หญิงคนหนึ่งยังนอนนิ่ง จารุวัฒน์ไม่สนใจคนแปลกหน้าที่วิ่งเข้ามาหา เขาขยับตัวไปหาผู้หญิงที่อยู่ใกล้เขาที่สุด ความเจ็บที่ขาแม้จะมากมายแต่เขาก็ฝืนตัวเองเพื่อให้เข้าไปใกล้ร่างนั้นให้ได้ ผู้หญิงที่ยังไม่ขยับเลยแม้แต่น้อยตั้งแต่เขาย่างเท้าเข้ามาในบ้านหลังนี้

มือที่ยื่นออกไปสั่นด้วยความกลัว ดวงตาปิดที่ปิดสนิททำให้เขาหวั่น แก้มที่เขาได้สัมผัสเป็นครั้งแรกในระยะเวลาสิบกว่าปียังนุ่มไม่ต่างจากแก้มของเด็กหญิงตัวน้อยคนนั้น มือของจารุวัฒน์เลื่อนไปยังลำคอ หัวใจเขาเต้นระรัวเมื่อมีแรงชีพจรเต้นอยู่ใต้ฝ่ามือเขา

“มี่...” มือหนาดึงร่างไร้สตินั้นเข้ามากอด น้ำตาไหลออกมาจนมันเอ่อนองอยู่บนแว่น “ตัวเล็กได้ยินพี่ไหม เรื่องมันจบแล้วนะ ทุกอย่างจบแล้ว ตื่นมาหาพี่สิ โดเรมี่ตัวน้อย ตื่นมาหาพี่โดเรม่อน...นะ...”


--------------------------------------------------------------------------------------------

แม่หมู // อ๊ากกกกกกกกกกกกก ฉันจะเป็นลม!! ขอดมยาดมแป๊บนะคะ เฮ้อออออออ เหนื่อยยยยยยย

เนื่องจากตอนที่แล้วบ่นกันใหญ่ว่าค้าง แม่หมูเลยมาให้ก่อนวันศุกร์ที่อัพเป็นปกติ ตอนหน้าคงวันอาทิตย์โน่นนนเนอะ บอกไว้ก่อน ขอแม่หมูไปหายใจหน่อย โอ๊ยยย ฉันเหนื่อยยย!!!

กำลังคิดว่าแต่งจบจะเอาธูปเทียนแพไปขอขมาสามหมี ฉันทำร้ายสามหมีที่รักไปมากมายเหมือนเกิน

หวังว่าคงจะเป็นที่ถูกใจกันไม่มากก็น้อย ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจและแรงทวงเหมือนเดิม รวมเล่มยังจองกันมาได้เรื่อยๆนะจ๊ะ ใกล้ความจริง(นั่นก็คือแม่หมูแต่งจบ)เต็มทีแล้ว เอ้าาาาา มาลุ้นกันว่าจะแฮปปี้หรือยัง เอ๊ะ แกพูดงี้หมายความว่าไงวะแม่หมู?? เอาเถอะ 55555 >w<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,121 ความคิดเห็น

  1. #1064 `.เมื่อสัปดาห์ก่อน-? (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 4 กันยายน 2556 / 00:56
    T_T ดึงอารมณ์ชะมัด.
    อ่านเพลิน ผ่านไปไวเว่อร์.
    อ่านไปลุ้นไป 
    คิดนะ สภาพแต่ละคนก็นะ..
    จะไหวป่ะเนี่ย.
    555555555555


     
    ตอนท้ายนี่โคตรเศร้าเลยอ่ะ
    มีมี่จะเป็นอะไรหรือเปล่าเนี่ย..
    เห็นใจโดมเลยอ่ะ..
     
    #1,064
    0
  2. #978 เด๋กดี (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2556 / 14:32
    สมรภูมิรบจริงๆ



    มีมี่ห้ามเป็นอะไรนะ
    #978
    0
  3. #970 Chayanid Raksanaves (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2556 / 10:17
    แงงงงงงงงงงงงงง ทำไมมันเป็นแบบนี้อ่าแม่หมู ฮือออออออ พี่แกงกลับมาเดี๋ยวนี้เลยน้าาา มีมี่ด้วยยยย กลับมาเดี๋ยวนี้เลยย ไม่ยอมๆๆๆ กำลังหวานๆเลยอ่าตอนรี้ พี่แกงอย่าโทษตัวเองดิ โอ้ยย แงง กลับมาเร็วๆเลยย แม่หมูด้วยนะะ กลับมาอัพฟิคเร็วๆเลย #ห้ะ 555 รออ่านนะค่าา
    #970
    0
  4. #969 Chayanid Raksanaves (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2556 / 09:49
    เฮือกกก ตอนนี้ลุ้นมากกก ลุ้นจริงๆนะ อ่านแล้วเหนื่อยย 55555 ดีใจที่สรพัศตายแล้ว แม่หมูไม่ได้บอกว่าตายแต่ดูจากเสียงปืนก็พอเดาได้ง่าา น้ำตาไหลตอนที่พี่ฮั่นกับพี่แกงกอดกัน แล้วพี่โดมไปหามีมี่อ่ะะ ฮือออ ตอนนี้สงสารสมายนะ เกลียดสรพัศมากบอกเลย ฮึ่ยยย!!
    #969
    0
  5. #961 kat (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2556 / 00:43
    ใช้พลังในการอ่านมากอ่ะแม่หมู

    ชอบๆๆ

    ในที่สุดก็ผ่านมันไปได้แล้ววว

    รอติดตามต่อนะคะ
    #961
    0
  6. #960 loneline (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2556 / 22:25
    โหยยยยยแม่หมู อิ่มมาก อิ่มจริงๆ

    สมแล้วที่รอคอย หลังจากตอนที่แล้วบ่นไปยาวๆ ฮ่าๆๆๆ

    รอติดตามต่อน้าาา :D
    #960
    0
  7. #959 pink (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2556 / 19:23
    มันจริงๆ ดีใจสรพัศตายซะที
    #959
    0
  8. #958 bull (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2556 / 00:17
    สาหัสกันจริงๆ ลุ้นมากๆ
    #958
    0
  9. #957 TheDreamTD (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2556 / 23:22
    ลุ้นสุดๆอะแม่หมู อร๊าย สรพัศตายไปได้ซะที
    #957
    0
  10. #956 pcard (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2556 / 19:52
    ~~~ลุ้นมากกกกก >o< สภาพแต่ละคนสาหัสจริงๆ *o*
    #956
    0
  11. #955 love_ks (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2556 / 19:44
    แม่หมูอ่ะใจร้าย ทุกคนสะบักสะบอมกันเป็นแถวเลย น่าสงสาร
    #955
    0
  12. #954 Fin day (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2556 / 19:36
    เหมือนดูหนังแอ็กชั่นเลยอ่ะ แกงส้มกับพี่ฮั่นปลอดภัยแล้ว
    มนสิชาฟื้นไวๆนะ พี่โดมจะได้กลับมาเป็นโดทเรม่อนคนเดิมเสียที;)
    #954
    0
  13. #953 Ninewjomzon_33 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2556 / 17:17
    บู้มันมากแม่หมู ! แต่เล่นเอา 3 หมี สะบักสะบอมเลยยย > <

    ผ่านเหตุการณ์นี้ไปเร็วๆน่ะ เค้าอยากอ่านหวานๆแย้ว เห็นแบบนี้มันน่าสงสาร ToT

    ส่งกำลังใจไปให้แม่หมูรัวๆ สู้ ๆ ^^
    #953
    0
  14. #952 pigpigpig1 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2556 / 16:55
    แม่หมูใจร้ายอ่ะ ทำเอาพี่ฮั่นน้องแกงน้องโดมเจ็บสาหัสกันหมดเลย
    แล้วยังน้องโดเีรมี่ของน้องโดเรม่อนจะรอดมั้ยค่ะ น่าสงสารทุกคนเลยค่ะ
    พอแล้วนะคะแม่หมู โหดมาหลายตอนแล้วอ่ะ เจ็บปวดจริงๆ เลย
    ตอนหน้าขอหวานๆ บ้างนะคะ รอติดตามต่อค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ

    #952
    0
  15. #951 แหม่มกาอิน (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2556 / 07:29
    คือ

    น้ำตาซึมค่ะ

    พี่โดมคะเอาใจช่วยนะ
    #951
    0
  16. #950 Whisky_Prigking (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2556 / 06:42
    แม่หมูแต่งดีมากเลยชอบมากเลยร่ะ เป็น กลจ.ให้นะคะ
    #950
    0
  17. #949 jewel *28 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2556 / 00:56
    กรี๊ดด ลุ้นมากค่ะแม่หมู ทุกคนปลอดภัยหมดแล้วสินะ จะเป็นยังไงต่อน้าา รออ่านต่อนะคะแม่หมู ^^
    #949
    0
  18. #948 isawa (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2556 / 23:59
    สาหัสจริงๆ สะบักสะบอมกันถ้วนหน้า

    ตอนหน้าขอหวานๆ บ้างนะจ๊ะแม่หมูจ๋า

    #948
    0
  19. #947 พี่ก้อยจ้า (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2556 / 23:25
    กร๊ากกกกกกกกกกกกกกก ถึงกับจะขอขมาสามหมีเลยเรอะ กับฉากบู๊เสียเลือดนี่นะ



    ทีกะอซ.ไม่ยังกะทำแฮะ ก๊ากกกกกก



    โอ๊ยยยย อ่านซะลืมหายใจ ลุ้นมากกกกก



    อย่าว่าแต่คนเขียนเหนื่อยเลยนะ คนอ่านก็เหนื่อยเหมือนกัน



    แล้วกวางมากรี๊ดดดด...อะไรเหรอ *O*
    #947
    0
  20. #946 winnie_poo (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2556 / 23:20
    สาหัสกันทุกคนจริง ตำรวจมักจะมาตอนจบเสมอ เหอะๆ



    ชอบตอนนี้นะ ลุ้นดี ^^
    #946
    0
  21. #944 waa (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2556 / 23:02
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด ตอนนี้เป็นอะไรที่ลุ้นมากอ่ะ แม่หมู
    #944
    0
  22. #943 kwangjow (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2556 / 22:53
    กรี๊ด!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
    #943
    0