บำเรอสวาทมาเฟีย

ตอนที่ 38 : ของขวัญ (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,695
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    18 พ.ย. 60

 

มันให้ความรู้สึกที่แปลกกับการนอนในอ้อมแขนของสามีทั้งคืน แมตเตโอไม่ได้ล่วงเกินหรือพยายามเล้าโลมให้เธอเป็นของเขา ทั้งคู่นอนด้วยกันเฉยๆ โดยไม่มีเรื่องเพศรสมาเกี่ยวข้อง แม้ว่าตะวันวาดจะแน่ใจว่าสามีคงต้องการเธอเพราะหลักฐานจากกึ่งกลางหน้าขากำยำเบียดซุกบั้นท้ายของเธอตลอดทั้งคืน แต่เขาก็สามารถข่มกลั้นความต้องการนั้นไว้ได้

เมื่อถึงเวลาเช้า แมตเตโอปลุกเธอด้วยจุมพิตที่อ่อนโยนอ่อนหวานโดยไม่พยายามปลุกเร้าอะไรไปมากกว่านั้น ลมหายใจอุ่นของสองหนุ่มสาวผสมเข้าด้วยกัน เขาเผยอปากรับการรุกรานจากลิ้นนุ่ม ความร้อนระอุแผ่รามทั่วกาย ด้วยความโหยหาปรารถนาและตัณหาราคะที่เข้มข้นที่มีต่อเธอ ฟันแข็งแรงของเขาขบเม้มริมฝีปากของเธออย่างหยอกเย้า ก่อนที่จะผละออกห่าง ทิ้งร่างบางให้นอนหายใจไม่ออกเพราะพร่างพรายไปด้วยความต้องการและความปรารถนา

เมื่อสามีผละออกไปแล้ว ตะวันวาดรู้สึกเขินอายเมื่อเห็นสายตาเร่าร้อนที่มองมา หญิงสาวหลุบเปลือกตาลงต่ำ เพราะไม่กล้าสบตากับสายตาที่แรงกล้าและคมกริบราวเหยี่ยวคู่นั้น แมตเตโอดูจะพอใจเมื่อสังเกตเห็นแก้มแดงระเรื่อเพราะความเขินอายของเธอ เขายกมือขึ้นลูบไล้ที่แก้มนวลเปล่งปลั่งแผ่วเบา ก่อนจะบอกว่าให้ไปเจอกันที่ห้องรับประทานอาหารก่อนที่เขาจะกลับไปอาบน้ำแต่งตัวที่ห้องนอนของตัวเอง

บนโต๊ะอาหารเช้ามีความตึงเครียดแบบแปลก แต่นั่นไม่ได้เกิดจากเธอหรือแมตเตโอ แต่เกิดจากคู่ของพี่ชายของเธอ ในเช้านี้มิเคล่ามีท่าทางบึ้งตึงแบบแปลกๆ ในขณะที่พี่ชายของเธอหัวเสีย ทั้งสองโต้เถียงกันเรื่องที่วินเซนโซ่อยากจะขับรถไปส่งภรรยาคนเก่งที่ทำงาน แต่มิเคล่าบอกว่าจะขับรถไปเองหรือไม่ก็ให้หนึ่งในบอดี้การ์ดของพี่ชายขับไปส่ง

การโต้เถียงของทั้งสองทำให้ประมุขของบ้านรำคาญ คอนสแตนตินและโรเบอร์ต้าเลยตัดสินใจให้ลูกเขยเป็นฝ่ายชนะในการโต้เถียงในเช้านี้ หลังจากนั้นทุกคนต่างก็รับประทานอาหารไปเงียบๆ แต่พอนีน่าสาวใช้ยกกาแฟมาเสิร์ฟเท่านั้นแหละ แมตเตโอก็มีอาการคลื่นเหียนถึงกับวิ่งไปอาเจียนโอ้กอ้ากที่ห้องน้ำ ทุกคนในครอบครัวเคลาดิโอและจิโอวานนี่ดูจะเป็นห่วงกับอาการป่วยของแมตเตโอ แต่คงยกเว้นเธอกับพี่ชายเพียงสองคนเท่านั้นที่ดูจะพอใจกับอาการป่วยอย่างกะทันหันนั้น

หลังจากนั้นอีกหลายนาทีกว่าแมตเตโอก็เซซังกลับมาที่โต๊ะรับประทานอาหารและสั่งให้นีน่าสาวใช้ยกกาแฟทั้งโต๊ะไปเททิ้ง มิเคล่านิ่วหน้าและวิเคราะห์อาการของพี่ชายในทันทีว่าอาการของแมตเตโอนั้นเหมือนกับของตน นั่นคือมีอาการแพ้ท้อง ซึ่งคริสติน่าพี่สาวและโรเบอร์ต้าผู้เป็นมารดาก็พยักหน้าเห็นด้วยในทันที แต่ตะวันวาดกับมองอาการน่าสงสารของสามีด้วยอาการสมน้ำหน้า

กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมคืนสนอง หญิงสาวคิด ก่อนจะรับประทานอาหารเช้าอย่างเอร็ดอร่อย โดยไม่มีอาการแพ้ท้องอย่างที่แม่ พี่สาวและน้องสาวของสามีเล่าแต่อย่างไร

แมตเตโอไม่สามารถทานอาหารเช้ามื้อนั้นได้ แล้วก็เป็นมิเคล่าน้องสาวผู้น่ารักอีกตามเคยที่แนะนำให้พี่ชายลองรับประทานขนมปังกรอบและน้ำขิงอุ่นๆ ในเช้านั้น และดูเหมือนว่าขนมปังกรอบและน้ำขิงอุ่นๆ นั้นจะช่วยแมตเตโอได้จริงๆ

หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จ แมตเตโอกับมิเคล่าก็แยกย้ายกันออกไปทำงานโดยมีวินเซนโซ่ทำหน้าที่ขับรถไปส่งภรรยาสาว แล้วหลังจากนั้นไม่ถึงชั่วโมงคริสติน่ากับอลอนโซ่ผู้เป็นสามีออกไปทำธุระข้างนอก คอนสแตนตินแยกไปอ่านหนังสือที่ห้องนั่งเล่น โรเบอร์ต้าแม่สามี มาริโอ้และเอเรียนน่าพาเธอเดินชมทั่วคฤหาสน์สไตล์เมดิเตอร์เรเนียนหลังงามจนทั่ว นางเล่าประวัติของครอบครัวผ่านภาพวาดที่แขวนอยู่ในห้องแกลเลอรี ภาพแต่ละภาพเหมือนมีชีวิตของมันเอง ตะวันวาดและเด็กๆ ต่างฟังด้วยความตั้งใจ บางครั้งก็เอ่ยแทรกเพื่อถามคำถามเกี่ยวกับบุคคลนั้นๆ ทั้งสี่อยู่ในห้องแกลเลอรีกว่าชั่วโมง ก่อนที่โรเบอร์ต้าจะพาไปดูห้องหับอื่นๆ ในคฤหาสน์

แม่สามีผู้น่ารักรู้ว่าเธอเป็นจิตรกรและนางได้เตรียมห้องว่างห้องหนึ่งไว้ให้ พร้อมกับอุปกรณ์วาดภาพครบชุด หญิงสาวรู้สึกปลาบปลื้มตื้นตันใจกับการต้อนรับที่อบอุ่นของแม่สามีจนอดที่จะเข้าไปสวมกอดร่างที่เริ่มท่วมของนางไม่ได้ นางตบหลังไหล่ของลูกสะใภ้คนใหม่และกล่าวต้อนรับเธอเข้าสู่ครอบครัวของนางอีกครั้ง และนางขอให้เธออดทนกับลูกชายของนางให้ถึงที่สุด พร้อมกับขอให้เธอลองให้โอกาสลูกชายของนาง หญิงสาวพยักหน้าและให้คำสัญญาว่าจะพยายาม

ช่วงเช้าผ่านไปอย่างรวดเร็ว เมื่อตกบ่ายและไม่มีอะไรทำ หญิงสาวก็ชักชวนเด็กๆ หอบหิ้วอุปกรณ์วาดภาพไปที่ศาลาท่าน้ำ แสง เงาในยามบ่ายและฉากหลังที่มองเห็นทัศนียภาพอันสวยงามของเมืองแห่งสายน้ำอย่างเวนิสที่สองข้างคลองจะเต็มไปด้วยอาคารบ้านเรือนที่สร้างขึ้นอย่างสวยงาม ตัวอาคารแต่ละหลังนั้นค่อนข้างเก่าแก่ แต่ได้รับการบำรุงรักษาเป็นอย่างดี แล้วยังหนุ่มกอนโดเลียร์ที่จ้วงพายพานักท่องเที่ยวคู่หนุ่มสาวท่องไปตามแม่น้ำอย่างไม่รีบร้อนนั้นอีก ทำให้หญิงสาวคันไม้คันมือยิบๆ อยากจะปาดพู่กันลงผืนผ้าใบและถ่ายทอดความงามที่ได้เห็นเก็บเอาไว้

หลายชั่วโมงผ่านไป

น้าซันนี่ หนูเหมื่อยแล้วนะคะเด็กหญิงเอเรียนน่านางแบบจำเป็นของเธอเริ่มบ่นเมื่อต้องนั่งในท่าเดิมๆ นานเกือบชั่วโมง ซึ่งมาริโอ้พี่ชายก็พยักหน้าเห็นด้วยในทันที

ใช่ครับ แล้วผมก็อยากจะไปเล่นฟุตบอลมากกว่านั่งอยู่เฉยๆ แบบนี้

อีกนิดหนึ่งจ้ะ เดี๋ยวก็เสร็จแล้ว ทนกันหน่อยนะจ๊ะหญิงสาวพูดและตวัดปลายพู่กันลงบนพื้นผ้าใบอย่างรวดเร็วก่อนที่แสงและเงาจะหมดไป

ถ้าพวกเรามาที่นี่กันคราวหน้า น้าสัญญาได้ไหมคะว่าจะให้เราเล่นกับปริ๊นเซส

สัญญาสิจ๊ะ แล้วน้าก็แน่ใจว่าปริ๊นเซสคงจะอยากเล่นกับหนูตะวันวาดยิ้ม เพราะตลอดทั้งวันเธอขลุกอยู่กับเด็กทั้งสองคนนี้และเล่าเรื่องต่างๆ ให้ฟังมากมาย เอาล่ะเสร็จแล้วคนพูดยืดตัวขึ้น แล้วนางแบบและนายแบบจำเป็นของเธอก็วิ่งกรูเข้ามาดูภาพที่อยู่บนพื้นผ้าใบ

เด็กชายนิ่วหน้า พลางเอียงคอมองภาพที่ยังไม่ค่อยเสร็จสมบูรณ์นั้น ไม่เห็นเหมือนผมกับเอเรียนนาเลยครับ

ไว้เสร็จแล้วเดี๋ยวก็เหมือนเองจิตรกรสาววางจานสีและพู่กันลงบนที่นั่งของศาลาริมน้ำ สายลมเย็นๆ พัดผ่านร่าง หญิงสาวปัดปอยผมที่ล้ออยู่ข้างแก้มออก และนั่นทำให้สีที่เปื้อนมือติดอยู่ที่ข้างแก้มนวลโดยไม่ได้ตั้งใจ

น้าซันนี่คิดว่ารูปนี้จะเสร็จก่อนที่เราจะกลับบ้านที่มิลานไหมคะเด็กหญิงเอเรียนน่าเอ่ยถาม

ตะวันวาดนิ่วหน้าและทำท่าครุ่นคิด น้าไม่แน่ใจนะ แต่ถ้าเสร็จไม่ทัน น้าก็อาจจะให้ใครแวะเอาไปส่งให้หรือไม่ก็รอตอนที่หนูแวะมาค้างที่นี่ตอนวันหยุดเด็กทั้งสองพยักหน้ารับรู้ แต่ดูเหมือนความอดทนของหนุ่มน้อยจะหมดแล้วในตอนนี้

น้าซันนี่ครับ ผมไปเล่นฟุตบอลได้หรือยังครับ

ริมฝีปากของหญิงสาวขยับเป็นรอยยิ้มอบอุ่นที่มุมปาก ได้แล้วจ้ะ

งั้นหนูไปเล่นกับพี่มาริโอ้นะคะ

จ้ะ

เมื่อเด็กๆ วิ่งไปไกลแล้ว ตะวันวาดก็หยิบจานสีและพู่กันขึ้นมา จุ่ม ปาด แต่ละสีลงบนผืนผ้าใบด้วยความตั้งใจ ถ้าเธอเร่งมือรูปนี้คงจะเสร็จทันก่อนที่เด็กๆ จะกลับบ้านที่มิลาน การวาดรูปทำให้หญิงสาวเพ่งสมาธิอยู่ที่ผืนผ้าใบจนไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าแผ่วเบาที่ย่องมาข้างหลัง

อุ๊ย! มาเงียบๆ ตกใจหมดเลยค่ะหญิงสาวแวดเสียงสั่น พลางยกมือขึ้นทาบหน้าอกที่เต้นแรงของตัวเอง เธอยื่นนิ่งๆ สูดหายใจลึกๆ จนกระทั่งหัวใจที่เต้นแรงเต้นช้าลง

แมตเตโอเลิกคิ้วเข้มๆ ขึ้นข้างหนึ่ง กำลังทำอะไรอยู่หรือ

ใส่รายละเอียดลงในรูปนะคะ

อืม ผมรู้ว่าคุณเป็นจิตรกร แต่ไม่นึกว่าคุณจะเก่งขนาดนี้เขาเอ่ยชม พลางยื่นมือไปเช็ดสีที่เลอะอยู่ที่ข้างแก้มนวล มีสีเลอะที่แก้มของคุณแน่ะ

ตะวันวาดหยุดชะงักและยืนตัวแข็งทื่อเมื่อรู้สึกถึงร่างกายแกร่งและความร้อนผ่าวจากร่างใหญ่แมตเตโอที่ส่งผ่านมายังเธอ สามีตัวร้ายกำลังใช้เสน่ห์ที่มีอยู่มากล้นเพื่อล่อลวงเธออย่างไม่ต้องสงสัย การกระทำอย่างอ่อนโยนของเขาทำให้หญิงสาวหวั่นไหว ว้าวุ่นใจและมันรบกวนจิตใจเธอ

รายละเอียดของภาพครบถ้วน สี แสง เงาลงตัว แล้วยังสามารถถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของแบบที่วาดได้ดีทั้งสีหน้าและแววตา

หญิงสาวปัดมือหนาของสามีออก ฉันก็เพิ่งรู้เหมือนกันว่านอกจากคุณจะเป็นนักธุรกิจแล้วคุณยังเป็นนักวิจารณ์ด้านงานศิลป์อีก

แมตเตโอยักไหล่ ผมก็ไม่ได้เก่งกาจอะไร ก็พอจะดูเป็นอยู่บ้างชายหนุ่มพูดถ่อมตน ก่อนจะกวาดสายตาไปรอบๆ แล้วนี่นางแบบนายแบบของคุณหายไปไหนแล้วล่ะ

ไปเล่นที่สนามโน้นแน่ะค่ะหญิงสาวบุ้ยหน้าไปทางสวนอีกด้าน ก่อนจะหันมามองสามีเต็มๆ ตะวันวาดนิ่วหน้า ก่อนจะเอียงคอมองอย่างสงสัย แล้วคุณละคะวันนี้ทำไมกลับบ้านเร็ว

เขายิ้มให้เธอแบบเจ้าเล่ห์ ก่อนจะขยับเข้ามาใกล้อีกนิด คิดถึงเมียก็เลยอยากกลับบ้านเร็ว

คำพูดตรงๆ ของสามีทำให้เธอพูดไม่ออก ใบหน้าหล่อเหลา สายตาพราวระยิบระยับ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ทำให้หญิงสาวขยับถอยห่างอย่างไม่ค่อยไว้ใจนัก

คุณอย่ามาพูดอะไรห่ามๆ แบบนี้นะ ฉันไม่ชอบหญิงสาวตวาดแวด พร้อมกับขึงตา

ทำไมจะพูดไม่ได้ เราเป็นผัวเมียกันนะ แล้วผมก็คิดถึงคุณจนไม่มีสมาธิจะทำงานอะไรได้เลยในวันนี้ เพราะอยากจะกลับมาเห็นแต่หน้าคุณ

 

สามารถสั่งซื้อหนังสือ E-Book ของธีร์วรา ได้ที่ link นี้เลยค่ะ

http://goo.gl/VU8OaH

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

160 ความคิดเห็น