คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เรื่องจริงทะลุโลก (Extension)

ตอนที่ 865 : 10 วิญญาณทวงแค้น แก้คดีลึกลับที่ตนถูกฆ่า!?


     อัพเดท 11 ม.ค. 61
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: บทความ, ความรู้รอบตัว, สยองขวัญ, น่าขนลุก, แปลก, ลึกลับ, ประวัติศาสตร์, ข้อเท็จจริง, บุคคล, ความเข้าใจผิด, ศาสนา, เทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์, ตำนาน, ความเชื่อ, บันเทิง, ท่องเที่ยว, อาหาร, รายการทีวี, วีดีโอเกม, อาชญากรรม, กฎหมาย, จิปาถะ
ผู้แต่ง : Cammy-เต่านรก ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy-เต่านรก
My.iD: https://my.dek-d.com/cammy
< Review/Vote > Rating : 94% [ 330 mem(s) ]
This month views : 6,100 Overall : 2,763,682
22,182 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7218 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 865 : 10 วิญญาณทวงแค้น แก้คดีลึกลับที่ตนถูกฆ่า!? , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2705 , โพส : 2 , Rating : 0% / 1 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


เมื่อคดีฆาตกรรมคดีหนึ่ง เป็นคดีที่ยุ่งยากที่จะหาตัวผู้ทำผิด เพราะไม่มีหลักฐาน หรือไม่ก็ศพหาย (จึงไม่เกิดคดี ) ดังนั้นจึงเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติ  ,ที่ผู้ตายจะลุกขึ้นจากหลุมศพมาทวงหาความยุติธรรม แก้คดีฆาตกรรมด้วยตัวเอง จนจับตัวฆาตกรได้ สร้างความประหลาดใจแก่ผู้รับรู้เรื่องราวเหล่านั้น และนี่คือ 10 คดีลึกลับที่ถูกแก้ไขโดยงวยิญญาณที่เป็นเหยื่อฆาตกรรมมาทวงแค้น

 

10. ผีฟิชเชอร์ (Fisher's ghost)

ตำนานผีฟิชเชอร์เป็นตำนานผีของออสเตรเลียที่ได้รับความนิยมตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 19 หากดูบันทึกประวัติศาสตร์เชื่อว่าเกิดในแคมเบลทาวน์ รัฐนิวเซาท์เวลส์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของซิดนีย์ ซึ่งเคยถูกสร้างเป็นภาพยนตร์เงียบในชื่อ " Fisher's Ghost " ปี 1924 เล่าเรื่องราวของตำนาน

ในตำนานเล่าว่าปี 1826 ชาวประมงออสเตรเลียคนหนึ่งชื่อเฟร็ด ฟิชเชอร์เขาเป็นเจ้าของฟาร์มแห่งหนึ่งในเมืองแคมเบลทาวน์ หากแต่วันหนึ่งเขาก็ได้หายตัวไปอย่างลึกลับ โดยไม่ทราบสาเหตุ ต่อมาเพื่อนบ้านของเขาจอร์จ วอร์รัลล์ (George Worrall) ได้อ้างว่าเขาได้รับจดหมายขากเฟร็ดบอกว่าเขาเบื่อหน่ายกับชีวิตในเมืองแห่งนี้ จึงออกเดินทางเมืองไป พร้อมยกฟาร์มทั้งหมดให้  และไม่กลับมาเมืองแห่งนี้อีกเลย

สี่เดือนต่อมา วิญญาณของเฟร็ดได้ปรากฏตัวขึ้น ต่อหน้าชายคนหนึ่งชื่อจอห์น ฟาร์ลีย์ (John Farley)  วิญญาณเฟร็ดมีสีหน้าเศร้าๆ และนั่งอยู่รั้ว พร้อมกับชี้ไปที่ลำธารใกล้ๆ ก่อนที่จะหายตัวไป เห็นชัดว่าวิญญาณเฟร็ดต้องการบอกอะไรบางอย่างกับจอห์น ซึ่งต่อมาพื้นที่บริเวณนั้นก็ได้รับการตรวจสอบค้นหา จนพบร่างของเฟร็ดที่ถูกฝังในหลุมตื้นๆ และศพบางส่วนถูกกัดกิน จากการสืบสวนเพิ่มเติมก็พบว่าคนร้ายคือนี้ก็คือจอห์น วอร์รัลล์เพื่อนบ้านที่แสนดีนั้นเอง จอร์จได้สารภาพว่าได้ฆ่าเฟร็ดเพื่อหวังฮุบฟาร์มเป็นของตนเอง และต่อมาจอร์จก็ถูกประหารโดยการแขวนคอ

ชาวเมืองแคมป์เบลล์พูดถึงผีเฟร็ด ฟิชเชอร์มาร้องหาความยุติธรรม จนทุกต้นเดือนพฤศจิกายนของทุกปีจะมีการจัดงานเทศกาลเฉลิมฉลองเพื่อเป็นการไว้ทุกข์และให้เกียรติแด่วิญญาณเฟร็ด ฟิชเชอร์ ใช้ชื่องานว่าเทศกาลฟิชเชอร์ โกสต์” (Fisher’s Ghost Festival) ได้รับการยกย่องว่าเป็นการเฉลิมฉลองที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาและเต็มไปด้วยสีสันของประวัติศาสตร์ของเมืองแคมป์เบลทาวน์ เพราะมีการร้องเต้นรำ

 

9. ผีกรีนไบร์เออร์  (Greenbrier Ghost)


เมื่อฤดูหนาว 23 มกราคม 1897  หญิงคนหนึ่งชื่อ เอลวา โซน่า ฮีสเตอร์ (Elva Zona Heaster) ในเมืองกรีนไบร์เออร์ รัฐเวสต์เวอร์จิเนีย  ได้เสียชีวิตกะทันหัน ผลการชันสูตรได้ลงความเห็นว่าเธอ "ตายตามธรรมชาติ" ลมกะทันหัน และล้มลงขาดใจตาย  อย่างไรก็ตามแม่ของเธอ แมรี่ เจน ฮัสเตอร์ (Mary Jane Heaster ) ไม่ได้เชื่อผลชันสูตดังกล่าว คิดว่าการเสียชีวิตลูกสาวของเธอต้องมีอะไร มากกว่านั้น

ดูเหมือนว่าดวงวิญญาณโซน่าจะไม่ได้เป็นสุขมากนัก หลายวันต่อมาแมรี่พบว่ามีเรื่องแปลกประหลาดเกิดขึ้นที่บ้านของเธอ โดยเฉพาะฝันเห็นโซน่า ทำให้เชื่อว่าดวงวิญญาณของโซน่ายังอยู่ในบ้าน และเป็นอย่างที่แม่ของเธอคิด เพราะสี่สัปดาห์หลังงานศพ วิญญาณโซน่าก็ปรากฏตัวให้มารดาได้เห็น ไม่ใช่เป็นแค่เงารางๆ หากแต่เป็นตนเหมือนคนทั่วๆไป    และปรากฏ 4 คืนติดกัน  

วิญญาณโซน่าพยายามบอกแม่ของเธอว่าการเสียชีวิตของเธอไม่ได้เกิดตามธรรมชาติ   เธอหมุนศีรษะไปรอบ ๆ เพื่อบ่งบอกว่ามีใครบางคนบีบคอของเธอหักจนเสียชีวิต

ต่อมา มีการชันสูตรพลิกศพอีกครั้งแล้วได้พบว่าคอของเธอได้รับความเสียหายจากการถูกทำลายอย่างรุนแรง แล้วเมื่อสืบคดีก็พบว่าฆาตกรก็คือเอ็ดเวิร์ด สตริบบลิง เทราต์ ชู (Edward Stribbling Trout Shue)  ซึ่งเป็นสามีของโซน่านั่นเอง เขาเป็นคนโหดร้าย ชอบทำร้ายภรรยา ในวันที่เกิดเหตุเอ็ดเวิร์ดกลับมาบ้านแล้วพบว่าเอลวาไม่ได้ทำอาหารที่ปรุงด้วยเนื้อสัตว์เตรียมไว้  ทำให้เขาอารมณ์เสียบันดาลโทสะตรงเข้าบีบคอเอลวา จนคอหักเสียชีวิตทันที  

 เอ็ดเวิร์ดถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดีฆาตกรรมโซน่าและถูกตัดสินประหารชีวิตในคุก

อย่างไรก็ตามสามปีต่อมาเขาก็เสียชีวิตด้วยอาการป่วยลึกลับ ก่อนที่จะถูกประหารชีวิต

 

 8. เทเรซิต้า บาซ่า (Teresita Basa )

เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์  1999 แผนกดับเพลิงของเมืองชิคาโกได้พบศพภายใต้ที่นอนที่ไหม้เกรียม ในห้องหนึ่งของในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง บนถนนไพน์ โกรฟ  ซึ่งพวกเขาได้รับแจ้งเกิดเพลิงไหม้ในห้องดังกล่าว จึงมาดับเพลง และพบศพดังกล่าว ต่อมาทราบชื่อว่าเป็นศพของเทเรซิต้า บาซ่า นักบำบัดโรคทางเดินหายใจ 47 ปี ของโรงพยาบาลเอดจ์วอเตอร์ และมันไม่ได้เป็นอุบัติเหตุ แต่เป็นการฆาตกรรม เพราะไฟไหม้ไม่ได้ปกปิดมีดทำครัว ที่ปักกลางหน้าอกของเธอ ตำรวจสับสนคดีนี้เพราะไม่สามารถหาตัวฆาตกรได้

 ในขณะเดียวกัน เรมี่ ชัว (Remy Chua) เพื่อนร่วมงานของเทเรซิต้า บาซ่า ก็เริ่มมีอาการแปลกๆ เหมือนถูกบางอย่างเข้าสิงและอ้างว่าตัวเองคือเทเรซิต้า บาซ่า เอง เธอบอกว่าคนที่ฆ่าเธอคือ อัลลัน เชาเวอรี่  (Allan Showery) ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงานของเธอเอง โดยอ้างว่ามาช่วยซ่อมโทรทัศน์ แต่กลับฆาตกรรมเธอ จุดไฟเผา และขโมยอัญมณีของเธออีกด้วย

ตำรวจพบเครื่องประดับที่ถูกขโมยที่แฟนของอัลเลนใส่อยู่ และมันก็เป็นหลักฐานเอาผิดกับ อัลลัน เชาเวอรี่ยอมรับผิดและโดนศาลสั่งจำคุกเป็นเวลา 14 ปี แต่เขาอยู่ในคุกไม่ถึง 5 ปีก็ได้รับการปล่อยตัว

               

7. เด็กชายจากที่ราบสูงโกลัน (Golan Heights Boy)

               

            มีเรื่องประหลาดมากเรื่องหนึ่ง เกิดในที่ราบสูงโกลัน ชายแดนแถวอิสราเอล  ซีเรีย เมื่อเด็กชายอายุ 3 ขวบคนหนึ่งได้บอกกับคนในบ้านว่า “ชาติที่แล้วเขาถูกฆาตกรรม”  โดยเขาถูกฆาตกรรมโดยขวาน  และศพของเขาถูกนำไปฝัง พร้อมกันนั้นเด็กยังบอกชื่อฆาตกร บอกว่า บอกที่ซ่อนศพของเขา และที่ซ่อนของอาวุธที่ฆาตกรใช้ลงมือฆ่า

เมื่อครอบครัวของเด็กชายก็ไปยังสถานที่เด็กชายคนนั้นอ้าง เขาก็ได้ขุดและพบโครงกระดูกของชายคนหนึ่ง และไม่ไกลจากบริเวณนั้นพวกเขาก็ยังพบขวานอีกด้วย นอกจากนี้เด็กชายคนนั้นยังมีรอยปานแดงอยู่บนใบหน้า ซึ่งมันตรงกับรอยบาดแผลบนกะโหลก ทำให้ฆาตกรยอมจำนนต่อหลักฐาน

 

 

6. แอชลีย์  โฮว์ลีย์  (Ashley Howley)    

ปี 2004 ที่โคลัมบัส, โอไฮโอ นักสังคมสงเคราะห์ แอชลีย์  โฮว์ลีย์  (Ashley Howley)     อายุ 20 ปี ถูกฆาตกรรมโดย โรเบิร์ต พี. แมคมิเคล(Robert P. MacMichael ) แฟนหนุ่มคนหนึ่งของเธออย่างทารุณ ก่อนที่จะซ่อนของเธอด้วยการเอาปูนซีเมนต์โปกทับ แล้งฝังเธอไว้ใกล้บ้านบิดาของเขา

แน่นอนเมื่อเอชลีย์หายไป ก็มีการตามหาและสืบสวน ตำรวจสงสัยโรเบิร์ต ว่าเขาน่าจะมีส่วนรู้เห็นการหายตัวของแฟนของเขา แต่เขาไม่มีหลักฐาน แม้จะให้สุนัขดมกลิ่นบริเวณที่น่าจะฝังศพแล้ว  แต่ไม่พบพิรุธ ทำให้ฆาตกรลอยนวลเป็นเวลาหลายปี

จนกระทั่ง 4 ปีต่อมาแอชลีย์  ไม่ได้ปล่อยคนร้ายลอยนวล  เธอได้ไปหาร่างทรงชื่อ คริสตี้ โรบิเนตต์ (Kristy Robinett )  ซึ่งร่างทรงได้อ้างว่าเธอได้เห็นและสื่อสารวิญญาณหรือแม้แต่ภูตผี เทวดามาตั้งแต่เด็กวัยหัดเดิน และกรณีของเป็นครั้งแรกที่เป็นการมีส่วนเรื่องสืบสวนอาชญากรรม  โดยคริสตี้ถูกปลุกขึ้นมากลางดึกโดยวิญญาณแอชลีย์ในลักษณะโปร่งแสงสีเทาได้บอกว่าเธอถูกสังหาร และต้องการขอความช่วยเหลือ พร้อมให้รายละเอียดอันน่าสะพรึงกลัวแก่ร่างทรง รวมถึงตำแหน่งที่ซ่อนศพของเธอ และนั้นก็นำไปสู่การจับกุมตัวฆาตกรในที่สุด

(โรเบิร์ตได้รับสารภาพคดีฆาตกรรมแอชลีย์ และยังสภาพอีกว่าได้ฆ่าแม่ของเชาและแฟนหนุ่มของเธอด้วย)


5. คิเซชา ฮับราฮัม (Kiesha Abrahams)

ในปี 2010 คนทรงมือสมัครเล่นคนหนึ่งชื่อเชอรีล แคร์โรล-เลเกอร์เวย์  (Cheryl Carroll-Lagerwey) ซึ่งเป็นชาวอะบอริจิน จากประเทศออสเตรเลียได้อ้างว่าเธอฝันประหลาดที่ชี้นำในการหาที่ซ่อนศพของคิเซชา ฮับราฮัม  ซึ่งเป็นเด็กหญิงอายุหกขวบที่หายไปเกือบสองสัปดาห์ และมีการระดมตามหาในเวลานั้น และเมื่อทำการค้นหา สถานที่ปรากฏในความฝัน ซึ่งเป็นเขตอนุรักษ์ Nurragingy ในซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลียห่างจากบ้านของคิเซชา เพียงไม่กี่ไมล์ ก็พบถุงพลาสติกที่มีซากศพของเด็ก มีแต่ลำตัว ไม่มีหัว

ซากศพระบุชัดเจนว่าเป็นศพของหนูน้อยที่หายตัวไป จากการชันสูตรพบว่าเธอถูกรัดคอตายและสับเป็นชิ้น ๆ  ก่อนนำไปฝัง และเมื่อมีการสืบสวนก็พบว่าเป็นหนูน้อยคนนี้เป็นเหยื่อของการทารุณกรรมเด็กอย่างรุนแรงก่อนที่จะเสียชีวิต ฆาตกรก็คือคริสตี้ ฮับราฮัม (Kristi Anne Abrahams) ซึ่งเป็นแม่ของหนูน้อยคนนี้เอง ฮับราฮัมได้สารภาพความผิด ที่ฆ่าลูกสาวเพราะอุบัติเหตุ แล้วกลัวความผิด จึงพยายามกำจัดศพและปั้นเรื่องเด็กสาวหายตัวไปเพื่ออำพรางคดี

ผลสุดท้ายแม่ของหนูน้อยก็ถูกจำคุกอย่างน้อย 12 ปี


4. แคทเธอรีน บาเลสเตอรอส (Catherine Ballesteros)

วันที่ 24 มิถุนายน 2004 มีการพบร่างของหญิงคนหนึ่งชื่อแคทเธอรีน บาเลสเตอรอส) เธอถูกแทงตาย กว่า 33 ครั้ง มีรอยเท้าที่เปื้อนเลือดอยู่บนพื้น  มีสิ่งของบางชิ้นหายไปจากบ้าน และมีเลือดอยู่ที่ลูกบิดประตู ตำรวจหวังว่าเลือดจะเป็นของฆาตกร แต่พวกเขาก็ยังไม่สามารถรู้ว่าเลือดนี้เป็นของใคร

ต่อมา พ่อแม่ของแคทเธอรีนได้ไปห้องเก็บศพเพื่อดูหน้าน้องสาว ในขณะที่พ่อแม่ของเธอเสียใจนั้น จู่ๆ แม่ของเธอได้ยินเสียงกระซิบเบาๆ ของแคทเธอรีนว่า “บาบา”

ปรากฏว่ามีคนในเขต ชื่อบาบา และเขาก็เป็นโจร ชื่อ ไรอัน “บาบา” วิซคาร์รา  (Ryan “Baba” Viscarra  )  เขาถูกจับและลายนิ้วมือและเลือดของเขาตรงกับของฆาตกรในที่เกิดเหตุ ในที่สุดเขาก็สารภาพผิดและถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตในคุก



3. คดีฆาตกรรมโรงนาสีแดง (Red Barn Murde)

เรื่องราวเริ่มต้นในปี 1827 ที่หมู่บ้านโพลสเตด (Palstead) ในประเทศอังกฤษ เมื่อชายคนหนึ่งชื่อ วิลเลียม คอร์เดอร์ (William Corder) คิดว่าเขาสามารถทางทางออกที่สุดในการสังหารแฟนสาวของเขา ชื่อมาเรีย มาร์เตน (Maria Marten) เพื่อตัดปัญหา จากนั้นเขาก็เดินทางไปลอนดอน แล้วตัดสินใจที่จะปลอมจดหมายของมาเรีย ทำเหมือนกับว่ามาเรียเขียนถึงครอบครัวของเธอ เนื้อหาจดหมายอ้างว่าเธอจะหนีออกไปกับวิลเลียมและทุกอย่างกำลังไปได้สวย

ตอนแรกทุกคนดูเหมือนจะไม่สงสัยอะไรกับเนื้อหาจดหมาย จนกระทั่งแม่เลี้ยงของเธอเริ่มความฝันร้ายประหลาดติดหลายครั้ง หลายคืน  ในความฝันเธอเห็นมาเรียถูกสังหารและถูกฝังในโรงนาสีแดง หลังจากแอนได้ขอสามีของเธอออกไปตรวจดูโรงนา  ก็พบศพมาเรียถูกฝังอยู่ในถังเก็บข้าวและยัดกระสอบ พร้อมกับมีผ้าเช็ดหน้าสีเขียวพร้อมลายมือชื่อของวิลเลียมอยู่ที่คอของเธอ มันเป็นหลักฐานชั้นดีในการเอาผิดวิลเลียม

ต่อมาวิลเลียมประหารด้วยถูกแขวนคอต่อหน้าสาธารณชน  ส่วนคดีผีทวงแค้นแห่งโรงนาสีแดงกลายเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วอังกฤษ จนโรงนาก็กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังจนกระทั่งในปี 1842 เกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ทำให้โรงนาซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความรัก โศกนาฏกรรม และการทรยศหักหลัง มอดไหม้เหลือแต่ตอตะโกไปในที่สุด

 

2. ลิซ่า  โพสลัน (Lisa Posluns)  

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2002 ลิซ่า  โพสลัน    ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์อายุ 38 ปี กำลังทำงานอย่างล่าช้าในคืนวันเสาร์ในสำนักงานโตรอนโตของเธอ และขณะที่เธอออกจากออฟฟิศ เธอก็ถูกใครบางคนจุ่โจม ถูกใส่กุญแจมือ ถูกข่มขืน และถูกฆ่าด้วยการแทง และลำคอของเธอถูกเฉือนออก ศพของเธอถูกยัดห้องเก็บของในตึกที่ทำงานของเธอ  

เจ็ดชั่วโมงหลังมีแจ้งความว่าเธอหายไป ตำรวจก็ค้นพบศพลิซ่า ตำรวจสงสัยผู้ดูแลที่ทำงานในอาคารและสามารถเข้าห้องพักทุกห้องได้ คือนาย รุย มาร์คี (Rui Marques) ซึ่งทำให้เขาเป็นผู้ต้องสงสัยในช่วงต้น อย่างไรก็ตาจากหลักฐานดีเอ็นเอของฆาตกรในที่เกิดเหตุไม่ตรงกับรุย ทำให้เขารอดพ้นข้อสงสัยนี้ไป

สี่เดือนผ่านไป ในตอนเย็นวันหนึ่ง  ขณะที่รุยกำลังทำความสะอาดโต๊ะสีดำ จู่ๆ ก็มีเงาดำลึกลับปรากฏขึ้น ชี้ไปยังโต๊ะสีดำ  ทำให้รุยคิดขึ้นมาได้ว่ามีชายคนหนึ่งชื่อ เนลสัน เดแจส  (Nelson DeJesus) เขาชอบใส่ชุดสีดำ และมีพฤติกรรมคุคามลิซ่าหลายครั้ง เขาน่าจะเป็นฆาตกรฆ่าลิซ่า

รุยได้แจ้งเบาะแสนี้ให้ตำรวจ  เนลสันถูกจับกุม   ดีเอ็นเอของเขาตรงกับตัวอย่างที่เหลืออยู่ในเสื้อผ้าของลิซ่า เขาถูกตัดสินลงโทษและ ได้รับโทษจำคุกตลอดชีวิต


1. ไมล์ ฟอล์เซตต์ (Miles Faucett)

ในวันปีใหม่ของปี 1888 หญิงคนหนึ่งชื่อไมล์ ฟอล์เซตต์ ได้เชิญ โจเซีย และอลิซาเบธ พ็อตส์  (Josiah and Elizabeth Potts) มาเป็นแขกมางานปาร์ตี้ของเธอใน คาร์ลิน, เนวาด้า และนั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่คนเห็นไมล์มีชีวิตอยู่ หลังจากนั้นเธอก็หายไป แม้จะเชื่อว่า โจเซียและอลิซาเบธมีส่วรเกี่ยวข้อง เพราะพวกเขาได้ทรัพรสินของไมล์จำนวนมาก และในวันเกิดเหตุเขาใช้รถเลื่อนและรถยนตร์กำลังลากอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่พบหลักฐาน

ในเดือนกันยายน 1888 พวกพ็อตส์ได้ย้ายไปร็อกสปริงส์, ไวโอมิง และครอบครัวบรูเออร์ได้ย้ายเข้ามาอยู่บ้านของพ็อตส์  และต่อมาครอบครัวที่ย้ายมาใหม่นั้นได้อ้างว่าบ้านของพวกเขาถูกผีสิง  มีสิ่งแปลกๆ เกิดขึ้นในบ้าน เป็นต้นว่ามีเสียงเคาะประตู เสียงเคาะ แม้จะไม่รุนแรงหรือมีอะไรร้ายแรงนัก แต่มันก็สร้างความหวาดกลัวไม่น้อย อย่างไรก็ตามเสียงประหลาดส่วนใหญ่มาจากห้องใต้ดิน อีกทั้งยังมีกลิ่นสารกันบูดตลบอบอวนด้วย

ต่อมา ในเดือนมกราคม 1889 เมื่อเสียงจากห้องใต้ดินดังหนักขึ้น ทำให้พวกเขาทนไม่ไหว จึงทำการตรวจสอบ และเมื่อลงไปพวกเขาเห็นอะไรบางอย่างเหมือนหัวผักกาดเน่าโผล่จากพื้น หลังจากพวกเขาขุดพื้นดู ก็พบว่ามันเป็นชิ้นส่วนศพของมนุษย์บางส่วน ซึ่งระบุได้ว่าเป็นของไมล์ และนั้นทำให้พวกพ็อตส์ถูกจับกุมและถูกตัดสินประหารชีวิต

ในวันที่ประหารชีวิต เอลิซาเบธและสามีถูกประหารตะแลงแกงพร้อมกัน หากแต่ระหว่างนั้น  ก็เรื่องสยดสยองขึ้นเมื่อเอลิซาเบธเป็นหญิงที่ตัวใหญ่ เมื่อถูกแขวนคอด้วยเชือกเล็กๆ ทำให้เธอต้องขาดใจตายอย่างทุกข์ทรมาน จนเลือดไหลทะลักที่คอย้อมชุดขาวของเธอกลายเป็นสีแดง

 


อ้างอิง

https://listverse.com/2017/08/09/top-10-murder-victims-who-solved-their-own-murders/

http://www.toptenz.net/10-murder-victims-who-arent-resting-in-peace.php

http://www.cracked.com/article_25237_6-ghosts-who-solved-their-own-murders.html



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 865 : 10 วิญญาณทวงแค้น แก้คดีลึกลับที่ตนถูกฆ่า!? , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2705 , โพส : 2 , Rating : 0% / 1 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 2 : ความคิดเห็นที่ 22004
เรื่องที่ 2 เหตุผลในการฆ่านี่...
Name : Mayuko2461 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mayuko2461 [ IP : 118.174.166.1 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 มกราคม 2561 / 22:17
# 1 : ความคิดเห็นที่ 22003
ต่ออออออคะ
Name : beok2 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ beok2 [ IP : 49.230.214.217 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 มกราคม 2561 / 19:49

หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android