เพียงใจที่เฝ้ารอ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 700 Views

  • 0 Comments

  • 15 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    0

    Overall
    700

ตอนที่ 14 : ตอนที่ 13

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 55
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    13 ม.ค. 62

ตอนที่ 13


ภาริตให้ลินลี่กลับโรงแรมไปก่อนส่วนตัวเขาบอกว่าออกไปทำธุระที่ร้านคาเฟ่ เขาเอาเรื่องงานมาอ้างให้หล่อนกลับไปแต่ความจริงแล้วเขารีบขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปหาหญิงสาวอีกคนที่เขารู้สึกเป็นห่วง เมื่อมาถึงหน้าอพาร์ทเม้นเขาโทรเรียกให้เธอลงมาหา

ภาพที่เธอเห็นตอนเดินกลับยังทำให้เธอจุกและแอบเจ็บอยู่จึงไม่อยากลงไปพบเขา อีกใจหนึ่งก็ดีใจที่เขามาหา เธอเดินลงมาด้วยเสื้อยืดกางเกงวอร์มที่บ่งบอกว่าอาบน้ำเตรียมจะเข้านอนแล้ว แขนข้างขวาเป็นรอยวงแดงใหญ่ที่เริ่มบวมขึ้น

เขาจับแขนเธอขึ้นมาดูก่อนจะถามด้วยความเป็นห่วง

“คุณเจ็บมากไหม”

“เจ็บสิ” เธอตอบตรงๆ

“ทายาหรือยัง” เขาถามต่อ

“ยังค่ะ ฉันว่าค่อยทายาก่อนนอน”

ชายหนุ่มหยิบกล่องยาที่เขาเพิ่งไปซื้อสำหรับแผลโดนของร้อนลวก แล้วค่อยๆ บรรจงทาอย่างกลัวเธอเจ็บ

การกระทำของเขาทำให้เธอรู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างมาก

“แล้วทางร้านว่ายังไงบ้าง”

เขาถามด้วยพอรู้ว่าถ้าเกิดเรื่องแบบนี้ต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ สำหรับพนักงานคนหนึ่ง

“จะว่ายังไงละ โดนผู้จัดการร้านด่าชุดใหญ่พิเศษใส่ไข่อีกสองใบ และโดนไล่ออกมาเนี้ยแหละ”

เขาขำกับอารมณ์และการสรรหาคำพูดมาใช้

“อย่างนี่คุณก็กลายเป็นคนว่างงานแล้วละสิ” เขาพยายามพูดติดตลกให้เธอรู้สึกดีขึ้น

“คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันเป็นแผล” เธอแกล้งถามเขาออกไป

“ลินลี่มาเล่าให้ฟัง”

“เล่าว่าอะไร”

ชายหนุ่มเล่าทุกอย่างที่เขาฟังมาให้เธอฟังอย่างละเอียดโดยไม่ขาดตกบกพร่อง

“คุณเชื่อเธอไหม”

ถึงแม้เธออยากจะเถียงออกไปดังๆ ว่าที่เขาได้ยินมามันไม่ใช่เรื่องจริงเลย

“เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง”

เขาเชื่อว่าเธอบาดเจ็บ แต่เขาไม่เชื่อว่าลินลี่จะไม่ได้ตั้งใจ

“คุณยังรักเธออยู่ไหม” เป็นคำถามที่ทำให้เธอรู้สึกกลัวคำตอบ

เขานิ่งเงียบอย่างทบทวนความรู้สึกตัวเอง

ความเงียบของเขาคือคำตอบที่เธอได้รับ เธอพยายามกลืนก้อนอากาศใหญ่ๆ ลงไปอย่างยากลำบาก ถึงแม้ใจเธอจะเจ็บปวดแต่เธอจะรอเขา รอจนกว่าเขาจะหมดรักผู้หญิงคนนั้น รอให้เขามารักเธอคนเดียว

“วันเสาร์นี้คุณว่างไหม”

เขาถามเปลี่ยนประเด็น

“มีอะไรหรือเปล่าค่ะ” เธอตอบโดยให้น้ำเสียงปกติที่สุด

“เสาร์นี้ไอภัทรมันจัดปาร์ตี้ที่บ้าน คุณไปเป็นเพื่อนผมได้ไหม”

เขาชวนเธอไป สร้างความประหลาดใจและดีใจให้หญิงสาวไปพร้อมๆ กัน

“ด้วยความยินดีค่ะ” เธอตอบโดยไม่ต้องคิดอะไรมาก

ชายหนุ่มยิ้มกว้างอย่างดีใจที่เธอตอบรับคำชวนของเขา คุยกันอีกสองสามประโยคแล้วชายหนุ่มขอตัวกลับก่อน


เย็นวันเสาร์ชฎาใส่เดรสสั้นสายเดี่ยวสีดำเข้ารูปทับด้วย Capelet ขนเฟอร์ที่ยาวไม่ถึงครึ่งตัวสีขาวสร้างความหรูหราเบาๆ กับนิลเนตรที่อยู่ในชุดเสื้อเกาะอกสีขาวกับกระโปรงเข้ารูปสีแดงที่ยาวถึงเข่าทับด้วยโค้ตตัวใหญ่ทีขาวงาช้างเรียบๆ แต่แอบไว้ด้วยความโก้ รอไม่นานภาริตขับรถ Porsche Cayenne สีขาวมาจอดรอข้างหน้า

รถเคลื่อนตัวบนท้องถนนเรื่อยๆ จนมาถึงบ้านวรภัทรที่มีกำแพงหินขนาดไม่สูงมากล้อมตัวบ้านไว้ ประตูเหล็กสีดำโปร่งที่สามารถมองเห็นตัวบ้านเปิดต้อนรับพวกเขา รถของภาริตวิ่งเข้ามาจอดหน้าบ้านที่พื้นที่ข้างๆ เป็นสระว่ายน้ำขาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ตัวบ้านขนาดชั้นเดียวที่ถูกดีไซน์ทันสมัยโล่งปรอดโปร่ง

เสียงเพลงที่เปิดดังออกมาจากในบ้านพร้อมผู้คนที่กำลังยืนคุยกันบ้าง นั่งคุยกันบ้างคละๆ กันไป อาหารถูกจัดวางไว้บนโต๊ะรวมกลางบ้านที่ใครหิวก็ไปตักรับประทานเอง พร้อมเครื่องดื่มที่มีพนักงานคอยดูแลอยู่ที่บาร์ในบ้านไม่ขาดตกบกพร่อง

“คุณนิล คุณดาด้ามากันแล้วเหรอครับ” วรภัทรเอ่ยทักทายแล้วเดินเข้ามใกล้

“สวัสดีค่ะคุณภัทร” ชฎาทักทาย

“ค่ะ คุณภาริตไปรับมา” นิลเนตรบอกเขา

“ที่จริงผมก็อยากไปรับคุณด้วยตัวเองแต่ต้องดูแลทางนี้”

วรภัทรเดินเข้ามาโอบเอวของนิลเนตร

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ” รุ่นพี่สาวยิ้มให้

“แต๊งกริ้วมากไอริต” เจ้าของงานหันไปบอกเพื่อน

“เออ”

ภาริตตอบรับแล้วหันไปหยิบเครื่องดื่มสองแก้ว ยื่นให้ชฎาและยกอีกแก้วขึ้นดื่ม

“หวังว่าคุณดาด้าจะชอบนะครับ” วรภัทรชวนคุย

“แน่นอนค่ะงานจัดได้ดีแล้วบ้านคุณภัทรก็สวยน่าอยู่มากด้วย” เธอกล่าวชมจากใจจริงแล้วจิบไวน์ที่ภาริตส่งมาให้

“แล้วบ้านผมละ” ภาริตแย้งขึ้นมา

“บ้านคุณฉันไปจนเบื่อแล้ว” เธอแกล้งพูดออกไป

“คุยอะไรกันอยู่เหรอคะทุกคน”

เสียงหนึ่งที่ดังมาจากหน้าประตูพร้อมร่างบางในชุดเกาะอกสีเงินยาวเว้าลึกลงไปที่หลัง

วรภัทรรู้เรื่องลินลี่มาจากภาริตที่มาเล่าให้ฟังทั้งเรื่องเมื่อสองปีก่อนและเรื่องที่ตอนนี้เขาสองคนกลับมาเป็นเพื่อนกัน แต่ชายหนุ่มยังไม่เชื่อใจหญิงสาวคนนี้สักเท่าไหร่ และยังคงเป็นห่วงเพื่อนรัก

“สวัสดีครับคุณลินลี่ ไม่ทราบว่ามางานของผมได้ยังไงครับ” วรภัทรกล่าวทักทายทำให้หญิงสาวหน้าเจื่อนลงไปเล็กน้อย

“แหม๋เรียกซะห่างเหินเลยนะคะภัทร ยัยมุกนะสิคะขอให้ลินลี่มาด้วยนะคะ”

ผู้หญิงที่ชื่อมุกทำหน้ายิ้มแหยแบบขอโทษขอโพยโดยไม่มีเสียงให้เขา

ความจริงแล้วพอเธอรู้ว่าภาริตจะมางานรปาร์ตี้ของวรภัทรเธอจึงบังคับให้เพื่อนเธอที่ได้รับเชิญมางานนี้ให้พาเธอมาด้วย

“เรารู้จักกันมาก็เกือบแปดปีแล้ว ภัทรเรียกลินลี่เหมือนเดิมก็ได้นะ จริงไหมคะริต”

พูดจบหญิงสาวในชุดสีเงินยกมือขึ้นคล้องเขาของภาริตทันที หันมายิ้มเยาะให้กับชฎาโดยที่ไม่มีใครเห็น


ภาริตเบือนหน้าหนีไม่เอ่ยตอบ เพื่อนรักอย่างวรภัทรรีบช่วยแก้สถานการณ์เชิญทุกคนเข้าไปในบ้าน เขาจึงรีบเดินมาเคียงข้างชฎาปล่อยทิ้งสาวอีกคนไว้

ผู้คนเริ่มทยอยเข้ามากันมากขึ้นส่วนมากจะเป็นคนไทยที่รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียน จะมีคนต่างชาติบ้างแต่ก็ถือว่าไม่มากมายนัก เรียกได้ว่าอย่างกับงานปาร์ตี้นัดรวมรุ่น หัวข้อที่ทุกคนดูให้ความสนใจกันมากดูเหมือนจะเป็นความสัมพันธ์ของสาวน้อยตัวเล็กในชุดเกาะอกสีดำเข้ารูปกับหนุ่มหล่อที่สองปีมานี้ได้ฉายาว่าเป็นเจ้าชายน้ำแข็ง

ขณะที่ภาริตและวรภัทรกำลังคุยกับชายหนุ่มหัวทองที่เป็นคู่ค้าทางธุรกิจ นิลเนตรทำความรู้จักกับคนใหม่ๆ ชฎากำลังหาอะไรทานอยู่คนเดียวเพราะสำหรับเธอผู้ชอบกินของหวาน ช็อกโกแลตตรงหน้าดูเย้ายวนที่สุด

มีผู้หญิงสองคนเดินเข้ามาทักทายพูดคุยกับเธอ เธอจึงชวนคุยไปมาอย่างสนุกสนานก่อนที่ผู้หญิงหนึ่งในนั้นจะถามขึ้นมา

“คุณดาเป็นอะไรกับไอริตเหรอคะ”

เธอเงียบไปแป๊บหนึ่งก่อนจะตอบพวกหล่อนออกไป

“เป็นเพื่อนกันค่ะ”

“แล้วรู้จักกับเจ้าริตได้ยังไงเหรอคะ” อีกคนหนึ่งถาม

“อ๋อก็คุณดาเขาไปเป็นแมวพเนจรหน้าบ้านริตนะ ริตเขาสงสารเลยช่วยไว้”

เสียงของลินลี่เดินถือแก้วไวน์เข้ามาพร้อมตอบคำถามแทนเธอเพื่อสร้างความอับอาย

“ไปรู้ได้ไงยัยลิน” หญิงสาวสองคนถามเพื่อนที่เพิ่งเข้ามาใหม่ในวงสนทนา

“ริตเขาเล่าให้ฉันฟังนะ เขามีอะไรเขาก็เล่าให้ฉันฟังหมด” หล่อนตอบอย่างให้รู้ว่าอยู่เหนือกว่า

“แล้วนี่แกกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่” สาวหนึ่งหันไปถาม

“ตั้งแต่ฉันได้ข่าวว่าที่นี่มีแมวขโมย เลยรีบบินกลับมานะ”

คำว่าแมวขโมยหล่อนจงใจหันมาทางเธอ

“ไม่ใช่ว่าจะมาง้อไอริตหรอกเหรอ” สาวอีกคนพูดอย่าไม่รู้เรื่องรู้ราว

“รู้ดีอีกและพวกแก” หล่อนตอบอย่างขำๆ

“แล้วไอริตว่ายังไงบ้าง”

“ริตเขาก็งอนฉันอยู่ ก็อย่างนี้แหละคนรักกันมาก แต่แป๊บเดียวเดี๋ยวริตก็หายเพราะเขาขาดฉันไม่่ได้หรอกพวกแกก็รู้นิ”

“ย๊ะ” สองเสียงประสานขึ้นอย่างหมั่นไส้

“แล้วตอนนี้คุณดาทำงานอยู่ที่ไหนเหรอคะ” สาวคนหนึ่งหันกลับมาหาคู่สนธนาคนแรก

“ดาไม่ได้ทำงานแล้วค่ะ ตอนนี้ดาเรียนอย่างเดียว”

“ไม่บอกเขาไปละจ้ะว่าเธอทำกิริยาต่ำทรามกับลูกค้าจนถูกไล่ออก” ลินลี่พูดจีบปากจีบคอตอบย้ำ

สีหน้าสองสาวแปลกใจที่ได้ฟัง

“ใช่ค่ะเพราะลูกค้าคนนั้นคงไม่ได้ฉีดวัคซีนกันโรคพิษสุนัขบ้านะคะ เลยเข้ามาอาละวาดในร้านคนที่โชคร้ายกับเป็นดา นี่ก็โดนกัดได้มาแผลหนึ่งเลยค่ะ”

พูดจบเธอกันหันไปยิ้มให้หญิงสาวในชุดเซ็กซี่แล้วยักคิ้วให้หนึ่งที

“นังดา!”

เสียงตะโกนที่ดังขึ้นเรียกให้แขกที่ยืนรายล้อมหันมามองด้วยความสนใจ ภาริตเดินมาหาชฎาก่อนจะกระซิบถามด้วยความเป็นห่วงและขอตัวเธอออกไปเดินเล่นข้างนอก

ผังเมืองของที่นี่จะเป็นซอยๆ ที่เชื่อมทุกซอยกลับมาบรรจบกัน ทำให้ทั้งสองเดินไปเรื่อยๆ

“เป็นอย่างไรบ้าง” เขาเอ่ยถาม

“งานปาร์ตี้ก็โอเคนะ อาหารอร่อยดีโดยเฉพาะช็อกโกแลตฉันชอบมาก แต่...”

เธอหยุดไม่พูดต่อกำลังคิดว่าถ้าเธอพูดออกไปจะทำให้ชายหนุ่มรู้สึกไม่ดีหรืออึดอัด

“แต่?”

เมื่อเห็นว่าเธอไม่พูดต่อ เขาเลยถามย้ำ

“แต่ฉันรำคาญคุณลินลี่เล็กน้อย” พูดจบก็หันขึ้นไปมองสีหน้าของเขา

“ลินลี่เข้ามาหาเรื่องคุณเหรอ”

“ใช่ค่ะ” เธอตอบ

“จริงๆ แล้วลินลี่ไม่ได้เลวร้ายอะไรหรอก แม่ของเขาแต่งงานใหม่ตั้งแต่เด็กทำให้ไม่ค่อยมีเวลาให้นอกจากส่งเงินกลับมาอย่างเดียว เขาอยู่กับตากับยายที่ตามใจเขาทุกอย่างเขาเลยมีนิสัยเอาแต่ใจไปหน่อย”

“ขนาดนี้ไม่เรียกว่าหน่อยเลยนะคะ”

เขาหัวเราะออกมา

“ผมกับเขาเรียนที่เดียวตอนมัธยมเราเลยสนิทกันตั้งแต่เด็ก พอจบมัธยมเขาก็ขอย้ายมาอยู่กับแม่และเรียนต่อที่นี่ผมเลยตามเขามาเพราะตอนนั้นเราคบกันอยู่”

เธอนิ่งฟังเขาเล่า

“ด้วยความที่เขาค่อนข้างเอาแต่ใจทำให้เวลามีผู้หญิงเข้ามาจีบผม เขาก็เหวี่ยงใส่ทุกคน ตอนนั้นผมทำได้แค่ปรามๆไม่ให้เขาทำอะไรร้ายแรงเขาเลยหันมาลงที่ผมแทนจะอ้อนให้ผมซื้อของให้เพื่อที่เขาจะได้หาโกรธ”

ภาริตเล่าไปก็ยิ้มไป เขาไม่รู้ว่าทำไมตอนนั้นถึงได้ยอมลินลี่ได้มากขนาดนี้ ภาพทรงจำดีๆ ที่เขาหวนนึกถึงทำให้เขายิ้มออกมาอย่างมีความสุข

ทุกอย่างทุกการกระทำของเขาอยู่ในสายตาของเธอทั้งหมด เธอยอมรับว่าเธออิจฉาผู้หญิงที่ชื่อลินลี่คนนั้นที่ทำให้ชายหนุ่มรักได้ขนาดนี้

ผู้หญิงทุกคนต่อให้แสนดีแค่ไหนก็ต้องเจ็บเป็นธรรมดาเมื่อได้ฟังผู้ชายที่ตนชอบพูดถึงคนรักเก่าอย่างมีความสุข

“คุณคงรักเธอมากนะคะ”

“ครับตอนนั้นยอมรับเลยว่ารักมาก แต่...”

ยังพูดไม่ทันจบก็มีเสียงคนเอะอะโวยวายภายในบ้านเมื่อทั้งสองคนเดินกลับมาถึง

“พี่นิลเกิดอะไรขึ้นคะ” ชฎาเดินเข้าไปหานิลเนตรที่ยืนดูแตกตื่น

“คุณลินลี่ คุณลินลี่” นิลเนตรพูดรวนอย่างตกใจ

“ลินลี่ทำไมครับ!?”

“คุณลินลี่ว่ายน้ำไม่เป็นตกลงไปในสระน้ำค่ะ”

ภาริตรีบวิ่งตรงไปที่สระว่ายน้ำสีฟ้าทันที พร้อมกระโดดลงไปอย่างเร่งรีบด้วยความเป็นห่วงเพราะรู้ตั้งแต่เด็กๆ แล้วว่าลินลี่กลัวน้ำ พาหญิงสาวขึ้นจากน้ำไปที่ขอบสระ

ภาพหญิงสาวในชุดเปียกที่แนบไปกับร่างกายเน้นให้เห็นทรวดทรงฟูมฟายอย่างหวาดกลัวกอดชายหนุ่มอย่างน่าสงสาร เขากอดตอบพลางใช้มือตบไหล่เบาๆ อย่างปลอบโยน เป็นภาพที่ประทับใจคนหลายๆ คน

ยกเว้นตัวเธอในใจแทบจะระเบิด ความอ่อนโยนและความสนใจที่เขายังมีให้อดีตแฟนสาวมันทำให้เธอเจ็บที่หน้าอกซ้ายอย่างมีคนเอาเข็มขนาดใหญ่มาปักเอาไว้พร้อมค้อนที่กระแทกเข้ามาที่เข็มยักษ์อันนั้น เธอพยายามบอกตัวเองว่ามันไม่มีอะไร ภาริตแค่เข้าไปช่วยเพราะเห็นว่าลินลี่ว่ายน้ำไม่เป็นเท่านั้น แต่ทำไมอารมณ์เธอกลับไม่ยอมสงบสักที

เธอเดินเข้าไปที่ขอบสระหาสองคนนั้น ภาริตหันขึ้นมามองเธอ

“คุณลินลี่เป็นยังไงบ้างคะ” ทำไมประโยคนี้เธอจึงบังคับออกไปได้ยาก

“ลินลี่ว่ายน้ำไม่เป็นจึงกลัวน้ำตั้งแต่เด็กนะครับ” เขาตอบแทนหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมกอด

“พาลินลี่กลับไปก่อนไหม”

วรภัทรเดินเข้ามาพร้อมบอกด้วยความเป็นห่วง

“ริตคะ ลินลี่กลัว” เสียงของหญิงสาวสั่นเครือซบไปที่อกของชายหนุ่ม

“ลินลี่คุณพักอยู่ที่ไหนเดี๋ยวผมไปส่ง” เขายกมือลูบหลังท่อนหลังเปลือย

“ไม่เอาค่ะริตไม่เอา ลินลี่กลัว ลินลี่ขอไปพักที่บ้านคุณ” เธอเริ่มฟูมฟายอย่างน่าสงสาร

ชายหนุ่มนิ่งเงียบไม่ตอบคิดหาทางปฏิเสธ

“ได้ไหมคะ” คราวนี้เธอใช้ไม้อ่อนอ้อนวอนเขา

ความที่ภาริตเคยเจอเหตุการณ์ที่สาวตรงหน้าตกน้ำมาก่อน เขาจะคอยปลอบอาการกลัวของเธออยู่ข้างๆ รู้ว่าบางที่เธอเคยผวาตื่นขึ้นมาร้องไห้ ทำให้เขารู้สึกสงสาร

“ไอภัทรงั้นฉันกลับก่อนนะ” เขาหันมาบอกเจ้าของงาน อุ้มหญิงสาวในอ้อมแขนเดินมาหาเธอ

“เดี๋ยวผมจะให้ไอภัทรไปส่งคุณนะ รอผมก่อนนะผมจะมาอธิบายให้คุณฟัง” เขาพูดกับเธอเพราะกลัวเธอจะคิดมาก

เธอมองเขานิ่งๆ ก่อนจะพยักหน้ารับ เขาอุ้มหญิงสาวเดินจากไป แต่ใจของเธอเหมือนกำลังเริ่มสั่นคลอนได้แต่พูดประโยคย้ำเดิมๆ ว่าไม่เป็นไร ภาริตทำไปก็แค่ความสงสารเท่านั้นแต่ใครจะรู้ว่านี่จะเป็นประโยคสุดท้ายที่เขาพูดกับเธอ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

0 ความคิดเห็น