ROSE MASK.+ROSE SIN.[[WonHyuk+BomHyuk+KyuHae]]

ตอนที่ 25 : -22-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,083
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    11 ก.ย. 54

 

“งั้นนายเลยจะไปเดตกับคยูฮยอนงั้นสิ”เสียงถามราบเรียบ ทำเอาฮยอกแจล่ะอยากจะมองหน้าคนพูดเสียเดี๋ยวนี้นัก ร่างบางหัวเราะคิกก่อนถามเสียงนุ่ม

“ทำไม? หึงเหรอ”

“ฉันไม่ใช่ชเว ซีวอน...”ทงเฮเอ่ยเสียงราบเรียบ ก่อนจะหัวเราะฮึให้อีกคนที่อยู่ปลายสายได้ยิน “...รายนั้นน่ะหึงตัวพ่อเลย เท่าที่ได้ฟังรายงานมานะ”

“แล้ว...”ดวงตาสีอำพันครานี้มีแววเจ้าเล่ห์เมื่อเอ่ยถามเสียงนุ่มอย่างเจ้าเล่ห์ “...นายคิดว่าระหว่างฉันกับคยูฮยอน หมอนั่นมันจะรักใครมากกว่ากันล่ะ”

อี ทงเฮแทบทำมือถือราคาแพงตก ร่างบางถามเสียงเบาราวละเมอ “นาย...จะทำอย่างนั้นจริงๆเหรอ”

“แล้วนายคิดว่าฉันให้นายมาตีสนิทกับคยูฮยอนทำไม?...”ฮยอกแจถามเสียงราบเรียบ ก่อนหัวเราะคิก “...ไม่เอาน่าทงเฮ~ อย่าบอกเชียวนะว่านายเกิดตกหลุมรักพ่อหนุ่มใสซื่อแต่ไม่บื้อบริสุทธิ์คนนี้เข้าแล้ว”

“แน่นอนว่าสิ่งที่นายพูดมาย่อมเป็นไปไม่ได้”อี ทงเฮกดเสียงต่ำทำให้เพื่อนพอจะรู้ว่าเริ่มโกรธ ฮยอกแจผิวปากหวือทำเอาคนที่เริ่มมีอาการปั่นป่วนในใจรีบเปลี่ยนเรื่องคุย “งานประกวดอัญมณีกำลังใกล้เข้ามาแล้ว นายมีแผนจะให้จียงออกแบบเครื่องประดับะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า”

“ไม่...”คำตอบของท่านประธานบริษัทโรสมาร์คเป็นที่น่าตกใจ “...งานนี้ฉันจะไม่ยอมให้ควอน จียงแตะต้องอะไรทั้งนั้น”

“หืมมมมม?

ทงเฮลากเสียงยาวพร้อมเลิกคิ้วขึ้นสูง “นายกำลังบอกฉันว่าจะไม่ให้อาร์ตตัวแม่ที่เป็นอาวุธหลักของโรสมาร์คออกแบบเครื่องประดับในงานประกวดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเกาหลี...”

“อ่าห๊ะ”

“...แล้วนายจะยกหน้าที่นี้ให้กับใคร พวกเราทุกคนก็รู้กันดีว่าไอ้หมอนี่เป็นนักออกแบบที่มีฝีมือดีที่สุดในโรสมาร์ค ไม่อย่างนั้นนายจะเรียกตัวควอน จียงมาจากแอลเอเพื่ออะไร”

“เพื่อตกแต่ง...”ฮยอกแจตอบเสียงราบเรียบ “...งานนี้หมอนั่นมีหน้าที่ตกแต่งและดัดแปลงเครื่องประดับที่ฉันจะส่งให้”

“หา...”คราวนี้ทงเฮงงจริงๆแล้วนะ “...งั้นงานนี้นายจะออกแบบเครื่องประดับด้วยตัวเองอย่างนั้นเหรอ”

“ไม่...”รอยยิ้มเจ้าเล่ห์คราวนี้ หากใครได้มาเห็นคงต้องเสียวสันหลังวาบ

 

“...งานนี้ไลอ้อนจิวเวอร์รี่จะเป็นคนออกแบบเครื่องประดับให้เรา”

 

**

 

“นี่คือแบบแปลนงานที่เราจะส่งเข้าประกวดในปีนี้...”กระดาษที่เขียนแบบแปลนอัญมณีถูกยื่นให้โจ คยูฮยอนพร้อมแววตาที่เหมือนเว้าวอนของประธานใหญ่แห่งโรสมาร์ค “...พี่หวังว่านายจะไม่ทำให้พวกเราผิดหวัง”

คยูฮยอนหลุบตามองแบบแปลนที่ประเมิณค่าไม่ได้ในมือของเขาแล้วแย้มรอยยิ้มสดใส แววตานั้นมุ่งมาดจริงใจ “พี่วางใจเถอะครับ เพราะโจ คยูฮยอนคนนี้จะไม่ยอมทำให้พี่ต้องผิดหวัง”

“งั้นก็ดี”ร่างสูงรับคำคนเป็นน้องพร้อมยิ้มบางอย่างพอใจ ก่อนจะเอ่ยคำบางคำที่ทำให้คนเป็นน้องถึงกับเปลี่ยนสีหน้า “และช่วงนี้พี่ขอห้ามนายไปกับผู้บริหารโรสมาร์คด้วย”

“พี่...”คยูฮยอนทำเหมือนหมาหูตก เจ้าตัวเอ่ยเสียงอ่อน “...ผมกับทงเฮคบกันในฐานะเพื่อน ไม่มีเรื่องงานเข้ามาเกี่ยวหรอกนะฮะ”

“โรสมาร์คเป็นบริษัทที่อันตราย ฟังจากประวัตินายเองก็น่าจะรู้ว่าคนของบริษัทนี้เจ้าเล่ห์ขนาดไหน และพี่เองก็ไม่อยากจะเสี่ยง เพราะฉะนั้น...ถือว่าพี่ขอร้องนะคยูฮยอน พักนี้นายเลิกยุ่งกับอี ทงเฮสักพักเถอะนะ ขอให้งานนี้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีเสียก่อน จากนั้นนายค่อยไปเที่ยวกันเหมือนเดิมก็ได้”

คยูฮยอนทำไหล่ห่อเหมือนเด็กที่ถูกงดของหวาน ก่อนจะพยักหน้าขึ้นลงอย่างจำยอม เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้ซีวอนเดินไปเปิดประตูอย่างช่วยไม่ได้ ผู้บริหารของไลอ้อนจิวเวอร์รี่เก็บแปลนกระดาษลงกระเป๋าทำงาน

ดวงหน้าสวยจัดที่ส่งยิ้มหวานมาให้ทำเอาซีวอนแย้มรอยยิ้มกว้าง ไม่ทันสังเกตดวงหน้าปูดไปข้างของเลขาสาวของตน ร่างสูงเอ่ยเสียงนุ่ม

“ฮยอกแจ...”เขาแทบจะประคองอีกฝ่ายเข้ามาในห้องเลยกระมัง “...มาหาผมเหรอ”

“ใครบอกว่าผมจะมาหาคุณ...”ดวงหน้ายิ้มแย้มเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นเย็นชาขึ้นมาทันควัน เล่นเอาชเว ซีวอนสลดลง และยิ่งเบิกตากว้างเมื่อคนรักของตนเดินไปเกาะแขนน้องชายต่างสายเลือดของเขาอย่างสนิทสนม

“คุณคยูฮยอน...”ฮยอกแจแนบแก้มใสๆกับท่อนแขนของอีกฝ่าย ออดอ้อนเหมือนเด็กเล็กๆไม่สนใจสีหน้าเหวอๆของโจ คยูฮยอนเลยสักนิด ดวงตาสีอำพันช้อนมองอีกคนอย่างเว้าวอนและแสนจะอ่อนหวาน “...วันนี้เลิกงานแล้วไปสวนสนุกกับผมตามที่สัญญาไว้นะครับ”

“สัญญา...”ซีวอนพึมพำออกมาอย่างไม่ชอบใจ สายตาจับจ้องที่มือและแขนเล็กๆที่กำลังคล้องอยู่กับท่อนแขนของน้องชายตนเอง

“เอ่อ...”

“คุณคยูฮยอนเขาสัญญาว่าจะพาผมไปเที่ยวสวนสนุก...”ฮยอกแจเอามือไล้หลังมือของคยูฮยอนไปมา ขณะที่ดวงตาที่เหลือบมองชเว ซีวอนนั้นมีแววเฉยเมยจนเกือบๆจะเย็นชา ก่อนจะแย้มรอยยิ้มออกมาบางเบาอย่างเจ้าเล่ห์ “...ถ้าวันนี้ผมจะขอยืมตัวน้องชายของคุณไปสักวันนึง คุณคงไม่ว่าอะไรผมใช่ไหมครับซีวอน?

“ถ้าคุณอยากไปสวนสนุกทำไมถึงไม่ขอผม...”ร่างสูงเอ่ยเสียงขุ่นมัว ขณะที่คยูฮยอนหน้าซีดลงเรื่อยๆจนเหมือนไก่ต้ม “...ทำไมต้องไปขร้อง คนอื่น ด้วย”

“ก็ผมเห็นว่าคุณมัวยุ่งอยู่แต่กับการดูแล ลูกเมียของตัวเองอยู่น่ะสิ คนนอก อย่างผมเลยไม่อยากจะเป็นภาระให้คุณอีกคน อีกอย่าง...”ฮยอกแจช้อนตามองโจ คยูฮยอนอย่างอ่อนหวาน “...และคุณคยูฮยอนเอง เขาก็...ใจดีกับผมมากเลย”

งานเข้า...

คยูฮยอนพูดได้แค่คำเดียวว่างานเข้าเขาอย่างสุดๆ ดูจากสายตาของพี่ชายและสายตาของอี ฮยอกแจที่มองมา ร่างสูงเอ่ยตะกุกตะกักเสียงเบา

“วะ...วันนี้ผมคงไปไม่ได้”

“อ้าว...”ฮยอกแจชักสีหน้าอ้อน แววตาตัดพ้ออย่างปิดไม่มิด “...ก็คุณสัญญากับผมแล้วนี่ครับ จะผิดคำสัญญาเหรอ”

“ผะ...ผมต้องทำงาน...”คยูฮยอนแก้ผ้าเอาหน้ารอดอย่างเห็นๆ “...ไว้วันหลังก็แล้วกันนะฮะ”

“วันนี้แหละครับ...”ฮยอกแจเริ่มขึ้นเสียงเข้ม “...ผมถามคุณจีฮยอนมาแล้วนะครับ ว่าต่อจากวันไป...พรุ่งนี้พวกคุณก็จะต้องวุ่นวายกับเรื่องงานประกวด และในเมื่อวันนี้เป็นวันสุดท้าย...คุณเองก็สมควรที่จะทำตามคำขอของผมโดยไม่มีการผ่อนผัน ไหนคุณบอกว่า อะไรที่จะทำเพื่อผมได้...คุณก็พร้อมจะทำมันไม่ใช่เหรอ”

บุรุษที่สามที่ยืนฟังอยู่ขมวดคิ้วแน่น ขณะที่คยูฮยอนนิ่งเงียบเหมือนต้องมนต์สะกด เอาอีกแล้ว...สัญชาตญาณกำลังบอกว่าคนตรงหน้าไม่ใช่คนเดิม บางอย่างในใจกำลังกู่ร้องให้เขาต้องระวัง มันมาอีกแล้ว ดวงตาคู่คมมองดวงตาสีอำพันที่แข็งกร้าวขึ้นเรื่อยๆเมื่อไม่ได้ดั่งใจ ก่อนที่บทสนทนาทั้งหมดจะยุติเมื่อชเว ซีวอนเอ่ยข้อสรุป

“ไปกับฮยอกแจซะ”

“เอ๋?” คยูฮยอนเหลียงมองอย่างตกใจ ก่อนที่จะรู้สึกหนักอกเมื่อเห็นแววตาของพี่ชายที่ตนรู้จักดี

“ไปกับเขาเถอะ เพราะท่าทางตอนนี้เขาคงจะต้องการนายมากกว่าพี่”

คยูฮยอนตวัดตามองอี ฮยอกแจที มองอีกคนทีอย่างชั่งใจ คนสวยที่อยู่กั้นกลางยังคงความเฉยเมยอย่างเห็นได้ชัด ผิดกับอีกคนที่ฉายแววความเจ็บปวดไว้อย่างชัดเจน คยูฮยอนเอ่ยเสียงอ่อนเมื่อรู้สถานะของตนเอง

“ก็ได้ครับ...”

 

**

 

“เดต...”คนข้างๆเกริ่นขึ้นมาอย่างกับเป็นเรื่องแปลกประหลาด “...ต้องทำยังไงเหรอครับ”

อึนฮยอกหันหน้าไปมองคนที่นั่งอยู่ข้างๆอย่างประหลาดใจ คิม คิบอมเบือนหน้าหนีอย่างเขินๆ เกาศีรษะแก้เก้อเล็กน้อยก่อนเอ่ยเสียงอายๆ

“ถึงผมจะเคยมีแฟนเป็นตัวเป็นตน แต่รู้ไหมฮะว่าผมไม่เคยออกเดตกับใครเลย อย่างคุณนี่ถือว่าเป็นคนแรก”

อึนฮยอกกระพริบตาปริบๆ ก่อนถามเสียงแผ่ว “กับคุณทงเฮก็ไม่เคยเหรอฮะ”

“เวลาว่างของเราไม่เคยตรงกันเสมอครับ รายนั้นน่ะบ้างาน อย่างมากที่สุดเราก็แค่ไปดื่ม...แต่ก็นะ มักจะมีคนอื่นๆไปด้วยเสมอ ผมกับเขา...พูดตามตรงคือเราหาเวลาอยู่ด้วยกันได้น้อยมาก”

“แล้วทำไมไม่พาผมไปดื่มล่ะครับ”

“สถานที่แบบนั้นมันไม่เหมาะกับคุณหรอกนะ”คิบอมโคลงหัว “...สำหรับคุณน่ะ ผมอยากให้วันนี้เป็นวันพิเศษ อยากให้คุณประทับใจในเดตแรกของเรา”

แพขนตาหนาของคนฟังกระพริบปริบๆ ก่อนแก้มใสจะแดงเรื่อพร้อมกับก้มหน้างุดๆอย่างเขินๆ คิบอมเหลือบสายตามองอีกฝ่ายก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์ เลื่อนแขนมาโอบบ่าบอบบางนั้นอย่างเนียนๆ

อึนฮยอกตวัดตามองแขนที่เลื่อนมาโอบเขาอย่างหลวมๆอย่างตกใจ แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรจนคนฉวยโอกาสแย้มรอยยิ้มออกมาอย่างชอบใจ คิบอมเบือนหน้ามาสบดวงตาสีอำพันใสแจ๋วนั่น ก่อนเอ่ยเสียงนุ่มนวล

“แต่ผมรู้นะฮะ ว่าเวลาเดตน่ะ เขาต้องทำกันยังไง”

อึนฮยอกกระพริบตาปริบๆ คิบอมหัวเราะออกมาเก้อๆ

“พี่ชายของคุณเขาคอยสอนผมน่ะ เขาหวังอย่างมากเลยที่จะให้ผมออกเดตกับทงเฮสักครั้ง แต่ผมก็ไม่เคยทำตามความหวังของเขาหรอกนะ ผมไม่คิดจะพาทงเฮไปดูหนัง ฟังเพลง จิบเหล้า หรือทานมื้อค่ำ เขาไม่ใช่คนพิเศษสำหรับผม ถ้าหากเป็นคนที่พิเศษจริงๆแล้วล่ะก็...ผมอยากจะหาอะไรที่ดีกว่านั้น ให้วันนั้นคือวันที่แสนหวานและตราตรึงสำหรับเรา ผมถึงได้ถามคุณยังไงล่ะว่าต้องทำยังไง เพื่อคุณ...เพื่อเราในวันนี้”

“ผมไม่เข้าใจครับ...”อึนฮยอกถามเสียงแผ่วเบา “...ความจริงคุณเองก็รู้อยู่แล้วว่าคู่รักเขาต้องทำยังไงในการออกเดต แต่คุณก็เลือกที่จะไม่ทำ แต่คุณเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงเพื่อให้แตกต่าง หรือว่าพิเศษกว่าคนอื่น”

“ครับ ผมเป็นคนโง่แบบนี้นี่แหละ...”คิบอมเอนศีรษะพิงบ่าบอบบางของอีกฝ่าย ก่อนเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม “...จะว่าผมงี่เง่าก็ได้นะฮะ แต่สำหรับผม สำหรับคุณ...แค่ได้นอนหนุนตักอยู่เฉยๆมันก็ถือเป็นเดตที่พิเศษสำหรับผมแล้วล่ะ”

ดวงตาสีอำพันอ่อนแสง ขณะที่สองแก้มแดงก่ำอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“คุณเป็นผู้ชายโรแมนติกครับ คุณคิบอม...”อึนฮยอกหลุบตาลงต่ำ มองฝ่ามือขาวนวลของตัวเอง “...คุณเป็นคนดีและก็มีเสน่ห์เหลือร้าย ไม่ว่าใครที่อยู่ใกล้ก็ย่อมมีความสุข เจ้าสาวของคุณที่เล่าให้ผมฟัง...เขาคงจะโชคดีมากๆเลย”

“คุณเข้าใจผิดแล้วล่ะอึนฮยอก...”ดวงตาสีดำขลับปรือขึ้นมองทุ่งหญ้าที่กำลังแตกยอดอ่อน “...ผมไม่ใช่คนดีอะไรอย่างที่คุณคิดหรอก ผมมันก็แค่คนธรรมดาคนนึง มีใครบางคนที่ต้องเสียใจเพราะผม เพราะผมเองที่ไม่สามารถรักเขาได้ แต่ก็ยังไม่อาจครองสติทำในสิ่งที่ร้ายแรง...แต่ก็ไม่อาจจะรับผิดชอบได้”

“คุณ...หมายถึงคุณทงเฮเหรอครับ”อึนฮยอกถามเสียงเบา

“คืนนั้น...ผมเมามากไปหน่อย จนคิดว่าเขาเป็น...”คิบอมหยุดคำพูดไว้เพียงแค่นั้น ก่อนจะหยัดตัวขึ้นนั่งหลังตรง ละมือจากอีกฝ่าย แววตาสั่นไหวเมื่อพูดถึงเรื่องในอดีต “...ผมไม่มีความยับยั้งช่างใจเมื่อตัวเองขาดสติ เขารักผม...ผมรู้ แต่ผมก็รู้ว่าผมคิดกับเขามากกว่าเพื่อนไม่ได้ ทงเฮเป็นเด็กกำพร้าที่ต้องการความอบอุ่น เขาติดผมแจมาตั้งแต่เด็กๆ แต่ผมก็เป็นอย่างที่เขาอยากให้เป็นไม่ได้...”

“คุณคิบอม...”

“...หลายคนกล่าวโทษผม...เขาเองก็อาจจะกล่าวโทษผมด้วย แต่ในคืนนั้นผมมันผิดจริงๆ ผมทำร้ายตัวเอง คนที่รักผม และ...คนที่ผมรัก...”เรียวปากหยักสวยแย้มรอยยิ้มโศกเศร้าออกมาในที่สุด “...ถึงจะพยายามรับผิดชอบต่อทงเฮ แต่ผมก็รู้ตัวอยู่ดีว่ามันไปต่อไม่ไหว ความสัมพันธ์ของเราสองคนน่ะมันจบลงไปแล้วสำหรับผม คุณว่าผมเห็นแก่ตัวไหม”

“ไม่ทราบสิครับ...”อึนฮยอกเอ่ยเสียงเรียบ หลุบตาต่ำอย่างสลดใจ “...ผมยังไม่เคย...กับเรื่องพวกนี้หรอก”

“ผมอยากให้คุณรู้...”คิบอมเอ่ยเสียงหนักแน่น “...ทุกๆเรื่องของผม เหมือนๆกับที่อยากให้คุณพูด...ทุกๆเรื่องของคุณ เพื่อวันข้างหน้า...ของเรา”

อึนฮยอกช้อนตามองอีกฝ่ายทันควัน คิม คิบอมแย้มรอยยิ้มอ่อนโยนเมื่อแตะเบาที่แก้มขาวของอีกคนอย่างนุ่มนวล ดวงตาที่มีแววอ่อนหวานเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นจริงจังอย่างที่สุด

“รังเกียจอดีตของผมไหม อึนฮยอก”

เหมือนมีกลองรบที่ตีกระหน่ำในอกด้านซ้าย อี อึนฮยอกยังนิ่งงันเหมือนถูกสาป คิบอมเกลี่ยเส้นผมที่ละดวงหน้าของอีกฝ่ายแผ่วเบา

“รังเกียจผู้ชายที่ชื่อว่าคิม คิบอมหรือเปล่าครับ”

“ถ้าคุณน่ารังเกียจ...”อึนฮยอกหลุบตาต่ำ ไม่เข้าใจตัวเองเลยว่าทำไมขอบตามันถึงได้ร้อนผ่าวได้ขนาดนี้ “...ตัวผมคงจะน่ารังเกียจยิ่งกว่าคุณหลายเท่านัก”

“ทำไมถึงเล่นบทโศกเอาตอนนี้ซะล่ะ...”คิบอมทำเสียงดุใส่ ชักสีหน้าไม่ชอบใจอย่างไม่จริงจังนะ “...ผมบิ้วอารมณ์เพื่อถามคำถามนี้กับคุณแทบตาย รู้ไหม?

“ขอโทษ...”

“นี่ก็อีก เลิกขอโทษซะทีเถอะครับอึนฮยอก”

“คิบอม...”

“แบบแปลนแหวนที่ผมเอาให้คุณดูน่ะ รังเกียจมันไหมครับ?

ดวงหน้าที่ก้มงุดๆเงยขึ้นมาทันควัน ดวงตาสีอำพันกระพริบเพียงสองสามทีก่อนจะรู้สึกถึงน้ำตาที่เริ่มไหลริน คิบอมปาดมันออกอย่างนุ่มนวล ก่อนจะเลื่อนดวงหน้าเข้าไปแนบชิด อึนฮยอกหลับตาแน่น ก่อนจะรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆที่เลื่อนมาที่แก้มนวล อ่อนหวาน...อ่อนโยน...และนุ่มนวลเท่าที่ผู้ชายคนนึงจะมอบให้ได้

“ถ้าคุณไม่รังเกียจล่ะก็...”เสียงกระซิบข้างหูครานี้ไม่มีวี่แววของการล้อเล่นเลยสักนิด

 

“...จูบแรกของเรา ผมจะเก็บมันไว้ในวันที่สำคัญที่สุดในชีวิต”

 

**

 

“ไหนคุณบอกว่าอยากให้ผมพาไปเที่ยวสวนสนุกไง...”คยูฮยอนถามอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นัก เมื่ออีกฝ่ายลากเขามาที่บาร์แห่งหนึ่ง แสงสีที่สะท้อนวิบวับเข้าตา ขวดเหล้าราคาแพงถูกนำมาตั้งไว้เสียเต็มโต๊ะ บวกับสายตาหวานเยิ้มของคนที่นั่งรินเหล้าอยู่ข้างๆ ทำให้สัญชาตญาณลึกๆของชายหนุ่มกำลังบอกแก่เขาว่า

เหมาะแก่การเสียตัวอย่างสุดๆ!!

“สวนสนุกผมก็อยากไป...”ฮยอกแจเอ่ยเสียงแผ่วหวาน ขณะที่รินเหล้าใส่แก้วใสทรงเตี้ยให้อีกฝ่ายอย่างเอาใจ ดวงตาสีอำพันครานี้ปรือปรอยเมื่อแตะฝ่ามือแผ่วเบาที่หลังมือของอีกฝ่าย “...แต่ผมเองก็อยากจะมานั่งดื่มกับคุณคยูฮยอนสักครั้งหนึ่ง”

“อย่าบอกพี่นะครับ”คยูฮยอนชักมือกลับ ก่อนจะยกแก้วเหล้ากระดกดื่มในครั้งเดียว ฮยอกแจรินแก้วต่อไปตามมาติดๆ ร่างสูงมองแก้วเหล้าที่อีกคนยื่นมาให้แล้วรับมาอย่างช่วยไม่ได้ สีหน้าเหมือนกำลังกลืนของขมก็ไม่ปาน

“คุณคยูฮยอนนี่...”ฮยอกแจเอามือเกลี่ยน้ำแข็งในแก้วเหล้าของตัวเองไปมา มองอีกคนแล้วแย้มรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “...สุภาพจังเลยนะครับ ไม่เห็นเหมือนผู้ชายคนอื่นที่ผมเคยรู้จักมา”

“พูดเหมือนกับว่าคุณเองก็เคยผ่านผู้ชายมาเยอะอย่างนั้นแหละ”คยูฮยอนพยายามพูดให้ดูตลก หากรอยยิ้มของฮยอกแจคราวนี้กลับทำให้เขาตลกไม่ออกเลยสักนิด

“มากกว่า...ที่คุณคิด”

รอยยิ้มจางจากดวงหน้าหล่อหวานของผู้บริหารแห่งไลอ้อนจิวเวอร์รี่ ฮยอกแจเอนศีรษะลงซบกับบ่าแข็งของอีกฝ่ายแล้วหลับตาพริ้มทำเอาคยูฮยอนไม่กล้าขัด ร่างสูงเกือบๆจะสะดุ้งเมื่ออีกคนวางฝ่ามือมาบนท่อนขาของตนเอง เขารีบคว้ามันไว้

“ฮยอกแจ...”คยูฮยอนเอ่ยเสียงเครียดออกมาในที่สุด “...คุณรู้ไหม บางทีคุณก็เหมือนไม่ใช่อึนฮยอกที่ผมรู้จัก...”

ฮยอกแจชะงักรอยยิ้มของตนทันควัน ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ มือบางประคองดวงหน้าของโจ คยูฮยอนไปสบตา แววตาครานี้ที่ได้สบมันเย็นเยียบเหมือนท้องทะเลก่อนจะมีคลื่นพายุ

“อึนฮยอกที่คุณรู้จักน่ะ...”นิ้วเรียวเกลี่ยลงมาถึงแผ่นอกที่ปกคลุมด้วยเสื้อสูทตัวหนา จุดสีน้ำตาลในดวงตาสีอำพันครานี้ทรงอำนาจอย่างน่าประหลาด เรียวปากบิดเป็นรอยยิ้มเหยียดเยาะอย่างเห็นได้ชัด “...พวกคุณจะไม่มีวันได้แตะต้องเขาอีก...”

คยูฮยอนนิ่งงันเหมือนโดนมนต์สะกด เขาแทบลืมหายใจเมื่ออีกคนโน้มดวงหน้าเข้ามาใกล้จนแทบจะแนบชิด หากมันก็เปลี่ยนเป้าหมายมาที่ใบหูนิ่ม เสียงกระซิบครานี้สั่นพร่าเหมือนว่าท้าทายอยู่ในตัว

“...คนที่จะต่อกรกับพวกคุณในตอนนี้ ยามนี้ และเวลานี้ จะมีแต่อี ฮยอกแจคนนี้เพียงคนเดียวเท่านั้น”

นี่คือคนๆเดียวกันจริงหรือ?

คำถามหนึ่งดังกร้าวขึ้นมาในใจของโจ คยูฮยอน...นี่คืออึนฮยอกที่อ่อนต่อโลก ไร้เดียงสา น่าปกป้อง และชวนให้หลงใหลในรอยยิ้มคนนั้นแน่น่ะเหรอ หรือกาลเวลาจะทำให้คนๆนึงเปลี่ยนไปได้มากขนาดนี้...นี่คือคนที่เขาเคย รัก แน่เหรอ

“รู้มั้ยคยูฮยอน...”ฮยอกแจเกลี่ยเส้นผมของคนที่นิ่งอึ้ง แนบแก้มขาวจนคยูฮยอนรู้สึกชางง ดวงตาสีอำพันที่กำลังทอดมองมาครานี้อ่อนหวานและโศกศัลย์ยิ่งนัก ขณะที่เคลื่อนกายขึ้นมาอยู่บนตักอุ่นของคนที่ได้ชื่อว่าน้องชายบุญธรรมของคนรัก “...ถ้าหากผมเป็นอึนฮยอก...ไม่สิ ถ้าหากย้อนเวลากลับไปได้ สายตาของผมจะไม่เหลือบแลไปยังเขาคนนั้นเลย จะจ้องมองแต่คุณ...”

ดวงหน้าสวยจัดเลื่อนไปจนลมหายใจสัมผัส เหมือนสะกดดวงตาสีดำเข้มนั่นไม่ให้คลาดเคลื่อนไปไหน ตรึงไว้ในมนต์เสน่หาของเจ้าของดวงตาสีอำพันเข้ม

“...จะมีแต่คุณ...คนเดียวเท่านั้น”

ความอวบนุ่มที่แนบลงมาบนเรียวปากอิ่ม บดเบียดเข้ามาอย่างปลุกเร้าน้อยๆทำเอาอีกคนรู้สึเหมือนสติกำลังถูกฉีกกระชากทีละชิ้นๆ คยูฮยอนตอบรับสัมผัสที่มากล้นด้วยมารยานั้นอย่างเผลอไผล ดั่งภมรหนุ่มที่เพิ่งเคยเจอดอกไม้ที่หวานล้ำ การแลกสัมผัสดำเนินไปอย่างเนิบนาบ เว้นเพียงจังหวะให้พอสูดลมหายใจ ขณะที่มืออุ่นเลื่อนมาแตะเบาที่บ่าบอบบาง อี ฮยอกแจแอบแย้มรอยยิ้มอย่างพอใจ

ภาพของใครบางที่วาบเข้ามาปลุกสติให้ผู้บริหารหนุ่มสะดุ้งและผลักร่างบอบบางของอีกคนออกห่าง ฮยอกแจเบิกตากว้างอย่างไม่คาดคิด ผิดับอีกคนที่ยกมือขึ้นปิดปาก ดวงหน้าแดงก่ำเมื่อเอ่ยเสียงตะกุกตะกัก

“ขะ...ขอโทษครับ ผมขอตัวก่อนนะ!

ร่างสูงลุกพรวดก่อนขยับกายขึ้นลุก อาการหน้ามืดจูโจมอย่างไม่ทันตั้งตัว ฮยอกแจพอได้สติก็รีบเข้าไปคว้าแขนอีกฝ่าย

“ไหวไหมครับ? ผมช่วยนะ!

“ไม่เอา!!”แรงเหวี่ยงทำเอาทั้งร่างของอี ฮยอกแจกระเด็นลงโซฟานุ่ม และเป็นอีกครั้งที่เขาต้องเบิกตากว้างพร้อมพินิจผู้ชายตรงหน้าเสียใหม่

โจ คยูฮยอน...

ร่างสูงเรียกบริกรที่เดินผ่านก่อนจะขอให้พยุงตัวเขาไปเข้าห้องน้ำอย่างรวดเร็ว ฮยอกแจมองตามด้วยแววตาเฉยเมยจนเกือบๆจะเย็นชา ทันทีที่ร่างนั้นลับสายตา หนุ่มน้อยร่างบางคนนึงก็เดินตรงมาที่เขา

“ฉันบอกแล้ว...”อี ทงเฮที่ซ่อนตัวอยู่นานกอดอก ขณะที่แย้มรอยยิ้มสมใจใส่สีหน้าขุ่นมัวของเพื่อนสนิท “...ว่ารายนี้น่ะไม่ง่าย จิตใต้สำนึกมันมีสูง”

“ฉันประมาทไปหน่อย...”ฮยอกแจเสยผมอย่างหงุดหงิด “...ทั้งยั่ว ทั้งยา แต่ก็ลืมไปว่าหมอนี่มันแตกต่างจากพี่ชายอยู่ลิบลับ...”ดวงตาสีอำพันตวัดมองเพื่อนรัก ก่อนจะแย้มรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “...แต่ถ้าเป็นนายมันคงจะง่ายเหมือนปอกกล้วยล่ะสินะ”

“หือ?”ทงเฮไหวตัว ก่อนจะโดนฮยอกแจกระชากลงมากดจูบ เหมือนลงโทษที่บังอาจมาเย้ยหยันเขาถึงที่ ร่างระหงกระซิบใส่ใบหูนิ่มของเพื่อนสนิท

 

“นายสนใจจะทำข้อแลกเปลี่ยนกับฉันไหม...ทงเฮ”

 

**

 

ร่างสูงหรี่ตามองประตูหน้าบ้านที่มีแสงไฟอันเกิดจากหลอดนีออนยังลิบหรี่ ไม่ว่าจะมองนานแค่ไหน ก็ไม่มีวี่แววรถสีดำของน้องชายตัวเองเลยสักที มันนาน...จนเขาเริ่มจะหมดความอดทน

“จะตีสามแล้วนะ ทำไมยังไม่กลับกันมาอีกนะ”

พึมพำเบาๆขณะที่สายตาก็เหลือบมองนาฬิกาไปที ที่จริงชเว ซีวอนเองก็ไม่สมควรจะร้อนใจเลยสักนิด ในเมื่อสองคนที่ยังไม่กลับมาก็คือน้องชาย...และคนที่เขารัก

ใช่...น้องชายและคนรัก ที่ก่อคดีจนมีเหตุทำให้ฮยอกแจต้องหายตัวไปเมื่อคราวนั้น น้องชายที่ครั้งหนึ่งเคคุกเข่าสารภาพและสาบานด้วยสัตย์วาจาแห่งลูกผู้ชาย ว่าจะไม่ยอมคิดไม่ซื่อกับคนที่เขารักอีกเป็นอันขาด ทำไมเขาจะไม่รู้...

...ตัวเองนั่นแหละที่พรากความรักมาจากอกของคยูฮยอน

ชเว ซีวอนหลุบตาต่ำ ย้อนลำลึกเรื่องราวในอดีต คยูฮยอนเป็นน้องบุญธรรมที่มีจิตใจใสสะอาดและบริสุทธิ์ที่สุดคนนึง และเพราะบริสุทธิ์มากเกินไป สายตาที่มองอึนฮยอกเลยปิดไม่มิด และพี่สารเลวคนนี้ก็รู้อยู่เต็มอก หากก็ยังแย่งของน้องมาได้อย่างน่าไม่อาย บางที...ในตอนนั้นอึนฮยอกอาจจะรักคยูฮยอนมากกว่าเขาก็ได้

ถ้าอึนฮยอกรักกับคยูฮยอน...ทุกอย่างอาจจะดีกับเจ้าตัวมากกว่านี้

แสงไฟของตัวรถที่ลอดผ่านมา ทำเอาซีวอนรีบคว้าเสื้อคลุมและเดินลงไปชั้นล่าง ท่ามกลางความเงียบและความมืด แสงจากตัวรถสะท้อนให้เห็นร่างเล็กแบบบางที่ก้าวลงจากรถแท็กซี่ได้เต็มตา

อี ฮยอกแจจ่ายเงินค่าโดยสาร ขณะที่ทำหน้าง่วงนอนเปิดประตูบ้าน ดวงตาสีอำพันมีแววแปลกใจอยู่ลึกๆเมื่อช้อนขึ้นมองแล้วสบกับดวงตาสีดำขลับที่มีแต่คำถามของคนที่ยืนรออยู่

“ครับ?”ร่างระหงเอียงคออย่างฉงน

ชเว ซีวอนชะเง้อมองหาน้องชายตัวเองก่อนจะถามเสียงเครียด “คยูฮยอนล่ะครับ ไม่ได้กลับมาด้วยกันเหรอ”

“คุณคยูฮยอน...”ฮยอกแจเอานิ้วแตะปลายคางอย่างครุ่นคิด ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างโรยแรง “...เขาปล่อยให้ผมนั่งดื่มอยู่คนเดียวแล้วก็หายตัวไปกับคุณทงเฮตั้งแต่หัวค่ำแล้วล่ะครับ”

คราวนี้ชเว ซีวอนกระพริบตาปริบๆ “คุณทงเฮ? หัวค่ำ? แล้วทำไมคุณถึงได้ไม่เรียกผมออกไปรับ?

“หัวค่ำเป็นเวลาเข้านอนของภรรยาคุณไม่ใช่เหรอครับ...”ฮยอกแจเอ่ยด้วยท่าทีเฉยเมย “...ผมใจว่าคุณฮเยอินคงอยากจะได้รับคำราตรีสวัสดิ์และจูบเบาๆจากสามีก่อนเข้านอน ผมไม่อยากไปขัดเวลาครอบครัวของพวกคุณหรอกนะ”

ร่างบางเอ่ยพร้อมเดินผ่านร่างของอีกคนไปอย่างเฉยชา ชเว ซีวอนคว้าแขนเรียวนั่นเอาไว้ คนที่ถูกคว้าเอาไว้เอียงคออย่างสงสัย ก่อนจะเอ่ยเสียงราบเรียบ

“ดึกแล้ว...ผมอยากพัก”

“งั้นคืนนี้ผมจะนอนกับคุณด้วย”ซีวอนเอ่ยเสียงราบเรียบ

ฮยอกแจชักแขนกลับอย่างนุ่มนว หากก็ต้องขมวดคิ้วแน่นเมื่ออีกไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยมือ ร่างบางเงยหน้ามายิ้มเยาะ

“อย่าดีกว่ามั้งครับ ถ้าหากคุณฮเยอินตื่นมาแล้วไม่เจอสามีตัวเองนอนอยู่ข้างๆจะร้องไห้ขี้มูกโป่ง แล้วมันก็จะส่งผมไม่ดีต่อลูกในท้องนะครับ”

“เลิกกระแหนะกระแหนผมสักทีเถอะน่า...”ชเว ซีวอนชักสีหน้าเหนื่อยหน่าย ก่อนจะเอ่ยเสียงเครียด “...ไม่ว่ายังไงคืนนี้เราก็ต้องคุยกันให้รู้เรื่อง”

“เรารู้กันทุกเรื่องอยู่แล้ว ผมไม่เห็นความจำเป็น”

“แต่ผมจะคุย...”ร่างสูงเอ่ยเสียงเข้ม บีบท่อนแขนของอีกคนจนอีกฝ่ายถึงกับนิ่วหน้า “...ผมทนไม่ได้หรอกนะถ้าหากเราจะหมางเมินใส่กันแบบนี้เรื่อยๆ”

“นั่นมันก็เรื่องของคุณ ผมว่า...เฮ้ยยยย!!!

ร่างบางลอยวืดเข้าไปอยู่ในท่อนแขนของอีกฝ่าย อี ฮยอกแจร้องลั่นเมื่อถูกอีกคนแบกขึ้นบ่าแล้วจ้ำอ้าวไปที่สระว่ายน้ำข้างบ้านหลังเล็กที่เขาอาศัยอยู่ ร่างเล็กดิ้นพล่านในอ้อมแขนของคนที่ตัวสูงกว่า ส่งสายตาขัดใจให้เป็นระยะเมื่ออีกคนไม่มีทีท่าว่าจะยอมวางเขาลงแต่อย่างไร ตรงกันข้าม อ้อมแขนนั้นกลับรัดแน่นขึ้นก่อนที่จะคาดการณ์ได้ว่าอีกคนจะทำเช่นไร ทั้งร่างก็ลอยวืดจมลงไปในสระกว้าง ฮยอกแจกระสะดุ้งก่อนจะกระเสือกกระสนว่ายน้ำมาเกาะข้างขอบสระ ช้อนดวงตาเขียวปั๊ดมองคนที่ยืนหัวเราะอยู่ข้างสระ

“ทำบ้าอะไรของคุณเนี่ยซีวอน!!?

ชเว ซีวอนกลั้นยิ้มอย่างสุดกำลัง ก่อนจะก้มลงแล้วดึงร่างของอีกคนขึ้นมานั่งข้างสระ อากาศหนาวยามค่ำคืนประกอบกับเนื้อตัวที่เปียกโชกทำเอาอี ฮยอกแจกอดตัวเองสั่นหงึกหงัก เสื้อคลุมกันความหนาวที่อีกฝ่ายสวมอยู่ถูกวางลงบนบ่าบอบบาง ดวงตาสีอำพันช้อนมองอีกคนอย่างฉงน ร่างสูงดึงอีกคนเข้าไปไว้ในวงแขนจนจมมิดทั้งร่าง

“ค่อยเหมือนฮยอกแจที่ผมรู้จักหน่อย”

“หือ?

“ผมเกลียดความเย็นชานะฮยอกแจ...”ร่างสูงหลุบตามองคนที่อยู่ในวงแขนอย่างอ่อนหวาน “...เพราะมันทำให้ผมหนาว หนาวมาก โดยเฉพาะในเมื่อมันเกิดมาจากคุณ ผมยิ่งหนาวเป็นเท่าทวีเลยแหละ”

“มันไม่ได้เกิดจากผมหรอก นั่นเพราะตัวคุณต่างหาก...คุณเองก็รู้ดีแก่ใจไม่ใช่เหรอฮะ”ฮยอกแจเอ่ยอย่างเฉยเมย หากก็ยอมเบียดตัวเข้าหาอกอุ่นๆนั่น เพราะความหนาวหรอกนะ ไม่ได้มีอะไรเป็นอื่น

“ฮยอกแจ...”ร่างสูงเอ่ยเสียงแผ่วเบา กระซิบถามอย่างโศกเศร้า “...คนเราเลือกโชคชะตาของตัวเองได้ด้วยเหรอครับ เลือกความรู้สึกที่จะเกิดขึ้น เลือกหัวใจของตัวเอง เลือกอนาคตของตัวเองได้ด้วยอย่างนั้นเหรอ บางสิ่งที่เราไม่ได้อยากให้เกิดขึ้นเลย...แต่มันก็เกิดขึ้นจนได้ แล้วจะให้ผมทำยังไง”

“...”

“ถ้าผมสามารถเลือกที่จะเกิดมาโดยไม่มีข้อผูกมัดที่พ่อแม่สร้างไว้...ก็คงจะดี ถ้าหากผมสามารถเลือกไม่ให้เธอคนนั้นรักผมได้...มันก็คงจะดี และถามผมเลือกที่จะเป็นปถุชนคนธรรมดาที่สามารถกอดคุณไว้อย่างนี้ได้ตลอดไป...มันก็คงจะดีไม่ใช่เหรอฮะ”

“คุณไม่คิดว่านี่จะเป็นเหมือนคำแก้ตัวสำหรับผมเหรอครับ”ฮยอกแจถามเสียงสั่น ไม่รู้เพราะความหนาวหรือว่าอะไร

“ผมอาจจะแก้ตัว...”ซีวอนซบดวงหน้าลงกับบ่าบอบบางของอีกฝ่ายอย่างอ่อนแรง “...ไม่สิ ผมเองก็แก้ตัวมาโดยตลอด จนบางครั้งก็นึกสมเพชตัวเองไม่ได้ ทำไมผมถึงทำได้แค่แก้ตัว แต่กลับแก้ไขอะไรไม่ได้เลย เพราะถ้าหากปล่อยคุณไป...ผมไม่อยากขาดใจทั้งเป็น”

“คนเห็นแก่ตัว...”มือที่เกาะท่อนแขนของอีกฝ่ายกำแน่น จิกเล็บลงบนท่อนแขนแข็งแรง ฮยอกแจไม่ได้เป็นอะไรเลย...แค่หนาวจนใจสั่นเท่านั้นเอง

“ใช่...”ซีวอนพยักหน้า ขณะที่รัดร่างของอีกฝ่ายแนบแน่นขึ้น “...ความรักทำให้เราเป็นคนเห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจฮยอกแจ ทั้งๆที่มองเห็นทางที่ถูก แต่เราก็เลือกที่จะเดินผิดทาง เพียงเพื่อยื้อความรักนั้นให้อยู่กับเราได้นานที่สุด จนตอนนี้ผมรู้สึกว่าความสัมพันธ์ของเรากำลังจะไม่เหลืออะไรเลย ไม่เหลือแม้...หัวใจของคุณ"

“ไม่หรอก...”ฮยอกแจเอ่ยเสียงเรียบ เบือนหน้ามองเงาที่สะท้อนดวงหน้าของตนเอง “...ส่วนลึกในใจของผม...สัมผัสได้เด่นชัดว่า...อึนฮยอกยังจำ ยังจำในสิ่งที่เรามีแก่กัน ไม่อย่างนั้นมันก็คงจะไม่มี...ความเจ็บปวด”

“ฮยอกแจ...”ชเว ซีวอนคลายวงแขน ก้มมองคนในอ้อมกอดให้ถนัดตา หากแววตาเจ็บปวดเมื่อครู่กลับกลายเป็นราบเรียบ นิ่งประดุจสายน้ำที่ไม่มีใครล่วงรู้...ว่าลึกลงไปมันจะเชี่ยวกรากขนาดไหน มืออุ่นประคองดวงหน้าละมุน แตะเบาบนดวงตาที่ทำให้เขาหลงใหล “...รู้ไหมว่าผมรักคุณมากขนาดไหน”

“อาจจะมากเท่าความเห็นแก่ตัว...”ฮยอกแจหลับตาลง แย้มรอยยิ้มออกมาอย่างเหยียดเยาะ “...มากเท่าความแค้นของผม”

“ผมดีใจ...”

“หืม?

“...ถ้ายังแค้นก็แปลว่าคุณยังมีความรู้สึก...”ชเว ซีวอนเอาหน้าผากแตะเบาที่หน้าผากขาวนวลของอีกฝ่าย จ้องลึกลงไปในดวงตาสีอำพันเข้ม “...ถ้ายังมีความรู้สึก ก็แปลว่าคุณยังรักผมอยู่”

คราวนี้ฮยอกแจถึงขึ้นทุบปั่กเข้าที่บ่าของอีกฝ่ายโดยแรง

“หลงตัวเอง!

“ผมว่าผมหลงรักคุณมากกว่านะ...”จมูกโด่งกดที่แก้มนิ่มอย่างชอบใจ ก่อนจะกอดเอาไว้ไม่ยอมปล่อย “...คืนนี้ให้ผมค้างด้วยเถอะ รับรองนะว่าจะนอนเฉยๆ ไม่ทำอะไรคุณมากกว่ากอด”

“ผมไม่ชอบนอนกอดสามีของชาวบ้าน”ฮยอกแจเอ่ยเสียงเขียว

“คุณนี่ชอบทำให้เสียบรรยากาศเรื่อยเลย...”ซีวอนบีบจมูกคนรักเบาๆ ก่อนจะแย้มรอยยิ้มอ่อนโยน “...งั้นคืนนี้ผมขอแค่อย่างเดียว”

ฮยอกแจเลิกคิ้วขึ้นสูง ก่อนจะชะงักเมื่ออีกคนก้มหน้าลงมาแนบชิด ริมฝีปากหยักแนบชิดที่เรียวปากอิ่มก่อนจะแทรกปลายลิ้นเข้าชิมความหวาน ฮยอกแจลอบถอนหาใจกับตัวเองเบาๆเมื่อรสลิ้นนี้ยังดื้อรั้นและเอาแต่ใจไม่เคยเปลี่ยน แต่เห็นกับว่าพระจันทร์คืนนี้ที่ทอประกายสวยนัก

 

...แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวนะ ชเว ซีวอน

 

**

 

แสงไฟนวลๆที่ส่องผ่านม่านตามานานเพิ่งจะมีผล โจ คยูฮยอนลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก ภาพแรกที่เห็นคือห้องสุดหรูที่ไม่คุ้นเคย ความปวดหนึบที่ศีรษะทำเอาร่างสูงต้องสะบัดศีรษะแรงๆเพื่อไล่มันออกไป หากกลับกลายเป็นว่ามีมือๆหนึ่งเอื้อมมาแตะเบาที่บ่ากว้าง คยูฮยอนกระพริบตาเพื่อนปรับโฟกัสให้ม่านตาตัวเอง ก่อนจะต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นดวงหน้าอ่อนหวานแสนละมุนของอี ทงเฮที่กำลังยืนค้ำหัวเขาอยู่

“นอนอีกหน่อยก็ได้นะคยูฮยอน...”ทงเฮเอ่ยเสียงอ่อนหวาน แย้มรอยยิ้มจางๆที่ริมฝีปาก “...นายดื่มมากไปหน่อย ต้องพักเยอะๆ เดี๋ยวฉันจะไปชงน้ำมะนาวมาให้”

“ผม...”ดวงตาสีดำมองไปลอบๆตัว ก่อนถามเสียงผะแผ่ว “...มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง แล้วทำไม”

“เอาเป็นว่า...”ทงเฮทำท่าครุ่นคิดอย่างน่ารัก ก่อนแย้มรอยยิ้มให้เล็กน้อย “...ฉันปวดท้องเลยต้องไปเข้าห้องน้ำที่ผับนั่น แล้วบังเอิญเจอเจ้าชายนิทราคนนึงกำลังสลบไสลคาส้วมอยู่ก็แล้วกันนะ”

เจ้าชายนิทราแก้มเรื่อสีในทันควัน น่าอาย...น่าอายอย่างที่สุดที่ให้คนตรงหน้าได้เห็นสภาพเช่นนั้น อี ทงเฮมองสีหน้าของอีกฝ่ายแล้วลอบหัวเราะกับตัวเองเบาๆ คยูฮยอนหนอ...ช่างเป็นผู้ชายที่น่าสงสารจริงๆ

“แล้ว...”คยูฮยอนเบือนหน้าหลบสายตาอีกฝ่าย ถามเสียงอุบอิบ “...ฮยอกแจล่ะครับ เขามากับผมนี่”

“ฮยอกแจน่ะเหรอ...”อี ทงเฮชักสีหน้าแปลกใจในทันควัน ก่อนจะทำท่าครุ่นคิด “...แปลก ฉันไม่เห็นเขาเลยนะ หรือว่าเพราะฉันรีบร้อนพานายไปรักษามากไปหน่อยเลยไม่ได้สนใจเขา”

“อ่า...”คราวนี้คยูฮยอนถึงขั้นกุมขมับ ครางออกมาเสียงอ่อย “...แบบนี้พี่ซีวอนฆ่าผมตายแน่”

“ถ้าอย่างนั้นนายพักที่คอนโดฉันก่อนก็แล้วกันนะ...”ทงเฮเอ่ยเสียงหวาน พร้อมหัวเราะออกมาเบาๆ “...แล้วฉันจะไปส่งที่ผับนั่น รถนายก็คงจะจอดไว้ที่เดิมนั่นแหละ ไม่หนีไปไหนหรอก”

“ฮะ...ขอบคุณมากครับ เอ๋?” คยูฮยอนดีดตัวขึ้นมาอีกทีเมื่อสำนึกได้ถึงอะไรบางอย่าง เจ้าตัวทำตาเหลือกแล้วถามเสียงเบาราวละเมอ “...คอนโด...คุณ?

“อ่าห๊ะ...”ทงเฮพยักหน้า ก่อนจะแย้มรอยยิ้ม “...และนายเองก็กำลังนอนอยู่บนเตียงของฉันด้วย”

คราวนี้ชายหนุ่มถึงกับรีบลุกขึ้นนั่ง มองเตียงนอนสีหวานที่ประดับอย่างเรียบง่ายเจือกลิ่นหอมอ่อนๆของเจ้าของห้อง แถมทั่วทั้งห้องยังตกแต่งอย่างหรูหรามีระดับ และเต็มไปด้วยของใช้ส่วนตัวของเจ้าของห้อง คยูฮยอนรู้สึกตาลายอีกครั้ง ตั้งแต่เกิดมาเพิ่งจะเคยเข้าห้องสาว...เอ๋ย...เคะเป็นครั้งแรก แถมยังได้นอนอยู่บนเตียงของอีกฝ่ายอีกต่างหาก

อี ทงเฮยื่นเครื่องดื่มให้เขาพร้อมรอยยิ้มขำขัน สีหน้าของชายหนุ่มยามนี้มันช่างน่ารักนัก คยูฮยอนยิ้มเก้อขณะที่รับมาจิบ ความเปรี้ยวของน้ำมะนาวทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมาก ก่อนที่ร่างสูงจะทำหน้าฉงนเมื่อเห็นอีกคนหอบเครื่องนอนไว้เต็มสองมือ

“คุณกำลังจะทำอะไรครับ”

“ผมก็กำลังจะไปนอนบนโซฟาที่ห้องรับแขกน่ะสิครับ...”ทงเฮตอบด้วยสีหน้าใสซื่อ เขาพอจะรู้หรอกว่าชายหนุ่มจะมีปฏิกิริยาเช่นไร “...คุณทำตัวตามสบายเถะ เตียงนี้ผมยกให้คุณนะ”

“พูดอะไรบ้าๆ...”คยูฮยอนร้องลั่น เอ่ยเสียงอ่อย “...คุณเป็นเจ้าของห้องแล้วจะมายกเตียงให้ผมได้ยังไง คุณนอนที่เตียงนี้เถอะ เดี๋ยวผมจะไปนอนบนโซฟาเอง”

ร่างสูงเอ่ยพร้อมหยัดตัวขึ้นยืน หากอาการวิงเวียนอันหนักอึ้งก็จู่โจมจนเขาเซถลา ทำให้อีกคนต้องทิ้งข้าวของของตนเองเพื่อเข้ามาอ้าแขนรับ หัวใจของคยูฮยอนเต้นถี่รัว นวลแก้มของร่างบางอยู่ใกล้จนแทบจะแนบกับริมฝีปากของเขาได้เลยกระมัง อี ทงเฮเบือนหน้ามามองชายหนุ่มแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์

“อาการแบบนี้จะเดินไปห้องรับแขกไหวอย่างนั้นเหรอครับ”

“เอ่อ...”แก้มขาวของชายหนุ่มขึ้นสีเรื่อเหมือนเป็นไข้ ทงเฮหัวเราะเบาๆก่อนจะดันอีกฝ่ายลงนอนแนบเตียงอีกครั้ง

“ถ้าหากคุณไม่อยากให้ผมไปล่ะก็...”ร่างบางทำตาเจ้าเล่ห์ ก่อนจะก้าวขึ้นเตียงโดยที่อีกคนไม่ทันได้ทักท้วงอะไรทั้งนั้น “...ผมจะนอนอยู่ตรงนี้ก็ได้”

คราวนี้คยูฮยอนถึงกับหน้าขึ้นสีจัด ร่างเล็กๆเริ่มเบียดเข้ามาและซบอยู่ที่ช่วงบ่าของเขา ร่างสูงเอ่ยเสียงตะกุกตะกักขณะที่เอาหมอนข้างมาวางไว้กั้นกลางระหว่างคนสองคน

“ผมว่ามันไม่ดีมั้งครับ”

“แล้วคุณจะทำอะไรผมอย่างนั้นเหรอฮะ”ทงเฮถามพร้อมยิ้มพราย พอเห็นสีหน้าเหวอๆของอีกฝ่าย เจ้าตัวก็เอานิ้วจิ้มไปที่หน้าผากขาวของคยูฮยอน “...อาการของคุณตอนนี้ยกขายังไม่ขึ้นเลย ผมไม่ต้องกลัวหรอกครับ”

คยูฮยอนฮยอนเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ทั้งเขินทั้งเคือง อีกคนทำเหมือนดูถูกเขายิ่งนัก ไม่ว่าผู้ชายคนไหนเวลาที่มีคนรักอยู่ใกล้ๆก็เหมือนน้ำมันใกล้กองไฟ หากไม่ได้แตะต้องเลยก็ดูจะเสียเชิงไปหน่อย ดวงตาคมมองดวงหน้าหวานๆที่แย้มรอยยิ้มพรายของอีกฝ่าย ทงเฮกำลังหลับตาลง กลิ่นหอมอ่อนๆของคนที่เพิ่งอาบน้ำทำเอาเขาเจียนคลั่ง ไหนเจ้าตัวจะยังอยู่ในชุดนอนตัวโคร่งนั่นอีกเล่า แต่ว่า...

ภาพคู่ของอีกฝ่ายกับใครบางคนบนหัวเตียง มันก็เหมือนน้ำเย็นจัดที่ราดกองเพลิง ไอร้อนยังคุกกรุ่น...แต่ไม่มีไฟแล้ว

ทงเฮรู้สึกเหมือนเบาะข้างเตียงพองลมขึ้น ก่อนจะปรือตามองร่างสูงที่คลานลงจากเตียงอย่างเงียบเชียบ แล้วดึงเอาเครื่องนอนที่เขาเพิ่งจะทิ้งกองกับพื้นมาห่มกาย ดวงตาสีสนิมมีแววแปลกใจอยู่วูบหนึ่ง เขาชะโงกหน้าลงไปก็เจอรอยยิ้มสดใสของอีกฝ่าย แค่นี้มันก็ทำให้ผู้บริหารแห่งโรสมาร์ครู้สึกผิดถนัด เมื่อนึกถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นกับคนที่นอนอยู่ข้างเตียงนี่...

 

...และเขา...คือผู้สมรู้ร่วมคิด

 

**

 

“ทำไมหัวหน้าถึงไม่ยอมให้ผมออกแบบงานประกวดคราวนี้ล่ะครับ!!?

เสียงแหลมๆของควอน จียงดังลั่นมาตามสาย อี ฮยอกแจก็พอจะนึกภาพดวงหน้าของอีกฝ่ายออกเลยล่ะว่าต้องโกรธจนมาสคาร่ากระตุกอีกแน่

“ก็ฉันอยากให้นายทำงานตำแหน่งอื่น...”

ฮยอกแจเอ่ยเสียงอ่อน เดาได้เลยว่าตอนนี้จียงต้องดิ้นพล่านๆเพราะความขัดใจอยู่อย่างแน่นอน

“ได้ไง!? หรือว่าหัวหน้าไม่เชื่อใจในฝีมือของผมแล้ว!? คิดว่าผมจะทำงานออกมาได้ไม่ดีเท่าเจ้า...!!...”เสียงนั้นเงียบไป ก่อนจะมีสียงของแทยังแทรกเข้ามาเหมือนเอือมระอา

“ชเว ซึงฮยอน...”

“เออ...นั่นแหละ!! นี่เป็นโอกาสที่ผมจะได้แก้แค้นในฐานะนักออกแบบเลยนะหัวหน้า~!! คุณฮยอกแจทำกับผมแบบนี้ได้ไง!? ไม่ย้อมมมมมมมมม!!!

ฮยอกแจเอาโทรศัพท์ออกห่างหู ก่อนจะถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยหน่าย แล้วเอ่ยเสียงเข้มอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“แล้วนายรู้รสนิยมของคนเกาหลีไหมล่ะ”

“เอ๋?

“นายรู้ไหมว่าประเทศเกาหลีเป็นพวกชาตินิยม...แล้วนายที่เกิดและเติบโตที่แอลเอจะรู้บ้างไหมว่าเครื่องประดับแบบไหนที่ถูกใจคนเกาหลี...”

“ก็...”คราวนี้เสียงของจียงอ่อนยวบเหมือนโดนรีดพิษ “...ผมจะพยายาม ขอแค่สวยๆงามๆมันก็น่าจะผ่านได้ไม่ใช่เหรอครับ”

“ฉันไม่ต้องการแค่ความสวยงามหรอกนะ...”ฮยอกแจเอ่ยเสียงเข้ม ดวงตาสีอำพันครานี้วาวโรจน์อย่างที่หากมีคนมาเห็นเป็นต้องผวา “...แต่ฉันต้องการชัยชนะ ความอัปยศที่ไลอ้อนจิวเวอร์รี่จะได้รับ และกรรมการทุกคนที่ร่วมกันตัดสินในงานประกวดก็คือคนเกาหลี ฉันต้องการงานที่เป็นเกาหลี ไม่ใช่อัญมณีที่งดงามแต่หากหาความเป็นเอกลักษณ์ของเกาหลีไม่ได้เลย...”

“หัวหน้า~

“งานของนายฉันเตรียมไว้แล้ว นายเพิ่งจะมาประเทศนี้เป็นครั้งแรกๆ ฉันอยากให้นายได้เรียนรู้...”ฮยอกแจเอ่ยเสียงเข้ม ก่อนจะเปลี่ยนเป็นอ่อนลง “...ศึกษาความเป็นเอเชียให้มากกว่านี้ก่อนนะจียง ไม่ว่ายังไงนายก็คือมือหนึ่งของโรสมาร์ค”

“ครับ...”ควอน จียงรับคำเสียงอ่อย “...ผมจะพยายามเพื่อโรสมาร์ค”

“นั่นคือสิ่งที่ฉันต้องการ...”ฮยอกแจเอ่ยเสียงนุ่มอย่างชอบใจ “...นายคอยดูแบบที่ฉันจะส่งให้ แล้วเอาความเป็นตะวันตกเข้าไปประสาน ตกแต่งออกมาให้ได้งดงามกว่าของต้นแบบ นี่คือหน้าที่ของนายในการประกวดครั้งนี้”

“แล้วแบบของหัวหน้า...หัวหน้าจะส่งมาให้ผมเมื่อไหร่ครับ”

“ไม่เร็ว...”ฮยอกแจแย้มรอยยิ้มเจ้าเล่ห์กับความคิดของตัวเอง “...แต่ก็ไม่ช้า”

ร่างบางไม่ปล่อยให้ควอน จียงซักถามอะไรเพิ่มเติม เจ้าตัวปิดโทรศัพท์ก่อนจะเดินออกมาจากข้างตึกของไลอ้อนจิวเวอร์รี่ ดวงตาคู่สวยมีแววฉงนเมื่อสังเกตเห็นร่างของหญิงสาวที่กำลังทำท่าทีลุกลี้ลุกลนกับชายวัยฉกรรจ์อีกสองคน ก่อนที่หนึ่งในสองคนนั้นจะผลักร่างของเลขาสาวอย่างแรงจนเซไปปะทะกับข้างตึก จีฮยอนทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ เมื่อมองอีกสองคนที่เดินจากไป

“คุณจีฮยอน?...”ฮยอกแจเรียกเสียงเบา หากทำเอาอีกคนสะดุ้งเฮือก หันมามองเขาตาขวาง “...สองคนนั้นเป็นใครกันหรือครับ”

“มันไม่ใช่เรื่องของแก!!”หญิงสาวกรีดเสียงใส่

ฮยอกแจเลิกคิ้วขึ้นสูง ก่อนที่เรียวปากจะบิดเป็นรอยยิ้มเหยียดเยาะอย่างเห็นได้ชัด

“แหม~ ผมก็ไม่ได้อยากจะยุ่งหรอกนะครับ แต่ห่วงกลัวว่าสองคนนั่นจะทำอันตรายกับคนในบริษัทได้ ก็ท่าทางเหมือนฆ่าคนมาแล้วกี่ศพล่ะ ยน่าจะเรียกยามมาช่วยดูแลนะ”

“ไม่ต้องไปเรียกใครทั้งนั้น!! แกอย่าพูดบ้าๆนะ!

“นั่นคือความจริงครับ...”ฮยอกแจยิ้มอย่างร่าเริง ก่อนยกมือขึ้นคร่อมร่างของอีกฝ่ายไว้ไม่ให้หนีไปไหน ดวงตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตากราดเกรี้ยวของหญิงสาว “...ให้ผมบอกซีวอนให้ไหม เห็นคนน่าสงสัยปวนเปี้ยนอยู่แถวบริษัทก็คงจะต้องมีมาตรการอะไรจัดการสักหน่อย เพื่อความปลอดภัยของพนักงานทุกคน”

“อย่านะ!! อย่าบอกท่านประธานเชียวนะ! สัญญากับฉันสิ!!

หญิงสาวผวาเกาะเขาเหมือนอ้อนวอน ท่าทีที่ไม่เคยเห็นทำเอาฮยอกแจเลิกคิ้วขึ้นสูง ก่อนจะเผยอรอยยิ้มเมื่อเดาได้ถึงอะไรบางอย่างออก ฮยอกแจเชยคางของอีกฝ่ายขึ้น ก่อนกระซิบเสียงเบา

“ถ้าอย่างนั้น เห็นทีเราต้องคุยกันสักหน่อยแล้วล่ะฮเยอิน...”

 

“...เผื่อจะได้ทำข้อตกลงแลกเปลี่ยนค่าตอบแทนอะไรกันสักเล็กน้อย”

 

**

 

“คุณคยูฮยอน...”ฮยอกแจเรียกเสียงหวาน เมื่อใครบางคนก้าวลงจากรถสีดำขลับของตนเอง คยูฮยอนชะงักเมื่ออีกคนเดินเข้ามาใกล้ ฮยอกแจเอื้อมมือมาแตะเบาที่ดวงหน้าคมหวานอย่างอ่อนโยน ขณะที่ดวงตานั้นมีแววตัดพ้อเล็กน้อย

“เมื่อคืนคุณหายไปไหนมาครับ ทำไมปล่อยให้ผมต้องนั่งดื่มอยู่คนเดียว...แล้ว...”ยอกแจมองสำรวจอีกฝ่ายที่ปั้นหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก “...เมื่อคืนคุณพักที่ไหนครับเนี่ย”

“คือ...”คยูฮยอนดึงมือแสนซุกซนของอีกคนออกจากแก้มของตนเอง ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “...ผมไปพักบ้านคนรู้จักมาน่ะครับ ขอโทษด้วยที่ทิ้งคุณไว้คนเดียวในที่แบบนั้น”

“อย่าทำแบบนี้อีกนะครับ...”ฮยอกแจเอ่ยเสียงอ่อน ก่อนเอื้อมมือมากุมมือของอีกฝ่ายหลวมๆ ช้อนตามองอย่างห่วงใย “...เมื่อคืนผมเป็นห่วงคุณมากเลยรู้ตัวไหมครับ”

“ครับ”คยูฮยอนพยายามชักมือกลับ หากอีกคนก็กำแน่น จนร่างสูงต้องเอ่ยเสียงเข้ม “...พี่ซีวอนกำลังมองอยู่ตรงระเบียง ผมว่าคุณปล่อยมือผมก่อนที่จะมีเรื่องจะดีกว่านะฮะ”

ฮยอกแจปล่อยมือจากอีกคนอย่างเสียไม่ได้ เรียวปากอิ่มกระตุกเป็นรอยยิ้มบาง “คุณกลัวพี่ชายคุณขนาดนั้นเชียวเหรอครับ”

“ผมแค่ไม่อยากมีปัญหากับเขาเท่านั้นเอง”คยูฮยอนเอ่ยเสียงนิ่ง

“อ่า...”ฮยอกแจพยักหน้า ก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่นพร้อมรอยยิ้มประหลาด “...อย่างนี้นี่เอง”

“...”คยูฮยอนปั้นหน้าไม่ถูก ทุกวันนี้เขาไม่รู้เลยว่าจะต้องทำตัวยังไงเมื่ออยู่กับอีกฝ่ายสองต่อสอง ฮยอกแจโคลงหัวพร้อมรอยยิ้ม

“งั้นผมขอตัวกลับบ้านก่อน ขอโทษนะครับที่ทำให้อึดอัดมานาน...อ๊ะ!!”ร่างบางที่หมุนตัวกลับเซหวืด ทำเอาคนที่อยู่ใกล้ผวารับแทบไม่ทัน ไม่เช่นนั้นอี ฮยอกแจอาจจะล้มหัวโหม่งพื้นก็เป็นได้ ร่างบางที่อยู่ในวงแขนอีกฝ่ายหลุบตามองฝ่ามือที่รวบเอวเขาไว้อย่างสมใจ ก่อนจะช้อนดวงตาอ่อนหวานขึ้นมองอีกคน ไม่ทันได้ตั้งตัว...โจ คยูฮยอนก็ถูกสัมผัสที่แก้มแผ่วเบา

“ขอบคุณครับ”

แก้มใสของคนหนุ่มขึ้นสีเรื่อ เมื่ออีกคนผละจากไปอย่างนุ่มนวล และดูสุภาพขึ้นเยอะ ฮยอกแจช้อนดวงตาขึ้นมองคนที่ยืนมองเหตุการณ์นั้นอย่างคุกกรุ่นทีริมระเบียง เจ้าตัวโบกมือให้อย่างร่าเริงก่อนจะเดินกลับที่พักของตน

คยูฮยอนพอได้สติก็มองอีกฝ่ายจนลับตา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองพี่ชายตัวเองที่หายกลับเข้าไปในตัวบ้าน ร่างสูงพึมพำกับตัวเองเสียงเหนื่อยอ่อน

“งานงอกแน่ๆ คยูฮยอนเอ๋ย~

ไม่ว่ายังไง เขาคงต้องอยู่ตอบคำถามพี่ชายตัวเองอีกยาวแน่ๆ

 

**

 

 หายไปนานมาก =w=

กิจกรรมที่มหาลัยมันเยอะไปนิส - -* แต่ต่อไปจะพยายามยามเรื่อยๆนะฮับ =..=/ ตอนนั้นทุกคนบอกว่าฮยอกแจมันเริ่มจะซอฟลงละ ซึ่งก็คงจะเป็นเยี่ยงนั้นจริงๆ -___-

ความเป็นไรเตอร์มันพิการไปเพราะว่าบังเอิญพลอตฟิคมันหายเกลี้ยงตั้งแต่ตอนรับน้องเนี่ยแหละ TwT

ตอนนี้ฮยอกแจเองก็ยังไม่กลับมาร้ายอย่างสมบูรณ์แบบด้วย - -* ก็นะ ต่อจากนี้จะเป็นการแก้แค้นที่ไม่ค่อยใช้กำลังแระ

ส่วนที่ว่าตอนนี้ไม่ถูกใจใครหรือมันซอฟไปก็ขอโทษด้วยนะฮับ TwT ไรเตอร์กำลังพยายามรื้อฟื้นความเป็นไรเตอร์ให้มันกลับมา เพื่อเนื้อเรื่องที่ต้องเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ แต่ยากจังเลย แง้ๆๆ

(พี่นันช่วยหนูล่วย TT-TT)

แต่ไม่ว่ายังไงเรอตร์จะพยายามนะฮับ = =!! ช่วยเม้นท์ให้กำลังใจด้วยนะฮับ เผื่อความเป็นไรเตอร์ของเจจะคัมแบค -..- เพราะตอนนี้บอกตามตรงว่า ต่อฟิคยากมากกกกก TTOTT

บะบาย (เรื่องนี้จะพยายามอัพอาทิตย์ละครั้งนะครับ)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,755 ความคิดเห็น

  1. #1092 ChovySilver (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2555 / 20:55
    โอ้ยยยยยยบอมอึนหวานเว่อร์ๆอ่ะน่ารักมาก
    พี่วอนพี่เสร็จแน่ๆฮยอกแจปั่นหัวพี่หมุนติ้วๆเลย
    คยูพี่ซวยแล้วแหละน่าสงสารที่สุดละ
    พี่ทงเฮตกลงอะไรกับพี่ฮยอกแจหรอ
    #1,092
    0
  2. #913 ภรรยาฮยอกแจ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 กันยายน 2555 / 22:54
    เฮ้ยๆๆ บอมอึนนี่มันอะไรก๊านนน น่ารัก งิงิ -////- 
    วอนรักฮยอกมากเลยสินะ ระวัง หิหิ -.- 
    #913
    0
  3. #873 วารีสวรรค์ ^-^ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 เมษายน 2555 / 19:47
    ด๊องตกลงกับฮยอกว่ายังไง คยูน่าสงสารสุดอ่ะตอนนี้
    #873
    0
  4. #825 [ChaPloy]SJ13 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 5 เมษายน 2555 / 02:12
     ตอนนี้ไม่รู้จะสงสารใครแล้วไรเตอร์ ไรเตอร์เก่งมากเลย สู้ๆค้าา
    #825
    0
  5. #768 Mhoomin (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 มีนาคม 2555 / 19:45
    ณ ตอนนี้สงสารโจ คยูฮยอนที่สุด ㅠ.ㅠ
    #768
    0
  6. #556 ae snoopy (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2555 / 17:39


    ฮยอกเริ่มเอาคืนแล้วใช่ปะ

    อยากรู้จริงๆว่าจะเป็นงัย
    #556
    0
  7. #555 yepat@dD (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2555 / 12:45
    อย่าบอกนะว่าฮยอกให้เฮ..สืบแล้วเอาแบบของบริษัทมาจากคยู
    #555
    0
  8. #554 ze_gusy club (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 มกราคม 2555 / 16:33
    ผู้สมรู้ร่วมคิด เฮจะทำอะไรอ่ะ
    ฮยอกแจ แรงทุกตอน ฮ่าๆๆๆสนุกอ่ะ
    #554
    0
  9. #553 พริกหยวก (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 มกราคม 2555 / 22:50
    ผู้สมรู้ร่วมคิด ! แฮอย่าทำนะ T^T
    สงสารกี้มากถ้าทำอย่างนั้นอ่ะ!
    #553
    0
  10. #552 Murasaki_Violet (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2554 / 00:35
    คาาาาาาาาาาาาาาาาาายู !!!  น่ารักอ่ะ!
    ขอโหวตให้เป็น เมะขวัญใจ ประจำเรื่องนี้เลย ฮ่าฮ่า ก็ทั้งวอน ทั้งบอม ดูจะชอบทำร้ายจิตใจเคะกันนี่หน่า
    แต่คยูเหมือนจะเป็นเมะที่น่าเห็นใจที่สุดเลยนะ.. โถๆๆ โดนเค้าหลอกใช้สารพัดเลย TT

    ส่วนตัวไม่อยากให้ฮยอกใช้คยูเป็นเครื่องมือเลย เรารู้สึกว่าคยูเป็นคนดีจริงๆ อ่ะ
    ทงเฮก็เริ่มรู้สึกอย่างนั้นแล้วเหมือนกัน

    ส่วนตาวอน.. หึหึ ถ้ายังไม่พัฒนาก็จงโดนโขกสับต่อไปเถอะ พ่อคู้นนนนน
    #552
    0
  11. #551 mui (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 กันยายน 2554 / 21:35
    น่าสงสารคยู โดนแกล้งอยู่คนเดียว โถ...ใครๆก็ไม่รักผม



    ยังคงหมั่นไส้วอนอยู่เหมือนเดิม จะจับปลาสองมืออีกนานแค่ไหนกันฮะ
    #551
    0
  12. #550 phahae (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 กันยายน 2554 / 09:16
    เรื่องนี้รักคยูสุดหัวใจเลย
    แต่สงสัยรักมากต้องเจ็บมากแน่ๆ
    เป็นคนดีอยู่คนเดียวทั้งเรื่อง
    คยูเอ๋ยเจ็บหนักชัวร์ๆ  ใสซื่อแบบนี้
    #550
    0
  13. #549 NK_Marine (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 13 กันยายน 2554 / 01:43
    มาต่่อแล้วเหรออออออน้องสาว *ต้อนรับโรสมาร์กกลับสู่อ้อมอก*



    ตอนนี้แต่งดีมากๆเลยนะ พี่รู้สึกว่าฟิวมันกลับมาแล้ว



    แบบนี้สิถึงจะได้ฟิวอีฮยอกแจจิงๆ เก่งมากจ๊า เชื่อมความรู้สึกกลับมาได้เป๊ะเลย^^



    ต่อไปก็ค่อยๆแต่ง ค่อยๆดึงพล็อตกลับมานะ พล็อตที่วางไว้มันสุดยอดแล้วล่ะ



    จะรออ่านต่อนะจ๊า เป็นกำลังใจให้เสมอ โทรมาได้เสมอเช่นกัน ๕๕๕๕



    ปล.ควอนจียงอย่าน้อยใจเจ้านายเลย เดี๋ยวส่งซึงฮยอนไปปลอบ(?) กร้ากกกกกก



    ปล.อีกที กราบคุณคยู คนดีเหลือใจ ๕๕๕๕๕
    #549
    0
  14. #548 ฮอยง (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 กันยายน 2554 / 20:09
    อยากได้บอมฮยอกแจ
    #548
    0
  15. #547 chanis407 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 กันยายน 2554 / 08:40
    หายไปนานเลย..แต่กลับมาสนุกเหมือนเดิม....

    ติดตามนะคะ...^^

    #547
    0
  16. #546 sanphet (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 กันยายน 2554 / 05:38
    หายไปนาน
    กลับมาก็สนุกเหมือนเดิม
    ยิ่งเรื่องดำเนินไป
    ยิ่งสนุกและตื่นเต้นไปกับแผนฮยอกแจ
    ขอให้แก้แค้นสำเร็จน้า

    ตกลงบอมชอบอึนหรอ
    #546
    0
  17. #545 คนคุ้นเคย (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 กันยายน 2554 / 02:08
    ค่ะ ไรเตอร์สู้ๆนะค่ะ เเล้วยิ่งช่วงนี้หลายมหาลัยสอบด้วย

    เป็นกำลังใจให้นะค่ะ คิดถึงไรเตอร์มากๆเลยค่ะ
    #545
    0
  18. #544 * [J]o[L]ee[P]op ,, ♥ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 กันยายน 2554 / 22:12
    อ๊ายยยยยยย คิดถึงไรเตอร์สุดใจขาดดิ้นค่ะ >M<
    เหนเรื่องนี้อัพตอนแรกนึกวา่ตัวเองตาฝาด 555
    แต่ก็ดีใจมากจริงๆค่ะที่เหนเรื่องนี้อัพ อิอิ

    ฮยอกแจ! สุดยอดมากกกกกกกก~~~
    ยั่วสะเด็ดจิงๆ เคะสมัยใหม่มันต้องแบบนี้สิ!
    สุดยอดไปเลย... เราว่าแบบนี้ก็ดีนะค่ะ
    แรงแบบมีชั้นเชิง 5555

    ดูเหมือนวอนจะรักฮยอกมากจริงๆนะเนี่ย
    พูดๆไปก็น่าสงสารเหมือนกันนะ..
    แต่ก็นะ... บอมฮยอกหวานมากค่ะ 555
    ชอบๆๆๆ

    ยังไงก็สู้ๆนะค่ะ เปนกำลังใจให้!!
    หวังว่าจะได้อ่านตอนหน้าไวๆ
    แล้วก็แอบเปนกำลังใจให้คยูฮยอนด้วย 555

    ไรเตอร์าูสู้ๆ่ค่ะ!
    #544
    0
  19. #543 kan (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 กันยายน 2554 / 19:42
    แม่เสือสาวชเวฮยอกแจร้ายกาจใช่เล่นปั่นหัวซีวอนแบบสะใจมาก

    ส่วนคิบิมกับอึนฮยอกเข้าใจกันแล้ว

    แต่สงสารคยูเฮไม่รู้คุณฮยอกจะแกล้งอะไรอีก
    #543
    0
  20. #542 moonoy (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 กันยายน 2554 / 19:26
    เบื่อวอนจริงเห็นแก่ตัวได้โล่ ดีแต่แกล้งตัวจริงๆ



    คยูน่ารักจริงไรจริง อะไรจะคนดีศรีประเสริฐ



    ฮยอกยั่วก็ยังห้ามใจได้อีก
    #542
    0
  21. #541 geejajaa (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 กันยายน 2554 / 19:20
    กรี๊ดฮยอกแจจะแก้แค้นแล้วใช่ไหม?!

    จะรอดูว่าจะเผ็ด แสบ ขนาดไหนนะ

    แต่ว่าที่ฮยอกงอนกับวอน ถึงมันเป้นแผน แต่มัน็คือความจริงนี่นา
    วอนเอ๊ย เห้นแก่ตัวจริงๆ ไหนจะ เมียและ ลูก ไหนจะฮยอกแจ
    เลือกซักที เฮ้อ จะหวังเอาหมดทุกอย่างได้ไง
    #541
    0
  22. #540 eighteddy (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 กันยายน 2554 / 18:52
    มาเเล้วสิเทอออ 555+ จะเอาาาๆๆๆๆ จะเอาคยูฮยอกๆๆ เยอะ ฮ่าๆๆ
    วอนจ๋าาา พิษรักเเรงหึงระวัง แม่กุหลาบแดงจะแผลงริษ หึหึ
    เตรียมตัวเลย
    มาที่คยูเฮ มันรั่มปั่มปัมกันเลยค่ะ 555+
    สู้สู้นะค่ะไรเตอร์
    #540
    0