ป่วนหัวใจท่านอ๋อง(ที่รัก) สนพ.B2S

ตอนที่ 8 : ป่วนหัวใจท่านอ๋อง(ที่รัก) ตอนที่8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 31,636
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 395 ครั้ง
    16 ส.ค. 63

 

 

 

“เฟยหลงหรือเจ้าคะ” เฟยเซียนที่ได้ทราบชื่อของบุคคลตรงหน้าก็รู้สึกว่าใจมันรู้สึกโหวง ๆ พิกล ‘นี่ตัวฉันเป็นอะไรไปอีกแล้วเนี่ย’

 

“อืม... นั่นคือนามของข้าอย่าลืมเสียเล่า” เฟยหลงบอกกับเด็กสาวตรงหน้าด้วยน้ำเสียงอบอุ่น

 

“ข้าไม่ลืมท่านแน่นอน ไม่มีทางลืมแน่” เฟยเซียนตอบกลับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

 

“เจ้าอย่าร้องไห้ให้มากนัก เอาล่ะถึงเวลาข้าต้องไปเสียที”

 

“แล้วหลานจะได้เจอกับท่านตาเฟยหลงอยู่ไหมคะ” เฟยเซียนเอ่ยถาม ดวงตามีน้ำใส ๆ คลออยู่โดยรอบ

 

“ต้องได้พบเจอกันอีกแน่นอน” พูดจบชายชราก็โบกมืออีกคราเพื่อสลายม่านกั้นพลัง แล้วเรียกบ่าวหน้าห้องมาเพื่อแจ้งว่าตนตรวจอาการของคุณหนูของจวนเรียบร้อยแล้ว

 

ผ่านไปไม่ถึงครึ่งก้านธูปมู่เสี่ยวเหมยก็ปรากฏตัวขึ้น เฟยหลงไม่รอช้ารีบเดินไปแจ้งอาการโดยรวมและมอบเทียบยาให้เพื่อไปจัดการต่อ ตนเองจึงขอตัวกลับทันทีเพราะเกรงว่าหากเห็นน้ำตาของบุตรสาวที่ยังจำความอะไรไม่ได้จะเกิดอาการใจอ่อนขึ้นมาอีก

 

ทางด้านมู่เสี่ยวเหมย หลังจากส่งชายชราเสร็จก็รีบเดินเข้ามาหาบุตรสาวทันที "เซียนเอ๋อร์ แม่ได้ฟังอาการของเจ้าแล้ว ขอบคุณสวรรค์ที่อาการเจ็บป่วยของเจ้าหายดีเหลือเพียงแค่ร่างกายอ่อนเพลียเท่านั้น" ไม่พูดเปล่ามู่เสี่ยวเหมยได้เดินไปกอดบุตรสาวพลางลูบไล้ลำตัวด้วยความเป็นห่วง

 

"ท่านแม่ไม่ต้องกังวลแล้วนะเจ้าคะ ท่านหมอก็แจ้งแล้วว่าลูกอาการดีขึ้นถึงเพียงนี้" เฟยเซียนที่ได้ยินคำพูดของมารดาตัวนางเองก็รู้สึกอบอุ่นภายในใจยิ่งนัก

 

"อ่าาา.... นั่นสินะเจ้าหายดีแล้ว ดียิ่ง... ดียิ่ง... เช่นนั้นเจ้ารีบกลับเรือนไปพักผ่อนเสีย เดี๋ยวแม่จะได้ไปแจ้งให้บิดาของเจ้าทราบเรื่องก่อน"

 

"เจ้าค่ะท่านแม่ เช่นนั้นลูกขอกลับเรือนก่อนนะเจ้าคะ" เฟยเซียนไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสบตากับมารดามากเพราะเกรงว่ามารดาจะเห็นขอบตาที่บวมจากการร้องไห้เมื่อครู่

 

มู่เสี่ยวเหมย ยิ้มพลางพยักหน้าให้บุตรสาวเป็นเชิงอนุญาต พอเฟยเซียนออกมาถึงด้านหน้าห้อง ชิงชิง ก็มารอเธออยู่ด้านหน้าอยู่ก่อนแล้ว

 

"คุณหนูเชิญด้านนี้เจ้าค่ะ" พอเห็นคุณหนูของตนเดินออกมาก็รีบเข้าไปรับทันที

 

"อืมม กลับเรือนกันเถอะ" 

 

ระหว่างทางถึงแม้จะมืดแล้วแต่จวนแห่งนี้ก็ยังจุดโคม สว่างไสวดูแล้วช่างสวยงามยิ่งนัก ภาพบรรยากาศระหว่างทางเดินนี่ดูแล้วช่างเพลินตาเป็นอย่างยิ่ง

 

ไม่นานนักก็มาถึงหน้าเรือนนอนของตน พอเปิดเข้าไปก็พบกับสตรีวัยกลางคน นางเค้นความทรงจำก็ได้รู้ว่า สตรีนี้เป็นแม่นมของตนเอง ทางด้านแม่นมพอเห็นคุณหนูเดินเข้ามา ก็รีบคุกเข่าพร้อมกับก้มหน้าลงอย่างเคยชิน เพราะเกรงว่าตนอาจจะทำอะไรที่ไม่ถูกใจอาจจะโดนปาข้าวของใส่อีก

 

เฟยเซียนเห็นท่าทางแม่นมของตนแล้วอดขำไม่ได้ แต่ก็ทนเห็นผู้ที่เลี้ยงดูร่างนี้มาแต่เล็กแต่น้อยก้มหัวแทบจะมุดลงดินไม่ได้จึงได้รีบเข้าไปหามือบางจับแขนของคนตรงหน้าพลางเอ่ย

 

"แม่นมฝูเจ้าคะ เงยหน้าขึ้นมาเถอะเจ้าค่ะ" ถึงเสียงจะแหบแห้งอยู่บ้างแต่ก็พอจะทำให้แม่นมที่ก้มหน้าอยู่นั้นสะดุ้งได้

 

"บ่าวมิกล้าเจ้าค่ะ บ่าวเป็นเพียงทาสรับใช้เท่านั้น มิกล้ามองหน้าผู้เป็นนายหรอกเจ้าค่ะ" แม่นมฝูยิ่งก้มหน้างุดกว่าเก่า จะมิให้กลัวได้อย่างไรคุณหนูใหญ่มิชอบให้ใครมองหน้า คราก่อนมีบ่าวไพร่แอบมองใบหน้ายังถูกจับโบยเสียจนจับไข้แล้วตัวนางจะกล้าเงยหน้าขึ้นมองได้อย่างไรกัน

 

ร่างบางสส่ายหัวกับคำตอบเห็นทีคงจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงสักที "แม่นม ท่านก็เป็นคนหนึ่งที่เลี้ยงดูข้ามาแต่เล็ก เรื่องราวที่ผ่านมาแม่นมจะอภัยให้คุณหนูที่ไม่ดีคนนี้ได้หรือไม่เจ้าคะ" ไม่พูดเปล่าเฟยเซียนได้ใช้มือของตนเองจับปลายคางของแม่นมตนให้เงยขึ้นมา

 

พลันสบสายตาที่เปลี่ยนไปของผู้เป็นนาย แม่นมฝูถึงกับร้องห่มร้องไห้ไม่ยอมหยุดถึงกับดึงตัวเธอไปกอดจนเธอต้องเรียกให้ชิงชิงมาช่วยปลอบ สักพักจึงยอมหยุดเล่นเอาเธอรู้สึกเหนื่อยไม่ใช่เล่น

 

การกระทำดังกล่าวเฟยเซียนไม่ได้รับรู้ว่ามี บุคคลอีกสามคนที่ยืนฟังตั้งแต่ต้นจนจบ 

 

อีกด้านหนึ่ง

 

หลังจากแอบฟังเหตุการณ์ในเรือนของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นบุตรสาว และน้องสาวแล้ว บุคคลทั้งสามก็ได้ไปรวมตัวกันที่ห้องทำงานของมู่อวี้เฉิน

 

"ท่านพ่อขอรับ ลูกคิดว่าหลังจากที่น้องเล็กฟื้นขึ้นมาคราวนี้ นางดูเปลี่ยนไปมากเลยทีเดียว" มู่อวี้หลาง เอ่ยถึงความรู้สึกตนให้ทางบิดาได้รับฟัง

มู่อวี้เฉินเองก็รู้สึกเช่นเดียวกันกับบุตรชาย "อืมม... ใช่... นางดูเปลี่ยนไปมากเลยทีเดียว ราวกับเป็นคนละคน" จบคำของผู้เป็นบิดา อวี้หลางก็อดพยักหน้าเห็นด้วยไม่ได้ หากมีคนบอกว่าเป็นคนละคนตนเองก็คงจะเชื่อ 

 

"ท่านพี่ ลูกหลาง เซียนเอ๋อร์ของเราเปลี่ยนมาในทางที่ดี เราควรจะดีใจมิใช่รึแต่ทำไมท่านพี่กับลูกหลาง ถึงกับเคร่งเครียดยิ่งกว่าปัญหาบ้านเมืองและฎีกาของฝ่าบาทอีกเล่าเจ้าคะ ?? หึ..."

 

มู่เสี่ยวเหมยพูดด้วยน้ำเสียงแง่งอนแทนบุตรสาว ที่ไม่ได้รู้ตัวว่าถูกนินทา พลันมู่อวี้เฉินและบุตรชายของบ้านได้ยินคำของผู้ที่เป็นฮูหยินของจวนถึงกับหัวเราะออกมาดังลั่น

 

"ฮ่า... ฮ่า... ๆ นั่นสินะเป็นดั่งที่แม่เจ้าว่าเซียนเอ๋อร์ของเราเปลี่ยนแปลงในทางที่ดียิ่ง แล้วเราจะทั้งสามจะมานั่งวิตกอันใดกัน ฮ่า... ๆ" มู่อวี้เฉินกล่าวอย่างอารมณ์ดี

 

"ไม่ใช่สามเจ้าค่ะ แค่ท่านพี่กับลูกอวี้หลางเท่านั้น" จบคำของฮูหยินตน ผู้ที่เป็นสามีก็หันไปมองภรรยาตนด้วยแววตาเอ็นดู 

 

"อาา.. ใช่ ๆ แค่ข้ากับอวี้หลางเท่านั้นจริงหรือไม่ อวี้หลาง " มู่อวี้เฉินหันหน้าไปทางบุตรชาย

 

"ขอรับท่านพ่อ"

 

พอมู่เสี่ยวเหมยรับรู้ว่าตนไม่ได้ถูกดึงไปร่วมในการระแวงบุตรสาว จึงกลับมายิ้มแย้มและคุยเรื่องสัพเพเหระกับสามี และบุตรชายต่อ

----------------------------------------------------

ฝากติดตามผลงานนิยายของเหม่ยเหม่ยเรื่องอื่น ๆ ได้ที่

จ้าวฟางหรู ซ่อนรักข้ามภพ:https://writer.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=2039688

ชายาหนึ่งเล่มเกวียน:https://writer.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=2112445

ฮวาซินจาง หัวใจบุปผา:https://writer.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=2120023

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 395 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,458 ความคิดเห็น