ร้าย - จบบริบูรณ์ -

ตอนที่ 6 : บทที่ 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 371
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    12 ก.ค. 58



บทที่ 5


 “ไม่นึกเลยว่าคุณจะเรียกแยมมี่มาวันนี้” ร่างเย้ายวนผลักชายหนุ่มเข้าคอนโดทันทีขณะเสียงทุ้มเอ่ยเรียบ “วันนี้ผมอยู่ได้ไม่นานต้องกลับก่อนเที่ยงคืน”


“ว๊า” เรียวปากสีแดงสดส่งเสียงดัง “ไม่ยุติธรรมเลย แยมมี่ไม่อยากนอนคนเดียวนี่คะ”


“ตอนนี้ก็ไม่ได้อยู่คนเดียวซะหน่อย รีบทำให้เสร็จ ผมจะได้กลับ”


มือบางปลดเนคไทของชายหนุ่มลง เธอลากมือไปมาบนอกแกร่ง “แหม ไม่เห็นต้องรีบเลย นี่เพิ่งทุ่มกว่าเอง”


“งั้นครั้งนี้... ผมเป็นฝ่ายจัดการเอง!!


สิ้นคำร่างสูงกำยำก็รูดเนทไทสีเข้มของตนทิ้งก่อนจะดันร่างหญิงสาวหิวเงินลงบนเตียง ไฟในห้องหรูใจกลางเมืองดับลงท่ามกลางความรู้สึกที่แตกต่างกันของหนุ่มสาว...

 

 

“เอ้าชน!!” เสียงเมาๆของภูบดินทร์ทำให้คุณหญิงทั้งสองเป็นอันหลุดขำ พวกเธอมองหนุ่มในชุดเครื่องแบบราชการหลายคนที่กำลังนั่งกินเหล้ากันอย่างสนุกจนดารุณีอดถามไม่ได้ “อยู่ที่นู่นพี่ภูเป็นแบบนี้ไหมคะท่านอา?”


“อาไม่มั่นใจจ่ะหนูดา” คนถูกถามหัวเราะ “อาจจะแอบไปสำมะเลเทเมาแบบที่ไม่ให้อารู้น่ะจ่ะ แต่อาว่าเจ้าภูตอนเมามันตลกดีนะ ดูสิหนูดา มันลุกขึ้นทำความเคารพอีกแล้ว”


ดารุณีหัวเราะเสียงดัง รู้สึกตัวเองโชคดีที่ได้เห็นภาพตรงหน้า แต่คงเป็นความโชคร้ายของชายหนุ่มที่บังเอิญเลือกร้านอาหารเดียวกันกับเพื่อนสมัยเรียน หลังเหล่าหนุ่มๆกรูกันเข้ามาล็อคคอพี่ภูของหญิงสาวแล้วพากันกล่าวขออนุญาตคุณหญิงภูฟ้าเป็นที่เรียบร้อย งาน คืนสู่เหย้าแบบเร่งรัดจึงเกิดขึ้นที่โต๊ะข้างๆทันที


คุณหญิงผมตีโป่งทอดมองดารุณีด้วยดวงตาอบอุ่น บริกรยกจานผลไม้มาวาง มือเหี่ยวย่นรีบเอื้อมไปหยิบส้อมแล้วส่งชมพู่สีสดให้หญิงสาวพร้อมรอยยิ้ม “ทานเยอะๆนะ หนูดา ชมพู่ดีต่อร่างกาย”


“ขอบพระคุณค่ะ ท่านอา” หญิงสาวไหว้อย่างอ่อนน้อม เธอเอื้อมไปรับ วางมันลงในจานใบเล็กที่บริกรเพิ่งเสิร์ฟให้สำหรับทานผลไม้แล้วจึงเอื้อมไปหยิบจานอีกใบพร้อมเลือกผลไม้ส่งให้คุณหญิงภูฟ้า “ท่านอาทานสัปปะรดเยอะๆนะคะ ดาจำได้ว่าท่านอาชอบทาน”


“ตายจริงหนูดา!” คุณหญิงภูฟ้ายิ้มกว้างจนเห็นไรฟัน “ใครได้เป็นสะใภ้นี่ถือว่าโชคดีมาก”


ดารุณีเพียงยิ้มเบาๆก่อนจะเริ่มกัดชมพู่เนื้อหวาน ได้เป็นสะใภ้งั้นหรือ ใช่ เธอเห็นอยู่ว่าคุณหญิงเนตรทิพย์เป็นปลื้มมากแค่ไหนที่ได้เธอเป็นสะใภ้ แต่ทำไมคนที่ได้ขึ้นชื่อว่า สามีกลับพร่ำบอกว่าตน ดวงซวยอยู่ทุกวี่ทุกวันกันนะ


“ครั้งนี้ท่านอามาพักนานมั้ยคะ? ดาจะได้แวะเข้าไปเยี่ยมที่คฤหาสน์”


“ไม่ต้องลำบากหรอกจ่ะหนูดา อามาแค่หกเจ็ดวัน ถ้าไม่ใช่ว่าคุณปรีชาเขาต้องมาร่วมงานเลี้ยงคืนสู่เหย้า อาเองก็คงไม่ได้แวะมาหาหนูดาเหมือนกัน”


ดารุณียิ้มหวาน “ดีจังที่ได้พบท่านอา”


“อาเองก็ดีใจที่ได้เจอจ่ะ” หญิงสูงวัยเอื้อมมือไปกอดหญิงสาวไว้ “ดูแลตัวเองให้มากนะหนูดา อาเป็นห่วง ถ้าอะไรที่มันฝืน...”


“ดาสบายดีค่ะ ท่านอา” เสียงหวานรีบเอ่ยแทรก “ดาไม่ได้ฝืนเลยค่ะ คุณแม่ เอ่อ.. ดาหมายถึงคุณหญิงเนตรทิพย์ดูแลดาเป็นอย่างดี”


“แล้วสามีหนูล่ะจ่ะ? เขาดูแลหนู ดี แล้วรึยัง?” คุณหญิงภูฟ้าถอนหายใจเมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบไป “ดูแลตัวเองให้มาก มีอะไรก็บอกตาภูได้เสมอ ยังไงซะหนูดาก็เป็นเหมือนลูกของอา ถ้าอาดูแลไม่ดีมีหวังดารากานต์กับหม่อมหลวงจรัสพงศ์ได้กลับมาหลอกหลอนอาแน่”


รอยยิ้มขำปนเศร้าที่ปรากฏขึ้นเรียกให้หญิงสาวร่างบางน้ำตารื้อ “ขอบพระคุณค่ะ ท่านอา ดาเชื่อว่าตอนนี้คุณแม่กับคุณพ่อกำลังส่งกำลังใจให้ดาอยู่ค่ะ”


มือย่นลูบผมของหญิงสาวแผ่วเบา “จำคำของอาไว้ ไม่ว่าอย่างไรเราก็เป็นเหมือนครอบครัวเดียวกัน หากหนูดาต้องการความช่วยเหลือก็บอกได้เสมอ” หญิงสาวเพียงซบกับไหล่ของท่านอาของเธอ ดวงตาคู่คมทอดมองดวงจันทร์ที่กำลังส่องสว่าง สายลมเย็นริมแม่น้ำพัดผ่านลานกว้างของห้องอาหารหรูก่อนเธอจะหลับตาลงอย่างอ่อนแรง

 

 

“นี่มันหมายความว่ายังไงคะ!!” พรรณพรายกระชากร่างสูงที่กำลังหลับอยู่บนเตียงให้ตื่นขึ้น ดวงตาของเธอแดงก่ำ เครื่องสำอางค์ไหลเป็นทาง มือเล็กยังคงกระแทกร่างหนาไม่หยุด “ทำไมพี่ริวทำกับพายแบบนี้!


“อะไรกันครับพาย?” เสียงงัวเงียดังตอบก่อนเขาจะยันตัวขึ้นพร้อมขมวดคิ้ว “พาย? ร้องไห้ทำไม?!


“ยังมีหน้ามาถามอีกเหรอคะ!!” เธอหวีดร้อง “ทำไมพี่ริวทำแบบนี้ ทั้งๆที่พายไว้ใจ ทั้งๆที่พายเชื่อใจ ทำไมกันคะ ฮึก ทำไม!! กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด”


“พาย! หยุดก่อน!!” มือหนาพุ่งเข้ารวบมือที่กำลังทุบตีเขาทันที ตรีศูลตื่นเต็มตาก่อนจะเขย่าตัวพรรณพรายเพื่อเรียกสติ “พี่ไม่เข้าใจ พายพูดเรื่องอะไร”


พรรณพรายสะบัดหนีอย่างแรง มือบางปาดน้ำตาทิ้งก่อนหยิบมือถือในกระเป๋าปาใส่ชายหนุ่ม “ดูให้เต็มตาเลยค่ะ!! ดูแล้วตอบพาย ฮึก เพราะพายต่างหากที่ต้องถามว่านี้มันเรื่องอะไร!!


ตรีศูลมองคลิปในมือถือ ใบหน้าของชายหนุ่มตกตะลึงกับฉากหวาบหวิวของชายหญิงในห้องหรูที่เปิดแสงไฟหัวเตียงไว้ให้พอเห็นการเคลื่อนไหวก่อนเขาจะรีบเอ่ยเสียงดัง “นี่ไม่ใช่พี่นะพาย!!


“โกหก! ดูยังไงก็พี่ริวชัดๆ” พรรณพรายน้ำตาไหลอาบแก้มพร้อมดวงตาที่เจ็บแค้น “พายรีบกลับมาจากอยุธยา รีบกลับมาหาพี่ริวที่พายรัก พายไม่นึกเลยว่าพี่ริวจะหักหลังพายแบบนี้” เธอเจ็บจนจุกไปหมด “พายมันโง่เองที่ทุ่มเทให้พี่ริว”


“ใจเย็นก่อนพาย!! คนในคลิปไม่ใช่พี่จริงๆ พี่จะไปทำเรื่องอุบาทว์อย่างนี้ได้ยังไง!!


“ถามตัวพี่เองเถอะค่ะว่ากล้าทำได้ยังไง!! ดี! อยากไปยุ่งกับมันนักใช่มั้ย งั้นพายจะไปจัดการมัน!!


เธอจะไปจัดการนังแมวขโมยที่บังอาจแย่งของรักของเธอไป!!   


“พายหยุดบ้าเดี๋ยวนี้!” ตรีศูลรวบร่างบางเข้าสู่อ้อมแขนในขณะที่หญิงสาวกางเล็บข่วนพลางกรีดร้องอย่างเสียสติ


 “หยุดบ้าได้แล้ว!


เสียงตะคอกทำให้พรรณพรายหยุดนิ่ง หญิงสาวเจ็บจนพูดไม่ออก ความเงียบทำให้เธอปล่อยโฮออกมา “พี่ริวไม่ใช่พาย! พี่ริวไม่มีทางเข้าใจ” ร่างบางตัดพ้อ เธอเอามือปิดหน้าร้องไห้ปานจะขาดใจ เสียงสะอื้นดังขัดทำให้คำพูดของเธอขาดห้วง “ฮึก มีแต่พายคนเดียวที่รักพี่ริวมาตลอด... มีแต่พายคนเดียวที่โง่... มีแต่พายคนเดียวที่บ้า ฮึก พี่ริวไม่เคยรู้สึกอะไรกับพายเลย... ความรักตลอดสามปีของพายไม่เคยมีความหมายเลย ในสายตาของพี่ริว พายมันก็แค่คนบ้าคนหนึ่ง พายเจ็บค่ะพี่ริว พายทนไม่ได้หรอกค่ะ”


ร่างสูงพุ่งไปที่มือถือ ประคองร่างบางที่กำลังสะอื้นแล้วเปิดคลิปอีกครั้ง “ในคลิปไม่เห็นหน้า! เห็นมั้ยพาย!! ในคลิปนี้มันไม่ใช่พี่ มีคนวางแผนจะให้เราเลิกกัน!! พายใจเย็นแล้วค่อยๆดูสิครับ” ท้ายเสียงของเขาปลอบประโลมอย่างที่สุด “พายดูคลิปอีกครั้งนะคนดี ในคลิปไม่ใช่พี่...”


พรรณพรายมองชายหนุ่มผ่านม่านน้ำตาด้วยสายตาปวดร้าว น้ำตาของเธอหยดกระแทกพื้นพร้อมใจที่แทบแหลกสลาย เธอพยายามเค้นเสียงปนสะอื้นออกไป “พี่ริวอย่าปฏิเสธเลยค่ะ มันยิ่งทำให้พายเจ็บ...”


“พายตั้งใจก่อนดูสิครับ” มือหนาหยิบมือถือขึ้นอีกครั้งพร้อมกอดเธอจากด้านข้าง เขาจูบริมผมของหญิงสาวพลางกระซิบ “นิ่งซะคนดีของพี่ พายเห็นมั้ยว่าไม่ใช่พี่ พี่รักพายคนเดียว”


“พี่ริวนอกใจพาย ฮึก” ดวงตาปวดร้าวของเธอแดงก่ำ พรรณพรายไม่อยากฟังข้อแก้ตัวของเขา ปากบางถูกกัดจนห้อเลือดพลางเอ่ยเสียงเบา “พี่ริวเห็นพายเป็นตัวอะไร...”


ตรีศูลรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออกเมื่อเห็นสายตาของหญิงสาว


“พี่ไม่ได้นอกใจ พี่ยืนยันได้ว่ามันไม่ใช่พี่ มันก็แค่คนที่รูปร่างเหมือน มีคนจัดฉาก พายอย่าไปหลงเชื่อ พายจำไม่ได้เหรอครับว่าเรารักกันมากแค่ไหน พายอย่าให้พวกนั้นหลอกพายได้นะครับ”


“แต่เสียงในคลิปมันเป็นเสียงพี่...”


“มันเป็นโปรแกรมตัดต่อ” ตรีศูลเอ่ยแทรกก่อนจะดันและประคองไหล่ให้หญิงสาวหันหน้าเข้าหาตน “พายมองตาพี่” พรรณพรายหลบตา ตรีศูลจึงสั่งย้ำอีกครั้ง “มองตาพี่ครับพาย”


เมื่อแฟนสาวยอมสบตา ตรีศูลจึงจ้องไปยังดวงตาโตหวานที่กำลังบอบช้ำพร้อมเอ่ยหนักแน่น “พี่รักพายและพี่ไม่มีวันนอกใจพาย พายกลับมาเชื่อใจพี่เถอะนะครับ”


ดวงตาของเขาช่างหนักแน่นจนดวงตาของพรรณพรายไหววูบ มือบางกำแน่นก่อนก้อนอารมณ์ที่สะกัดกั้นมานานจะหลุดออก หญิงสาวโถมตัวกอดชายหนุ่มแน่น เธอร้องไห้เหมือนเด็กน้อยเจอที่พึ่งพลางกระซิบเสียงอู้อี้ข้างหูชายหนุ่ม


“พายจะเชื่อพี่ริว” เธอกล่าวซ้ำไปมาเหมือนย้ำเตือนให้ตัวเองเชื่อพร้อมน้ำตาที่ไหลอาบจากความเจ็บช้ำ


เธอรักเขามาก.... รักมากจนเกินไป.... รักมากจนยอมเชื่อและทำทุกอย่างเพื่อเขา.... ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร เธอก็จะรักเขาเพียงผู้เดียว....


พรรณพรายหลับไปแล้ว... ตรีศูลยืนสูบบุหรี่อยู่ที่ระเบียงกว้างอย่างหนักใจ ดวงตาคมมองมือขวาของตัวเองที่เต็มไปด้วยรอยข่วนก่อนจะใช้มือซ้ายเสยผมอย่างเคยชิน เขาหันกลับไปมองร่างบางบนเตียงกว้างที่นอนขดตัวพร้อมน้ำตาไหลซึมด้วยหัวใจที่หนักอึ้งแล้วจึงหยิบมือถือขึ้นกดโทรออก


“คุณทำงานประสาอะไร!” เขากระแทกเสียงทันทีที่มีคนรับสาย “ทำไมถึงปล่อยให้เกิดเรื่อง... ยังจะถามอีก! ผมจ้างคุณตั้งแพง แต่คุณกลับไม่ทำตามข้อตกลง... ขอโทษงั้นเหรอ!! ขอโทษตอนนี้มันสายไปแล้ว... หึ! อย่าให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกเข้าใจมั้ย เพราะหากมีครั้งต่อไป คุณคงต้องใช้ชีวิตคุณชดใช้ความผิดแทนคำขอโทษพล่อยๆงี่เง่านี่!! อย่าลืมสิ่งที่คุณพูดวันนี้ด้วยนะครับ”


มือหนากดตัดสายอย่างเดือดดาล บุหรี่ถูกโยนใส่ชามกระเบื้องบนโต๊ะกลมก่อนเขาจะทิ้งตัวนั่งลงด้วยสีหน้าครุ่นคิด เรียวปากของเขาเหยียดเป็นเส้นตรงแล้วจึงลอดเสียงผ่านไรฟัน “แล้วเราจะได้เห็นดีกัน”

 

 

ดารุณีก้าวเข้าบริษัทตอนเช้าตรู่ ใบหน้าของหญิงสาวเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า รองเท้าส้นเตี้ยก้าวไปตามพื้นพรมอย่างมั่นคงแต่กลับรวดเร็ว เธอกดลิฟท์อย่างร้อนใจก่อนจะรีบขึ้นไปยังห้องทำงานของเธอ และเพียงประตูลิฟท์เปิดเธอก็ต้องเจอกับภาพที่คาดการณ์เอาไว้


“คุณดา! แย่แล้วค่ะ” นภาภรก้าวเข้ามาประชิดเธอเป็นคนแรกท่ามกลางผู้คนที่เดินกันให้วุ่น “ข้อมูลของเราหายไปหมดเลย!!


ดารุณีคุมเสียงให้นิ่ง “ของทั้งบริษัทหรือเฉพาะของแผนกเราคะ พี่กี้”


“เฉพาะแผนกเราค่ะ” นภาภรมองคนที่ลอบถอนหายใจอย่างงุนงง “ทำไมคุณดาโล่งใจล่ะค่ะ นี่มันเรื่องใหญ่นะคะ”


“หายบางส่วนก็ย่อมดีกว่าหายทุกส่วนค่ะ” เธอเอ่ยตอบ “แล้วตอนนี้กู้ข้อมูลไม่ได้เลยหรือคะ?”


“แผนกเทคนิกกำลังช่วยกันดูอยู่ค่ะ”


“งั้นเรายังมีความหวังค่ะ” ดารุณียิ้ม “ดาขอเข้าไปคุยกับฝ่ายเทคนิกก่อนนะคะ พี่กี้ไม่ต้องกังวล”


“แต่คุณดาค่ะ อีกประมาณสิบนาที ผู้บริหารจะเรียกสอบเราทุกคนนะคะ พี่ว่าคุณดาเตรียมตัวก่อนดีกว่า จะได้ตอบ...”


“ดาเองก็เป็นหนึ่งในบอร์ดบริหาร” ดารุณีแทรก “คงมีคนโง่เท่านั้นแหละค่ะที่จะโจรกรรมข้อมูลของบริษัทตัวเองไปขาย... ดาขอตัวก่อนนะคะ พี่กี้” สิ้นคำร่างบางก็เดินลิ่วเข้าห้องไปทันที ทิ้งไว้เพียงนภาภรที่เดินไปเดินมาไม่หยุด


“โธ่! คุณดาคงลืมไปว่าพี่ไม่ใช่บอร์ดบริหารนี่คะ!! ยัยกี้เอ้ยยยยยย งานนี้ถูกเพ่งเล็งแน่ๆ”


โชคดีที่ดารุณีแปลงเอกสารสำคัญทุกฉบับเป็นไฟล์ลับ ทำให้โจรที่โจรกรรมข้อมูลได้ไปเพียงตัวเลขแต่ไม่มีตัวอักษรกำกับ หญิงสาวมองบอร์ดบริหารชั้นผู้ใหญ่ หรือก็คือเพื่อนของบิดาด้วยสายตาหงุดหงิด “พวกน้าสงสัยดาหรือคะ?”


“ไม่เลย” ชายชราอายุ 60 เอ่ยอย่างร้อนรน “แต่มันเป็นระเบียบที่ต้องสอบหากมีเหตุการณ์เข้าข่ายทุจริต”


“ดาเหมือนผู้ต้องสงสัยหรือคะ?” ดวงตาคมจ้องเขม็งจนเหล่าเพื่อนบิดาต้องหลบสายตา คนหัวล้านพูดเสียงเบา “น้าไม่ได้สงสัย...”


“งั้นทำไมน้าเรียกสอบสวนแค่ดากับพี่กี้เลขาฯของดาแค่สองคนล่ะคะ?”


“คือมีคนแจ้งว่าดาน่าสงสัย...”


“พวกน้าก็เชื่อและคิดว่าดาอยากทำลายบริษัทที่คุณพ่อช่วยสร้างขึ้นมาอย่างงั้นหรือคะ?” สิ้นคำถาม ความเงียบก็เข้ามาแทนที่ หญิงสาวยืนขึ้นเต็มความสูง เธอไหว้เหล่ากรรมการอาวุโสก่อนเอ่ยเสียงที่อ่อนลง


“ดาต้องขอโทษด้วยที่เสียงมารยาท แต่การกระทำแบบนี้มันกระทบต่อภาพลักษณ์และชื่อเสียงของดาและพี่กี้ หากพวกน้าไม่สามารถตอบคำถามดาได้ ดาคงต้องขอให้พวกน้าชี้แจงในเอกสารพร้อมขอโทษดากับพี่กี้อย่างเป็นทางการให้ทุกคนเข้าใจตรงกันด้วยนะคะ” หญิงสาวเลื่อนเก้าอี้เก็บก่อนจะเอ่ยอย่างสุภาพ “ดาขอตัวก่อนค่ะ ยังต้องจัดการเอกสารอีกมาก”


ดารุณีทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ เธอยกน้ำผลไม้ขึ้นจิบก่อนจะนวดศีรษะให้หายตึงหลังจากต้องไล่ตรวจไฟล์เอกสารลับว่ามีข้อมูลที่อาจถูกลักลอบหรือถูกเปิดใช้งานหรือไม่ เพราะหากมีจริงเครื่องคอมพ์จะแสดงเวลาเปิดใช้งานล่าสุดเป็นช่วงที่เกิดเหตุโจรกรรม แต่เมื่อตรวจเช็คแล้วทุกไฟล์ยังปลอดภัยดี ดารุณีจึงได้พักสายตาจากทำงานติดต่อมานาน มือบางกุมหน้าท้องอย่างเคยชิน “ตาหนูของแม่คงหิวแล้ว แม่ขอโทษนะครับที่ยังไม่ได้ทานอะไร”


ดารุณีเก็บของเข้าที่ เวลานี้พระอาทิตย์ตกดินไปนานแล้ว นภาภรเพิ่งกลับไปเมื่อครู่หลังจากช่วยเธอตรวจสอบข้อมูลอีกแรง ส่วนชายหนุ่มกรรมการผู้จัดการคนใหม่นั้นมีตารางไปประชุมกับลูกค้าที่สมุทรปราการตั้งแต่เช้าจึงไม่ได้รับรู้เรื่องที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด ขณะที่ร่างบางกำลังก้มหยิบของ เสียงของประตูที่ดังขึ้นทำเอาเธออุทานอย่างตกใจ


“อุ้ย! พี่กี้ลืมของอีกแล้วเหรอคะ เปิดเบาๆ....”


เพี๊ยะ!!


ข้างแก้มของเธอชาไปทั้งหน้าด้วยฝ่ามือของคนที่ได้ชื่อว่าสามี!


“คุณตรีศูล...”


“หึ! คิดเหรอว่าผมจะหาคุณไม่เจอ” ชายหนุ่มดูโกรธเกรี้ยวอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน “กล้ามากที่ทำกับผมและพายแบบนี้”


“คุณพูดเรื่องบ้าอะไรกัน!?” ดารุณีถามเสียงหลง “กินยาไม่เขย่าขวดมาหรือไง!!


“อย่ามาทำเป็นไขสือ ผมรู้ความเลวของคุณหมดแล้ว คุณกล้ามากที่ทำกับผมแบบนี้!


ดารุณีของขึ้น ร่างที่เหนื่อยจนแทบยืนไม่ไหวยืดหลังตรงพลางมองเขากลับอย่างถือดี “เข้ามาพูดฉอดๆในที่ทำงานคนอื่นแล้วด่าด้วยถ้อยคำหยาบคายโดยไม่มีมูล ฉันว่าคุณคงสติไม่สมประกอบ”


“คนของผมสืบมาแล้วว่าเป็นฝีมือของคุณ!!


ดารุณีงุนงงไม่เข้าใจ แต่ถึงกระนั้นเธอก็จะไม่ยอมเป็นฝ่ายถูกกระทำเพียงฝ่ายเดียว “ฉันอยู่ที่นี่ตลอดเวลาค่ะ ฉันไม่ได้ทำเรื่องชั่วอะไรทั้งนั้น มีแต่คุณนั่นแหละ สามีดีๆที่ไหนเขาตบภรรยาในที่ทำงานกันคะ?”


“อย่ามาเรียกผมว่าสามี!! ผมไม่ได้อยากมีภรรยานิสัยทรามแบบคุณ” คำพูดร้ายบาดลึกลงในใจหญิงสาวได้เสมอ “คุณมันเลวกว่าที่ผมคิดไว้มาก ดารุณี!!


“คุณเองก็เลวไม่แพ้กันหรอกค่ะ” เธอสวนกลับเดินกรีดกรายเข้าหาเขาพลางกระตุกรอยยิ้ม “เขาว่ากันว่าคนเลวมักดึงดูดคนเลวด้วยกัน”


“ผมจะหย่า!” ตรีศูลประกาศกร้าว “และไม่ว่าคุณจะยอมหรือไม่ ผมก็จะลากคุณเข้าเขตไปเซ็นหย่าให้ได้!!


“เสียใจด้วยค่ะคุณสามี!! ต่อให้ต้องเจ็บตัวอีก ดิชั้นก็จะไม่ยอมหย่าเป็นอันขาด” มือบางกุมหน้าท้องตัวเองอีกครั้ง ลูกของเธอจะต้องมีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบเท่านั้น ชายหนุ่มร่างสูงมองเธออย่างเกลียดชัง “ดี!! งั้นผมจะทำให้คุณเกลียดผมจนเป็นคนอยากกำจัดชื่อของผมออกจากทะเบียนสมรสของคุณเอง!


ว่าแล้วเขาก็กระชากร่างบางแล้วลากไปยังห้องน้ำชายทันที เขาผลักเธอเข้าไปแล้วล็อกประตูก่อนจะตะคอกใส่ใบหน้าของเธอ “หญิงเลวต้องคู่กับชายเลว ดูสิว่าคุณจะทนผมได้สักกี่น้ำ!


“กรี๊ดดดดดดดดดดด ช่วยด้วย!!

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

31 ความคิดเห็น

  1. #29 Sukanya Paileeklee (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 22:00
    คุณหญิง(ตัวจริง)ต้องเป็นลูกหม่อมเจ้าไม่ใช่หม่อมหลวง
    #29
    0
  2. #17 SamanthaArlan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2558 / 21:28
    เอะอ่ะก็ตบอย่างเดียวเลยอ่ะ
    #17
    0