ROSE MASK.+ROSE SIN.[[WonHyuk+BomHyuk+KyuHae]]

ตอนที่ 26 : -23-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,033
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    11 ต.ค. 54

 

“นี่คือรายงานผลรวมของบริษัทประจำเดือนนี้...”มืออุ่นยื่นเอกสารปึกใหญ่สีขาวมาให้ ก่อนจะยื่นแฟ้มสีเลือดหมูให้อีกฝ่าย “...และนี่ก็คือประวัติของเลขาชองที่นายอยากให้ฉันหาให้”

ฮยอกแจรับแฟ้มงานขึ้นมา ก่อนจะจุ๊ปากแล้วยิ้มอย่างพอใจ

“สมเป็นแฮกเกอร์ระดับมืออาชีพของตระกูลคิมเลยนะคิบอม...”ร่างบางหัวเราะคิกคัก “...มีข้อมูลตั้งแต่วันมีประจำเดือนครั้งแรกเลยเหรอเนี่ย”

คิม คิบอมหัวเราะเบาๆ ก่อนยกมือขึ้นหยิกแก้มขาวๆของอี ฮยอกแจอย่างหยอกเอินจนอีกคนต้องปัดมือออกแล้วค้อนขวับให้กับคำกระเซ้าที่ค่อนข้างรุนแรงของอีกฝ่าย

“ไม่ต้องมาล้อเลียนฉันเลยนะฮยอกแจ ว่าแต่คราวนี้นายคิดแผนชั่วๆอะไรอีกล่ะ หรือว่าอยากจะเก็บข้อมูลของแม่สาวนั่นไว้แบล็กเมล์...หือ?

“แบล็กเมล์น่ะไม่แน่หรอก แต่ฉันอยากจะเก็บยัยนั่นเอาไว้ใช้งานเสียมากกว่า...”ฮยอกแจแย้มรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เท้าคางมองอีกคนอย่างยั่วยวน “...เพราะเป็นเลขาคนสำคัญของชเว ซีวอน ฉันเลยคิดว่ายัยนี่ต้องมีประโยชนกับงานการประกวดคราวนี้มากแน่ๆ”

“ยังไง...ไม่เข้าใจ”คิบอมขยับเข้าใกล้อีกฝ่ายอย่างสงสัย ฮยอกแจหัวเราะคิกแล้วเลื่อนหัวมาซบบ่าอุ่นของอีกฝ่าย แตะเบาที่ปลายคางของเพื่อนรัก ไล้นิ้วไปมาที่เคราบางอย่างรักใคร่

“งานประกวดอัญมณีที่สำคัญที่สุดของเกาหลีใต้...”ดวงตาสีอำพันหรี่ปรือลงเหมือเรื่องที่พูดครานี้ช่างหอมหวาน “...ตลอดเวลาที่ผ่านมา โรสมาร์คไม่เคยได้ลงประกวดเพราะทางเราเอาแต่บุกตลาดของฝั่งตะวันตก แต่ตอนนี้เราได้ขยายสาขามาที่โซนตะวันออก นายคิดว่าถ้าเราเอาชนะไลอ้อนจิวเวอร์รี่ที่ได้ชื่อว่าสิงโตคำรามแห่งภาคตะวันออกได้ ผลของมันจะเป็นยังไงอย่างนั้นหรือ?

คิบอมจับมือซุกซนของอีกฝ่ายมาวางไว้ที่หน้าตัก ก่อนเอ่ยเสียงราบเรียบ

“โรสมาร์คก็จะเป็นที่ยอมรับของตลาดโลกมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญคือเราได้กำจัดคู่แข่งที่แข็งแกร่งอย่างไลอ้อนจิวเวอร์รี่ หรือนายคิดจะใช้แม่เลขานั่นเป็นหนอนบ่อนไส้”

“ทั้งใช่...และไม่ใช่”ฮยอกแจหัวเราะคิกคัก กับสายตาที่ไม่เข้าใจของอีกฝ่าย เจ้าตัวแตะนิ้วที่เรียวปากหยักของอีกฝ่ายที่กำลังขยับขึ้นลงเหมือนจะเปล่งเสียงถาม “...แผนของฉันกับทงเฮ คนดีๆอย่างนายอย่าเพิ่งรู้เลยจะดีกว่า เดี๋ยวมันจะไม่สนุก”

“ไม่สนุกแน่ๆ ถ้าคุณอีรู้เรื่องนี้เข้า...”คิบอมเอ่ยเสียงเครียด “...เขาต้องบินมาจากแอลเอเพื่อกระชากหัวนายแหงๆ ที่สำคัญ...อย่าลืมสิฮยอกแจว่าตอนนี้นายเองก็เป็นที่จับตามองของ...”

“ก็แค่คนแก่น่าคิบอม...”ฮยอกแจผละจากอีกฝ่ายอย่างหัวเสีย ก่อนจะล้มตัวลงนอนหนุนตักอีกฝ่ายอย่างออดอ้อน “...นายอย่าห่วงเลย ตาแก่นั่นต้องพอใจกับผลงานครั้งนี้แน่ๆ หรือถ้าไม่พอใจ คนอย่างอี ฮยอกแจคนนี้ก็มีทางที่จะให้คนอย่างอี ฮยอนซูไม่กล้ามีปากเสียงแน่ๆ”

คิบอมถึงกับพ่นลมหายใจกับความดื้อของอีกฝ่าย “นายก็เป็นซะแบบนี้ ชอบทำตัวให้ท่านประธานเป็นห่วงอยู่บ่อยๆ บางทีฉันก็อยากให้นายพักนะ รู้ไหมฮยอกแจ...”

ฮยอกแจชะงัก กับมือเรียวที่เลื่อนมาเกลี่ยเส้นผม มันอ่อนโยนพอๆกับดวงตาคู่คมนั่นที่ทอดมองมา คิม คิบอมเอ่ยอย่างจริงจัง

“พักนี้นายดูเหนื่อย...กว่าที่เคยนะ”

แก้มขาวที่ถูกปลายนิ้วนั้นสัมผัสเพียงแผ่วเบาแดงเรื่อ ก่อนที่ประธานบริษัทโรสมาร์คจะหลุบตาลงต่ำ ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาบางเบา

“อีกไม่นาน...”

คิม คิบอมเลิกคิ้วขึ้นสูง ฮยอกแจช้อนตามองเขาแล้วแย้มรอยยิ้มอ่อนโยนให้อย่างเคย

“...อีกไม่นานเรื่องทุกอย่างก็จะจบแล้วล่ะคิบอม อีกไม่นานฉันก็ไม่ต้องเหนื่อยวิ่งวุ่นไปมาแบบนี้อีกแล้ว อีกไม่นาน...ฉันจะกลับมาเป็นอี ฮยอกแจของนาย ฉันสัญญา...”

ร่างสูงนิ่งงันเมื่ออีกฝ่ายเลื่อนดวงหน้าเข้ามาสัมผัสแผ่วเบาที่นวลแก้มของเขา อี ฮยอกแจผละจากไปอย่างว่องไว ก่อนจะคว้าเสื้อคลุมแล้วเอ่ยพร้อมรอยยิ้มที่สมกับเป็นเจ้าตัว

“ดูแลอึนฮยอกให้ดีๆก็แล้วกันนะคิบอม แล้วฉันจะกลับมารับเขาไปอยู่บ้านหลังใหม่...บ้านที่เป็นของเรา”

คิบอมลูบแก้มของตนเองแผ่วเบา เหม่อมองอีกคนที่เดินออกจากห้องไปจนลับสายตา มผัสเบาๆที่ช่วงบ่าทำให้เขาต้องเบือนหน้ากลับมามอง พอเห็นดวงหน้าสวยจัดที่เหมือนคนที่เพิ่งจะจากไปไม่ผิดเพี้ยนก็ทำให้รอยยิ้มอบอุ่นคลี่ฉายที่เรียวปาก อึนฮยอกมองบานประตูตาละห้อย

“พี่เขาไม่บอกลาผมเลยสักคำ”

“ช่วงนี้ฮยอกแจคงจะยุ่งๆ...เรื่องการประกวดน่ะ”คิบอมดึงอีกคนมานั่งบนตัก ก่อนจะกดจมูกที่แก้มนิ่มอย่างรักใคร่ “...คุณก็อย่าน้อยใจไปเลย พี่เขากำลังทำทุกอย่างเพื่อคุณนะ”

“ผมอยากให้เขาได้พักบ้าง...”อึนฮยอกถอนหายใจยืดยาว ขณะที่ซุกหน้ากับช่วงบ่าของอีกคนเหมือนเด็กๆ “...ทั้งๆที่อยู่ใกล้กันแค่นี้ แต่ทำไมผมกับพี่ถึงได้เหมือนห่างไกลกันจังนะ แล้วคุณบอกเรื่องของเราหรือยังฮะ?

“ยังไม่ได้จังหวะเลย...”คิบอมกระชับมือนิ่มแน่นขึ้น ขณะที่โอบกอดอีกฝ่ายไว้ทั้งตัว ไล่หอมตั้งแต่เส้นผมนุ่มนิ่มเรื่อยมาที่ไหล่บอบบาง ก่อนแย้มยิ้มขี้เล่นให้แววตาที่ตวัดค้อนให้เขาเสียวาววับ “...แต่ผมคิดว่าเขาคงจะยินดีกับเราแหละ ก็เรารักกันจริงๆนี่ฮะ”

“ใครบอกล่ะว่าผมรักคุณ...”อึนฮยอกแก้มแดงเรื่อ เสค้อนวงโตให้อีกคนปกปิดรอยยิ้มเอียงอายเสียจนอีกคนเปลี่ยนสีหน้า “...พูดเองเออเองทั้งนั้น ผมแค่เห็นว่าแหวนวงนี้มันสวยดีเท่านั้นเอง”

เจ้าตัวหมายถึงแหวนที่ประดับอยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย ทอประกายล้อแสงไฟอย่างชวนมอง เหมือนๆกับแหวนที่ประดับบนนิ้วเรียวของอีกคน

“อ้าว...”คิบอมอ้าปากค้าง ก่อนเอ่ยเสียงอ่อย “...แบบนั้นผมก็แย่สิ รักเก้อซะแล้ว แต่ไม่เป็นไร...เพราะผมมีวิธีทำให้คุณบอกรักผม”

“หือ? เฮ้ยยย!! ไม่เอานะครับคุณคิบอม~!!...”ร่างเล็กร้องลั่นเมื่ออีกคนจู่โจมที่เอวบางก็พรมปลายนิ้วใส่จนอึนฮยอกหัวเราะออกมาจนหน้าแดง คิบอมหัวเราะเจ้าเล่ห์ก่อนถามเสียงนุ่ม

“รักผมไหม”

“ฮ่าๆๆ หยุดนะครับ!...”

“แล้วรักผมไหมล่ะ”คนตัวสูงเลิกคิ้ว ดึงอีกฝ่ายให้นอนหนุนตัก จั๊กจี้ตามส่วนต่างๆของกายนิ่มอย่างหมันเขี้ยว

“...ยะ...หยุดก่อนสิครับ! ฮ่าๆๆ!

ร่างสูงยอมรามือ ก้มมองอีกคนที่หอบหายใจจนหน้าแดงก่ำ อึนฮยอกมองค้อน ก่อนจะซบหน้ากับหน้าท้องแบนราบของอีกคนอย่างออดอ้อน พยักหน้าไวๆเป็นคำตอบ

“ไม่เอา...”คิบอมเอ่ยเสียงเข้ม ประคองหน้านวลให้หันมาสบตา เจ้าตัวแย้มรอยยิ้มพรายเมื่อก้มลงแทบประชิดดวงหน้าแดงก่ำของอีกฝ่าย “...พูดมา”

อึนฮยอกกลั้นยิ้มจนกลั้นไม่อยู่ มือบางเลื่อนมากุมมือของอีกคนอย่างนุ่มนวล ก่อนเอ่ยเสียงอ้อมแอ้มหากอีกฝ่ายได้ยินชัดในมโนสำนึก

“รักฮะ”

ริมฝีปากหยักวาดยิ้ม ก่อนจะกดจูบที่หน้าผากนวลอย่างนุ่มนวล อึนฮยอกปล่อยให้อีกฝ่ายดึงเขาเข้าสู่วงแขนแสนอบอุ่น เสมือนว่ามันสามารถปกป้องเขาได้จากภัยทุกชนิด คิบอมประทับจูบที่แก้มนวลก่อนเลื่อนมาที่ใบหูของอีกฝ่าย

“ผมก็รักคุณ”

ร่างเล็กวาดยิ้มอย่างเป็นสุข ก่อนจะชะงักกึกเมื่อรู้สึกถึงเสียงของใครบางคนที่คุ้นเคยเริ่มดังก้องเข้ามาในหัว มันกระซิบแผ่วเบา หากก็เริ่มจะชัดเจนขึ้นมาเรื่อยๆ ใครคนนั้นที่สะท้อนกับเงาของคิม คิบอมอย่างน่าประหลาด

 

“ผมรักคุณนะ...อึนฮยอก”

“ผมก็รักคุณนะฮะ...”

 

“อึนฮยอก?...”คิบอมเลิกคิ้วขึ้นสูง ก่อนจะก้มมองร่างในวงแขนที่จู่ๆก็แข็งทื่อไปจนเขารู้สึกได้

อึนฮยอกกระพริบตาปริบ ก่อนเงยหน้าเซียวซีดขึ้นมองคนรัก คิบอมเอามืออังหน้าผากนวลเมื่อเห็นว่าหน้าสวยหวานนั้นซีดลงถนัด

“เป็นอะไร? ไม่สบายหรือเปล่าครับ? ไปหาหมอดีไหม?

อึนฮยอกกระพริบตาปริบๆ ก่อนที่ความปวดหนึบจะจู่โจมจนเขาต้องยกมือขึ้นกุมศีรษะ เจ้าตัวชักสีหน้าทรมานขณะที่อีกคนเบิกตากว้าง ร่างบางกระตุกเสื้ออีกฝ่ายพร้อมเอ่ยเสียงสั่น

“คะ...คิบอม...!!

“อึนฮยอก!!!

ร่างสูงรีบช้อนร่างของอีกฝ่าย ก่อนจะรีบสาวเท้าออกไปที่ตัวรถที่จอดอยู่นอกบ้าน อี อึนฮยอกกระซิบเสียงเพียงผะแผ่วทั้งที่เจ้าตัวก็ไม่รู้ตัวเลยสักนิด...ก่อนจะหมดสติไป หากทว่าสิ่งนั้นมันกลับทำให้ร่างสูงของคิม คิบอมถึงกับเบิกตากว้าง

 

“...ซีวอน”

 

**

 

ความปวดหนึบที่ศีรษะมันเกือบๆจะทำให้ฮยอกแจเผลอทำแก้วแตก ร่างบางรีบยกมืออีกข้างประคองแก้วไวน์ไว้ ก่อนจะกระดกดื่มจนหมดแก้ว ความเย็นวาบทำให้สมองเริ่มกลับมากระชุ่มกระชวยอีกครั้ง

จีฮยอนขยับตัวไปมาอย่างอึดอัดในห้องอาหารส่วนตัวของร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดัง ท่าทีเช่นนั้นทำให้ฮยอกแจเลิกคิ้วขึ้นสูง

“เป็นอะไรของเธอ ทำอย่างกับท่านประธานคนเก่งไม่เคยพามาเสียอย่างนั้นแหละ”

“เคย...แต่นายไม่เคยพามา”จีฮยอนเอ่ยเสียงเครียด ขณะที่ฮยอกแจเอนตัวพิงเก้าอี้อย่างสบายๆ เจ้าตัวแย้มรอยยิ้มเมื่อมองดวงหน้าสะสวยของคนตรงหน้า

“ถึงซีวอนจะไม่เคยพามา แต่คนที่มีตำแหน่งและเงินเดือนขนาดเธอ แค่นี้ก็น่าจะมาเองได้ เอ...”ฮยอกแจรินไวน์ขวดต่อไปอย่างสบายอารมณ์ ก่อนจะเอ่ยเสียงเจ้าเล่ห์เมื่อช้อนตาขึ้นสบดวงหน้าของอีกฝ่าย “...หรือว่าเงินที่ได้...เอาไปลงบ่อนหมดล่ะ?

“อี ฮยอกแจ!!”จีฮยอนตะคอกชื่ออีกฝ่ายเสียงดังลั่น

ฮยอกแจหัวเราะอย่างถูกใจ ไม่ถือสาหาความกับท่าทีของอีกฝ่ายมากนัก

“จีฮยอนหนอจีฮยอน...”ชายหนุ่มร่างบางยกไวน์ขึ้นจิบ มองอีกฝ่ายด้วยแววตาสมเพชเวทนา “...ฉันไม่เคยคิดเลยนะว่าจะได้มาเจอเธอในสภาพแบบวันนี้ บอกตามตรงเลย...ช่างน่าสมเพชเวทนา”

“ถ้านายคิดว่าจะเรียกฉันมาเพื่อด่าฉันอย่างเดียวล่ะก็...ขอตัวนะ!!

หญิงสาวผุดลุกพรวดพราด หากอีกคนกลับเอื้อมมือมาดึงข้อมือเรียวเอาไว้ ก่อนจะกระชากร่างของอีกฝ่ายกลับมาอยู่ตำแหน่งเดิมอย่างง่ายดาย

“อย่าเพิ่งใจร้อนสิครับคุณเลขา...”ฮยอกแจหัวเราะในลำคอ “...ถ้าคุณเดินจากผมไปวันนี้ คุณเองก็จะพลาดโอกาสงามๆนะ”

หญิงสาวหันมามองอีกฝ่ายอย่างค้อนเคือง ฮยอกแจหยิบซองสีน้ำตาลให้อีกฝ่าย จีฮยอนมองมันอย่างสงสัย แต่พอเห็นสีหน้าของคู่แข่งตัวฉกาจเธอก็ก้มลงหยิบมันขึ้นมาเปิดชม

ดวงตาที่ตกแต่งอย่างดีเบิกกว้าง เมื่อเห็นปึกเงินจำนวนมหาศาล ขนาดที่ว่าทั้งชีวิตนี้ก็ไม่คาดคิดเลยว่าเธอจะได้แตะต้องมัน

“นี่มัน...”

“เงินสำหรับการใช้หนี้ของเธอ...”ฮยอกแจเสยเส้นผมที่เริ่มยุ่งไปมาของตนเองอย่างน่าชม ก่อนจะยิ้มให้อีกฝ่ายเหมือนใจดีนักหนา “...แถมยังเหลือติดมืออยู่นิดหน่อย เอาไว้เป็นค่าขนม”

จีฮยอนหันมามองอีกฝ่ายด้วยสายตาใหม่ มันเริ่มหวาดระแวง ตามสัญชาตญาณของมนุษย์

“นายต้องการอะไร”

“ถามได้ตรงดีนี่...”ฮยอกแจเอ่ยชม ก่อนเอามือเท้าคางตนเองมองอีกฝ่ายด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ พอเห็นท่าทีระแวงของอีกคนเขาถึงกับหลุดหัวเราะพรืด “...อย่ามองด้วยสายตาแบบนั้นสิจีฮยอน เธออย่ากังวลไปเลย...”

ฮยอกแจยกมือขึ้นทาบอก ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “...เธอก็รู้ว่ารสนิยมของฉัน ไม่ใช่ผู้หญิง และต่อให้เป็นผู้หญิงจริง ฉันก็ไม่คนตาต่ำขนาดคิดจะเอาเธอมาเป็นเมียเก็บของฉันหรอกนะ”

มือที่กำซองเงินกำแน่นด้วยความโกรธ ฮยอกแจเอ่ยต่ออย่างไม่สนใจสีหน้าของอีกฝ่าย

“ฉันเป็นนักธุรกิจ...”ซูชิหน้าไข่ปลาถูกคีบขึ้นมาใส่จานอีกคนอย่างเอาใจ ฮยอกแจแย้มรอยยิ้มอย่างน่ารัก “...และเป็นคนที่ไม่ชอบทำอะไรโดยสูญเปล่า”

“ฉันถึงได้ถามยังไงล่ะว่านายต้องการอะไร”

หญิงสาวเอ่ยตรงประเด็น ฮยอกแจแย้มรอยยิ้มอีกครั้ง ครานี้เจ้าเล่ห์จนคนมองนึกกริ่งเกรง

“เงินที่ฉันให้...ใช้สำหรับซื้อข้อมูลที่เธอมี...”ชายหนุ่มร่างบางเอามือผสานที่หน้าตัก

 

“...เพราะฉันสนใจว่าไลอ้อนจิวเวอร์รี่เก็บแบบแปลนของงานประกวดชิ้นสำคัญไว้ที่ไหน”

 

คราวนี้จีฮยอนเลิกคิ้วขึ้นสูง “แบบแปลน? นายหมายถึงแบบแปลนของอัญมณีที่จะส่งเข้าประกวดในงานประกวดของปีนี้น่ะเหรอ?

“ถูกต้อง...”ฮยอกแจยิ้มน้อยๆ ก่อนจะกัดข้าวปั้นแล้วเขี้ยวตุ้ยๆเหมือนไร้เดียงสานัก “...”ใครๆก็รู้ว่าแบบแปลนชิ้นนั้นเป็นความลับของบริษัท และบังเอิญฉันก็อยากจะรู้ความลับนั้น มันมีค่ามากพอสำหรับเงินในกำมือของเธอไหมล่ะ”

“ทำไมนายไม่ไปถามคุณซีวอนเขาเองล่ะ...”จีฮยอนเอ่ยถามอย่างสงสัย “...นายเป็นคนของเขาไม่ใช่เหรอ”

ดวงตาสีอำพันตวัดมองหญิงสาวอย่างขุ่นมัว “นั่นมันก็เรื่องของฉัน หรือเธอไม่ต้องการเงินในกำมือเธอนั่นแล้ว”

“ฉันไม่อยากได้เงินของนายหรอก เพราะยังไงคุณฮเยอินก็ต้องช่วยฉัน”

“มั่นใจจังนะ...”ฮยอกแจหัวเราะเบาๆ “...ถ้าฮเยอินคิดจะช่วยเธอ ยัยนั่นก็คงช่วยเธอไปนานแล้วล่ะ และฉันก็รู้สึกว่าหล่อนคงจะช่วยเธออยู่หลายครั้ง แต่ก็ขอเดาว่าคราวนี้เธอติดต่อกับนายหญิงคนนั้นไม่ได้เลยสักครั้ง”

สีหน้าของเลขาสาวนั้นเปลี่ยน ฮยอกแจหยัดตัวลุกขึ้น เดินเข้ามานั่งข้างๆอีกคนที่เขยิบหนีอย่างหวาดระแวง

“ถ้าฮเยอินจะช่วยเธอ เธอคงไม่โดนพวกมาเฟียพวกนั้นตามราวีถึงขนาดนี้หรอก เพราะคนฉลาดอย่างยัยนั่นก็คงจะรู้ว่าเจ้าพวกนั้น...มันทำอะไรกับเธอได้บ้าง และฉันขอรับรองเลยนะว่าสิ่งที่พวกมันต้องการน่ะ...คงจะมากกว่าฉันเป็นสิบเป็นร้อยเท่าแน่ๆ”

ดวงหน้าสวยจัดของจีฮยอนซีดเผือด ฮยอกแจหยิบถุงเงินออกจากมือของอีกฝ่าย ก่อนเอ่ยด้วยท่าทีเสียดายนัก

“เอาเถอะ ในเมื่อเธอไม่อยากรับความหวังดีจากฉัน...ฉันก็ไม่ขัดศรัทธาหรอกนะ”

ชายหนุ่มร่างบางหยัดตัวลุก หากยังไม่ทันก้าวสาวเลยสักก้าว หญิงสาวที่นั่งข้างเขาก็ยื้อแขนเรียวเอาไว้แน่น

“เดี๋ยวก่อน...”

ฮยอกแจลอบยกยิ้ม ก่อนจะหันมามองอีกคนด้วยสีหน้าใสซื่อ

“ครับ?

จีฮยอนสูดลมหายใจลึก ถึงจะหวาดกลัวผลที่อาจจะตามมามากแค่ไหน แต่เวลาเช่นนี้คนอย่างเธอ...ไม่มีทางเลือกแล้ว

“ฉันไม่รู้เกี่ยวกับแบบแปลนนั่นมากหรอกนะ ไม่รู้จะคุ้มค่ากับเงินของนายไหม...”

ฮยอกแจเอียงคอ หากก็ยอมทรุดตัวลงแล้วแย้มรอยยิ้มอย่างใจดี

 

“ไหนเธอลองว่ามาสิ”

 

**

 

“นี่คือแบบแปลนของการประกวดคราวนี้...”

ชเว ซีวอนยื่นซองสีน้ำตาลให้น้องชายตนเอง คยูฮยอนรับมาก่อนจะเปิดออกมาชมนิด เจ้าตัวแย้มรอยยิ้มออกมาอย่างพอใจ

“งานคราวนี้ซึงฮยอนก็ยังทำได้ดีเหมือนเดิมเลยนะครับพี่”

“งานนี้เทมป์ทำสุดความสามารถ...”ซีวอนแย้มรอยยิ้มเพียงเล็กน้อย ก่อนจะตบบ่าของน้องชายเบาๆ “...เราคงต้องฝากมันไว้ที่นายแล้วล่ะนะ”

คยูฮยอนแย้มรอยยิ้มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ

“วางใจเถอะครับพี่ ไลอ้อนจิวเวอร์รี่ก็เหมือนครอบครัวของผม ผมไม่มีทางทำให้พี่ผิดหวังแน่”

ซีวอนแย้มรอยยิ้มออกมาอย่างพอใจในตัวของน้องชายบุญธรรม หากเมื่อเสียงโทรศัพท์มือถือของคยูฮยอนดังขึ้น และเมื่ออีกคนกดรับสาย สีหน้าของประธานหนุ่มก็เปลี่ยนไปทันที

คยูฮยอนหลุบตามองเบอร์มือถือที่โชว์อยู่หน้าจอแล้วแย้มรอยยิ้มอย่างเป็นสุข ก่อนจะกดรับแล้วกรอกเสียงลงไปอย่างร่าเริง

“ครับทงเฮ”

ชื่อของผู้บริหารคนสำคัญของโรสมาร์คทำเอาชเว ซีวอนชะงักการกระทำ เขาจ้องมองดวงหน้าและแววดตาวาววับของคยูฮยอนอย่างพินิจ แต่ดูอีกฝ่ายจะไม่รู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อย

“คืนนี้เหรอฮะ ว่างสิ...สำหรับคุณแล้วทำไมผมจะไม่ว่างล่ะ ที่เดิมนะครับ แล้วเจอกันนะ”

คยูฮยอนกรอกเสียงลงไปอย่างรักใคร่ เจ้าตัวกดตัดสาย ก่อนจะหันมาคุยธุระต่อทั้งที่รอยยิ้มยังไม่ส่างซา หากพอเห็นสีหน้าของพี่ชาย หน้าหล่อๆนั้นก็เจื่อนลงในบัดดล

“เอ่อ...”

“นายกับผู้บริหารโรสมาร์ค...ไปกันถึงไหนแล้ว”

โจ คยูฮยอนกรอกตาเหมือนเด็กทำความผิด เจ้าตัวยิ้มเอาใจพี่ชายก่อนเอ่ยเสียงอ่อย

“เรายังเป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้นครับพี่”

“คยูฮยอน...”ชเว ซีวอนเอ่ยเสียงเครียด “...พี่ขอร้อง...เรื่องของทงเฮน่ะ จนกว่าจะเลยงานประกวดคราวนี้ไป นายอย่าเพิ่งติดต่อกับเขาจะได้ไหม”

“พี่...”โจ คยูฮยอนเปลี่ยนสหน้าในบัดดล ความดื้อแพ่งที่ไม่ได้ฉายมานานแรมปีกลับมาอีกครั้ง “...ทำไมล่ะครับ เขา...กับผม มันไม่ดีตรงไหนเหรอ”

“อีกฝ่ายเป็นถึงผู้บริหารโรสมาร์ค แค่นี้มันก็น่าจะเป็นเหตุผลที่สมควรพออยู่แล้ว...”ชเว ซีวอนเอ่ยเสียงเย็น ทำให้ความไม่เข้าใจฉายชัดที่ดวงตาของคยูฮยอน ประธานหนุ่มเอ่ยเสริมความ “...นายอย่าลืมสิ ว่าโรสมาร์คน่ะเป็นคู่แข่งอันดับหนึ่งในการประกวดครั้งนี้ และคนของโรสมาร์คเองก็ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าเล่ห์ร้ายกาจ”

“แต่ผมคิดว่าทงเฮคงไม่เป็นอย่างนั้น..”เสียงของคยูฮยอนเริ่มจะเอาเรื่อง “...เราคบกันด้วยความบริสุทธิ์ใจ ผมกับเขาเราตกลงกันแล้วว่าจะไม่พูดถึงเรื่องงานขณะที่เราอยู่ด้วยกัน”

“คนของโรสมาร์คไว้ใจไม่ได้”

“เขาไว้ใจไม่ได้ หรือพี่ไม่ไว้ใจผมกันแน่ครับ”คยูฮยอนเอ่ยเสียงเย็น เล่นเอาซีวอนชะงักกึก พอเห็นสีหน้าเช่นนั้น คยูฮยอนก็ผ่อนลมหายใจยาวเหยียด “...แต่เพื่อความสบายใจของพี่ ผมจะออกห่างจากทงเฮในระยะนี้ก็ได้ครับ แต่วันนี้ผมก็คงต้องไป เพราะเรานัดกันไว้แล้ว”

ซีวอนมองน้องชายของตนเองอย่างถี่ถ้วนอีกครั้ง ก่อนจะพยักหน้ารับ

“ได้สิ ขอบคุณมากนะคยูฮยอน”

โจ คยูฮยอนยิ้มบางให้กับพี่ชาย หากแววตาเคลือบแคลงของชเว ซีวอนก็ทำให้เขาเม้มปากแน่น ร่างสูงเดินออกจากห้องของประธานใหญ่แห่งไลอ้อนจิวเวอร์ลี่ ก่อนจะเอนตัวพิงผนังแล้วถอนหายใจเสียยืดยาว

“เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นเหรอครับ”

เสียงถามหวานๆพร้อมกับมือนุ่มๆที่เลื่อนมาแตะบ่าอย่างนุ่มนวลทำเอาโจ คยูฮยอนผวา เขาหันมาสบดวงตาสีอำพันคู่สวยที่กระพริบถี่อย่างงุนงง ก่อนที่อี ฮยอกแจจะหัวเราะอย่างน่ารัก

“ตกใจที่เห็นผมขนาดนั้นเลยเหรอครับคุณคยูฮยอน”

“ก็คุณ...มาแบบไม่ให้สุ่มให้เสียง”คยูฮยอนเอ่ยเสียงอ่อย

ฮยอกแจแย้มรอยยิ้มอ่อนหวาน ก่อนจะยกนิ้วขึ้นคลึงหัวคิ้วที่ขมวดกันแน่นของอีกฝ่ายเบาๆ “อย่าทำหน้าเครียดแบบนั้นสิครับ ถ้าหน้าแก่เร็วระวังผู้บริหารโรสมาร์คคนนั้นเขาจะไม่รักเอานะ”

คยูฮยอนนิ่งงัน ฮยอกแจหัวเราะคิกกับสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วของอีกฝ่าย

“ทำไม”

“คุณน่ะ...”ฮยอกแจเอานิ้วเรียวเกี่ยวเอาเนคไทของอีกฝ่ายมาแตะเบาที่ริมฝีปาก พร้อมมองอีกคนอย่างเจ้าเล่ห์ “...มองออกง่ายจะตายไป เพราะเวลาชอบใครเงี้ย...มองเขาตาหวานเชียว แค่เห็นสายตาคุณเวลาที่มองเขา...ผมก็พอจะดูออกแล้วล่ะครับ”

“ฮยอกแจ...”คยูฮยอนเรียกชื่อีกคนอย่างหนักใจ

ฮยอกแจหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะดึงเนคไทให้อีกฝ่ายโน้มดวงหน้าเข้าไปใกล้

 

“แถมดูเหมือน...ทงเฮเขาก็ชอบคุณเหมือนกันนะ”

 

ดวงตาของคยูฮยอนเบิกกว้าง ก้อนเนื้อข้างใจอกมันกำลังโหมกระหน่ำโลดแล่นราวกลองรบ ฮยอกแจเสียบกระดาษสีชมพูอ่อนใส่กระเป๋าเสื้อของอีกฝ่าย

“นี่คือเบอร์มือถือเครื่องใหม่ของผม ถ้าหากคุณต้องการขอคำปรึกษาล่ะก็...ยินดีเสมอนะครับ”

อี ฮยอกแจแย้มรอยยิ้มให้โจ คยูฮยอนอีกครั้ง ก่อนจะตบบ่าเหมือนให้กำลังใจเพียงสองสามทีแล้วเดินผ่านไป ทิ้งให้โจ คยูฮยอนนิ่งงันเหมือต้องมนต์สะกดอยู่อย่างนั้น

 

และมนต์ครานี้ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นมนต์นางฟ้าหรือปีศาจกันแน่นะ

 

**

 

“ว้า~...”ฮยอกแจลากเสียงยาว ขณะที่เดินมานั่งบนตักอุ่นของชเว ซีวอนที่นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ทำงาน ร่างบางเบะปากเหมือนเสียดายของ ขณะที่เชยดวงหน้าเคร่งเครียดนั้นขึ้นมอง “...ผมว่าจะชวนคุณไปทานข้าวกันซักมื้อเสียหน่อย ท่านประธานคนเก่งของผมกลับอารมณ์ไม่ดีเสียนี่ เฮ้อ~ น่าเสียดายจัง”

“ผมมีปัญหากับคยูฮยอนนิดหน่อย”ซีวอนเอ่ยเสียงราบเรียบ ก่อนพยายามปรับสีหน้าเมื่อพูดคุยกับอีกคน “...เหมือนว่าเขากำลังมีความรัก”

“ความรักของหนุ่มสาว...”ฮยอกแจแย้มรอยยิ้มพราย ก้มหน้าลงมาคลอเคลียกับอีกฝ่ายจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆของกันและกัน ดวงตาสีอำพันครานี้เรืองอำนาจอย่างน่าประหลาด

“...คือสิ่งที่เปรียบประดุจพรอันประเสริฐของพระเจ้า ขณะเดียวกันมันก็ไม่ต่างกับคำสาปร้ายของปีศาจ ไม่รู้ว่าทำไม...คนที่มีความรักถึงได้ยังน่าอิจฉา ทั้งๆที่ผมเองก็ไม่เห็นค่าของมันเลยสักนิด”

“ฮยอกแจ...”ซีวอนขมวดคิ้วแน่น ก่อนถามเสียงเครียด “คุณพูดเรื่องอะไร”

“บทกวีที่ผมเคยอ่านเจอนนิยายรัก...”ฮยอกแจหัวเราะ ซบหน้าลงบนบ่าอุ่นอย่างออดอ้อน “...มันทำให้ผมนึกถึงคุณขึ้นมา นี่ซีวอน~...”

ดวงตาที่ช้อนขึ้นมองครานี้มีแววออดอ้อนตัดพ้อจนคนมองถึงกับใจอ่อน “...พักนี้คุณก็ทำแต่งาน พอกลับบ้านก็คลุกอยู่แต่กับชอง ฮเยอิน ทำไมถึงไม่สนใจผมบ้างเลยล่ะครับ เบื่อผมแล้วเหรอ?

“ไม่ใช่หรอกฮะ...”ชเว ซีวอนยกมือขาวนวลขึ้นจูบแผ่วเบา “...พักนี้ผมมีงานยุ่งๆ และฮเยอินตอนนี้ก็กำลังอยู่ในภาวะอ่อนแอ ผมเลยคิดว่า...คงทิ้งเขาไม่ได้”

“แล้วผมล่ะ...”ฮยอกแจค้อนขวับ ก่อนจะดึงมือกลับแล้วผุดลุกขึ้นยืนอย่างงอนจัด “...คุณนี่ชอบทำเหมือนผมไร้ค่าอยู่เรื่อยเลย”

“ไม่หรอก~”ร่างสูงผุดยิ้ม ก่อนเดินมาโอบกอดคนแสนงอนจากด้านหลัง เอาคางเกยบนบ่าบอบบางแล้วเอ่ยเสียงนุ่มอย่างรักใคร่ “...ผมโกหกต่างหากล่ะ พักนี้ผมทำแต่งานจริงๆ ไม่ได้กลับบ้านเลย ไม่เชื่อถามคุณจีฮยอนก็ได้นะ”

“ผมถามแล้วล่ะครับ...”ฮยอกแจหลุดยิ้มออกมาขณะที่ซีวอนหน้าเหวอ ร่างบางหมุนตัวกลับมาแตะปลายนิ้วที่จมุกโด่งเหมือนลงโทษ “...คุณคิดว่าจะหลอกผมได้เหรอ ถ้าหัดโกหกจมูกจะยาวเหมือนพิน๊อคคิโอ้นะฮะ”

“ก็ผมอยากจะง้อคุณนี่...”ซีวอนหัวเราะเบาๆ ยกมือขึ้นบีบจมูกของอีกคนเล่น “...ตอนคุณแสนงอนน่ะ น่ารักจะตายไปรู้ไหม”

ฮยอกแจปัดมือที่ดึงจมูกของตนเล่นออก ก่อนจะค้อนให้วงโต เรียวปากอิ่มคลี่ยิ้มร้ายกาจ

“แล้วถ้าหากผมโกรธคุณจนไม่ยอมให้อภัย คุณจะตามง้อผมไปตลอดทั้งชาติเลยไหม”

ซีวอนนิ่งงันกับคำถามและแววตาที่ท้าทายของอีกฝ่าย ก่อนหัวเราะออกมาเบาๆ

“ไม่หรอกครับ...”

 

“...เพราะคนอย่างคุณน่ะ เกลียดใครจริงๆจังๆไม่เป็นหรอก”

 

ฮยอกแจชะงักงันกับคำพูดของอีกฝ่าย ก่อนจะพยักหน้ารับ แล้วเอ่ยออกมาเสียงราบเรียบ

 

“ครับ...คนอย่างอึนฮยอก เกลียดใครไม่เป็นจริงๆ”

 

ซีวอนเอียงคอมองอีกฝ่ายอย่างสงสัย ฮยอกแจเหมือนรู้ตัวจึงเดินเข้าไปเกาะแขนของอีกคน

“เราอย่าเพิ่งมาพูดเรื่องไร้สาระกันเลยครับ ตอนนี้ผมหิวจะแย่อยู่แล้ว และคุณเองก็คงจะหิวด้วยสินะ เราไปหร้านอาหารอร่อยๆทานกันจะดีกว่า...นะฮะ”

ซีวอนก้มมองแววตาใสปิ๋งของอีกฝ่าย ก่อนจะแย้มรอยยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน ก้มลงจูบเบาๆที่หน้าผากขาวนวลอย่างรักใคร่

“ครับ”

รอยยิ้มของฮยอกแจจางลง ด้วยความรู้สึกเช่นใด ไม่มีใครล่วงรู้ได้เลยสักนิด...

 

**

 

“วันนี้นายนัดกับโจ คยูฮยอนอีกแล้วเหรอ”

คิม ฮีชอลเอ่ยถามอย่างแปลกใจ เมื่อเห็นผู้บริหารคนเก่งแห่งโรสมาร์คจัดการเคลียร์งานของตนเองเพื่อนัดสำคัญในคืนนี้ ทงเฮพยักหน้ารับ

“ใช่ ทำไมเหรอครับ”

ฮีชอลแย้มรอยยิ้มแก้มแทบปริ ก่อนจะส่ายหน้า “ไม่มีอะไรหรอก แค่คิดว่าดีแล้วล่ะที่นายตัดใจจากน้องชายฉันได้สักที”

ดวงตาของอี ทงเฮไหววูบในบัดดลกับคำพูดนั้น...

ตัดใจเหรอ...ไม่หรอก ไม่ว่ายังไงเขาก็ตัดใจจากคิบอมไม่ได้...ไม่มีทางที่จะสามารถตัดใจจากผู้ชายคนนั้นได้เลย

แต่ก็นั่นแหละ เพราะสาเหตุที่ทำให้เขาต้องมาคบกับคยูฮยอน...ไม่ว่าจะในฐานะอะไรก็ตามแต่ มันต้องเป็นความลับ เขาสัญญากับฮยอกแจว่าอย่างนั้น และความลับนี้มันก็มีแค่เขาและอี ฮยอกแจเท่านั้นที่จะล่วงรู้

ฮีชอลเดินเข้ามากอดทงเฮจากด้านหลัง ก่อนจะหอมฟอดที่แก้มขาวน่าฟัดของอีกฝ่าย

“ฉันดีใจจริงๆนะที่นายตัดใจจากน้องชายของฉันได้...”ร่างระหงยิ้มกริ่ม พอเห็นสีหน้าและแววตาที่ผิดแผกไปของอีกคน ฮีชอลก็รีบแก้ตัวเสียงอ่อย

“นี่...ไม่ใช่ว่าพี่ไม่อยากได้เรามาเป็นน้องสะใภ้หรอกนะ แต่ว่าพี่น่ะพอมองออก ว่าคิบอมน่ะ...ไม่ใช่เก้งอย่างที่นายหวังเลยใช่ไหมล่ะ”

ทงเฮกระพริบตาปริบๆ ยอมรับความเป็นจริงจากคำพูดของอีกฝ่าย มันเกือบๆจะทำให้ดวงตาคู่นี้ร้อนผ่าว

“นายอาจจะไม่รู้ตัวทงเฮ ตอนที่นายคบกับคิบอม...มันดูไม่เป็นธรรมชาติเลยสักนิด นายสองคนไม่เคยเปิดใจให้กันอย่างจริงๆจังๆ เหมือนที่คู่รักคู่อื่นเขาชอบทำ บางครั้งมันดูเหมือนคนแปลกหน้าจนพี่คิดว่า...น้องสองคนนี้เขารักกันจริงๆหรือเปล่า เพราะงั้นพี่จะบอกเลยนะว่ามันดูไม่เวิร์คว่ะถ้านายสองคนจะรักกัน”

“แล้วทำไมพี่เพิ่งจะมาบอกผมตอนนี้ล่ะ”ทงเฮเอ่ยเสียงเรียบ ขณะที่ดวงตาของเขาเริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ “...เรื่องมันผ่านมากี่ปี ทำไมพี่เพิ่งจะมาพูด”

“เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา นายรักหมอนั่นมาก...เกินไป...”ฮีชอลเอ่ยตามตรง “...เราเห็นกันมาตั้งแต่เล็ก พี่เลยคิดว่าถ้านายเลิกรักหมอนั่นแล้ว พูดไปนายคงไม่เจ็บอะไรมากนัก แต่ถ้าหากพี่พูดตอนที่นายยังรักคิบอมอยู่ นายจะเสียศูนย์เอาง่ายๆ”

อี ทงเฮเม้มปากแน่น คิม ฮีชอลไม่ได้มองหน้าคนในอ้อมแขนมากนัก เขาผละจากไปบิดขี้เกียจไล่ความเมื่อยขบและเอ่ยอย่างอารมณ์ดี

“แต่ตอนนี้นายสองคนก็มีคนที่รักกันแล้ว พูดไปก็คงไม่เสียหาย น่าอิจฉาจริงๆเล้ย~ พี่สิยังตามจับอีทึกไม่ได้สักกะที สงสัยคงได้แต่งหลังน้องตัวเองแหงๆ ไอ้คิบอมนะไอ้คิบอม...”ฮีชอลทำปากยู่ ก่อนบ่นพึมพำออกมาอย่างหงุดหงิด “...หมอนั่นมันเสียร้ายชัดๆ ปุ๊บปั๊บก็แซงหน้าพี่มันไปเฉยเลย”

“เอ๋?”ทงเฮชะงักน้ำตาที่กำลังจะไหล เขาหันมามองคิม ฮีชอลที่ทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาอย่างขี้เกียจ ก่อนถามเสียงสั่น “เมื่อกี้พี่ว่าอะไรนะฮะ”

“ก็ไอ้คิบอมน่ะสิ...”ฮีชอลเริ่มจุดบุหรี่สูบ ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างเอ้นดูน้องชายของตัวเอง “....มันจะแต่งงานแล้วนายไม่รู้เหรอ หมอนั่นลงทุนออกแบบแหวนด้วยตัวเองเลยนะ ไม่คิดจะรอให้พี่แต่งก่อนเล้ย~

“แต่งงาน!?...”ทงเฮทวนคำเสียงแหบแห้ง “...กับใครฮะ?

ฮีชอลช้อนตามองอดีตคนรักของน้องตาปริบๆ ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างแปลกใจ

“อ้าว? มันยังไม่ได้บอกนายหรอกเหรอ? พี่นึกว่าพวกนายทุกคนนอกจากฮยอกแจจะรู้แล้ว”

“ใคร...”ทงเฮสูดลมหายใจลึก “....คือคนที่เขาจะแต่งด้วยฮะ”

ฮีชอลกระพริบตาปริบๆ

“ก็อึนฮยอกน่ะสิ ไม่รู้ว่าเจ้าคิบอมมันดูแลกันไปอีท่าไหน จู่ๆก็ปิ๋งกันซะงั้น ทีแรกพวกพี่ก็แค่เล่นๆ ไม่นึกว่ามันจะเอาจริง ตอนนี้ก็เหลือแต่ขออึนฮยอกกับพี่ชายของเจ้าตัวเท่านั้นแหละ แต่ทงเฮรู้แล้วก็เหยียบไว้หน่อยนะ เพราะคิบอมบอกว่าจะให้เป็นความลับน่ะ มันจะขอฮยอกแจด้วยตัวเอง”

“คิบอม...”ทงเฮเรียกชื่ออดีตคนรักเสียงผะแผ่ว ก่อนจะขยับยิ้มอีกครั้งเหมือนสมเพชตนเอง “...อึนฮยอก”

สุดท้าย...

น้ำตามันก็เอ่อขึ้นมาจนได้...

อี ทงเฮก้มหน้านิ่ง ขณะที่การควบคุมตนเองนั้นเริ่มเสียศูนย์

“...เหมาะสมกันดีจริงๆ”

คิม ฮีชอลรู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง เจ้าตัวช้อนตาขึ้นมองรุ่นน้องของตนเองอย่างตกตะลึง ทงเฮคว้าเสื้อนอกก่อนเอ่ยเสียงราบเรียบ

“ผมต้องไปแล้ว...นี่ใกล้ได้เวลานัด”

ฮีชอลอ้าปากค้าง เมื่อเห็นอีกฝ่ายเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว เจ้าตัวหันมาครางโหยหวนกับตนเอง

“จิ๊บหายแล้ว! ยังรักอยู่เหรอ~? เฮ้ยยยย!! ทงเฮ! พี่ขอโทษษษษ!!!

 

**

 

“แปลว่าคนที่คุณคยูฮยอนไปติดพัน...”ฮยอกแจจิ้มมะเขือเทศลูกเล็กเข้าปาก ถามเสียงอู้อี้ “...เป็นคนของโรสมาร์คอย่างนั้นสิ?

“ครับ”ซีวอนเอ่ยอย่างหนักใจ ขณะที่เฉือนเนื้อเสต็กในจานของตนเอง “...เป็นถึงผู้บริหารระดับสูงของโรสมาร์ค และตามสายข่าว เขามีศักดิ์เป็นหลานชายคนนึงของอี ฮยอนซูที่เป็นประธานบริษัทโรสมาร์คคนเก่าด้วย”

คราวนี้ฮยอกแจผิวปากหวือ ก่อนจะยิ้มออกมาเมื่ออีกคนเงยหน้าขึ้นมาสบตา

“ความรักไร้พรมแดน...”ฮยอกแจยิ้มหวานอย่างน่ารัก ก่อนจะตักสลัดในจานให้อีกฝ่ายอย่างเอาใจ “...คนๆนี้คุณคิดว่าคุณคยูฮยอนรักจริงหวังแต่งหรือเปล่าครับ”

“ผมรู้จักนิสัยน้องชายของผมดี...”ซีวอนยิ้มบางเบาตอบรับการเอาใจ แววตาครานี้มีความหนักใจไม่น้อย “...คยูฮยอนเป็นคนที่รักใครแล้วจะทุ่มให้หมดใจ ยิ่งปล่อยไว้นานก็ยิ่งรักมาก ทุ่มให้มากขึ้น ผมเลยกลัวว่าคยูฮยอนจะ...ผิดหวัง”

“เห~...”คราวนี้ฮยอกแจถึงขึ้นเอามือเท้าคางฟังอีกฝ่ายอย่างสนใจ “...ทำไมคุณถึงคิดว่าคุณคยูฮยอนจะผิดหวังล่ะครับ”

“คนของโรสมาร์คขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าเล่ห์ร้ายกาจ...”ซีวอนตอบเสียงเครียด ฮยอกแจยิ้มรับคำพูดนั้นอย่างชอบใจไม่น้อย “...ในสายตาผม อี ทงเฮเป็นคนที่น่ากลัวไม่น้อย ผมเลยไม่อยากให้น้องไปเข้าใกล้ผู้ชายคนนั้นมากนัก ถึงคยูฮยอนจะโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่ความคิดความอ่านบางอย่างเขายังเหมือนวัยรุ่นใจร้อน เมื่อตอนกลางวันเขาก็เพิ่งจะทะเลาะกับผมเรื่องผู้บริหาร...คนนี้”

ดวงตาสีอำพันลุกวาววับอย่างสนใจ ขณะที่เรียวปากนั้นวาดยิ้มมากยิ่งขึ้น

“คยูฮยอนไม่ใช่คนดื้อ แล้วก็ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน โชคยังดีที่เขายังรับปากผมว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับอี ทงเฮจนกว่าจะจบการประกวด ไม่อย่างนั้นผมคงกลุ้มใจมากกว่านี้”

ฮยอกแจพยักหน้ารับด้วยสีหน้าที่เข้าใจในหัวอก เจ้าตัวยื่นมือมากุมมือของอีกฝ่ายอย่างหลวมๆ พร้อมเอ่ยเสียงอ่อนหวาน

“ผมเข้าใจคุณครับ คุณคยูฮยอนน่ะยังไม่ค่อยมีประสบการณ์ในเรื่องความรัก และก็น่าเป็นห่วงจริงๆนั่นแหละ น่ากลัวว่าเขาจะถูกฝ่ายนั้นปั่นหัว...ถ้าหากอี ทงเฮคิดจะเล่นงานไลอ้อนจิวเวอร์รี่ผ่านทางคุณคยูฮยอน ผมคิดว่าคนใจดีอย่างคุณคยูฮยอนก็คงจะตามไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมผู้ชายคนนั้นหรอก”

ชเว ซีวอนกระพริบตามองคนพูดปริบๆ ฮยอกแจพอมองแววตาสงสัยเช่นนั้นออกจึงแย้มรอยยิ้มอ่อนหวาน

“ยังไงคุณคยูฮนอนก็ได้ชื่อว่าเพื่อนของผม และเขายังเป็นน้องชายคนสำคัญของคุณ ถ้าหากมีอะไรที่ผมพอจะช่วยได้ก็ขอให้บอกนะครับ ผมน่ะ...พร้อมจะทำเพื่อคุณเสมอนะ”

“ผมอยากให้คุณเป็นกำลังใจให้ผมมากกว่าอย่างอื่นนะครับ”ซีวอนยกมือขาวเนียนของอีกฝ่ายมาจูบเบาๆอย่างรักใคร่ ดวงตาคราวนี้มีแววเหนื่อยล้า “...ผมน่ะ ไม่รู้จักประธานของบริษัทโรสมาร์คคนใหม่เลยสักนิด ไม่รู้ว่าเขาจะมาไม้ไหน ที่งานแต่งของตัวเอง...แค่เห็นผู้บริหารแต่ละคนของเขาก็รู้สึกหนาวๆชอบกลแล้ว โดยเฉพาะ...”

เจ้าตัวหยุดคำพูดลงไปเมื่อนึกถึงแววตาคมกร้าวที่แทบจะกินเลือดกินเนื้อของผู้บริหารหนุ่มคนหนึ่ง แววตาที่ไม่เหมือนกับผู้ชายที่เพิ่งจะเจอหน้ากันครั้งแรก ความรู้สึกอันตรายที่สัมผัสได้ภายใต้ท่าทีที่นิ่งสงบ

คิม คิบอม...

“ผมไม่อยากจะนึกภาพเลยว่าถ้าต้องสู้กับกุหลาบร้ายแห่งโลกตะวันตก ไลอ้อนจิวเวอร์รี่จะเป็นยังไงบ้าง”

“คุณคงรักไลอ้อนจิวเวอร์รี่มากสินะ...”ฮยอกแจถามเสียงเบา

ชเว ซีวอนแย้มรอยยิ้มออกมาอย่างโศกเศร้า

“มันคือหยาดเหงื่อ หยาดน้ำตา และหยาดเลือดของคุณปู่และคุณพ่อของผม...”ซีวอนเกลี่ยชิ้นเนื้อในจานไปมา ก่อนเอ่ยออกมาเสียงเศร้า “...ที่ผมยอมตกเป็นเบี้ยล่างตระกูลชอง ก็เพื่อมันนี่แหละครับ”

“ช่างน่าสงสารจริงๆเลยนะครับ”ฮยอกแจเหยียดยิ้มเยาะ

ซีวอนเงยหน้าขึ้นมาจากจานอาหารค่ำของตนเอง เพื่อสบดวงตาสีอำพันทรงเสน่ห์คู่นั้น หากรอยยิ้มราวภูติน้อยแสนกลก็ทำเอาเขานิ่งงันอย่างน่าประหลาด ฮยอกแจหยิบกุหลาบสีแดงออกจากแจกันและส่งให้อีกฝ่าย ประคองมือใหญ่นั่นให้กำแน่นจนอีกคนรู้สึกเจ็บจี๊ด

“ซีวอนรู้ไหม...”ฮยอกแจเอ่ยเสียงหวาน เมื่ออีกฝ่ายชักสีหน้าเพราะความเจ็บปวด ขณะที่คลายมือออก...หยาดเลือดสีแดงฉานเพราะถูกหนามกุหลาบทิ่มตำหยดลงบนผ้าปูโต๊ะสีอ่อนเป็นด่างดวง

 

“....ที่นกไนติงเกลมันต้องเจ็บ ก็เพราะมันรักดอกกุหลาบมากไปเท่านั้นแหละ”

 

**

 

“จู่ๆก็นัดฉันมากะทันหันแบบนี้ก็แย่สิ...”คิม คิบอมเอ่ยกลั้วเสียงหัวเราะ ขณะที่ทรุดตัวลงนั่งข้างอีกฝ่ายอย่างสนิทสนม เอ่ยปากสั่งเครื่องดื่มที่ตนชอบโดยไม่ได้สังเกตสีหน้าของแฟนเก่าของตนเองเลยสักนิด “...แต่ก็ดีเหมือนกันนะ เพราะเราเองก็ไม่ได้ดื่มด้วยกันสองคนมานานแล้ว”

“ฉันนึกว่านายจะโกรธ...”ทงเฮเอ่ยเสียงเยือกเย็น รินเหล้าให้ตนเองโดยไม่เติมน้ำแข็งเลยสักก้อน “...ที่ฉันทำให้นายต้องเสียเวลาอันมีค่า”

“เสียเวลาเหรอ? ไม่นี่”คิบอมไหวไหล่ ก่อนยิ้มออกมาอย่างขี้เล่น “...เพื่อนกันไม่มีคำว่าเสียเวลาหรอก”

“นายคิดแบบนั้นจริงๆเหรอ?

เสียงถามราบเรียบ ทำให้คิบอมชะงักแล้วหันมามองเสี้ยวหน้าของอีกคน ดวงตาของหนุ่มร่างสูงครานี้เปลี่ยนแวว กลายเป็นความสงสารและสมเพชเวทนา

“นายคิดว่าเราเป็น เพื่อน กันจริงๆน่ะเหรอ?

อี ทงเฮถามย้ำอีกครั้ง และมันก็เหมือนความรู้สึกเดิมๆนั้นกลับมา ความต้องการที่จะเห็นความเปลี่ยนแปลงเมื่ออีกคนตอบคำถาม ส่วนลึกในใจแม้จะถูกตอกย้ำสักแค่ไหนว่าไม่มีทาง แต่มันก็ยังโหยหาความเปลี่ยนแปลงอยู่วันยังค่ำ นี่แหละ...คือความน่าสมเพชของผู้ชายที่ชื่อว่าอี ทงเฮ

“ใช่...”คิบอมตอบพร้อมจิบเหล้าในมือ “...เราเป็น เพื่อน กัน และจะไม่มีอะไรที่มากกว่านั้น”

“ไม่มี?

“ไม่มีวัน”คิบอมตอบเสียงเด็ดขาด

ทงเฮผงกศีรษะรับ ขณะที่พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล เจ้าตัวก้มหน้าซบกับท่อนแขนของตนเอง แบมือให้อีกฝ่ายแล้วพยายามเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบที่สุด

“งั้นนายก็ควรเอาบัตรเชิญงานแต่งของตัวเองมาให้ฉันด้วย”

คิบอมชะงัก ถามเสียงแผ่วเบา “พี่ฮีชอลบอกนายเหรอ”

“ใครจะบอก ฉันก็ต้องรู้อยู่วันยังค่ำไม่ใช่เหรอ?

คิม คิบอมเม้มปากแน่น ก่อนจะหันมาจับจ้องที่แก้วเหล้าของตนเอง ร่างสูงเอ่ยเสียงราบเรียบประดุจไร้ความรู้สึก

“ฉันต้องรอให้ฮยอกแจอนุญาตก่อน ขอโทษนะ...แต่นายอย่าเพิ่งบอกฮยอกแจตอนนี้ได้ไหม”

“ทำไม...”ทงเฮปรายตามองอีกฝ่ายทั้งที่ยังซบหน้ากับวงแขนของตนเอง “...หรือว่านายยังแคร์ความรู้สึกของฮยอกแจอยู่”

คิบอมเงียบงัน เจ้าตัวจิบเหล้าเงียบๆ อาการเช่นนั้นทำเอาทงเฮต้องยิ้มเยาะออกมาอย่างเสียไม่ได้

“ฉันสงสัยมานานแล้วนะคิบอม...”ทงเฮกระดกเหล้าเข้าปาก พร้อมหัวเราะหยันออกมาเล็กน้อย “...นายไม่ได้รักฉันแน่ นั่นมันของตาย~

คิม คิบอมตวัดตามองคนข้างตัว อี ทงเฮยังเอ่ยต่อไปเรื่อยๆเหมือนว่าตนเองกำลังเมาได้ที่ นิ้วเรียวไล้ปากแก้วเหล้าไปมาแล้วเอ่ยอย่างเหม่อลอย

“...ตั้งแต่ตอนที่ฉันรู้สึกว่านายรักฮยอกแจ...ตั้งแต่ตอนที่นายหันมาชอบอึนฮยอก มันจะไม่ใจร้ายไปหน่อยเหรอ...”ทงเฮหันมามองอดีตคนรักอย่างเจ็บปวดและตัดพ้อ “...ไม่ใช่แค่กับฉัน แต่กับสองพี่น้องนั่นด้วย นายอาจจะดูเหมือนว่าเป็นคนที่เลือกได้อย่างเด็ดขาดในเรื่องของความรัก แต่คนที่เจ็บที่สุด...ทั้งนายและฉันก็น่าจะรู้ดีว่าเป็นใคร”

“เขาไม่มีทางเจ็บปวดเพราะฉัน ไม่สิ...ไม่มีวัน”คิบอมเอ่ยเสียงแข็ง “...นายก็รู้ดีที่สุดว่าฉันจะเป็นคนสุดท้ายที่จะทำให้ฮยอกแจต้องเจ็บปวด”

“คำพูดแบบนั้นมันไม่สายไปหน่อยเหรอ...”ทงเฮหัวเราะออกมาเบาๆ แตะที่เรียวปากของอีกคนอย่างนุ่มนวล “...เพราะตั้งแต่ตอนที่นายตัดสินใจจะแต่งงานกับน้องชายของเขา ฉันว่าฮยอกแจก็คงจะเจ็บปวดมากที่สุด...ถ้าไม่นับรวมอึนฮยอก”

“...”

“คิบอม...”ทงเฮซบหน้าลงบนบ่าของอีกฝ่าย ก่อนปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาเป็นสาย “...นายไม่มีทางรู้หรอกว่าเราต้องเจ็บปวดมากแค่ไหน ที่เมื่อได้นอนกับคนที่รัก...แต่เสียงกระซิบที่เรียกตอนกลางคืน หัวใจที่กำลังเต้นอยู่ข้างกัน มันไม่ได้มีเราอยู่ในนั้นเลยสักนิด”

“ทงเฮ...นายเมาแล้ว”

“เจ้าสาวของนายจะคิดยังไงเหรอ ถ้าหากเขารู้ว่านายยังก้ำกึ่งระหว่างตัวเขากับพี่ชายของเขาเอง...”

“ทงเฮ...”

“ตอบมาสิคิบอม...”อี ทงเฮช้อนตาขึ้นมองอดีตคนรัก คนที่เขารัก...แต่เป็นรักที่ไม่อาจครอบครอง “...ตกลงว่านายรักฮยอกแจหรือว่าอึนฮยอกกันแน่น่ะ?”

“...”

“ถ้านายไม่เลือก...คนที่จะเจ็บที่สุดคือสองคนนั้น เพราะอย่างนั้นฉันเลยอยากรู้...”

 

“สรุปแล้ว...นายเลือกใครกันแน่คิบอม?

 

ริมฝีปากหยักของคิบอมเม้มแน่นจนเป็นเส้นตรง ทงเฮมองมันแล้วหัวเราะเยาะออกมาเบาๆ ร่างสูงดันอีกคนออกห่างอย่างสุภาพ ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินออกจากร้านไป ทงเฮเหลือบตามองแก้วเหล้าของอีกคนที่วางอยู่ มันไม่ได้พร่องลงไปเลยแม้แต่น้อย นี่เขา...จะทำร้ายคนที่ตัวเองรักไปอีกนานแค่ไหนนะ

ใครบางคนที่เดินสวนทางมาทำเอาโจ คยูฮยอนนิ่งงัน เขาอาจจะเปลี่ยนใจเดินกลับทางเดิมถ้าหากสีหน้าของคิม คิบอมไม่ตึงเครียดจนแม้แต่หางตาเจ้าตัวยังมองไม่เห็นเขา ร่างสูงเบือนหน้ามามองคนที่นั่งฟุบอยู่กับเคาท์เตอร์ ความรู้สึกหนักอึ้งประหลาดเมื่อเขาเดินเข้าไปแตะที่บ่าบอบบางของอีกฝ่ายแผ่วเบา

อี ทงเฮช้อนดวงตาแดงก่ำขึ้นมาผู้ชายคนแรกที่เขานัดเจอ คยูฮยอนชะงักเมื่อเห็นสีหน้าของอีกฝ่าย เจ้าตัวก้มหน้าเหมือนเด็กที่สำนึกความผิด ร่างสูงเอ่ยออกมาเบาๆเมื่อทรุดตัวลงนั่งแทนตำแหน่งของคิม คิบอม

“ผมมาช้า”

หยดน้ำใสๆไหลออกจากดวงตาอย่างสุดกลั้น ทั้งๆที่เป็นคนที่เก็บความรู้สึกได้เก่งกว่าอี ฮยอกแจ แต่ในเรื่องของความรัก เรื่องที่ต้องเสียน้ำตา อี ทงเฮคนนี้มันไม่ได้เรื่องเลยแม้แต่น้อย

“ทงเฮ...”คยูฮยอนแตะเบาที่แก้มเนียนอย่างสุภาพ

ทงเฮแย้มรอยยิ้มเยาะเหมือนสมเพชตัวเองเสียเต็มประดา ขณะที่ยกมือขึ้นปาดน้ำตาออกจากหางตา เขาซบหน้าลงกับบ่าอุ่นของอีกคนที่ยังนั่งนิ่งเหมือนทำตัวไม่ถูก เกาะไว้แน่นเหมือนเป็นที่พึ่งพิงสิ่งสุดท้ายที่พบเจอ

“ฉันมันโง่ใช่ไหมคยูฮยอน...”เสียงถามนั้นเบาหวิว หากโจ คยูฮยอนกลับได้ยินมันชัดเจน “...โง่มากใช่ไหมที่หวัง...จะให้เขากลับมาหาคนเห็นแก่ตัวอย่างฉัน...”

“...”คยูฮยอนเม้มปากแน่น นั่งตัวตรงยิ่งกว่าเก่า

“...ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าไม่มีวัน แต่ก็ยังโง่...อุตส่าห์ทรมานตัวเองมาได้ตั้งหลายปี ในบริษัทโรสมาร์ค...คงจะไม่มีใครโง่เท่าอี ทงเฮคนนี้อีกต่อไปแล้วล่ะ”

ร่างบางสั่นเทา ผละจากเขาก่อนจะกลับไปหาแก้วเหล้าอีกครั้ง คยูฮยอนมองดวงตาคู่สวยที่ช้ำน้ำของอีกฝ่าย ก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงเบาหวิว

“ไม่หรอกฮะ...”

ดวงตาสีสนิมหันมองหนุ่มร่างสูงข้างกาย เจ้าตัวระบายยิ้มน้อยๆหากทว่าเศร้าสร้อยอย่างน่าใจหาย

“รักคนที่เขารักเราไม่ได้น่ะ ไม่ได้มีแต่คุณคนเดียวหรอกนะ...”ดวงตาสีดำขลับที่เบือนมาสบ มันล้ำลึกอย่างน่าประหลาดหากก็บอกเล่าเรื่องราวของเจ้าตัวได้ชัดเจน “...แค่ความหวังมันทำให้เรามีความสุข เราเลยเลือกที่จะรักเขาต่อไป มันไม่เกี่ยวกับคำว่าโง่หรือฉลาด...เรื่องของความรู้สึกน่ะ วัดไอคิวกันไม่ได้หรอกนะฮะ”

ดวงตาคู่สวยมันร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง อี ทงเฮเงยหน้าขึ้นให้น้ำใสๆมันไหลกลับเข้าดวงตา ก่อนจะยิ้มออกมาแม้เป็นรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวเต็มที

“บางทีนะคยูฮยอน...”

เจ้าของชื่อหันมองคนข้างตัว ก่อนจะนิ่งงันเมื่ออีกคนซบหน้าลงมาบนบ่าของเขาอีกครั้ง ครานี้เลื่อนมือบางมากอบกุมมือของเขาไว้อย่างอ่อนโยน ทงเฮหลับตาลงสูดกลิ่นหอมจางๆจากอีกฝ่าย

“...ความอบอุ่นของนาย...บางทีมันก็คล้ายกับเขาอย่างน่าประหลาดเลยรู้ตัวไหม”

“...”

แล้วผมควรจะดีใจไหมล่ะ ที่ได้คล้ายคลึงกับคนที่ทงเฮรัก...แต่ก็ไม่ใช่คนที่คุณต้องการอย่างแท้จริง

“คืนนี้...อยู่กับฉันนะ”อี ทงเฮแย้มรอยยิ้มออกมาอย่างอ่อนหวาน กดจมูกที่แก้มขาวของชายหนุ่มที่นั่งนิ่งแผ่วเบา “...พรุ่งนี้ฉันจะไปส่งที่ทำงาน ได้ไหม”

“ทงเฮ...”คยูฮยอนเรียกชื่ออีกคนเสียงเบา

 

“คุณมีค่า...เกินกว่าที่ผมจะฉวยโอกาสนะฮะ”

 

**

 

“...ตั้งแต่ตอนที่ฉันรู้สึกว่านายรักฮยอกแจ...ตั้งแต่ตอนที่นายหันมาชอบอึนฮยอก มันจะไม่ใจร้ายไปหน่อยเหรอ...”

“...ไม่ใช่แค่กับฉัน แต่กับสองพี่น้องนั่น นายอาจจะดูเหมือนว่าเป็นคนที่เลือกได้อย่างเด็ดขาดในเรื่องความรัก แต่คนที่เจ็บที่สุด...ทั้งนายและฉันก็น่าจะรู้ดีว่าเป็นใคร”

“คำพูดแบบนั้นมันไม่สายไปหน่อยเหรอ...เพราะตั้งแต่ตอนที่นายตัดสินใจจะแต่งงานกับน้องชายของเขา ฉันว่าฮยอกแจก็คงจะเจ็บปวดมากที่สุด...ถ้าไม่นับรวมอึนฮยอก”

 “คิบอม... นายไม่มีทางรู้หรอกว่าเราต้องเจ็บปวดมากแค่ไหน ที่เมื่อได้นอนกับคนที่รัก...แต่เสียงกระซิบที่เรียกตอนกลางคืน หัวใจที่กำลังเต้นอยู่ข้างกัน มันไม่ได้มีเราอยู่ในนั้นเลยสักนิด”

“เจ้าสาวของนายจะคิดยังไงเหรอ ถ้าหากเขารู้ว่านายยังก้ำกึ่งระหว่างตัวเขากับพี่ชายของเขาเอง...”

“ตอบมาสิคิบอม... ตกลงว่านายรักฮยอกแจหรือว่าอึนฮยอกกันแน่น่ะ?”

“ถ้านายไม่เลือก...คนที่จะเจ็บที่สุดคือสองคนนั้น เพราะอย่างนั้นฉันเลยอยากรู้...”

“สรุปแล้ว...นายเลือกใครกันแน่คิบอม?

 

เสียงของอี ทงเฮดังสะท้อนไปมาอยู่ในหัว คิม คิบอมเดินไปตามระเบียงทางเดินก่อนจะหยุดที่ห้องๆหนึ่ง เจ้าตัวเคาะประตูก่อนที่จะเปิดเข้าไป นางพยาบาลสาวคนนึงแย้มรอยยิ้มให้เขาอย่างเป็นมิตรเมื่อเธอตรวจวัดน้ำเกลือของคนไข้กิตติมาศักดิ์เรียบร้อยแล้ว

“กลับมาเร็วจังเลยนะคะ” นางพยาบาลสาวเอ่ยทักทาย ขณะที่เดินออกจากห้องไป เจ้าตัวโค้งอย่างสุภาพให้เขาเล็กน้อย

“ครับ ขอบคุณนะฮะที่ช่วยดูแลเขานะฮะ”คิบอมแย้มรอยยิ้มให้นางพยาบาลคนนั้นอีกนิด ก่อนจะเดินเลยมาทรุดตัวลงนั่งข้างๆคนที่มีดวงหน้าขาวซีด มืออุ่นแตะเบาที่นวลแก้มของอีกคนอย่างรักใคร่

“อึนฮยอก”

“อย่าเข้ามานะ!!

ฝ่ามือเรียวที่ปัดเขาออกอย่างรุนแรง คนที่นอนอยู่ผวาลุกขึ้นมาเหมือนเจอสัตว์ร้าย ก่อนที่จะสงบลงเมื่อเห็นร่างสูงเจ้าของดวงตาคู่คมที่กำลังเบิกกว้าง อึนฮยอกกระพริบตาแผ่วเบา ก่อนจะยกมือขึ้นกุมศีรษะเมื่อความวิงเวียนจู่โจมถาโถมเข้ามาอย่างรุนแรง คิบอมรีบเข้าไปช่วยประคอง

“ค่อยๆลุกสิครับ คุณเพิ่งจะหน้ามืดไปเองนะ”

“ผมเป็นอะไรไปครับ”อึนฮยอกถามเสียงเบา ซบหน้ากับบ่าของอีกคนอย่างอ่อนแรง

“ผมสิที่ต้องถามว่าคุณเป็นอะไร...”คิบอมเอ่ยเสียงนุ่ม ประคองดวงหน้าของอีกฝ่ายขึ้นสบตา “...เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นเหรอ”

“...”

“เล่าให้ผมฟังได้...ไหมฮะ?

ดวงตาสีอำพันที่เหมือนพี่ชายไม่มีผิดกระพริบแผ่วเบา อึนฮยอกเม้มปากแน่นเหมือนพยายามกลืนก้อนแข็งๆอะไรบางอย่างลงคอ

“ผมกลัว...”

“กลัวอะไร?

“ผู้ชาย...”อึนฮยอกหลบตาอีกฝ่าย ยกมือขึ้นประคองศีรษะของตนเอง “...ผมฝันว่าถูก....ข่มขืน...”

คิม คิบอมรู้สึกเหมือนโดนค้อนขนาดใหญ่มาทุบที่ศีรษะจนชามึน ร่างบางยังพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เบาลงเรื่อยๆ

“...ผมเห็นผู้ชายคนนึง ผมรู้ว่าเขาสำคัญกับผมมาก แต่นึกเท่าไหร่ผมก็นึกไม่ออก...”น้ำเสียงของคนเล่าเริ่มสั่นเครือ “...มันเหมือนมีอะไรขัดแย้งกันอยู่ในหัว ผมอยากรู้...แต่ก็อยากลืม...ผมไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร แต่...ผมกลัว”

เจ้าตัวเบียดกายเข้าหาอ้อมแขนเขาเหมือนเด็กเล็กๆ “...ผมกลัว...”

“ไม่...”คิบอมที่เพิ่งได้สติโอบกอดอีกฝ่ายไว้แน่นขึ้นเหมือนหวงแหน “...ตราบใดที่ผมยังอยู่ตรงนี้ ใครหน้าไหนก็ทำอะไรคุณไม่ได้ทั้งนั้น ผมสัญญาเอาไว้แล้วนี่ว่าต่อจากนี้จะเป็นคนปกป้องคุณ...”

ดวงตาสีอำพันใสช้อนขึ้นมองเขา คิบอมแตะมันแผ่วเบา

“...ผมจะอยู่ข้างๆตอนคุณหลับเอง สัญญาเลยส่าถ้าหากคุณฝันร้ายอีกครั้งผมจะเป็นคนปลุก มันก็แค่ความฝันนะครับอึนฮยอก”

อึนฮยอกกระพริบตาแผ่วเบา ก่อนจะก้มหน้านิ่ง...แค่ฝันเหรอ ไม่รู้สึกเหมือนว่ามันเป็นแค่ฝันเลยสักนิด และเขาก็ไม่ได้คิดอย่างที่อีกคนพูดเลยแม้แต่น้อย

แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มอ่อนโยน และดวงตาที่เหมือนจะเว้าวอนแต่ในทีของคิม คิบอม อึนฮยอกก็หุบปากนิ่ง เขาคลี่ยิ้มออกมาแล้วยอมให้อีกคนประคองลงนอนบนเตียงอุ่น คิบอมคลี่ผ้าห่มห่มให้จนถึงบ่า ก่อนจะประทับจูบอย่างรักใคร่ที่หน้าผากนวล

“ฝันดีนะฮะอึนฮยอก”

ดวงตาสีอำพันปรือปรอย มือเล็กกุมมืออีกคนเอาไว้มั่นก่อนจะหลับตาลงอย่างวางใจ คิบอมแย้มรอยยิ้มอ่อนโยน จับจ้องอีกฝ่ายจนเมื่อลมหายใจของอีกคนเริ่มสม่ำเสมอนั่นแหละ ดวงหน้าของร่างสูงก็เปลี่ยนไป นิ้วเรียวลูบไล้แหวนเพชรที่ประดับอยู่บนนิ้วนางของคนตัวเล็กอย่างแผ่วเบา

“ผมรักคุณ...”คิบอมเอ่ยเบาๆ “...ผมรักอึนฮยอก”

ร่างสูงหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน คำถามของอี ทงเฮก้องเข้ามาในหัวอีกครั้ง

 

“สรุปแล้ว...นายเลือกใครกันแน่คิบอม?

 

**

 
-w-;;

ผิดสัญญาไปหน่อย บอกว่าจะอัพทุกอาทิตย์ เพราะงั้นตอนนี้เลยอัพให้ยาวเป็นพิเศษละกัน

โรสมารคใกล้จะจบแล้วนะฮับ และด้วยความประสงค์จากพี่สาวเจ้าของเรื่อง (พี่นัน) ประจวบกับอะไรหลายๆอย่าง

เอาวะ - -;; รวมเล่มอีกเรื่องนึงก็ได้ -___-

ตอนนี้ไรเตอร์กะน้องเอ้กเจ้าเก่ากำลังวางแผนทำโอพีวีของภาคต่อโรสมาร์คอยู่นะฮับ ^w^//

ประเด็นคือไม่รู้จะเอาเพลงอะไรประกอบฟิคดีแล้ว -_____________________-"

และไรเตอร์ก็อยากจะให้คนอ่านทุกคนมีส่วนร่วมกับฟิคเรื่องนี้ด้วย เพราะงั้นเสนอกันเข้ามาได้เลยนะฮับว่าอยากได้เพลงประกอบโอพีวีตัวใหม่เป็นเพลงอะไร

ไรเตอร์จะพิจารณาและทำโอพีวีออกมาให้ทุกคนเชยชม ตอนนี้ไรเตอร์ปิดเทอมแล้ว อัพฟิคได้เต็มที่ ฮูเล่ๆ

เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์ด้วยนะฮับ >w<//

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,755 ความคิดเห็น

  1. #914 ภรรยาฮยอกแจ (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 กันยายน 2555 / 22:56
    ฮยอกร้ายยย 
    อึนเริ่มจำได้แล้วเหรอไม่นะ T0T 
    บอมแกเลือกอึนใช่มั้ย หรือแกเห็นอึนเป็นตัวแทนฮยอกห๊ะ 
    #914
    0
  2. #874 วารีสวรรค์ ^-^ (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 27 เมษายน 2555 / 20:02
    บอมจะเลือกใคร
    #874
    0
  3. #826 [ChaPloy]SJ13 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 5 เมษายน 2555 / 02:45
     สงสารเฮสงสารคยูอ่ะ เศร้าแน่เลย TT
    #826
    0
  4. #770 Mhoomin (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 มีนาคม 2555 / 23:57
    สงสารอี ทงเฮ

    คิม คิบอมยังเลือกไม่ได้ใช่มั๊ย??

    อี ฮยอกแจเริ่มรุกหนักแล้ว

    อี อึนฮยอกเหมือนความจำกำลังจะกลับมา
    #770
    0
  5. #572 ae snoopy (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2555 / 18:01


    ตกลงบอมชอบใครกันแน่
    #572
    0
  6. #571 yepat@dD (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2555 / 13:32
    คิบอม..ตกลงนายต้องการใครกันแน่
    #571
    0
  7. #570 ze_gusy club (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 27 มกราคม 2555 / 22:06
    บอมจะเลือกใครอ่ะ ฮยอกแจกัยอึนฮยอก
    สงสารเฮจัง
    #570
    0
  8. #569 พริกหยวก (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 มกราคม 2555 / 22:52
    สรุปบอมจะเลือกใคร ? 
    ถ้าฮยอกแจจะให้ดงแฮไปหลอกคยู
    ถ้าคยูรู้เป็นเรื่องใหญ่เเน่
    แล้วตอนนี้วอนก็เริ่มเอ่ะใจเเล้วด้วย
    #569
    0
  9. #568 Murasaki_Violet (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2554 / 01:28
    ใกล้จะจบแล้วเหรอ? ไม่นะ T^T !!
    ยังลุ้นๆ ตื่นเต้นอยู่เลยว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นให้คนอ่านเซอร์ไพรส์ต่อ
    ตัวละครเหมือนจะยังไม่คลี่คลายปมในใจกันเลยนะ แต่ละคน ครึ่งๆ กลางๆ สุดยอด
    ซ๊วอน ฮยอกแจ นี่ไม่มีโมเมนต์อะไรที่แสดงถึงความเป็นพระนางเลย 55

    บอมมี่เริ่มทำให้เราหงุดหงิด.. สารภาพว่าอยากให้บอมมี่ยังคงรักฮยอกแจอยู่
    อึนฮยอกเป็นที่รักของทุกๆคน ในขณะที่ฮยอกแจกำลังจะไม่เหลืออะไร (เราเมนฮยอกแจอ้ะ)

    ทงเฮ.. ปราณีคยูหน่อยนะจ้ะ! คยูเค้าเป็นคนดีมากๆ เลยอ่ะ แอบสงสาร
    #568
    0
  10. #567 danger poppular (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2554 / 12:07
     มันจะจบแล้วเหรอ เหมือนกับฮยอกแจยังไม่ได้รักวอนเลย ตกลงมันยังไงกันเนี่ย
    #567
    0
  11. #566 keroro (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2554 / 00:44
    เกลียดคำว่าเพื่อนของคิเฮ

    บอมชอบทำให้ด๊องร้องไห้
    #566
    0
  12. #565 * [J]o[L]ee[P]op ,, ♥ (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2554 / 15:03
     อ่า... ไม่อยากให้จบเลย
    จะจบแล้วหรอ U___U
    แต่ก้อแอบดีใจนะค่ะ ทีไรเตอร์ใจอ่อนรวมเล่มแล้ว >___<
    จะเก็บเงินรอแน่นอนค่ะ ฟิคนน้ำดีแบบนี้!

    อ่านตอนนี้แล้วไม่ค่อยชอบคิบอมเลยแหะ - -
    เริ่มให้ความรู้สึกไม่ต่างจากซีวอนเลย
    สุด้ทายแล้วเก้งเรื่องนี้ก็จิตใจโลเลกันทั้งนั้น = =
    เฮ้อออออออออออออ

    แล้วสมมติว่าบอมเลือกอึนอึนจริง
    แล้วฮยอกแจละ?? โอ้ยยยย แค่เหนภาพก็นับคนเจบได้เรย
    ส่วนสอน ถ้าเกิดรู้ความจริงขึ้นมาอีกละ?
    โอ้ววววว คาดว่าตอนหน้าคงพีคกว่านี้หลายเท่าตัว(รึเปล่า??)
    ยังไงก็ตามไรเตอร์สู้ๆนะค่ะ !
    เราจะเปนกำลังใจให้ แล้วก้อรอติดตามเสมอ
    ฟิคออกมะไหร่โปรยข่าวให้ทราบด้วยเน้อ อิอิ

    สู้ๆค่ะ
    #565
    0
  13. #564 HIPPOPOTAMUS (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2554 / 15:49

    อ่ะ จะจบเเล้วหรอ ไวจัง สู้ๆนะไรเตอร์
    เง้ออคนฮยอกจะจำได้เเล้วหรอ ถ้าจำได้เเล้วจะกลับไปหาวอนไหม
    เเล้วฮยอกเเจจะทำยังไงกับวอน
    บอมจะเลือกใคร
    คยูกับเฮมันยังไงกัน
    คำถามเต็มหัวไปหมดเล้ยยยย เป็นกำลังใจให้น๊า
    สู้ๆ

    #564
    0
  14. #563 -.- (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2554 / 09:42
    บอมฮยอกแจ พลีสสสสส
    #563
    0
  15. #562 sanphet (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2554 / 06:01
    อืมมม เศร้าอ่ะ
    โดยส่วนตัวเราอยากให้บอมคู่กับฮยอกแจนะ
    แต่เราก็สงสารอึนฮยอกอ่ะ
    โอ๊ยยย โทษบอมดีกว่า
    จิตใจโลเลอ่ะ
    ถ้าตอนแรกรักฮยอกแจ
    ก็ควรจะซื่อตรงและรักมั่นอยู่อย่างนั้น
    ไม่ใช่พอเห็นอึนที่หน้าเหมือนแจ
    แล้วก็เกิดหวั่นไหวแบบนี้

    เราไม่สามารถคาดเดาได้เลย
    ว่าถ้าเกิดวันนึงอึนฮยอกเกิดจำทุกอย่างได้ขึ้นมา
    จะรักใครระหว่างบอมกับวอน
    แต่คนที่เรารู้หัวใจตอนนี้คงเป็นฮยอกแจ
    ที่รักบอม ฮยอกแจคงเจ็บปวดถ้าบอมจะเลือกอึน
    หวังว่าฮยอกก็จะไม่หวั่นไหวหลกับวอนนะ

    โอ๊ยย สรุปว่าคาดเดาไม่ได้
    เพราะงั้นจะรอไรเตอร์บอกเล่าเรื่องราว
    ว่าผลสุดท้ายแล้วจะลงเอยแบบไหน
    ติดตามอยู่ตลอดคะ
    #562
    0
  16. #561 GDiariez (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2554 / 22:59
    เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อ่านทีไรเจ็บปวดทุกที ..
    พอเห็นไรเตอร์อัพปุ๊ป ..
    ความรู้สึกมันจะขึ้นมาเลยว่า ..
    "ถึงเวลาเจ็บปวดอีกแล้ว" ..


    นี่เราอินเกินไปรึเปล่าเนี่ย 5555555++

    เอาตรงๆนะ
    ไม่อยากให้อึนฮยอกคู่กับบอมเลย
    อยากให้บอมคู่กับฮยอกแจมากกว่า
    ตัวบอมเองก็เหมือนจะรักฮยอกแจมากกว่าอีก
    ที่บอกว่ารักอึนฮยอกก็เป็นแค่ความหวั่นไหวเท่านั้นแหละ
    อย่างบอมน่ะคู่กับฮยอกแจแหละดีที่สุดแล้ว
    เราเชียร์จริงจังมากนะคู่นี้
    และหวังว่าเราจะสมหวังด้วย ..
    คาดหวังมากจริงๆ


    ** ปล.ไรเตอร์จะพิมพ์เรื่อง The memory of the ugly queen อีกมั้ยคะ
    อยากได้ทั้ง2เล่มเลยค่ะ
    เคยติดต่อไรเตอร์ไปครั้งนึงแล้ว ไรเตอร์บอกว่าหนังสือหมด
    ตอนนั้นที่ติดต่อไปเราใช้นามแฝงเก่า
    นามแฝงเก่าเราคือ
    -Whip Cream-
    นะคะ
    (จำเราได้มั้ยคะเนี่ย T^T)

    #561
    0
  17. #560 moonoy (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2554 / 22:31
    จะจบแล้วเหรอ รู้สึกยังค้างคาหลายเรื่องเลยอ่ะ



    สรุปแล้วบอมเลือกอึนเหรอ ไม่เป็นไรเราจะทำใจ



    แล้วฮยอกเราจะคู่ใคร จะคู่ใครก็ได้ของให้ฮยอกมีความสุข
    #560
    0
  18. #559 สนับสนุน (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2554 / 21:20
    Glass Hwayobi น่าจะดีนะ

    ทำไมความรักต้องเหมือนแผ่นแก้ว

    แม้ความเจ็บปวดเพียงเล็กน้อยก็ทำให้มันบุบสลาย

    ชิ้นส่วนของความรักก็พลันจากไป

    ทิ่มแท่งที่อก ทิ่มแทงที่ใจ



    ......



    ตอนที่ฉันกำลังทำบางสิ่ง ฉันภาวนาแค่เธอ เท่านั้น สำหรับฉัน

    บาดแผลเหล่านี้ ไม่สามารถจะเก็บรักษา แม้แต่ตัวเธอ อยู่หัวใจ

    ในช่วงเวลานั้นฉันยังรักเธอ

    ฉันเกลียดตัวเองจริงๆ

    ฉัน คนที่เธอรู้จัก ถูกสร้างขึ้นมาและห่อหุ้มไปด้วยคำโกหกและแผลเป็น

    ไม่เคยได้ความรัก เหลือไว้เพียงน้ำตา หยดน้ำตาในดวงตาของฉัน

    ดวงใจที่อบอุ่นของเธอ ฉันอยากจะซบอกของเธอไว้ แต่...

    ที่รัก รักฉันบ้างได้ไหม ตอนนี้ฉันเจ็บปวดเหลือเกิน

    มีเพียงเธอเท่านั้นที่จะบรรเทาความเจ็บนี้

    ฉันรักเธอ ฉันรักเธอเท่านั้น จนแม้แต่ถ้าฉันได้เกิดมาอีกครั้ง

    ที่รัก ฉันต้องการความรักจากเธอ

    ตอนที่ฉันกำลังทำบางสิ่ง ฉันภาวนาแค่เธอ เท่านั้น สำหรับฉัน

    บาดแผลเหล่านั้น ไม่สามารถจะเก็บรักษา แม้แต่เธอ อยู่ในหัวใจ





    ความหมายเพลงจร้า



    ไม่อยากให้คิบอมคู่กะอึนฮยอกเลย TT^TT

    แต่งเร้วๆเน้อ
    #559
    0
  19. #558 geejajaa (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2554 / 20:44
    รออ่านเรื่องนี้เสมอนะคะ

    ใหล้จบแล้วเหรอ อยากรู้ว่าฮยอกแจจะทำยังไงกับวอน

    ชอบอ่านเรื่องนี้มากๆเลยนะคะ สนุกมากๆ

    อึนๆตอนนี้จะเริ่มนึกได้ไหมเนี๊ยะว่าตัวเองเจออะไรมาบ้าง
    #558
    0
  20. #557 yookii (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2554 / 18:28
    T T

    ฮื้ออออ เศร้าอะ ไม่รู้จะสงสารใคร อึนฮยอกจะจำได้แล้วแย่แล้วๆๆๆๆ



    ทงเฮน่าสงสารอะ แง๊ คิบอมเธอเลือกอึนใช่มั๊ย ใช่ซิ T[]T
    #557
    0