เพียงใจที่เฝ้ารอ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 700 Views

  • 0 Comments

  • 15 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    0

    Overall
    700

ตอนที่ 15 : ตอนที่ 14

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 88
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    14 ม.ค. 62

ตอนที่ 14


เช้าวันรุ่งขึ้นเธอตื่นขึ้นมาพร้อมอาการหน่วงๆ ที่อกข้างซ้ายจากเหตุการณ์เมื่อว่า เธอยอมรับว่าเธอแอบเสียใจที่ภาริตยังคงให้ความสำคัญกับแฟนเก่าขนาดนั้น เธอพยายามบอกตัวเองว่าให้มองข้ามไป

เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลาแต่สายตาไปสะดุดกับข้อความที่ปั้นหยาส่งเข้ามาเมื่อห้าชั่วโมงที่แล้ว

‘ไอด้าถ้าแกเห็นข้อความฉันคอลหาฉันด่วน’

เธอโทรออกไปหาปั้นหยาทันทีรอไม่นานทางนั้นก็รับสายพร้อมบอกว่าให้เธอใจเย็นๆ และตั้งสติก่อนสร้างความแปลกใจให้เธออย่างมาพร้อมวิดีโอที่ส่งเข้ามาในเครื่องของเธอ

เธอตกใจจนร้องไห้ออกมาเป็นคลิปที่เตชิดกำลังฝึกเดินโดยจับราวสองข้างพยุงตัวทำท่าจะล้มจนพยาบาลสองคนและนิราต้องเข้ามาพยุงตัวขึ้น

ชฎารีบต่อสายหาเพื่อนอีกรอบและถามถึงรายละเอียดทั้งหมดว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อทราบคำตอบทั้งหมดและปั้นหยาก็เพิ่งรู้ก่อนเธอไม่นานทำให้หลายอารมณ์ของเธอตีกัน

เธอทั้งเสียใจและโกรธในเวลาเดียวกัน เสียใจที่อาหนุ่มของเธออยู่ในสภาพนี้และโกรธที่ไม่มีคนบอกเธอเลยสักคน

หลังจากตั้งสติได้เธอเข้าเว็บจองตัวเครื่องบินเพื่อจะบินกลับไทยภายในเย็นนี้ทันที ทำเรื่องกับทางคอลเลจขอเงินคืนในส่วนของเดือนที่เหลือ และอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปแจ้งข่าวให้ภาริตทราบ

เวลาสายเธอเดินมาถึงหน้าบ้านของชายหนุ่มกำลังจะกดกริ่งเรียกแต่ภาพที่ปรากฏแก่สายตาเธอทำให้ร่างกายของเธอแข็งค้างไปทุกส่วน

ภาพชายหญิงคู่หนึ่งกำลังจูบกันอย่างดูดดื่มโดยฝ่ายชายหันหลังให้หน้าต่าง ส่วนฝ่ายหญิงเมื่อลืมตาขึ้นมองแล้วเห็นเธอก็ยิ่งเพิ่มความร้อนแรงเข้าไปอีกแสดงความเป็นเจ้าของและผู้ชนะ

เธอรู้สึกเหมือนหัวใจของเธอที่แผลเก่ายังไม่หายกำลังโดนเขาทั้งคู่ใช้มีดปักเข้าไปและกรีดลงมาให้ปริแตกแค่นั้นไม่พอยังโดนเหยียบย่ำจนแตกละเอียด เธอเจ็บจนพูดไม่ออกเจ็บจนไม่รู้สึกแค่หายใจยังจะลำบาก ความรักมันทำให้คนเจ็บแบบนี้นี่เอง หัวใจหนอหัวใจทำไมถึงโง่งมนัก

เจ้าแมวอ้วนรู้สึกสงสารเธอเป็นอย่างมาก นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มันมานั่งเป็นเพื่อนเธอ แต่ครั้งนี้เธอเจ็บปวดกว่าครั้งก่อน เธอก้มลงไปล่ำลาเจ้าเหมียวน้อยก่อนจากไปโดยไม่หวนกลับมาอีก

ภายในบ้านหลังจากที่หญิงสาวข้างนอกจากไปแล้วโดยที่ชายหนุ่มไม่รู้ตัว เขาก็ผลักคนป่วยในเสื้อเชิ้ตสีขาวที่เข้ามาจูบเขาอย่างไร้เยื่อใย

จูบของลินลี่ไม่เหมือนชฎาเลยสักนิด จูบนี้พยายามยั่วยวนเร่งรัดทำให้รู้สึกอยากออกห่าง แต่จูบของหญิงสาวที่ทำให้เขาติดใจได้เป็นจูบแบบเย้าแหย่เชิญชวนให้รู้สึกอยากรุกเข้าหาและเข้าไปค้นหาความหวานละมุน ช่างแตกต่างกันเหลือเกิน

“คุณทำบ้าอะไรของคุณเนี้ยลินลี่!” เขาตวาดเสียงต่ำ

หลังจากที่เขาทำอาหารเช้าแล้วเรียกหญิงสาวลงมาทานข้าว อยู่ๆ เธอก็พุ่งพรวดเข้ามาจูบเขา

“เราแค่จูบกันเอง”

เธอเห็นชฎาเดินมาที่บ้านผ่านหน้าต่าง เธอจึงใช้โอกาสนี้จูบภาริตสร้างสถานการณ์ขึ้นมาว่าทั้งสองกำลังทำอะไรกันอยู่

“คุณจะมาจูบผมทำไม”

“ก็ลินลี่รักคุณนิค่ะ” เธอพูดออกไป

“เรื่องของเรามันจบไปแล้ว”

พูดจบเขาก็จะเดินหนี หญิงสาวเห็นดังนั้นจึงวิ่งเข้ามาสวมกอดจากทางด้านหลัง

“ไม่ค่ะเรื่องของเรายังไม่จบ” เธอตอบแล้วบีบน้ำตาให้ไหลออกมา

“คุณจะรื้อฟื้อให้มันได้อะไรขึ้นมา”

เขาเริ่มรำคาญ

“ก็เรื่องนั้นคุณเข้าใจลินลี่ผิด”

“ผมว่าผมเข้าใจถูกแล้วนะ” อยู่ๆ ชายหนุ่มก็ยิ้มเย็นออกมาทำให้หญิงสาวที่สวมกอดคลายมือออก

“หมายว่ายังไงคะ”

“คุณไม่ได้โดนวางยา คุณกับเพื่อนผมนอนด้วยกันซึ่งมันไม่ใช่ครั้งแรก คุณทำลับหลังผมมาหลายครั้งแล้ว” เขาหันหลังมาตอบกลับ

“ไม่จริงคุณอย่าไปเชื่อนะคะริต คุณต้องเชื่อลินลี่” เธอลนลานตอบ

“คุณคิดว่าผมโง่มากใช่ไหม ผมให้คนสืบเรื่องนี้แล้วรวมถึงที่คุณยังไปหาเรื่องชฎาอีก”

หลังจากที่เธอบอกเขามาวันนั้น เขาให้คนรู้จักไปสืบจากเพื่อนคนนั้นทำให้ได้ความมา

“ไม่ ไม่จริง ไม่จริงทั้งหมดนังนั่งมันปั่นหัวคุณ คุณกำลังหลงมัน คุณริตคุณกำลังหลงมัน”

หญิงสาวเริ่มพาลไปพาดพิงคนอื่น

“ผมไม่ได้หลงเขา”

“ริตคะคุณต้องตั้งสติคุณไม่ได้รักมัน คุณยังรักฉันเหมือนเดิมใช่ไหมคะ คุณบอกฉันมาสิ!” เธอเขย่าแขนของชายหนุ่มอย่างเริ่มฟูมฟาย

“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณ ออกไปจากบ้านผมได้แล้ว” เขาไล่เธอออกไปพลางชี้ไปที่ประตู

“ไม่ค่ะฉันไม่ไปจนกว่าคุณจะบอกว่ารักฉัน” เธอยังคงความดื้อด้านเอาไว้

“ผมขอเตือนเป็นครั้งสุดท้ายถ้าคุณยังไม่เลิกยุ่งกับผม บริษัทอาหารเสริมของคุณได้ปิดกิจการแน่”

เธอรู้ว่าเขาไม่ได้คู่เขาพูดจริงและเอาจริง เนื่องจากเพื่อนสนิทของเขาที่เธอนอนด้วยนั้นหลังจากเกิดเรื่องไม่กี่เดือนธุรกิจที่บ้านของชายผู้โชคร้ายก็โดนฟ้องล้มละลายทำให้ชายหนุ่มต้องรีบบินกลับบ้านทันที

ทำให้เธอรีบเก็บของและออกไปทันทีโดยไม่ต้องให้ชายหนุ่มไล่ซ้ำเป็นครั้งที่สอง

เขาเข้ามาคุมร้านคาเฟ่แทนวรภัทรที่ออกไปทำธุระจนถึงตอนนี้ก็ค่ำแล้ว อารมณ์ที่รู้สึกหงุดหงิดหลังจากติดต่อชฎาไม่ได้เลยทั้งวันจนเขาทนไม่ไหวกำลังจะไปหาเธอ หลังจากเพื่อนเขาเดินเข้ามาในร้านกับนิลเนตร

“ไอริตจะไปไหน” วรภัทรเอ่ยถามทันทีที่ภาริตเดินไปหยิบกุญแจรถเตรียมจะออกจากร้าน

“ไปหาดาด้า” เขาตอบ

“ไม่ต้องไปหรอก เขาไม่อยู่แล้ว” เพื่อเขาพูดขึ้นมา

“หะ!?” เขาตกใจกับคำตอบที่ได้รับ “ไม่อยู่แล้วหมายความว่ายังไง”

“นิลคิดว่าดาด้ากลับประเทศไทยไปแล้วค่ะ” นิลเนตรบอกเขา

“จะเป็นไปได้ยังไง แล้วทำไมดาด้าไม่บอกใครเลย” เขาพูดอย่างไม่อยากเชื่อ

“นิลก็ไม่ทราบค่ะ แต่ดาด้าเขียนโน๊ตไว้ที่โพสอิทสองแผ่น”

เขาหยิบรับไปจากมือของนิลเนตร แผ่นแรกเขียนถึงรุ่นพี่สาวข้างห้องว่า

‘พี่นิลคะ ด้าต้องขอโทษด้วยที่กลับก่อนโดยไม่ได้ล่ำลา ของพวกนี้อย่าคิดว่าเป็นของเหลือเลยนะคะ ถือว่าเป็นน้ำใจจากน้องคนนี้ ถ้าอันไหนที่พี่นิลชอบก็หยิบไปได้เลยค่ะ’

เสื้อผ้าของใช้ของชฎามีเยอะมากที่เธอแพ็กกลับไปไม่หมด เธอจึงเลือกกลับไปบางอย่าง อีกส่วนที่สภาพดีๆ หรือยังไม่ได้ใช้เธอจึงทิ้งไว้ในห้อง

ส่วนโน๊ตอีกแผ่นเขียนว่า

‘ถึงคุณริตขอบคุณสำหรับทุกอย่างและการช่วยเหลือที่ผ่านมา ฉันอยากให้คุณยอมรับความจริงว่าคุณยังรักคุณลินลี่อยู่ เวลาแห่งความฝันของฉันจบลงแล้ว ตัวฉันเองก็ต้องกลับไปเผชิญหน้ากับโลกแห่งความจริงของฉันเหมือนกัน ฉันดีใจที่ได้พบกับคุณนะ’

อารมณ์หลายอย่างปะทุเข้ามาจนไม่รู้ว่าตอนนี้เขารู้สึกอย่างไร เขาอยากจะร้องไห้ก็ร้องไม่ออกเธอจากเขาไปอย่างเข้าใจผิดแบบนี้ได้อย่างไร ทำไมไม่อยู่ฟังเขาได้อธิบายก่อน คำถามมากมายตีปนกันไปมาในหัว

เขาเสียใจที่เธอจากเขาไปและโกรธที่หญิงสาวไม่ล่ำลาหรืออยู่ฟังเขาพูดแต่อย่างใด อย่างน้อยก็ควรให้โอกาสเขาได้รั้งตัวเธอเอาไว้ เขารู้สึกเหมือนโดนทิ้งให้อยู่คนเดียวอีกครั้ง

หลังจากที่เท้าก้าวกลับมาเหยียบที่พื้นเมืองไทยที่เธอจากไปหลายเดือนเกือบหนึ่งปี เธอได้ทำการเปลี่ยนไลน์ใหม่อีกครั้งลบข้อมูลทุกอย่างตัดการติดต่อกับคนที่อยู่อีกฟากหนึ่งของโลก อาจจะดูเหมือนงี่เง่าแบบเด็กๆ แต่ตอนนี้หัวใจเธอปวดร้าวและอ่อนแอเกินไป เธอยังทำใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่ค่อยได้ถ้ายังติดต่อหรือเห็นหน้ากันอยู่ เธอจะไม่มีทางลืมเขาได้ ขอเวลาเธอก่อน ขอเวลาให้เธอได้เยียวยาบาดแผลนี้ก่อน สักวันเธอจะต้องลืมเขาได้

เธอไม่อยากเก็บเรื่องนี้มาคิดให้หนักใจเท่าไหร่ เพราะตอนนี้เธอยังต้องมีศึกที่เธอจะแสดงความอ่อนแอออกมาไม่ได้ เพราะนั่นจะเป็นการสื่อให้ฝ่ายตรงข้ามรู้จุดอ่อนของเธอและใช้โอกาสนั้นในการเล่นงานเธอได้

เวลาหนึ่งทุ่มของเมืองไทยชฎานั่งรถแท็กซี่เข้ามาจอดที่หน้าหมู่บ้านแห่งหนึ่ง เมื่อเธอชะโงกหน้าออกไปยามที่ยืนเฝ้าทางเข้าหน้าหมู่บ้านก็ยิ้มแบบใจดีจำเธอได้ เปิดที่กั้นรั้วให้เข้าไปข้างใน รถแล่นมาเรื่อยๆ จนมาถึงบ้านหลังหนึ่ง

บ้านสองชั้นขนาดใหญ่สีโทนเทาดำเรียบหรูตัดกับกระจกใส โดยบ้านทุกหลังไม่มีรั้วหน้าบ้านแต่ข้างซ้ายขวาและด้านหลังถูกล้อมไปด้วยพุ่มไม้ขนาดเตี้ยๆ ที่สูงแค่เอวทำให้พื้นที่สนามหญ้าค่อนข้างกว้าง รถสามคันจอดเรียงกันซึ่งสองคันคาดว่าเป็นของเตชิดและนิรา แต่อีกคันเธอไม่รู้ว่าเป็นของใคร

เธอเปิดประตูเข้าบ้านเดินไปที่ห้องโถงใหญ่ที่เป็นห้องนั่งเล่นและห้องกินข้าวไปในตัว ทุกคนหันมามองแขกคนใหม่ที่เข้ามาด้วยอารมณ์ที่ประหลาดใจกันถึงที่สุด ตามมาด้วยอารมณ์แต่ละคนที่แตกต่างกันออกไป

“เซอร์ไพรท์” หญิงสาวพูดออกมาจ้องไปที่ทุกคน

“คุณด้าด้า! / ดาด้า!”

ทุกคนพร้อมใจกันประสานเสียงออกมา หลังจากนั้นแม่บ้านสองคนวิ่งเข้ามาหากอดเธอทันที คนหนึ่งมีอายุหน่อยอีกคนอยู่ในสาวอายุยี่สิบกว่าๆ

“ป้าจันทร์กับพี่วันเป็นอย่างไรบ้างคะ” เธอกอดตอบพวกเขาสองคน

“คิดถึงคุณดาด้าจังเลยค่ะ” หญิงสาวที่ถูกเรียกว่าพี่วันตอบ

“ป้าสบายดีค่ะ” สาวมีอายุตอบ

เธอพูดคุยอีกสองสามประโยคก่อนเดินมาที่โต๊ะหารที่ทุกคนทำท่าเหมือนยังไม่ได้สติ

“อาเตเป็นอย่างไรบ้างคะ” เธอเข้าไปกอดอาหนุ่มของเธอ

“อาสบายดี” เขาตอบและกอดกลับอย่างคุ้นเคย

“คิดถึงอาเตจังเลยค่ะ”

เธอหันไปออดอ้อนอย่างเมื่อเป็นเด็กเล็กๆ ที่เธอชอบทำใส่เตชิดบ่อยๆ

“คิดถึงแล้วทำไมหายไปนานขนาดนี้” เขารู้สึกดีใจมากที่หลานสาวคนเล็กของเขากลับมาได้ซักที

“ไปเรียนภาษาที่นิวซีแลนด์มาค่ะ” เธอตอบออกไป

“แล้วทำไมจะไปไม่บอกก่อน ไปอยู่นู้นแล้วลำบากไหม เงินพอใช้หรือเปล่า แล้วอากาศหนาวมีฮีทเตอร์ในห้องไหม แล้ว...”

เตชิดรัวคำถามใส่หลานสาว

“เดี๋ยวค่ะอาเต ด้าตอบไม่ทัน ตอนแรกที่ไปเพราะงอนอาเตเลยไม่บอก อยู่นู่นไม่ลำบากเพราะมีพี่คนไทยอยู่ด้วย ด้าทำงานร้านอาหารไปด้วยจึงพอมีตังเก็บอยู่บ้าง อากาศหนาวมากแต่เตียงอุ่นมาก หลับปุ๋ยสบายมากค่ะ” เธอตอบทีละคำถาม

“ดีแล้วแต่ทำไมไม่ส่งข่าวกลับมาบ้าง” บอกอย่างน้อยใจ

“ก็อย่างที่บอก งอนอาเตหนักมาก” เธอย่นจมูกใส่

“อาขอโทษ”

อยู่ๆ เตชิดขอโทษออกมาทำให้หญิงสาวไม่ทันตั้งตัวเหวอไปนิดหนึ่งไม่คิดว่าอาของเธอจะพูดก่อน

ด้วยความที่เขารักหลานสาวมากจึงรู้สึกผิดมากเช่นกัน

“แล้วทำไมอาเตถึงเป็นแบบนี้ละค่ะ” เธอเปลี่ยนประเด็นกลับมาที่อาหนุ่ม

“อาโดนปล้นชิงทรัพย์แล้วมันใช้ไม้ฟาดที่หลังอา แต่ไม่ต้องห่วงนะคุณหมอบอกเดี๋ยวอากายภาพบ่อยๆ อาก็กลับมาเดินได้เป็นปกติ” เขาเล่าให้เธอฟัง

“แล้วจับคนร้ายได้หรือยังคะ”

“ยังเลยจ้ะ” เสียงของอชิราแทรกขึ้นมา

“ทำไมป่านนี้ยังจับไม่ได้อีกคะ ไม่เป็นไรค่ะเดี๋ยวด้าจะติดตามเรื่องเอง” เธอทำหน้าเครียดอย่างสงสัย

“ไม่เป็นไรจ้ะ เดี๋ยวฉันจัดการให้” อชิราตอบด้วยความลนลานกลัวว่าเธอจะไปเร่งคดีขึ้นมา

“ให้คุณอชิราจัดการมาหลายเดือนยังไม่เห็นความคืบหน้าอะไรสักอย่าง”

อชิราได้แต่กำมือแน่นไม่พูดอะไรออกมา

“อาเตคะ ตอนที่ดาด้าไม่อยู่ทำไมอาเตถึงให้คนนอกเข้ามาอยู่ในบ้านละคะ”

เธอถามขึ้นเนื่องจากเห็นอชิราและรสรินนั่งร่วมบนโต๊ะอาหารด้วย

“เอ่อ...เขามาช่วยดูแลอานะ” เตชิบตอบแบบอึกอัก

“บ้านเราไม่ใช่ที่พักการกุศลนะคะ”

ไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้ว่าแฟนสาวของอาคนนี้พยายามที่จะเข้ามาอยู่ในบ้านนี้ขนาดไหน

“ก็หลานสาวที่แสนดีไม่อยู่ น้าของฉันจึงต้องมาดูแลแทนไง”

รสรินที่นั่งฟังอยู่นานเริ่มพูดขึ้นมาบ้าง

“เธอเป็นใครมีสิทธิ์อะไรมาออกความเห็น”

ชฎาพูดให้รสรินเห็นถึงสถานะของตัวเอง

รสรินทำท่าฮึดฮัดจะไม่ยอม อชิรายั้งแขนของหลานสาวไว้เพื่อบอกให้หยุด

“ถ้าหลานสาวแสนดีกลับมาแล้ว คนนอกทั้งหลายก็ได้เวลาย้ายออกไปได้แล้วค่ะ”

พูดจบหันมายิ้มให้สองอาหลานคู่นี้

“อาว่าเรื่องนี้เราค่อยคุยกันอีกทีไหม ตอนนี้มากินข้าวด้วยกันดีกว่ามา”

ชฎาขอตัวขึ้นมาพักผ่อนข้างบนเพราะเธอทานมาจากข้างนอกแล้ว ด้วยความที่เพลียจากการนั่งเครื่องมาหลายชั่วโมงทำให้เธออยากจะรีบไปอาบน้ำแล้วนอนหลับ

ยังไม่ทันที่เธอจะเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัว ประตูเปิดขึ้นพร้อมการปรากฏตัวของร่างนิรา ตอนอยู่ข้างล่างพวกเธอไม่ได้ทักทายกันเพราะต้องหันไปปะทะฝีปากกับสองอาหลาน

“อ่าวตัวคิดถึงจังเลยนี่เค้ามีของฝากมาให้ตัวด้วยนะ”

ชฎาพูดพลางเดินไปที่กระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ที่ให้พี่วันยกขึ้นมาให้ กำลังเปิดซิปออกเสียงของนิราก็ดังขึ้น

“ตัวกลับมาทำไม”

คำทักทายแรกจากพี่สาวของเธอทำให้เธอชะงัก

“ก็อาเตเป็นขนาดนี้จะไม่ให้เค้ากลับมาได้ยังไง”

“แล้วจะกลับไปเมื่อไหร่” นิราเค้นถาม

“แล้วทำไมเค้าต้องกลับไป” เธอตอบอย่างงง

“ก็เค้าไม่อยากให้ตัวอยู่ที่นี่”

“แล้วทำไมไม่อยากให้เค้าอยู่” เธอถามกลับอย่างเริ่มอารมณ์เสียเมื่อรู้ว่าพี่สาวไม่อยากให้เธออยู่

“ก็ ก็...” นิราทำท่าอึกอัก

“ตัวออกไปเถอะเค้ายังไม่อยากทะเลาะกับตัวเวลานี้” เธอออกปากไล่พี่สาวก่อนเนื่องจากเธอเหนื่อยมากแล้ว

“…” พี่สาวนิ่งเงียบไม่ขยับ

“ถ้าตัวอยากให้เค้าไปมากนักงั้นเค้าจะย้ายออกไปนอนข้างนอก” เธอเสนอทางออก

“ไม่ต้อง! ถ้าตัวไม่คิดกลับไปที่นั่น ตัวก็ต้องอยู่บ้านนี้”

นิราคิดว่าถ้าน้องสาวไม่ยอมกลับไป ก็ให้ชฎาได้อยู่ที่บ้านซึ่งจะปลอดภัยมากกว่าการย้ายออกไปอยู่คนเดียว

เมื่อพูดจบพี่สาวก็เดินออกจากห้องของเธอไป

“ตัวจะเอายังไงของตัวกันแน่เนี้ย” เธอบ่นพึมพำ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

0 ความคิดเห็น