Bounty Hunter เพชฌฆาตพันธุ์ดุ [จบ]

ตอนที่ 6 : Mission 3 - Blood Apart (Part 3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 55
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    19 เม.ย. 58

Mission 3 – Blood Apart (Part 3)

เสียงฝีเท้าอันหนักแน่นย่ำลงไปกับพื้นในยามมืดมิด ชายร่างกำยำได้มุ่งหน้าไปยังย่านแห่งการมั่วสุมและสิ่งเสพติดทั้งหลายแหล่ไปแบบไม่เกรงกลัว พลางพาดปืนลูกซองซ่อนไว้ในเสื้อคลุมสีดำอย่างแนบเนียน และหันไปมองรอบๆ ตัวด้วยสีหน้าเฉยชา ราวกับมันไม่มีอะไรดึงดูดความสนใจให้เขาเลยแม้แต่น้อย ราวกับมันเป็นเพียงเรื่องธรรมดาสำหรับเขาไปแล้ว

แสงไฟนีออน เปรียบเสมือนกับตัวดึงดูดความสนใจของย่านนี้ ชายร่างกำยำเดินผ่านเหล่าหญิงสาวในชุดนุ่งน้อยห่มน้อยและชุดวาบหวิวไปอย่างเงียบๆ ไม่แสดงอาการอะไรออกมา ลิลิธเธอร์เรียลเป็นสถานที่ๆ อันตรายสำหรับเหล่าชายหนุ่มทั้งหลายโดยเฉพาะคนอย่างเขา กลับกันมันเป็นสถานที่ผ่อนคลายชั้นดีสำหรับพวกนักฆ่าที่ต้องการเสพสมพวก หญิงสาว เพียงเท่านั้น

พ่อหนุ่ม สนใจใช้บริการพวกเราสักหน่อยมั้ยจ๊ะ?” หนึ่งในสาวบริการ เดินเข้ามาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อยชายคนหนึ่งในขณะที่ไมค์นั้นกลับยังคงก้มหน้าเดินต่อไปเรื่อยๆ ตามเส้นทาง โดยมีแสงไฟนีออนคอยช่วยบอกทางไว้

เขาผลักผู้หญิงที่ยืนขวางทางเขาเบาๆ ไมค์คาดว่าเธอเองก็คงเป็นหนึ่งในพวกนั้นด้วยเช่นเดียวกัน ชายร่างกำยำเดินผ่านไปแบบไม่สนใจ จนกระทั่งเขาหยุดลง ณ คลับแห่งหนึ่งตรงหน้าตน สภาพรอบนอกของมันดูแตกต่างไปจากคลับก่อนๆ ที่เขาเดินผ่านมา นั่นคือแผ่นหินศิลาที่ติดอยู่บนป้ายที่ตกแต่งด้วยลายสีทองอย่างประณีต พร้อมกับปืนคาบศิลาที่ดูให้ความรู้สึกเหมือนกับย้อนไปในสมัยยุคเก่าๆ อะไรแบบนั้น

ที่นี่สินะหวังว่าจะใช่ตามที่เจ้านั่นบอก  

ไมค์ ไม่รอช้าทันทีเดินเข้าไปในนั้น เขาอาศัยจังหวะที่พวกยามเฝ้าประตูเผลอ แอบผลักประตูเข้าไปอย่างเงียบๆ ก่อนจะแฝงตัวเข้าไปในความมืดข้างใน พยายามไม่เป็นจุดสนใจให้กับคนที่อยู่ในคลับจนกระทั่งความมืดได้กลืนกินจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของเขา

เสียงเพลงแนวอิเล็กทรอนิกส์ แสงไฟและกลิ่นเขม่าควันบุหรี่ลอยฟุ้งอยู่ในคลับ ภาพของโฮโลแกรมบนเพดานเขียนตัวอักษรตวัดเป็นภาษาอังกฤษ อ่านว่าดรังค์ แอนด์ กันส์ คลับชื่อเสียงของคลับที่นี่อาจฟังดูไม่คุ้นหูมากนักสำหรับคนทั่วไป หากแต่สำหรับเหล่านักฆ่าแล้วต่างรู้จักกับมันดีในนามของผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่งที่คอยชักใยอยู่เบื้องหลังเรื่องราวของพวกเขา

ดูแม่สาวคนนั้นสิวะ! อย่างแจ่มเลยว่ะ ฮ่าๆ ว่างั้นมั้ย?”

ใช่คงงั้น

ไมค์ เดินผ่านชายทั้งสองคนไปแบบเงียบๆ เสียงดนตรีกลบเสียงพูดคุยของพวกเขาทั้งสอง จนดูเหมือนทำให้เขาไม่ได้สนใจอะไรกับคนเหล่านั้นมากนัก เขาไม่ได้รู้สึกถึงความไพเราะ ไม่ได้รู้สึกถึงอะไรเลยนอกจากต้องการเพียงแค่จัดการเป้าหมาย ตามที่ได้รับเพียงแค่นั้น ชายหนุ่มก้าวเท้ายาวไปในความมืดที่มีแสงจากหลอดไฟหลากสีส่องลงมา พร้อมกับฝ่าวงล้อมของเหล่านักเต้นทั้งชายและหญิงเหล่านั้น จนกระทั่งมันค่อยๆ บางตาลงแล้วถอนหายใจออกมาในที่สุด

เดิมทีแล้วไมค์ ไม่ได้เป็นคนชื่นชอบสิ่งเสพติดเหล่านั้นนัก ทว่าเมื่อตอนสมัยก่อนที่เขาจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งกับกลุ่มลอบสังหาร เขาเองก็เคยติดยาเสพติดพวกนั้นมาเหมือนกัน เพราะด้วยความอยากรู้อยากลองของเขา แต่ก็ดูเหมือนโชคได้เข้าข้างที่ได้รับการช่วยเหลือจาก กลุ่มอัศวิน ไว้ได้ทัน จึงทำให้ร่างกายของเขาค่อยๆ ฟื้นฟูตัวเอง และสัญญาว่าจะไม่ไปยุ่งกับมันอีกเป็นครั้งที่สอง

ชายร่างกำยำ มุ่งหน้าขึ้นบันไดไปยังชั้นต่อไปของคลับ เขาได้พบกับเหล่าชายฉกรรจ์จำนวนหนึ่งที่กำลังเดินมาทางเขา พวกเขาเหล่านั้นล้วนสวมแว่นตาดำ และใส่ชุดสีเขียว ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นผู้รักษาความปลอดภัยให้กับที่นี่ โดยเดาจากท่าทางของพวกเขาที่มักจะทำตัวแตกต่างจากคนอื่นๆ ในคลับจากที่เห็น

คนของที่นี่สินะ

ไมค์ หลบไปนั่งบนที่นั่งที่จัดเอาไว้ใกล้ๆ กับหญิงสาวแปลกหน้าในชุดคอวีสีดำ ผมสีทองสลวย และสวมแว่นกันแดดเลนส์สีดำ กำลังมองลงไปยังพื้นล่างพลางถือแก้วไวน์บนมือเอาไว้อยู่ในขณะนั้น ซึ่งดูเหมือนเธอจะไม่ได้สนใจชายหนุ่มที่ตรงดิ่งเข้ามานั่งข้างๆ เธอเลยแม้แต่น้อย นับว่าเป็นเรื่องที่ดีสำหรับเขา

ปืนพกสั้นแบบเก็บเสียงงั้นเหรอ? ดูท่าแล้วงานนี้คงจัดการยากกว่าที่ฉันคิดไว้แฮะ

นัยน์ตาของไมค์สังเกตไปที่อาวุธที่ซ่อนในเสื้อของชายฉกรรจ์ทั้งสามคนนั้น การต่อกรกับพวกผู้ใช้อาวุธปืนอาจเป็นเรื่องง่าย หากอยู่ในพื้นที่ๆ โล่งกว้างในความคิดของเขา ทว่าพื้นที่ในคลับแห่งนี้กลับมีไม่มากนัก แถมยังเต็มไปด้วยฝูงชนที่พร้อมจะวิ่งหนีกันเตลิดได้ตลอดเวลา เช่นเดียวกับฝูงกวางที่โดนเสือเข้าจู่โจมอย่างรวดเร็ว

ร่างกายคุณดูเกร็งๆ จังนะ เพิ่งเคยเข้ามาครั้งแรกเหรอ?”

จู่ๆ ทันใดนั้นเอง หญิงสาวที่นั่งข้างๆ ก็หันมาหาเขา ทำเอาไมค์ที่กำลังก้มหน้าอยู่นั้นเอง สะดุ้งเล็กน้อยแล้วค่อยๆ หันมาหาเธอ

ฉัน มิเชลล์ ไวท์ซิลเวอร์ ยินดีที่ได้รู้จักเธอยิ้มให้กับเขา ก่อนจะส่งนามบัตรสีขาวไปบนโต๊ะ

ไมค์ นิ่งแล้วมองดูนามบัตรไปสักพัก นัยน์ตาสีน้ำตาลของหญิงสาวพลางจับจ้องไปที่อาวุธที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อคลุมสีดำของเขา ก่อนจะเผยยิ้มมุมปากออกมานิดๆ เหมือนกับเธอได้รู้อะไรบางอย่างจากตัวเขาแล้วเพียงแค่เสี้ยววินาทีเดียวที่ได้เจอกัน

ดูท่าคุณคงไม่ชอบพูดสินะไม่ต้องห่วงหรอก ฉันเองก็ไม่อยากคุยอะไรด้วยเหมือนกัน

หญิงสาวกล่าวตอบ แล้วหันไปสนใจกับบรรยากาศบนพื้นล่างต่อ ขณะที่ไมค์เริ่มหันไปมองรอบๆ แล้วพบว่าชายฉกรรจ์เหล่านั้นเริ่มเดินออกไปกันแล้ว แน่นอนว่าเป็นโอกาสเหมาะที่เขาจะทำภารกิจนี้ได้อย่างรวดเร็วทันที หากว่าหญิงสาวตรงหน้าไม่แสดงทีท่ารู้สึกรังเกียจเขาไปเสียก่อน

ผมมาตามหาคนในที่สุด ไมค์ก็เอ่ยปากขึ้นมาเป็นครั้งแรก

หือ? ตามหาคนเหรอ?” มิเชลล์ แสดงสีหน้าแปลกใจเมื่อได้ยินที่ชายหนุ่มพูด

คุณก็น่าจะรู้ว่าแถวนี้มีพวกนั้นเยอะขนาดไหน อีกอย่างคุณไม่รู้หรอกว่าผมกำลังทำอะไรอยู่

ไมค์ หยิบนามบัตรของหญิงสาวเก็บเข้าเสื้อคลุมสีดำ แล้วลุกขึ้นเดินมุ่งหน้าไปยังเป้าหมายที่อยู่ถัดจากชั้นนี้ไป ก่อนที่พวกคนเหล่านั้นจะเดินขึ้นมา ทว่าในจังหวะนั้นเองมิเชลล์กลับลุกขึ้นมาแล้วค่อยๆ เดินตามชายร่างกำยำไป

ใช่ฉันไม่รู้หรอก ไม่มีใครรู้อะไรทั้งนั้นเธอค่อยๆ สวมกอดแผ่นหลังของชายร่างกำยำตรงหน้า

คุณต้องการอะไรกันแน่ คุณมิเชลล์น้ำเสียงของไมค์ เริ่มรู้สึกไม่พอใจ พลางรีบผละออกแล้วชักปืนพกสั้นสีขาวที่เหน็บไว้ขึ้นมา ราวกับไม่ไว้ใจพฤติกรรมของเธอ

ฉันเหรอ? ฉันแค่อยากจะได้นายมาเป็นของฉันก็เพียงเท่านั้นเองเธอยิ้มอย่างมีเล่ศนัย พร้อมกับเผยเรือนร่างอันดูน่าเย้ายวนเพื่อทำให้ชายหนุ่มตายใจ โดยที่เธอกลับไม่รู้ว่าคนที่อยู่ตรงหน้านั้นอันตรายมากแค่ไหน

ขอโทษด้วย แต่ผมคงต้องขอปฏิเสธไมค์ ตอบกลับไปก่อนจะเก็บปืนเข้าไปในเสื้อคลุม

งั้นเองสินะ…” เธอนิ่งเงียบ ไม่แสดงอาการอะไรออกมานอกเสียจากจะเข้าไปกระซิบข้างหูชายหนุ่มเป็นการทิ้งท้ายสั้นๆ ว่า

ถ้าอยากรู้รายละเอียดมากกว่านั้น ก็มาหาฉันได้ที่นามบัตรนั่นล่ะ ดูเหมือนฉันพอมีงานให้นายทำอยู่บ้าง หวังว่าคงจะไม่ปล่อยให้โอกาสดีๆ แบบนี้พลาดไปนะ

ริมฝีปากของเธอประทับไปบนแก้มของชายหนุ่ม ก่อนที่เธอจะเดินจากไป ปล่อยให้เขาได้ทำภารกิจต่อไปตามเดิม

นังตัวซวยเอ้ย

ไมค์ แอบสบถในใจเบาๆ ด้วยความรู้สึกโกรธ พลางเอามือถูรอยลิปสติกบนใบหน้าตนให้หมด แต่ดูเหมือนไม่ว่าเขาจะลบมันกี่ครั้ง รอยริมฝีปากนั่นกลับไม่สามารถลบออกไปได้เลยแม้แต่น้อย จึงทำให้เขาต้องจำใจปล่อยมันไป แล้วเริ่มหันไปสนใจกับภารกิจที่อยู่ตรงหน้าตนแทน

ปืนลูกซองอัตโนมัติค่อยๆ ออกมาจากเสื้อคลุมของชายร่างกำยำ อยู่ในสภาพเตรียมพร้อมยิง ก่อนที่ไมค์จะผลักประตูเข้าไปข้างในและเดินต่อไปตามทางเรื่อยๆ จนถึงประตูลิฟท์ อันเป็นจุดเริ่มต้นของการเริ่มการสังหารในครั้งนี้

ชายร่างกำยำยืนรอให้ประตูลิฟต์ค่อยๆ เปิดออกมา พลางผ่อนลมหายใจเข้า ออกช้าๆ เพื่อตั้งสมาธิ และทันใดนั้นเขาก็รีบอาศัยจังหวะที่ลิฟต์ลงมา วิ่งใช้พานท้ายปืนฟาดใส่การ์ดคนหนึ่งจนล้มไปทันที ก่อนที่จะถีบร่างของอีกคนเข้าไปกระแทกกับประตูลิฟต์ จนเกิดเป็นเสียงกระทบดังขึ้นมา

อึก!”

ไมค์ ใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาทีในการจัดการกับการ์ดทั้งสองคน โดยเว้นการใช้ปืนให้มากที่สุด มันคงไม่ใช่เรื่องดีแน่หากเขาเผลอลั่นปืนลูกซองภายในบริเวณนี้ และทำให้พวกบอดี้การ์ดต่างแห่เข้ามาหาเขา ชายร่างกำยำเดินขึ้นลิฟต์ไปพร้อมกับนำร่างการ์ดสองคนเข้ามาเพื่อเป็นการอำพรางศพ จากนั้นจึงค่อยกดไปยังชั้นที่ 3 ซึ่งเป็นชั้นบนสุด ที่เป้าหมายของเขากำลังรออยู่

 ทุกการกระทำ ย่อมมีผลกระทบที่ตามมาเสมอ

ประโยคหนึ่งแวบเข้ามาในหัวของชายร่างกำยำ ก่อนที่มันจะหายไปเมื่อประตูลิฟต์ค่อยๆ เปิดออกมาอย่างช้าๆ

ทันใดนั้น เสียงปืนลูกซองอันคุ้นเคยก็ดังสนั่นขึ้นโดยที่ทุกคนในชั้นไม่ทันได้ตั้งตัว ไมค์จัดการยิงใส่ร่างของการ์ดคนหนึ่งทันทีจนล้มไปนอนจมกองเลือด ก่อนที่การ์ดอีกสองคนจะวิ่งพุ่งออกมาจากประตูทันที หวังจะจัดการกับผู้ที่บุกรุกเข้ามา

แต่ดูเหมือนพวกเขาจะประเมินความสามารถของไมค์ต่ำกว่าที่คิด

ไมค์ กราดยิงใส่พวกเขาอย่างไม่ลังเล พลันเครื่องในและของเหลวสีแดงทะลักของบอดี้การ์ดรายหนึ่งทะลักออกมาจากท้องอย่างน่าสยดสยอง ทว่าการสังหารของไมค์กลับยังไม่จบเพียงแค่นั้น ชายหนุ่มวิ่งถีบร่างนั้นลงไป แล้วพุ่งเข้าไปหลบในห้องด้านซ้ายมืออย่างรวดเร็ว แล้วกราดยิงสู้กับบอดี้การ์ดคนที่เหลืออีกจำนวนกว่า 7 คน อย่างแม่นยำ

กระสุนนัดหนึ่งวิ่งทะลุไปที่ร่างของไมค์อย่างไม่ทันได้ระวัง หลังจากที่ปิดฉากการปะทะกับพวกบอดี้การ์ดที่เหลือทั้ง 7 คนจบ ทว่าโชคดีที่กระสุนนัดสุดท้ายในรังเพลิงปืนลูกซองเหลืออยู่ทำให้มันช่วยชีวิตของไมค์เอาไว้ได้อย่างทันท่วงที พอดี นับว่าเป็นเรื่องบังเอิญที่คาดไม่ถึงมากสำหรับเขา

ไมค์ บรรจุกระสุนลูกซองเข้ารังเพลิงเป็นจำนวน 10 นัด แล้วขึ้นลำกล้องปืนก่อนจะผลักประตูห้องน้ำ แล้วค่อยๆ เดินออกมาอย่างใจเย็น ศพคนตายจำนวนมากนอนเกลื่อนกลาดไปบนพื้น ไม่ต่างอะไรจากกองขยะที่กระจัดกระจายไปทั่วห้อง กลิ่นเขม่าควันจากรอยไหม้ของกระสุนยังคงลอยฟุ้งอยู่ในห้อง พร้อมกับกลิ่นเลือดและปลอกกระสุนที่ตกไปยังบนพื้นราวกับเศษเหรียญ

ร่างกำยำก้าวเท้าออกไปจากห้อง ไมค์พยายามอย่างมากในการระมัดระวังพวกศัตรูที่พร้อมจะดักทำร้ายเขาทุกเมื่อ เสียงกรีดร้องและเสียงฝีเท้าจำนวนมากบนพื้นล่างดังขึ้นมา คาดว่าเป็นเพราะการปะทะเมื่อครู่นี้ทำให้คนแตกตื่นวุ่นวายกัน นับว่าไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจสักเท่าไหร่นัก จนกระทั่งเขาได้เดินมาถึงประตูที่มีสัญลักษณ์เหมือนกับที่เคยเจอก่อนเข้ามาข้างในนี้

--จะทำอะไร แกจะทำอะไรฉัน!!!”

สายตาอันเย็นเฉียบของไมค์หันไปมองรอบๆ ตัว พร้อมด้วยปืนลูกซองอัตโนมัติบนมือตัวเอง เขาคาดการณ์ไว้แล้วว่าพวกบอดกี้การ์ดที่เหลือน่าจะถูกพวกตัวเองจัดการไปแล้วในขณะนั้น เหล่าชายฉกรรจ์และหญิงสาวต่างแสดงทีท่าหวาดกลัวทันทีเมื่อได้เห็นร่างอันกำยำของไมค์ มันให้ความรู้สึกราวกับเขาเป็น ยมทูตที่พร้อมจะฆ่าใครก็ได้ทุกเมื่อ เพียงแค่หยิบปืนขึ้นมาบนมือเพียงเท่านั้น

แกฆ่าลูกน้องของฉันแกทำที่นี่พังฉันจะขอสาปแช่งให้แกไม่ตายดีแน่ๆ

ชายร่างอ้วนกล่าวออกมาด้วยประโยคดานดื่นธรรมดาๆ ที่ไมค์ได้ยินอยู่บ่อยครั้ง ชายหนุ่มเก็บปืนลูกซองอัตโนมัติเข้าไปในเสื้อคลุม พร้อมกับหยิบบุหรี่สีดำออกมาสูบอย่างผ่อนคลาย มืออีกข้างค่อยๆ ล้วงปืนพกสีขาวบริสุทธิ์ออกมาอย่างช้าๆ ด้วยทีท่าไม่รู้สึกร้อนรนกับเหตุการณ์ตรงหน้าเลยสักนิด

ผิดกับใบหน้าที่หวาดระแวงของอีกฝ่าย

ก่อนจะสาปแช่งช่วยหุบปากโสโครกนั่น แล้วปล่อยพวกผู้หญิงไปซะแบบนั้นแกจะทำให้ฉันได้รึเปล่า ก่อนที่ฉันจะฆ่าแกไมค์ เอ่ยกับชายร่างอ้วนด้วยสีหน้าดูเย็นชา แฝงไปด้วยอันตราย

แกไม่ควรเข้ามายุ่งที่นี่แกมันไม่รู้อะไรเลยสักนิด สักวันพวกนักฆ่า จะต้องตามล่าแก แล้วก็พรากสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของแกไปแน่ จำเอาไ-“

 ยังไม่ทันไรที่ชายร่างอ้วนจะพูดจบ ไมค์จัดการใช้ลูกปืนพกกรอกปาก อันเป็นการจบบทสนทนาเพียงระยะสั้น ก่อนที่เขาจะเก็บปืนเข้าเสื้อคลุม แล้วหันหลังเดินออกไปจากห้อง โดยปล่อยพวกคนที่เหลือไว้ ตามแบบฉบับของนักลอบสังหาร ที่ใช้ปืน เป็นอาวุธหลัก

ไมค์! พวกนักฆ่ากำลังแห่มา เราต้องรีบหนีเดี๋ยวนี้!’ เสียงตะโกนจากข้างนอกดังขึ้นมาหาเขา ชายหนุ่มไม่รอช้าที่จะวิ่งออกไป พร้อมกับชักปืนลูกซองออกมาแล้วบรรจุเป็นกระสุน ระเบิด ใส่เป็นจำนวนสองนัด ลั่นไกยิงใส่พวกนักฆ่าที่กำลังขึ้นมา และลิฟต์ทันทีจนมันทะลุออกมาให้เขาพอจะกระโดดลอดออกมาได้

เสียงฝีเท้าจำนวนมากตามร่างกำยำในชุดเสื้อคลุมสีดำไป ในขณะที่เขานั้นกระโดดออกมาจากตัวคลับอย่างรวดเร็ว ด้วยความสูงที่มากพอทำให้ร่างของไมค์เจ็บระบมทั่วทั้งตัว ชายหนุ่มไม่ลืมที่จะใช้กระสุนลูกซองแบบเด้งกลับ ยิงใส่พื้น ส่งผลให้ร่างเขาลอยตัวอยู่บนอากาศรอบหนึ่ง แล้วจึงหันไปหาพรรคพวกของตน กอร์ดอน เล็งปืนลูกโม่สีฟ้าบนมือ แล้วพลันทันใดนั้นลูกกระสุนก็พุ่งออกมาเป็นลำแสงความเร็วสูง ช็อตใส่ร่างของนักฆ่าคนหนึ่งจนล้ม แล้วลามไปจนถึงคนที่อยู่ใกล้ๆ ไปด้วยในบริเวณนั้น

แร็บบี้!! เรียกเธอมาเร็วเข้า!” ไมค์ เอ่ยขึ้นในระหว่างกำลังวิ่งหลบหนีไปยังจุดที่เขาได้นัดหมายเอาไว้ ขณะที่แคทเทอร์กับกอร์ดอน ต่างก็กำลังต่อสู้กันอยู่กับพวกนักฆ่า ไปตามแบบฉบับของตัวเอง

ร่างของสัตว์ขนาดใหญ่ พร้อมดวงตาคู่โต กัดขย้ำพวกนักฆ่าอย่างไม่มีชิ้นดี ด้วยฝีมือของแคทเทอร์ ชายหนุ่มผู้เป็นหัวหน้ารีบตะโกนไปหาพวกเขาให้หยุดกระทำการพวกนั้น เพราะเกรงว่าอาจจะเกิดการบาดเจ็บและเสียชีวิตของพวกคนนอก ได้

แคทเทอร์!! กอร์ดอน!!! รีบหนีออกมาซะ!!”

ในขณะเดียวกันเอง รถคันสีดำก็วิ่งฝ่าเข้ามาทันทีอย่างทุลักทุเลในขณะนั้น เหตุการณ์รอบนอกภายในย่านลิลิธเธอร์เรียล เต็มไปด้วยความวุ่นวายเกือบทั้งหมด ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นแผนการของชายหนุ่มเกือบทั้งสิ้น ไมค์เมื่อเห็นรถคันสีดำที่พุ่งมาก็ไม่รอช้าที่จะวิ่งไปหา แล้วรีบเปิดประตูรถเข้าไปทันที ตามมาด้วยแคทเทอร์ โดยในทางด้านของแร็บบี้เองนั้นก็นั่งอยู่ที่เบาะหลังแล้วเรียบร้อย

ฉันเดาไม่ผิดจริงๆ ว่านายจะทำให้ภารกิจในวันนี้วุ่นวายได้ถึงขนาดนี้คาโต้ เอ่ยกับพรรคพวกที่เข้ามาในรถ

อย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้ รีบเบิ่งรถแล้วหนีออกจากที่นี่ซะ!!” ไมค์ ตะโกนใส่คนขับ พลางหันไปนับจำนวนพรรคพวกของตน เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครเหลืออยู่ในนี้

 เออๆ เข้าใจแล้วว่าแต่ กอร์ดอนล่ะ?”

เสียงบิดของรถมอเตอร์ไซค์อันดังกระหึ่ม ค่อยๆ วิ่งเข้ามาก่อนที่มันจะจอดอย่างกะทันหัน ระหว่างที่ชายร่างท้วนอย่างคาโต้ จะรู้สึกตกใจจนหักเลี้ยวหลบทันใด นับว่าโชคยังดีที่เขานั้นไม่ได้เหยียบคันเร่งไปจนมิดไว้ และแน่นอนว่ามันจะตามมาด้วยอุบัติเหตุอย่างร้ายแรงเอาแน่

 “กำลังตามหาฉันอยู่เหรอ?” กอร์ดอน หันไปโบกมือพร้อมกับปืนลูกโม่สีฟ้าบนมือตน

 “คาโต้เหยียบคันเร่งซะ!!!” ไมค์ กล่าวด้วยทีท่าร้อนรน ผิดจากอารมณ์เมื่อครู่นี้ของเขา ที่พยายามฆ่าเป้าหมายอย่างเลือดเย็นด้วยปืนพกสั้นสีขาว

 รถคันสีดำพุ่งตรงไปทางด้านหน้าพร้อมกับรถมอเตอร์ไซค์อย่างรวดเร็ว เหลือไว้เพียงแค่ความวุ่นวายภายในย่านแห่งนี้และเหล่าผู้คนที่วิ่งหนีตายกันอย่างจ้าละหวั่น ท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดที่ยังคงติดอยู่บนเสื้อของเหล่าชายฉกรรจ์กว่า 20 คนที่อัดแน่นอยู่ในคลับนั้น

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

15 ความคิดเห็น

  1. #8 Arpapon (@nanny2014) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 เมษายน 2558 / 17:06
    นายไมค์เถื่อนว่ะตอนนี้  แต่โค ตะ ระ มันส์อะ พวกนักฆ่าคงจะแค้นหน้าดู หึหึ...
    #8
    0