คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เรื่องจริงทะลุโลก (Extension)

ตอนที่ 867 : Mystey Of The Somerton Man การตายของชายลึกลับ


     อัพเดท 18 ม.ค. 61
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: บทความ, ความรู้รอบตัว, สยองขวัญ, น่าขนลุก, แปลก, ลึกลับ, ประวัติศาสตร์, ข้อเท็จจริง, บุคคล, ความเข้าใจผิด, ศาสนา, เทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์, ตำนาน, ความเชื่อ, บันเทิง, ท่องเที่ยว, อาหาร, รายการทีวี, วีดีโอเกม, อาชญากรรม, กฎหมาย, จิปาถะ
ผู้แต่ง : Cammy-เต่านรก ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy-เต่านรก
My.iD: https://my.dek-d.com/cammy
< Review/Vote > Rating : 94% [ 330 mem(s) ]
This month views : 6,040 Overall : 2,763,622
22,182 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7218 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 867 : Mystey Of The Somerton Man การตายของชายลึกลับ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1300 , โพส : 0 , Rating : 20% / 5 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


ประเทศออสเตรเลียมีคดีการตายประหลาดคดีหนึ่งที่บ้านเราอาจไม่ได้คุ้นหูนัก คดีนั้นถูกเรียกว่า  “ปริศนาแห่งโซเมอร์ตันแมน (“Mystey of the Somerton Man”) แม้หลายคนอาจไม่รู้จัก หากแต่ถ้าได้อ่านเนื้อหาของมัน ก็จะพบว่ามันเป็นคดีลึกลับที่น่าพิศวงอีกคดีหนึ่ง

 

 

บริเวณที่พบศพ

 

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 1948  ชายคนหนึ่ง ตำรวจได้รับแจ้งจากชายคนหนึ่งว่า เจขา พบศพชายลึกลับนอนเสียชีวิตอยู่ในบนชายหาดโซเมอร์ตัน ในแอดิเลด ออสเตรเลีย

เมื่อตำรวจไปถึงก็พบศพของชายดังกล่าว สภาพศพเหมือนคนนอนหลั

เหยียดตรง แขนซ้ายแนบลำตัวอยู่บนพื้นทราย โดยเอาหัวพาดกับริมกำแพงเขื่อน โดยตำแหน่งอยู่ใกล้บ้านเด็กพิการที่อยู่ตรงกันข้าม

จากการตรวจสอบดูคร่าวๆ พบว่าชายลึกลับผู้นี้ แปลกคือการแต่งตัวของเขา เขาใส่ชุดทำงาน นุ่งกางเกงขายาว สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวผูกเนกไทซึ่งไม่เข้ากับสถานที่ที่เป็นชายหาดที่มีคนเล่นน้ำเลยแม้แต่น้อย

และแปลกยิ่งกว่าคือศพไม่มีบาดแผลภายนอกใดๆ แม้แต่น้อย

มีทำการสอบถามพยานที่เห็นเหตุการณ์ ก็พบว่าพวกเขาได้เห็นชายคนดังกล่าวในช่วงเย็นของวันที่ 30 พฤศจิกายนแน่นอนมันสะดุดตา เพราะเขาแต่งตัวไม่เข้ากับสถานที่ อีกทั้งเวลานั้นอากาศยังร้อนอบอ้าว แถมยังนอนราบบนชายหาดเอาศีรษะพิงกำแพงเขือน ยกแขนขึ้นเหมือนกำลังสูบบุหรี่ แบบไม่สนบรรยากาศ

ชายคนนั้นยังคงนอนจนถึงเวลา 19.30-8.00 น. ทั้งๆ ที่เวลานั้นมืด จนต้องเปิดไฟบนถนน อีกทั้งยุงยังเยอะ แต่ชายคนนั้นยังคงนอนนิ่งไม่เคลื่อนไหว ไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย ตอนแรกหลายคนนึกว่าชายคนนั้นเมา หรือไม่ก็นอนหลับจึงไม่ได้สนใจมากนัก

จนกระทั่ง รุ่นเช้า เวลา 06.30 น. ของวันรุ่งขึ้น ชายคนหนึ่งเล่นน้ำทะเลกับเพื่อนๆ ก็ได้สังเกตชายคนนั้นว่า เขายังคงนอนนิ่งในท่าเดิมเหมือนที่เขา เห็นเมื่อคืน ด้วยความสงสัยจึงเดินเข้าไปตรวจสอบ ก็พบว่าชายคนนั้นไม่หายใจเสียแล้ว

การชันสูตรศพก็ยิ่งพบเรื่องประหลาด ชายที่พบเป็นศพนั้นอายุน่าจะประมาณ 40-45 ปี สูงประมาณ 180 เซนติเมตร รูปร่างกล้ามเนื้อบ่บอกว่าเขาน่าจะนักเต้นบัลเล่ต์หรือไม่ก็เคยเป็นนักกีฬามาก่อน แต่ที่แปลกพวกเขาไม่สามารถหาสาเหตุการเสียชีวิต ไม่มีร่องรอยบาดแผล ไม่มีสารพิษในร่างกาย ไม่มีอาการเจ็บไข้ได้ป่วยใดๆทั้งสิ้น

และที่แปลกยิ่งกว่า คือ พวกเขาไม่สามารถระบุได้เลยว่าชายผู้ตายนั้นเป็นใคร เป็นคนชาติอะไร มาที่นี้เพื่ออะไร ไม่มีหลักฐานใดๆ ที่ระบุชื่อชายคนนี้เลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังไม่มีใครมาติดต่อขอดูศพเลยสักคน

 

SomertonMan2.jpg 

สภาพศพชายนิรนาม

 

การชันสูตรศพก็ยิ่งพบเรื่องประหลาด ชายที่พบเป็นศพนั้นน่าจะเป็นชาวอังกฤษ อายุน่าจะประมาณ 40-45 ปี สูงประมาณ 180 เซนติเมตร ดวงตาสีน้ำตาลอ่อน มือบ่บอกว่าเขาเป็นคนที่แข็งแรง รูปร่างกล้ามเนื้อบ่บอกว่าเขาน่าจะนักเต้นบัลเล่ต์หรือไม่ก็เคยเป็นนักกีฬามาก่อน แต่ที่แปลกพวกเขาไม่สามารถหาสาเหตุการเสียชีวิต ไม่มีร่องรอยบาดแผล ไม่มีสารพิษในร่างกาย ร่างกายสะอาดเกลี้ยงเกลา  หัวใจเป็นปกติ สมองไม่ได้กระทบกระเทือน ไม่มีอาการเจ็บไข้ได้ป่วยใดๆทั้งสิ้น แม้ว่าแพทย์จะเชื่อว่าการเสียชีวิตอาจไม่ตายตามธรรมชาติ แต่มันไม่สามารถอธิบายได้อยู่ดีว่าเสียชีวิตจากอะไร อาจเป็นพิษที่มีผลต่อระบบประสาท หรือถ้าเป็นพิษจริงปัญหาคือเขาได้รับพิษตอนไหนเพราะพยานก็เห็นชายคนนั้นยังปกติดีอยู่ที่ชายหาด ก่อนที่จะเสียชีวิตรุ่งขึ้น

นอกจากนี้ยังมีอีกทฤษฏีหนึ่งคือเขาอาจฆ่าตัวตาย หรือไม่ก็ถูกสะกดจิต ซึ่งอาจเป็นไปได้ แต่อย่างหลังนั้นมันค่อนข้างน่าเหลือเชื่อไปหน่อย

และที่แปลกยิ่งกว่า คือ พวกเขาไม่สามารถระบุได้เลยว่าชายผู้ตายนั้นเป็นใคร เป็นคนชาติอะไร มาที่นี้เพื่ออะไร ไม่มีหลักฐานใดๆ ที่ระบุชื่อชายคนนี้เลยแม้แต่น้อย ในตัวผู้ตายไม่มีอะไรเลยนอกจากตั๋วรถไฟยังไม่ได้ใช้จากสถานีแอดิเลดเพื่อลงสถานีหาดเฮนเลย์ ตั๋วรถประจำทางลงที่เมืองกลีเนล์จ บุหรี่และไม้ขีด แต่ไม่มีกระเป๋าสตางค์ ไม่มีเงินติดตัวแม้แต่แดงเดียว ป้ายยี่ห้อเสื้อและกางเกงถูกเลาะออกหมด ที่สำคัญแม้จะมีการประกาศพบศพชายนิรนามออกไป ก็ไม่มีใครมาติดต่อขอดูศพเลยสักคน

 

 

ตรวจสอบกระเป๋าของชายนิรนาม

 

ตำรวจถึงทางตันเพราะไม่รู้จะสืบสวนตรงไหน จนกระทั่งวันที่ 14 มกราคม 1949 ตำรวจได้รับแจ้ง จากเจ้าหน้าที่สถานทีรถไฟแอดิเลด ว่าได้พบกระเป๋าเดินทางสีน้ำตาลที่ฉลากถูกลบออก ซึ่งเป็นของชายนิรนามที่เป็นข่าว ซึ่งชายนิรนามได้ฝากกระเป๋าเดินทางที่ห้องรับฝากสัมภาระของตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน แต่ไม่มารับคืน

เมื่อมีการเปิดกระเป๋าเพื่อค้าหาตัวตนของชายนิรนาม ก็พบว่าภายในกระเป๋า ส่วนใหญ่เป็นเสื้อผ้าและของใช้ในชีวิตประจำวัน เป็นต้นว่า รองเท้าแตะคู่หนึ่ง เสื้อคลุมอาบน้ำ กางเกงขายาว ชุดนอน เครื่องโกนหนวด ไขควงของช่างไฟฟ้า  มีดหั่นเนื้อ กรรไกร ฯลฯ

แต่ที่ผิดปกติคือเสื้อผ้าล้วนแล้วแต่ถูกเลาะป้ายยี่ห้อออกไปทั้งสิ้น ราวกับว่าไม่ต้องการให้คนภายนอกทราบตัวตนที่แท้จริงของเจ้าของกระเป๋า แต่ก็มีโชคอยู่บ้าง เมื่อตำรวจพบว่ามีคำว่าคีน  (Keane X เขียนบนคอเสื้อยืด ถุงใส่ผ้า และชื่อ T. Keane เขียนบนเนกไท ซึ่งน่าจะเป็นชื่อของคน

แม้ว่าตำรวจจะพยายามตามหาที่อยู่ หรือที่พักของชายคนนี้ก่อนที่จะเสียชีวิต ด้วยการตรวจสอบบันทึกรถไฟ ก็พบว่าชายนิรนามได้เดินทางรถไฟข้ามคืนจากเมลเบิร์น ซิดนีย์ หรือไม่ก็พอร์ตออกัสตา

 

File:Actual-tamam-shud.jpg

กระดาษที่พบในกระเป๋ากางเกงลับของชายนิรนาม

 

ส่วนชื่อ T. Keane ตำรวจหาความเป็นไปได้ การสืบสวนโยงไปถึงกะลาสีเรือ ทอม คีน (Tom Keane) หากแต่เขาไม่ใช่ชายนิรนาม  ทำให้การสอบสวยถึงทางตันอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม เรื่องยังไม่จบเพียงเท่านั้น ประมาณช่วงเดือนเมษายน มีการพบม้วนของเศษกระดาษเล็กๆ ซ่อนซ่อนอยู่ในกระเป๋าลับของกางเกงชายนิรนาม บนกระดาษมีตัวพิมพ์คำว่าTamam Shud (ทาแมม ชุด)  มันไม่ใช่ภาษาอังกฤษ ทำให้ไม่มึใครแปลออก ทำให้ตำรวจต้องเชิญเจ้าหน้าที่ห้องสมุดแปลข้อความ ก็พบว่ามันเป็นวลีที่แปลว่า “สิ้นสุด” หรือ “จบบริบูรณ์”  มันเป็นภาษาเปอร์เซีย์ที่พบในหน้าสุดท้ายของโคลงรุไบยาต (Rubaiyat) ประพันธ์โดยโอมาร์ คัยยัม (Omar Khayyam) เมื่อ 900 ปีก่อน

ตำรวจพยายามสืบหาเศษกระดาษดังกล่าว เพราะวิเคราะห์แล้วเศษกระดาษน่าจะฉีกจากหนังสือที่ไหนสักแห่ง   ในที่สุดตำรวจสืบพบว่า ม้วนกระดาษคำว่า Tamam Shud ถูกฉีกออกมาจากสำเนาหนังสือ The Rubaiyat แปลโดย เอ็ดเวิร์ด ฟิตซ์เจอราล์ด (Edward Fitzgerald) ฉบับพิมพ์ครั้งแรกจากโรงพิมพ์แห่งหนึ่งในนิวซีแลนด์ (1941) ต่อมาก็มีคนแจ้งว่าเขาพบหนังสือหนังสือดังกล่าวบนเบาะหลังรถของเขา ที่จอดอยู่โดยไม่ล็อคประตูที่ท่าเทียบเรือของถนนกลีเนล์จ เมื่อคืนวันที่ 30 พฤศจิกายน 1948 ช่วงเดียวที่พบชายที่ชายหาด

เมื่อตำรวจตรวจสอบหนังสือกับกระดาษที่พบ ก็พบว่าข้อความดังกล่าวฉีกมาจากหนังสือนี้จริง

 

รหัส?

 

โคลงรุไบยาต ของโอมาร์ คัยยัมจะมีเนื้อหาเกี่ยวกับการใช้ชีวิตให้เต็มที่และมไม่มีคำสว่าเสียใจเมื่อมันจบลง ทำให้ตำรวจสันนิษฐานว่าชายนิรนามคนนี้จะฆ่าตัวตายด้วยยาพิษ แม้จะไม่มีการพบหลักฐานร่องรอยของยาพิษก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ตำรวจก็พบเรื่องแปลกอีก ที่ด้านหลังของหนังสือมีตัวอักษรเขียนด้วยดินสอ 5 บรรทัดซึ่งมันแปลไม่ออกเลยว่ามันคืออะไร โดยมันเขียนว่า

WRGOABABD

MLIAOI MLIAOI

WTBIMPANETP WTBIMPANETP

MLIABOAIAQC MLIABOAIAQC

ITTMTSAMSTGAB [ 45 ] ITTMTSAMSTGAB

แม้ว่าตัวอักษรหลายตัวจะเขียนไม่ค่อยชัด เป็นต้นว่าตัวอักษรสองบรรทัดแรกดูไม่ออกว่าเป็นตัว “M” หรือ “W” แต่ตำรวจก็สามารถวิเคราะห์ได้ถึงลักษณะลายมือจนได้ว่าอักษรตัวแรกบรรทัดแรกคือ “W” และอักษรตัวแรกบรรทัดสองคือ “M” แต่ที่แปลกคือบรรทัดที่สอง "MLIAOI"  มีเส้นขีดเหมือนขีดฆ่าเอาไว้  (แม้ตัวอักษรสุดท้าย เหมือนตัว L แต่ตำรวจวิเคราะห์แล้วน่าจะเป็น I มากกว่า)

ตอนแรกๆ ตำรวจคิดว่ามันเป็นภาษาต่างประเทศ จนกระทั่งมาทราบที่หลังว่ามันเป็นรหัสลับ และมันลับมากถึงขนาดส่งให้กับผู้เชี่ยวชาญการถอดโค้ดวิเคราะห์ ทั้งกรมกลาโหมออสเตรเลีย หรือแม้แต่ อังกฤษและอเมริกาแล้วก็ตาม  มันก็ไม่สามารถหาคำตอบได้ว่ามันคือรหัสอะไร

นอกจากโค้ดลับแล้วตำรวจยังพบหมายเลขโทรศัพท์ในด้านหลังของหนังสือ เมื่อสืบสวนก็พบว่าเจ้าของหมายเลขคือมิสทอมป์สัน (Thompson) เป็นอดีตนางพยาบาลที่อาศัยอยู่ในเมืองกลีเนล์จ ซึ่งอาศัยอยู่ไม่ห่างจากจุดที่พบศพชายนิรนาม (ประมาณ 400 เมตร)

มิสทอมป์สันให้การว่า ขณะที่เธอกำลังทำงานอยู่ในโรงพยาบาลรอยัลนอร์ทชอร์ ในซิดนีย์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้รู้จักกับนายทหารเรือคนหนึ่งชื่อ อัลเฟรด บอกซอล (Alfred Boxall) เธอมอบหนังสือรุไบยาตให้กับเขาเล่มหนึ่ง แต่มันไม่ใช่ฉบับพิมพ์ครั้งแรก เป็นฉบับพิมพ์ในปี 1944

หลังสงครามสงบ เธอก็ย้ายมาอยู่เมลเบิร์นและแต่งาน ต่อมา อัลเฟรดเขียนจดหมายมาหาเธอ และเธอได้บอกกับเขาว่าเธอแต่งงานแล้ว ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย เธอยังเสริมอีกว่าช่วงปลายปี 1948 ก็มีชายลึกลับแปลกหน้าคนหนึ่งมาถามเพื่อนบ้านเกี่ยวกับตัวเธอ ทำให้ตำรวจเชื่อว่าชายนิรนามน่าจะเป็นอัลเฟรดนั้นเอง เขาได้พยายามติดต่อเธอ แต่ไม่ทราบชื่อแต่งงานของมิสทอมป์สัน


 

หลุมศพชายนิรนาม

 

ตำรวจเชื่อว่าอัลเฟรด บอกซอลน่าจะเป็นชายนิรนามที่ตายที่ชายหาด คดีคงคลี่คลายในไม่ช้า  หากแต่ตำรวจก็พบทางตันอีกครั้ง เมื่อพบว่าอัลเฟรดยังมีชีวิตอยู่ เขาอยู่ซิดนีย์ อีกทั้งยังมีหนังสือรุไบยาตที่มิสทอมป์สันมอบให้ อีกทั้งมิสทอมป์สันและอัลเฟรดปฏิเสธว่าไม่รู้จักชายนิรนามนี้เลยแม้แต่น้อย แต่ทำไมชายปริศนาจึงมีหมายเลขโทรศัพท์ของมิสทอมป์สันและเดินทางไปสืบเรื่อง ของเธอก่อนที่เขาเสียชีวิตไม่นาน

ในปี 1949 ศพชายนิรนามถูกฝังในสุสานเวสต์เทอเรซ ของแอดิเลด ในฐานะศพอนาถา ท่ามกลางปริศนามากมายของชายนิรนามที่ตำรวจไม่สามารถตอบได้ว่า เขาคือใคร มาที่ชายหาดเพื่ออะไร และสาเหตุการตายของเขาคืออะไร

หลังจากเขาเสียชีวิต ก็มีเบาะแสเล็กน้อยเกี่ยวกับชายนิรนาม เมื่อมีเบาะแสหลายอย่างที่จะตามหาตัวจริงของชายนิรนาม หากแต่ตำรวจไม่ประสบความสำเร็จมากนักในการสืบสวนจนเวลาล่วง 60 ปีก็ไม่มีคืบหน้า

ทางด้านรหัสลับนั้น ในปี 2004 ได้มีคนไขรหัสลับได้ แต่ที่ไขเป็นเพียงบรรทัดสุดท้ายของรหัสลับ  คือ ITTMTSAMSTGAB ซึ่งน่าจะเป็นคำย่อว่า  "It's Time To Move To South Australia Moseley Street..." (มันเป็นเวลาที่จะต้องย้ายไปเซาธ์ออสเตรเลีย ถนนมอสลีย์) ซึ่งอดีตนางพยาบาลมิสทอมป์สันก็อาศัยอยู่ใกล้ๆ ที่ดังกล่าว แม้จะเชื่อว่ารหัสลับที่พบกระเป๋ากางเกงลับของชายนิรนามน่าจะเป็นชวเลขไม่ใช่รหัสลับ  แต่เนื่องด้วยชวเลขมันเป็นเทคนิคเฉพาะสำหรับบุคคล ดังนั้นมันไม่ได้ช่วยอยู่ดีว่าบรรทัดอื่นๆ ของรหัสลับนั้นแปลว่าอะไร

 

File:SomertonManEars.jpg

ภาพเปรียบเทียบใบหู

 (ภาพซ้ายเป็นของชายนิรนาม และขสคือคนธรรมดาทั่วไป)

 

มีทฤษฏีหนึ่งที่ค่อนข้างเวอร์ที่อธิบายพฤติกรรมประหลาดของชายนิรนาม กล่าวคือ ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงตึงเครียดของสงครามเย็น และนั่นเองทำให้มีข่าวลือว่าความจริงแล้ว อัลเฟรด บอกซอล ทำงานสืบราชการลับให้กองทัพเรือ ส่วนชายนิรนามนั้นเป็นสายลับของโซเวียต ที่ตามสืบหาตัวอัลเฟรด แต่กองทัพเรือออสเตรเลียไหวทันเสียก่อนจึงสังหารเขาด้วยการวางยาพิษเสียก่อน ที่จะเข้าใกล้ตัวอัล เฟรด

ปกติแล้วยาพิษสำหรับวงการสายลับนั้นมักเป็นประเภทไม่ทิ้งร่องรอยอยู่แล้ว และนั่นเองก็เป็นสาเหตุหนึ่งท่ำม่พบสาเหตุการตายของชายนิรนาม

หลายปีผ่านไป โลกเราเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก เมื่อเทคโนโลยีเริ่มเข้ามีบทบาทในการสืบสวนมากขึ้น โดยในปี 2009 ทีมมหาวิทยาลัยแอดิเลดนำโดยศาสตราจารย์ดีเร็ก แอ๊บบอต (Professor Derek Abbott) เริ่มหยิบคดีชายนิรนามนี้มาวิเคราะห์หาคำตอบอีกครั้ง

ตอนแรกพวกเขาพยายามหาสาเหตุการตายของชายนิรนาม ผลการวิเคราะห์มีความเป็นไปได้ว่าสารพิษนั้นน่าจะเป็นบุหรี่ของชายผู้นี้สูบ ซึ่งจากรายงานของพยานก็ได้เห็นชายนิรนามสูบบุหรี่ไม่นานก่อนที่จะเสียชีวิต ซึ่งชายนิรนามอาจได้รับพิษแบบไม่รู้ ซึ่งเรื่องบุหรี่นี้น่าเสียดายที่ไม่ค่อยได้รับสนใจจริงจังนัก เพราะหากระบุแหล่งที่มาของบุหรี่ได้อาจพบเบาะแสใหม่ เพราะเวลานั้นบุหรี่มีราคาแพงมาก การจะได้บุหรี่มานั้นอาจมีแหล่งเฉพาะที่ขาย

มีการวิเคราะห์ที่น่าสนใจ เมื่อมีการวิเคราะห์เกี่ยวกับโครงสร้างใบหูของชายนิรนามพบว่าลักษณะใบหูของเขาไม่เหมือนคนทั่วๆไป ช่องหูส่วนบนของชายนิรนามมีขนาดใหญ่กว่าช่องหูส่วนล่าง ซึ่งคนผิวขาวเพียง 2 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่มีใบหูแบบนี้

การสืบสวนต่อมามีการวิเคราะห์ว่ามีความเป็นไปได้ไหมว่าชายนิรนามคนนั้นอาจเป็นลูกลับๆ ของอัลเฟรด บอกซอล ไม่ก็ มิสทอมป์สัน ซึ่งมีความเป็นไปได้ ดังนั้นจึงมีการขอให้ขุดศพเพื่อตรวจสอบดีเอ็นเอเทียบกัน หากแต่เวลาต่อมาก็ถูกปฏิเสธ

ทุกวันนี้ปริศนาแห่งโซเมอร์ตันแมนยังคงลึกลับ และหลายฝ่ายพยายามที่จะหาคำตอบ แม้เวลาจะผ่านไปนาน 60 ปีแล้วก็ตาม




อ้างอิง

https://en.wikipedia.org/wiki/Tamam_Shud_case




Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 867 : Mystey Of The Somerton Man การตายของชายลึกลับ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1300 , โพส : 0 , Rating : 20% / 5 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android