[HKS] Bear Bodyguard บอดีการ์ดรักพิทักษ์คุณชายหมี

ตอนที่ 35 : Chapter 34 :: ยังไม่ลืม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 419
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    26 ก.ค. 56

Chapter 34 :: ยังไม่ลืม

 

                มนสิชากระโจนออกจากรถได้ทันก่อนร่างสูงใหญ่ของอิสริยะจะร่วงถึงพื้น ผู้หญิงตัวเล็กทั้งลากทั้งพยุงคนตัวโตให้ขึ้นไปอยู่บนรถ

                “เคนช่วยไหมมี่” คนขับตะโกนถามเพื่อนที่ดูจะยังพอรับมือกับน้ำหนักของอิสริยะไหว มีมี่ส่ายหน้าให้แทนคำตอบ เพียงไม่นานคนที่ล้มพับไปก็ขึ้นมาอยู่บนเบาะหลังเรียบร้อย รถคันหรูกระชากตัวออกไปทันทีที่ประตูปิดลง

                “แล้วนี่เขาเป็นอะไรไป ทำไมอยู่ดี ๆ ถึงล้มตึงไปแบบนั้น” เคนมองภาพนั้นผ่านกระจกมองหลัง มนสิชากำลังค้นอะไรบางอย่างที่เธอเตรียมมาตั้งแต่ก่อนออกมาจากคฤหาสน์ เข็มฉีดยาหลอดไม่เล็กไม่ใหญ่ถูกชูขึ้นกลางอากาศ ขณะที่คนถือกำลังกดไล่ฟองอากาศในหลอด เคนถึงกับขับรถกระตุก

                “ขับดี ๆ สิเคน เดี๋ยวมี่ทำเข็มหักคาแขนคุณฮั่นใครจะรับผิดชอบ” หล่อนแหวใส่คนขับเสียงหลง ชายหนุ่มได้แต่เกาหัวแกรก ๆ  เขาจะไม่ตกใจได้อย่างไร ก็อยู่ดี ๆ เจ้าหล่อนเล่นหยิบเข็มฉีดยาขึ้นมา ใครจะไม่ตกใจเล่า

                “เอ้า! มี่นั่นแหละจะทำอะไร ไม่บอกกันก่อนเคนก็ตกใจดิ”

                “คุณหนูเอากุ้งมาใส่ในอาหารคุณฮั่น”

                “ห๊ะ! คุณหนูเนี่ยนะ ก็ไหนบอกว่าแค่จะไปดูหน้าคุณฮั่นไง ว่ายังอยู่ดีหรือเปล่า แล้วมี่รู้ได้ไง” คิดถึงความร้ายกาจของคุณหนูผู้มีภาพลักษณ์แสนดีแล้วเคนก็ขนลุกซู่ เสียดายและเสียใจที่คุณหนูที่น่ารักที่พวกเขาเคยรู้จักหายไปหมดสิ้นเพราะความเจ้าคิดเจ้าแค้นที่สรพัศเป็นคนฝังหัว เขาเป็นลูกน้องที่อยู่กับสรพัศมานาน เขารู้งานผิดกฎหมายทุกอย่างที่สรพัศทำ แต่เขาไม่เคยรู้เลยว่า เพราะอะไรนายของเขาถึงได้จงเกลียดจงชังอิสริยะถึงขนาดนี้

                “มีอะไรที่คุณหนูทำแล้วมี่ไม่รู้บ้าง ขับนิ่ง ๆ ล่ะ มี่จะฉีดยาให้คุณฮั่น แล้วก็ไม่ต้องถามเลยว่ามี่ฉีดยาเป็นได้ไง แล้วเอายามาจากไหน มี่เตรียมไว้ตั้งแต่ตอนเคนรับคำสั่งคุณหนูเอากุ้งไปใส่ให้คุณฮั่นกินครั้งแรกแล้ว”

                เข็มเล่มเล็กทิ่มลงในเนื้อ ก่อนที่สารเหลวใสจะถูกดันเข้าไปในเส้นเลือดจนหมด โชคดีที่คนกลัวเข็มงอแงกับเธอไม่ได้ในตอนนี้ อิสริยะรับรู้ทุกบทสนทนา แม้มันจะแผ่วเบามากแต่เขาก็ยังได้ยิน แอลกอฮอล์ทำให้ผิวของเขาบริเวณนั้นเย็นวาบ นึกของคุณเปลือกตาตัวเองที่หนักอึ้งจนเขามองไม่เห็นเข็มแหลม ๆ ที่ทิ่มเข้ามา

                คำถามเกิดขึ้นในใจอีกครั้ง มีมี่ทำแบบนี้ทำไม?





 

                วันวานในห้องขังเป็นสิ่งที่สรพัศไม่เคยลืมเลือน ชีวิตที่เคยอยู่ในจุดที่สุขสบายที่สุดกลับพุ่งลงเหวอย่างรวดเร็วเพราะฝีมือของคน ๆ เดียว คน ๆ นั้นไม่ใช่ใคร...อิสริยะ

            ผู้บริหารหน้าใหม่ไฟแรงก้าวเข้ามารับหน้าที่ประธานบริษัทอย่างสมภาคภูมิ ส่วนเขา... ไอ้สรพัศ คนที่สร้างรายได้ให้กับบริษัทได้อย่างมหาศาลคนนี้กลับเป็นได้แค่หนึ่งในผู้ถือหุ้นที่ไม่มีสิทธิ์ขาดอะไรในบริษัท ธุรกิจลับ ๆ ของเขาเป็นความลับตลอดมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งที่แห่งนี้ร่วมกับแม่ของประธานคนใหม่ ธุรกิจขายเนื้อที่ถูกพ่วงมาด้วยเป็นที่ถูกใจของลูกค้าหลายต่อหลายราย หรือจะเรียกให้ถูก มันทำรายได้ดีกว่าธุรกิจจับคู่ที่เป็นเพียงฉากหน้าถมเถ

            ความลับที่เขาเก็บงำมาตลอดถูกเปิดเผยเพราะอิสริยะจอมสอดรู้สอดเห็น ประวัติสาวสวยหุ่นสะบึม และหนุ่มหล่อกล้ามโตที่เป็นที่ต้องการของลูกค้าอย่างมากถูกขุดคุ้ยโดยคำสั่งของคนเป็นประธาน เพียงไม่นาน ซ่องชั้นดีของเขาก็โดนถล่ม และคนนำจับก็ไม่ใช่ใคร...ไอ้หลานเนรคุณของเขา

            “ทำไมทำกับอาอย่างนี้ฮั่น เราคนกันเองไม่ใช่เหรอ ทำไมหลานไม่คุย ไม่ถามอาซักนิด ทำไมถึงได้ให้ไอ้ตำรวจพวกนี้มาจับอา ปล่อยกูสิวะ กูบอกให้ปล่อยไง” เขาถามไอ้เด็กที่เขาเป็นคนสอนงานเองกับมือด้วยอารมณ์ฉุนกรุ่น ตำรวจสองนายล็อคแขนเขาไว้ไม่ให้ก้าวไปหาอิสริยะที่มีการ์ดยืนล้อมหน้าล้อมหลัง

            “อย่าพูดอย่างนี้กับผม ถ้าคุณยังอยากให้ผมเหลือความเคารพในตัวคุณอยู่บ้าง คุณสรพัศ” น้ำเสียงแข็งกระด้าง ไม่หลงเหลือความเคารพในแบบที่เคยเป็นมา สรพัศเกลียดที่ตัวเองทำพลาด และเกลียดยิ่งกว่าที่ไอ้เด็กไม่รู้จักบุญคุณคนทำกับเขาแบบนี้

            “เรื่องแม่ของหลาน อาอธิบายได้นะฮั่น อาไม่ได้ตั้งใจ คน ๆ นั้นเขาอยากเจอแม่ของหลาน อาเลยช่วย...” ผู้สูงวัยกว่าพยายามใช้น้ำเสียงสำนึกผิดอธิบาย แต่ดูเหมือนอีกคนจะไม่รับฟังอะไรทั้งนั้น

            “คุณตีราคาแม่ผมไว้เท่าไหร่ ไอ้เลวนั่นมันให้เงินคุณเท่าไหร่คุณถึงได้ขายคนที่ร่วมกันสร้างบริษัทมาด้วยกันอย่างมี๊ได้ คุณยังเป็นคนอยู่หรือเปล่าสรพัศ แค่คุณทำเรื่องนี้อยู่ใต้จมูกบริษัทของผม แค่นี้ก็ไม่น่าให้อภัยแล้ว ทำไมคุณถึงได้เอาความรักของคนอื่นเป็นเรื่องล้อเล่น คุณทำอย่างนี้ได้ยังไง คุณตำรวจครับ จับมันไปเลยครับ ผมไม่มีอะไรจะคุยกับคนร้าย”

            “ถุย!” เสียงถ่มน้ำลายลงพื้นทำให้คนกำลังหันหลังหนีจำต้องหันกลับมา แววตาที่เคยมองร่างสูงอย่างเอ็นดูไม่มีอีกต่อไป มีเพียงความเกลียดชังที่มีให้ตั้งแต่สรพัศเห็นหน้าคนที่เรียกว่า หลานชาย เป็นครั้งแรก “มึงอย่าพูดถึงเรื่องความรักเลยไอ้เด็กโง่ ตัวมึงเองก็ไม่เคยเห็นค่าของความรักไม่ใช่เหรอ กูแปลกใจด้วยซ้ำที่มึงไม่เห็นดีเห็นงามกับธุรกิจของกู”

            “อย่าดูถูกผมแบบนั้น”

            “กูพลาดเองที่เอาแม่สุดที่รักของมึงไปเล่น แต่แหม ธุรกิจนะหลานชาย กำไรเห็นอยู่ตรงหน้าอาจะไม่ทำได้ยังไง”

            “หยุดพูดถึงแม่กูเดี๋ยวนี้นะ” อิสริยะพูดลอดไรฟัน ความอดทนของเขาที่มีต่อคน ๆ นี้เริ่มร่อยหรอลงเรื่อย ๆ  ความเคารพที่เคยให้กันมาหมดสิ้นลงเมื่อมันเห็นแม่เป็นเพียงสินค้าตัวหนึ่ง

            “ก็ไม่ได้อยากพูดถึงนักหรอกโว้ย แก่จะตายชักอยู่แล้ว กูหาให้จนขายออกได้อีกรอบ มึงควรขอบคุณกูมากกว่ายืนด่ากูอยู่อย่างนี้นะไอ้ฮั่น” มือแกร่งกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ ร่างกายสั่นเทาด้วยเจ้าตัวพยายามสกัดสั้นอารมณ์ที่พุ่งพล่านเอาไว้ เป็นใครจะทนได้เมื่อถูกกล่าวถึงแม่อันเป็นที่รักในรูปแบบนี้

            “...” ไม่มีคำพูดใด ๆ หลุดออกจากปากร่างสูง สรพัศแสยะยิ้มมอง

“เอ้า! โกรธเหรอ? โกรธล่ะสิ โกรธก็ทำร้ายกูเลยสิ ตำรวจจะได้จับมึงอีกคนแล้วมึงจะได้เข้าไปทำธุรกิจในคุกกับกูต่อไง”

“นี่คุณ พูดจะอะไรระวังหน่อยนะครับ จากคดีเดียวเดี๋ยวจะกลายเป็นหลายคดี แค่คดีค้ามนุษย์ ทำซ่อง ก็ติดคุกไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันแล้วนะคุณ” ตำรวจนายหนึ่งพูดขึ้นอย่างเหลืออด แต่สรพัศกลับหัวเราะออกมาเสียงดัง

“มึงอย่ามาทำเป็นพูดดีกับกูเลยครับไอ้คุณตำรวจ ถุย!! ฮ่า ๆ ๆ  โอ๊ย กูขำโว๊ย มึงชื่ออะไรวะ กูจะให้มึงเข้าไปอยู่ข้างในแทนกู ไอ้ตำรวจเวร มึงคิดว่ากูทำเรื่องแบบนี้ได้แบบเปิดเผย กูจะไม่มีใครคอยหนุนหลังอยู่หรือไงวะ อ่อ! สำหรับมึง ไอ้ฮั่น หลานรักของอา กูเตือนมึงไว้เลย อย่าให้กูออกมาได้ เพราะกูไม่เอามึงไว้แน่ คุกไม่ใช่ที่สำหรับคนอย่างกูโว้ย...”

            อิสริยะยืนนิ่งไม่ใส่ใจคำพูดอีกมากมายที่หลั่งไหลมาไม่รู้จบ แม้แต่ภาพคนที่เคยเคารพเหมือนญาติผู้ใหญ่ถูกหิ้วปีกขึ้นรถตำรวจไปเขาก็ไม่ชายตามอง สมองทำงานหนักอึ้ง เพราะหลังจากที่เขาแจ้งจับหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัทหาคู่ของตัวเองด้วยตัวเขาเอง ข่าวเสื่อมเสียต่าง ๆ นานาก็ประดังประเดเข้ามามากมายเหลือเกิน แต่เขาจะโทษใครได้ ในเมื่อเรื่องคาว ๆ และข่าวฉาว ๆ เหล่านั้นเป็นความจริง

            โซ่ตรวจผูกมัดร่างกายคนผิดที่ไม่ยอมรับผิดเอาไว้ได้ แต่ไม่สามารถห้ามใจไม่ให้เคืองแค้น ห้องสี่เหลี่ยมคับแคบจนสรพัศแทบหายใจไม่ออก เพลิงโทสะลุกโชติช่วงจนไม่อาจดับ อิสริยะ ภัทรมานพ คือเป้าหมายแรกที่เขาต้องจัดการให้สิ้นซากทันทีที่เขาสามารถพาตัวเองออกไปจากที่แห่งนี้ เวรกรรมตามสนองติดจรวด แต่เจ้าตัวกลับไม่นึกโทษให้เป็นความผิดตัวเองสักนิด เพราะคนเดียวที่ผิดในสายตาสรพัศคืออดีตหลานที่แสร้งทำเป็นรัก...คนเดียวเท่านั้น

            ประเพณีรับน้องในห้องขังกลายเป็นสิ่งที่คนทำชั่วไม่อาจหลีกเลี่ยง ร่างกายถูกกระทำสาหัส... รุนแรง... แต่ละวินาทีผ่านไปด้วยความเจ็บปวดและคราบเลือดที่ไหลนองไม่หยุด อ่อนแอจนไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะพยุงร่าง รอยช้ำจากการถูกทำร้ายแผ่ขยายเป็นวงกว้าง กระตุ้นจิตใจมืดดำให้หาทางทำลายตัวการให้สาสมกับสิ่งที่ตนได้เผชิญ

                ภาพชายฉกรรจ์หลายคนที่เขาไม่รู้จัก หมุนเวียนเปลี่ยนผลัดกันมากระทำทารุนต่อร่างกาย ยังเป็นภาพที่ตามหลอกหลอนสรพัศจนถึงเดี๋ยวนี้ หากแต่ภาพนั้นไม่อาจทำให้ธุรกิจที่เขาทำยุติ แต่กลายเป็นตัวกระตุ้นเติมไฟแค้นให้คุกรุ่น อีกหลายชีวิตถูกส่งไปแดนประหารโดยฝีมือของเขาคนแล้วคนเล่า สายตาไร้ชีวิตสนใจเพียงตัวเงินที่เพิ่มขึ้นของตัวเองเท่านั้น เสียงกรีดร้องดังซ้ำ ๆ ของเด็กหญิงและชายที่ได้ยินไม่เว้นแต่ละวัน ราวเสียงดนตรีขับกล่อมให้ชีวิตของสรพัศเดินต่อไป




 

                “นายครับ พี่เคนไม่อยู่ครับ” เสียงรายงานจากลูกน้องที่ไม่คุ้นหน้าทำให้สรพัศหลุดจากภวังค์ นายใหญ่ของบ้านสะบัดหัวหลายครั้ง ราวกับมันสามารถช่วยให้ภาพที่เขาเคยถูกกระทำหลุดไปได้ คนมองนึกแปลกใจกับท่าทีแปลก ๆ ของนายผู้น่าเกรงขาม มันถามออกไปอย่างประจบ “นายเป็นอะไรหรือเปล่าครับ ไม่สบายหรือเปล่าครับนาย”

                “เรื่องของกู มึงอย่าเสือก” สรพัศตะโกนตอบด้วยความรำคาญ ในใจนึกด่าคนสนิทที่หายหัวไปในเวลาเช่นนี้ “ไอ้เคนไปไหน กูให้มึงไปหาว่าไอ้เคนไปไหน คำตอบแค่ว่า พี่เคนไม่อยู่ครับ กูก็พูดเองได้ ใครก็รู้ว่ามันไม่อยู่ แต่ที่กูอยากรู้คือมันหายหัวไปไหน”

                “เอ่อ มะ...มะ...ไม่ทราบครับ” คนอยู่ใต้อำนาจตอบเสียงตะกุกตะกัก “ผม...ผมทราบแค่ว่า พี่เคนออกไปกับพี่มีมี่ครับ”

                “อะไรนะ! ไอ้เคนออกไปกับหนูมี่”

                “ครับนาย แต่...”

                “มึงจะไปไหนก็ไป”

                “นาย...”

                “กูบอกให้ไสหัวไป ออกไปจากห้องกู ไป!” สิ้นเสียงตะโกนไล่ ชายหนุ่มก็แทบจะหายตัวออกจากห้องไปในทันที

                มนสิชา ผู้หญิงคนเดียวในคฤหาสน์หลังงามที่ยังรอดปลอดภัยจากธุรกิจของสรพัศ ใบหน้าสวยหวานถูกใจทำให้สรพัศอยากเก็บเจ้าหล่อนไว้กับตัว แต่ที่ผ่านมามันกลับไม่ได้เป็นอย่างนั้น หลายต่อหลายครั้งที่แผนการที่เขาวาดหวังไม่สามารถทำลายอิสริยะได้ หรือแม้แต่ความรู้สึกที่มนสิชามีต่อจารุวัฒน์ นายใหญ่ของบ้านก็รู้ทุกอย่างแต่เลือกที่จะหลับตาเสียหนึ่งข้างและทำเป็นมองไม่เห็น แต่คราวนี้ เขาคงปิดตาตัวเองต่อไปไม่ได้อีกแล้ว แม้เขาจะชอบหล่อนมากเท่าไหร่ แต่ความชอบของผู้ชายมันมีวันหมดอายุ และสำหรับสินค้าชิ้นใหม่ที่ชื่อมนสิชา ความชอบของเขาก็หมดอายุลงไปเสียแล้ว

                “หนูมี่บังคับลุงให้ทำอย่างนี้เองนะ ลุงพัศไม่อยากใจร้ายกับหนูมี่เลยจริง ๆ ”

                “นายครับ” เสียงลูกน้องคนเดิมดังขึ้นจากด้านนอก สรพัศตวัดสายตามองประตูราวกับจะส่งกระแสแห่งความไม่พอใจผ่านแผ่นไม้นั้นไปได้ ลูกน้องตัวดีไม่รอให้คนเป็นนายโต้อะไรก็รีบรายงาน หวังว่าสิ่งที่เขากำลังจะถ่ายทอดจะทำให้นายอารมณ์ดีขึ้นบ้าง “สายของเราติดต่อมา บอกว่ามีเรื่องรายงานนายโดยตรงครับ เสียงผู้หญิงครับนาย แต่ผมไม่ทราบว่าเป็นใคร”

                “มึงก็โอนสายเข้ามาในห้องกูสิ ชักช้ารอห่าอะไรอยู่” มือหยาบกระด้างฉวยหูโทรศัพท์ก่อนเสียงสัญญาณจะดังเสียอีก ดวงตามีแววประหลาดที่ไม่สามารถแปลความหมายออก

                //ลุงพัศคะ// เสียงหวานเรียกขานอย่างสนิทสนมเรียกรอยยิ้มจากสรพัศ เขาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวกว้างก่อนจะส่งเสียงทักทายปลายสายด้วยความสนิทสนมไม่แพ้กัน

                “ว่าไงจ๊ะคนดีของลุง ไม่ได้ยินเสียงหนูซะนาน ลุงคิดถึ๊งคิดถึง คิดถึงทั้งเสียง คิดถึงทั้ง...”

                //ลุงพัศขา อย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้สิคะ หนูโทรมาหาลุงเรื่องงานนะคะ ถ้าไอ้พวกนั้นแอบฟังหนูจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน// ปลายสายตอบอย่างมีจริต หล่อนรู้ดีว่าน้ำเสียงแบบไหนที่จะทำให้ คุณท่าน พอใจ

                “ก็เอาไว้ตรงที่หนูชอบเอาไว้บนตัวลุงไงจ๊ะ... โอ๊ย ไม่เอาดีกว่า ลุงไม่พูดแล้ว เดี๋ยวลุงอดใจไม่ไหว ได้เรียกตัวหนูกลับมาด่วน ลุงคงเสียงานเสียการพอดี ว่าแต่วันนี้โทรมาหาลุงเรื่องงาน มีเรื่องอะไรจะบอกลุงเหรอจ๊ะคนสวย”

                //คุณลุงระวังให้ดีนะคะ ไอ้โดมมันเพิ่งเข้ามาคุยกับอีซ้อหมีเรื่องแกงส้ม แล้วก็มีตำรวจมากับมันด้วยนะคะลุง ตอนนี้หนูยังไม่รู้รายละเอียดมากนักเพราะพวกมันไม่ยอมให้หนูเข้าไปฟัง แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ หนูจะล้วงข้อมูลจากอีซ้อมาให้ลุงพัศเอง อีซ้อน่ะมันเชื่อคนง่าย ไว้ใจหนูจะตายไป แล้วหนูจะโทรมารายงานลุงอีกนะคะ//

                “หนูเป็นนางฟ้าของลุงแท้ ๆ เลยสุดสวย” เรื่องที่น่าหวั่นกลับเข้ากับแผนการในหัวเป็นอย่างดี ไม่ใช่แค่อิสริยะคนเดียวที่กำลังเดินเข้ามาติดกับ จารุวัฒน์ก็เช่นกัน จากที่ตอนแรกเขาไม่ได้สนใจอะไรในตัวเลขาตัวกลม ตอนนี้เขากลับคิดอะไรดี ๆ ได้ เพราะหากเขาจะคิดบัญชีกับเรื่องเล็กน้อยแสนกวนใจที่มนสิชาก่อมาตลอด เขาก็ต้องใช้จารุวัฒน์นี่แหละเป็นเครื่องมือ คนที่เลี้ยงเท่าไหร่ก็ไม่เชื่องคงต้องถึงเวลายอมแพ้เขาอย่างราบคาบ

                //ลุงพัศไม่กังวลซักนิดเลยเหรอคะ หนูเป็นห่วงลุง...//

                “ไม่ต้องห่วงหรอกจ้ะที่รัก เรื่องแค่นี้ ลุงรับมือไหวอยู่แล้ว”




 

                ร่างสูงใหญ่นอนหมดสภาพอยู่บนพื้นถนน เรียกสายตาคนสัญจรผ่านไปมาให้หันมามอง แสงอาทิตย์ไม่อ่อนแรงให้กับคนไม่มีแรงอย่างอิสริยะเลยแม้แต่น้อย ความร้อนที่แผดเผาส่งผลให้เสื้อเชิ้ตที่เขายืมมาจากน้องชายโดยไม่บอกกล่าวชุ่มไปด้วยเหงื่อ ผื่นแดงน่ากลัวยังปรากฏชัดตามแขนและขา เสียงหวีดหายใจแต่ละครั้งบาดลึกลงไปในใจคนฟัง บ่งบอกว่าการหายใจแต่ละครั้งช่างยากเย็น ใบหน้าถูกซุกซ่อนไว้ใต้วงแขนแกร่ง ส่วนร่างกายก็บิดงดด้วยความเจ็บปวด

                อีกเพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้นก็จะถึงที่หมายที่เขาต้องการมา ฝุ่นไคลทำให้เนื้อตัวสกปรกมอมแมม แผลถลอกเล็ก ๆ ที่แขน ถ้าให้เดา คงเกิดจากการที่เจ้าตัวล้มแล้วล้มอีกเพราะไม่อาจทรงตัวไหว

                เสียงเบรกดังมากจากที่ไกล ๆ  หากแต่เจ้าตัวยังรู้สึก หัวใจเต้นโครมครามเมื่อคิดว่าตัวเองเข้าใกล้คนรักมากขึ้นทุกขณะ เสียงคนคุยกันอื้ออึงจนเขาไม่สามารถจับใจความได้ ร่างหนาถูกจับให้พลิกขึ้น เปิดเผยใบหน้าที่เจ้าตัวซ่อนไว้ เปลือกตาดูบวมเป่งน่ากลัว ผื่นแดงขึ้นตามตัวแถมลามไปถึงใบหน้าและลำคอ สภาพของอิสริยะตอนนี้ไม่เหลือคำว่าดูดีอยู่เลยแม้แต่นิดเดียว

                “คุณอิสริยะ” มีเสียงหนึ่งเรียกชื่อเขาก่อนที่อีกหลายเสียงจะอุทานตามด้วยความตกใจ  ไม่น่าเชื่อว่าภายใต้ใบหน้าที่ดูไม่ได้แบบนี้จะยังมีคนจดจำเขาได้อยู่ เสียงหายใจดังหวีดน่ากลัวอีกครั้งและอีกครั้ง ริมฝีปากหยักได้รูปบวมแดงไม่ต่างหากเปลือกตา น้ำมูกน้ำลายไหลเป็นทางยาวเปราะไปทั่วใบหน้าจนคนมองถึงกับเกี่ยงกันไปพยุง

                นานอยู่เหมือนกันกว่าคนพวกนั้นที่เขาไม่รู้จักจะตกลงกันเสร็จ ร่างสูงลอยหวือขึ้นด้วยแรงจากใครหลาย ๆ คน ขาไร้เรี่ยวแรงลากไปตามพื้นส่งเสียงครืดคราด บทสนทนายังดังต่อเนื่องไม่หยุด ชื่อ สรพัศ ลอยเข้าหูเขาเป็นระยะ กล้ามเนื้อของเขากระตุกทุกครั้งที่ได้ยินชื่อ ภาพแกงส้มถูกทำร้ายทั้งที่ได้เห็นมาและถูกจินตนาการแต่งเติมฉายชัดวนเวียนอยู่หลังม่านตาปิดปรือ ความรู้สึกรวดร้าวในอกทำให้คนหายใจไม่ถนัดอยู่แล้วแทบหายใจไม่ออก

                พาหนะคันเล็กอัดแน่นไปด้วยผู้โดยสารเกินที่นั่ง อิสริยะถูกนั่งประกบโดยชายสองคนที่เขาไม่ยอมลืมตามอง กลิ่นเหม็นอับในรถชวนวิงเวียนพอ ๆ กับกลิ่นแปลก ๆ ของคนนั่งข้าง ๆ  รถกระชากตัวออกรุนแรงตามความเก่าของมัน บทสนทนาที่พาดพิงถึงคนรักบีบรัดหัวใจของเขาขึ้นไปอีก กายบางถึงแม้บอบช้ำก็ยังมีวันหาย แต่ความบอบช้ำที่เกิดในใจคนเป็นน้องเล่า? ร่องรอยสัมผัสน่าขยะแขยงจากไอ้สารเลวคนนั้น... อิสริยะสัญญากับตัวเองว่า เมื่อไหร่ที่หัวใจของเขากลับมาอยู่ข้างกาย เขาเองนี่แหละ จะเป็นคนลบรอยเหล่านั้นด้วยมือของตัวเอง

 





 

                ขนาดสายตาและคำพูดจากเพื่อนยังทำให้เธอเจ็บปวดได้ขนาดนี้ ถ้าหากเป็นของใครอีกคนหนึ่ง เธอจะรู้สึกเช่นไร? เขาจะมองเธอแบบเดิมได้อีกไหม มนสิชาคิดถึงดวงตาจริงใจที่ชอบลอบมองเธอผ่านแว่นสายตากรอบหนา จารุวัฒน์ชอบมองเธอเวลาที่เขาคิดว่าเธอเผลอ เจ้าตัวไม่เคยรู้หรอกว่า ทุกสายตา ทุกการกระทำ ทุกคำพูดที่สื่อความหมายเป็นนัย เธอรับรู้และเข้าใจทั้งหมด หัวใจไม่เคยเต้นเป็นปกติอีกเลยตั้งแต่เธอและเขาได้ใช้เวลาอยู่ใกล้ชิดกัน

                การทำร้ายคนตัวกลมในวันนั้นไม่ต่างอะไรกับการทำร้ายตัวเอง เพราะรู้ล่วงหน้าถึงเหตุการณ์ที่ถูกจัดฉากให้เกิดขึ้น มันผิดนักหรือที่เธอจะอยากให้เขาปลอดภัย เธอวางแผนไว้ว่าจะชวนจารุวัฒน์ไปที่ไหนสักแห่ง เพื่อที่พี่โดมของเธอจะได้ไม่อยู่ในรถคันนั้นเมื่อถึงเวลาทำการของมือปืน แต่ทุกอย่างกลับผิดคาด เธอตกใจแทบสิ้นสติเมื่อร่างกลม ๆ ดันประตูห้องของเธอเข้ามา ความจริงที่เธอพยายามซ่อนไว้จากเขาถูกเปิดเผยจนหมดสิ้น ทั้งเรื่องอดีตและหน้าที่การงาน หากสิ่งเดียวที่มีมี่คิดในวินาทีนั้นคือเธอจะทำอย่างไรให้จารุวัฒน์ยังปลอดภัยในวันพรุ่งนี้ มือเล็กสับลงบนหลังคอในทันที ร่างที่ร่วงลงตามแรงโน้มถ่วงต่อหน้าต่อตาทำให้มนสิชาต่อว่าตัวเองอยู่ในใจไม่จบสิ้น สุดท้ายหญิงสาวก็ได้แต่ปลอบใจตัวเองว่า ทุกอย่างที่ทำไป ก็เพื่อความปลอดภัยของจารุวัฒน์




 

                “พี่โดม พี่โดมจะไปไหน รอเค้าด้วยสิ รอเค้า” เด็กหญิงตัวกลมตะโกนเรียกเด็กชายตัวอ้วนเสียงดังลั่น คนถูกเรียกว่าพี่แสร้งทำเป็นเดินหนี แต่ในความเป็นจริง สายตาของ เด็กชายจารุวัฒน์ คอยมอง เด็กมนสิชา อยู่เสมอ

            “ตัวเล็กก็เดินให้มันเร็ว ๆ หน่อยสิ โดเรมี่ขาสั้น” เด็กหญิงหน้าบูดขึ้นมาทันทีเมื่อโดนต่อว่า ปากสีชมพูสดยื่นออกด้วยความไม่พอใจ แก้มตุ้ยนุ้ยบวมขึ้นไปอีกเมื่อเด็กน้อยอมลมไว้เต็มแก้ม ขาสั้น ๆ หยุดชะงักไม่ยอมก้าวเดินตามพี่ชายอีก พี่ชายเห็นอย่างนั้นจึงจำใจต้องหยุดตาม แขนป้อม ๆ ยกขึ้นกอดอก ก่อนจะหันมามองเจ้าตัวเล็กด้วยสายตาดุที่สุดที่ทำได้

            “อะไร! งอนอะไรอีกล่ะ ตกลงจะไปกินหนมบ้านเค้าไหม ถ้าไม่ไปจะเดินกลับไปส่งบ้าน” ระยะทางดูเหมือนยาวไกลสำหรับเด็กน้อยทั้งสอง แต่ความจริงแสนสั้นเพียงแค่รั้วกั้น ประตูเล็ก ๆ ที่เด็กชายจารุวัฒน์เปิดแง้มไว้ตอนเข้ามาอยู่ห่างไปเพียงไม่กี่ก้าว ส่วนประตูบ้านที่เด็กหญิงมนสิชาเพิ่งเดินออกมาก็ยังเปิดอยู่ไม่ไกล

            “ก็พี่โดมว่าเค้าขาสั้น พี่โดมไม่รักเค้าแล้ว ฮือ ๆ  ๆ  ๆ  พี่โดมไม่รักเค้าแล้ว” น้ำตาของน้องสาวตัวน้อยละลายเสียงดุ ๆ ของพี่โดมไปเสียหมดสิ้น ไม่ว่าเจ้าตัวเล็กจะร้องไห้ จะงอแงเรื่องไร้สาระแค่ไหน น้ำตาเพียงหยดเดียวก็ทำให้พี่ชายที่วางมาดดุโยนมาดนั้นทิ้งแล้ววิ่งเข้าไปกอดปลอบน้องเสมอ ครั้งนี่ก็เช่นกัน

            “ถ้าไม่หยุดร้องจะไม่รักจริง ๆ ด้วย” คำขู่มาด้วยเสียงที่อ่อนลงจนเกือบถึงขั้นอ้อน แขนป้อมที่เจ้าตัวยกขึ้นกอดอกไว้คลายออกก่อนจะเปลี่ยนไปกอดเด็กน้อยขี้แย เด็กหญิงมนสิชาเม้มปากแน่นเมื่อได้ยินคำขู่ ไม่มีเสียงสะอื้นหลุดมาสักแอะ แต่ร่างกลมยังตัวโยนด้วยแรงสะอื้น น้ำตาหยุดไหลแทบจะในทันที

            “แต่... ฮึก แต่...พี่โดม... ฮึก ๆ ว่าเค้า” เสียงปนสะอื้นถามแนบอกพี่ชาย เด็กชายจารุวัฒน์โยกตัวคนในอ้อมกอดไปมาเลียนแบบเวลาที่คุณแม่กอดปลอบเขาเวลาร้องไห้ แรงสะอื้นของเจ้าตัวน้อยค่อย ๆ เบาลงเรื่อย ๆ จนเด็กชายโดมยิ้มออก

            “โดเรมี่ขาสั้น โดเรม่อนก็ขาสั้นเหมือนกันแหละน่า จะร้องไห้ทำไม เค้าว่าตัวเล็กก็เหมือนเค้าว่าตัวเองเค้าเอง ขี้แยแบบนี้ ระวังตัวโดเรมี่จะเปลี่ยนจากสีเหลืองเป็นสีฟ้าแบบโดเรม่อนนะ”

            “ไม่เอานะ เค้าไม่อยากตัวสีฟ้า เค้าชอบสีเหลืองมากกว่า” เจ้าตัวเล็กเถียงเสียงใส น้ำมูกน้ำตาหายไปราวกับสั่งได้ รอยยิ้มหวานที่พี่ชายชอบบอกว่าสวย ถูกแทนที่ลงบนใบหน้ากลม เด็กชายโดมยิ้มจนแก้มตุ่ยเมื่อทำให้ตัวเล็กหยุดงอแง

            “ไม่อยากตัวสีฟ้าก็เลิกขี้แยได้แล้ว ป๊ะ ไปกินหนมกัน อ่ะ...” พี่ชายยื่นมือป้อม ๆ ให้ โดเรมี่ตัวน้อยมองตาใสก่อนจะวางมือของตัวเองลงไปบนนั้นโดยไม่เสียเวลาคิด “จับมือไว้จะได้เดินไปด้วยกัน ถ้าตัวเล็กเดินช้าแบบเมื่อกี้ แล้วเค้าหาตัวเล็กไม่เจอ เค้าจะทำไง ห้ามปล่อยมือเค้านะ ตกลงไหม”

            “ตกลงค่ะ พี่โดม”




 

DOME ;(

                ผมยังจำวันที่ ตัวเล็ก หายไปจากชีวิตได้ ตลอดเวลาที่ผ่านมา พี่โดม คือคนเดียวที่ตัวเล็กวิ่งมาหาเวลามีใครแกล้ง คือคนเดียวที่ตัวเล็กวิ่งมาหาเวลาโดนคุณแม่ดุ และเป็นคนเดียวที่สามารถทำให้น้ำตาที่ไหลไม่หยุดของตัวเล็กแห้งลงได้ แต่วันนั้น...เป็นวันเดียวที่ผมไม่มีแรงพอที่จะปลอบเธอ ผมทำได้เพียงกอดน้องแล้วร้องไห้ไปด้วยกัน เมื่อตัวเล็กวิ่งมาบอกผมว่าแม่ของเธอกำลังจะพาเธอย้ายไปอยู่ที่อื่น

                โลกใบน้อยของเด็กชายจารุวัฒน์พังลงตรงนั้น ตอนนั้นผมสิบกว่าขวบเห็นจะได้ ส่วนโดเรมี่น้อยของผมก็เด็กกว่าผมแค่ปีเดียว เด็กสิบกว่าขวบที่เริ่มเข้าใจแล้วว่า หัวใจที่เต้นตึกตักไม่เป็นจังหวะ เวลาน้องน้อยวิ่งเข้ามาในอ้อมกอด มันเกิดขึ้นเพราะ...ความรัก

                ผมไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงจำเรื่องราวในวัยเด็กได้แม่นยำราวกับมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน และผมก็อดแปลกใจตัวเองไม่ได้ที่ผมไม่เอะใจสักนิดว่า มนสิชา ที่อยู่ดี ๆ ก็เข้ามาในชีวิตผม และรู้เกือบทุกเรื่องที่คนอื่นไม่รู้ จะเป็นคน ๆ เดียวกับเจ้าตัวเล็กของผมในอดีต ผมลืมไปได้ยังไงว่าคนที่ผมเรียกติดปากว่า ตัวเล็ก หรือ โดเรมี่ จริง ๆ แล้วเธอมีชื่อเล่นจริง ๆ ว่า มีมี่ และชื่อจริงคือ มนสิชา

                มีมี่ไม่ได้ปลอมตัวเป็นคนอื่น ไม่ได้หลอกผมว่าเราไม่รู้จักกัน แต่เป็นผมเองนี่แหละที่จำเธอไม่ได้ตั้งแต่ต้น สิ่งเดียวที่เธอปิดบังจากผม คืองานที่เธอทำ...

                รถแท็กซี่แล่นไปบนถนนที่ผมไม่คุ้นเคย แต่ผมกลับรู้ดีว่าที่หมายที่ผมกำลังจะไปคือที่ใด แกงส้มจะเป็นยังไงบ้างผมก็ไม่รู้ ส่วนพี่ฮั่น... หนีออกจากโรงพยาบาลอย่างที่ผมคิดไว้ไม่มีผิด ผมโทษตัวเองที่ทิ้งไอ้คนใจร้อนไว้คนเดียว ที่ ๆ พี่ฮั่นมาคงไม่สามารถเป็นที่อื่นไปได้นอกจากที่ ๆ ผมกำลังจะไปในตอนนี้

                ผมพยายามไม่นึกถึงอีกคนหนึ่งที่ผมอาจเจอ อย่าเรียกว่าอาจเจอเลยครับ เธออยู่ที่นั่นแน่นอน และเธอเป็นคนเดียวที่ผมไม่อยากเผชิญหน้า ให้ไอ้สรพัศเอาปืนมาจ่อหัวผมยังดีกว่าให้ผมได้เจอกับมีมี่ที่นั่น ผมไม่รู้ว่าควรรู้สึกยังไง ไม่รู้ว่าควรทำยังไง และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคำแรกที่ผมควรพูดกับเธอ ควรเป็นคำว่าอะไร

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

แม่หมู // วันศุกร์ วันอัพฟิคของแม่หมูตามสัญญาค่ะ เฮ้ออออออออ ฟิคเครียดไปป่ะ?? รุนแรงไปป่ะ?? ช่วงบทแรกๆนี่แลดูเป็นฟิคใสๆมาก แต่ตอนนี้ ไม่เห็นมันจะใสเล้ยยยยยยยยยยย เอ้อววววววววววววววววววววว

เริ่มสงสัยตัวเองละ ว่าจะไปจบเอา Chap 40 แต่ไม่เป็นไรใช่มั้ยคะรีดขา รีดบอก ฉันชอบบบ เอามาเล้ยยยยยยย แต่ขออนุญาตเรียนไว้ก่อนว่า สำหรับรวมเล่ม อาจจะหนานิดนุง ราคาก็... ยังไงก็ไม่เกิน 400 ค่ะ มั่นใจพอสมควรว่าไม่เกินแน่นอน เหตุผลที่ยังแจ้งราคาฟิคที่แน่นอนให้รีดไม่ได้ เพราะแม่หมูนางยังแต่งไม่จบนะคะ รอกันนานหน่อย ขออภัยด้วยจริงๆน๊าาาา

ร่วมลุ้นไปกับทั้งสองคู่เนอะ ขอบคุณทุกกำลังใจและทุกแรงทวงนะคะ ถึงแม่หมูจะไม่ค่อยสะเทือนเวลามีคนทวง แต่ทุกท่านทำให้แม่หมูรู้ว่ายังมีคนรอฟิคเรื่องนี้อยู่เสมอนะคะ ขอบคุณจริงๆค่ะ >w<


ปล. ใครว่าเก๊าใจร้าย ไม่สงสารน้องแกง เก๊าบอกเลยว่า เก๊าสงสารน้องแกงมากกกก แต่งไปลงโทษตัวเองไปโดยการทุบพุงตัวเอง *ตุ้บ* ทำร้ายน้องแกงใช่มั้ย *ตุ้บๆ* นี่แน่ะ! ทำร้ายน้องแกงทำไม (อิอ้วนนี่อาการหนัก =3=")

ปล2. ตอนหน้าไม่แน่ใจว่าจะมาวันอาทิตย์ได้มั้ยนะคะ เดี๋ยวแจ้งในทวิตอีกทีโน๊ะ >w<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,121 ความคิดเห็น

  1. #1062 `.เมื่อสัปดาห์ก่อน-? (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 4 กันยายน 2556 / 00:28
    ฮึ่ยย...
    ตอนนี้อึดอัดเป็นบ้าเลยแม่หมู
    รับผิดชอบเลยยยย
    555555555 #ไม่ใช่ละ
     

     
    พี่ฮั่นจะไหวมั้ยเนี่ย..
    มรสุมเยอะเหลือเกิน 
     
    #1,062
    0
  2. #916 Whisky_Prigking (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2556 / 21:47
    ฮือๆๆๆๆ พี่แกง รอนะแม่หมู
    #916
    0
  3. #915 Buailoveyoursmile (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2556 / 17:21
    โอ๊ย เศร้าเกินไปแล้วนะ รีบมาอัพต่อไวๆๆนะคะ
    #915
    0
  4. #914 love_ks (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2556 / 13:43
    ฮือ ฮือ สามหมีจะโดนเล่นงานหนักไหมเนี่ย แล้วใครจะมาช่วยได้กันล่ะ
    แม่หมู อย่าใจร้ายนักซิ
    #914
    0
  5. #913 Chayanid Raksanaves (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2556 / 12:32
    ฮือออ เครียดอ่ะเ แม่หมูใจร้ายยย ทำไมมันเครียดแบบนี้ พี่ฮั่นรีบไปช่วยน้องน้า อยากให้มีความสุขเร็วๆ สรพัศตายๆไปเลยไป เกลียดอ่ะะะ ฮือออ TT
    #913
    0
  6. #910 Jutamas Wasombut (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2556 / 10:20
    เง้อออออ เศร้าอ่ะ TT สงสารทุกคนเลย
    #910
    0
  7. #909 TheDreamTD (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2556 / 10:06
    ทำไมมันมีหลายเรื่องบ่นกันแบบนี้เนี่ย แต่ละเรื่องก็มีแต่เรื่องเศร้าๆ สงสารทุกคนนะแต่สงสารพี่แกงที่สุดเลย ทำไมพี่แกงเค้ามาเกี่ยวด้วยเนี่ย เพรสะเป็นอฟนพี่หมีสินะ >_<
    #909
    0
  8. #908 bull (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2556 / 08:14
    เรื่องมันเศร้าอะ พี่ฮั่นอย่าเป็นไรนะ รีบไปช่วยพี่แกงเร็วๆ
    #908
    0
  9. #907 jewel *28 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2556 / 00:44
    ค้างมากกก พี่ฮั่นเป็นอะไรนะ ใครมากับพี่ฮั่น แล้วพี่โดมไปบ้าสรพัศสินะ อ๊ากก ลุ้นนน รออ่านต่อนะคะแม่หมู
    #907
    0
  10. #906 isawa (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2556 / 23:53
    เศร้าจัง สามหมีจะโดนทำร้ายหมดเลยเหรอเนี่ย



    #906
    0
  11. #905 พี่ก้อยจ้า (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2556 / 22:42
    เข้มข้นมากกกก ยังเข้มได้อีกมั้ย จะรอเลย ขอเข้มๆขมๆ



    ชอบสไตล์นี้นะ แม่หมู มีน้ำน้อยมีเนื้อเยอะดี



    อ่านแล้วมันอิ่ม มันน่าติดตาม จะจบเรื่องแล้ว ยังติดหนึบอยู่เลย



    รีบช่วยน้องแกงออกมาเร็วๆนะจ๊ะ

    #905
    0
  12. #904 pcard (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2556 / 22:26
    ทำไมมันเศร้าอย่างนี้ YoY

    #904
    0
  13. #903 kat (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2556 / 22:00
    มาตามอ่านระหว่างพักอ่านหนังสือค่า

    ลุ้นอ่ะ ทั้ง2คู่เลยย

    ผ่านอุปสรรคไปให้ได้นะ

    รออ่านได้เสมอน๊าา

    #903
    0
  14. #902 PlengHKS" (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2556 / 21:59
    TT เรื่องมันเศร้าอ่ะแม่หมู!!!!!!!!!!!!!!!


    ไอสรพัศมันเอี้ยมากกกกก #อินี่ก็อินเกิน 55555555


    (แม่หมูไม่สงสารน้องแกงหรอครับ *ปิ๊งๆ*:KS)เห็นมั๊ยแม่หมู
    #902
    0
  15. #901 DK to finland ^^ (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2556 / 21:53
    เงอะ!!! ค้าง ค้าง ค้าง!!! อย่างรุนแรงค่ะ อยากอ่านต่อแล้ววววววว ลุ้นๆๆๆ
    #901
    0
  16. #900 Mew_Mew (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2556 / 21:46
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    #900
    0