Bounty Hunter เพชฌฆาตพันธุ์ดุ [จบ]

ตอนที่ 7 : Mission 4 - Conviction

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 39
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    14 พ.ค. 58

Mission 4 – Conviction

คนที่เสียใจให้กับการเชื่อใจใครสักคนน่ะ

รู้ไหมว่า เมื่อใดที่ความเชื่อใจนั้นกลับมาทำร้ายเขาแล้ว

ไอ้ของสิ่งนั้นมันจะกลายเป็น ตราบาป ไปตลอดชีวิต

แบบที่พวกเขาไม่มีวันลืมตลอดกาล

เสียหายหนักเลยนะเนี่ย…” ชายหนุ่มร่างผอม เอ่ยอย่างเซ็งๆ ขณะที่ยืนมองรถคันสีดำคันเก่งของเพื่อนตน เข้าอู่เพื่อซ่อมแซมเนื่องจากเสียหายอย่างหนัก ในช่วงหลบหนีอย่างชุลมุนในย่านยาเสพติดเมื่อคืนที่ผ่านมา

น่าๆ แค่ช่วงล่างเสียหาย กับกระจก แล้วก็ปัญหาเรื่องเครื่องยนต์นิดหน่อยเอง คาดว่าคงใช้เวลาประมาณ 2 อาทิตย์ เจ้าคันเก่งของเพื่อนแก คงกลับมาเป็นปกติแหละนะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”

เจ้าของอู่ซ่อมรถฝีมือดีประจำเมืองแกรนด์ โอเวอร์เซียร์ กล่าวกับกอร์ดอนพร้อมตบไหล่เขาเบาๆ ก่อนเดินไปยังรถคันสีดำขนาดใหญ่ ถูกยกขึ้นด้วยเครื่องจักรขนาดใหญ่ ก่อนที่จะมีวงแหวนพลังเวทฉายวนรอบรถที่ยกขึ้น เสมือนเป็นการตรวจสอบจุดที่เสียหายต่างๆ ในตัวรถ

ไงรถฉันไปถึงไหนแล้วล่ะ?” คาโต้ เดินเข้ามาในระหว่างนั้น ด้วยสภาพร่างกายอิดโรยหลังผ่านเรื่องราวเมื่อคืนอย่างหนักหน่วง จนถึงช่วงนาทีสุดท้าย ก่อนที่ตนจะนอนสลบไปในร้านกาแฟมาดอนน่า

ตื่นแล้วเหรอ? กลับมาฉันเห็นแกสลบเหมือดเลยนะ คาโต้กอร์ดอน หันไปพูดกับชายร่างอ้วนท้วน

ก็คงงั้นไอ้เวรนั่น มันผิดเองที่เป็นคนคิดแผนการนั่นขึ้นมา แกก็น่าจะรู้ไม่ใช่เหรอ

ฉันรู้ตั้งแต่ที่มันโทรมาฉันตั้งนานแล้ว เพื่อนกอร์ดอน ตอบกลับ แล้วพลางหยิบประแจขนาดใหญ่ขึ้นมายื่นให้กับช่างซ่อมคนหนึ่ง

หา? เรื่องจริงเหรอ?” คาโต้ ทำหน้าแปลกประหลาดใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น

หมอนั่นไม่เคยพูดโกหกหรอกยิ่งถ้าเป็นภารกิจสำคัญๆ ด้วยก็นะ

ท่าทางของกอร์ดอนค่อยๆ ดูสงบลง ก่อนที่เขาจะเดินออกจากอู่ซ่อมรถไปด้วยสีหน้ายิ้มแย้มตามเดิม เสียงสตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์ดังกระหึ่มขึ้นมาดังสนั่น ก่อนที่เจ้าตัวจะหยิบหมวกกันน็อคขึ้นมาสวมแล้วบิดรถออกไปอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางเสียงจอแจของผู้คนที่เดินผ่านไปมาในช่วงเช้า

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ว้าแพ้อีกแล้วสินะครับเสียงลากยาวอันเอื่อยเฉื่อยของชายหนุ่ม ระหว่างกำลังนั่งเล่นหมากรุกกับเมดสาว อยู่เป็นเวลานาน จนกระทั่งเมดสาวเป็นฝ่ายชนะ

ค่ะ ตามสัญญานะคะ คุณแคทเทอร์สีหน้าของเธอยังดูเรียบนิ่งไม่มีผิดเพี้ยน

เฮ้อ เราต้องเป็นคนจ่ายอีกแล้วสินะคะเนี่ย แร็บบี้ โพล่งขึ้นมา

ฉันติดค้างไว้ก่อน แล้วค่อยจ่ายได้รึเปล่า

ไม่ได้ค่ะเมดสาว ตอบกลับทันทีด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด

ดูเหมือนคงต้องจ่ายจริงๆ แล้วสินะ…”

ก่อนที่จะตามมาด้วยเสียงสะอื้นเล็กๆ ของชายหนุ่มในชุดสีขาวในเวลาต่อมา

ไมค์ ยังคงใช้เวลาจิบกาแฟและใช้เวลาพักผ่อนยาวๆ กับพรรคพวกของเขา หลังจากการบุกไปทำภารกิจถึงที่ย่านลิลิธเธอร์เรียลจบลง เขาก็ไม่ตัดสินใจรับงานใดๆ จากที่ไหนอีกหลังจากนั้น หนังสือพิมพ์ตั้งแผ่อยู่บนกลางโต๊ะพร้อมกับถ้วยกาแฟลายหรูตั้งอยู่ใกล้กัน เนื้อหาข้างในกล่าวถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมาประจำวัน แน่นอนว่านั้นรวมไปถึงเหตุการณ์ลอบสังหารเมื่อคืนที่ผ่านมาอีกด้วย

นั่นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่ไมค์ถึงจงใจไม่รับงานลอบสังหารหลังจากนั้น ในวงการนักลอบสังหาร ไมค์ถือเป็นคนที่มีวิธีปฏิบัติภารกิจแตกต่างจากคนอื่น และมักมีน้อยคนที่ยอมรับกับวิธีของเขา คำว่า เป้าหมาย อาจเป็นเพียงสิ่งที่ถูกกำหนดขึ้น แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด เส้นทางส่วนหนึ่งอาจได้ถูกวางเอาไว้แต่แรก หากแต่ยังมีอีกเส้นทางที่เขายังคงต้องการมันอยู่เมื่อครั้งที่เขาได้หลุดออกมาจาก กลุ่มอัศวิน

ต่อไปเป็นข่าวจากทาง กลุ่มอัศวิน นะครับเสียงผู้ประกาศข่าวจากทางวิทยุดังขึ้น กลบบรรยากาศอันอบอุ่นให้กลายเป็นบรรยากาศตึงเครียดทันที

ประชาชนบางส่วนจากย่านลิลิธเธอร์เรียล ได้รวมตัวกันที่ถนนเวสเทิร์น หลังจากเมื่อช่วงเวลา 23 นาฬิกา วันที่ 17 มีนาคม ได้มีเหตุการณ์ก่อการจลาจลกันขึ้น เหตุเกิด ณ ที่คลับอันเลื่องชื่อ ซึ่งทางกลุ่มอัศวิน ได้เร่งส่งกำลังเข้าไปช่วยเหลือ แต่ทว่ากลับถูกเหล่าประชาชนที่อยู่ในนั้นต่างขว้างปาหินใส่กันโดยไร้สาเหตุ ซึ่งในตอนนี้ทางหัวหน้ากลุ่มเองกำลังพยายามประสานงานไปยังจักรพรรดิ อยู่ครับ

ทุกคนในร้านต่างไม่มีใครพูดอะไรออกมา เมื่อเสียงประกาศได้จบลง และตามมาด้วยข่าวทั่วไป และข่าวการฆาตกรรมต่างๆ นาๆ ที่ชายร่างกำยำฟังมันอยู่ทุกวัน การใช้ชีวิตหากินกับความตาย ได้กลายเป็นเรื่องที่ชินชาสำหรับเขาไปแล้วในตอนนี้

มิเชลล์ ไวท์ซิลเวอร์

คุณไมค์กี้ครับ

ร่างกำยำของชายหนุ่มค่อยๆ หันมาทางชายหนุ่มในชุดสีขาวอีกคน ทำเอาไมค์ได้สติขึ้นมาหลังจากที่เหม่อลอยถึงชื่อของหญิงสาวที่เจอหน้ากัน เธอยื่นนามบัตรและเข้าสวมกอดเขาอย่างไร้เหตุผล เขารู้สึกไม่ดีกับเธอมากนักกับการกระทำแบบนั้น บวกกับท่าทางอันไม่น่าไว้ใจ ทำให้เขาไม่สามารถเชื่อใจเธอได้เลยแม้แต่น้อย

คือว่าคุณคงจะไม่ว่าอะไรนะครับ ถ้าหากผมเอ่อขอยืมเงินคุณจ่ายค่ากาแฟเสียหน่อยแคทเทอร์ ทำหน้าตาเลิกลั่ก เมื่อเอ่ยประโยคที่ไม่ต่างอะไรจาก ไม้เท้ารูปแมวที่ตนเองถืออยู่

ไม่ต้องหรอกน่าเรื่องแค่นี้ให้ฉันจ่ายให้นายเองก็ได้

-แต่ว่าคุณนั่งอยู่คนเดียวอยู่ไม่ใช่งั้นเหรอคะ แล้วทำไมถึง—“

ไมค์ ไม่พูดอะไรเพียงแต่ลุกขึ้นมา แล้วเดินไปที่เคาน์เตอร์จ่ายเงิน พร้อมกับหยิบเศษเหรียญที่เหลือมาจากการเสียเงินค่าซ่อมให้กับรถของคาโต้ วางไว้บนโต๊ะพร้อมกับของตัวเองด้วยส่วนหนึ่ง ซึ่งการทำแบบนั้นถือว่าเป็นการเอารัดเอาเปรียบให้ลูกค้าอีกคนเบี้ยวไม่ยอมจ่ายเงินได้เอาง่ายๆ

ไม่ต้องห่วงถ้าหมอนั่นไม่คืนเงินให้ฉัน เธอก็น่าจะรู้ไม่ใช่เหรอ ลิซ่า

เมดสาวเงียบไปครู่ ก่อนที่เธอตัดสินใจเดินไปที่โต๊ะของชายหนุ่มแล้วทำความสะอาดทันทีอย่างไม่รีรอ

-ขอบคุณมากครับ แล้วเดี๋ยวถ้าหากผมหาเงินมาคืนได้ จะรีบนำกลับมาคืนให้เร็วที่สุดเลย!”

เออๆ ไม่ต้องขอบใจฉันหรอก งั้นฉันขอตัวก่อนแล้วกัน

นั่น! เจ้านายกำลังจะไปไหนเหรอคะ?” แร็บบี้ หันไปพูดกับไมค์ พลางชักสีหน้าสงสัยขึ้นมานิดๆ ปกติแล้วเขาจะไม่ชอบออกไปข้างนอก ในช่วงเวลากลางวันที่แดดร้อนจ้าแบบนี้

ก็แค่อยากออกไปสูดอากาศเล่นๆ น่ะ

แม้จะฟังดูคลุมเครือ แต่ก็ถือเป็นเหตุผลที่ทุกคนในร้านต่างปล่อยเขาไป เมดสาวมองดูแผ่นหลังของชายหนุ่มด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง แต่แววตากลับแฝงด้วยความเศร้าสร้อย บ่งบอกถึงการจากลาที่ไม่มีหวนคืนกลับมาได้

ชายหนุ่มเดินเลียบไปทางฟุตบาทถนนอย่างเรื่อยเปื่อย ท่ามกลางแดดที่ร้อนระอุในช่วงนี้ เสียงข่าวรายงานสภาพอากาศประจำวันจากหน้าจอโฮโลแกรมกลางเมือง ดูเหมือนช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ผู้คนบนพื้นถนนเริ่มมีจำนวนลดน้อยลงไปบ้างสะดวกในการเดินข้ามถนนไปในแต่ละครั้ง

ฉันควรจะกลับไปนอนพักสักหน่อยน่าจะดี

ชายร่างกำยำหยิบนามบัตรขึ้นมา พลางหยิบมันออกมาดูอย่างน่าสนใจ หญิงสาวลึกลับนามว่า มิเชลล์ ไวท์ซิลเวอร์ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวเขา ไมค์สะบัดหัวแล้วพยายามลืมเรื่องราวพวกนั้นออกไป แต่ไม่ว่าจะลืมมันสักเพียงใด ทว่ามันกลับยิ่งมีแรงดึงดูดทำให้เขารู้สึกสนใจมันได้มากเท่านั้น ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเดินไปที่สวนสาธารณะที่อยู่ไม่ไกลในช่วงยามเย็นอย่างลำพัง แทนการเดินกลับที่พักของตน

ไมค์ หยิบบุหรี่ในเสื้อคลุมสีดำพร้อมกับไฟแช็กขึ้นมาจุดสูบ เพื่อลดความกดดันและสลัดเรื่องราวในหัวต่างๆ ออกไป พร้อมกันกับนั่งมองผู้คนต่างทำกิจกรรมของตัวเองไปมาในระหว่างนั้น สวนสาธารณะที่นี่เปรียบเป็นสถานที่เดียว ที่ทำให้เขาได้รู้จักกับคนต่างๆ มากหน้าหลายตา พร้อมกันนั้นยังถือเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจอีกด้วยในความคิดของเขา

เสียงดนตรีบรรเลงขับขานเบาๆ กับสายลมอ่อนๆ ปลิวให้ควันบุหรี่นั้นหายไปพร้อมกับอารมณ์ของเขา ชายร่างกำยำเริ่มตระหนักถึงเรื่องราวต่างๆ ที่เขาได้เผชิญหน้ากับมันครั้งแต่วัยเยาว์ ครั้งตั้งแต่ที่ตนเริ่มเดินเข้ามาในเส้นทางที่ตัวเองได้เลือกเอาไว้ ภาพในความทรงจำต่างๆ เข้ามาในหัวของเขา หวนให้คิดถึงเรื่องราวที่ไม่ว่าจะผ่านไปสักกี่ปี ทว่าความรู้สึกเดิมๆ ที่มีต่อแบล็คเชด ยังตราตรึงอยู่ในใจของเขา

คูเปอร์ตอนนี้แกยังมองฉันอยู่รึเปล่า

[ย้อนกลับไป 5 ปีก่อนหน้านี้]

ชายหนุ่มในชุดเสื้อกล้ามสีดำ กางเกงขาสามส่วนทิ้งตัวลงแล้วแหงนมองท้องฟ้าในยามค่ำคืนด้วยอารมณ์ที่ยากเกินกว่าจะอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ เมื่อไม่นานมานี้เองที่เขาได้ทำภารกิจได้รับมอบหมายสำเร็จ เหล่านักลอบสังหารต่างจัดงานเลี้ยงฉลองเล็กๆ เนื่องในโอกาสอันดีที่วันนี้เป็นวันเกิดของเขา

ที่แท้แกก็มาหลบอยู่ตรงนี้เองสินะ…” จู่ๆ เสียงทุ้มอันเป็นเอกลักษณ์ก็ดังขึ้น ก่อนที่เขาจะหันมาหาเพื่อนของตน

อย่ายุ่งน่า เห็นหรือเปล่าว่าฉันกำลังมองแสงจันทร์อยู่ชายหนุ่ม ตอบกลับ

โธ่เพื่อน...ฉันรู้ว่านายกำลังคิดถึงเธอคนนั้นอยู่ล่ะสิ ลิลลี่ของนายไง

ขอโทษนะสำหรับฉันเธอคือดอกทานตะวัน

ไมค์ ในวัย 17 ปีลุกขึ้นมานั่งอยู่ในท่างอเข่า พลางถอนหายใจอย่างโล่งอก มันคงไม่ใช่เรื่องดีสำหรับเขาแน่หากว่ามีนักลอบสังหารหรือใครสักคนมาเห็นเขาในสภาพแบบนี้ ไม่บ่อยนักที่ชายหนุ่มจะใช้เวลาในยามค่ำคืนไปกับการดื่มด่ำความมืดและแสงสว่างจากดวงดาวบนท้องฟ้าแบบนี้มาก่อน ทำเอาเพื่อนอีกคนที่เห็นรู้สึกแปลกประหลาดใจสักพัก จากนั้นจึงเดินเข้ามานั่งข้างๆ เขา

มีอะไรถึงได้ถ่อมาหาฉันถึงที่นี่ คูเปอร์ไมค์ ไม่ได้หันไปหาเขา หากแต่เหล่มองไปยังอีกฝ่ายด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์เล็กน้อยที่มีคนเข้ามารบกวนช่วงเวลาแบบนี้

น่าๆ ใจเย็นก่อนสิฉันไม่ได้มาเพื่อรบกวนนายหรอก แค่กลัวว่าจะเผลอทำเรื่องอันตรายไปก็เท่านั้นคูเปอร์ ตอบกลับ

ฉันไม่ได้วิกลจริตถึงขั้นไปทำร้ายคนอื่น โดยที่ไม่มีเหตุผลมารองรับหรอกเพื่อน

เออ นั่นสินะ…”

ทั้งสองปล่อยให้สายลมเบาหวิวพัดพาเรื่องราวต่างๆ จนหายไป เหลือไว้เพียงแค่ความเงียบและแสงจากพระจันทร์อันสว่างไสว พร้อมกับดวงดาวประกายระยิบระยับบนท้องฟ้าแสนมืดมิด ชายหนุ่มสองคนต่างไม่มีใครรู้ถึงเหตุการณ์ในช่วงปลายด้านหน้าของตัวเองว่าจะต้องเจอกับอะไร โดยเฉพาะกับไมค์ ผู้เป็นนักลอบสังหารคนแรกที่ใช้อาวุธปืน เป็นสัญลักษณ์การสังหารของเขา ส่วนคูเปอร์มีเพียงแค่มันสมองอันชาญฉลาด และดาบยาวแบบสั่งทำคู่ใจของเขาเพียงเท่านั้น นอกนั้นแล้วก็ไม่ต่างอะไรจากนักลอบสังหารคนอื่นในกลุ่มมากนัก

คิดว่ากำลังมีใครบางคนทรยศ เราอยู่บ้างรึเปล่า

จู่ๆ ทันใดนั้นเองไมค์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงชวนนุ่มนวล แต่กลับแฝงด้วยความเคร่งขรึมขึ้นมา

ทรยศเหรอ?”

ใช่ฉันรู้สึกได้ว่ามีใครบางคนกำลังวางแผนจะจัดการกับพวกเราอยู่ และฉันก็ไม่รู้ว่าใครมีเหตุผลทำให้กลุ่มของพวกเราแตกแยกกันไปคนละทิศคนละทางกันสีหน้าไมค์เริ่มดูจริงจังมากขึ้น

บ้าน่า มันจะเป็นไปได้ยังไงที่มีคนทรยศในกลุ่มพวกเราน่ะ!” คูเปอร์ แค่นเสียงออกมาเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าสิ่งที่ไมค์พูดออกมาดูจะทำให้เขาไม่พอใจสักเท่าไหร่ เนื่องจากตลอดเวลาที่ผ่านมาที่ทั้งสองได้หลบหนีออกมาจาก กลุ่มอัศวิน จนกระทั่งมาอยู่ที่นี่ พวกเขาได้รับความอบอุ่นและเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ มากมาย นับไม่ถ้วนจนกลายมาเป็นส่วนหนึ่งกับกลุ่มนักลอบสังหารที่มีชื่อว่าแบล็คเชด แห่งนี้

ใจเย็นก่อนสิ ตอนนี้เรามาไกลได้ถึงขนาดนี้แล้ว จะปล่อยให้เรื่องแบบนี้มันเป็นไปได้ไงกันเราต้องหาตัวเขาให้เจอแล้วจัดการเค้นความจริงออกมาซะมันก็แค่นั้น

แค่นั้น? สำหรับฉันมันคือคนทั้งชีวิตเลยนะ!” คูเปอร์ ยังคงโต้แย้งด้วยเหตุผลของเขา

ฉันไม่ได้ฆ่าเขา คูเปอร์ ไมค์ ผายมือ แล้วบอกให้อีกฝ่ายใจเย็นลง ก่อนที่ตัวเองจะอธิบายต่อไปอีกว่า

ฉันเพียงแค่ต้องการลากคอมัน และถามเหตุผลเฉยๆ เองก็แค่นั้น

แค่นั้นนายแน่ใจนะเพื่อน

คูเปอร์ ถามย้ำเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง

อื้อ! ฉันขอสัญญาด้วยชีวิตของฉันเลย!!”

ไมค์ หันมายิ้มกว้างให้กับเพื่อนของเขา รอยยิ้มนั้นไม่เพียงแค่เป็นรอยยิ้มบ่งบอกถึงความเชื่อใจเท่านั้น หากแต่มันเป็นรอยยิ้มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง ของเด็กหนุ่ม และสัญลักษณ์ของความเชื่อใจซึ่งกันและกัน สัญลักษณ์ของการผูกมัดในอีกหลายๆ ความหมายสำหรับพวกเขา

[กลับเข้าสู่ช่วงเวลาปัจจุบัน]

คุณคะ? ตื่นได้แล้วค่ะ

ชายหนุ่มเผลอหลับไป หลังจากที่ช่วงเวลาแห่งการดำดิ่งเข้าไปในความทรงจำเบื้องลึกได้จบลง ไมค์สะบัดหัวเบาๆ แล้วปาบุหรี่บนมือทิ้งลงถังขยะ ก่อนจะหันมามองหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยใบหน้าลุกลี้ลุกลน

หืม? นี่มันกี่โมงแล้วเนี่ย?”

“6 โมงเย็น 35 นาทีค่ะ หญิงสาวคนนั้น ตอบกลับ เธอแปลกใจขึ้นมานิดๆ เมื่อเห็นเขาแสดงสีหน้าลุกลี้ลุกลน ราวกับกำลังวิ่งหนีอะไรบางอย่าง

โอเค ขอบคุณ

ไมค์ รีบลุกออกจากที่นั่งทันที แล้วออกตัววิ่งไปที่ย่านการขนส่งในเมือง อย่างรวดเร็วโดยไม่บอกลาหญิงสาวคนนั้น เธอได้แต่มองอีกฝ่ายด้วยความประหลาดใจและรู้สึกตกใจในเวลาเดียวกัน

ไม่รู้ว่าอะไรดลใจถึงให้ไมค์เดินทางไปที่แห่งนั้น ช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ใกล้ตกดินถือเป็นช่วงเวลาที่พวกนักลอบสังหารและนักฆ่าต่างเริ่มออกมาทำงานตามที่ตนได้มอบหมายบ้างแล้วบางส่วน เว้นเพียงแต่สำหรับวันนี้ ที่ชายหนุ่มได้ตัดสินใจเดินทางไปยังที่ไหนสักแห่ง

`ที่ไหนสักแห่งที่จะช่วยไขข้อสงสัยในหัวของเขา

ขอโทษครับ ไม่ทราบว่าตอนนี้ยังมีตั๋วเดินทางไปเมืองแห่งเทคโนโลยี เหลืออยู่บ้างรึเปล่า?”

สีหน้าไมค์ดูร้อนรนหลังจากที่เขาวิ่งมาถึง พร้อมกับเสียงหอบหายใจอย่างเหนื่อยล้าสุดๆ ระยะทางจากสวนสาธารณะ ถึงย่านการขนส่งของเมืองแกรนด์ โอเวอร์เซียร์ที่อยู่ไกลไปราว 40 กิโลเมตร ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่การเดินทางไปยังสถานที่อันไกลจากตัวเมืองนั้นจะเป็นสิ่งที่ไมค์เกลียดชังมันมากที่สุด กลับกันมันก็เป็นการที่เขาได้ใช้เวลาในส่วนนี้โลดแล่นไปพร้อมกับปืนลูกซองคู่ใจ และกระสุนเด้งกลับ อันเปรียบเสมือนเครื่องทุ่นแรงในการให้ไปถึงจุดหมายได้เร็วขึ้นด้วยในเวลาเดียวกัน

แต่ไม่ว่ายังไงการผลาญกระสุนไปโดยสูญเปล่า นั้นก็เป็นสิ่งที่ไมค์ไม่ชอบมันอยู่ดี

เอ่อคือไม่ทราบว่าขอชื่อแล้วหลักฐานแสดงตัวหน่อยครับพนักงานที่ทำหน้าที่ขายตั๋ว เอ่ยถามชายร่างกำยำที่อยู่ตรงหน้า พลางแสดงสีหน้าที่รู้สึกตกใจเล็กน้อยกับสภาพของผู้โดยสารตรงหน้า

หลักฐานแสดงตัว?”

ใช่ครับตามปกติแล้วการเดินทางไปในช่วงเวลากลางคืน ทางกลุ่มอัศวิน ต้องการที่จะขอหลักฐานแสดงตัวต่างๆ เพื่อเป็นหลักยืนยันว่าท่านเป็นประชากรของที่นี่น่ะครับพนักงานเสียงสั่นเครือด้วยความกล้าๆ กลัวๆ เมื่อได้เห็นใบหน้าที่คมเข้ม แฝงไปด้วยความเกรงขาม กับร่างกายที่ใหญ่โตกว่าคนทั่วไปกว่า 2 เท่าน่าจะได้

เอาล่ะ! ฟังฉันนะ…” ไมค์ รวบรวมสติของตัวเอง ก่อนที่จะประคับประคองไม่ให้เผลอล้มสลบลงไป พลางสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่จนอาการเหนื่อยล้าของเขาเริ่มทุเลาลง

ฉันเดินอยู่ในเมืองนี้เกือบทั้งวัน พวกนั้นตามล่าฉันอย่างไม่หยุดหย่อน ฉันเคยทำคดีฆ่าคนมาแล้วนับไม่ถ้วน และแน่นอนว่าฉันเป็นนักล่าค่าหัว อยู่ ณ ตอนนี้ โอเค?”

และแน่นอนว่าถ้า-หาก-แก-ไม่-อนุมัติ-ให้-ฉัน-เข้าไปที่เมืองนั่นล่ะก็…”

และไม่เพียงพูดเปล่า ไมค์ชักปืนพกสั้นกระบอกสีขาวออกมา แล้วจ่อเล็งไปที่ใบหน้าของพนักงานขายตั๋วผู้โชคร้ายตรงหน้าด้วยสีหน้าขึงขัง เนื่องจากเขารู้ดีว่าหลักฐานแสดงตัวที่ว่านั้นเป็นเพียงแค่แผนที่พวก กลุ่มอัศวิน สร้างขึ้นมาเพื่อสำหรับปราบปรามและจับกุมนักลอบสังหาร ตามที่ข่าวนั้นได้ประกาศเอาไว้เมื่อสองสามวันที่แล้ว

ฉันจะเอาลูกตะกั่วยัดใส่รูก้นแกซะ…”

และนั่นก็เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่พนักงานขายตั๋วคนนั้นจะไม่ได้กลับเข้ามาทำงาน ณ ที่นี้อีกเป็นครั้งที่สอง

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

15 ความคิดเห็น

  1. #10 Arpapon (@nanny2014) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 เมษายน 2558 / 21:35
    โห โหดมากเลยไมค์ จะเอาลูกตะกั่วยัดรูก้น  นายไมค์จะไปเมืองเทคโนโลยี ไมหายัยมิเชลล์แน่ ๆ เลย 
    #10
    0