ร้าย - จบบริบูรณ์ -

ตอนที่ 5 : บทที่ 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 376
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    12 ก.ค. 58



บทที่ 4


 “คุณดารุณีค่ะ!! วันนี้มีทั้งข่าวดีและข่าวร้ายค่ะ!!!” เสียงตื่นเต้นของนภาภรทำเอาเจ้าของชื่อถึงกับเลิกคิ้วสูง “อะไรกันคะพี่กี้? หรือว่า! พี่กี้ท้องแล้วหรือคะ?!


“คุณดา!!” มืออวบฟาดเบาๆที่แขนบางพร้อมถลึงตาใส่ “หาว่าพี่อ้วนยังดีซะกว่า” ดารุณีหัวเราะมองคนที่ยังคงสถานะ นางสาวตรงหน้าแบบยิ้มๆก่อนจะเข้าประจบ “โอ๋ๆ หยอกเล่นค่ะ ว่าแต่มีอะไรน่าตื่นเต้นกันคะ?”


“โอ้ย! เกือบลืม พี่จะบอกว่ามีข่าวดีกับข่าวร้ายค่ะ ข่าวดี คือ...” หญิงสาวที่กำลังตั้งใจฟังเป็นอันร้องแทรกเบาๆเมื่อมือของใครบางคนปิดตาทั้งสองข้างของเธอไว้ หญิงสาวหมุนตัวเลิกลั่กพลางร้องเสียงหลง “ใครน่ะ! อย่าแกล้งดาสิคะ เดี๋ยวเครื่องสำอางค์ดาจะเปื้อนใส่มือคุณนะคะ!!


เจ้าของมือเป็นอันหลุดหัวเราะเสียงดังก่อนจะยอมลามือจากดวงตาคู่คม “ตกลงห่วงสวยมากกว่าว่างั้น?”


“คุณจิณณ์!


“เซอร์ไพรส์ครับ คนสวย” ดารุณีมองคนตรงหน้าอย่างตกใจ หญิงสาวกระพริบตาถี่ๆใส่ชายหนุ่มที่ควรจะนั่งอยู่บนตึกระฟ้าในห้องออฟฟิศหรูใจกลางเมืองหลวงประเทศสิงคโปร์ ทำเอาคนหน้าหวานแบบหนุ่มเกาหลีเป็นต้องยิ้มกว้าง “ฮ่ะฮ่าฮ่า ดานี่เหมือนเดิมเสมอเลยนะครับ”


“คุณจิณณ์มาได้ยังไงกันคะ? ดาได้ยินว่าที่นั่นกำลังงานยุ่...”


“บริษัทส่งพี่กลับมาประจำที่เดิมน่ะครับ” ชายหนุ่มเอ่ยแทรกทำเอาคนฟังเป็นอันอ้าปากค้าง “หา? คุณจิณณ์จะกลับมาเป็นบอสของดาหรือคะ?!


“ตกใจอะไรหนักหนาครับ ตัวเล็ก” มือหนาลูบผมสีน้ำตาลไหม้อย่างเบามือ ดวงตาเรียวมองเธอด้วยสายตาอ่อนโยนพลางเอ่ยเสียงทุ้มนุ่ม “พี่กลับมาแล้วครับ”


เธอยอมรับ หากเป็นเธอคนก่อน หากชายคนตรงหน้ายังเป็นคู่รักของเธอ หากเขาและเธอยังรักกัน เธอคงใจเต้นแรงเหมือนเมื่อครั้งวันวานเป็นแน่ ทว่าครานี้เมื่อรักสิ้นเยื่อไย เธอกลับเกิดความรู้สึกดีอีกแบบ รู้สึกดีที่เห็นเขาอีกครั้ง เหมือนได้เจอพี่ชายที่หายไปนาน เรียวปากบางส่งยิ้มให้ เป็นรอยยิ้มจริงใจที่หาได้ยาก


“ยินดีต้อนรับกลับค่ะ คุณจิณณ์”

 

 

ในขณะที่เจ้านายคนใหม่กำลังเดินไปทำความรู้จักทีมงานของเขา ดารุณีกลับต้องมานั่งในออฟฟิศที่ตอนนี้มีโต๊ะทำงานชุดใหญ่เพิ่มขึ้นมาอีกชุดพลางก้มหน้าก้มตาตรวจเช็คเลขเอกสารต่างๆอย่างละเหี่ยใจทันทีที่ทราบจากนภาภรว่า ข่าวร้าย ของเธอคืออะไร


เวลาล่วงไปถึงบ่ายสองโมงกว่า ชายหนุ่มจึงสามารถปลีกตัวออกจากกลุ่มผู้บริหารที่พากันออกมาต้อนรับแล้วกลับมายังห้องทำงานของตน จิณณ์ยืนขยับเสื้อสูทสีดำให้เข้าที่ก่อนจะผลักประตูเข้าไปในห้องทำงาน คิ้วเรียวเลิกขึ้นขณะสบตากับเลขาฯร่างอวบที่กำลังส่งสัญญาณให้เขาเบาเสียง มืออวบชี้ไปยังหญิงสาวที่ฟุบหลับอยู่กับโต๊ะก่อนเธอจะรวบเอกสารแล้วขยับออกจากห้องไป ร่างสูงทำตามที่นภาภรแนะ เขาค่อยๆย่องเขาไปเงียบๆ ทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ตัวใหม่และทอดมองหญิงสาวที่กำลังแอบหลับ


จิณณ์ขยับยิ้มมองหญิงสาวที่แว่นเบี้ยวไปเกินครึ่ง เรียวปากเล็กเผยอออก ซ้ำยังส่งเสียงงึมงำเบาๆ ทำเอาชายหนุ่มอดส่งเสียงบ่นไม่ได้ “หลับเก่งเหมือนเดิมเลยนะ ตัวเล็ก”


คุณหญิงดารุณีเป็นแบบนี้เสมอ ถึงแม้เธอจะมียศฐาบรรดาศักดิ์สูงจนถูกหลายคนตีตราว่าเธอหยิ่งยโส แต่แท้จริงแล้ว หากให้เวลากับเธอ เรียนรู้และรู้จักเธอให้เสียนิด เขาเชื่อเลยว่าไม่มีใครหรอกที่จะไม่หลงติดกับดักของหญิงสาวตาคมผู้นี้ ซึ่งเวลานอนหลับคือเวลาที่เธอสะท้อนความเป็นตัวตนของเธอได้ดีที่สุดว่าเธอนั้นเป็นเพียงหญิงสาวธรรมดาคนหนึ่ง... จิณณ์ขยับร่างสูงเดินเข้าหาหญิงสาวอย่างไม่รู้ตัว เขาย่อตัวลงต่ำ เท้าแขนพิงโต๊ะฝั่งตรงข้ามกับหญิงสาวพลางกระซิบเบา


“ดา... พี่ขอโทษ...”


ดวงตาสอดรู้ของนภาภรที่แอบส่องอยู่บนบานกระจกสั่นระริกอย่างตื่นเต้น ใครๆต่างก็รู้ว่าความสัมพันธ์ของคุณจิณณ์ จันทราวรนินทร์ กับคุณหญิงดารุณี วัฒนาราชกรกุล นั้นเคยเป็นอย่างไร ทั้งคู่คบกันมานาน บ้างก็มีข่าวลือว่าทั้งคู่เป็นคู่หมั้นคู่หมายกันตั้งแต่เด็ก บ้างก็บอกว่าหนุ่มสาวคบกันตอนสมัยเรียนอยู่ที่เมืองนอก บ้างก็ว่าชายหนุ่มตามจีบหญิงสาวตั้งแต่เธอเข้ามารับตำแหน่งแทนบิดา บ้างก็เอ่ยถึงหลักฐานรูปถ่ายของหนุ่มสาวที่แอบบินไปเที่ยวกันสองต่อสองที่ญี่ปุ่น แต่ทว่าความจริงกลับไม่มีใครรู้เลยว่าเหตุใดคู่รักในตำนานผู้เหมาะสมราวกับกิ่งทองใบหยกถึงได้เลิกราต่อกัน


อาจเป็นบาปมาก แต่นภาภรอดภาวนาให้หญิงสาวกลับมารักชายหนุ่มผู้แสนดีคนนี้เสียไม่ได้ แต่แล้วเธอก็เป็นอันต้องถอนหายใจเมื่อชายหนุ่มที่เมื่อครู่ตั้งท่าจะจู่โจมกลับเพียงยันตัวขึ้นแล้วเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


นภาภรได้แต่เดินกลับไปที่โต๊ะพร้อมบ่นเสียงเบา “ทำไมถึงได้เลิกกันนะ...”

 

 

“ปิดกอง!! วันนี้ทุกคนเก่งมากครับ พักผ่อนกันให้เต็มที่เลย”


เสียงเฮลั่นดังขึ้นทันทีหลังผู้กำกับวัยทองประกาศสิ้นสุดการถ่ายทำ ละครเรื่องนี้ค่อนข้างลำบากมากทีเดียวเพราะเป็นละครพีเรียตที่ต้องเดินทางไปมาระหว่างอยุธยาและกรุงเทพฯเป็นเวลาติดต่อกันเกือบ 2 เดือนเต็ม ใบหน้าอ่อนล้าของพรรณพรายถูกเก็บมิดชิดเมื่อผู้จัดการสาวเดินเข้ามาเอ่ยชม พรรณพรายยิ้มภูมิใจกับฐานะ นางรอง ครั้งแรกในชีวิต การถ่ายทำละครครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้สื่อมวลชนได้รู้จักและเล็งเห็นถึงความสามารถของคนที่เคยรับบทเป็นแค่ตัวประกอบอย่างเธอ


“วันนี้น้องพายเก่งมาก ฉากสุดท้ายนี่ทำเอาน้ำตาเจ๊เกือบไหล” ช่างแต่งหน้าใจหญิงที่เธอมักซื้อขนมมาฝากขยับร่างใหญ่ยักษ์เข้ามาใกล้พลางแสดงความยินดี “คราวนี้น้องพายคนงามของเจ๊จะต้องดังคับสื่อแน่นอน เจ๊คอมเฟิร์มเลยค่า”


“ขอบคุณนะคะ เจ๊ซูซี่” พรรณพรายยิ้มตาหยีให้สมสูตร “ถ้าไม่ใช่ช่างระดับเทพอย่างเจ๊ พายคงไม่มาถึงจุดนี้”


“ว๊ายยยยยย! ถ่อมตัว! เจ๊ไม่เข้าใจ ทำไมต้นสังกัดมองข้ามเพชรแบบน้องพายของเจ๊ไปได้นานสองนาน ชิ๊ มางานนี้รู้ซึ้งเลยไหมล่ะ!!


“เจ๊ก็พูดเกินจริง ใครพงใครเพชรกันค่ะ พายต้องพัฒนาอีกมาก”


“โอ๊ยยยยยยยยย เอาใจเจ๊ไปเลยค่า น้องพาย”


พรรณพรายยิ้มขำในใจกับคนตรงหน้าที่หลอกง่ายจนซื่อ หญิงสาวขยับร่างเล็กกล่าวขอตัวและเดินไปเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย แต่ก่อนที่จะได้เข้าตู้คอนเทนเนอร์ของสตาฟ ร่างของชายคนหนึ่งกลับเข้ามาขวางหน้า


“วันนี้พายแสดงได้สุดยอดมากๆเลยครับ แถมสวยมากด้วย”


หญิงสาวยกมือขึ้นปิดหน้าอกทันทีเพราะชุดไทยที่สวมอยู่นั้นมีเพียงสไบผืนบางที่พาดปิดไหล่นวล ผ้าซินที่เกาะอกอิ่มเริ่มหลวมเนื่องจากถ่ายทำตลอดหลายชั่วโมง พรรณพรายเหลือบดวงตาหวานโตถลึงใส่ “ขอบคุณค่ะ พี่กั้ง แต่พายขอตัวก่อน”


“น้องพายจะไม่สนใจข้อเสนอของพี่เลยหรือจ๊ะ?” พรรณพรายซ่อนสีหน้าสะอิดสะเอียน มองผู้ช่วยผู้กำกับมาดเซอร์ผอมแห้งแว่นหนาก่อนจะรีบหลบสายตาด้วยกลัวว่าจะเผลอแสดงท่าทีรังเกียจออกไป เธอขยับตัวอีกครั้ง “พายมีแฟนแล้วค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ”


ผู้ช่วยผู้กำกับหนุ่มเหมือนจะไม่เลิกราแต่เป็นโชคดีของพรรณพรายที่มีสตาฟมาเรียกเขาไว้เสียก่อน ร่างเล็กเลยรีบมุดเข้าห้องแต่งตัวพร้อมลงกลอนประตูแน่นหนา หญิงสาวเดินหัวเสียพร้อมบ่นพึมพำ “ถ้าไม่เห็นว่าเป็นผู้ช่วยผู้กำกับ แม่จะตบให้หน้าหันเลยคอยดู!!


มือเล็กคว้าโทรศัพท์ขึ้นมอง ก่อนคนอารมณ์เสียจะเปลี่ยนเป็นอารมณ์ดีขึ้นมาทันที เธอมองนาฬิกาเล็กน้อยแล้วจึงรีบกดโทรออกเบอร์ที่ไม่ได้รับสายล่าสุด เพียงไม่นานเสียงทุ้มก็เอ่ยรับ


“เพิ่งเลิกกองหรือครับพาย? วันนี้ถ่ายละครเป็นไงบ้าง?”


“วันนี้ละครปิดกองแล้วค่ะ พายถูกชมด้วย” หญิงสาวกำลังยิ้มอย่างเป็นสุข “พี่ริวต้องพาพายไปฉลองด้วยนะคะ”


“เก่งมากครับ คนเก่งของพี่”


“ตอนนี้พี่ริวทำอะไรอยู่คะ?”


“กำลังเก็บของเตรียมกลับบ้านครับ วันนี้พายจะเข้ากรุงเทพฯมั้ยครับ?”


“เข้าค่ะ พายอยากเจอพี่ริว แต่คงไปถึงตอนดึกๆเลย อาจจะเกือบเที่ยงคืนอ่ะค่ะ”


“พี่ว่าพายนอนที่อยุธยาอีกคืนดีกว่ามั้ย? กลับตอนกลางคืนมันอันตราย เดี๋ยวพี่จะโทรไปฝากคุณนีลดูแล”


“ไม่เอาอ่ะ พายอยากเจอพี่ริว คิดถึงจะแย่อยู่แล้ว” เสียงหวานออดอ้อนดังขัด อาจเพราะครั้งสุดท้ายตอนก่อนออกจากกรุงเทพฯเธอมัวแต่อารมณ์เสียเรื่องที่เกิดขึ้นที่โรงพยาบาลจนทำให้เธอยังไม่ได้พลอดรักกับชายหนุ่ม ความคิดถึงในตอนนี้จึงแทบล้นออกมา


“พี่เองก็คิดถึง...” เสียงแผ่วๆแต่ทำให้หญิงสาวรู้สึกดีเป็นที่สุด


“งั้นเดี๋ยวพายจะโทรหาใหม่ ไว้เจอกันนะคะพี่ริว จุ๊บๆ”


“เดินทางปลอดภัยครับ แล้วเจอกันครับ”


ติ๊ด


สัญญาณตัดไปแต่หัวใจหญิงสาวยังคงพองโต พรรณพรายฮัมเพลงเบาๆขณะเก็บข้าวของและก่อนที่เธอจะถอดชุดไทยออก มือถือเครื่องบางกลับสั่นขึ้นเบาๆ พรรณพรายหยิบขึ้นมองพลางขมวดคิ้วก่อนจะรีบวางมือถือลงเมื่อได้ยินเสียงผู้จัดการเคาะประตูเรียก


“แป๊ปนึงค่ะพี่นีล พายขอสิบนาทีค่ะ”


มือถือเครื่องบางถูกวางลงพร้อมกับข้อความที่ยังไม่ได้เปิดอ่านจากเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย หลังเปลี่ยนชุดเสร็จ หญิงสาวรีบโยนมือถือเข้าไปในกระเป๋าแอร์เมสสีหวานที่ตรีศูลซื้อให้ก่อนจะก้าวออกจากตู้คอนเทนเนอร์เพื่อกลับโรงแรมไปเก็บของเตรียมกลับกรุงเทพฯ โดยลืมที่จะเปิดเช็คข้อความที่เพิ่งส่งมา...

 

 

เปลือกตาของดารุณีค่อยๆขยับก่อนจะเปิดขึ้นช้าๆ ร่างเล็กบิดขี้เกียจไปมาแล้วจึงสะดุ้งตื่นเต็มตาเมื่อแสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องเข้ามาทั่วห้อง หญิงสาวมองนาฬิกาข้อมือที่บอกเวลา 16.30 น. พลางตีหน้าผากตัวเองอย่างลงโทษ เธอจับทรงผมและแว่นให้เข้าที่ มือบางเตรียมโทรออกไปตัดพ้อเลขาฯหน้าห้องที่ไม่เตือนเวลาแต่ก็ต้องชะงักไปเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะด้านซ้ายมือของหล่อน


“คุณจิณณ์!” ใช่! เธอลืมไปเลยว่าเขาต้องย้ายเข้ามาทำงานห้องเดียวกับเธอ


“หลับสบายมั้ยครับ ตัวเล็ก”


“ทำไมไม่ปลุกตาล่ะค่ะคุณจิณณ์...” ดารุณีพูดเสียงอ่อย มือบางรีบหาเอกสารที่นภาภรอาจจะทิ้งไว้ตอนเธองีบหลับ หนุ่มหน้าเกาหลีเห็นคนบ้างานร้อนรนก็ได้แต่กลั้นยิ้มและเอ่ยบอก “งานวันนี้มีแค่ของที่ดาทำเสร็จไปแล้ว พี่เป็นคนห้ามคุณกี้ไม่ให้ปลุกเองครับ”  


“เอ่อ... ดาขอโทษนะคะคุณจิณณ์”


“ทำไมไม่เรียกพี่ล่ะครับ?”


“คะ?” ดารุณีส่งเสียงสูง มองคนที่รวมเอกสารเข้าแฟ้มอย่างสงสัย “เอ่อ... เมื่อกี้ว่าไงนะคะ คุณจิณณ์”


“ทำไมไม่เรียกพี่จิณณ์เหมือนเมื่อก่อนล่ะครับ?”


ดารุณีหลบดวงตาที่จ้องมายังตน หญิงสาวยืดหลังขึ้นแสร้งขยับเม้าส์เพื่อตรวจดูอีเมลพลางเอ่ย “ก็เพราะดิชั้นเป็นลูกน้องในทีมของ MD[1] คุณจิณณ์ไงคะ การใช้คำเรียกว่า พี่จึงไม่เหมาะสม”


งั้นหลังเลิกงานล่ะ เรียกพี่ว่า พี่จิณณ์ ได้มั้ย?”


“ไม่ได้เช่นกันค่ะ ไม่เหมาะสมเหมือนกัน”


“แล้วเหมือนไหร่ถึงจะเหมาะสม?”


ดารุณีชะงักเม้าส์ไป เธอหลับตาอย่างอดกลั้น “ก็ต่อเมื่อ... เราไม่ได้ทำงานอยู่บริษัทเดียวกันค่ะ”


“ดื้อไม่เปลี่ยนเลย”


“อย่ากล่าวหากันสิคะ คุณจิณณ์” ดารุณีกดปิดเครื่องคอมพ์ เธอเดินไปหยิบกระดาษที่เพิ่งสั่งปริ้นปลายตาดูเล็กๆแล้วจึงเก็บเข้าแฟ้ม “วันนี้ดิชั้นขอตัวกลับก่อนนะคะ คุณจิณณ์”


ชายหนุ่มหน้าหวานส่งสายตาอ่านยากให้เธอต้องหลบสายตาลงต่ำอีกครั้ง “ในฐานะหัวหน้า ผมขอสั่งให้คุณแทนตัวเองว่า ดาเหมือนที่คุณแทนตัวเองตอนอยู่กับคุณกี้ เอ... คำขอนี้ เหมาะสม มั้ยครับ?”


ดารุณีย่นจมูกใส่ชายหนุ่ม “สั่งมาขนาดนี้ คงต้องเหมาะสมแล้วล่ะค่ะ”


คำตอบเรียกเสียงทุ้มให้หัวเราะดังลั่นห้อง หญิงสาวหมั่นไส้คนตรงหน้าเป็นที่สุด แต่ด้วยเพราะเธอทานไปแค่ขนมและของว่างเล็กน้อย ตอนนี้ตาหนูกำลังประท้วงหนัก เธอจึงรีบเอ่ยขอตัวเพื่อไปหามื้อเย็นทาน จิณณ์โบกมือเหมือนอำลาแล้วหันไปอ่านอีเมลโดยไม่สนใจเธออีก แต่เพียงคล้อยหลังดารุณีเพียงไม่นาน ชายหนุ่มก็ละสายตาไปจับจ้องที่บานประตูเล็กน้อยก่อนจะขยับลุกยืนเต็มความสูง


“ไม่เหมาะสมงั้นหรือ...”

 

 

“ลงมาช้า”


“พี่ภู?!” วันนี้เอฟซีมาดเข้มยังคงเหนียวแน่นไม่ไปไหน “ดาออกจากโรงพยาบาลแล้ว ดาสบายดี พี่ภูไม่เห็นต้องลำบากมา...”


side effect เกิดขึ้นได้เสมอครับ” ภูบดินทร์ยังคงความตื่นตูมได้อย่างดีเยี่ยม “อีกอย่างวันนี้มีคนอยากเจอเป็นพิเศษ เขารอน้องดาอยู่ในรถแล้วครับ”


“หืม ใครกันคะ?” ดารุณีเอ่ยถามพลางเดินตามอย่างว่าง่ายด้วยความอยากรู้ก่อนรองเท้าส้นเตี้ยจะชะงัก “อ๊ะ แล้วรถดาจะทำยังไงคะ?”


“จอดไว้นี่แหละครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่มาส่งเอง” มือหนาอบอุ่นเคลื่อนไปกุมข้อมือของเธอทันที “มาๆ รถจอดอยู่หน้าประตูใกล้ถึงแล้ว”


“อะไรของพี่ภูกันคะ? หรือว่า! พี่ภูจะเปิดตัวแฟนให้ดารู้จักใช่มั้ย?” เสียงหวานเอ่ยล้อ “หวายๆ ใช่แน่เลย”


ชายหนุ่มส่ายหัวหันไปพูดกับคนตัวเล็ก “คนนี้เป็นยิ่งกว่าแฟนอีก”


“อ้าว!! แล้วทำไมไม่บอก ไม่แนะกันหน่อยเลยล่ะคะ แห๊ม... มาดูแลเทคแคร์ดาตั้งหลายวันป่านนี้เขาคงน้อยใจแย่เลยเหรอ แล้วแบบนี้ดาจะถูกเขาต่อว่ามั้ยคะ?” น้ำเสียงดูตื่นเต้นของหญิงสาวกลับทำให้ชายหนุ่มเจ็บลึกอย่างบอกไม่ถูก ภูบดินทร์เพียงยิ้มแล้วพาหญิงสาวมาที่รถสีดำคันหรูพลางเอ่ยเสียงเข้ม “น้อยใจมาก แต่ไม่ได้น้อยใจพี่หรอกนะ”


“คะ?”


มือหนาเพียงเปิดประตูรถเพื่อตอบคำถาม ซึ่งคนตรงหน้าทำให้หญิงสาวอดที่จะอ้าปากค้างก่อนจะเปลี่ยนเป็นเผยยิ้มกว้างเสียไม่ได้ เสียงหวานใสดังอย่างตกใจระคนตื่นเต้นไปทั่วโถงอาคาร


“ท่านอา!!


“ว่าไงจ๊ะ หนูดาลูกแม่...”

 

 

 

 

 

 

 

 

 



[1] MD = Managing Director หมายถึง กรรมการผู้จัดการ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

31 ความคิดเห็น