ปิดโอน [GOT7] You're my danger #dangermb

ตอนที่ 32 : DANGER TWENTY-NINE [140%] ✔

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25,073
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 383 ครั้ง
    6 เม.ย. 60






หลังจากที่พี่มาร์คพูดประโยคนั้น พี่เขาก็ปล่อยผมให้เป็นอิสระ ก่อนจะเดินตรงไปข้างในห้องผมเหมือนกับเป็นคนตัวเอง มันเลยทำให้มือผมเผลอคว้าไปที่แขนอีกฝ่าย ก่อนจะชี้ไปที่ประตูทางออก เป็นเชิงบอกให้ออกไป



"ไม่กลับ?"


"ทำไมกูต้องกลับ?"


"แต่นี่ห้องเรา"


"แล้ว?" 


"พี่ควรกลับห้องสิ เพราะนี่มันห้องเรา" 


"ห้องมึงแล้วทำไม?" 



พี่เขาหันมาถามก่อนจะหันไปใช้รีโมทเปลี่ยนช่องโทรทัศน์ไปเรื่อยๆ จนมาหยุดที่หนังเรื่องนึงเลยทำให้สายตาผมเผลอดูโทรทัศน์ไปด้วย ตอนนี้มันมีฉากเป็นเหมือนอยู่ในห้องอะไรสักอย่างมืดๆ แต่อยู่ดีๆกล้บมีผู้หญิงผมยาววิ่งพุ่งออกมา ทำให้ผมที่ดูอยู่เผลอสะดุ้งด้วยความตกใจ เพราะความจริงผมเป็นพวกไม่ถูกกับหนังแนวสยองขวัญ ถ้าจะดูต้องหาเพื่อนดูเป็นเพื่อน จะไม่ยอมดูคนเดียวเด็ดขาด



"หึ มานั่งนี่มาพี่มาร์คหันมาอีกครั้งก่อนจะมองที่โซฟาเป็นเชิงให้ผมไปนั่ง แต่เรื่องอะไรกันละผมไม่ชอบดูหนังผีสักหน่อย 


"ไม่เอาอ่ะ"


"กลัว?" 


"เปล่า"


"ถ้าไม่กลัวก็มาดู" 



จนสุดท้ายผมก็มานั่งดูจนได้ ตอนแรกมันก็ยังคงไม่มีอะไร ก็ดำเนินเรื่องไปเรื่อยๆจนกระทั่งถึงฉากที่ไฟในบ้านดับทุกดวง ฉากนี่ผมแอบสะดุ้งเล็กน้อย หนังยังคงดำเนินเรื่องในความมืดไปเรื่อยๆ จนกระทั่ง..



"เห้ย!"


"เห้ยยยยยยยยยย!!!!" 



ผมแหกปากตะโกนลั่นออกมาทันที ก่อนจะเผลอหลับตาปี๋ แล้วพุ่งเข้าไปกอดแขนคนข้างๆเนื่องจากเมื่อกี้ฉากในโทรทัศน์มันมืดมาก ประกอบกับที่พี่มาร์คตะโกนออกมา มันเลยทำให้ผมหลับตาโดยอัตโนมัติ แล้วร้องออกมาด้วยความตกใจ เพราะคิดว่าในฉากนั้นต้องมีอะไรแน่ๆ ไม่งั้นพี่เขาจะตะโกนออกมาทำไม



"อะไรอ่ะพี่พี่เห็นอะไร?"


"..."


"บอกมาเร็วๆแต่ด้วยความอยากรู้ก็ถามออกไป ไม่เห็นแต่ก็ขอรู้พอ แต่อีกฝ่ายก็เงียบไม่ตอบอะไรกลับมา


"ไม่มีอะไร"


"แล้วพี่จะ 'เห้ยทำไม?" 


"ไม่รู้"



ผลั่วะ!



"เล่นบ้าอะไรเนี่ย?!" ผมผละตัวออกมา ก่อนจะชกเข้าไปที่ต้นแขนอีกคนอย่างแรง นี่คือเขาแกล้งผมชัดๆ


"นี่หรอไม่กลัวร้องซะดัง"



พี่มาร์คหันมามองด้วยสายตาที่ผมเห็นแล้วค่อนข้างไม่พอใจ ได้ ในเมื่อจะเล่นกันแบบนี้ ผมก็จะทำคืนบ้าง จะได้รู้กันกันไปเลยว่าจะเก่งแต่ปากหรือเปล่า 


ผมหันหน้ากลับไปมองจอโทรทัศน์อีกครั้ง ตอนนี้ถึงฉากที่เด็กสองคนวิ่งไปซ่อนตัวในที่ต่างๆแล้วแต่ละที่ก็มืดมากเสียด้วย จังหวะนี้แหละ



"แฮ่!!" 


"..."



มีเพียงสายตานิ่งๆตอบกลับมา ไร้ซึ่งความตกใจ เมื่อกี้ผมหันไปทำเสียงดังใส่ หวังว่าจะทำให้ตกใจเหมือนที่ผมตกใจ แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีความตกใจเลยแม้แต่นิดเดียว 


เห็นดังนั้นผมจึงหันไปสนใจกับสิ่งที่กำลังฉายข้างหน้าต่อ ตอนนี้หน้งฉายไม่เรื่อยๆ ไม่มีอะไรโผล่มาให้น่าตกใจ แต่คงเป็นเพราะผมมัวแต่โฟกัสหนัง เลยทำให้ไม่รู้เลยว่ามีอะไรบางอย่างค่อยๆคลืบคลานเข้ามาใกล้.. 



"...ขนตามึงยาว"


"หื้ออ้ะ.." 



เสียงชิดริมหูทำให้ผมเผลอหันไปทางต้นเสียง ก็พบว่าพี่มาร์คขยับเข้ามาใกล้มาก ใกล้จนตอนหันกลับไปเมื่อกี้ปลายจมูกเราเฉียดกันไปนิดเดียว เลยทำให้ผมเขยิบตัวออกห่างโดยทันที แต่พี่มาร์คเหมือนจะรู้ทันความคิดผม เลยเอื้อมมืออ้อมหลังผมก่อนจะล็อคเข้าที่เอวเพื่อไม่ให้ผมเขยิบไปไหนได้



"เขยิบออกไปหน่อย"


"..."


"แล้วก็เอา 'มือออกไปด้วย" 



ไม่รู้ว่าทำไมแค่พี่เขาเขยิบเข้ามาใกล้ ทำไมต้องใจสั่นขนาดนี้ ตอนนี้ความรู้สึกข้างในมันตีกันยุ่งเหยิงไปหมด เหมือนข้างในมันแบ่งเป็นสองฝ่าย โดยที่มีผมเป็นคนเลือกว่าอยู่จะฝ่ายไหน.. 



"...จูบได้ไหม?"





xxxxx 





"...จูบได้ไหม?"



ทั้งทึ่ผมจะทำเลยก็ได้ แต่ผมไม่ทำ ครั้งนี้ผมจะถามอีกคนแทน ถ้าเขาปฏิเสธผมก็จะไม่ทำ ตอนนี้ปฏิกิริยาคนตรงหน้าเหมือนลูกแมวตัวนึง นัยต์ตาสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด เหมือนเขากำลังสับสนอะไรหลายๆอย่าง 



"ไม่" 


"ทำไมเพียงแค่เขาให้เหตุผลที่ดีกับผมได้ ผมก็จะทำตามที่เขาต้องการ


"แล้วทำไมพี่ต้องมาจูบเราเราเป็นผู้ชายนะ ทำไมพี่ไม่ไปจูบผู้หญิงคนอื่นแทนหล่ะ?"


"..."


"ผู้หญิงคนที่มาห้องพี่วันนั้นก็ได้ เขาดูชอบพี่นะ พี่ก็น่าจะชอบเหมือนกันนิ สวยขนาดนั้นคงจะหมายถึงวันที่แจ็คสันมีปาร์ตี้ที่ห้อง พอดีกับที่วันนั้นที่เด็กนี่มาห้องผมพอดี หึ ดูก็รู้ว่าตอนนี้อีกฝ่ายกำลังประชด ทั้งนํ้าเสียง และแววตามันบอกออกมาหมดแล้ว



"...อย่าโง่ไปหน่อยเลย"



"...ตั้งแต่เจอมึง"



"...กูก็ 'จูบใครไม่ได้อีก" 



เสียงหัวใจของอีกคนเต้นแรงมาก มันเต้นแรงจนผมสัมผัสได้ถึงแรงนั่น สักพักก่อนที่ร่างเล็กจะโน้มมาซุกระหว่างช่วงคอถึงหัวไหล่ผมเหมือนคนหมดแรง 



"เราต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ" 



นํ้าเสียงเล็กพูดเหมือนกับพึมพำกับตัวเอง ดังนั้นผมเลยกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ก่อนจะกระซิบบอกอีกฝ่ายเบาๆให้ได้ยินกันแค่สองคน..



"...อาทิตย์หน้าไปดูดาวกัน"





xxxxx





ผ่านไปเกือบอาทิตย์แล้ว นับตั้งแต่วันนั้น วันที่ผมยอมแพ้ที่จะฝืนความรู้สึกตัวเอง ผมไม่รู้ว่าความรู้สึกตอนนึ้จะเรียกว่ายังไง ชอบรู้สึกดีหรือว่ารักกันแน่ ความสัมพันธ์ของเราตลอดเกือบหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาก็เหมือนเดิมปกติทุกอย่าง เมื่อก่อนยังไงก็ยังงั้น แต่อาจจะมีเจอกันบ่อยขึ้น ในช่วงระยะเวลาเกือบอาทิตย์ ผมรู้อะไรเกี่ยวกับพี่มาร์คอย่างนึง คือพี่เขาทำอาหารอร่อยมาก อร่อยทุกอย่างเลย 



"มากินข้าว" 


"อือ พี่กินก่อนเลยผมหันไปตอบก่อนจะหันมาสนใจกับแชทในโทรศัพท์ ยูคยอมไปเที่ยวต่างประเทศกับครอบครัว ส่งรูปเข้าแชทเต็มเลย ผมก็เลยไล่ดูไปเรื่อยๆ เพราะแต่ละรูปสวยมาก


"จะเล่นอะไรนักหนา?"



เสียงเข้มดังขึ้นเหนือหัว ผมก็เลยชูรูปที่ยูคยอมส่งเข้ามาให้พี่เขาดู แต่อีกคนก็แค่ยักไหล่เป็นเชิงไม่สนใจ 



"แค่ฝรั่งเศส มีอะไรน่าดู?"


"..."


"เอาเวลาดูรูปพวกนี้ ไปกินข้าวไม่ดีกว่า?" 


"ก็แบมว่ามันสวยหลังจากวันนั้น พี่มาร์คก็บอกให้ผมแทนตัวเองด้วยชื่อ ตอนแรกผมไม่ยอมเพราะแทนตัวเองด้วยชื่อ ผมจะแทนแค่กับคนในครอบครัวเท่านั้น แต่สุดท้ายก็ยอมแทนให้แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น


วันนี้พี่มาร์คทำข้าวผัดหมูให้กิน เป็นแบบนี้มาได้เกือบอาทิตย์แล้ว ที่พี่เขาจะมาห้องผมแล้วทำกับข้าว ตอนแรกผมก็ปฏิเสธไป เพราะว่าเกรงใจ ไม่อยากรบกวนพี่เขาบ่อยๆ แต่พี่เขาก็ไม่ฟังเวลามาก็กดรหัสเข้าห้องมาเอง หลายทีเข้าผมก็ปลงกับเรื่องรหัสผ่านห้องผมแล้ว 



ตือดึ้ง!



ในขณะที่กำลังจะตักข้าวเข้าปาก เสียงไลน์ผมก็ดังขึ้นมาเสียก่อน ผมเลยเบนสานตาไปมองก่อนจะหยิบขึ้นมาดู ก็พบว่ายูคยอมส่งรูปเข้ามาอีก ผมก็เลยไล่ดูรูปไปเรื่อยๆ จนไม่ได้สังเกตเลยว่า คนที่นั่งกินข้าวตรงข้ามแทบจะกินหัวผมอยู่แล้ว



ครืดด..



เสียงลากเก้าอี้ดังขึ้นเลยทำให้ผมเงยหน้าขึ้นไปมอง ก็พบว่าพี่มาร์คกำลังลุกขึ้น ก่อนจะหยิบเสื้อกันหนาวขึ้นมาสวมทับ 



"ไปไหน?"


"กลับห้อง"


"แต่พี่ยังไม่ได้กินเลยนิผมมองไปยังจานข้าว ก็พบว่าข้าวไม่ได้พร่องลงเลยแม้แต่น้อย 


"ไม่มีอารมณ์" 



มันคงเป็นเพราะผมมัวแต่คิดเกี่ยวกับคำพูดที่พี่เขาพูดออกมา จนทำให้ไม่รู้เลยว่าพี่เขาออกจากห้องไปแล้ว


ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกรอบ ก่อนจะเข้าโปรแกรมแชทสีเขียว ก่อนจะเข้าหน้าแชทพี่มาร์คแล้วพิมพ์ข้อความลงไป ไม่นานนักก็ขึ้นคำว่าอ่าน แต่ไม่มีข้อความตอบกลับมาเลยแม้แต่ข้อความเดียว



Bambam1a: ทำไมอ่านแล้วไม่ตอบ?



"เป็นอะไรไปนะผมพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะวางโทรศัพท์แล้วเดินไปยังโต๊ะกินข้าว แล้วตักข้าวผัดกินแต่กินไปได้สองคำก็วางช้อนลง รู้สึกไม่อยากกินต่อแล้ว 


ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกรอบ ก่อนจะเปิดเข้าแชทไปดู ก็พบว่าเขาก็คงยังอ่านแต่ไม่ตอบ ในขณะที่ผมกำลังส่งข้อความไปอีก ยูคยอมก็คอลมาในกลุ่มแชทพอดี กลุ่มที่มีผม ยูคยอม และยองแจ



(ไฮ เพื่อนๆ)


(อะไรของมึงเนี่ย คอลมาทำซากอะไร?) 


(จะเอาไหมของฝาก กูคอลมาถามว่าอยากได้อะไรกัน)


(แล้วไม่บอกให้เร็วกว่านี้ละครับ!) 


(ไอแบมอยู่ปะเนี่ย?)


"อยู่ๆ"


(เอาไรของฝาก?)


"ไม่รู้อ่ะ มึงอยากซื้อไรก็ซื้อมาแล้วกัน" 


(นํ้าหอมเสื้อ?) 



ผมคิดอยู่สักพักว่าอยากได้อะไร แต่ที่ยูคยอมมันพูดมา ล้วนแต่เป็นของแพงๆทั้งนั้น ผมเลยคิดว่าไม่เอาดีกว่า อยากได้ของอะไรที่มันไม่ได้มีมูลค่าอะไรมากมายแทน 



"เอาเป็นโปสการ์ดก็ได้ รูปที่ถ่ายส่งมามีแต่ที่สวยๆ" 


(ไอแบมไม่ได้นะ มึงต้องเอาของแพงๆสิ ไอยูคมันอุตส่าห์จะซื้อให้เลยนะ) 


(แบมมันไม่ได้เหมือนมึงไง แล้วนี่อยากได้อะไร?) 


(อืม.. กูหรอกูเอาเป็นพวงกุญแจก็ได้) 


(ไหนบอกจะเอาแพงๆ?) 


(หรือมึงจะให้กูเอาแพงๆ?)


(เออๆ ไม่ต้อง) 



หลังจากนั้นผมก็คุยกับพวกนั้นจนถึงเข็มสั้นชี้ไปเลขห้าเสียแล้ว วางสายเสร็จผมก็เดินมาเก็บจานบนโต๊ะให้เรียบร้อย แต่สายตาก็ดันไปเห็นจานข้าวของพี่มาร์คที่อยู่ฝั่งตรงข้าม มันเลยทำให้ผมนึกอะไรขึ้นมาได้ 


ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูก็พบว่าพี่มาร์คยังคงไม่อ่านแชท มันเลยทำให้ผมคิดว่าต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ เพราะพี่มาร์คไม่ใช่คนตอบแชทช้า..


รู้ตัวอีกทีขาก็ก้าวออกมาจากห้อง แล้วลงลิฟท์ไป ก่อนจะหยุดลงที่ชั้น 19 และเท้าก็มาหยุดที่หน้าห้อง 1901 


...ห้องพี่มาร์ค



ก๊อก ก๊อก ก๊อก..



ก๊อก ก๊อก ก๊อก.. 



ผมยืนเคาะอยู่สักพักก็ไม่มีใครเปิดประตู ยืนอยู่หน้าห้องสักพัก จนกระทั่งประตูห้องข้างๆเปิดออกมา ก็พบว่าเป็นพี่เจบี ดูจากลักษณะแล้วน่าจะออกมาทิ้งขยะ



"มาหาไอมาร์ค?" 


"ครับ"


"มันไม่เปิด? 


"ครับ"


"อืม เคาะไปเรื่อยๆ เดี๋ยวมันก็มาเปิด"


"..."


"มันอยู่ในห้องนั้นแหละ" 



ผมเลยผงกหัวเป็นเชิงขอบคุณให้พี่เจบี ก่อนจะหันมาเคาะประตูอีกครั้ง และอีกครั้ง.. นับแล้วผมน่าจะเคาะมาไม่ตํ่ากว่าสิบนาทีแล้ว แต่พี้มาร์คก็ยังคงไม่ออกมาเปิด



"เฮ้ออเสียงถอนหายใจของผมดังออกมายาวๆ จนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่รู้ว่าพี่เขาเป็นอะไร ดูจากท่าทางเหมือนโกรธยังไงยังงั้น 



แอ้ดด..



เสียงประตูดังขึ้นแสดงว่าพี่มาร์คเปิดประตูแล้วแน่ๆ ผมเลยเงยหน้าขึ้นไปก็เห็นพี่เขายืนพิงประตู ในมือก็ถือรูบิค เขาเบนสายตามามองผมสักพักก่อนจะหันไปสนใจรูบิคในมือต่อ 



"มาทำไม?"



นํ้าเสียงติดไปทางนิ่งเป็นเอกลักษณ์ของอีกคนดังขึ้น โดยที่สายตาไม่ได้มองผมเลยแม้แต่นิดเดียว ตอนนี้ผมเลยกำลังคิดอะไรบางอย่างในหัว เพื่อที่พี่เขาจะได้เลิกเป็นแบบนี้ และแล้วผมก็นึกอะไรขึ้นมาได้ และผลตอบรับก็ค่อนข้างดีเสียด้วย..



"...พรุ่งนี้ที่นัดดูดาวไว้อ่ะ ไม่ลืมนะ"





xxxxx





"แฮ่ก มาช่วยกันถือสิทำไมให้แบมถือคนเดียวอ่ะ" 



ผมเปรยสายตาไปตามเสียงบ่นจากข้างหลัง ก็ผมว่าคนตัวเล็กที่สะพายกระเป๋าเป้ใบโตไว้ข้างหลัง ในมือสองข้างแบกเก้าอี้พับไว้ข้างละตัว วันนี้ผมจะไปดูดาวตามที่พูดไว้เมื่ออาทิตย์ก่อน



"อย่าบ่น"



ปึก!



"ถ้าไม่ช่วย แบมจะแบกของแบมคนเดียว พี่ก็ไปถือของพี่แล้วกันเขาถอดกระเป๋าเป้วางลงก่อนจะวางเก้าอี้พับตัวนึงไว้บนพื้น ส่วนอีกตัวเจ้าตัวเป็นคนถือเอง


"ไปหยิบมา" 


"แล้วทำไมเราไม่ช่วยกันถือหล่ะถ้ามันเบาก็จะช่วยแบกให้ แต่นี่มันหนัก" 


"เมื่อวานมึงทำตัวไม่ดี"


"อย่าเอาเรื่องเมื่อวานมาพูดวันนี้"


"..."


"วันนี้ก็คือวันนี้ เมื่อวานก็คือเรื่องของเมื่อวาน อย่าเอามาผสมกัน" 



สายตาเล็กตวัดมองมาทางผม ก่อนจะอธิบายโดยใช้เหตุผล นี่เป็นข้อดีของแบม เขาเป็นคนแบบนี้มาตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกัน เป็นยังไงก็เป็นแบบนั้น ถีงตอนนี้ความสัมพันธ์ของเราอาจจะไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว แต่ถึงยังไงนิสัยเขาก็ไม่เปลี่ยน ถึงแม้ผมจะเกลียดนิสัยเย่อหยิ่งแบบนั้นก็เถอะ นึกว่าการที่เขาชอบผมจะทำให้นิสัยเขาเปลี่ยนเป็นอ่อนกว่านี้ แต่ก็คิดผิด แข็งยังไงก็แข็งยังงั้น 



"มาถือเองด้วยหลังจากพูดเสร็จเขาก็เดินผ่านหน้าผมไปโดยไม่หันมามองอีกเลย สุดท้ายผมก็ไปหยิบเป้มาสะพายไว้เอง ก่อนจะหยิบเก้าอี้พับเดินตามหลังเล็กนั้นไปจนถึงลานจอดรถหลังคอนโด หลังจากนั้นก็เก็บของใส่หลังรถให้เรียบร้อย ก่อนจะแยกไปขึ้นฝั่งของตัวเอง



ตี้ดด ตี้ดด.. 



ตี้ดด ตี้ดด..



"พี่มาร์คโทรศัพท์ดัง"


"รับสิ กูขับรถอยู่"


"แต่ว่า.."


"ไม่มีแต่" 



ตี้ด..



"ใครครับ?" 


(...)


"พี่มาร์คขับรถอยู่"


(...)


"กำลังจะไปดูดาวเย็นนี้ครับ"


(...)


"เปิดลำโพงนะ พี่แจ็คสันจะคุยกับพี่อ่ะผมเลยพยักหน้ารับ 



(ไอมาร์ค!!!) เสียงหวีดแหลมดังออกมาทันทีที่เปิดลำโพง 


"ว่า" 


(ทำไมไปดูดาวกับไอรามยอนอ่ะ?) 


"..."


(เดี๋ยวนี้สนิทจนถึงขั้นไปเที่ยวด้วยกันแล้ว?) ตอนนี้ยังไม่มีใครรู้เรื่องความสัมพันธ์ของผมกับแบม แต่น่าจะมีเจบีคนเดียวที่รู้ เพราะมันดูออกตั้งแต่แรกแล้ว


"ไม่ใช่ธุระของมึง" 


(ธุระของกูสิแล้วไหนคราวก่อนบอกจะพาดาวไปเจอดาว)


"..."


(แต่ไหงมึงพาไอรามยอนไปดูดาวย้อนแยงสัส) 


"กูย้อนแยงตรงไหน?" 


(ก็มึงบอกว่าจะพา 'ดาวไปเจอกับ 'ดวงดาวกูก็นึกว่าจะเป็นน้องดาวเภสัช หรือน้องดาวบัญชี) 


"ไร้สาระผมกรอกเสียงเนื่อยๆกลับไป ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มากดตัดสายทิ้ง แล้วโยนไปที่ตักของอีกคน ก่อนจะหันมาสนใจเส้นทางถนนข้างหน้า



"ทำไมพาแบมมา 'ดูดาวแทนคนชื่อ 'ดาวหล่ะ?" 


"อะไร?"


"พี่แจ็คสันบอกพี่จะพาคนชื่อดาวไปเจอกับดาว" 


"นี่มึงไม่เข้าใจ?" ผมหันไปถามคนเบาะข้างๆที่ตอนนี้หน้าเสียไปแล้ว ถ้าเป็นคนอื่นได้ยินว่า'พาดาวไปเจอกับดาวก็คงจะคิดว่า 'พาคนชื่อดาวไปเจอกับดาวแต่ความหมายผมไม่ใช่แบบนั้น เห็นหน้าอีกคนแบบนั้นมันเลยทำให้ผมตัดสินใจหักรถชิดเลนซ้าย ก่อนจะจอดในที่ๆจอดได้ 



"...ฟัง เพรากูจะพูดครั้งเดียว" 



"...ดาวไปเจอกับดาว ในความหมายกูไม่ใช่อย่างที่มึงคิด" 



"...ดาวไม่ใช่ชื่อคน แต่คือมึง"



"...กูพามึงไปเจอกับดวงดาว มันก็ถูกแล้ว" 





xxxxx





"แบมออกไปกับไอมาร์ค?"


(ครับ)


"ไปไหน?"


(ไม่ทราบชัดเจน แต่เห็นแบกเป้ไปใบใหญ่อยู่)


"อืม งั้นวันนี้ไม่ต้องตามแล้ว" 



ผมตัดสายทิ้งก่อนจะโยนโทรศัพท์ไปบนโซฟา แล้วใช้มือปลดกระดุมออกสองสามเม็ด เป็นจังหวะพอดีกับที่ผมเห็นใครสักคนเดินออกมาจากห้องนอนด้วยสภาพงัวเงีย พร้อมใส่เสื้อเชิ๊ตสีขาวตัวเดียว ที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นเสื้อของใคร..



"มานี่ปลายนิ้วยกขึ้นพลางกระดิกนิ้วเรียกอีกคนให้เดินเข้ามา ซึ่งอีกคนก็ยอมเดินเข้ามาโดยดี 



"สายแล้วทำไมไม่อาบนํ้าผมถามก่อนจะใช้มือเช็ดคราบขี้ตาออกจากตาให้อย่างเบามือ


"เหนื่อย ไม่อยากอาบร่างเล็กพูดก่อนจะซบหน้าลงมาบนอกผมอย่างหมดแรง 


"หรือจะให้กูอาบ?" 


"พอเลย"


"งั้นก็รีบไปอาบ แล้วเดี๋ยวสั่งอะไรมากินผมตอบก่อนจะหอมไปที่ผมนิ่มเบาๆ ก่อนจะผละตัวออกมา แต่ก็มีเสียงเล็กพูดขึ้นมาเสียก่อน 


"ขอผมออกไปข้างนอกบ้างได้ไหม?"


"..."


"ผมอยากออกไปกินข้าวข้างนอกบ้าง" 



"...ลู่หานผมตัดสินใจเดินกลับไปหาร่างเล็กก่อนจะเรียกชื่อเจ้าตัว แล้วใช้นิ้วดันคางมนเชิดขึ้นให้มองหน้าผม



"...ถ้ามึงยังอยากอยู่กับกู อย่ามาพูดประโยคแบบนี้"



"...มึงจะออกไปได้ก็ต่อเมื่อกูปล่อยมึงไป"



"...แต่ในเมื่อตอนนี้กูยังไม่ปล่อย มึงไม่มีสิทธิ์ไปไหนทั้งนั้น" 



...ผมไม่โง่แบบไอพวกนั้นหรอก หึ





xxxxx





ตอนนี้เป็นเวลาราวสามทุ่มเศษ ดาวบนฟ้ากำลังระยิบระยับเต็มท้องฟ้าที่มืดมิด เนื่องจากช่วงนี้เป็นหน้าหนาวเลยทำให้ท้องฟ้ามืดเร็วกว่าปกติ และก็หนาวกว่าปกติมาก เลยทำให้ผมที่ยืนพิงรถต้องกระชับเสื้อกันหนาวเข้าหาตัวมากกว่าเดิม 



"ผ้าพันคอ?" เสียงทุ้มดังเหนือหัว ก่อนจะมีแก้วกาแฟอุ่นๆมาแตะที่คอให้ผมสะดุ้ง เนื่องจากผมไม่ได้พันผ้าพันคอมา เลยทำให้คอโล่ง ถึงแม้จะดึงเสื้อกันหนาวมาถึงคอแล้วก็ตาม


"ไม่ได้เอามาผมตอบโดยที่ไม่ได้หันหน้าไปมอง ก่อนจะเปิดฝากาแฟ แล้วจิบช้าๆเพื่อให้ความอุ่นซึมเข้าร่างกายอย่างช้าๆ เพื่อบรรเทาความหนาว


"กูไม่ถอดให้หรอก มึงไม่เอามาเอง" 


"แบมก็ไม่ได้หวังให้พี่ถอดให้ซักหน่อย พี่ใส่ไปเถอะ" 



ผมก็ไม่ได้อยากให้เขาถอดให้ พี่เขาก็คงหนาวเหมือนกัน สักพักผมก็ได้ยินเสียงอีกคนกระโดดขึ้นไปนั่งกระโปรงหน้ารถ วันนี้พี่มาร์คเอารถออฟโรดมา มันเลยค่อนข้างสูงพอสมควร 



หมับ..



"อ้ะ" 



แต่ในจังหวะที่ผมมัวแต่ดื่มกาแฟ ก็มีแรงรัดคอจากด้านหลัง ก่อนจะดึงตัวผมให้มาชิดจนหลังติดหน้ารถ ผมหันไปมองก่อนจะขมวดคิ้วเป็นเชิงไม่เข้าใจ เพราะผมไม่รู้จริงๆว่าพี่เขาต้องการจะทำอะไร มารัดคอผมไว้ทำไมกัน พี่มาร์คใช้แขนสองแขนรัดคอผมไว้จากด้านหลัง ไม่ได้รัดแรงมาก เหมือนแค่เอาแขนมาวางพาดไว้เฉยๆ 



"ทำไรอ่ะ?" 


"ก็กูไม่มีผ้าพันคอให้มึง"



ประโยคสั้นๆแต่ทำให้ใจผมเต้นแรงได้ ที่พี่เขามารัดคอผมไว้แบบนี้คงเป็นเพราะไม่อยากให้ผมหนาว เพราะผมไม่มีผ้าพันคอ พี่เขาเลยทำแบบนี้เพื่อให้คอผมอุ่นขึ้น ไม่รู้ว่าเผลอหลุดยิ้มออกมาตอนไหน รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่พี่เขาวางคางลงมาบนไหล่ผม โดยที่แขนก็คงยังกอดคอผมไว้อยู่



"ประเทศไทยดาวสวยไหม?" 


"สวยสิ ดาวที่ประเทศไทยสวยมากๆเลยแหละ" 


"ขนาดนั้นเลย?" 


"อืม ตอนแบมอยู่มัธยม โรงเรียนพาไปเข้าค่ายต่างจังหวัด เขาพาไปกลางป่าแบบนี้เลย แล้วเขาก็ให้นักเรียนนั่งบนหญ้าแล้วมองขึ้นไปบนฟ้า วันนั้นเป็นครั้งแรกเลยที่แบมเห็นดาวเยอะขนาดนั้นผมเล่าไปพลางนึกภาพอดีตไปด้วย นึกไปก็หัวเราะให้กับอดีตที่ผ่านมาแล้ว คิดถึงตอนนั้นเหมือนกันนะ



พรึ่บ!



ปึก!



"อึกอะไรเนี่ยผมถามก่อนจะเบ้ปากออกมาเล็กน้อยจากอาการเจ็บที่หลังจากการโดนกระแทกเมื่อกี้ อยู่ดีๆพี่มาร์คก็จับผมชิดเข้าหลังรถก่อนที่ตัวเองจะกระโดดลงมา แล้วกดตัวผมให้นาบลงไปกับหน้ารถ


"..."


"ถ้าเอาแต่จ้องหน้า แล้วไม่พูดก็ถอย อะ อื้อ.."



นํ้าเสียงผมถูกกลืนหายลงไปก่อนที่จะพูดจบประโยค ก่อนที่มือผมจะถูกรวบตรึงขึ้นเหนือหัว พี่มาร์คแทรกขามาตรงหว่างขาผม มันเลยทำให้ตอนนี้ผมหนีหลุดออกไปไม่ได้เลย 



"อื้อๆอ่อย!" 



ถึงแม้คราวนี้จะเป็นแค่จูบธรรมดา ไม่ได้มีการลุกลํ้าเข้ามา มีเพียงแค่ริมฝีปากจากอีกคนที่บดคลึงลงมาบนริมฝีปากผมเท่านั้น ผ่านไปราวหลายนาที อีกคนถึงจะยอมถอนริมฝีปากออกไปแล้ว แต่ริมฝีปากก็ยังคงคลอเคลียอยู่แถวบริเวณลำคอที่โล่ง ไร้ซึ่งการปกคลุมของผ้าพันคอ



"พี่ ทะ ทำอะไร?" ผมพยายามควบคุมเสียงตัวเองไม่ให้สั่น เป็นครั้งแรกที่พี่เขาทำแบบนี้ 


"วันหลังจะลืมพันผ้าพันคออีกไหม?" 


"ไม่ได้ลืม แต่ที่ไม่ได้เอามาเพราะมันหาไม่เจอ"


"หรอ?"


"อือ ก็ไม่เห็นจะเป็นไรเลย เสื้อกันหนาวมันคลุมถึงคออยู่ ละ อ้ะ.." 



"...ถ้ามันคลุมได้ มึงจะไม่ร้องแบบนี้" 



ผมหลับตาปี๋เมื่อเขาลากริมฝีปากร้อนตั้งแต่ใบหูผมไล่ลงมาเรื่อยๆจนถึงซอกคอ ตอนนี้ยอมรับว่าผมไม่สติหลงเหลือ ความรู้สึกแปลกมันแล่นเข้ามาแทนที่ นี่เป็นครั้งแรกที่พี่เขาประชิดตัวผมขนาดนี้ แต่ก็น่าแปลกที่ร่างกายผมกลับไม่ต่อต้านเลย..



"พะ พอแล้ว" 



"...อากาศหนาวทุกครั้งให้ใส่ผ้าพันคอ"



"...ไม่งั้นกูไม่หยุดแค่นี้แน่" 





เกรี้ยวกร้าดดดดดด อ๊ากกกกกกกก น้องแบมลูกกก หนูหาผ้าพันคอไม่เจอใช่มั้ย?! หนูเอาที่อยู่มา เดี๋ยวแม่จะไปเหมา Saint Laurent คอลเลคชั่นผ้าพันคอมาให้หนูยกราวเลยลูก ฮือ ต้วนบอกน้องดีๆซี่ ลูกแม่ไม่เคยนะเห้ยยย TwT        





Twitter: @Cherry_SPNR 

Tag: #dangermb
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 383 ครั้ง

34,889 ความคิดเห็น

  1. #34886 Natthaphan-g (@Natthaphan-g) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 22:32
    โอ้ยๆๆๆตายๆๆยๆยย เขินไม่รู้กี่รอบกับพี่มาร์ค!
    #34886
    0
  2. #34880 ลาเต้หวานน้อย (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 14:11

    ผ้าพันคออยู่ไหน แม่จะเผาทิ้งให้หมดเลย

    #34880
    0
  3. #34867 tripleM (@aaumwn) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 17:55
    อ่ะหือออ เขินมากกก
    #34867
    0
  4. #34829 Beaujungf (@jaejoong2528) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 / 02:38
    >/////< ชอบวิธีบอกน้องของพี่มาร์คคคค-.,,,-
    #34829
    0
  5. #34765 MB-krD (@Eve-krD) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 15:55

    ออันนี้ห่วงหรือฉวยโอกาสอ่ะ

    #34765
    1
    • #34765-1 -{JJ.YOY}- (@1OmiJung8) (จากตอนที่ 32)
      2 ตุลาคม 2561 / 15:49
      ทำไมชอบเม้นนี้555
      #34765-1
  6. #34733 MarkP_endear. (@MPTuan93) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 21:43

    ผิดมั้ย จะขอให้แบมลืมใส่มันทุกครั้งเลย '---'

    #34733
    0
  7. #34640 TattA (@sun036) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 10:33
    หยุดมั้ย หรือไม่หยุดทำต่อ อร๊ายยยย
    #34640
    0
  8. #34583 AnutsaraPanthong (@AnutsaraPanthong) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 14:59
    หยุดทำไม๊ อยากกกกกกดู5555
    #34583
    0
  9. #34552 tektiannie (@tektiannie) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 12:27
    ได้ทีเอาใหญ่เลยค่ะพี่
    #34552
    0
  10. #34529 คนสวย (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 20:36
    วร้อยพรี้มาร์คอ่าทามมัยเปงคลแบบเนร้
    #34529
    0
  11. #34459 ✖ bAzzA✖ (@bazza) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 13 กันยายน 2560 / 13:18
    พี่มาร์ครุกหนักไปมั้ยคะ หวงน้องแบม5555
    #34459
    0
  12. #34417 ayumikimlee (@ayumikimlee) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 14:13
    คนบ้าาา
    #34417
    0
  13. #34323 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 22:03
    เขินไว้เดี่ยวนี้พี่มาร์คนี่ถึงเนื้อถึงตัวตลอดเลย
    #34323
    0
  14. #34277 iamyok_kk (@iamyok_kk) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 17:41
    อรั๊ยยยเขิน
    #34277
    0
  15. #34239 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 17:57
    เขินไปหมดแล้ววว เดี๋ยวนี้รุกแรงงงงงง
    #34239
    0
  16. #33015 meeouan14 (@meeouan14) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2560 / 18:17
    หนังสือขายที่ไหนคะไรต์ จะไปซื้อเดี๋ยวนี้ ฟินนนน
    #33015
    0
  17. #32296 babebam (@arthidtaya) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 / 17:58
    ยิ้มเหงือกแห้งไปหมดแล้วเนี่ย งื้อออ...
    #32296
    0
  18. #31870 Nattharika_Nut (@nattharika_7794) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 11:47
    กูไม่โง่เหมือนพวกมันหรอก เจอประโยคนี้ไป จ้าาาาาา ฮุนจ้าาา
    #31870
    0
  19. #31632 Thipphakon (@Thipphakon) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 22:08
    หืม??? เป็นแฟนกันแล้วหราามาทำแบบนี้ ????????
    #31632
    0
  20. #30940 Jerry Fern (@jerryfern) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 05:17
    เป็นแฟนกันหรอถึงทำแบบนี้~ ~~~~
    #30940
    0
  21. #30597 sniper92i (@fall-survey) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 08:21
    อ๊ายยยยยยยยยยย คอยัยหนู!!!!!!
    #30597
    0
  22. #30383 Tk0954519300 (@Tk0954519300) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2560 / 23:36
    โอยยยย ไซร้ซอกคอน้องนี่คืออะไรรรรรรรรร
    #30383
    0
  23. #28753 FrokFran_MB (@tomtomkung) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 07:21
    ฮุนฮานนี่ ตกลงเป็นแฟนกันตั้งแต่เมื่อไหร่?????
    #28753
    0
  24. #28736 fresh_4547 (@fresh_4547) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 เมษายน 2560 / 23:42
    เห้ย!!เราokใครเลือดกำเดาไหลไม่มี๊!!!=.,=
    #28736
    0
  25. #28706 Dark20798 (@m6412009) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 11:19
    หวานแบบนี้น้องฟินจนจะขาดใจตายแล้วค่ะ >//////<
    #28706
    0