Bounty Hunter เพชฌฆาตพันธุ์ดุ [จบ]

ตอนที่ 8 : Mission 5 - Transmigration (Part 1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 64
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 พ.ค. 58

Mission 5 – Transmigration (Part 1)

จุดมุ่งหมายอาจมีไว้เพื่อแสดงถึงสิ่งที่ต้องทำ

แต่สำหรับสิ่งที่เรียกว่าประสบการณ์

เป้าหมาย สำหรับฉันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกต่อไป

ค่ำคืนของเมืองแห่งเทคโนโลยีนั้นต่างจากแกรนด์ โอเวอร์เซียร์กันอย่างลิบลับ บางทีมันคงอาจยิ่งใหญ่กว่าในหลายๆ ความหมาย ยานพาหนะลอยได้กลายเป็นสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับคนที่ไม่เคยเข้ามาในเมืองนี้มาก่อนอย่างไมค์ ภาพตรงหน้าที่เขาได้เห็นเป็นสิ่งที่สามารถยืนยันได้จริงว่า สถานที่นี้ไม่ใช่สถานที่สำหรับเขา

หากแต่มันคือหนึ่งในปะติมากรรมชั้นเยี่ยม ที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีในยุคโลกาภิวัฒน์ไม่มีผิด

แม่ฮะ! ดูนั่นสิ!”

เด็กน้อยคนหนึ่งชี้ออกไปนอกหน้าต่างรถรางความเร็วสูงที่กำลังวิ่งผ่านเครื่องจักรขนาดมหึมา ที่ค่อยๆ ขยับเขยื้อนอย่างช้าๆ ข้ามรางรถไฟหุ้มด้วยม่านพลังงานไฟฟ้ารอบตัว

ไมค์ มองเครื่องจักรนั้นด้วยสายตาสนเท่ห์ ผิดกับเด็กน้อยที่รู้สึกตื่นตาตื่นใจที่ได้เห็นมัน ขาทั้ง 4 ข้างคอยขับเคลื่อนให้มันเดินไปตามทางของมัน บวกกับขนาดตัวที่ใหญ่พอๆ กับเมืองที่ชายหนุ่มอยู่ ทำให้มันดูน่าเกรงขาม และยากที่จะต่อกรได้ง่ายๆ หากไม่มีอาวุธหรือพละกำลังเหนือธรรมชาติที่มากพอจัดการได้

กำลังจอดเทียบสถานีในอีก 5 นาที

พลันเสียงประกาศเริ่มดังขึ้น ทันใดนั้นรางรถไฟทั้งหมดก็เริ่มหายไป รถรางความเร็วสูงที่มาจากสถานีก่อนหน้านี้ เริ่มเปลี่ยนรูปร่างของมัน กลายเป็นยานบินขนาดใหญ่ที่มากับไอพ่นทั้งสี่ข้าง บินเข้ามายังในสถานีจอดเทียบท่าขนาดใหญ่ที่ได้เตรียมเอาไว้ ทำเอาผู้โดยสารที่อยู่ข้างในต่างรู้สึกตกใจเล็กน้อยที่รถรางความเร็วสูง เปลี่ยนมาเป็นยานบินแบบนี้อย่างกะทันหัน อันเป็นผลมาจากเทคโนโลยีที่ทางเมืองแห่งเทคโนโลยี ได้ทำการติดตั้งโปรแกรมให้กับมันนั่นเอง

ขอให้ผู้โดยสารทุกคน เดินทางโดยสวัสดิภาพ

ยินดีต้อนรับเข้าเมืองนะครับ/ค่ะ เหล่าผู้โดยสารทุกคน

หลังจากที่ยานได้จอดลง ผู้โดยสารในเครื่องต่างก็เดินลงมากันทีละคน พร้อมด้วยพนักงานต้อนรับในสถาน็ต่างออกมารอผู้โดยสารด้วยเช่นเดียวกัน ไมค์ เดินลงมาเป็นคนสุดท้ายพร้อมกับสีหน้ารู้สึกพะอืดพะอม สำหรับเขาแล้วการเดินทางแบบนี้เป็นอะไรที่เขาเกลียดมันที่สุด ชายร่างกำยำรีบเดินผ่านผู้โดยสารด้วยความเร่งรีบ มองหาถุงหรือห้องน้ำ ที่ไหนสักที่ที่พอจะรองรับของที่อาเจียนออกมาในกระเพาะเขาได้

ทว่าเคราะห์ร้ายกลับกลายเป็นว่าภายในสถานีนั้น กลับมีขนาดที่กว้างเกินกว่าที่เขาจะเดินตามหาสิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดในตอนนี้

เฮือก!!” ไมค์ ทิ้งร่างอยู่ในท่าคุกเข่ามองพื้น แล้วเริ่มสำรอกอ้วกออกมาทันที ท่ามกลางผู้โดยสารต่างเมืองและพนักงานชายและหญิงที่ต่างตกใจกับสิ่งที่เขาทำ นับเป็นภาพที่เขาไม่อยากให้มันเกิดขึ้นมาเลยด้วยซ้ำในชีวิต

เฮ้! คุณไม่เป็นอะไรนะพนักงานวัยสามสิบปีคนหนึ่ง เดินเข้ามาตบหลังไมค์เบาๆ หลังจากที่ได้เห็นสภาพของเขา

-ฉันโอเคดีไม่เป็นไรหรอกชายหนุ่มตอบกลับ สีหน้าของไมค์ดูแย่กว่าทุกครั้งที่ผ่านมา มันคงไม่ใช่ชเรื่องดีแน่หากว่าพรรคพวกของเขามาเห็นตนในสภาพที่ไม่ต่างอะไรจากคนที่เพิ่งเคยฆ่าคนเป็นครั้งแรก นับเป็นความรู้สึกที่ยากจะอธิบายได้จริงๆ

ดูท่าอาการหนักพอสมควรเลยนะเนี่ย…”

เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งพูดขึ้น เธอค่อยๆ เดินผ่านพนักงานเหล่านั้นอย่างไม่แคร์สายตาใดๆ ที่จับจ้องมองมายังที่เธอ

คุณไมค์ใช่รึเปล่าคะ?”

พนักงานคนนั้นค่อยๆ หันไปหาต้นตอของเสียง ก่อนที่จะเบิกตาค้างตึ่งเมื่อได้เห็นสาวสวย ราวกับนางแบบยืนอยู่ในท่าเท้าสะเอว มองลงมายังที่ร่างของชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของชื่อที่เธอได้ขานขึ้นมา

ใช่คนที่คุณตามหาอยู่แน่เหรอครับ?” ชายในชุดสูทสีดำ เดินเข้ามาประกบข้างมิเชลล์ พลางหันไปมองร่างตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง

ทำไมจู่ๆ ถึงได้ถามอะไรแบบนั้นออกมา ฟาร์กัสหญิงสาวเอ่ยขึ้นเป็นเชิงไม่พอใจเล็กน้อย

เอ่อคือ ผมแค่ไม่แน่ใจเกี่ยวกับประวัติของเขาจากที่ผมได้ค้นหาในคลังข้อมูลน่ะครับ

เฮ้ๆ ข้อมูลพวกนั้นมันเชื่อถือได้ยากนะ บางทีถ้าได้ฟังจากปากของเจ้าของจริงๆ นายอาจจะรู้ลึกมากกว่านี้ก็ได้ จริงไหม?”

มิเชลล์ หันไปส่งยิ้มมุมปากให้กับเขา ก่อนจะเดินไปหาไมค์ที่ตอนนี้อาการเริ่มดีขึ้นมาเล็กน้อย

เธอใช่ นังตัวซวย ที่ฉันเคยเจอรึเปล่า?” ไมค์ พูดขึ้นมาทันทีหลังจากเห็นใบหน้าของเธอ นัยน์ตาสีน้ำตาล กับขนตางอนสีดำ มาพร้อมกับเสื้อชุดคอวีสีดำและรูปร่างที่ให้ความรู้สึกเย้ายวนเช่นเดิม ไม่มีผิดไปจากครั้งก่อน เว้นซะแต่ครั้งนี้จะมีหนึ่งในชายชุดสูทสีดำ ที่เข้ามายืนประกบข้างๆ เธอด้วยคนหนึ่ง

พูดจาหยาบคายจังเลยนะผิดกับที่เราเคยเจอกันเมื่อครั้งก่อน คุณยังพูดจาดีๆ กับฉันเลยมิเชลล์ ชักสีหน้าผิดหวัง แล้วผายมือทั้งสองข้างบ่งบอกถึงอารมณ์ที่ยากจะคาดเดา

พูดจาดีๆ เนี่ยนะ ฉันเคยพูดจาดีกับเธอที่ไหนกัน?” ชายหนุ่ม เลิกคิ้วทั้งสองข้างอย่างแปลกใจ

ก็เมื่อครั้งก่อนที่คลับ กันส์ แอนด์ ดรังค์ ไง

ดรังค์ แอนด์ กันส์ ต่างหากเธอจำชื่อสลับกันแล้ว มิเชลล์

อ่า ใช่! นั้นแหละที่ฉันอยากจะพูด

ไมค์ ถึงกับส่ายหัวให้กับอาการหลงลืมของมิเชลล์ เธอหัวเราะออกมาเบาๆ เล็กน้อย แล้วเริ่มหัวข้อสนทนากันต่อไปกับชายหนุ่ม ก่อนที่เหตุการณ์จะเริ่มกลับเข้าสู่ปกติอีกครั้ง และพนักงานทุกคนต่างก็เดินกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองเช่นเดิม

จริงสิสนใจไปที่พักฉันสักหน่อยไหม?” หญิงสาว เสยผมทรงสลวยสีน้ำตาลอ่อนเล็กน้อย

จะดีเหรอ?” ไมค์ โพล่งขึ้นมาด้วยความแปลกใจเล็กน้อย

ไม่ต้องห่วง ฉันเตรียมเรื่องยานพาหนะไว้แล้วสำหรับนายโดยเฉพาะ

ชายชุดสูทสีดำผู้เป็นบอดี้การ์ดให้กับมิเชลล์ เดินเข้ามาพร้อมกับท่อนเหล็กสีดำ ที่ตรงกลางนั้นมีปุ่มรูปสี่เหลี่ยมสีขาว รอบวงเป็นสีฟ้าอ่อนส่องแสงเล็กๆ ออกมา ดูแล้วให้ความรู้สึกเหมือนกับเครื่องมืออะไรสักอย่างที่ชายหนุ่มไม่เคยรู้จักมาก่อน วิวัฒน์การของเทคโนโลยีของที่นี้คงก้าวไกลเกินกว่าที่ไมค์คิด

และเผลอๆ มันอาจจะไกลเกินกว่าที่มันควรจะเป็น

ลองกดปุ่มสีฟ้านั่นดูสิ…”

ไมค์ ไม่ปริปากพูดอะไรออกมา เขาเพียงแต่รับท่อนเหล็กบนมือของฟาร์กัส แล้วกดปุ่มตามที่หญิงสาวบอก ฉับพลันทันใดนั้นท่อนเหล็กนั้นก็ค่อยๆ เริ่มกลายสภาพเป็นยานพาหนะขึ้นมาทีละส่วน จนเริ่มกลายเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา

ไพโอนิค 330 `อีเอ็กซ์ (Pionic 330 EX) นวัตกรรมจากบริษัทยานยนต์ชื่อว่า ไซเทค (Psi-tech)’ รูปลักษณ์ภายนอก อาจดูเหมือนรถยนต์คันพิเศษที่ออกแบบมาให้มีดีไซน์คล้ายกับรถสปอร์ตราคาแพงๆ แต่สำหรับที่นี่ มันเป็นเพียงแค่รถยี่ห้อธรรมดาๆ เท่านั้น

มิเชลล์ เริ่มอธิบายถึงหลักการทำงาน และประวัติของมันอย่างคร่าวๆ เพื่อให้ชายหนุ่มได้เข้าใจ เนื่องจากสภาพภายนอกของยานพาหนะตรงหน้าที่ไมค์เห็น ดูแตกต่างจากรถยนต์ที่เขาเคยเห็นในเมืองมากอย่างเทียบไม่ได้ นับตั้งแต่เส้นยางที่สามารถปรับแรงเสียดทานได้ จนไปถึงโครงด้านนอกที่นอกเหนือจากจะออกแบบมาเพื่อให้มีความเร็วมากขึ้นแล้ว มันยังมีระบบอัจฉริยะที่มาจากเทคโนโลยีของหุ่นยนต์อีกด้วย ฟังดูแล้วน่าสนใจไม่ใช่น้อยๆ สำหรับคนทั่วไป

ทำเอาเทคโนโลยีที่เรียกว่าคอมพิวเตอร์ที่ชายร่างกำยำรู้จัก ถึงกับนิ่งเงียบแล้วตั้งใจฟังในสิ่งที่เธอพูดออกมาทันทีจนจบ โดยไม่สนใจเสียงรอบข้างเลยสักนิดเดียว

ไง ฟังดูเป็นยังไงบ้าง?” หญิงสาว เหลือบไปมองชายหนุ่มเล็กน้อยหลังจากที่อธิบายจนจบ

ฉันไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนในชีวิต…” ไมค์ กล่าวออกมาด้วยถ้อยคำสั้นๆ

โอ้ ขนาดนั้นเชียว?”

ฉันขอลองขับมันดูได้รึเปล่า?”

นัยน์ตาของไมค์ฉายแววความตื่นเต้นขึ้นราวกับเด็กที่ได้รับของเล่นชิ้นใหม่ หญิงสาวแสดงอาการรู้สึกดีใจเล็กน้อยที่ผลออกมาเกินกว่าที่คาดคิด ชายหนุ่มลากร่างกำยำของตัวเองเข้าไปในรถที่ด้านคนขับ ก่อนที่ตัวรถนั้นจะเริ่มค่อยๆ เลื่อนประตูลงมาปิดด้านคนขับอัตโนมัติ แล้วมีเสียงแจ้งขึ้นมาสั้นๆ ว่า

[ทำการแสกนบริเวณรอบนอก กรุณารอสักครู่ก่อนที่ระบบจะเริ่มทำการขั้นต่อไป…]

จะดีเหรอครับ? ที่ปล่อยให้เขาขับรถแบบนั้นฟาร์กัส เอ่ยด้วยความระแวงเล็กน้อย เพราะในฐานข้อมูลที่เขาค้นพบ ชายหนุ่มนั้นไม่มีทักษะทางด้านขับรถเลยแม้แต่น้อย

อย่าห่วงไปเลยยังไงแล้ว การปล่อยให้สัตว์เลี้ยง ได้เป็นอิสระ ก่อนเชือดทิ้งอย่างทรมาน มันก็เป็นหน้าที่ของฉันอยู่แล้วแหละนะ

มิเชลล์ หันไปส่งรอยยิ้มอย่างมีเล่ห์เหลี่ยมให้กับชายผู้เป็นบอดี้การ์ดของเธอ พร้อมด้วยถ้อยคำที่แฝงไว้ด้วยแผนการบางอย่างในหัวอันยากจะคาดเดา

[การแสกนรอบนอกเสร็จสมบูรณ์ ขณะนี้ ระบบแผนที่ พร้อมใช้งานแล้ว]

[คุณต้องการเข้าสู่โหมดนักขับฝึกหัด หรือไม่?]

มาระดับนี้คงไม่ต้องแล้วล่ะนะ…”

ไมค์ กดปุ่ม [ปฏิเสธ] อย่างไม่ลังเล เมื่อเสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นอันเป็นการเปิดระบบโดยสมบูรณ์ภายในตัวรถ แสงไฟจากหน้าจอ LED เริ่มเผยให้เห็นทิวทัศน์รอบนอก ขีดแสดงความเร็ว และเหล่าบรรดาหน้าจอโปรแกรมแสดงการขับเคลื่อนส่วนต่างๆ ของตัวรถมาทันใด

ไมค์มิเชลล์ เอ่ยขึ้นมาผ่านทางกระจกด้านหน้าของรถ ที่แสดงเป็นคลื่นสัญญาณเสียงสีฟ้า พร้อมด้วยชื่อผู้ที่ติดต่อเข้ามาแบบย่อๆ

ว่าไง?” ชายหนุ่ม ตอบกลับ

ฉันจะส่งพิกัดที่อยู่ของตัวเองไปให้ ระหว่างนี้จะแล่นรถชมวิวหรือทำอะไรตามแต่ตราบเท่าที่นายต้องการ

โปรแกรมแสดงแผนที่ขนาดกลาง ที่อยู่แถบทางมุมซ้ายบนของกระจกรถ เริ่มขยายขึ้นมาแล้วมาร์คไปที่จุดๆ หนึ่งซึ่งเป็นภาพโฮโลแกรมเหมือนกับที่ชายหนุ่มรู้จัก ไมค์สังเกตไปบนจุดที่มาร์คเอาไว้ สีของมันดูสบายตาและพอให้เขาสามารถทำความเข้าใจได้อย่างคร่าวๆ ขึ้นมาชั่วครู่ ก่อนที่เขาจะปัดโปรแกรมแสดงแผนที่กลับเข้าไปบนมุมซ้ายบนกลับไปอีกครั้ง

ที่สำคัญขอเตือนเล็กๆ น้อยๆ ว่า อย่าเผลอก่อเรื่องเข้าแล้วกัน ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ๆ สำหรับพวกเด็กใหม่ (Newbie) ด้วยแหละนะ

เด็กใหม่เหรอ? หึ! ระดับฉันคงไปถึงขั้นมืออาชีพ (Professional) แล้วมั้ง ป่านนี้

หลังจากที่ทั้งสองได้พูดคุยกันจนจบประโยค ไมค์ไม่รอช้าที่จะเร่งเครื่องยนต์ แล้วหักเลี้ยวขับตรงไปยังทางถนน ที่ทางสถานีได้จัดเอาไว้ให้สำหรับผู้เดินทางโดยสารด้วยรถยนต์ ด้วยเวลาเพียงแค่เสี้ยววินาที พร้อมกับแสงเรืองๆ สีฟ้าที่ออกมาจากตัวล้อรถ

ขอให้โชคดี…”

มิเชลล์ กล่าวคำอำลาทิ้งท้ายให้กับรถที่วิ่งผ่านเธอไป ก่อนจะเดินออกจากลานจอดยานบินไปพร้อมกับชายชุดสูทสีดำ ผู้คงความสงบเสงี่ยมและเตรียมพร้อมรับคำสั่งจากหญิงสาวในที่สุด

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

รถสปอร์ตคันสีดำยังคงวิ่งต่อไปตามทางถนน ผ่านเหล่ารถคันต่างๆ มากมายด้วยฝีมือการขับขี่ที่สุดแสนจะหวาดเสียว ถนนของเมืองแห่งเทคโนโลยีนั้นดูแล้วกว้างขวางและยาวกว่าหลายกิโลเมตรเท่าตัว เมื่อเทียบกับถนนของเมืองแกรนด์ โอเวอร์เซียร์ เหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะว่ารถยนต์แต่ละคันในเมืองล้วนเป็นรถที่ต้องใช้ความเร็วสูงพอๆ กันกับรถสปอร์ตรุ่นใหม่ในเมืองเก่าที่ชายหนุ่มจากมานั่นเอง

เยี่ยมไปเลย…”

ไมค์ เริ่มชะลอความเร็วรถลงเมื่อวิ่งมาจนถึงจุดสัญญาณไฟจราจร พลางมองไปรอบเมืองจากกระจกนอกรถ ดูวิวทิวทัศน์ของตึกสูงระฟ้า และหุ่นยนต์ที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ที่กำลังจูงมือหญิงชราเดินข้ามถนนไปอีกฝั่ง ก่อนที่มันจะแสดงท่าทางโน้มตัวลงเป็นการกล่าวขอบคุณ จนกระทั่งสัญญาณไฟจราจรจะแจ้งเตือนให้รถโดยสารผ่านไปอย่างเป็นระเบียบ

หุ่นยนต์แต่ละตัวในเมือง ล้วนถูกเซ็ตโปรแกรมไว้สำหรับการใช้งานตามแต่ที่พวกนักวิศวกร และนักวิทยาศาสตร์เป็นคนประดิษฐ์มันขึ้น มิเชลล์เล่าให้ไมค์ฟังว่าที่เมืองแห่งเทคโนโลยีนั้นเดิมทีแล้วมันถูกพัฒนาขึ้นมาจากเมืองๆ หนึ่งในยุคก่อนที่โลกจะล่มสลาย โดยผู้ที่พัฒนาขึ้นมาเป็นนักวิศวกรชาวเมืองทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ อันเป็นที่ตั้งของเมืองเล็กๆ ที่ชายหนุ่มไม่คุ้นหูมันสักเท่าไหร่

เช่นเดียวกับหน่วยรักษาความปลอดภัย เมืองแห่งเทคโนโลยีเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในเมืองสำคัญที่โดดเด่น ในด้านของเรื่องนวัตกรรมและ เทคโนโลยีตามชื่อเมืองของมัน พร้อมทั้งยังได้ให้ข้อมูลในระหว่างทางที่ชายหนุ่มได้ขับรถเล่นในเมืองว่า หน่วยรักษาความปลอดภัยที่ชื่อ “G.C.F (Genetic Corporation Force)” นั้นเป็นหน่วยที่รวบรวมเหล่ามนุษย์ผู้ดัดแปลงพันธุกรรมทางด้านร่างกายและจิตใจ โดยได้รับการสนับสนุนจากสถานีวิจัยฯ หลายแห่งในเมือง หนึ่งในนั้นมีชื่อขององค์กรที่มิเชลล์เคยทำงานอยู่ด้วย

รู้จักกรีนชาร์ด (Greenshard)’ ไหม?” มิเชลล์ ติดต่อเข้ามาอีกครั้ง ขณะที่ไมค์กำลังขับรถชมวิวในเมืองอย่างเพลิดเพลินไปตามอารมณ์

 “กรีนชาร์ด?” ชายหนุ่ม โพล่งขึ้นอย่างแปลกใจ

คงไม่คุ้นหูสินะ…”

ทันใดนั้น หน้าจอบนกระจกรถก็แสดงภาพข้อมูลที่หญิงสาวได้ถามเมื่อครู่ พร้อมกับประวัติโดยละเอียดตามแต่ที่โปรแกรมค้นหาสามารถทำได้ ซึ่งใช้เวลาเพียงแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้นสำหรับการค้นหา

ว้าว…” ไมค์ อุทานออกมาอย่างประหลาดใจอย่างมาก

พวกเขาทดลองเรื่องนวัตกรรมทางอาวุธชีวภาพ และโปรแกรมต่างๆ ซึ่งฉันเคยทำงานมาก่อน อย่างที่ได้บอกนายไปตามนั้นแหละนะ

แล้วว่าแต่ทำไมเธอถึงได้แยกตัวออกมาล่ะ?”

เรื่องนั้นอย่ารู้เลยจะดีกว่าเอาเป็นว่าฉันหวังว่าคงพอใจกับการขับรถเที่ยวชมวิวทิวทัศน์รอบๆ เมืองนี้บ้าง ไม่มากก็น้อยแล้วใช่ไหม?”

ไมค์ เลี้ยวเข้าไปทางอุโมงค์ จากนั้นเร่งเครื่องยนต์วิ่งไปทางถนนให้เร็วขึ้น ก่อนจะเรียกให้โปรแกรมแสดงแผนที่ แสดงจุดนัดพบตามที่หญิงสาวได้มาร์กเอาไว้ แล้วตอบกลับไปหาเธอว่า

ใช่ คงงั้น…”

ชักจะหลงใหลเมืองนี้เข้าให้เต็มเปาแล้วสิแฮะ

ชายหนุ่มใช้เวลาไม่นานนักในการเดินทางไปถึงที่จุดนัดพบ ปล่อยให้บรรยากาศในยามค่ำคืนของเมืองแห่งเทคโนโลยีดำเนินต่อไปในแบบที่มันเป็น

 

 

 

15 ความคิดเห็น