คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เรื่องจริงทะลุโลก (Extension)

ตอนที่ 866 : 10 ฆาตกรคู่ปรับแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ ที่มีฉายา “ริปเปอร์” เหมือนกัน


     อัพเดท 17 ม.ค. 61
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: บทความ, ความรู้รอบตัว, สยองขวัญ, น่าขนลุก, แปลก, ลึกลับ, ประวัติศาสตร์, ข้อเท็จจริง, บุคคล, ความเข้าใจผิด, ศาสนา, เทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์, ตำนาน, ความเชื่อ, บันเทิง, ท่องเที่ยว, อาหาร, รายการทีวี, วีดีโอเกม, อาชญากรรม, กฎหมาย, จิปาถะ
ผู้แต่ง : Cammy-เต่านรก ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy-เต่านรก
My.iD: https://my.dek-d.com/cammy
< Review/Vote > Rating : 94% [ 330 mem(s) ]
This month views : 4,462 Overall : 2,737,347
22,170 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7168 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 866 : 10 ฆาตกรคู่ปรับแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ ที่มีฉายา “ริปเปอร์” เหมือนกัน , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2108 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ (Jack the Ripper) อาจเป็นฆาตกรต่อเนื่องในตำนานของอังกฤษ และของโลก ที่สร้างความหวาดกลัวให้แก่ลอนดอนในช่วงครึ่งปีหลังของ .ศ. 1888

แน่นอนว่าฉายา แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ มาจากการเรียกขานของสื่อ ซึ่งมีที่มาจากจดหมายลึกลับที่อ้างว่าเป็นฆาตกรและเรียกชื่อตนเองว่า “แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์” คำว่าริปเปอร์นั้นหมายถึงตัดเฉือนซึ่งอธิบายการก่อคดีของฆาตกรต่อเนื่องรายนี้ได้เป็นอย่างดี ส่วนคำว่าแจ๊คเป็นชื่อเล่นที่มักเรียกกันในอังกฤษ

หลังจากนั้นเป็นต้นว่า คำว่า “ริปเปอร์” ได้กลายเป็นคำสุดฮิตที่ใช้เรียกขานฆาตกรต่อเนื่องรายอื่นๆ หลังจากที่หมดยุคของแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ ก็มีฆาตกรมากมายที่ถูกเรียกขานฉายาด้วยริปเปอร์ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความโหดเหี้ยมของฆาตกร การก่อคดีที่น่าสะพรึงเทียบเท่าแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ หรือมากกว่าด้วยซ้ำ

และต่อไปนี่คือ 10 ฆาตกรคู่ปรับแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ ที่มีฉายา “ริปเปอร์” เหมือนกัน


10. อิปซิแลนที  ริปเปอร์ (Ypsilanti Ripper)

ก่อนที่เท็ด บัดดี้ (Ted Bundy) จะก่อคดีฆาตกรรมต่อเนื่องในทศวรรษที่ 1970 หนุ่มจอห์น นอร์แมน คอลลินส์ (John Norman Collins) ได้ก่อคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง ในช่วงปลายทศวรรษที่ 1960 ในเมือง Ypsilanti, มิชิแกน ซึ่งเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัย มิชิแกน ตะวันออก  (Eastern Michigan University) เหยื่ออายุระหว่าง 13 ถึง 21 ปี จำนวน 7 คน (หรือมากกว่านั้น)  ถู ลักพาตัว ข่มขืน ถูกฆ่า ด้วยการแทงหรือรัดคอ และมีการทำลายศพ

เหยื่อรายแรกคือมารีย์ ฟอร์เซอร์ ( Mary Fleszar ) วัย 19 ปี ศพถูกศพในสภาพเกือบเน้าปลือย เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 1967 เธอถูกแทงประมาณ 30 ครั้งที่หน้าอกและหน้าท้องด้วยมีดหรือวัตถุมีคมอื่น ๆ เท้าและนิ้วของเธอถูกตัดออก จากนั้นก็มีพบศพอีกศพ และศพอื่นๆ ก็ถูกโผล่ออกมา  

เหยื่อทั้งหมดถูกฆ่าอย่างทรมานหฤโหด  ตำรวจล้มเหลวในการสืบคดี เพราะแทบไม่มีหลักฐานตามรอยฆาตกร สิ่งที่รู้มีเพียง เหยื่อส่วนใหญ่ไม่สวมใส่ต่างหู และมีกิ่งไม้ถูกยัดใส่ช่องคลอดของเหยื่อ

เมื่อถึงเดือนกรกฎาคมปี 1969 ประชาชนก็ตื่นตระหนกและเรียกร้องจากหน่วยงานของรัฐและท้องถิ่นตามจับตัวฆาตกร แต่ตำรวจจนปัญญา  จนถึงขั้นขอให้นางแบบจาก J.C Penney พยายามดักจับนักฆ่า ตำรวจคิดว่าฆาตกรจะติดกับดัก แต่ก็ล้มเหลว

เหยื่อคนสุดท้ายอิปซิแลนที  ริปเปอร์ คือ คาเรน ซู เ บยินแมน (Karen Sue Beineman ) ถูกค้นพบในบริเวณที่เป็นป่า แต่ตำรวจไม่ได้เปิดเผยข้อมูลดังกล่าว ต่อสาธารณชน แล้วเอาหุ่นจำลองมาแทนศพ จากนั้นก็ดักรอฆาตกร ด้วยความหวังว่าฆาตกรจะมาที่เกิดเหตุเพื่อมาดูผลงานตนเอง ในที่สุดประมาณเที่ยงคืนวันที่  26 กรกฏาคม ชายหนุ่มคนหนึ่ง เชื่อว่าเป็นฆษตกรได้เข้ามาใกล้หุบเขาในช่วงที่ฝนตก แต่เมื่อเขาค้นพบว่ากับดัก เขาจึงวิ่งหนี แล้วก็หายไป  โดยที่ตำรวจไม่สามารถตามตับได้

ในที่สุดลุงของคอลลินส์ ได้กลับจากการเดินทางนอกเมือง เขาพบเลือดในห้องใต้ดินของเขา และบอกนักสืบ  นำไปสู่การจับกุมชายหนุ่มฆาตกรต่อเนื่อง ในท้ายที่สุดคอลลินส์ถูกตัดสินลงโทษในข้อหาฆาตกรรมและได้รับโทษจำคุกตลอชีวิต

 

9. เกนสวิลล์ ริปเปอร์ (Gainesville Ripper)

ในช่วงปี 1989-1990 ได้เกิดฆาตกรต่อเนื่องขึ้นในเมืองเกนส์วิลล์ ฟลอริดาซึ่งเป็นที่ตั้งของ มหาวิทยาลัยฟลอริดา  มีผู้ตกเป็นเหยื่อ 5 คน (แต่ฆาตกรอ้างว่าฆ่าคน 8 คน) ส่วนมากเป็นนักศึกษาหญิง 5 คน  สร้างความหวาดกลัวให้ประชาชนในพื้นที่ จนพ่อแม่ต้องเปิดไฟทุกดวง และมีการซื้ออุปกรณ์รักษาความปลอดภัยที่ดีที่สุดเพื่อป้องกันลูกรักของพวกเขาสุดชีวิต

มันเริ่มต้นด้วยสองเพื่อนร่วมห้องวิทยาลัย ซอนย่า ลาร์เซน (Sonja Larson) 18 ปี และคริสตินา โพเวล  (Christina Powell) 17 ปีถูกฆ่าในอพาร์ตเมนต์ของตัวเอง ฆาตกรได้บุกเข้ามา แทงลาร์เซนตายก่อน จากนั้นมันก็มัดโพเวลแล้วข่มขืนเธอ แล้วแทงเธอหลายครั้ง หลังจากนั้นก็จัดศพทั้งสองให้สื่อยั่วยุทางเพศ

คืนถัดมา ฆาตกรได้บุกมาฆ่าคริสต้า  ฮอยท์ (Christa Hoyt) เด็กสาววัย 18 ปี ในอพาร์ตเมนต์ของเธอ เขาข่มขืนเธอ แล้วตัดศีรษะและวางมันบนชั้นวางหันหน้าไปทางศพไร้ศีรษะของเธอ  จากนั้นเขาก็ตัดหัวนมของเธอออกและหั่นชิ้นส่วนร่างกายบางส่วนออก เรียกได้ว่าสภาพศพสยดสยองมาก และนั้นจึงเป็นที่มาของฉายาเกนสวิลล์ ริปเปอร์ (Gainesville Ripper) เหี้ยมโหดเทียบเท่าแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์

ฆาตกรโหดยังคงลงมือต่อเนื่อง เมื่อฆาตกรบุกเข้าไปยังอพาร์ตเมนต์และเทรซี เพาลุส (Tracy Paules) วัย 22 ปีอาศัยอยู่กับชายหนุ่มชื่อแมนนี ทาโบอาดา (Manny Taboada) อายุ 23 ปี  แม้ว่าชายหนุ่มคนนั้นจะพยายามต่อสู้กับตัวฆาตกร แต่ก็จบด้วยชายหนุ่มคนนั้นถูกฆาตกรใช้มีดขนาดใหญ่กระหน่ำแทงมากกว่า 30 แผลตายคาที่ ส่วนฝ่ายหญิงพยายามหนี แต่ฆาตกรจับเธเอข่มขืนแล้วแทงเธอที่ท้องและด้านหลัง และจัดตำแหน่งศพก่อนเสียชีวิต

จนกระทั่งในที่สุด ตำรวจก็สามารถจับกุมฆาตกรฆาตกรต่อเนื่องได้ ชื่อนายแดนนี่ โรลลิ่ง (Danny Rolling)  วัย 36 ปี ซึ่งเขาถูกจับกุมด้วยข้อหาบุกรุก ก่อนที่จะมาระบุได้ภายหลังว่าเขาคือเกนสวิลล์ ริปเปอร์  โดยของกลางที่พบนั้น มีตั้งแต่เทปกาวที่ใช้ปิดปากเหยื่อ ไขขวงที่ใช้ไขหน้าต่างเข้าไป หน้ากากผีที่ใช้พรางหน้า และที่อัดเสียงที่แดก่อนเริ่มการฆาตกรรมเอาไว้ โดยเรียกเหยื่อว่า กวางน้อย

โรลลิ่งได้อ้างแรงจูงใจก่อคดีของเขาว่าเขาอยากดีงเป็นซูเปอร์สตาร์เทียเท่า “เท็ด บันดี้” สุดท้ายเขาถูกประหารชีวิตด้วยฉีดยาพิษเข้าเส้นเลือดเมื่อปี 2006 และเรื่องราวของเขาได้กลายเป็นแรงบันดาลใจซีรีย์สยองขวัญ Scream


8. เดอะ ฝรั่งเศส ริปเปอร์ (The French Ripper)

ชาวฝรั่งเศสคนหนึ่งชื่อ โจเซฟ วาเชอร์ (Joseph Vacher 1869-1898) ได้ก่อคดีฆาตกรรมหญิงสาว และเด็กวัยชายวัยรุ่น (หรือมากกว่านั้น) ในช่วงปี 1894-1897 ด้วยลักษณะการฆ่าที่โหดเหี้ยม ทำให้เขาได้รับฉายา “ฝรั่งเศส ริปเปอร์”

โจเซฟมีความเกลียดชังผู้หญิง เขาเคยใช้ปืนยิงตัวตาย แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ผลของการฆ่าตัสวตายทำให้ใบหน้าเสียโฉมระดับหนึ่ง และยังทำให้สมองของเขาเสียหาย ทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยทางจิต กลายเป็นคนจรจัด และกลายเป็นฆาตกรต่อเนื่อง เหยื่อรายแรกของโจเซฟเป็นหญิงเลี้ยงแกะ  เธอถูกลากเข้าไปในป่าและถูกข่มขืนอย่างทารุณ เท่านั้นยังไม่พอ จากนั้นเธอก็ฆ่า แล้วแบะช่องอกของเธอออกมาเหมือนกับเสื้อสูท ลำไส้ถูกดึงออกมาพันรอบกับต้นไม้ หัวใจถูกควักและยัดเข้าไปในปาก สภาพศพของเธอเมื่อมีผู้มาพบนั้นก็ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่ามันคือการกระทำของปีศาจและนั้นทำให้เขาได้รับฉายา “ฝั่งเศส ริปเปอร์” ตั้งแต่นั่น

 หลังจากนั้นโจเซฟยังออกล่าเหยื่อเหยื่อที่ถูกฆ่าส่วนใหญ่เป็นเด็กเลี้ยงแกะ ถูกแทงซ้ำหลายครั้ง สังวาสผิดธรรมชาติ ข่มขืน ผ่าท้อง ส่วนใหญ่บริเวณที่เขาออกอาละวาดจะอยู่ทางทิศจะวันออกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส

โจเซฟถูกจับในปี 1897 ในขณะทำร้ายร่างกายผู้หญิงคนหนึ่ง เขาอ้างว่าถูกสุนัขบ้ากัดทำให้เลือดของเขาติดพิษทำให้เกิดบ้าคลั่ง  ต่อมาเขายังอ้างว่าเขาถูกส่งมาจาก พระเจ้า เปรียบเทียบตัวเองกับ โจนออฟอาร์ค สุดท้ายเขาถูกประหารชีวิตเมื่อ 31 ธันวาคม 1898

 

7. แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ของเมืองจีน (Chinese language Jack The Ripper)

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2016 เจ้าหน้าที่ของประเทศจีนได้จับกุมนายเกา เฉิงหยง (Gao Chengyong) อายุ 52 ปีเป็นพ่อค้าของชำ ในเมืองไป่หยิน มณฑลกานซู  และมองโกเลียในที่อยู่ติดกัน เขาถูกกล่าวหาว่าฆาตกรรม 11 หญิงและลอยนวลมาได้เกือบ 3 ทศวรรษ

ระหว่างปี 1988 และปี 2002  นายเก่าก่อคดีฆาตกรรมผู้หญิง เน้นไปที่สวมชุดสีแดง เขาจะสะกดรอยตามผู้หญิงไปที่บ้าน จากนั้นก็ลงมือข่มขืนแล้วฆ่า โดยมักจะฆ่าด้วยการปาดคอเหยื่อแล้วหั่นอวัยวะบางส่วน บางรายก็มีการชำแหละควักเอาระบบสืบพันธุ์หายไปด้วย และน่าสลดใจมากที่เหยื่อที่อายุน้อยที่สุดเป็นเด็กหญิงอายุเพียง 8 ขวบเท่านั้น

ที่แปลกคือนายเกาหยุดการฆาตกรรมต่อเนื่องลงในปี 2002  จากนั้นก็ลอยนวลยาวนาน จนกระทั่งหลังจากญาติของเขาคนหนึ่งถูกสั่งกักบริเวณในบ้านจากข้อหาความผิดไม่ร้ายแรง และเก็บดีเอ็นเอไปตรวจ จึงพบว่ามีความเกี่ยวข้องกับฆาตกรที่ตำรวจไล่ล่าตามหามานาน 28 ปี และเมื่อตรวจดีเอ็นเอของนายเกา ก็พบว่าตรงกับฆาตกร ทำให้นายเกาถูกจับกุมทันทีและได้รับโทษตามกฎหมาย


6. เครกส์ลิสต์ ริปเปอร์ (Craigslist Ripper)

"พวกมันกำลังพยายามที่จะฆ่าฉัน!" นั่นคือสิ่งที่แชนแนน กิลเบิร์ต (Shannan Gilbert ) บอกเอาไว้ หลังจากที่เธอโทรสาย 911 ในคืนวันที่ 1 พฤษภาคม 2010  เพื่อขอความช่วยเหลือ โดยแชนแนนนั้นเป็นโสเภณีที่ใช้   เครกส์ลิสต์ (เครกส์ลิสต์ เป็นเครือข่ายชุมชนออนไลน์ ) เพื่อหาลูกค้า  ก่อนที่จะเจออะไรบางอย่างทำร้ายเธอ  เธอพยายามดิ้นรนสุดชีวิต กรีดร้อง ร้องเรียกคนมาช่วยเหลือ  พร้อมทุบประตูชาวบ้านระแวกนั้น ก่อนที่เธอจะหายไป ต่อมาตำรวจได้ค้นหาที่เกิดเหตุ ไปจนถึงหาดกิลโก, ลอง ไอแลนด์ แต่สิ่งที่พบกลับเป็นซากศพจำนวนมาก ทั้งหมดถูกฆ่าด้วยฝีมือของฆาตกรคนเดียวกัน และต่อมาฆาตกรก็ถูกตั้งฉายาว่านักฆ่าลองไอส์แลนด์ หรือเครกส์ลิสต์ ริปเปอร์

ซากศพเหล่านั้นเป็นซากศพของผู้หญิงถูกห่อด้วยผ้าใบ เชื่อว่าซากเป็นของหญิงโสเภณีที่ใช้ใช้   เครกส์ลิสต์หาลูกค้าเหมือนแชนแนน    จากตอนแรกพบซากศพ 4 ศพ จนมาเพิ่มศพอีก 6 ศพ ในขณะที่แชนแนนหายตัวไป ต่อมา 13 ธันวาคมซาก ชาแมน กิลเบิร์ตก็ถูกพบในบึงประมาณครึ่งไมล์จากที่เธอได้หายตัวไป

ต่อมามีการจับกุมผู้ต้องสงสัยชื่อ จอห์น บิตตรลฟฟ์ (John Bittrolff) เชื่อว่าฆาตกรรมเหยื่อสองคนที่พบในเกาะลอง ไอแลนด์ จากหลักฐานดีเอ็นเอ แต่ทว่าเขาเป็นเพียงแค่มือที่สามเท่านั้น ส่วนฆาตกรที่ต้องรับผิดชอบคดีฆ่าเหยื่อจำนวนมากนั้นยังไม่ถูกจับกุม จนถึงทุกวันนี้

 

5. ยอร์คเชียร์  ริปเปอร์ (Yorkshire Ripper) 

ตั้งแต่ปี 1975  จนกระทั่งปี 1981  ปีเตอร์ ซัตคลิฟฟ์  (Peter Sutcliffe) ฆ่าผู้หญิง 13 คน และพยายามฆ่าผู้หญิงอีกเจ็ดรายในยอร์กเชียร์ ประเทศอังกฤษ  ทำให้เขาได้รับฉายาว่า ยอร์คเชียร์  ริปเปอร์  เหยื่อมีทั้งโสเภณี และไม่ได้เป็น ส่วนใหญ่เหยื่อตีหัวด้วยค้อน แล้วถูกกระหน่ำแทงด้วยไขควงหรือมีด กระหน่ำและเอามีดแทงหลายทีมากกว่า แต่ที่ร้ายกว่าคนเดิมก็คือ กล้าเย้ยหยันตำรวจ ด้วยการส่งเทปบันทึกเสียงตัวเองไปให้หัวหน้าสืบสวนคดี เขาประกาศว่าเขาคือ แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์

เพื่อติดตามนักฆ่ารายนี้ ทางตำรวจลงทุนอย่างมากเพราะต้องระดมนายตำรวจมาร่วมอีก 500 นาย มีการใช้จ่ายเงินอย่างไม่อั้นเพื่อเสาะหาหลักฐาน และเท่าที่ใช้ไปแล้วก็มีจำนวนถึง 120 ล้านบาท นับว่าเป็นคดีที่ใช้เงินมากที่สุดในประวัติศาสตร์อาชญากรรมอังกฤษ

การสืบสวนคดีฆาตกรรมของตำรวจได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงในเวลานั้น เพราะตำรวจได้ที่สอบปากคำซัคคลีฟถึงเก้าครั้งในระหว่างก่อคดีฆาตกรรต่อเนื่อง แต่ก็ยังไม่ได้เชื่อมต่อเขาไปสู่การสังหาร นายกรัฐมนตรีมาร์กาเรต แทตเชอร์ (Margaret Thatcher) ถึงกับขู่ว่าหากคดีไม่คืบหน้า ก็จะดำเนินการสอบสวนตัวเองเสีย


4. โจเอล เดอะ ริปเปอร์ (Joel The Ripper)

ระหว่าง 1989-1993 โจเอล ริฟกิน (Joel Rifkin) ได้ออกอาละวาดสังหารเหล่าโสเภณีในเมืองนิวยอร์ก จนสร้างความหวาดกลัวไปทั่ว    จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน  1993 ตำรวจได้สังเกตเห็นรถมาสด้าที่ไม่มีแผ่นป้ายทะเบียน จึงพยายามที่จะหยุดรถ แต่รถคันนั้นมันก็พุ่งเข้าชน จนในที่สุดก็กระแทกเข้าเสา เมื่อทำการตรวจสอบก็ว่าด้านหลังของรถมีกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงมาก จึงทำการเปิดดูก็พบกับ  Tiffany Bresciani อายุ 22  ปี และเธอเป็นเหยื่อสุดท้ายของโจเอล เดอะ ริปเปอร์

ตำรวจได้ทำการจับกุมโจเอล ริฟกิน   เขาได้สารภาพ คดีฆาตกรรม 17 รายพร้อมกับให้รายละเอียด เขาจะรับหญิงโสเภณี จ่ายเงินเพื่อการมีเซ็กซ์ และบีบคอพวกเขา เขาได้ตัดชิ้นส่วนด้วยมีด X-Acto และทิ้งชิ้นส่วนต่างๆของร่างกายของเธอในสถานที่ต่างๆ

หลังจากคำสารภาพของเขาตำรวจได้รับหมายค้นเพื่อค้นหาบ้านของโจเอล ภายในพวกเขาพบเครื่องประดับ ใบขับขี่ ชุดชั้นใน และ "ถ้วยรางวัล" อื่น ๆ ที่เป็นของเหยื่อของเขา พวกเขายังพบว่าหนังสือพิมพ์จำนวนมากมายที่ลงข่าวเกี่ยวกับการอาละวาดฆาตกรต่อเนื่องของโจเอล ริฟกินด้วย  

นอกจากนี้ ในโรงเก็บศพพวกเขาพบรถที่มีเลือดอยู่ในนั้น และชิ้นเนื้อมนุษย์อยู่  โจเอลถูกตัดสินลงโทษในข้อหาฆาตกรรมและถูกตัดสินจำคุก 203 ปีในคุก เขามีสิทธิ์ได้รับทัณฑ์บนใน 2197

แม้ว่าโจเอล เดอะ ริปเปอร์จะถูกจับกุมตัว แต่มันก็ทำให้เดฟ รูบินสไตน์ นักร้องพังก์ร็อกชื่อดัง เกิดอาการซึมเศร้า เพราะทิฟฟานีเหยื่อรายที่ 17 ที่อยู่รถบรรทุกนั้นเป็นแฟนที่เขา เขาเริ่มเข้าหาเสพติดเฮโรอีน รูและจบชีวิตด้วยการฆ่าตัวตาย


3. เดอะ บาลาสซิกา ริปเปอร์ (The Balashikha Ripper)

จาก 1988 ถึง 1993 เซรเกย์  ไรคอวสกี้ (Sergei Ryakhovsky)  ได้ฆ่าคนไป  19 คนในพื้นที่มอสโคว์ สหภาพโซเวียต ด้วยวิธีที่โหดเหี้ยม  เขารัดคอหรือแทงเหยื่อ แล้วมีเพศสัมพันธ์กับซากศพ และหั่นร่าง ชำแหละ  โดยเน้นใช้มีดของเขากำลายอวัยวะเพศ  นอกเหนือจากฉายา “” แล้ว เขายังได้รับฉายา "ฮิปโปโปเตมัส" เพราะเขามีขนาดใหญ่: สูงเกือบ 198 เซนติเมตร (6'6 ") คอหนา และมีน้ำหนักมากกว่า 127 กิโลกรัม (280 ปอนด์)

Ryakhovsky อ้างว่าถูกบังคับให้กำจัดโลกที่เต็มกระเทยและโสเภณี อย่างไรก็ตามส่วนใหญ่ของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อมีสตรีสูงอายุ วัยรุ่น  เด็กชายรวมอยู่ด้วย   ในระหว่างตัดสินคดี เขาพยายามทำตัวเป็นเหยื่อที่ได้รับความทุกข์ทรมานเจ็บป่วยตั้งแต่วัยเด็ก  และความล้มเหลวของระบบการศึกษาโซเวียต แต่คณะลูกขุนไม่ได้เชื่อตามและตัดสินให้ประหารชีวิตในปี 2538

เมื่อได้ยินคำตัดสินประหารชีวิต ได้พูดแค่ว่า “ฉันจะกลับมา” อย่างไรก็ตามก็มีการเปลี่ยนคำตัดสินเป็นจำคุกตลอดชีวิต และ สุดท้ายเขาเสียชีวิตในปี 2005 ด้วยวัณโรค


2. แอตแลนตา  ริปเปอร์ (The Atlanta Ripper)

ตั้งแต่ 1911  ถึง  1915 ได้เกิดคดีฆาตกรรต่อเนื่องสุดสยองขวัญเกิดขึ้นในชุมชนชาวแอฟริกัน ในแอตแลนตา เหยื่อส่วนใหญ่เป็นหญิงผิวดำเชื้อสายแอฟริกัน-อเมริกัน จำนวนมากถึง 15-21 คน พวกเธอถูกฆ่าต่อเนื่อง พวกเธอ ถูกปลดเปลื้อง และหัวเชือดจนเกือบขาด    สร้างความหวาดกลัวต่อประชาชนในเวลานั้น ส่วนหนังสือพิมพ์แอตแลนตาต่างลงข่าวว่า  แจ็ค เดอะ ริปเปอร์ได้กลับมาแล้ว เพียงแต่เปลี่ยนเวทีจากลอนดอน มาเป็นอเมริกา พร้อมตั้งฉายาว่า  “แอตแลนตา  ริปเปอร์”

วันที่ 1 กรกฎาคม 1911 หญิงสาวคนหนึ่งที่ชื่อเอ็มม่า ลู  ชาร์ป(Emma Lou Sharpe) พยายามตามหาแม่ของเธอ เนื่องจากแม่ของเธอไม่กลับมาถึงบ้านตาม แต่เมื่อแม่ของเธอยังไม่มาถึงบ้านสักระหว่างทางที่เธอตามหาแม่ เธอได้เห็นคนแปลกหน้าคนหนึ่ง ตัวสูงดำ ไหล่กว้าง สวมหมวกสีดำท่าทางแปลกๆ เขาพูดกับเธอว่า "คุณรู้สึกยังไงกับคืนนี้?"

จากนั้นชายคนนั้นก็ดึงตัวเธอ  และเอามีดแทงเธอจากด้านหลัง แต่เธอสามารถกระเสือกกระสนเอาชีวิตรอดมาได้ ก่อนที่จะทราบภายหลังว่าแม่ของเธอไม่รอดจากการ และก็หลบหนีมาได้ แต่ต่อมาเธอพบว่าคนร้ายได้ฆ่าแม่ของเธอไปเสียแล้วแอตแลนตาริปเปอร์ ศพของแม่เอ็มม่าถูกค้นพบในสภาพเกือบจะถูกตัดหัว

ตำรวจจับชายต้องสงสัยหกคน แต่ต้องปล่อยตัวเพราะไม่มีหลักฐาน   หลังจากนั้นในปี ค.ศ. 1915 การฆาตกรรมได้หยุดลงอย่างลึกลับ และคดีก็ไม่คลี่คลาย คดีของแอตแลนตา ริปเปอร์ก็กลายเป็นฆาตกรรมต่อเนื่องที่เลวร้ายที่สุดในแอตแลนตา จนกระทั่งสิกิตถูกลบลงจากฆาตกรชื่อเวย์น วิลเลียมส์ (Wayne Williams) ฆ่าเด็กเกือบ 30 คนระหว่างปี 1979- 1981


1. อันเดร ชิกาทิโล (Rostov Ripper)

หากเทียบกับรอสตอฟ ริปเปอร์แล้ว แจ๊ค เดอะพ ริปเปอร์ ก็เป็นเพียงแค่มือสมัครเล่น อันเดร ชิกาทิโล ( Andrei Chikatilo. 1936 - 1994)  เป็นฆาตกรต่อเนื่องฆาตกรที่โหดร้ายที่สุดของรัสเซีย ที่สังหารเด็กและผู้หญิงกว่า 50 คน ใน รอสตอฟ (โซเวียตเก่า) เขาก่อนคดีฆาตกรรมต่อเนื่องตั้งแต่ ปี 1978-1990

 เขาเป็นชายไร้สมรรถภาพทางเพศ แต่เขาไปถึงจุดสุดยอดได้เมื่ออีกฝ่ายขัดขืน หรือหวาดกลัว ดังนั้นเวลาจะทำการฆาตกรรมทุกครั้งเขามักจะเล่นกับศพเหยื่อเพื่อให้ถึงจุดสุดยอดทุกครั้ง ไม่ว่าจะแทงศพเหยื่อด้วยมีดซ้ำแล้วซ้ำเล่า  บ้างก็ถูกควักลูกตา หลายศพถูกเฉือนอวัยวะภายในและอวัยวะเพศไปเพื่อกิน บางครั้งก็นำกลับไปประกอบอาหารที่บ้าน และบางครั้งที่กินสดๆเลยก็มี

อันเดร ชิกาทิโล ถูกปล่อยให้ลอยนวลอยู่ถึง 12 ปี  จนกระทั่ง 20 พฤศจิกายน 1990 จิกาทีโล่ก็จับกุมในที่สุด ในระหว่างพิจารณาคดีในชั้นศาลฆาตกรต่อเนื่องอำมหติผู้นี้ต้องถูกขังกรุง เพื่อป้องกันการถูกรุมประชาทัณฑ์  สุดท้ายเดร ชิกาทิโล ถูกประหารชีวิตด้วยการยิงเป้ารวมอายุเมื่อเสียชีวิต 57 ปี



อ้างอิง

http://listverse.com/2017/08/17/top-10-rippers-worse-than-jack/



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 866 : 10 ฆาตกรคู่ปรับแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ ที่มีฉายา “ริปเปอร์” เหมือนกัน , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2108 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android