รักลับๆ ฉบับมาเฟีย (Re-UP)

ตอนที่ 14 : สเปก สป๊าค (จบ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,813
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    2 เม.ย. 64

     คุณก็คงไม่มีเงินไม่ต่างจากฉันเด็กสาวเบะปากมองมาด้วยสายตาดูแคลน

         เฮอะ! นังหนูน้อยอย่ามาดูถูกหรือสงสารฉัน ฉันมีสองมือและนี่ คนพูดชี้ไปที่ศีรษะของตัวเองแล้วมองด้วยสายตาสมเพช เวทนา เอาตัวเองให้รอดเถอะ

         ความจริงชายไร้บ้านคืออัจฉริยะด้านศิลปะ นักลอกเลียนแบบ หัวขโมย และนักต้มตุ๋นขั้นเทพในร่างเดียวกันถูกเปิดเปิงจับกุมติดคุกหลายปี มีเพื่อน (อาชญากร) ที่น่าสนใจมากมายในหลายวงการ ตลอดชีวิตซานโดรเข้าๆ ออกๆ คุก ครั้งล่าสุดอินดี้ติสต์แตกพอออกจากคุกก็มาใช้ชีวิตข้างถนนเหมือนคนไร้บ้าน

         เด็กสาวเรียนรู้ศิลปะ เทคนิคการวาดภาพมากมายจากชายไร้บ้านซึ่งหาไม่ได้ในมหาวิทยาลัย อาจารย์กับลูกศิษย์ตัวน้อยพากันเดินทางขึ้นเหนือ หยุดแวะพักวาดภาพตามเมืองสวยๆ ของยุโรป ระหว่างการเดินทางพู่กันได้รู้จักเพื่อนๆ (อาชญากร) ของซานโดรตั้งหลายคน

         อย่าเศร้าไปเลย ทุกการพบเจอ ย่อมมีการจากลา ทุกการสิ้นสุด ย่อมมีการเริ่มต้นใหม่ แล้วนี่ก็เป็นการจากเป็นไม่ได้จากตาย

         หลังจากแยกย้าย ข่าวล่าสุดที่พู่กันได้รับจากเพื่อนๆ ของซานโดรคือเขาได้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ที่ระบาดหนักในยุโรป (โลก) ในรอบร้อยปี

         เธออยากบินไปเคารพหลุมศพของอาจารย์ซึ่งสอนสั่งประสิทธิ์ประสาทวิชาศิลปะให้และดูแลสั่งสอนเหมือนพ่อคนหนึ่ง แต่ก็ไปไม่ได้เพราะติดล็อกดาวน์ การบินเข้าหรือออกประเทศค่อนข้างยุ่งยาก ไว้สถานการณ์โรคโควิด-19 ดีขึ้นเธอจะบินไปเคารพหลุมศพของอาจารย์อย่างแน่นอน

         และต่อให้สตรองแค่ไหนลึกลงไปในจิตใจอันเข้มแข็งเด็ดเดี่ยวเธอให้รู้สึกเหงา!

         “เป็นเด็กเป็นเล็กริอ่านเป็นโจรขโมย” เสียงนุ่มทุ้มลึกซึ่งแฝงไว้ด้วยความอันตรายที่กล่าวหาแทรกเข้ามาในโสตประสาททำให้พู่กันตื่นจากภวังค์ความคิด

         “ฉันไม่ใช่โจรหรือหัวขโมย” จิตรกรสาวที่ถูกกล่าวหาแบบไม่มีหลักฐานเถียงคอเป็นเอ็น คนที่เหมือนโจรเก้าร้อยคือเขาต่างหาก

         “ไม่ใช่แล้วลอบปีนเข้าบ้านคนอื่นยามมืดๆ ค่ำๆ ทำไมหรือเป็นนางนกต่อ”

         “จะบ้าหรือไงใครเป็นนางนกต่อ บ้าบอ! หัวสมองก็โต้โตแต่คิดได้แต่เรื่องร้ายๆ ใช่ไหม? ฉันเนี่ยอยู่บ้านข้างๆ แค่แวะมาส่องแล้วอบคุกกี้โฮมเมดอร่อยที่สุดในสามโลกมาฝากตามประสาเพื่อนบ้านที่ดี”

         อ้อ! ขี้เผือก ชอบสอดรู้สอดเห็น “ประตูมีทำไมไม่เข้าเพี้ยนเรอะ” จาเรดคำรามถามเสียงดังเหมือนหมีขี้โมโห

         พู่กันให้นึกฉุน “มันไกลขี้เกียจเดินอ้อม คุณไม่รู้หรือว่าไม่ควรย่องเข้าหาผู้หญิงเวลามืดๆ ค่ำๆ ฉันอาจจะทำร้ายคุณได้”

        จาเรดแค่นเสียงฮึด้วยความดูถูก ตัวเท่าลูกหมาดิ้นกระแด่วๆ อยู่ในมือเขายังมีหน้ามาแยกเขี้ยวขู่ฟ่อๆ

         จริงอยู่ที่ยัยเด็กนี่ท่าจะดุใช่เล่น แต่รูปร่างผอมบางราวไม้เสียบพริกแค่นี้ไม่คณนามือของเขาหรอก

         “งั้นเธอก็เพี้ยนจริงๆ สินะ ถ้าฉันตั้งใจจะเล่นงานเธอละก็ไม่คณนามือหรอกภาพมือหนาที่รวบคอเล็กๆ ของยัยตัวเล็กปากเก่งแล้วยกขึ้นจนขาห้อยต่องแต่งในอากาศ ดิ้นกระแด่วๆ ปรากฏขึ้นในหัว

         ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่น คุณพูดถูก ฉันผิดเองทีนี้พอใจหรือยัง?” น้ำเสียงฟังเหมือนไม่ได้สำนึกผิดแล้วยังมองแรง ทำหน้าวีนพร้อมเหวี่ยง

         ก่อนที่จาเรดจะได้สั่งสอนยัยเด็กเพี้ยนข้างบ้าน สองหนุ่มสาวก็ได้ยินเสียงของผู้บุกรุกคาดว่าจะมากกว่าหนึ่งคน

         “ปล่อย!กดเสียงต่ำสั่ง

         จาเรดคำรามต่ำๆ เหมือนเสียงเสือ แต่ยอมปล่อยมือแต่โดยดี

         กรอบแกรบ! เสียงเหยียบกิ่งไม้ใบไม้แห้งดังขึ้น

         ผู้บุกรุกใกล้เข้ามาแล้ว อะไรนักหนาขอแค่อยู่เงียบๆ ไม่ได้หรืออย่างไรชายหนุ่มที่หงุดหงิดหัวเสียหมุนตัวจะเดินไปจัดการผู้บุกรุกชุดที่สอง

         มือเรียวเล็กเอื้อมไปคว้าแขนแกร่งหมับ!

         “คุณจะไปไหน

         “ก็ไปจัดการไล่ผู้บุกรุกน่ะสิ!

         พู่กันให้นึกสนุกอยาก หลอกผีนักล่าท้าผี 

โหลดตอนพิเศษฟรี ที่นี่ > 

  
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

56 ความคิดเห็น