คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

เรื่องจริงทะลุโลก (Extension)

ตอนที่ 862 : 10 เรื่องที่หลายคนไม่รู้เกี่ยวกับ “แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์”


     อัพเดท 2 ก.ค. 61
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
Tags: บทความ, ความรู้รอบตัว, สยองขวัญ, น่าขนลุก, แปลก, ลึกลับ, ประวัติศาสตร์, ข้อเท็จจริง, บุคคล, ความเข้าใจผิด, ศาสนา, เทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์, ตำนาน, ความเชื่อ, บันเทิง, ท่องเที่ยว, อาหาร, รายการทีวี, วีดีโอเกม, อาชญากรรม, กฎหมาย, จิปาถะ
ผู้แต่ง : Cammy-เต่านรก ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy-เต่านรก
My.iD: https://my.dek-d.com/cammy
< Review/Vote > Rating : 94% [ 330 mem(s) ]
This month views : 4,566 Overall : 2,737,451
22,171 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 7168 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 862 : 10 เรื่องที่หลายคนไม่รู้เกี่ยวกับ “แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์” , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 3441 , โพส : 3 , Rating : 17% / 6 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


เนื่องจากติดภาพน้องแจ๊คโลลิ จากซีรีย์ Fate ไปแล้ว ดังนั้นในบทความนี้ขอลงภาพน้องแจ๊คให้ชื่นใจ (ส่วนหนึ่งที่เขียนบทความนี้ก็คือ น้องแจ๊คน่ารัก แต่อนิเมะห่วยแตก)

 

หากจะเขียนถึงแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ เขียนได้เป็น 100 หน้าก็ไม่จบ เพราะเขาคือฆาตกรที่เป็นตำนาน และมีสีสันที่สุดในประวัติศาสตร์

แน่นอนว่าแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ ใครๆ ก็ต้องรู้จักในฐานะฆาตกรต่อเนื่องในย่าน ไวต์แชปเพิล”  (Whitechapel) แห่งกรุงลอนดอน

ไวต์แชปเพิลเป็นย่านที่อยู่ทางตะวันออกของกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในช่วงปลายทศวรรษที่ 1880  มันเคยเป็นย่านเสื่อมโทรม ประชากรหนาแน่น เพราะอังกฤษประสบปัญหาการไหลเข้ามาของชาวไอริช  ผู้อพยพหนีจากการสังหารหมู่แถวยุโรปตะวันออก อพยพที่ทำให้เพิ่มจำนวนประชากรมากมาย จนประชากรว่างงาน ที่พักอาศัยแออัด แย่ลง สิ่งที่ตามมาก็คือการก่ออาชญากรรม ปล้น จี้ ฆ่า  การเหยียดผิว

หญิงหลายคนตกเป็นเหยื่อค้าประเวณี บางคนก็เป็นโสเภณีเพราะความจำใจ เชื่อว่ามีโสเภณีกว่า 1,200 คนที่ทำย่านแห่งนี้ ซึ่งสถานที่แห่งนี้ก็กลายเป็นเวทีของการฆาตกรต่อเนื่องที่ร้ายกาจและพิลึกพิลั่นนาม “แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์”

แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ ก่อคดีฆ่าโสเภณีไป 5 รายในช่วงปี ค.ศ.1888 เหยื่อเกือบทั้งหมดเป็นโสเภณี   ประกอบด้วยแมรี่ แอนน์ นิโคลส์,แอนนี่ แชปแมน,อลิซาเบธ สไตรด์,แคทเธอรีน เอ็ดโดวส์ และแมรี่ เจน เคลลี่ (Mary Ann Nichols , Annie Chapman , Elizabeth Stride , Catherine Eddowes และ Mary Jane Kelly)

ฆาตกรรมส่วนใหญ่เกิดในที่สาธารณะหรือกึ่งสาธารณะ เหยื่อทุกรายถูกเชือดคอ หลังจากนั้นซากศพจะถูกหั่นตรงช่วงท้องและบางครั้งที่อวัยวะเพศ คาดกันว่าเหยื่อจะถูกรัดคอให้เงียบเสียก่อนลงมือฆ่า มีหลายกรณีที่มีการตัดอวัยวะภายในออก  เหยื่อเกือบทุกคนถูกฆ่าชำแหละ หั่นตรงช่วงท้อง เอาอวัยยวะออกไปตัวจากเหยื่อ โดยเหยื่อทั้งหมดได้แก่

ฉายา ของแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์นั้นมาจากจดหมายที่ถูกส่งไปยังสำนักข่าวกลาง ซึ่งโดดเด่นที่สุดคือจดหมายจาก เจ้านายที่เคารพที่มีลายเซ็นลงชื่อว่า แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์” มาด้วย แม้ว่าจดหมายที่ว่าจะมาจากฆาตกรตัวจริงหรือไม่ก็ตาม แต่แจ๊คก็กลายเป็นฉายาตั้งแต่บัดนั้น

และต่อมาก็มีไปรษณีย์บัตร แจ๊กจอมซ่าส์” และ พัสดุลงชื่อ จากนรกที่ข้างในใส่ไตครึ่งซีกที่ไม่ทราบได้ว่าตัดมาจากเหยื่อหรือขโมยจากโรงเก็บศพเอามาให้ตำรวจ ทั้งหมดก็ล้วนเป็นหลักฐานเกี่ยวกับแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ที่มีชื่อเสียง (แม้ว่าจะจริงหรือไม่ก็ตาม)

หลังคดีฆาตกรรมแมรี่ เจน เคลลี่หายไป แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ก็ไม่ออกอาละวาดอีกเลย แม้จะมีคดีคล้ายคลึงกัน แต่หลายฝ่ายไม่ยอมรับเป็นฝีมือแจ๊คมากนัก และไม่มีใครไขคดีออกเลยว่าตัวจริงแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์เป็นใคร จนถึงปัจจุบัน

มีผู้ต้องสงสัยหลายคนเป็นแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ จากหมอ คนขายเนื้อ ศิลปิน ไปจนถึงทฤษฏีสมคบคิดเกี่ยวกับราชวงศ์อังกฤษ เจ้าชายเลยทีเดียว และปัจจุบันรายชื่อผู้ต้องสงสัยแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ก็ยังโผล่ออกมาเรื่อยๆ ไม่รู้จบ (พร้อมทฤษฏีเอาฮ่ามากมายด้วย)

ปัจจุบันเรื่องราวของแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ก็ยังคงมีเสน่ห์ไม่เสื่อมคลาย พร้อมกับการนำวิธีการด้านนิติเวชสมัยใหม่มาช่วยสืบคดี รวมไปถึงมีการค้นคว้าวิจัยอย่างจริงจังทางประวัติศาสตร์ ทฤษฎีสมรู้ร่วมคิดและนิทานพื้นบ้าน ทำให้เกิดมีคำว่า "นักริปเปอร์วิทยา" มาใช้เรียกนักประวัติศาสตร์และนักสืบสมัครเล่นที่ศึกษาคดีอันโด่งดังนี้

แม้ว่าแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์จะเป็นฆาตกรต่อเนื่องชื่อดังที่หลายคนต้องรู้จัก แต่ก็ยังมีข้อมูลยิบย่อยอีกมากมายที่หลายคนไม่รู้  และมันก็น่าสนใจ และนี่คือ 10 เรื่องที่หลายคนไม่รู้ของ “แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์”

 

10.เหยื่อนอกเหนือจากห้า

เป็นที่รู้กันว่าเหยื่อของแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ มี 5 ราย คือ  ซึ่งหลายหลังเรียกว่า “บัญญัติทั้งห้า” (The Canonical Five)

อย่างไรก็ตาม มันเป็นเพียงแค่การนำเสนอของข่าวที่สื่อมวลชนตีความเท่านั้น  ยังมีเหยื่อหลายรายที่เชื่อว่าเป็นฝีมือของแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ อีกหลายรายที่ตำรวจยังคงพิจารณาว่าเป็นฝีมือของฆาตกรรายเดียวหรือไม่

ตำรวจเชื่อว่าแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์สังหารโสเภณีถึง 11 คน ที่สำคัญคือเหยื่อโสเภณีอีก 6 คนที่เกิดหลังเหยื่อรายที่ห้า ซึ่งสาเหตุที่ไม่ค่อยกล่าวถึงและไม่ค่อยเป็นที่สนใจมากนัก  เพราะไม่มีลักษณะเฉพาะตัว ในขณะที่เหล่าเหยื่อบัญญัติทั้งห้านั้นมีลักษณะเอกลักษณะเฉพาะตัวที่เหมือนเป็นฝีมือของฆาตกรคนเดียว

เหยื่อที่ไม่ได้กล่าวถึงมากนึก เป็นต้นว่า โสเภณี โรส ไมเล็ตต์ (Rose Mylett) เสียชีวิตเมื่อ 20 ธันวาคม 1888 จากการชันสูตรพบว่าเธอเสียชีวิตจากการฆาตกรรมแต่ปัญหาคือไม่มีหลักฐานการแสดงความรุนแรงในร่างกายของศพ ต่อมามีการพบศพของโสเภณีอลิซ แมคเคนซี่ (Alice McKenzie) ที่มีร่อยรอย หลอดเลือดแดงของเธอถูกตัดขาดจากซ้ายไปขวาและมีแผลที่ท้อง แต่แผลนั้นไม่ลึกพอที่จะระบุว่าเป็นฝีมือของแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ ทำให้แค่สันนิษฐานว่าเป็นการฆาตกรรมเลียนแบบแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์เท่านั้น

 

9. แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ถนัดซ้าย

มีการระบุว่าฆาตกรต่อเนื่องแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ถนัดซ้าย โดยผู้เขียนรายงานคือ ด็อกเตอร์รีซ ราล์ฟ เลอเวลิน  (Dr. Rees Ralph Llewellyn)  เป็นหมอที่ชันสูตรพลิกศพพลอลี่ นิโคลส์ ซึ่งเป็นเหยื่อรายแรกของแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ โดยรายงานระบุว่า “เชื่อว่าเธอถูกฆ่าโดยใบมีดโกนที่คมกริบ และเชื่อว่าเป็นฝีมือของคนถนัดซ้าย และเหยื่อตายเกือบทันที” สาเหตุที่ด็อกเตอร์ริซระบุอย่างนั้นมาจากอาการซ้ำที่คอและทิศทางของบาดแผล ซึ่งคอของเธอถูกเชือดจากซ้ายไปขวา และเชื่อว่าแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์จัดการกับเหยื่อจากด้านหลัง โดยใช้มือซ้ายที่ถนัดคว้าคอเหยื่อ ทำให้เกิดรอยช้ำคอและใบหน้า จากนั้นก็กรีดคอ

อย่างไรก็ตาม ก็มีการตั้งข้อสังเกตว่าการชันสูตรของด็อกเตอร์รีซนั้นเชื่อถือหรือไม่ หรือเกิดจากความอคติเพราะ เวลานั้นมีความเชื่อว่าคนที่ถนัดซ้ายจะมีโอกาสก่ออาชญากรรมมากกว่าสามเท่า กว่าคนที่ถนัดขวา


8. เจ้านายที่เคารพและจากนรก

สื่อและตำรวจได้รับจดหมาย มากกว่า 700 ชิ้นที่อ้างว่าเป็นของ "ฆาตกรต่อเนื่องไวต์แชปเพิล" อย่างไรก็ตาม มีเพียงจดหมายสอง-สามฉบับเท่านั้นที่ได้รับการพิจารณาว่าน่าเชื่อถือและน่ากลัว โดยจดหมายแรกที่มีชื่อเสียงคือ จดหมายเจ้านายที่เคารพ (Dear Boss) ที่ส่งถึงสำนักข่าวกลางเนื้อหาเขียนด้วยหมึกแดง ออกไปเชิงเย้ยยันตำรวจ พร้อมจะฆ่าโสเภณีต่อไปไม่ที่ทางหยุด พร้อมลายเซ็นลงท้ายว่า  "แจ็คเดอะริปเปอร์"  ซึ่งไม่มีสามารถสืบหาเจ้าของจดหมายเป็นใคร และไม่รู้ว่าเป็นจดหมายของจริงหรือไม่

อีกหนึ่งจดหมายที่มีชื่อเสียง ก็คือ “จากนรก” (From hell)  ส่งไปให้จอร์จ รูสก์ (George Lusk) ประธานคณะกรรมการเฝ้าระวัง มันเป็นจดหมายที่เขียนด้วยความประณีต และมีการส่งไตครึ่งหนึ่งโดยอ้างว่ามาจากเหยื่อ (แคทเธอรีน เอ็ดโดเวส์) ซึ่งแพทย์ระบุว่าไตเป็นของผู้หญิงอายุประมาณ 45 ปี และเป็นโรคพิษสุราเรื้อรัว (ซึ่งก็ตรงกับของแคทเธอรีน เอ็ดโดเวส์) น่าเสียดายที่การแพทย์สมัยนั้นไม่ได้สามารถสรุปได้ว่าไตที่ส่งมานั้นเป็นของแคทเธอรีนจริงหรือไม่


7. คืนที่บ้าคลั่ง

วันที่ 30 กันยายน ค.ศ. 1888 แจ๊คเดอะ ริปเปอร์ ได้ฆ่าโสเภณีสองคน (หรือเหยื่อรายที่สามกับสี่) ในคืนเดียว และในเวลาไล่เลี่ยกัน นั่นคือ อลิซาเบ็ธ สไตรค์ และ แคทเธอรีน เอ็ดโดวส์ ภายหลังเรียกเหตุการณ์นี้ว่า “อีเวนส์ ดับเบิ้ล” (Double Event)

ในกรณีเหยื่อรายที่สามนั้น อลิซาเบ็ธ สไตรค์ถูกปาดคอ และมีรอยฟกช้ำที่หัวไหล่ ถือว่าสภาพศพไม่ได้เลวร้ายนัก  ทำให้เชื่อว่าระหว่างที่แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์กำลังฆ่าอลิซาเบ็ธ สไตร์คอยู่นั้น เกิดมีอะไรบางอย่างขัดจังหวะ มันจึงทิ้งศพหนีไปจากที่เกิดเหตุ  อย่างไรก็ตามตัวฆาตกรรู้สึกหงุดหงิดที่มันไม่สามารถฆ่าเหยื่อได้หนำใจ และเมื่อเห็นเหยื่อรายที่สี่   แคทเธอรีน เอ็ดโดวส์ ก็จัดการลงมือกับเหยื่อรายที่สี่ในอารมณ์ที่โหดร้าย บ้าคลั่งมากขึ้น   โดนควักลูกตา เฉือนจมูก ลำคอถูกเชือด ช่องท้องถูกกรีดเป็นบาดแผลเหวอะ ไม่มีไต ไตข้างซ้ายของเธอและมดลูกถูกตัดออก 

                อย่างไรก็ตาม มีทฤษฏีหนึ่งที่ค่อนข้างฉีกความเชื่อของใครหลายคน เมื่อมีคนมาตั้งข้อสังเกตว่าอลิซาเบ็ธ สไตรค์ และ แคทเธอรีน เอ็ดโดวส์ ไม่ได้เป็นฝีมือของฆาตกรคนเดียวกัน เพียงแต่มีคนมาจับโยงเป็นคดีเดียวกันเพราะสถานที่เกิดเหตุอยู่ใกล้กันเท่านั้น โดยมีการระบุว่ามีดที่ใช้ก่อเหตุนั้นมีลักษณะแตกต่างกัน

                ต่อมาไม่นาน ก็มีไปรษณียบัตรแปลกประหลาด ส่งมายังสำนักข่าวเซ็นทรัล ตัวไปรษณีย์นั้นเปื้อนเลือดสกปรก  แปะทับตราต้นทางไว้ที่ 1 ตุลาคม ภายหลังถูกเรียกว่า ไปรษณีย์แจ็คจอมซ่า โดยเนื้อหาจดหมายได้เล่าว่าตนเป็นฆาตกรรมสองครั้งซ้อน  งานแรกมีไม่เสร็จเรียบร้อย ไม่มีเวลาตัดหูมาให้ตำรวจเลย ต่อมาไปรษณียบัตรก็เริ่มมีชื่อเสียง เพราะเนื้อหามีข้อมูลตรงกับคดี ทั้งๆ ที่ข้อมูลการก่อคดี สื่อยังไม่มีการเผยแพร่ คนที่รู้ข้อมูลมีเพียงเจ้าหน้าที่กับคนในท้องที่เท่านั้น แถมจดหมายส่งมาหลังเกิดคดีไม่กี่ชั่วโมง ทำให้หลายคนเชื่อว่าการสองโสเภณีถูกฆ่าโดยฆาตกรคนเดียวกัน

 

6. ข้อความบนถนนโกลสตัน

อีกหนึ่งหลักฐานที่มีการโต้เถียงกันว่ามันเป็นของแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์หรือไม่ ก็คือ “ข้อความบนถนนโกลสตัน” Goulston Street graffito

โดยข้อความประหลาดนี้ เกิดขึ้นในคดีฆาตกรรมเหยื่อรายที่ 3 และ 4 คือ  อลิซาเบ็ธ สไตรค์ และ แคทเธอรีน เอ็ดโดวส์ ในคืนวันที่ 30 กันยายน 1888  ตำรวจได้ทำการตรวจค้นพื้นที่ใกล้สถานที่เกิดเหตุโดยพยายามค้นหาผู้ต้องสงสัยพยานหรือหาหลักฐาน  เมื่อเวลาประมาณ 3:00 น. ตำรวจอัลเฟรด ลอง (Alfred Long)  ตำรวจนครบาลได้ค้นพบสกปรกชิ้นส่วนผ้ากันเปื้อนที่บันไดของอาคารชุด 108-100  ในถนนโกลสตัน, Whitechapel ซึ่งผ้าได้รับการยืนยันในภายหลังว่าเป็นส่วนหนึ่งของผ้ากันเปื้อนที่สวมใส่โดย แคทเธอรีน เอ็ดโดวส์ และใกล้ๆ กันนั้นก็มีข้อความประหลาดเขียนด้วยชอล์กสีขาวบนผนังอิฐสีดำติดกับประตูทางเข้าของอาคาร มันเขียนว่า

"คนยิวเป็นผู้คนที่จะไม่โดนถูกกล่าวหาอย่างไม่มีเหตุผล"  (The Juwes arethe men that will not be blamed for nothing )

สมัยก่อนนั้นชาวยิวมักถูกตำหนิหรือถูกใส่ร้ายอยู่เป็นประจำ หากเกิดอาชญากรรมหรือเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น และตั้งแต่คดีเหยื่อรายที่ 1 ของแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์เองก็มีข่าวลือกระจายไปทั่วว่าการฆ่าโสเภณีเป็นฝีมือของชาวยิวชื่อจอห์น ไพเซอร์ (John Pizer)  เพราะเคยมีคดีก่อความรุนแรง เมื่อมีการจับกุมก็มีการประท้วงของชาวยิวที่ไม่พอใจกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

แน่นอนว่าไม่มีใครทราบว่าข้อความบนผนังเป็นของแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์หรือไม่  (แถมมีการแตกเสียงสองฝ่ายอีกต่างหาก) หรือแม้แต่เป็นฝีมือของใคร ก็ไม่ระบุ สิ่งที่รู้คือลายมือบนผนังไม่ตรงกับลายเซ็นของ “เจ้านายที่เคารพ” และ “จากนรก”  ต่อมาตำรวจสรุปแค่ว่าข้อความมีอยู่ก่อนแล้ว แล้วผ้ากันเปื้อนบังเอิญตกใกล้พอดีเท่านั้น

 

5. ลักษณะแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์

เช่นเดียวกับฆาตกรต่อเนื่องปริศนาคนอื่นๆ มีหลายฝ่ายพยายามที่จะวิเคราะห์ลักษณะของแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ว่าเขาเป็นคนยังไง ในช่วงก่อคดีอาชญากรรม โดยเป็นที่ยอมรับ เชื่อว่าแจ๊ค เดอะริปเปอร์น่าจะเป็นชายอายุ 30 ถึง 40 ปี มักก่อคดีฆาตกรรมวันสุดสัปดาห์ หรือวันหยุดธนาคาร และเชื่อว่าเขามีความจำดี รู้ทุกซอกทุกมุมในสถานที่เกิดเหตุ และมักลงมือในจุดที่เงียบสงบไร้ผู้คน ทำให้เขาไม่เคยถูกจับ

มีเพียงคดีของ  อลิซาเบ็ธ สไตรค์ และ แคทเธอรีน เอ็ดโดวส์ เป็นคดีฆาตกรรมเดียวที่เกิดขึ้นในช่วงเวลา "ดึกดื่น"  เพราะเป็นเวลาเที่ยงคืน หรือมากกว่านั้น ในขณะที่คนอื่น ๆ เกิดขึ้นระหว่าง 3:00 น. ถึง 6:00 น. (อย่างไรก็ตาม สมัยนั้นเวลานี้ก็ถือว่าเป็นเวลา)

แม้ว่าข้อมูลจากหลายที่ระบุว่าแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์นั้นเป็นฆาตกรที่ไม่มีพยานคนไหนเห็นหน้าตาเลย แม้แต่คนเดียว  คำถามตามมาคือ แล้ว ลักษณะใบหน้าของแจ๊ค รูปพรรณของแจ๊ค ที่เป็นรูปชายคนหนึ่งสวมหมวกปีกกว้าง ที่เราเห็นกันมาจากหลายแหล่งนั้น มันมาจากไหน

คำตอบน่าจะเป็นคำให้การของ อิสราเอล ชวาร์ตซ์ (Israel Schwartz) เขาเป็นผู้อพยพต่างชาติ (อาจเป็นฮํงการีไม่ก็ชาวยิว) เขาเป็นหนึ่งในพยานไม่กี่คนที่ระบุว่าเห็นชายผู้ต้องสงสัยว่าน่าจะเป็นแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ หากแต่ปากคำของเขานั้นไม่ได้นำมาใช้สืบสวนมากนัก ทั้ง ที่คำให้การของเขามีแนวโน้มมากที่สุด

จากคำให้การระบุว่า วันที่ เขาได้ดินที่ถนน และได้เห็นชายคนหนึ่งกำลังพูดคุยกับผู้หญิงคนหนึ่งบนถนน ชายคนนั้นพยายามที่จะดึงผู้หญิงเป็นที่ลับๆ แล้วผู้หญิงคนนั้นก็กรีดร้องสามครั้ง และก็หยุดดัง ซึ่งเหตุการณ์ที่เขาพบกันเป็นเวลาไม่นานก่อนที่จะมีคนพบศพของ อลิซาเบ็ธ สไตรค์ในบริเวณใกล้กัน

อิสราเอล ชวาร์ตซ์ ได้ระบุผู้ต้องสงสัยคนนี้ว่า เขาเป็นชายอายุ ประมาณ 30 ปี สูง ประมาณ 5 ฟุต ผมสีเข้ม หนวดสีน้ำตาลเล็ก ไหล่กว้าง สวมเสื้อแจ๊คเก็ต และกางเกงขายาวสีดำ หมวกปีกกว้างสีดำ


4. ผู้ต้องสงสัยคนดัง

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาชื่อของผู้ต้องสงสัยว่าเป็นแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ ที่คนที่มีชื่อเสียงและคนที่ถูกลืม  และเป็นหนึ่งในทฤษฎีที่นิยมมากที่สุด (จนเอามาสร้างเป็นภาพยนตร์) ก็คือแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์อาจเกี่ยวของกับคนในราชวงศ์ของอังกฤษ

เรื่องของเรื่องคือ มีหลายคนตั้งข้อสมมุติฐานว่า แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ อาจเป็นเจ้าฟ้าชาย อัลเบิร์ต เอ็ดเวิร์ด วิกเตอร์ (Prince Albert Edward Victor)   ดยุกแห่งคลาเรนซ์และเอวอนเดล   ซึ่งเป็นหลานชายของสมเด็จพระราชินีวิกตอเรีย และทายาทที่สองในการสืบราชบังลังก์ของอังกฤษ เป็นแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ ไม่ก็อาจเกี่ยวข้องทางใดทางหนึ่ง 

มีข่าวลือว่าพระองค์เคยเสด็จไปเที่ยวซ่องในย่านอีสต์เอนด์หลายครั้ง จนเกือดเรื่องอื้อฉาวที่เรียกว่า เรื่องอื้อฉาวคลีฟแลนด์สตรีท (Cleveland Street scandal)  จนทรงติดเชื้อซิฟิลิสจนสิ้นพระชนม์ หากแต่ถูกปกปิดเอาไว้ โดยให้ระบุว่าพระองค์สิ้นพระชนม์จากอาการโรคระบาดไข้หวัดใหญ่แทน

หลายคนเชื่อว่า เจ้าฟ้าชาย อัลเบิร์ต เอ็ดเวิร์ด วิกเตอร์ เป็นแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ พระองค์เรียนรู้เทคนิคในการชำแหละมาจากการล่าสัตว์ และก่อคดีฆาตกรรม เพื่อปิดปังพฤติกรรมอันเหลวแหลก ทฤษฎีนี้แพร่หลายมาก

อย่างไรก็ตาม ทฤษฎีนี้ถูกล้มอย่างง่ายดาย เพราะบันทึกเกี่ยวกับพระกรณียกิจของเจ้าชายยืนยันว่าในขณะที่การฆาตกรรมแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์  พระองค์ไม่ได้ไม่ได้ประทับอยู่ในลอนดอนเลยแม้แต่น้อย

อย่างไรก็ตาม ก็มีอีกทฤษฏีหนึ่งเชื่อว่าเจ้าชายได้ร่วมมือกับคนใกล้ชิด ก่อคดี ความจริงเป้าหมายมีเพียงแค่เหยื่อรายที่ 5 แต่จำเป็นต้องเบี่ยงประเด็น ดังนั้นจึงเกิดแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ขึ้นเพื่อทำทีฆาตกรรมต่อเนื่องเหยื่อรายอื่นๆ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สับสน ก่อนที่จะลงมือฆ่าเป้าหมาย

อีกหนึ่งคนดังที่ระบุว่าเขาน่าจะเป็นแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ คือ ชาร์ลส์ ลุทวิดจ์ ดอดจ์สัน (Charles Lutwidge Dodgson) นักคณิตศาสตร์และนักประพันธ์ชื่อดังที่รู้จักกันดีในนามปากกา ลูอิส แครอลล์ (Lewis Carroll)   ผู้แต่ง Alice in Wonderland 

ลูอิส แครอลล์มีประวัติไม่ค่อยดีนัก เขาถูกกล่าวหาว่าพรากผู้เยาว์ เพราะเคยไปยุ่งเด็กลูกสาว 3 คนของคณบดีคนหนึ่งที่มหาลัยที่เขาทำงานอยู่ ลูอิสไม่เคยแต่งงาน แม้จะมีหลักฐานว่าเขาเคยมีความสัมพันธ์กับผู้หญิง แต่ดูเหมือนมันจะกลายเป็นอดีตข่มขืนมากกว่า  ทำให้ความเชื่อว่าลูอิสนั้นพยายามหลีกเลี่ยงโลกผู้หญิง เขาอยากเป็นเด็กตลอดกาล 

ทฤษฎีที่ความชื่อว่าลูอิส แครอลล์เป็นแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์นั้น มาจากความเชื่อของริชาร์ด วอลเลซ (Richard Wallace)  เขาแต่งหนังสือ  'Jack the Ripper, Light-Hearted Friend' ในหนังสือบอกว่าลูอิสได้ร่วมมือกับเพื่อนของเขาชื่อโทมัส เวเรอ เบย์น (Thomas Vere Bayne) ก่อคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง

สิ่งที่เชื่อแบบนี้ เขาได้ว่าลูอิสได้แอบซ่อนรหัสลับบอกดใบ้ว่าตนเองเป็นแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ไว้ในหนังสือ “อลิซท่องแดนอัศจรรย์”  และ Sylvie and Bruno ซึ่งตีพิมพ์หลังคดีแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์จบลง (และซ่อนในบทประพันธ์ต่างๆ ส่วนอลิซวางแผงในปี 1865) รหัสได้ซ่อนในประโยคต่างๆ ในหนังสือ (ส่วนใหญ่จะเป็นเกี่ยวบรรยายรายละเอียดของการฆาตกรรม)

นอกจากนี้วอลเลซยังอ้างว่าเขาบอกว่าลูอิสมักจะเขียนไดอารี่ทุกวันด้วยหมึกสีม่วง แต่ในวันที่เกิดฆาตกรรมแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ เขาเปลี่ยนหมึกเป็นสีดำ


            3. วิญญาณแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์


แม้ว่าเรื่องราวของแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์จะผ่านเป็นว่าหลายทศวรรษแล้ว แต่ตำนานของเขายังคงอยู่ และยังน่ากลัวในฐานะของวิญญาณที่มักไปปรากฏสถานที่เกี่ยวข้องกับแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์

ว่ากันว่าผับเทนเบล (Ten Bells Pub) แถว Commercial Street E1 เป็นสถานทีผีดุ ตามเรื่องราวแล้วมันเป็นผับที่แมรี่ เจน เคลลี่ เหยื่อรายสุดท้ายของแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ นั่งกินอยู่ก่อนที่จะออกจากผับ แล้วกลายเป็นศพหั่นเป็นชิ้นๆ ในห้องพักของเธอ (ไม่ทราบชื่อห้องพัก แต่มันถูกเรียกว่าห้องพักของมิลเลอร์)  ยังคงอยู่ที่นั้น และสภาพของมันก็ยังคงแทบไม่เปลี่ยนแปลงใดๆ ในวันที่แมรี่เสียชีวิตในวันที่ 9 พฤศจิกายน 1888)  ทุกวันนี้สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยเรื่องเหนือธรรมชาติ ที่หลายคนพบเห็นวิญญาณเป็นบางครั้ง (แต่ไม่ใช่วิญญาณของแมรี่แต่อย่างใด)

อีกหนึ่งสถานที่ที่เกี่ยวกับแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ก็คือถนนแฮนเบอรี E1 (Hanbury Street E1) มันเป็นถนนที่เต็มไปด้วยตึกที่ยาวเหยียด สมัยก่อนนั้นมันเคยเป็นโรงเหล้า และมันยังเป็นสถนที่พบศพแอนนี่ แชปแมนเหยื่อรายที่สองนอนเสียชีวิต ว่ากันว่าหากไปที่นั้นช่วงเวลาและวันที่การฆาตกรรม หากได้พบวิญญาณของแอนนี่ แชปแมนยืนพิงผนังใกล้จุดที่เธอเสียชีวิต

                นอกจากนี้ ตำนานของแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ ได้เล่าว่าหลังจากที่สังหารเหยื่อรายสุดท้ายแล้ว แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ได้ตัดสินใจกระโดดน้ำฆ่าตัวตายที่สะพานเวสต์มินสเตอร์ SW1 (Westminster SW1) หากแต่วิญญาณของเขาไม่ได้เป็นสู่สุขคติ เขาได้กลายเป็นวิญญาณวนเวียนสถานที่แห่งนี้ไม่ได้ไปไหน   ตำนานเมืองยังเล่าอีกว่าถ้าคุณยืนที่สะพานเวสต์มินสเตอร์ SW1 วันที่ 31 ธันวาคม และมองไปทางทิศตะวันออก ราวเที่ยงคืน คุณจะได้เห็นวิญญาณของฆาตกรต่อเนื่องที่มีชื่อเสียงของลอนดอนและของโลก แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์


2. แจ๊ค กับเซอร์ล็อกโฮล์ม

แน่นอนว่าแจ๊ค  เดอะ ริปเปอร์เป็นวัตถุชั้นดีที่เอามาสร้างเรื่องราว โดยเฉพาะสื่อบันเทิง ไม่ว่าจะเป็นแนวคิลเลอร์, แนวสืบสวน หรือแนวต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

ในช่วงเวลาที่แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์อาละวาดนั้น ก็นิยายเรื่องเซอร์ล็อกโฮล์มกำลังโด่งดัง ซึ่งผู้แต่งเซอร์ล็อกโฮล์มคือ เซอร์ โคนัน ดอยล์ (Conan Doyle) เอง ก็เคยออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ ที่แตกต่างจากคนอื่นๆ โดยสิ้นเชิงว่า แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์อาจเป็นผู้หญิง (?)  และอาจเป็นพยาบาล ไม่ก็หมอตำแย (หรือปลอมตัว) เพราะสามารถเดินไปมาท่ามกลางคนหมู่มาก ผ่านไปผ่านมา โดยไม่ถูกสงสัยทั้งที่ตัวเปื้อนเลือด (แน่นอนว่าขาดไม่ได้ก็คือ มีคนบอกว่าท่านเซอร์โคนันนั้นแหละคือ แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์)

ถ้าถามว่าเซอร์โคนันเคยใส่แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ลงในนิยายของเขาไหม โดยเฉพาะเซอร์ล็อกโฮล์ม ที่หลายคนอยากเห็นพระเอกนักสืบแห่งยุคนั้นล่าตัวฆาตกรชื่อดังแห่งกรุงลอนดอน น่าเสียดาย คำตอบคือท่านเซอร์ไม่ได้ใส่แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ลงในนิยายเซอร์ล็อก โฮล์ม เลยแม้แต่น้อย  แม้แต่กล่าวถึงก็แทบไม่เคย (ในนิยายเซอร์ล็อกโฮล์ม มักมีการสอดแรกพูดถึงเหตุการณ์สำคัญของอังกฤษเอาไว้ด้วย) ทำให้หลายคนแอบสงสัยว่าท่านเซอร์โคนันเขาตั้งใจให้เซอร์ล็อกโฮล์มเป็นแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์เสียเองหรือเปล่า!?

อย่างไรก็ตาม หลายปีต่อมา ก็มีหลายคนทำให้ฝันเซอร์ล็อกปะทะแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์เป็นจริง (เซอร์ล็อกโอล์มไม่มีค่าลิขสิทธิ์ที่จะเอาตัวละครไปใช้หรือสร้างเรื่องราวเซอร์ล็อกโใหม่) ในภาพยนตร์เรื่อง  Murder by Decree (1979) ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่ให้เซอร์ล็อกโฮล์มสืบตามหาแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์

ส่วนนิยายนั้น ก็มี สืบคดีเขย่าขวัญ เชอร์ล็อค โฮล์มส์ เผชิญ แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ (A Study in Terror) (Sherlock Holmes Versus Jack the Ripper) ผลงานของ เอลเลอรี่ ควีน (Ellery Queen)

และนอกจากนี้ก็มีเกม Sherlock Holmes Versus Jack the Ripper  ซึ่งเป็นเกมสืบสวนของ PC

ส่วนใครอยากดูภาพยนตร์เกี่ยวกับการสืบสวนแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ดีๆ สักเรื่อง แนะนำเรื่อง From Hell (2001)


1.ยังมีชีวิตอยู่

หนึ่งในคำถามที่หลายคนไม่สามารถหาคำตอบ ตัวจริงของแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์เป็นใคร เขามาจากไหน ก่อคดีฆาตกรรมเพื่ออะไร และที่สำคัญเขาหายไปไหน เพราะหลังจากเสร็จสิ้นการฆาตกรรมเหยื่อรายที่ 5 แจ๊คไม่ปรากฏตัวอีกเลย (ยกเว้นฆาตกรรมที่น่าสงสัยอีก 6 คนที่เชื่อว่าเป็นฝีมือของแจ๊ค)

บางคนเชื่อว่าแจ๊คฆ่าตัวตาย จากมอง ตากูว์ จอห์น ดรูอิทท์ (Druitt Montague John)  เป็นชายที่หลายๆ คน ต่างมีความเห็นว่าเขาอาจเป็นแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์มากที่สุด  จมน้ำตาย 30 ธันวาคม 1888 หลังคดีฆาตกรรมเหยื่อที่ 5 ซึ่งหลังจากชายคนนี้ไป ก็ไม่มีการฆาตกรรมแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์

อย่างไรก็ตาม หลายคนไม่ยอมให้ตำนานของแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์จบลงเพียงเท่านี้ ดังนั้นจึงมีข้อสันนิษฐานเพิ่มเติมตำนาน เล่าว่าแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์แค่ไปจากลอนดอน อพยพไปยังดินแดนแห่งใหม่ที่ดีกว่าเพื่อล่าเหยื่อ และที่แห่งนั้นคืออเมริกาเพราะว่านั้น อเมริกาเป็นสถานที่คนอพยพหลายเชื้อชาติมาตั้งถิ่นฐาน (บ้างก็ว่าแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ มาจากอเมริก่า จากคดีฆาตกรรมต่อเนื่องสาวใช้ Servant Girl Annihilator ที่เป็นคดีฆาตกรรมต่อเนื่องปริศนาของอเมริกาสามปีก่อนที่จะมีแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์)

และอีกหนึ่งความเป็นไปได้ ก็คือ แจ๊คไม่ได้หายไปไหน  เขายังอยู่ที่นั้น ก่อดคีฆาตกรรมอยู่เหมือนเดิม ในช่วงฤดูร้อน 1889 เหมือนกับว่าการฆาตกรรมของแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์จะสิ้นสุดลง อย่างไรก็ตามในเดือนมิถุนายน คนงานแม่น้ำและตำรวจได้พบหีบห่อที่บรรจุส่วนต่างๆของร่างกายของผู้หญิง ซึ่งเสียชีวิตประมาณ 8 เดือน ที่น่าขนลุกคือทารกในครรภ์และมดลูกหายไป

หลังจากนั้นศพหญิงนิรนามก็ระบุว่าเป็นอลิซาเบธ  แจ๊คสัน (Elizabeth Jackson) จากเสื้อผ้าที่เธอใส่ ซึ่งเธอเป็นเหยื่อรายที่ 11 ที่เชื่อว่าเป็นฝีมือของแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ (อย่างไม่เป็นทางการ) และเมื่อวันที่พบชิ้นส่วน ตำรวจก็ได้รับจดหมายลงลายมือชื่อ "แจ็ค เดอะ ริปเปอร์" เนื้อหาจดหมายได้บอกว่า " เขายังไม่ตาย แต่มีชีวิตอยู่ " และตั้งใจจะเริ่มทำงานอีกครั้

 

 

อ้างอิง

http://thejordude.com/shadowverse/

http://www.casebook.org/suspects/jill.html

http://list25.com/25-interesting-facts-about-jack-the-ripper-you-might-not-be-aware-of/

https://listverse.com/2014/02/21/10-things-you-probably-dont-know-about-jack-the-ripper/








Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
เรื่องจริงทะลุโลก (Extension) ตอนที่ 862 : 10 เรื่องที่หลายคนไม่รู้เกี่ยวกับ “แจ๊ค เดอะ ริปเปอร์” , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 3441 , โพส : 3 , Rating : 17% / 6 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 3 : ความคิดเห็นที่ 22149
แจ็คคือ Aaron Kosminski ค่ะ โดยภายหลัง Dr. Jari Louhelainen ก็ได้ลองตรวจสอบดีเอ็นเอบนผ้าคลุมไหล่ของ Catherine Eddowes ทีเป็นหนึ่งในเหยื่อของ Jack The Ripper ก่อนจะพบว่าดีเอ็นเอที่ปรากฏตรงกับชายผู้ชื่อว่า Aaron Kosminski ซึ่งเป็นชาวยิว Cr.https://teen.mthai.com/variety/78767.html
Name : pampamst07 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ pampamst07 [ IP : 182.232.177.129 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 พฤศจิกายน 2561 / 08:42
  • ความคิดเห็นที่ 22149-1 (จากตอนที่ 862)
    เวลาผ่านไปหลายร้อยปี ดีเอ็นเอยังตรวจได้เหรอ มันไม่ปนเปื้อนเหรอ
    PS.  สนับสนุนฮาเร็ม- รักหนูแจ๊ค ดูแต่หนูแจ๊ค ไม่ชายตามองตัวละครอื่น
    Name : Cammy-เต่านรก < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy-เต่านรก [ IP : 124.121.210.211 ]
    ส่งข้อความลับ
    วันที่:8 พฤศจิกายน 2561 / 08:45
# 2 : ความคิดเห็นที่ 21996
แอดติ่งแจ็คใช่ม้าย 555
Name : WaUuY_248 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ WaUuY_248 [ IP : 223.24.176.195 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 ธันวาคม 2560 / 14:26
  • ความคิดเห็นที่ 21996-1 (จากตอนที่ 862)


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 20 ธันวาคม 2560 / 15:00

    PS.  สนับสนุนฮาเร็ม- รักหนูแจ๊ค ดูแต่หนูแจ๊ค ไม่ชายตามองตัวละครอื่น
    Name : Cammy-เต่านรก < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Cammy-เต่านรก [ IP : 124.121.210.167 ]
    ส่งข้อความลับ
    วันที่:20 ธันวาคม 2560 / 14:59
# 1 : ความคิดเห็นที่ 21995
แอดติ่งแจ็คใช่ม้าย 555
Name : WaUuY_248 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ WaUuY_248 [ IP : 223.24.52.17 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 ธันวาคม 2560 / 14:26
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android