[HKS] Bear Bodyguard บอดีการ์ดรักพิทักษ์คุณชายหมี

ตอนที่ 18 : Chapter 18 :: กฎเหล็ก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 583
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    8 พ.ค. 56

Chapter 18 :: กฎเหล็ก

 

                “หวังว่าข้อมูลของเธอคงคุ้มค่ากับเงินที่เธอได้” เสียงหวานดังก้องในห้องนอนหรู อารมณ์ของคนพูดไม่ได้เก็บซ่อนไว้จากน้ำเสียงแต่อย่างใด คนปลายสายเบะปากอย่างระอา ถ้าไม่ใช่เพราะเงินก้อนใหญ่ที่หล่อนกำลังต้องการ คนอย่างเธอไม่มีวันทำงานรองมือรองเท้าผู้หญิงเอาแต่ใจอย่าง คุณหนู คนนี้เป็นแน่

                //คุณต้องการทราบอะไรดิฉันก็จะบอกไปตามนั้นล่ะค่ะ//

                “นี่ย้อนฉันเหรอ อย่าลืมสิว่าฉันเป็นเจ้าของเงินนะยะ พูดอะไรหัดรู้ที่ต่ำที่สูงซะบ้าง” ดวงตาที่เคยสวยหวานตวัดมองคนของคุณลุงอย่างตำหนิ จะหาคนมาเป็นสายให้ เอาที่มันพูดจาเข้าหูกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือไง ผู้ชายตัวใหญ่ได้แต่ยืนก้มหน้านิ่งไม่ยอมสบตา เหอะ! เป็นอย่างนี้ทุกทีสิน่า “เอาเถอะ...รู้อะไรก็พูดมาให้หมด”

                ข้อมูลของปลายสายไม่ได้ทำให้เธอยิ้มได้แม้แต่น้อย เรื่องเดิมๆที่เธอรู้อยู่แล้ว เงินที่สูญไปไร้ประโยชน์สิ้นดี ข้อมูลพวกนี้เพียงใช้คนของเธอเฝ้าสังเกตการอยู่ข้างนอกก็รู้ได้ไม่ยาก

                //อ๋อ มีอีกอย่างค่ะ ดูเหมือนท่านประธานกับคุณบอดีการ์ดจะสนิทสนมกันมากเลยนะคะ เมื่อวันก่อนเห็นเดินจูงมือกันออกจากบริษัทด้วย ไม่รู้จะดูแลกันใกล้ชิดอะไรนักหนา// สนิมสนมกันอย่างนั้นเหรอ? ภาพสุดท้ายของผู้ชายสองคนนั้นที่เธอเห็นไม่ได้เป็นอย่างนั้นนี่นา

                “เธอหมายความว่ายังไง”

                //ก็ดูสนิทกันกว่าเจ้านายลูกน้องทั่วไป บอดีการ์ดต้องตามติดเจ้านายตลอดเวลาอยู่แล้วใครๆก็รู้ ท่านประธานก็มาทำเป็นปิดไม่ให้รู้ว่าตัวเองมีบอดีการ์ดตามคุม มาบอกว่าเป็นผู้ช่วยคุณโดมอีกที เรื่องแบบนี้ทำอย่างกะปิดมิดอย่างนั้นแหละ เขาพูดกันไปถึงไหนต่อไหนแล้วค่ะคุณ ผู้ช่วยเลขาอะไรจะตามดูแลอารักษ์ขาเจ้านายขนาดนี้ นี่ถ้าชิมอาหารก่อนส่งเจ้านายกินได้คงทำไปนานแล้วล่ะค่ะ แถมพักหลังมา มีจับไม้จับมือ มองตาแล้วยิ้มเขินให้กันอีก นี่พวกเจ๊แก้มเขาเม้าท์กันให้ซะ...//

                “ฉันไม่ได้อยากรู้เรื่องพวกนี้ ใครจะเม้าท์อะไรใครมันก็เรื่องของพวกเธอ นอกจากนี้มีเรื่องอะไรที่พอจะเป็นประโยชน์กับฉันบ้างหรือเปล่ายะ ถ้าไม่มีฉันจะได้เลิกจ้างเธอซะที เปลืองเงินเปล่าๆ มีแต่เรื่องไร้สาระ”

                //โอ๊ยยยยยยย อยากเลิกจ้างก็เลิกไปเลยคู๊ณณณณ ถ้าคุณไม่จ้างฉันก็ไม่มีใครในบริษัทนี้ทนคุณได้หรอก//

                “นี่เธอ...” อารมณ์เดือดปุดๆเมื่อถูกต่อว่า ไม่เคยมีใครพูดอย่างนี้กับเธอมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่รับเงินของเธอไป

                //หยุดเลยค่ะ เรื่องนี้คงเป็นประโยชน์กับคุณบ้าง ฉันเห็นคนของคุณมาป้วนเปี้ยนอยู่ที่บริษัทบ่อยๆ// นั่นเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว พวกนั้นทำตามคำสั่งของเธอเองนั่นแหละ ในเมื่อต้องการเล่นงานคนเป็นประธาน สิ่งแรกที่ต้องทำคือการแทรกซึมเข้าไปใน Bear Hug ให้ได้ก่อน ช่องโหว่มีมากมายอยู่แล้ว อยู่ที่ว่าเธอจะหามันพบหรือเปล่าเท่านั้นเอง อะไรซักอย่างที่ทำให้อิสริยะตายทั้งเป็น...

                “ก็ไม่เห็นจะแปลก เธอคิดว่าฉันไม่ส่งคนของตัวเองไปสังเกตการณ์หรือไงกัน”

                //ไม่ใช่ไอ้พวกหนุ่มๆล่ำๆพวกนั้นสิคะ ฉันหมายถึงผู้หญิงค่ะ ผู้หญิงคนนั้นที่เคยมากับคุณ// มนสิชา...ยัยมีมี่ไปก่อเรื่องอะไรไว้อีกล่ะคราวนี้ //ฉันเห็นเธอมาส่งเลขาท่านประธานที่ตึกหลายครั้งอยู่นะคะ พวกเขารู้จักกันมาก่อนหรือเปล่า//

                “มันไม่ใช่เรื่องของเธอ อย่าแส่มากนักจะได้ไหม” ชายร่างใหญ่ที่หลบอยู่มุมห้องถึงกับสะดุ้งกับถ้อยคำที่หลุดออกจากปากคุณหนูของบ้าน ทำไมเด็กผู้หญิงที่เคยใสซื่อน่ารักถึงกลายเป็นคนอย่างนี้ไปได้

                //ก็ไม่ได้อยากรู้เท่าไหร่หรอกค่ะ แต่ที่ถามเนี่ยก็เพราะเห็นเขาคุยกันกระหนุงกระหนิง เหมือนคนจีบกันใหม่ๆ คู่นี้ก็ไม่ได้น้อยไปกว่าท่านประธานกับบอดีการ์ดสุดหล่อเลยนะคะ คุณโดมแทบจะตีปีกพับๆทุกครั้งที่กลับมาจากข้างนอกกับคนของคุณ ถ้าฉันไม่เคยเห็นเธอมาก่อนฉันคงคิดว่าเธอเป็นคนรักของคุณเล...//

                เคล้ง

                มือถือราคาแพงถูกปาลงพื้นอย่างไม่ใยดี เศษซากของการระบายอารมณ์นอนเกลื่อนไม่เหลือชิ้นดีอยู่บนพื้นห้อง มือบางเล็กกำแน่นด้วยความไม่พอใจ มนสิชา...มนสิชาอีกแล้ว เธออยากระบายอารมณ์กับสิ่งของทุกอย่างที่อยู่รอบตัว แต่เธอก็รู้ดีเกินกว่าจะแสดงอาการอย่างนั้นออกไป

                “คุณหนูครับ เรื่องมีมี่... ผมว่ารอให้คุณท่าน...”

                “รออะไร! ไม่ต้องรออะไรคุณลุงแล้ว นังนั่นไม่เคยทำอะไรผิดในสายตาคุณลุง ไม่รู้จะรักอะไรมันนักหนา พวกแกรู้อะไรบ้างเรื่องนังมีมี่กับไอ้อ้วนโดม ฉันสั่งให้มันคอยจับตาดูแล้วรายงานฉันทุกฝีก้าว แล้วทำไมมันถึงได้ไปสนิทสนมกับไอ้อ้วนนั่น แล้วเรื่องพี่ฮั่นกับไอ้บอดีการ์ดนั่นอีก สองคนนั้นไปสนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมพวกแกถึงไม่รู้ ทำไมนังมีมี่ถึงไม่รายงานฉันเรื่องนี้ คำสั่งฉันยังมีความหมายกับมันอยู่หรือเปล่า”

                “ผมไม่ทราบครับคุณหนู แต่มีมี่ก็ทำตามคำสั่งของคุณหนูทุกอย่างนะครับ”

                “นี่แกเถียงแทนนังนั่นเหรอ ตกลงฉันเป็นคุณหนูหรือว่านังมีมี่เป็นคุณหนูของแกกันแน่ แกถึงได้เถียงแทนมัน อะไรที่ไม่ทราบก็ไปทำให้ทราบซะ ส่วนนังมีมี่ เรียกมันกลับมา ฉันจะจัดการ...”

                “หลานไม่มีสิทธิ์จะจัดการคนของลุง” เสียงวางอำนาจของผู้เป็นนายใหญ่ของบ้านดังขึ้น หลานสาวฮึดฮัดอย่างขัดใจ ทุกครั้งที่มนสิชาทำอะไรไม่ถูกใจเธอ คุณลุงต้องออกหน้ารับแทนทุกครั้งไป

                “แต่คุณลุงคะ คราวนี้นังมีมี่มันขัดคำสั่งหนู คนของหนูรายงานว่าเห็นมันสนิทสนมกับไอ้อ้วนนั่นจนเหมือนเป็นคนรักกันด้วยซ้ำ แล้วอย่างนี้มันจะไม่ทำให้แผนของหนูเสียเหรอคะ” คนเป็นหลานพยายามอ้างเหตุผล แต่เท่าที่เธอประเมินจากท่าทางของผู้มีพระคุณ... ท่านคงไม่ได้คิดอย่างเธอแน่

                “ลุงก็ไม่เห็นว่าหนูมีมี่ขัดคำสั่งหลานตรงไหน หลานไม่ได้ห้ามเธอไม่ให้ไปสนิทสนมกับนายจารุวัฒน์อะไรนั่นเสียหน่อย อีกอย่าง หน้าที่หลักของหลานคือจัดการอิสริยะโดยเข้าทางบอดีการ์ดของมันไม่ใช่เหรอ ลุงไม่เห็นว่าการทำงานของมีมี่จะไปทำลายแผนการตรงไหน นอกเสียจากหลานยังวางแผนไม่รอบคอบเอง” ไม่รู้ว่ากี่ครั้งแล้วที่คุณลุงของเธอแก้ตัวแทนผู้หญิงคนนั้น

                “แต่คุณลุงคะ...”

                “คิดจะทำการใหญ่ อย่าใช้อารมณ์อย่างนี้ โสรญา” คนถูกต่อว่าได้แต่กลั้นน้ำตานิ่ง คุณลุงผู้แสนดีของเธอไม่เคยต่อว่าเธอด้วยน้ำเสียงแบบนี้มาก่อน ไม่ว่าเรื่องใด...ยกเว้นเรื่องเดียว... เรื่องที่เกี่ยวกับมนสิชา

“สิ่งที่ลุงสอนมาลืมไปหมดแล้วหรือไง หลานต้องใช้จุดอ่อนทุกจุดที่หาได้ค่อยๆทำลายมันอย่างช้าๆ และสิ่งที่หลานควรทำคือใช้คนของเราด้วยอำนาจที่เรามี ไม่ใช่โวยวายด้วยอารมณ์แบบนี้ เธอทำอย่างนี้ใครจะไปเคารพเธอกัน เพราะเธอเอาแต่ใช้อารมณ์น่ะสิ งานแต่งงานครั้งนั้นเลยล่มไม่เป็นท่า ถ้าเธอใจเย็นซักนิด คิดเหรอว่าผู้ชายอย่างไอ้อิสริยะจะไม่แพ้เสียงอ้อนๆ ไม่แพ้แววตาสำนึกผิดของผู้หญิง จุดอ่อนของผู้ชายมีไม่กี่อย่าง ลุงสอนให้เธอรู้หมดแล้ว แต่เธอเองนั่นแหละไม่ยอมใช้มัน แผนการทุกอย่างของเราเลยพังไปหมด

“อย่าลืมสิหลานรัก ที่หลานต้องเป็นอย่างนี้ก็เพราะใคร ที่พ่อแม่หลานต้องจากหลานไปก็เพราะใคร ถ้าไม่ใช่เพราะครอบครับของมัน พวกเราวางแผนทุกอย่างจนกระทั่งงานแต่งงานเกิดขึ้น วันที่หลานจะได้ทุกสิ่งทุกอย่างของตัวเองคืนมาอยู่แค่เอื้อม แต่เพราะความประมาทของหลานเองนั่นแหละที่ทำให้ทุกอย่างพังหมด จากที่แผนของเราเคยใสสะอาด แค่ทวงสิ่งที่เป็นของเราคืนมาโดยไม่ต้องทำร้ายใคร ดูตอนนี้สิ... เราต้องทำอะไรบ้าง หลานทำให้ตัวเองต้องมือเปื้อนเลือด และนี่เป็นความผิดของหลานคนเดียว”

มือเล็กสองข้างถูกยกขึ้นมาปิดหู พยายามอย่างยิ่งที่จะปิดกันเสียงของใครก็ตามไม่ให้เล็ดลอดเข้ามาอีก แต่ราวกับเสียงของคุณลุงดังซ้ำไปซ้ำมา ตอกย้ำและฝังลึกอยู่ในจิตใจจนยากจะลบออกไป เสียงกรี๊ดเบาๆดังลอดออกมาจากเรียวปากสวย ร่างเล็กสั่นระริกด้วยอารมณ์ที่ตัวเธอเองก็ไม่สามารถแยกแยะได้ เข่าทั้งสองข้างเริ่มอ่อนแรงจนในที่สุดแรงโน้มถ่วงก็เรียกร้องให้มันตกลงกับพื้น ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วแต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะยังไม่รับรู้อะไร

น้ำตาไหลเป็นทางยาวโดยปราศจากเสียงสะอื้น ภาพเหตุการณ์ต่างๆไหลกลับเข้ามาในสมอง ไม่ว่าจะหลับตาลืมตาภาพนั้นก็ไม่เลือนหาย เสียงกรี๊ดเบาๆหลุดออกมาอีกครั้งและนั่นทำให้คนนอกที่อยู่ในเหตุการณ์ทนไม่ได้อีกต่อไป

“คุณท่านครับ คุณหนู...” ร่างสูงใหญ่ของลูกน้องคนสนิทของตระกูลขยับเข้าใกล้ มือกร้านเอื้อมไปหมายจะหาทางช่วยคุณหนูที่เคยเป็นแก้วตาดวงใจของทุกคนในบ้าน แต่...

“ปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไปนั่นแหละดีแล้ว” คนที่ควรเป็นห่วงคุณหนูมากที่สุดกลับพูดอย่างนี้

“แต่คุณท่าน ดูคุณหนูสิครับ ตัวสั่นไปหมดแล้ว คุณท่านปลอบให้คุณหนูสงบลงหน่อยก็ยังดี” แม้รู้ว่าพูดอย่างนี้ออกไปเขาจะได้รับอะไรเป็นสิ่งตอบแทน แต่เขาก็ยอมรับแต่โดยดี ภาพที่เขาเห็นน่าสงสารเกินกว่าที่เขาจะเมินเฉยได้

“นั่นไม่ใช่เรื่องของฉัน แกอยากทำอะไรก็ทำแล้วกัน แล้วถ้าหนูมีมี่กลับมา ให้เธอไปพบฉันด้วย” ผู้สูงวัยกำลังจะเดินจากไปโดยไม่สนใจหลานในไส้ของตัวเองเลยสักนิด

“มีมี่จะไม่กลับมาพักที่นี่แล้วครับ เธอย้ายออกไปพักข้างนอกซักพักใหญ่ๆแล้วครับคุณท่าน” ข้อมูลที่เขารายงานไปทำให้เจ้าบ้านชะงัก คิ้วที่เริ่มกลายเป็นสีเทาขมวดขุ่นเมื่อได้รับข้อมูลใหม่ที่ไม่ถูกใจเอาเสียเลย

“ใครสั่ง” เสียงที่ถามนั้นห้วนและสั้น แต่ก็ไม่แปลกนักที่เจ้าของคฤหาสน์จะพูดกับลูกน้องอย่างเขาแบบนี้

“ไม่มีใครสั่งครับ มีมี่ไปเอง เธอบอกว่านั่นจะช่วยให้เธอทำตามคำสั่งของคุณหนูได้สะดวกขึ้น”

ไม่มีเสียงตอบรับหรือปฏิเสธจากคนที่เขาพูดด้วย มีเพียงเสียงหายใจแรงๆและเสียงกรี๊ดแผ่วเบาจากคุณหนูโสรญาที่ยังนั่งตัวสั่นอยู่กลางห้องโถงเท่านั้น




 

Dome ;)

                กินข้าวคนเดียวอีกแล้วเรา... ใครมาเป็นผมก็ต้องเลือกทำอย่างนี้ทั้งนั้นแหละครับ เรื่องอะไรจะต้องไปนั่งเป็นส่วนเกินของดินเนอร์สุดหวีดหวานน้ำตาลเกาะตับ ไอ้สนุกมันก็สนุกอยู่หรอกที่ได้แซวได้ชง แต่คนเขาเพิ่งจะค้นพบความรู้สึกลึกๆในใจ แล้วจะให้ผมไปนั่งอ้วนอยู่ตรงนั้น... แค่นี้ยังเป็นส่วนเกินไม่พอหรือไง

                ชาร้อนควันฉุยส่งกลิ่นหอมฝาดๆแบบที่มันควรจะเป็น เข่งไม้ไผ่อย่างดีถูกทยอยยกออกมาวางเรียงรายตรงหน้า แผ่นแป้งที่นำไปผ่านความร้อนมาแล้วนั้นเป็นตัวใสจนมองเห็นไส้ข้างในที่เป็นกุ้งทั้งตัว เข่งข้างๆเป็นแป้งสีขาวเนื้อเนียนฟูจนโผล่พ้นเข่งออกมา ไหนจะมีถ้วยซุบร้อนๆหน้าตาน่ากินนั่นอีก อย่าให้ผมนับเชียวนะครับว่าข้างหน้าผมมีอาหารอยู่กี่อย่าง

                ฮ๊า...ติ่มซำ!! เห็นแล้วนึกถึงร้านประจำที่ภูเก็ตจังเล้ยยยยยย... อุ้ย!! เสียงอะไรอ่ะ (แม่หมู//คนอ้วนแถวนี้ท้องร้องค่ะลูกหมู อย่าได้สนใจเลย) แม่หมูหิวอ่ะเด่? มากินด้วยกันป่ะครับ แต่แม่หมูต้องเลี้ยงผมนะ (แม่หมู//ไม่เป็นไรค่ะลูกหมู หมูสองตัวนั่งโต๊ะเดียวกันแลดูแออัด แม่หมูไปหาอะไรทานก่อนละกันนะคะ) ตามสบายครับ ผมก็จะจัดการสารพัดเข่งตรงหน้าเหมือนกัน

                ถ้าเป็นเมื่อก่อน การมานั่งกินข้าวคนเดียวของผมเป็นเรื่องที่สุดแสนธรรมดามากครับ แต่...เมื่อไม่นานมานี้ ใครบางคนทำให้อะไรๆเปลี่ยนไป กี่ครั้งแล้วนะที่มีผู้หญิงคนหนึ่งโผล่มาเจอผมเวลาที่ผมกำลังต้องการใครซักคน ครั้งแรกที่เจออาจเป็นเพียงอุบัติเหตุ แต่ครั้งต่อๆมากลับไม่ใช่ เหมือนเธอจะรู้ว่าผมอยู่ที่ไหน ทำอะไร หรือว่ามันจะเป็นพรหมลิขิต? อืม...ผมก็ว่ามันเป็นไปได้นะ

                ผมมองซ้ายทีขวาที พยายามมองหาคนที่ชอบโผล่มาแทบทุกครั้งที่ผมคิดถึง และ...นั่นไง




 

KangSom :D

                มีบอดีการ์ดที่ไหนต้องเปลืองเนื้อเปลืองตัวแบบผมบ้าง? คงไม่มีสินะ... ดูเหมือนเจ้านายหน้าหมีจะกลายร่างเป็นหมีทะเลมือปลาหมึกไปแล้วเรียบร้อย พอยอมเข้าหน่อยล่ะหื่นขึ้นเชียวนะคนเรา เหอะ! พูดเหมือนแกเล่นตัวเนอะ KS ไม่ใช่แกหรอกเหรอที่ยอมให้เขานอนกอดอยู่เป็นนานสองนาน ตอนนี้ไอ้คนมือไวมันก็ต้องการอะไรที่มากขึ้นสิ... ทำไมผมไม่คิดเรื่องนี้ได้นานแล้วน๊า

                มื้อเย็นผ่านไปอย่างเรียบง่าย สุดท้ายก็เป็นพี่ฮั่นเองนั่นแหละครับที่งอแงจะกลับบ้านท่าเดียว ซึ่ง...ผมก็ไม่รู้ว่าเขาจะงอแงไปทำไม ในเมื่อพวกมาลัยก็อยู่ในมือ ทำอย่างกะถ้าผมไม่อยากกลับบ้านผมจะสั่งให้เขาเลี้ยวไปทางอื่นได้อย่างนั้นแหละ น่าแปลกนะครับที่ผมเรียกที่แห่งนี้ว่า บ้าน อย่างเต็มปากเต็มคำ ผมเคยทำงานให้ใครต่อใครมาหลายคน ต้องไปอาศัยอยู่กับเจ้านายมาก็ไม่น้อย แต่สถานที่เหล่านั้นสำหรับผมล้วนแต่เป็น ที่ทำงาน ที่ไม่ได้มีความหมายอะไรลึกซึ้ง แต่ที่นี่...กลับเป็น...บ้าน

                “พรุ่งนี้วันหยุด พี่ฮั่นอยากไปไหนเป็นพิเศษหรือเปล่าครับ” ผมถามออกไปเมื่อเห็นว่าร่างใหญ่ที่เอนกายอยู่บนเตียงยังไม่หลับ เกมฟุตบอลในโทรทัศน์คงทำให้คนที่ทำตัวเองให้ยุ่งมาทั้งวันยังไม่ยอมปิดตาลงได้ ผมเดินไปกดปิดภาพเคลื่อนไหวนั้นโดยไม่สนใจสายตาที่มองมาของเจ้านาย นี่ก็ดึกมากแล้ว และเจ้านายของผมก็ควรได้พักผ่อนเสียที

                “ปิดทีวีพี่ทำไมแกงส้ม พี่ยังดูบอลไม่จบเลย นี่เพิ่งจะเริ่มเกมเองนะ” โวยวายเป็นเด็กๆไปได้ ใครมาเห็นเข้าได้หมดความน่าเชื่อถือกันพอดี ท่านประธานนะท่านประธาน

                “พี่ฮั่นครับ ดึกแล้ว...นอนเถอะครับ พรุ่งนี้ค่อยตื่นมาดูผลก็ได้”

                “พรุ่งนี้ก็เป็นวันหยุด พี่ตื่นสายนิดสายหน่อยไม่เห็นเป็นไรเลย” น้ำเสียงดื้อดึงเหมือนหมีน้อยถูกขัดใจยังไงอย่างงั้น

                “นอนเหอะพี่ฮั่น ไม่เหนื่อยบ้างหรือไง พี่ไม่เหนื่อยแต่ผมเหนื่อยนะ” ผมซุกตัวลงไปใต้ผ้าห่มข้างที่ยังว่างอยู่ แม้ตอนนี้คนตัวใหญ่จะนอนอย่างสบายอยู่อีกฟากของเตียง แต่ผมแน่ใจว่าอีกไม่นานเขาต้องปิดระยะห่างนั้น และผมก็ไม่ขัดขืนซะด้วย เล่นตัวหน่อยไหมแกงส้ม (แม่หมู//กำลังจะบอกอยู่เชียว) ดวงตาคมเป็นประกายวิบวับ ราบกับเจ้าตัวกำลังพอใจในสิ่งที่ผมพูดออกไป ผมนึกแปลกใจกับท่าทางนั้น นี่พี่ฮั่นคิดอะไรอยู่กันแน่

                “ที่แกงเหนื่อยเพราะแกงเอาแต่วิ่งอยู่ในหัวใจพี่ทั้งวันใช่ไหมล่ะ”

ห๊า! อะไรนะ!!

“...” ถ้าเป็นในการ์ตูน ตอนนี้คงมีเสียงอีกาที่บินผ่านร้องดัง... (แม่หมู//อาห้อย...อาห้อย...) กาที่ไหนร้องอาห้อยอ่ะแม่หมู กาก็ต้องร้อง ก๊า...ก๊า... ดิ เอ้อออออ ผมเพลียแม่หมูจริงๆ (แม่หมู//คนนึงเพลียคนนึงเบื่อ เธอสองคนคงเป็นเนื้อคู่กันสินะ)

“แง่ะ...อย่าเงียบดิ นี่รวบรวมความกล้านั้นนานนะเนี่ยกว่าจะกล้าเล่น หน้าแดงให้พี่ชื่นใจหน่อยก็ยังดี” แล้วดูพูดเข้าสิครับ ทำไมถึงได้น่ารักอย่างนี้นะพี่ฮั่น

“พี่ฮั่นนนนนนน เสี่ยวไปนะพี่ ผมจะเขินเลยเขินไม่ออกเลย”

“สรุปว่าถ้าไม่นับความเสี่ยว แกงก็เขินสินะ ดีใจนะเนี่ย” ในที่สุดช่องว่างระหว่างเราก็ถูกปิดลง...

เจ้านายกับบอดีการ์ด สถานะกับความสัมพันธ์ที่ไม่ใกล้เคียงกันเลยสักนิด ถ้าซ้อหมีรู้เรื่องนี้เข้าคงไล่ผมออกจากงานทันที ซ้อย้ำนักย้ำหนาเรื่องความรักกับหน้าที่ สำหรับบอดีการ์ด หน้าที่ต้องมาก่อนเสมอ และความรักกับนายจ้างเป็นเรื่องต้องห้าม แต่ผม...บอดีการ์ดมือหนึ่งที่ซ้อภูมิใจกลับเป็นคนแหกกฎเหล็กข้อนั้นซะเอง ถึงแม้ตอนนี้ผมยังไม่แน่ใจในความรู้สึกของตัวเอง ยังไม่รู้ตัวว่ารักพี่ฮั่นแล้วหรือยัง แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมมั่นใจ...

ผมกำลังจะรักผู้ชายคนนี้เข้าแล้วจริงๆ

“แกงส้ม คิดอะไรอยู่ บอกพี่ได้ไหม” พี่ฮั่นถามขึ้นเบาๆ ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นทำให้เกิดความอุ่นใจพร้อมๆกับเร่งอัตราการเต้นของหัวใจ ผมเบียดตัวเข้าหาความอบอุ่นที่ผมจับต้องได้....

“ทำไมพี่ฮั่นถึงคิดว่าผมกำลังคิดอะไรอยู่ล่ะครับ” ผมถามแนบอกกว้างที่คุ้นเคย อวัยวะสำคัญเต้นตุบๆอยู่ในแผงอกแกร่งนั้นเต้นแรงไม่ต่างจากของผม มือหนาของคนเป็นนายแตะเบาๆที่ข้างแก้ม แรงผลักเพียงนิดก็ทำให้ผมเงยหน้าขึ้นสบดวงตาคมที่มองนิ่งรออยู่ก่อนแล้วได้ ความห่วงใยฉายชัดในแววตา ความรู้สึกที่ผมไม่เคยได้รับจากเจ้านายคนไหน มีแต่เจ้านายที่กำลังจะกลายเป็นเจ้าของหัวใจเท่านั้นที่มอบให้อย่างไม่ปิดบัง

“นายขมวดคิ้ว” นิ้วแกร่งลูบเบาๆไปตามแนวคิ้ว ก่อนจะไล่ลงต่ำจนมาถึงริมฝีปาก “แล้วก็ทำปากยื่น... แถมจมูกบานอีกต่างหาก” รอยยิ้มเล็กๆบนใบหน้าและเสียงหัวเราะที่ก้องในลำคอสั่งให้ผมปัดมือของพี่ฮั่นออก

“ใครทำจมูกบาน ผมเปล่าซะหน่อย”

“ใครก็ไม่รู้” พี่ฮั่นพูดกลั้วหัวเราะ แต่ไม่นานนัก เสียงห้าวก็กลับไปจริงจังเหมือนเดิม “บอกพี่ได้หรือยังว่าคิดอะไรอยู่ แกงก็รู้ว่าระหว่างเรา พี่ไม่ใช่แค่เจ้านาย” ผมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ถ้ารักที่จะอยู่ด้วยกันแบบนี้ ผมก็ไม่ควรจะปิดบังอะไรจากเขาใช่ไหมครับ

“พี่ฮั่นรู้ไหมครับว่ากฎเหล็กข้อหนึ่งของบอดีการ์ดคืออะไร” ผมถามออกไปแทนที่จะให้คำตอบกับเจ้านาย

“ดูแลนายจ้างให้ดีที่สุดมั้ง ไม่รู้สิแกงส้ม พี่ไม่เคยเป็นบอดีการ์ดนี่นา นายบอกพี่สิ”

“เรื่องดูแลมันเป็นหน้าที่ครับ แต่ข้อห้าม กฎเหล็กที่ห้ามฝ่าฝืนมีอีกอย่าง...” ผมเว้นจังหวะการพูดขณะที่จ้องลึกเข้าไปในดวงตา “...บอดีการ์ดห้ามมีความรัก โดยเฉพาะความรักกับ...กับ... เฮ้อออ โดยเฉพาะกับคนที่เป็นนายจ้าง”

“แกงส้ม... นายกำลังจะบอกอะไรพี่” วงแขนแข็งแรงเกร็งจนผมรู้สึกได้ แรงบีบที่แขนนั้นรุนแรงจนผมเจ็บ แต่ผมก็ไม่ปริปากบ่นซักคำ ผมรู้ว่าพี่ฮั่นไม่ได้ตั้งใจ

“บอดีการ์ดกับเจ้านายรักกันไม่ได้ครับ มันเป็นกฎ” กฎที่ผมกำลังจะแหก กฎที่ผมไม่ยินยอมที่จะปฏิบัติตามอีกต่อไป

“ใครเป็นคนตั้งกฎนี้ ไร้สาระ แกง พี่ว่า...”

“พี่ฮั่นครับ ความใกล้ชิดสนิมสนมจนเกินไปของบอดีการ์ดกับเจ้านายเป็นความเสี่ยงอย่างหนึ่งที่บอดีการ์ดต้องหลีกเลี่ยง” แต่ผมคงทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะผมมาไกลเกินไปแล้ว ผมตะโกนประโยคนี้อยู่ในใจ เพราะยังไม่กล้าพอจะพูดออกไปเต็มปาก สิ่งที่ผมบอกได้มีเพีนงเหตุผลของกฎข้อนี้ เหตุผลที่ควรทำให้พี่ฮั่นเป็นกังวล “มันอาจจะเป็นช่องโหว่ให้ผู้ไม่หวังดีใช้เพื่อมาทำร้ายนายจ้างได้”

“แต่ไม่มีกฎไหนห้ามไม่ให้เจ้านายรักบอดีการ์ดใช่ไหม”

“อะไรนะครับ” ผมอึ้ง...อึ้งในสิ่งที่ได้ยิน น้ำเสียงราบเรียบจนผมแปลความหมายอะไรไม่ออก เขาเสียใจหรือเปล่า? ในดวงตามีแววของความเสียใจ แต่น้ำเสียงกลับอ่านอะไรไม่ได้เลย

“ไม่มีกฎไหนห้ามไม่ให้เจ้านายรักบอดีการ์ดใช่ไหม”

“พี่ฮั่นหมายความว่ายังไงครับ”

“มีแต่กฎสำหรับบอดีการ์ด ไม่มีกฎสำหรับเจ้านายอย่างพี่ใช่ไหม ถ้าการที่บอดีการ์ดจะรักเจ้านายมันเป็นเรื่องผิด... ไม่เป็นไร เพราะเจ้านายอย่างพี่จะรักบอดีการ์ดอย่างนายเอง”

“พี่ฮั่น”

“อีกอย่าง นายยังไม่ได้รักพี่ซะหน่อย อย่าเพิ่งเป็นกังวลเรื่องนี้เลย นอนเถอะ ไหนว่าดึกแล้วไง นอนกันซะที พรุ่งนี้เราค่อยคิดแล้วกันว่าจะไปไหน หรือไม่ก็นอนเล่นอยู่บ้านอย่างนี้ก็ได้” น้ำเสียงของเจ้านายดูจะไม่เดือดเนื้อร้อนใจกับสิ่งที่พูดเลย ทั้งๆที่การที่เขาคิดว่าผมไม่ได้รักเขานั้นควรจะเป็นความเจ็บปวด แต่นี่...พี่ฮั่นยังพูดออกมาหน้าตาเฉย มันหมายความว่ายังไง คนเรา...เมื่อรักใครไปแล้ว ก็ต้องการให้คนๆนั้นรักตอบไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมพี่ฮั่นทำเหมือนเรื่องนั้นไม่มีความหมายสำหรับเขาอย่างนี้ล่ะ

“พี่ฮั่นพูดเหมือนไม่มีอะไร”

“มันก็ไม่ได้มีอะไรนี่ นายยังทำหน้าที่ของนายดีเยี่ยม ยังไม่ได้แหกกฎซักข้อ นายจะกังวลอะไรแกงส้ม นอนเหอะ”

ปากบอกว่าไม่มีอะไร แต่สายตาไม่ใช่ ผมอ่านออกไม่ผิดแน่ ถ้าพี่บอกว่า... พี่รักแกง... แกงจะรักพี่ไหม พี่ฮั่นเพิ่งถามผม แล้วอยู่ดีๆจะมาบอกว่ามันไม่มีอะไร... เป็นไปไม่ได้

“แล้วคำถามนั้น พี่ฮั่นไม่อยากได้คำตอบแล้วเหรอครับ”

“ถ้าคำตอบมันอาจต้องทำให้พี่เสียใจ สู้พี่ไม่รู้ไม่ดีกว่าเหรอ นายก็เพิ่งจะบอกพี่ว่าไม่พร้อมจะทำให้พี่เสียใจ แต่นายก็ยังตอบพี่ไม่ได้เหมือนกัน ให้มันเป็นแบบนี้ก็ได้ พี่ไม่เสียใจ...นายก็ยังไม่แหกกฎ พี่โอเคนะ” พี่ฮั่นโอเค แต่ถามผมซักคำไหมว่าผมโอเคด้วยหรือเปล่า ผมอยากให้มันเป็นอย่างนี้เหรอ?

“ผมเป็นบอดีการ์ดที่ไม่ดี” ผมรู้ว่าเสียงที่ผมพูดออกไปนั้นเบา แต่ผมก็มั่นใจว่าพี่ฮั่นได้ยิน

“ใครว่าล่ะแกงส้ม นายดูแลพี่อย่างดี นายเป็นบอดีการ์ดที่ดี...ดีมากซะด้วย อย่าว่าตัวเองแบบนั้นเลยนะ” น้ำเสียงปลอบประโลมแบบนั้นเป็นเสียงที่ผมไม่ควรได้รับเอาเสียเลย ความรักทำให้คนยอมได้ขนาดนี้เชียวหรือ ไม่ใช่ว่าผมไม่เคยมีความรัก แต่ผมไม่เคยรู้สึกว่าความรักครั้งไหนของผมมันยิ่งใหญ่เท่านี้มาก่อน ใครซักคนที่พร้อมจะรักทั้งๆที่รู้ว่าอีกคนอาจไม่สามารถรักตอบได้ ยังมีคนแบบนี้เหลืออยู่บนโลกจริงๆเหรอ?

“ผมไม่อยากเป็นบอดีการ์ดที่สมบูรณ์แบบอีกต่อไปแล้วพี่ฮั่น กฎข้อนั้น...ผมทำตามไม่ได้จริงๆ พี่ฮั่นคงไม่ว่าอะไรผมนะครับ” พูดจบผมก็รีบหลับตาลงทันที วันนี้เอาไว้แค่นี้ก่อนแล้วกัน พี่ฮั่นอย่าเพิ่งว่าอะไรผมนะ ในเมื่อพี่บอกเองว่าพี่รอได้ พี่ไม่รีบ และไม่ได้อยากเรียกร้องอะไรมากมาย ให้เวลาผมอีกซักพักนะครับ อีกนิดเดียว...นิดเดียวเท่านั้น

“แกง... แกงหมายความว่า”

“ฝันดีนะพี่ฮั่น รู้แค่ว่าผมไม่อยากทำตามกฎข้อนั้นแล้วก็พอ”

อ้อมกอดรัดแน่นขึ้นโดยไม่ทันได้ตั้งตัว จมูกโด่งฝังลงบนแก้ม...แผ่วเบา... และเนิ่นนาน ใบหน้าร้อนวูบขึ้นทันทีเมื่อสัมผัสอ่อนหวานถูกระบายลงบนใบหน้า ริมฝีปากร้อนจัดแตะลงบนมุมปากอย่างแผ่วเบา แม้จะไม่ได้ลืมตาผมก็รู้สึกได้ว่าใบหน้าหล่อเหลานั้นยังคลอเคลียอยู่ใกล้ กลิ่นลมหายใจหอมๆวนเวียนอยู่ในอากาศที่ผมสูดเข้าไปเต็มปอด

“ฝันดีนะ บอดีการ์ดแกงส้ม”

-----------------------------------------------------------------------------------------------

แม่หมู // ต่อให้นานเพียงใดรักแท้ก็ยังคงเป็นรักแท้... << เอิ่มมม จะร้องเพลงนี้ทำไม?? ไม่มีอะไรค่ะ โปรโมทเพลงให้ลูกหมูเฉยๆ #ห๊ะ 55555

จะบอกว่าไม่ว่ายังไง ฟิคก็เป็นเพียงฟิค จิ้นเป็นเพียงความสุขเล็กๆของคนอย่างเราๆท่านๆ และตราบใดที่การจิ้นและความฟินไม่ก่อให้เกิดเรื่องเดือดร้อนแก่ใคร ก็คงจะไม่ผิดอะไรที่เราจะจิ้นต่อไปใช่หรือไม่คะ??

สำหรับแม่หมู ฟิคคือโลกจินตนาการ Bear Bodyguard เป็นอีกโลกที่แม่หมูเป็นผู้กำหนดว่าจะดำเนินต่อไปอย่างไร ทุกฉากเกิดขึ้นจากจินตนาการและความตั้งใจที่จะมอบความสุขให้ตัวเองที่ได้แต่งและให้รีดเดอร์ที่ได้อ่าน หากมีส่วนใดหรือตอนใดไม่ถูกใจ แม่หมูคงทำได้แค่ "ขออภัย" และแสดงความเสียใจที่ท่านเปิดมาเจอ แต่...แม่หมูก็จะยังแต่งต่อไป ในแบบที่แม่หมูอยากแต่ง... ตามนั้นนะคะ

ขอระบายอีกนิด... ฟิคจะ "ใส" หรือ "ไม่ใส" มันเอาอะไรมาตัดสิน หากบอกว่าฉากรัก...เลิฟซีน...ต่างๆมันน่ารังเกียจ งั้นปฏิเสธมาสิคะว่าในชีวิตจริงคุณไม่เคยทำอย่างนั้น คุณไม่เคยทำสิ่งเหล่านั้นกับคนที่คุณรัก ไม่ว่าจะ ชายหญิง หญิงหญิง หรือชายชาย เมื่อมาถึงจุดหนึ่ง คุณจะปฏิเสธอิฉันหรือว่าคุณไม่แสดงออกซึ่งความรักแก่กัน


เฮ้ออ!! ขออภัยรีดเดอร์ที่บ่นยาวไปนิสค่ะ ความคิดคนมันห้ามกันไม่ได้ แต่วิธีคิด และการรู้จักคิด การคิดให้เป็นมันสอนกันได้ คนที่ทำไม่ได้... ละไว้ในฐานที่เข้าใจค่ะ


รักรีดทุกท่าน ขอบพระคุณอย่างสูงที่ทนไรท์จอมเหวี่ยงมาได้จนถึงฟิคเรื่องที่สอง ,, ตอนหน้าคืนวันศุกร์หลังจบคุณชายหมอนะคะ(เหตุผลง่ายๆที่อัพฟิคเวลานี้ เก๊าติดละครไงตัวเธอออออออ) >w<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,121 ความคิดเห็น

  1. #1071 dragonballks (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 กันยายน 2556 / 21:48
    อ๊ากกกกกกกกกกกก แหกเลย แหกเลย เก๊าถือกฏที่ความ กฏนั้นมีเอาไว้แหก

    55555555 แกงรักพี่ฮั่นแล้วววว รักมานานแล้วด้วย เก๊าคนนอกเก๊ายังรู้เลย

    แกงอ่ะ รักพี่ฮั่นเต็มประตู -/////-
    #1,071
    0
  2. #1036 `.เมื่อสัปดาห์ก่อน-? (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 กันยายน 2556 / 21:59
    เกร้สสส :))
    อ่านแล้วเขินเป็นบ้า.
    หินโดนน้ำซัดยังกร่อนได้เลย
    ไฉนใจคนจะอ่อนลงไม่ได้

      

    'หวาน'
    #1,036
    0
  3. #614 lemon (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2556 / 12:35
    ถ้าแกงจะแหกกฎก้อไม่เป็นไรหรอก

    ทำตามหัวใจไปโลด
    #614
    0
  4. #561 happyf (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2556 / 00:53
    แกงทำตัวน่ารักอีกแล้ว เขินอ่ะ>//////< เข้าใจความรู้สึกพี่ฮั่นเลยอ่ะ5555อินเกิน ชอบมากๆเลยอ่ะแม่หมู:)
    #561
    0
  5. #527 TheDreamTD (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2556 / 12:59
    พี่แกงเป็นเด็กดีมากแหกกฎข้อนี้ไม่เป็นไรนะเค้าให้อภัยแหกไปเลย >< พี่หมีไม่เสียใจแล้ว อาห้อย อาห้อย
    #527
    0
  6. #514 bill (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2556 / 22:22
    พูดได้คำเดียวว่าซึ้งมากเลยอ่ะแม่หมู ซึ้งจริงๆนะ
    #514
    0
  7. #504 kat (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2556 / 15:08
    อาห้อยย อาห้อยยย
    #504
    0
  8. #502 iamtoei (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2556 / 11:29
    พี่แกงกฏไม่ได้มีไว้ให้ทำตาม กฏมีไว้แหกคะ5555555
    #502
    0
  9. #501 Ninewjomzon_33 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2556 / 21:50
    อ๊ากกกกก น้ำตาลเรียกพี่ หวานไปน่ะแม่หมู 55555555 
    #501
    0
  10. #500 aee (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2556 / 21:10
    หวานกำลังดี ไม่มากไม่น้อย

    ทำให้ใจเราเป็นสุขได้อยากไม่น่าเชื่อ

    กับที่น้องแกงจะเป็นบอดี้การ์ดที่น่ารักได่ขนาดนี้
    #500
    0
  11. #499 Joy Yoo (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2556 / 20:52
    อ้ากกกกกหวานจ้า
    ชอบๆๆๆๆๆ
    แม่หมูใครว่าอะไร
    อย่าได้แคร์
    เรายังเดินหน้าฟินกันต่อไป
    #499
    0
  12. #498 loveksหัวใจจะวาย (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2556 / 17:22
    กรี๊ดดด หวานมากก

    แกงแหกกฏไปเหอะนะขอร้อง อ๊ายย เขินอ้ะ
    #498
    0
  13. #497 Gultida (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2556 / 16:59
    น่ารัก น่าหยิก ชอบจัง ยิ่งตอนท้ายๆยิ่งชอบ (เราเป็นคนโรแมนติคตั้งแต่เมื่อไหร่)

    แม่หมูเอาอะไรมาชอบหมดแหละ(จริงๆ) ปกติเป็นคนที่ตรงๆ ไม่ค่อยอ้อมค้อม

    อยู่กับกลุ่มเด็กผู้ชายมากๆ มันต้องนิ่ง แรง เข้าใจ เข้าถึง เลยจะเป็นนิสัย

    แม่หมูเข้าใจธรรมชาติของคนถูกต้องแล้ว ความรู้สึกกับการแสดงความรู้สึกธรรมชาติสร้างมาให้สัมพันธ์กันอยู่แล้ว
    #497
    0
  14. #496 รักฮั่นแกงมั่ก ๆ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2556 / 15:18
    ต้องหาคนมาเร่งกระตุ้นความรู้สึกของแกงให้ชัดเจนซะแล้วมั้ง แม่หมู คริ คริ

    หาใครสักคนมาเกาะแกะกับท่านประธานฮั่นทีสิ อยากเห็นบอดี้การ์ดหึงอ่ะ อยากรู้จังเวลาเห็นคนอื่นมาเกาะแกะกับท่านประธาน บอดี้การ์ดหน้าหวานคนนี้จะออกอาการยังไง รออ่านต่อด้วยใจจดจ่อ ขอบคุณค่ะ
    #496
    0
  15. #495 ♡ ต้มยำทำกุ้งแกง (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2556 / 12:05
    เขินอ่ะ ฮึ้ยยยย >///////////<
    #495
    0
  16. #494 GanG (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2556 / 11:49
    อุ๊ย บอกรักทางอ้อมด้วย >\\\\\\<
    #494
    0
  17. #493 bull (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2556 / 11:40
    กฎมีไว้แหกนะคะพี่แกง 555
    #493
    0
  18. #492 jewel *28 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2556 / 11:10
    อ๊าย เขินอ่ะ กว่าพี่แกงจะบอกได้ พี่ฮั่นก็พูดขัดซะยาวเหยียด 555 ที่แท้คนนั้นก็คือโสรญานี่เอง จะมาแก้แค้นสินะ พี่ฮั่นพี่แกงดูแลกันดีๆนะ รออ่านต่อนะคะแม่หมู
    #492
    0
  19. #490 tutun (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2556 / 08:19
    แม่หมูเก็บกดใช่มะ บ่นยาวเลย555 
    #490
    0
  20. #489 suzu (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2556 / 07:12
    อร๊ายยยย เขินอ่ะ น้องแกงจ๋ารีบบอกรักพี่เค้าไปเลยลูก แหกไปเลยกฎอ่ะ 555

    ให้กำลังใจแม่หมูค่ะ คอยติดตามฟิคแม่หมูตลอด เราจะจิ้นและฟินกันต่อไปค่ะ
    #489
    0
  21. #487 satang (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2556 / 00:15
    ชัดเจนได้แล้วววววน้าาาาแกงงง เขินอ่ะ ><

    รออ่านอยู่นะจ้ะ ให้กำลังใจแก่แม่หมูผู้น่ารัก ^O^

    ปล.ฉากเลิฟซีนคนไม่มีจินตนาการในความรักเขาอ่านไม่รู้เรื่องหรอก -_-

    (ต้องหื่นๆๆป่ะ) #oops #หลบ #วิ่งงงงงงงงง

    #487
    0
  22. #486 pcard (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2556 / 23:54
    อ๊ายยยยย แกงอ่า >o< น่ารักไปนะ
    กว่าจะเข้าใจนะพี่หมี อิอิ ^o^
    #486
    0
  23. #485 Cucci (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2556 / 23:52
    เขินมากเบยยยยยยยยยย แม่หมู >.<

    พี่ฮันนี่เอาใจไปเลยอ่ะโหย นายใจมากว่ะ

    แกงส้ม แหกไปอ่ะดีแล้ว กฏมีไว้แหกค่ะ นายต้องสู้ ตอนหน้าก็บอกรักพี่ฮั่นซักทีนะแกงนะ เรารออยู่ใจจิขาด TT

    เป็นกำลังใจให้แม่หมูนะคะ
    #485
    0
  24. #484 waa (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2556 / 23:50
    กฎ มีไว้แหก เชื่อพี่
    #484
    0
  25. #161 windylee (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2556 / 16:09
    อาห้อย อาห้อย รักเค้าแล้วก็บอกไปสิ แกงส้ม -///-
    #161
    0