Betrayer [ Doten ]

ตอนที่ 3 : คำตอบที่หาไม่ได้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 67
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    17 ก.ค. 61




อย่างนั้นหรอโดยอง?เสียงแหบแห้งของชายวัยชราผู้เป็นคนสำคัญของศาสนจักรเอ่ยถาม ห้องขนาดใหญ่กับโคมไฟระย้าห้องเดิม โดยองเข้ามาที่นี่เพื่อพบคุณพ่อริคในยามกลางคืนอย่างกะทันหัน

                ครับ คุณพ่อคิดว่ายังไงบ้างครับ โดยองเอ่ยถาม สองมือประสานกันอย่างแน่นหนา บีบรัดมือตัวเองทั้งสองข้างจนขึ้นสีแดงด้วยความลุ้นเกร็ง

                นายก็รู้ใช่ไหมว่าฉันเป็นคนยังไง ทำงานกับฉันมาตั้งนานนี่โดยองมือกร้านยกขึ้นลูบตอหนวดสีขาวที่คาง ริค มองโดยองด้วยสายตาที่แฝงอะไรหลายอย่าง อะไรหลายอย่างที่โดยองไม่เข้าใจและกลัวมันในเวลาเดียวกัน ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะตอบกลับอะไร ริคเปิดลิ้นชั้นโต๊ะไม้สีเข้มออกพร้อมหยิบสมุดอัลบั้มปกหนังเก่าๆขึ้นมาวางปึงบนโต๊ะ

                เปิดดูสิ

                ผมรู้ครับว่ามันคืออัลบั้มรวมภาพการเผาอริพระเจ้า

                ก็รู้นี่ ริคเลิกคิ้ว  แล้วทำไมถึงกล้าขอให้ฉันปรับกฎการลงโทษไอ้พวกขยะพวกนั้น

                ผมคิดว่าถ้าเราทำแบบที่ทำมาเหมือนทุกปี ผมเกรงว่าเราจะขาดรายได้นะครับ คำพูดของโดยองทำเอาริคละสายตาจากอัลบั้มหนังตรงโต๊ะเงยหน้ามามองเขาอีกครั้ง

                ทุกคนที่โดนจับมาตายแน่นอนในทุกๆปี นั่นทำให้เราเสียรายได้จากการขายใบล้างบาปเท่าจำนวนคนที่ตายไป

                อืม

                “ทำไมเราไม่ลงโทษเขาซักสองสามวัน แล้วปล่อยกลับไปให้ไปหาทางซื้อใบล้างบาปครึ่งเดือนล่ะครับ โดยองใช้สายตาที่จริงจังในการต่อรองกฎกับริค และใช่ สายตาที่ว่างเปล่านั่นทำให้ริคตั้งใจฟังเขามากขึ้น เราจะมีรายได้เพิ่ม แต่ถ้าใครหาไม่ได้เราก็แค่จับเขามาสำเร็จโทษตามเดิม

ความคิดของโดยองทำให้มุมปากของชายแก่ยกยิ้มขึ้นช้าๆ ไม่รู้เพราะเขาเห็นดีเห็นงามกับความคิดนี้หรือมีแผนการอื่นซ้อนอยู่กันแน่

                ก็ดีนี่..ได้ ฉันยอมรับกฎนี่ของนาย เราจะลองทำดูซักปี ถ้าปีนี้ไม่เวิร์ค ปีหน้าเราจะกลับมาใช้ระบบเดิม

 

 


 

                ร่างสูงโปร่งกลับมายังห้องนอนที่เป็นทั้งที่สำหรับพักและทำงานห้องเดิมของตัวเอง ประตูไม้เปิดออก ในห้องมืดมิดเพราะไม่ได้จุดเทียนเอาไว้ แสงไฟสีส้มจากด้านนอกลอดผ่านช่องประตูที่โดยองเปิดเข้ามาเล็กน้อยก็เผยให้เห็นร่างเด็กชายวัย 13 นั่งจุมปุ๊กพิงขาเตียงหลับอยู่ที่พื้น

                จีซอง ทำไมมานั่งหลับแบบนี้ แล้วทำไมไม่จุดเทียนเปิดไฟให้เรียบร้อย โดยองเอื้อมไปกดสวิตช์ไฟเก่าๆข้างประตูห้องเพื่อเปิดหลอดไฟอันเล็กที่แขวนอยู่กลางเพดานห้องก่อนจะเดินหากล่องไม้ขีดเพื่อจุดเทียนเพิ่ม ในขณะนั้นจีซองก็สะดุ้งตื่นจากนิทราพอดี

                อาโดยองไปคุยกับคุณพ่อริคมาแล้วหรอ เด็กน้อยถามด้วยอาการงัวเงีย กำมือเล็กขยี้ตาไปมา

                ครับ คุยแล้วก้านไม้ขีดในมือส่องสว่างขึ้น เปลวไฟถูกจี้ต่อไปที่เทียนประจำจุดในห้องจนทั้งห้องสว่างขึ้นด้วยเปลวแสงสีส้มเหลืองก่อนจะใช้ปากเป่ายอดสีแดงบนก้านไม้ขีดเพื่อให้ไฟดับลง

                เป็นยังไงบ้าง เล่าให้ผมฟังหน่อย!” ว่าแล้วก็กระโดดขึ้นเตียงคุณอาอย่างตื่นเต้นกับเรื่องที่รอฟัง เห็นแบบนั้นแล้วโดยองก็อดส่ายหัวให้การกระทำหลานตัวน้อยไม่ได้

โดยองหย่อนตัวเองนั่งลงที่เตียงข้างๆจีซองที่นั่งขัดสมาธิรอฟังอย่างใจจดใจจ่อ สูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วปล่อยออกยาวเหยียดด้วยความโล่งใจ

                คุณพ่อยอมรับข้อเสนออาแล้ว

                “ก็ดีเลยสิ เด็กน้อยตาลุกวาว แบบนี้คุณอาก็ช่วยพี่คนนั้นได้สิ ชื่ออะไรนา...

                เตนล์น่ะหรอ? โดยองเลิกคิ้วถาม

                อ่าใช่ๆๆ คนนั้นแหละครับ จีซองพยักหน้ารัว

                ก็ช่วยได้แค่ 1 ส่วน 4 ถ้าในครึ่งเดือนนั้นเขายังหาใบล้างบาปไม่ได้ อาก็ช่วยอะไรไปมากกว่านั้นไม่ได้แล้ว โดยองพูดจบก็มีสีหน้าเคร่งเครียด จริงๆเขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำมาเขาเริ่มมีความกังวลในใจหลังจากที่ได้เจอและรู้จักกับเตนล์เพียงผิวเผิน ตั้งแต่ตอนนั้นที่เขาเริ่มเอ่ยทักเตนล์ในกรงขังที่ลากกับรถม้า เขาก็รู้สึกสนใจในตัวร่างเล็กนั่นตั้งแต่นั้น

..นัยน์ตาสีดำที่ดูสวยดึงดูดนั่น ไม่ได้แสดงความอ่อนแอเลยซักนิด กลับมีแต่ความเข้มแข็งข้างในที่ไม่รับกับใบหน้าหวานสวยซะเลย นั่นทำให้โดยองเชื่อว่าการพยายามช่วยในครั้งนี้ ถึงแม้จะเป็นแค่1ใน4จากทั้งหมด เตนล์ก็น่าจะดิ้นรนหาหนทางรอดได้โดยมีโดยองถีบเรือส่งให้เตนล์ไปถึงฝั่งได้เอง

                อาก็ได้แต่หวังว่าเขาจะทำได้ อาคงช่วยเขาได้แค่นี้

 

 

 


                เช้าวันใหม่ในที่ๆเปรียบเสมือนนรกสำหรับเตนล์ ทุกคนถูกปลุกตั้งแต่เช้ามืดให้ลุกขึ้นมาอาบน้ำอย่างลวกๆ กินมื้อเช้าที่เหมือนเศษอาหารสำหรับสัตว์ในโรงอาหารเก่า ขนมปังแข็งแห้งที่ต้องฉีกแบ่งกันกับคนอื่น ไข่ดาวฟองเล็กที่ก็ต้องแบ่งครึ่งกับคนอื่น แน่นอนว่าเตนล์ไม่ได้กินมันเลย แค่เขาผลักจานออกเบาๆก็มีนักโทษคนอื่นมารุมกันแย่งอาหารอันน้อยนิดในจานของเขาอย่างกับฝูงแร้งฝูงกาจิกกินเนื้อ

                ดีขึ้นรึยัง หลังน่ะเยริที่นั่งข้างๆเอ่ยถามขึ้นมาหลังจากที่ตั้งแต่ตื่นนอนเธอและเตนล์ไม่ได้พูดอะไรกันเลย อาจเพราะความเจ็บแผลที่ปากของเยริ หรืออาจเพราะสภาพอารมณ์ของเราทั้งคู่ทำให้ไม่มีใครอยากพูดอะไร

                แค่นี้ไม่เจ็บเท่าที่เธอโดนกระทืบหรอกนะฉันว่า

                ก็จริง เยริจับหน้าตัวเองเบาๆ อาการบวมบนใบหน้าเธอยังไม่หายดี เมื่อเช้าเตนล์ตกใจนิดหน่อยที่ตื่นมาเห็นสภาพเลือดกรังเต็มจมูกและปากเยริ เป็นเพราะอากาศที่ทั้งหนาวและแห้งทำให้เลือดที่ออกมาแข็งตัวแห้งกรังอยู่ที่บนใบหน้าเธอเต็มไปหมด

                ทุกคนมารวมกันที่ลานกว้าง ใครช้าโดนเฆี่ยน ปฏิบัติ!!”  เสียงประกาศตามสายดังขึ้นจากลำโพงเก่าสนิทเกรอะที่ติดอยู่มุมโรงอาหาร ทุกคนในโรงอาหารทิ้งจานอาหารในมือและรีบลุกไปอย่างเร็วไว ความโกลาหลกระจายตัว เตนล์และเยริเองก็ไหลตัวตามกลุ่มคนไปมากมายไปยังลานกว้างด้วยความรวดเร็ว

 

 

 

                เวทีไม้ผุพังขนาดไม่ใหญ่มากนักคล้ายกับเวทีเล็กที่ผู้คนใช้สำหรับประท้วงในชุมชนตั้งตระหง่านอยู่กลางลานซีเมนต์กว้าง บนเวทีมีร่างสูงผิวออกคล้ำนิดหน่อยในชุดคลุมสีดำเดิมๆ เตนล์มองดูชายที่ยืนกลางเวทีอย่างนึกสงสัยเพราะเขาไม่คุ้นหน้าชายคนนั้นเลย ตอนแรกคิดว่าจะเป็นโดยองเสียอีกที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

                อยู่ในความสงบ ไม่งั้นลูกดอกหน้าไม้ในมือผมจะปักกลางหัวพวกคุณแน่เขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้ดังมากแต่กลับทำให้ผู้คนในที่แห่งนี้เงียบกริบลงด้วยความกลัวได้ จากที่ถือหน้าไม้ในระดับที่พอเล็งหัวคนล่างเวทีเขาก็ลดหน้าไม้ลงไปข้างลำตัว ผมจอห์นนี่ ผู้ดูแลอีกคนที่จะรับหน้าที่มาประกาศอะไรหลายๆอย่างให้พวกคุณทราบ

                หล่อดีนะเยริหันมากระซิบ ผมมองเธอด้วยแววตาตำหนิ หน้าสิ่วหน้าขวานขนาดนี้ยังมีอารมณ์มาชมคนอีก แถมนั่นมันคนที่กำลังจะฆ่าเราด้วยซ้ำ

                แต่ไม่น่าทำงานแบบนี้เลย เกลียดชะมัดเธอบ่นต่อเบาๆ ว่าแล้วก็อดไม่ได้ที่เตนล์จะสำรวจใบหน้าจอห์นนี่บนเวที ก็จริงอย่างที่เยริว่า จอห์นนี่เป็นผู้ชายที่หน้าตาหล่อคมในระดับหนึ่ง และไม่น่าเลยที่มาทำงานแบบนี้

                อย่างที่รู้ๆว่าทุกปี พวกน่าขยะแขยงแบบพวกคุณจะเข้าสู่ระบบการลงโทษ 29 วันทันทีที่มาถึงที่นี่ แต่ปีนี้ไม่เหมือนทุกปีจอห์นนี่กวาดสายตามองเหล่าคนน่าขยะแขยงที่ตัวเขากล่าวถึง จะมีการเปลี่ยนแปลงกฎนิดหน่อย ซึ่งนี่คงเป็นข่าวดีสำหรับพวกคุณ

                “ในนรกนี่มีข่าวดีด้วยรึไงนะเสียงซุบซิบดังขึ้นทั่วตัว เตนล์ก็สงสัยไม่ต่างจากคนที่ยืนอยู่รอบๆเพียงแต่ไม่กล้าพูดอะไรเท่านั้นเอง

                คงมีแต่ส่งเราไปตายไวขึ้น

                “อาจจะไม่ทรมานแล้วแต่ฆ่าทิ้งเลยรึเปล่า

                “ปล่อยตัวหรอ ไม่มีทาง พวกเวรนั่นไม่มีทางใจดีกับพวกเรา

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ยังดังทั่วสารทิศ และดูเหมือนจากเสียงซุบซิบเบาๆพอมากปากหลายคอเข้ามันก็ทำให้เสียงดังขึ้นเรื่อยๆ เตนล์เหลือบไปมองจอห์นนี่ที่มีสีหน้าไม่พอใจและในเสี้ยววินาทีนั้น หน้าไม้ที่เคยแนบข้างลำตัวอยู่ก็ถูกยกขึ้นและลั่นลูกดอกปักกลางหน้าผากของหญิงสาววัยกลางคนที่ยืนถัดไปไม่ห่างจากเตนล์ทันที

..ร่างของเธอก็หงายตึงใส่คนด้านหลังที่ยืนชุมนุมอยู่ทันที ตาของเธอยังไม่หลับลงด้วยซ้ำลมหายใจก็หมดลงไปก่อนเพราะสมองหยุดทำงาน ความแรงของหน้าไม้นั่นมากซะจนลูกดอกแทบจมหายไปครึ่งอัน เลือดแดงสดไหลรดเต็มใบหน้าโทรมของหญิงสาววัยกลางคนพร้อมเสียงฮือของคนรอบอาณาบริเวณ

                ฟึบ ลูกดอกอีกลูกยิงเข้าที่อกชายวัยชราอีกคนที่ดูเหมือนจะเป็นคนแรกที่เริ่มวิจารณ์ ลูกดอกไม่ได้ปักลงที่อกซ้ายตำแหน่งหัวใจแต่ดูเหมือนจะปักทะลุปอดแน่ๆ ชายวัยชราล้มพับลงไปที่พื้นพร้อมเลือดมากมายที่ไหลชุ่มเสื้อตัวเก่า เขาล้มตัวลงนอนตะแค้งที่พื้นซีเมนต์ในขณะที่ผู้คนแตกวงออกมา ปากพะงาบพยายามหายใจ ไม่นานเขาก็กระอักเลือดสีเข้มและแน่นิ่งไปในที่สุด

                แก่แล้วยังปากดีจอห์นนี่พูดขึ้นสั้นๆก่อนจะลดหน้าไม้ลง จะฟังเงียบๆดีๆ หรือจะวิจารณ์แล้วตายแบบไอ้สองคนนี้

                สองศพแต่เช้าเลย เบื่อชะมัด จอห์นนี่คิดในใจขณะทอดสายตามองไปยังร่างไร้ลมหายใจที่ตัวเองพึ่งปลิดชีวิตไป เขาไม่ได้มีความรู้สึกสงสารหรือเห็นใจอะไร เขาแค่รู้สึกรำคาญและเสียดายลูกดอกที่ต้องจะต้องไปเปื้อนเลือดไม่ดีของพวกน่าขยะแขยงพวกนั้น

                ที่ผมจะบอกคือ ทางศาสนจักรจะลงโทษพวกคุณเป็นเวลา 3 วัน และหลังจากนั้นจะปล่อยตัวพวกคุณไป 15 วัน เพื่อให้กลับไปหาใบล้างบาปมาให้ได้ ชายร่างสูงในชุดคลุมสีดำพูดต่อ หลังจากนั้นคุณจะถูกจับกลับมาที่นี่หากยังไม่สามารถหาใบล้างบาปได้ และกลับเข้าสู่การลงโทษ 29 วันและเผาในวันที่ 30 ดังเดิม

                โอ้..แจ๋วสิ งี้ก็มีโอกาสรอดเยอะหน่อย เยริยกยิ้ม ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่และเปลี่ยนโหมดอารมณ์ในแทบจะทันที แต่ฉันไม่เสียเวลาหาหรอก 15 วันนั่นฉันจะไปหาอะไรไร้สาระที่มีความสุขทำ

                “เพื่ออะไร?เตนล์ถาม

                เย้ยหยันแม่ฉัน ว่าฉันก็มีความสุขในแบบของตัวเองได้ถึงแม้เดี๋ยวจะต้องตายแล้วก็เถอะเยริยักไหล่เหมือนเดิมที่เคยทำ เตนล์ไม่เข้าใจความคิดของเยริซักนิดแต่ก็ตัดสินใจไม่ถามอะไรไปมากกว่านั้น เพราะบางทีตัวเขาเองก็อาจจะอยากตัดสินใจแบบนั้นก็ได้ใครจะไปรู้กัน

 

                เพราะงั้นแล้ววันนี้จะเป็นวันแรกของการลงโทษ 3 วันก่อนปล่อยตัว รอดกลับออกไปให้ได้แล้วกัน โชคดี

 

 


 

                “เรียบร้อยแล้วครับคุณพ่อจอห์นนี่ค้อมตัวลงในขณะที่พูดกับชายวัยชรา ริคพยักหน้าเป็นการตอบรับว่ารับทราบในสิ่งที่จอห์นนี่รายงานแล้ว

                ทำแบบนี้จะดีหรอครับคุณพ่อเขาเอ่ยถาม เนื่องจากจอห์นนี่ได้รับมอบหมายให้ออกไปประกาศกฎใหม่บ้าบอที่ว่า ทำให้เขาระแคะระคายใจกับการตัดสินใจของริคตั้งแต่เช้าแล้วแต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา

                ดีสิ นายไม่เห็นหรอ ริคยิ้มเบาๆ ว่ามันทำให้เห็นชัดเลยว่าโดยองกำลังมีสีขาวแต่งแต้มเข้ามาในสีดำที่เขาเป็นอยู่

                หมายความว่า..

                “โดยองทำแบบนี้ เพราะกำลังสงสารใครบางคนในนั้นอยู่ คิ้วคมจอห์นนี่ขมวดเข้าหากันทันทีที่ริคพูดแบบนั้น ใช่ เมื่อริคพูดดังนั้นจอห์นนี่ก็รู้สึกถึงความเป็นไปได้ทันที

 

                “มันเป็นหน้าที่นายแล้วจอห์นนี่ ตามสืบซะ รู้ให้ได้ว่าคนที่โดยองกำลังจะช่วยคือใคร แล้วจัดการทั้งมัน ทั้งโดยอง รวมถึงไอ้เด็กจีซองนั่นทิ้งซะ

 

 

 


                ร่างสูงผิวสว่างของคิมโดยองกำลังหันซ้ายแลขวาหาของบางอย่างอยู่ เขาเดินวนไปวนมาเพื่อหาของที่ตัวเองต้องการอยู่ซักพักก็ก้มตัวลงไปหยิบขวดแก้วเปล่าที่วางอยู่ในซอกหลืบ

                หมดเร็ว หมอนั่นใช้เปลืองจริงโดยองบ่นกับตัวเองในขนาดที่หมุนขวดในมือสำรวจ เดิมทีของเหลวในขวดนั่นคือน้ำกรด แต่ตอนนี้มันกลับว่างเปล่าไม่เหลือแม้แต่หยดเดียว เดาว่าทิมมี่คงใช้ไปหมดแล้ว

                หาน้ำกรดหรอ ฉันใช้หมดไปแล้วล่ะโทษทีร่างใหญ่ของทิมมี่เดินมาพอดี ก็กะว่าจะเหลือให้นายใช้ แต่พวกบ้านั่นเสียงดังโวยวายน่ารำคาญ

                “แล้วนายทำยังไง?โดยองหันไปมองทิมมี่ที่มีใบหน้าเปื้อนยิ้มราวกับมีความสุขมากๆ

                สาดน้ำกรดใส่หน้าพวกมันที่กำลังโวยวาย

                “อืม..คงทำให้สงบปากสงบคำได้พักใหญ่พูดจบโดยองก็เดินนำหน้าทิมมี่ไปทางที่กักขังอริพระเจ้าที่วันนี้เขาและทิมมี่ได้รับหน้าที่มาลงโทษพวกนั้นในวันแรก ส่วนวันต่อๆไปอาจจะเป็นของจอห์นนี่กับคนอื่น

วันนี้คงเป็นวันที่เขาจะได้เจอเตนล์ ถึงแม้เบื้องลึกในใจจะรู้สึกอยากเจอโดยที่ไม่รู้ว่าทำไมแต่อีกใจนึงก็ไม่อยาก เพราะการที่เขาจะได้เจอเตนล์นั่นก็แปลว่าเขาต้องทำร้ายคนตัวเล็กตามหน้าที่อีกแล้ว

                หวังว่าทิมมี่จะไม่ได้สาดกรดใส่คุณนะคิดในใจพลางสาวเท้าเดินลงบันไดชั้นใต้ดินแคบๆ มือหนึ่งถือตะเกียงไฟเล็กๆนำหน้า อีกมือหนึ่งก็ถือขวดน้ำกรดเปล่าๆติดมือลงมาด้วย

 



                ไอ้สารเลว!”

                “ !! “

                แผลเล็กปรากฏขึ้นข้างแก้มบนใบหน้าหล่อ คมมีดพกเฉี่ยวเข้าที่หน้าของโดยองก่อนจะปักไปที่ผนังปูนเก่าๆที่เชิงบันไดขั้นสุดท้ายของชั้นใต้ดิน โดยมีชายผู้เป็นนักโทษที่โดนจับมากำมีดที่ปักอยู่ที่ผนังไว้แน่น ชายคนนั้นเลื่อนมืออีกข้างที่ว่างมากดไหล่โดยองไว้กับผนัง

                เอามือคุณออกจากไหล่ผม สายตาที่ดูว่างเปล่ากลับดูแข็งกร้าวขึ้นมาทันที โดยองจ้องหน้าชายคนที่พยายามทำร้ายเขาพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไม่มีอาการตกใจ ไม่มีอาการกลัว ไม่มีอาการโกรธอะไรแสดงออกมาเลย

                คนอย่างแกสมควรตาย ไม่ใช่ฉันเขาพูดไปร้องไห้ไป โดยองมองใบหน้านั้นอย่างไร้ความสงสารใดๆ มีแต่ความรำคาญซะมากกว่า เขาพยายามจะดึงมีดที่ปักบนผนังออกแต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผล ร่างกายที่ดูอ่อนเพลียจากการโดนซ้อมเมื่อคืนไม่มีแรงมากพอแล้วที่จะต่อสู้

                ผมพูดว่าเอามือออกไปจากไหล่ผมโดยองพูดเน้นคำพร้อมมองหน้าเขาอย่างแข็งกร้าวดังเดิม แน่นอนว่าชายคนนั้นยังคงดื้อรั้นกดมือไปที่ไหล่โดยองและพยายามดึงมีดออกต่อ

 

เพล้ง  

ขวดแก้วเปล่าที่โดยองถือติดมือมาตอนแรกถูกกำมือของเขาเองยกขึ้นและทุบไปที่ผนังจนมันแตก เศษแก้วร่วงกราวลงพื้นซีเมนต์ ทันใดนั้นเองที่ตูดขวดแหลมคมถูกเลื่อนขึ้นและแทงไปที่กลางหลังชายตรงหน้า คมแก้วทะลุผ่านชั้นผิวหนังและเนื้อไม่มากนักแต่ก็มากพอที่จะทำให้เขาปล่อยมือออกจากไหล่และมีด

                เขาร้องครวญคราง โดยองไม่เพียงหยุดแค่นั้นเขากดมือตัวเองลงเพิ่มอีกนิดเพื่อให้คมแหลมปักลึกขึ้นและลึกมากพอที่ขวดแก้วนั่นจะค้างเติ่งอยู่กลางหลังของเขา

                เตือนแล้วนะสองมือผลักร่างชายผู้มีขวดแก้วปักกลางหลังออก เขาเซไปชนผนังอีกด้านทำให้ขวดแก้วนั่นปักลึกลงไปอีก เขาร้องดังลั่นอย่างเจ็บปวดก่อนจะลงไปคุกเข่าอยู่ที่พื้น โดยองเหลือบมองมีดพกเล่มสั้นที่ปักอยู่ตรงผนังและดึงมันออกมา

ทำไมด่านตรวจนักโทษเข้าศาสนจักรถึงทำงานหละหลวมขนาดที่ว่ามีนักโทษเอาอาวุธขนาดเล็กเข้ามาได้ เห็นทีโดยองคงต้องไปจัดการกับเรื่องนี้ภายหลังซะแล้ว

                อึก..สารเลวจริงๆอั่ก!!” ยังด่าไม่จบคำก็โดนรองเท้าบูทหนังที่เท้าของโดยองเตะเข้าที่ปาก ริมฝีปากหนาของชายคนนั้นโดนของเหลวสีแดงกบปากทันที

                ไม่อยากจะมือเลอะเลือดให้เสียอารมณ์เลย แต่ยังไงก็ต้องโดนลงโทษโดยองมองร่างชายบนพื้นในสภาพอนาถก่อนที่ทิมมี่จะเดินตามลงมาพอดี

                หมอนี่พกอาวุธแถมพยายามจะฆ่าฉัน ฉันยกให้นายตัดสินใจแล้วกันพูดจบโดยองก็ส่งมีดพกของชายบนพื้นให้ทิมมี่รับไป แน่นอนว่าชายร่างโตรับมีดมาและเลื่อนสายตาไปที่ชายบนพื้น รอยยิ้มที่น่าสยดสยองเผยขึ้นบนใบหน้าคมเข้ม ชายคนนั้นสั่นเทาด้วยความกลัว ทิมมี่ขยับเข้าใกล้เขาเรื่อยๆ เห็นแบบนั้นแล้วโดยองจึงหันหลังเดินจากไปจากตจรงนั้นมุ่งหน้าไปห้องคุมขังข้างหน้าทันที มือก็เลื่อนขึ้นเช็ดเลือดจากแผลมีดเฉี่ยวบนแก้มขวาออก

..ร่างสูงโปร่งของโดยองเดินมุ่งหน้าไปไล่หลังมาด้วยเสียงกรีดร้องเฮือกสุดท้ายของชายคนนั้น ถ้าให้เดาก็คงโดนทิมมี่ปาดคอตายไปเสียแล้ว

 

               

                “เขามาแล้ว

                “เขากลับมาแล้ว จะทำยังไงดี

                “ฉันยังไม่อยากตาย

                เสียงซุบซิบดังขึ้นอีกครั้งจากห้องคุมขังทั้งสองฝั่งทางเดิน โดยองเดินตรงไปอย่างไม่สนใจอะไร เขาผ่านห้องที่มีผู้ชายผู้หญิง4-5คนสภาพหน้าไหม้เป็นแผลเหวอะ คงเป็นกลุ่มที่โวยวายแล้วโดนน้ำกรดสาดหน้า

                โดยองเดินไปหยุดอยู่ที่หน้าห้องคุมขังห้องหนึ่ง เรียกว่าแจ็คพ็อตลงที่ห้องนี้ห้องแรกก็ว่าได้เพราะโดยองสุ่มลงโทษ หน้าห้องมีกระสอบสีน้ำตาลบรรจุอุปกรณ์ลงโทษอยู่พอดีโดยองเลยเลือกห้องนี้ มือกร้านจากการทำงานหยิบบางอย่างออกจากกระสอบลักษณะเป็นแท่งยาว

                ท่อนเหล็กก็พอเนอะ?โดยองหันไปพูดกับชายหญิงสองสามคนในห้องขัง พวกเขาสะดุ้งกราวทันทีที่โดยองหันมาพูดประโยคนั้นด้วย

...แต่ไม่ใช้ท่อนเหล็กเปล่า โดยองเดินถือท่อนเหล็กตรงไปที่สุดทางเดิน เตาเผาเหล็กขนาดเล็กที่มีเปลวไฟลุกโชนอยู่ในนั้น โดยองยื่นปลายแท่งเหล็กเข้าไปแช่ซักพักจนแท่งเหล็กขึ้นสีแดงเขาจึงเอาออก

 

                ควันไหม้ลอยฉุยจากแท่งเหล็กมาในห้องคุมขังห้องเดิม ชายหนุ่มสองสามคนนั้นถอยไปชิดมุมห้อง โดยองจ้ำจี้มะเขือเปาะเลือกใครซักคนมาและแน่นอนเขาเลือกผู้ชายก่อน

                แสบหน่อยโดยองพูดด้วยน้ำเสียงเรียบแบบที่เขาพูดเป็นประจำ ทันทีที่จบประโยคนั้นแท่งเหล็กร้อนก็ถูกง้างสุดแขนและฟาดไปที่ลำตัวของชายคนที่ถูกเลือกทันที

เสียงร้องเจ็บปวดลั่นทั่วคุกแสงไฟสลัวประสานกับกลิ่นเนื้อไหม้จากการถูกเหล็กร้อนจัดฟาด นอกจากจะเจ็บปวดเพราะโดนแท่งเหล็กฟาดแล้วยังเจ็บแสบกับแผลไหม้พุพองจากความร้อนจัด

                อ๊ากกก แท่งเหล็กถูกฟาดไปอีกที่หัว และที่ตัวอีกครั้ง ฟาดอยู่พักนึงโดยองก็หยุด เลือดที่สาดกระเซ็นของชายหนุ่มเปื้อนใบหน้าของโดยองเล็กน้อย

แล้วในห้องขังนั้นก็เต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องคละคลุ้งด้วยความเจ็บปวด การลงโทษวันแรกเริ่มขึ้นด้วยโดยองกับทิมมี่ แต่ละห้องโดนลงโทษด้วยวิธีที่ต่างกันแล้วแต่ว่าเขาทั้งคู่จะสุ่มหยิบอะไรขึ้นมา

 

                ห้องนั้น..โดยองเดินออกจากห้องขังห้องที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ที่เขาพึ่งลงโทษเสร็จก็มองไปยังห้องเยื้องกัน เจอร่างเล็กที่คุ้นเคยตานั่งกอดเข่าอยู่ในห้อง ดูเหมือนเขาจะยังไม่โดนอะไร เท้าก็ก้าวตรงไปที่ห้องนั้นทันทีอย่างไม่รอช้า

..ถึงจะตัดสินใจเป็นคนทำให้เตนล์เจ็บ เขาก็คิดว่ามันดีกว่าปล่อยให้ทิมมี่มาจัดการเตนล์เพราะแบบนั้นคงหนักกว่าหลายเท่าแน่ๆ

               

                “อะไรดีล่ะโดยองเปิดเข้าไปในห้องขังสี่เหลี่ยมที่มีเตนล์นั่งอยู่ในนั้นกับเยริและคนแปลกหน้าอีกสองคน เตนล์เงยหน้ามองคนตัวสูงที่เข้ามา

                อีกแล้วหรอ คิดในใจแต่ไม่ได้พูดออกมา เตนล์นึกถึงที่โดยองทำเขาเมื่อวานและหลังจากนั้นก็ให้เด็กเอายากับเสื้อมาให้ ดูย้อนแย้งจนเขาไม่เข้าใจ

                ยังไม่ได้ใช้โซ่เลย ขอใช้แล้วกัน โดยองหยิบโซ่ตรวนเส้นเล็กออกมา เขามองมันครู่หนึ่งเพราะกำลังคิดว่าควรใช้มันยังไง ถ้ารัดคอก็คงตายแน่ๆ

                ใครคนแรก?ใบหน้าหล่อกวาดสายตามองทั่วห้องที่มีสมาชิกอยู่ 4 คน เตนล์ เยริ และผู้ชายอีก 2 คน เขาเลือกที่จะไว้เตนล์เป็นคนสุดท้ายเพราะการทำโทษคนอื่นก่อนพวกเขาจะเจ็บปวดและไม่สติที่จะมาสนใจการทำโทษเตนล์ นั่นเป็นโอกาสที่โดยองจะทำเตนล์เบามือกว่าคนอื่นๆได้

..ถ้าถามหาเหตุผลว่าทำไมถึงอยากเบามือกับเตนล์ โดยองตอบไม่ได้หรอกเพราะเขาเองก็ไม่รู้

 

 

 

                คนตัวเล็กโดนเชือกสากมัดข้อมือข้อเท้าล่ามต่อกับนักโทษคนอื่นๆเดินไปตามทางเดินกรวดหินด้วยเท้าเปล่า ฝ่าเท้าน้อยๆแดงเถือกเพราะสัมผัสกรวดหินเป็นเวลาพักใหญ่โดยไม่มีรองเท้าปกป้อง เตนล์ถูกจับแยกกับเยริและหลงมาในหมู่คนอื่นๆที่เขาไม่รู้จัก หลังจากโดนลงโทษในวันแรกทุกคนก็ถูกย้ายที่พักมาพักในบ้านไม้เก่าๆหลังใหญ่ใกล้เคียงคฤหาสถ์ที่สภาพไม่ต่างจากคฤหาสถ์ผีสิง

ภายในมีห้องนอนเล็กที่เล็กจริงๆ มีพื้นที่แค่เตียงนอนสำหรับ 1 คนเท่านั้นอยู่มากกว่าร้อยห้อง ทั้งเหม็นอับและคับแคบแต่เตนล์ก็มองในแง่ดีว่าดีกว่าไปนอนรวมกับคนแปลกหน้าอื่นในคุก

                พวกแกหน้าไหนที่กล้าลองดี ออกจากห้องหรือพยายามจะหนีพวกแกจะไม่มีโอกาสกลับออกไป15วันแน่ จำเอาไว้ผู้คุมในชุดยูนิฟอร์มเดิมนั่นก็คือชุดคลุมสีดำพูดขู่พร้อมกวาดนิ้วชี้ชี้หน้าพวกเราทุกคน สิ้นคำขู่ทุกคนก็แยกย้ายพาร่างอันบอบช้ำเข้าห้องนอนแคบๆทันที เตนล์ก็เช่นกัน

 

                ปึง มือเล็กปิดบานประตูไม้เก่าๆ แค่หันหลังก็พบเตียงแล้วเพราะพื้นที่ห้องมันแคบมากจริงๆ เตนล์นั่งลงที่ปลายเตียงพลางนึกว่าโชคดีที่ตัวเองมีขนาดตัวที่ค่อนข้างเล็กไม่งั้นคงอึดอัดแย่

..ตั้งแต่ได้มาที่นี่ ถึงจะแค่ 1 วันแต่มันก็ทำให้เขากลายเป็นคน คิดในแง่ดี ทั้งๆที่มันสุดจะเป็นฝันร้ายบ่อยๆ นั่นคงเป็นกรรมวิธีการปลอบใจตัวเองที่เขาสร้างมันขึ้นมาอัตโนมัติก็เป็นได้

                “เหรินจวิ้นจะเป็นยังไงบ้างนะเขาล้มตัวลงนอนไปบนเตียงฟูกเก่าเหม็นอับ นัยน์ตาสวยดำขลับมองลอดช่องหน้าต่างมัวเล็กๆข้างเตียง ถึงจะเห็นอะไรไม่ชัดมากแต่ก็พอเห็นได้ว่าคืนนี้เป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง

                ถ้าหมดหนทางเหรินจวิ้นคงไปขอให้แจฮยอนช่วย หมอนั่นคงพอจะช่วยอะไรได้บ้างไม่มากก็น้อยแหละนะเตนล์ยังคงบ่นกับตัวเองถึงเรื่องน้องชาย แน่นอนล่ะว่าเตนล์รักและเป็นห่วงเด็กคนนี้มากกว่าใครและอะไรทั้งสิ้น

..หงายนอนมองเพดานเพราะมองพระจันทร์ที่แสนพร่ามัวจนเบื่อตา มือเล็กยกขึ้นมา สายตามองดูรอยแดงและรอยเลือดซิบที่ข้อมือเนื่องจากการถูกมัดด้วยเชือกเมื่อครู่ก่อนจะเอามือแตะที่แก้มทั้งสองข้างอย่างเบามือ

                โอ้ยเจ็บแสบซะจนร่างเล็กสะดุ้ง ดูเหมือนแผลบนแก้มทั้งสองข้างจะไม่ใช่น้อยๆ ก็การลงโทษวันนี้ที่โดยองทำคือการเอาโซ่ฟาดมาที่หน้า ดีไปที่ไม่รู้ว่าหมอนั่นหมดแรงหรืออะไรเตนล์ถึงโดนไม่หนักเท่าคนอื่นในห้องขัง

                โดนหนักไม่เท่าแต่ก็เจ็บเอาเรื่องแฮะเลือดสีแดงเล็กน้อยยังคงติดนิ้วเรียวสวย แถมยังมีเลือดที่ไหลตอนโดนฟาดใหม่ๆแห้งเกรอะอยู่บนแก้มขาวจนมันอมสีแดง

เตนล์เหนื่อยอ่อนมาก ไม่รู้เพราะเจ็บด้วยหรือเพราะอะไร แต่ที่แน่ๆคงเป็นเพราะเขาไม่มีแรงเลย อาหารวันนี้ไม่ตกถึงท้องแม้แต้คำเดียว เปลือกตาสวยหนักขึ้นเรื่อยๆจนในที่สุดก็ต้านมันไม่ไหว เตนล์เข้าสู่ห้วงนิทราพร้อมหยาดน้ำใสเม็ดเล็กเม็ดน้อยที่ไหลรินออกมา ความเจ็บปวดและเศร้าเข้ากัดกินหัวใจอย่างรวดเร็วไม่แพ้ความง่วงและเหนื่อยล้า

 

...คิดถึงบ้านจัง

 

 

เหรินจวิ้นหรอ.. ริมฝีปากบางพึมพำเปล่งเสียงอันแหบแห้งถึงน้องชายออกมาทั้งๆที่ตายังหลับอยู่ เตนล์ยกมือขึ้นพยายามปัดไป่หาต้นตอของความรู้สึกที่เหมือนโดนสัมผัสบนใบหน้าและแล้วก็คว้ามือใหญ่ของใครบางคนได้และรู้ว่ามันไม่ใช่มือเหรินจวิ้น ไม่มีทางเป็นด้วย

พึ่งบอกชื่อไปเมื่อวาน ลืมแล้วหรอ

“ !! “  คนตัวเล็กสปริงตัวขึ้นนั่งอย่างไวทันทีที่เสียงทุ้มนุ่มนั่นตอบกลับมา เตนล์ถอยกรูดไปพิงหัวเตียงพร้อมกอดเข่า ทั้งตกใจ และกลัวคนตรงหน้าในเวลาเดียวกัน

จ..จะทำอะไร ผมทำอะไรผิดเตนล์พูดตะกุกตะกัก แหงสิ ก็โดนจนาดนั้นจะไม่ให้กลัวคนตรงหน้าได้ยังไง

บอกก่อนสิว่าไม่ได้ลืมชื่อผมคนตรงหน้ายังคงเล่นลิ้นยียวนกวนประสาททั้งที่ไม่ควร

โดยอง

อ่า..ดีใจนะที่จำผมได้

จริงๆก็ไม่อยากจะจำด้วยซ้ำคนตัวเล็กเริ่มใส่อารมณ์ โดยองถอนหายใจ

อุตส่าห์แอบมาทำแผลให้ ยังทำท่าทางแบบนั้นใส่ผมอีกเพราะโดยองพูดแบบนี้ เตนล์เลยสังเกตไปที่มือหนาก็เห็นเขาถือขวดยาและสำลีสำหรับทำแผลอยู่ คิ้วก็ขมวดเข้าหากันทันที

ทำแบบนี้เพื่ออะไร?

แผลคุณจะได้หายไง ที่หน้าน่ะ

ไม่ ผมหมายถึงตอนนั้นคุณก็ทั้งเอากริชกรีดหลัง เอาแส้ฟาดผมแล้วก็ฝากยามาให้ ตอนนี้คุณเอาโซ่มาฟาดผมแล้วก็แอบเข้ามาทำแผลให้ ทำอะไรของคุณ เตนล์ตัดสินใจพ่นทุกสิ่งที่ค้างคาใจออกไปหมด ความรู้สึกไม่ต่างจากโดนตบหัวแล้วลูบหลัง นี่ถ้าเขาจะตาย โดยองก็จะฆ่าเขาแล้วจากนั้นก็จัดงานศพให้อย่างสวยหรูแบบนั้นหรอ

โดยองมีท่าทีอึกอัก เจ้าของใบหน้าหล่อที่ไร้ความรู้สึกอะไรดูคิดหนักกับคำถามที่ว่าเพราะตัวเขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องอยากช่วยเตนล์นักหนาทั้งๆที่..มันอาจทำให้ตัวเขาเองตายได้เหมือนกัน

ผมอยากช่วย ก็แค่นั้น

ไม่จริง คนเราจะทำอะไรมันต้องมีเหตุผล

คนที่คุณละเมอถึงน่ะ ใครหรอโดยองเมินคำถามเตนล์ไปอย่างไม่ใยดีและสนใจจะตอบมัน กลับถามคำถามของตัวเองขึ้นมาเสียแบบนั้น มือหนาปิดขวดยาเพราะทาให้คนตัวเล็กในขณะที่เขาหลับเสร็จเรียบร้อยแล้ว แฟน?

ตลกเตนล์ตอบ น้องชายผม

มีน้องชายหรอ?

ก็พูดอยู่ว่าน้องชาย ยังจะย้อนถามอีกว่ามีหรอ สมองกลับรึไง

ใส่อารมณ์จังนะ ผมพูดด้วยดีๆโดยองยกยิ้มให้ และในเสี้ยววินั้นเองที่ใจโดยองเกิดกระตุกวูบ

ปกติเราไม่เคยยิ้มให้ใครเลยนอกจากจีซองเขาคิดในใจและหุบยิ้ม ใช่ โดยองไม่เคยยิ้มให้ใครนอกจากหลานตัวเอง เจ้าจีซอง

                เอ็นดู..งั้นหรอ

บ้าน่า ใครเขาจะไปเอ็นดูอริพระเจ้าแบบนั้นกัน นั่นมันพวกคนที่เราถูกสอนมาตั้งแต่เด็กว่าเป็นพวกขยะ เป็นศัตรู เป็นพวกสกปรกโสมมที่ควรกำจัดทิ้ง จะไปเอ็นดูขยะได้ยังไงกัน

..การต่อสู้ภายในจิตใจเริ่มขึ้น โดยองเงียบไปโดยไม่ได้สนใจว่าเตนล์จะพูดอะไรต่อบ้างหลังจากที่ตัวเองพูดจบประโยคไป

 

                นี่คุณ ฟังผมอยู่รึเปล่า คนตัวเล็กดึงสติโดยองกลับมาได้อีกครั้ง ร่างสูงสะดุ้งโหยงออกจากห้วงความคิดที่เถียงกันเองในตัว ง่วงก็กลับไปเถอะ ผมก็ไม่อยากเห็นหน้าคุณนักหรอกโดยอง

                “ขยันไล่จริงๆ อยากรู้จังว่าถ้าไม่มีผมแผลคุณจะหายได้เร็วเท่าที่เป็นไหมโดยองตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบดังเดิมก่อนลุกยืนเต็มความสูงพร้อมมองลงมายังคนตัวเล็กที่ยังคงนั่งชิดหัวเตียง พรุ่งนี้คงไม่ใช่ผมที่ทำหน้าที่ คุณคงโดนหนักหน่อย

                “แล้วบอกทำไม?

                เดี๋ยวมันก็จะผ่านไป

“…”

                อดทนหน่อยนะ เตนล์

 

 

 

                แอ๊ด..

            ปึง

..โดยองออกจากห้องนอนแคบๆนั่นหลังจากทิ้งท้ายประโยคนั้นไว้ เขาไม่ได้มองหน้าเตนล์และเตนล์ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อหลังจากนั้น ร่างสูงกับใบหน้าหล่อที่เปื้อนรอยแผลจากมีดเฉี่ยวที่แก้มขวากำลังดูมีความเครียดเข้าเจือปนอีกครั้ง คำถามเดิมๆวนอยู่ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างหาคำตอบไม่ได้

ร่างสูงสาวเท้าอย่างเบาที่สุดตามทางเดินในคฤหาสน์เพื่อออกไปอย่างไม่ให้ใครรู้และสงสัยว่าเขามาทำอะไรที่นี่ แต่ก็ไม่พ้นสายตาจากชายหนุ่มอีกคนอยู่ดี ..

 

                มาทำอะไรที่นี่ตอนดึกๆน่ะ คิมโดยอง

 

                “..จอห์นนี่?

 

 

 

 

 

 

_____

#betrayerdt

Tbc

กลับมาอัพแล้วค่า ไม่เทค่ะแค่ไม่มีเวลาว่างเท่านั้นเอง;-;

ขอบคุณสำหรับคอมเม้นและเฟบนะคะถึงจะน้อยแต่มีผล

กับกำลังใจเรามากๆ ฝาก #betrayerdt ในอ้อมอกอ้อมใจ

ชาวหัวใจฮาร์ดคอร์(?)ด้วยนะคะ แง้งง ฟิคดูรุนแรงจังเลย T__T

 

 

 

T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17 ความคิดเห็น

  1. #11 งิงิ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 01:11
    เอ๋าาาา จอนนี่มาซะงั้น
    #11
    0
  2. #5 Eyeyesukontha (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 17:00
    เเง่ เริ่มเข้มข้นเเล้วสินะ เป็นกำลังใจให้ไรท์แต่งต่อไปน่ะคะ
    #5
    0
  3. #4 littlechitta (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 11:11
    จะโดนจับได้มั้ยแงงง กลัว พี่จอนก็โหดจีงงง ฮื่ออออ คุณโดต้องระวังตัวนะๆๆๆๆๆ
    #4
    0